Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER S E V E N T E E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2562 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER S E V E N T E E N
แบบอักษร

_________________________________ 

 

 

 

“คงต้องนอนดูอาการอีกสักสองสามวันถึงจะกลับบ้านได้ หลังจากนั้นสองอาทิตย์รอให้อาการบวมลดลง ผมจะนัดมาเข้าเฝือกอีกที” แพทย์หนุ่มเจ้าของไข้ยืนชี้แจงอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยหลังจากที่เข้ามาตรวจเช็กอาการในช่วงเช้า

“แล้วต้องใส่เฝือกนานไหมครับ” ฮานะเอ่ยถามขึ้น

“ราวๆ สี่สัปดาห์ครับ รวมกายภาพหลังถอดเฝือกด้วยแล้วก็คงใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่า” ฝ่ายนั้นชี้แจ้งด้วยท่าทีสุภาพ “แต่เท่าที่ดูจากพื้นฐานทางร่างกายของคุณพีรัทนั้นแข็งแรงกว่าคนทั่วไปมาก คงจะใช้เวลาฟื้นตัวได้เร็วกว่า” จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการที่ตกลงมาจากระยะที่สูงขนาดนั้นเป็นคนอื่นคงกระดูกหักหรือไม่ก็บิดไปแล้ว ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

“ขอบคุณมากครับคุณหมอ” ฮานะเป็นฝ่ายเดินมาส่งที่หน้าห้องพักก่อนจะกลับไปหาคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง พีทเพิ่งจะทานมื้อเช้าเสร็จเจ้าตัวอิดออดนิดหน่อยเพราะอาหารของทางโรงพยาบาลนั้นค่อนข้างจืดชืดทำให้ฮานะต้องบังคับแล้วบังคับอีกถึงจะยอมกินจนหมด

“ดีขึ้นไหม” เมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตตบลงบนเตียงผู้ป่วยพร้อมขยับตัวเปิดพื้นที่ให้ฮานะจึงปีนขึ้นไปนั่งด้วยกัน

...ยอมตามใจเขาหน่อยก็แล้วกัน..

“ยังปวดอยู่เลยครับ” พีทอ้อนทั้งสีหน้าและแววตาก่อนจะใช้แขนข้างซ้ายโอบเข้าที่รอบเอวเล็กแล้วออกแรงดึงจนฮานะเซล้มลงมานอนข้างกัน

“พีท!” ฮานะดุขึ้นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ แต่นอกจากเจ้าตัวจะไม่รู้สึกรู้สาแล้วยังเอาแต่ยิ้มหน้าระรื่น

“อยากกอดฮานะจะแย่แล้ว” เสียงทุ้มพึมพำในตอนที่ถูกรวบตัวเข้าไปกอดเอาไว้ แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกร้อนระอุ

“ก็กอดอยู่นี่ไง” ฮานะบ่นอุบ พยายามยื้อตัวหลบลมหายใจอุ่นร้อนที่ริดรนลงบนผิวแก้ม

กลิ่นของพีททำให้เขาอยากจะเข้าไปซุกกอดแน่นแต่ทำได้เพียงแค่อดทนเอาไว้

“ไม่ใช่กอดแบบนี้” เสียงทุ้มพร่าพูดขึ้นก่อนจะกดจูบลงบนรอยกัดที่ตัวเองเป็นคนสร้าง

“พีท...นี่ อย่าซน” ฮานะตะครุบมือที่กำลังสอดเข้ามาในเสื้อเอาไว้ได้ทันก่อนจะหยิกลงไปบนหลังมือจนเจ้าตัวร้องโอดโอย “มือไวเกินไปแล้วนะ!” รีบลุกออกห่างมาจากเตียงผู้ป่วยทันทีเพราะกลัวว่าจะมีนางพยาบาลเดินเข้ามาเห็นภาพที่ไม่เหมาะสมเข้า เขาทั้งมองเขม่นทั้งมองค้อนไปให้แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงแค่กลั้นหัวเราะเอาไว้ในลำคอ

แต่แล้วเสียงเปิดบานประตูก็เรียกความสนใจของคนทั้งคู่ให้หันไปหาก่อนที่คนมาเยือนจะทำให้ฮานะต้องมองค้างเพียงครู่ คุณเกรซส่งยิ้มทักทายมาให้อย่างเป็นมิตรแต่คนที่เดินตามหลังมาต่างหากที่ทำให้เขาต้องหนักใจ

…อเล็กซ์...มาทำอะไรที่นี่... 

“ฮานะ” พีทเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่แปลกไป...มันนิ่งสงบแต่ทว่าเย็นเฉียบ

โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเรียกซ้ำฮานะก็เดินถอยกลับไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปกอบกุมกับอีกฝ่ายไว้ พีทจับมือเขาแน่นคงเพราะกำลังระงับอารมณ์เดือดดาลที่ปะทุขึ้นมาอย่างสุดความสามาถ

ทางเกรซเองเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปบอกให้คนในความดูแลไปนั่งรอที่โซฟา ก่อนจะเดินเอากระเช้าของเยี่ยมไปวางไว้บนเคาน์เตอร์

เมื่อเช้าคุณแกเรนฝากของเยี่ยมไข้มาพร้อมกับเธอเพราะเจ้าตัวติดประชุมกับบอร์ดบริหาร ตอนแรกก็กะจะมาเพียงคนเดียวแต่ทันทีที่อเล็กซ์รู้ว่าเธอจะมาเยี่ยมพีทเจ้าตัวก็ขอตามติดมาด้วย แม้จะยังรู้สึกไม่ไว้วางใจแต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันว่าจะมาเธอจึงไม่อยากจะขัดมากนัก

…เอาไว้รอขอโทษคุณฮานะทีหลังก็แล้วกัน...

“ขอโทษที่มากะทันหันแบบนี้นะคะ พอดีเกรซมาทำธุระแล้วนี้พอดีเลยถือโอกาสมาเยี่ยมด้วยเลย” เบต้าสาวยิ้มกว้างเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนทั้งสามซึ่งก็มีคุณฮานะอีกคนที่พยายามทำตัวให้เป็นปกติ

...แม้ว่าอีกสองคนที่เหลือไม่ค่อยจะสบอารมณ์ก็ตาม..

“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณเกรซมาก็ขอบคุณมากแล้ว” ฮานะยิ้มตอบโดยที่ไม่หันไปมองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา...ทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตนในสายตา

“แล้วก็...นี่เป็นของเยี่ยมของคุณแกเรนค่ะ บอสติดประชุมช่วงเช้าเลยไม่สามารถมาเยี่ยมได้ แต่แจ้งมาว่าช่วงเย็นจะเข้ามาหาอีกที”

“ขอบคุณมากครับ”

“แล้วคุณพีทจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่คะเนี่ย” เธอชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบไปมากกว่านี้ ใจจริงอยากจะเชิญคุณแอนเดอร์สันออกไปรอข้างนอกเสียด้วยซ้ำแต่นั่นก็ดูจะเสียมารยาทเกินไปหน่อย

“หมอบอกต้องนอนดูอาการสักสองสามวันน่ะครับแล้วค่อยนัดมาใส่เฝือกอีกที” ฮานะยิ้มพร้อมกับก้มลงมองคนป่วย ฝ่ายนั้นคิ้วขมวดปมยุ่งเหยิงแต่พอเห็นว่าเขาส่ายหน้าเตือนเป็นเชิงบอกว่าอย่าไปใส่ใจพีทก็ดูจะผ่อนคลายลงไปมาก

“ถ้ามีอะไรที่เกรซพอช่วยได้ก็บอกมาเลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ” เลขาคนสวยย้ำ ก่อนจะลดเสียงลงในช่วงท้ายให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน “บอสคงบอกคุณฮานะแล้วใช่ไหมคะ” เมื่อเห็นฮานะพยักหน้ารับอย่างรู้ความหมายเธอก็คลายยิ้มออกมาบางเบาก่อนจะถอยตัวออกไปยืนข้างอเล็กซ์

“เกรซไม่กวนแล้วดีกว่า พอดีต้องพาคุณแอนเดอร์สันไปงานอีเว้นท์ด้วย ขอลากลับเลยก็แล้วกันนะคะ” เบต้าสาวขอตัวกลับพร้อมกับแตะเข้าที่ศอกนายแบบหนุ่มเป็นเชิงบอกให้ลุกเดิน แต่นอกจากฝ่ายนั้นจะไม่ยอมทำตามแล้วยังจดจ้องไปทางเตียงผู้ป่วยจนเริ่มเสียมารยาท “คุณแอนเดอร์สันคะ ไปกันได้แล้ว”

“หึ” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าสองคนนั้นจับมือกันไม่ปล่อย...ฮานะไม่แม้แต่จะแสดงให้เห็นว่าเขามีตัวตนอยู่ตรงนี้เลยเสียด้วยซ้ำไป

“คุณเกรซลืมของน่ะครับ” ก่อนที่บานประตูจะปิดลงเสียงร้องทักก็ทำให้ผู้มาเยือนทั้งคู่หยุดชะงัก เป็นฮานะที่เดินเอาแว่นกันแดดมาคืนให้เธอเองกับมือ

“ตายจริง ไปถอดทิ้งไว้ตอนไหนเนี่ย” หญิงสาวบ่นให้ความสะเพร่าของตัวเอง “ขอบคุณนะคะคุณฮานะ ไว้เดี๋ยวเกรซจะแวะมาเยี่ยมอีกแน่นอน”

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มรับ แต่พอจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องก็ถูกช่วงตัวสูงใหญ่ของใครอีกคนมายืนขวางเขาไว้ก่อน

กลิ่นบุหรี่และน้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้ต้องเบือนหน้าหลบหนี...พักหลังมานี้เวลาที่เจอกันอีกฝ่ายมีท่าทีที่แปลกไปอย่างชัดเจน อเล็กซ์ไม่ได้พูดจาไม่ให้เกียรติกันเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เขาต้องเปิดใจเพื่อพูดคุยด้วย...

“…มาทำไม” ฮานะเค้นถามเสียงต่ำโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา

“มาแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่” ฝ่ายนั้นตอบกลับด้วยท่าทีไม่เร่งรีบ หมากฝรั่งรสมิ้นต์ถูกหยิบขึ้นมาเคี้ยวเป็นจังหวะเชื่องช้า “...เหมาะสมกันดีนะ” เพราะดวงตาคมเข้มคู่นั้นถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นกันแดดจึงทำให้มองไม่เห็นว่าคนพูดกำลังรู้สึกอะไรอยู่ แต่เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงไม่ได้รู้สึกยินดีเหมือนอย่างที่พูด

ฮานะเมินเฉยพยายามไม่สนใจ ในตอนที่กำลังจะผลักบานประตู้เข้าไปเสียงทุ้มที่ก้มลงกระซิบข้างหูก็ทำให้ทั้งตัวเกร็งสะท้านขึ้นมาจนต้องเผลอกำหมัดแน่น

แล้วพบกันใหม่...ที่รัก

“ฮานะ” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เสียงเรียกจากคนที่ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงก็ทำให้ต้องรีบเดินเข้าไปหา

“เธอลุกมาทำไม” ฮานะถามอย่างเป็นห่วง ในขณะที่ช่วงตัวถูกคว้าไปกอดแน่น กลิ่นกายที่คุ้นเคยทำให้จิตใจว้าวุ่นสงบลงในทันที

“ผมเห็นคุณออกไปนาน เลยจะลุกไปตาม” เด็กหนุ่มพูดเสียงเครียดด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น แต่เมื่อได้กลิ่นบางอย่างที่ติดอยู่บนตัวฮานะนัยน์ตาคมเข้มก็ทอประกายชุกโชนขึ้นทันที หมัดข้างซ้ายกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทิ้มสันกรามถูกขบเข้าหากันเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่กำลังปะทุขึ้น “ฮานะ...”

“พีท” ฮานะเรียกเสียงแผ่ว พร้อมประคองใบหน้าของคนรักเอาไว้มั่น

“...กลิ่นมัน” เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำ ทั้งพยายามเบือนหน้าหลบหนี “ผมไม่ชอบ

เพียงเสี้ยววินาทีคำพูดกลับกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้าประกบจูบลงมาแนบแน่นฮานะบดจูบโดยไม่เว้นจังหวะการพักหายใจ ทั้งเรียวลิ้นและกลีบปากถูกดูดดุนซ้ำไปมาความอุ่นร้อนแผ่ซ่านกระจายอยู่ทั่วโพรงปากจนต้องตอบสนองกลับไป ฝ่ามือใหญ่โอบประคองลงบนช่วงเอวได้รูปก่อนจะบีบเคล้นจนได้ยินเสียงเครือครางอยู่ในลำคอขาว

ฮานะถอนจูบออกเพื่อกอบโกยอากาศหายใจแต่กลับถูกดึงกลับเข้าไปจูบอีกหน รู้ตัวอีกทีช่วงตัวก็ถูกยกขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักอีกฝ่าย ใบหน้าคมเข้มถอยห่างก่อนจะเคลื่อนลงไปที่ข้างซอกคอขาวปลายจมูกโด่งกดย้ำบนผิวเนื้อเพื่อสูดกลิ่นคู่ของตน เรียวลิ้นเลยผ่านร่องรอยขบกัดจนทำให้คนในอ้อมกอดสะท้านไหว

“พ....พีท” ฮานะตัวสั่นเมื่อแผ่นท้องในเชิ้ตตัวใหญ่ถูกลูบไปมา

“ครับ” เขาขานรับในตอนที่เอียงหน้าเข้าไปกัดย้ำลงบนลำคอขาว

“ที่นี่...ไม่ได้” เอ่ยห้ามได้อย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะกลัวว่าจะมีพยาบาลเปิดเข้ามาเจอ

เสียงทุ้มคำรามต่ำในลำคอก่อนมือจะเลื่อนขึ้นมาปลดกระดุมเชิ้ตของฮานะออก ฝ่ายนั้นสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่คอเสื้อเปิดกว้างจนร่นตกลงไปกองที่ข้อศอก

“อื้อ” ฮานะกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อถูกก้มลงจูบบนลาดไหล่และไล่ต่ำมาที่แผ่นอก

ผิวเนื้อขาวจัดเนียนละเอียดสะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามา ในตอนที่ริมฝีปากลากผ่านก็ปรากฏรอยแดงเจือจางบนผิวเนื้อ ฮานะประคองหน้าเขาขึ้นไปจูบอีกครั้ง สองแขนยกขึ้นโอบรอบลำคอแน่น กลิ่นฟีโรโมนที่แผ่ออกมาช่วยหล่อหลอมให้สมองพร่าเบลอ

“ฮื่อ โป๊” เสียงบ่นอย่างไม่จริงจังดังขึ้นในตอนที่เสื้อเชิ้ตของเจ้าตัวถูกเขาถอดโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่นึกไยดี

เด็กหนุ่มรวบกอดร่างที่เปลือยท่อนบนเข้ามาไว้ในอ้อมกอด กลิ่นไม่พึงประสงค์ของอัลฟ่าตัวนั้นถูกกำจัดออกไปแล้วเหลือเพียงแค่กลิ่นของฮานะเท่านั้น

“…หอม” เขาพูดย้ำพร้อมกับกดจูบลงไปทั่วผิวเนื้อขาวเนียน ในตอนทีฮานะยกมือขึ้นมาปิดตัวก็ถูกรวบมือเอาไว้

“พีท...พอแล้ว” คนในอ้อมกอดเริ่มขัดขืน ยิ่งถูกเขาจูบฮานะก็เหมือนจะละลายอยู่ในอ้อมกอด “ถ้าไม่หยุดจะโกรธจริงๆ แล้วนะ” เสียงข่มขู่ที่ฟังยังไงก็ไม่น่ากลัวดังขึ้น ใบหน้าสวยแดงจัด ฮานะเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกอายเพราะถูกจ้อง

แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้พีทหยุดชะงักราวกับมีปุ่มกดหยุด เจ้าเด็กตัวโตถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะคล้ายอ้อมกอดออก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

“หนาว” ฮานะยู่หน้าประท้วงเมื่อถูกจับลอกคราบจนท่อนบนเปลือยล่อนจ้อน...เจ้าเด็กขี้หวงเล่นโยนเชิ้ตเขาทิ้งซะขนาดนั้น

“ใส่เสื้อผม” พีทชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้า แจ็กเก็ตยีนที่เขาสวมมาก่อนเข้ากองถ่ายเมื่อวานถูกแขวนเอาไว้ในนั้น “ส่วนเสื้อตัวนั้น...ทิ้งไปได้เลย” นัยน์ตาคมเข้มฉายแววดุจนฮานะต้องยอมทำตามโดยไม่คิดที่จะแย้ง

แจ็กเก็ตยีนตัวใหญ่ถูกสวมใส่เอาไว้ขนาดไซส์ที่ต่างกันทำให้ความยาวของมันปิดคลุมลงมาถึงช่วงหน้าขา ปลายแขนเสื้อยาวเลยปลายนิ้วจนฮานะต้องพับขึ้นมาไว้ที่ข้อศอก

“ตัวใหญ่ชะมัด” เจ้าตัวบ่นอย่างไม่จริงจังมากนัก แต่สายตาของเจ้าของเสื้อที่มองมากลับทำให้รู้สึกร้อนแก้มแปลกๆ ...ทำไมจะไม่รู้ว่าพีทชอบเวลาที่เขาสวมใส่เสื้อผ้าของตัวเอง

“ฮานะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียก

“ว่าไง”

เด็กหนุ่มไม่ตอบ ทำเพียงแค่กวักมือเรียกให้ขยับเข้าไปใกล้ แต่คนรู้ทันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ...เข้าไปหามีหวังคงถูกจับฟัดอีกรอบแน่นอน

รู้ทันหรอกน่า!

“บิบี้ อองดี้ อย่าซนสิลูก” เสียงห้ามปรามดังขึ้นในตอนที่สองแฝดวิ่งไล่จับกันบริเวณโถงทางเดิน

แกเรน ฮาร์ดเนอร์ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงเตือนว่าให้เงียบเสียง ก่อนจะถูกเจ้าพวกตัวแสบวิ่งเข้ามาเกาะแข้งขาอย่างออดอ้อน

“มามาฮะ อุ้ม” บิเบียนชูมือขึ้นหา นัยน์ตาสีชมพูเหมือนคนแม่ทอประกายน่าเอ็นดู

“อีกนิดก็ถึงแล้วครับ” แกเรนลูบลงไปบนเรือนผมสีอ่อนก่อนจะจับมือลูกน้อยทั้งสองไว้คนละข้าง “ไปหาน้าฮานะกัน”

“ฮานะไม่ฉะบายเหรอฮะ” อองเดรเอียงคอถามอย่างสงสัย เพราะนอกจากมามาแล้วอองดี้ชอบน้าฮานะที่สุด...น้าฮานะใจดีแล้วก็ตัวหอมมาก แถมยังสวยสุดๆ ไปเลยด้วย

“ไม่ใช่ครับ” แกเรนยิ้ม “แฟนของน้าฮานะป่วย”

“แฟนคืออะไรอ่า” อัลฟ่าตัวน้อยขมวดคิ้วมุ่น

“ทำไมเปื่อยฮะ” บิเบียนรีบเสริมทัพ

“ป่วยครับไม่ใช่เปื่อยนะ” แกเรนหลุดขำ จิ้มนิ้วลงบนแก้มสองแฝดอย่างนึกมันเขี้ยว “อืม...แฟนของฮานะ ก็เป็นเหมือนปาปาไง”

“เป็นฝาชี! เหมือนที่ปาปาเป็นฝาชีของมามาใช่ไหมฮะ” บิเบียนจับมือเขย่าอย่างตื่นเต้นที่น้าฮานะมีฝาชี

“Husband สามี ไม่ใช่ฝาชีครับ” แกเรนนวดไปที่ข้างขมับเจ้าตัวน้อย...สงสัยกลับไปคงต้องปรับจูนกันใหม่สักหน่อย พักหลังมาเขาเริ่มสอดแทรกภาษาอังกฤษให้อองเดรกับบิเบียนในชีวิตประจำวันเมื่อทั้งคู่เริ่มโตขึ้น

ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไปเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าหนูจำไมทั้งสองก็เงียบลง แกเรนส่งยิ้มทักทายไปให้คู่รักที่เพิ่งผละห่างออกจากกัน ฮานะดูลนลานอยู่เล็กน้อยในตอนที่กระชับเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่เข้าหากัน

...นี่เขามาขัดจังหวะหรือเปล่านะ

“คุณแกเรน” ฝ่ายนั้นยิ้มทักทายด้วยท่าทีปกติแต่ก็ไม่สามารถซ่อนใบหน้าที่แดงจัดเอาไว้ให้

“ฮานะ!” คนที่วิ่งตุบๆ เข้าไปหาคนแรกคือเจ้าอัลฟ่าตัวน้อย อองเดรรวบกอดเข้าที่ขาจนฮานะตัวเซก่อนจะย่อตัวลงมากอดพ่อหนุ่มนักรักเอาไว้ด้วยความคิดถึง

“ไง~อองดี้” แก้วกลมยุ้ยถูกฟัดจนได้ยินเสียงเอิ๊กอ๊ากชอบใจจากเจ้าตัวแสบ “คิดถึงจังเลยครับ”

“อองดี้คิดถึงเยอะกว่าฮะ!” อองเดรโถมตัวกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น พร้อมกับอ้อนให้อุ้มขึ้นสูงๆ ฮานะหลุดขำแต่ก็ยอมทำตาม

“สูงได้แค่นี้นะครับ น้าตัวเตี้ย” ใบหน้าสวยยิ้มกว้างแล้วก็ต้องตาโตเมื่อถูกริมฝีปากจิ้มลิ้มพุ่งเข้าจุ๊บจนเกิดเสียง “ขี้โกงนี่นา มาให้จุ๊บคืนซะดีๆ” ฮานะไล่จุ๊บและหอมแก้มหลานชายตัวน้อยจนหอบแฮกกันทั้งคู่ก่อนจะก้มมองช่วงขาที่โดนเจ้าตัวป้อมอีกคนเดินเข้ามาเกาะ “บิบี้~”

“ทักทายฮะ” โอเมก้าน้อยขี้อายอ้อนขอจุ๊บบ้าง พอได้สมดังใจก็วิ่งกลับไปหลบที่หลังมามา

“คนนี้เหรอฮะ ที่เหมือนปาปา” อองเดรเอ่ยถามอย่างสงสัย อัลฟ่าตัวน้อยจ้องคนที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยแววตาที่หวาดหวั่น

น่ากลัว...เขาตัวใหญ่เสียยิ่งกว่าปาปาอีก

“อะไรนะครับ” ฮานะเลิกคิ้วถามอย่างไม่แน่ใจว่าหลานต้องการจะสื่ออะไร

“ก็คุณยุงคนนี้” นิ้วเล็กๆ ชี้ไปหาพีทก่อนจะพูดเสียงเจื้อยแจ้วมั่นใจ “เป็นHusbandของฮานะ”

“เป็นสามี!” บิเบียนช่วยเสริมทัพ “มามาบอกว่าเขาเป็นสามีของน้าฮานะฮะ...คุณยุงเป็นHusband!” เจ้าตัวน้อยวิ่งไปเกาะที่ข้างเตียงคนป่วย บิเบียนปีนขึ้นไปนั่งจ้องตาผู้ชายตัวโตโดยไม่รู้สึกกลัวสักนิด กลับกันเจ้าตัวเล็กรู้สึกชอบคุณลุงตัวใหญ่คนนี้มากๆ

คุณยุงท่าทางใจดีสุดๆ เลยบิบี้มั่นใจ!

“พีทเป็นลุงไปแล้ว” แกเรนกลั้นขำเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มนั่งเกร็งเพราะถูกบิเบียนอ้อน แต่เพียงไม่นานทั้งคู่ก็ปรับตัวเข้าหากันได้อย่างดี ส่วนทางฝ่ายอองเดรก็ขึ้นไปนั่งบนตักไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

“ดูท่าเจ้าพวกตัวแสบจะได้เหยื่อรายใหม่แล้วล่ะ” แกเรนยิ้มขำเมื่อเห็นว่าอองเดรกระโดดลงจากตักฮานะแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงคนป่วย ซึ่งพีทเองก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีฝ่ายนั้นขยับเปิดพื้นที่ให้พอดีสำหรับเจ้าตัวเล็กทั้งสองคน “เขาดูชอบเด็กนะ” ภาพของผู้ชายตัวโตที่ยิ้มแย้มตอบคำถามของเจ้าหนูจำไมทั้งสองคนโดยไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายออกมาให้ได้เห็นทำให้ต้องยิ้มตามไปด้วย

ฮานะยิ้มบางเมื่อมองตามไป...ฝ่ายนั้นดูอบอุ่นมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อถูกรายล้อมด้วยเด็กเล็ก

“ถ้ามีลูกคงเห่อน่าดู” คำพูดล่องลอยไม่เจาะจงแต่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้...และมันก็มากพอที่จะทำให้คนข้างกายเขากระแอมแก้เก้อขึ้นมา “ฮานะก็คิดเหมือนกับผมใช่ไหมล่ะ” แกเรนใส่ไฟเพิ่มเมื่อเห็นว่าใบหูอีกฝ่ายขึ้นสี

“พอเลยครับ” ฮานะส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณก็รู้ว่าผมไม่อยากมีลูก...พีทเองก็รู้”

“ผมจำได้” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะบ่นออกมาอย่างไม่จริงจัง “...น่าเสียดาย อองเดรกับบิเบียนอดได้สมาชิกเข้าแก๊งตัวป่วนเพิ่มเลย”

“ไม่สนใจมีเพิ่มเหรอครับ” ฮานะถือโอกาสนี้ถามคืน

“แค่สามแสบก็ปวดหัวแล้ว” แกเรนยิ้มขำเมื่อนึกถึงเจ้าตัวเล็กที่อยู่กับปาปาที่บ้าน “รอข่าวดีจากฮานะดีกว่า”

สุดท้ายคนหัวรั้นก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม ก่อนจะขอตัวลุกออกไปปอกผลไม้มาให้เจ้าสองแสบแทน

แกเรนมองตามอย่างอารมณ์ดี พอหันกลับไปมองทางเตียงคนป่วยก็เห็นว่าฝ่ายนั้นมองมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว

...คงช่วยยุได้แค่นี้ ที่เหลือก็พยายามตะล่อมเอาเองก็แล้วกันเจ้าโกลเดนท์

“ผมลงไปส่งครับ”

หลังจากที่นั่งพูดคุยสัพเพเหระกันจนล่วงเลยผ่านไปเกือบสองชั่วโมงสองแฝดก็หมดพลังงานจนหลับปุ๋ยคาอกของแกเรนกับฮานะ อองเดรซุกอกคุณน้าคนสวยไม่ห่างปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลุกแถมยังงอแงจะเอาฮานะกลับบ้านไปด้วยอีกต่างหาก จึงเป็นเหตุให้เขาต้องเสนอตัวลงไปส่งคุณแกเรนเพราะไม่อยากจะขัดใจเจ้าตัวแสบ

อีกอย่างพีทก็หลับไปก่อนหน้านั้นเพราะฤทธิ์ของยาจึงพอหายห่วงไปได้ในระดับหนึ่ง

“รบกวนด้วยนะ” แกเรนถอนหายใจออกมาพร้อมกับลูบหลังแฝดคนพี่ไปด้วย

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างคนของใหญ่ที่รออยู่บริเวณนั้นก็ลุกเดินเข้ามาหา แกเรนพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้การ์ดทั้งสองคนเรียกรถให้มารับที่ประตูทางเข้า ระหว่างที่ยืนรออองเดรก็งัวเงียตื่นและอ้อนฮานะใหญ่จนคนน้าต้องกอดเอาไว้แน่น

“อองดี้ครับ กลับบ้านกันลูก” แกเรนกระซิบพร้อมกับหอมแก้มยุ้ยไปที “ฮานะต้องขึ้นไปดูแลพี่พีทนะ มากับมามานะครับ” เมื่อเห็นว่ารถเทียบจอดด้านหน้าเจ้าตัวแสบก็เริ่มงอแงขึ้นมาอีกครั้ง

“อื้อ พาฮานะกลับไม่ได้เหรอฮะ” อองเดรรั้นแต่สุดท้ายก็ยอมปีนลงมาเพราะไม่อยากจะดื้อให้มามาต้องดุ “อองดี้ขอ Goodnight Kiss” เจ้าตัวน้อยทิ้งตัวเกาะขาพร้อมทำหน้าอ้อนส่งผลให้คนน้าต้องย่อตัวลงมาจุ๊บลงไปที่ปากเล็กๆ นั่นสองทีและหอมแก้มเพิ่มด้วย ฮานะไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่ไปถึงแฝดพี่อย่างบิเบียนที่มองเขาตาแป๋ว

“คุณเองก็อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะ” แกเรนเอ่ยเตือนอย่างเป็นห่วง

“ครับคุณแกเรน” ฮานะโบกมือให้เจ้าพวกตัวแสบในรถพร้อมกับถอยออกมายืนส่ง “ขอบคุณที่มานะครับ” แกเรนยิ้มรับก่อนจะปิดประตูรถ

ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไปฮานะก็เดินไปทางร้านกาแฟที่อยู่ใต้ตัวตึก เขาตั้งใจที่จะซื้อเครื่องดื่มของตัวเองและขนมขึ้นไปแช่เอาไว้ให้คนป่วยสักหน่อย พีทจะได้ไม่รู้สึกเบื่อที่จะต้องกินแต่อะไรเดิมๆ ซ้ำๆ

แต่ในระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์กลับต้องหยุดชะงักไว้เพราะเห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะเยื้องออกไป

“...อเล็กซ์” เผลอหลุดเรียกแผ่วเบาในตอนที่กวาดสายตามองไปยังจำนวนแก้วกาแฟบนโต๊ะที่มากเกินปกติ...คล้ายกับว่าฝ่ายนั้นเองก็นั่งรออยู่ที่นี่นานพอสมควร

ฝ่ามือพลันเย็นเฉียบเมื่อเห็นว่าในร้านมีเพียงพนักงานหญิงที่รับออเดอร์เพียงคนเดียว เนื่องจากร้านอยู่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลในเวลาดึกดื่นแบบนี้รอบข้างจึงมีผู้คนไม่มากนัก ฮานะรีบหมุนตัวเดินออกไปจากร้านเมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายลุกขึ้นจากโต๊ะตัวนั้น

ในระหว่างที่เดินตรงไปยังลิฟต์โดยสารมือก็ควานหาโทรศัพท์มือถือไปด้วย แต่จำนวนเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับทำให้ใจเสียมากขึ้น เขากดโทรออกหาคุณแกเรนแต่ฝ่ายนั้นไม่รับสายและยิ่งร้อนรนมากขึ้นเมื่อเห็นภาพสะท้อนจากผนังลิฟต์ อเล็กซ์เดินเข้ามาประชิดตัวด้วยท่าทางที่ไม่ทำให้ตัวเองเองเป็นจุดสนใจ

“ไง” ฝ่ายนั้นก้มลงมาหา

ฮานะตั้งใจจะกดโทรอีกครั้งแต่คราวนี้หน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิทแสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ได้หมดลงไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ในเสี้ยววินาทีที่ตั้งใจจะออกวิ่งเสียงสัญญาณของลิฟต์ก็ดังขึ้น เขาถูกเรี่ยวแรงมหาศาลดันเข้าไปในลิฟต์ตัวนั้นโดยทันที อเล็กซ์ตามเข้ามาประชิดก่อนจะกดปิดประตู...และโชคก็ดูเหมือนจะไม่เข้าข้างมากนักเพราะในห้องโดยสารนั้นปราศจากบุคคลอื่นโดยสิ้นเชิง

“อเล็กซ์” ฮานะถอยหลังไปชิดผนังด้านในสุดพร้อมกับประชับแจ็กเกตยีนเข้าหากันแน่น เขานึกโทษตัวเองที่ไม่ระวังตัวให้มากกว่านี้

“ในที่สุดก็ได้อยู่กันสองคนซะที” อเล็กซ์ยิ้ม แต่ช่างเป็นยิ้มที่ทำให้คนมองตัวชาวาบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาก่อนจะรวบตัวเขาเข้าไปไว้ในอ้อมกอด “…กลิ่นไอ้เวรนั่นชักจะทำให้ฉันหงุดหงิดขึ้นมาแล้วสิ” เสียงทุ้มเย็นเยียบก้มลงกระซิบข้างใบหู

“ปล่อยนะ” ฮานะดิ้นขัดขืนเมื่อเห็นว่าหมายเลขบนหน้าจอเคลื่อนตัวขึ้นสูงไปยังบริเวณชั้นจอดรถ “อเล็กซ์นายเมาแล้ว” เขาพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นในตอนที่ถูกเชยคางขึ้นก่อนริมฝีปากอุ่นร้อนจะแนบปิดลงมาก

กลิ่นแอลกอฮอลล์ที่อยู่รอบตัวทำให้ต้องดีดดิ้นขัดขืนเมื่อความรู้สึกรังเกียจตีรวนขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว

“อเล็กซ์! อย่า!” ร่างที่เล็กกว่าพยายามเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของอีกฝ่ายได้ยิ่งในตอนนี้อเล็กซ์กำลังโมโหด้วยแล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ฮานะกรีดร้องจนคอแหบแห้งในตอนที่คอเสื้อถูกกระชากออกจนเปิดให้เห็นผิวเนื้อ อเล็กซ์กวาดตามองไปทั่วก่อนนัยน์ตาสีฟ้าจะทอประกายคุโชน สันกรามถูกขบแน่นเมื่อเห็นรอยฟันปรากฏอยู่บนลำคอขาว ยิ่งมีกลิ่นคู่ของฮานะที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเขาก็ยิ่งบันดาลโทสะ

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกฮานะก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอีกฝ่ายออกก่อนจะวิ่งหนีออกไปยังลานจอดรถ เขาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ความรู้สึกตื่นตกใจและเสียขวัญตีตื้นขึ้นมาจนน้ำตาหยดลงบนแก้ม

...พีท... 

ยิ่งนึกถึงคนที่รอให้เขากลับไปหาจิตใจก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวขอบตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ฮานะหอบหายใจหนักในตอนที่หันหลังกลับไปมองคนที่วิ่งตามมาก่อนจะต้องชะงักหยุดเมื่อมีรถขับสวนผ่านหน้าไป เมื่อมองหาทางหนีทีไล่ได้ก็ตั้งใจที่จะวิ่งหนีต่อแต่กลับช้ากว่าใครอีกคน อเล็กซ์อาศัยช่วงขาที่ยาวกว่าเข้ามาประชิดตัววงแขนแกร่งรวบเอวเขาเอาไว้จนตัวลอย

“ปล่อย!” ฮานะดิ้นขัดขืนเมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมาจากลิฟต์เขาตั้งท่าจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าสัมผัสของบางอย่างที่จี้เข้ามาที่หลังกลับทำให้ต้องหยุดชะงัก

“อยากเหลือแค่ร่างไร้วิญญาณให้มันกอดก็ลองร้องดู” น้ำเสียงเย็นเยียบก้มกระซิบลงข้างหู

“อเล็กซ์...นายบ้าไปแล้ว” ฮานะพูดเสียงแผ่วเมื่อถูกปลายมีดกดเข้ามาที่ช่วงสะโพกจนรู้สึกเจ็บ “นายทำแบบนี้ทำไม”

ฝ่ายนั้นไม่ตอบอะไรกลับมา ทำเพียงแค่ลากตัวเขาให้เดินตามไปเรื่อยๆ ก่อนที่ประโยคถัดมาจะทำให้รู้สึกชาตั้งแต่หัวจรดเท้า “รู้อะไรไหมฮานะ…วันที่มันตกลงมาจากผาจำลอง...เป็นเพราะฉันเอง” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ “งานนี้ต้องขอบคุณในความสะเพร่าของทีมงานน่ะนะที่ไม่ยอมเช็กอุปกรณ์ให้ดีก่อน...แค่ฉันสลับตัวนิดหน่อยพวกมันก็วางใจกันแล้ว”

“…” ฮานะกำมือแน่นจนสั่นเทิ้มเมื่อได้รู้ความจริง

“…แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่มันไม่ตกลงมาคอหักตาย” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเผยขึ้นพร้อมความคิดที่น่ารังเกียจ

“สารเลว!” ฮานะแผดเสียงร้องจนแหบแห้ง ความรู้สึกเสียใจท่วมท้นออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม “นายทำแบบนี้ทำไม! ทำทำไม!” ฝ่ามือทุบลงบนแผ่นอกกว้างโดยไม่สนใจว่าฝ่ายนั้นจะทำร้ายตนเองกลับมาหรือไม่

“ก็ใครใช้ให้มันมาแย่งนายไปจากฉัน!” เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องนัยน์ตาแดงก่ำ “ถ้าไม่มีมัน…นายก็คงไม่ไปจากฉัน!” อเล็กซ์ยังคงเชื่อมั่นในตัวเองโดยมองข้ามความผิดที่เคยทำทั้งหมด ตลอดเวลาเขาไม่เคยโทษตัวเองที่ทำให้ฮานะหมดความอดทนแต่กลับโยนความผิดไปให้คนอื่นแทน เพราะถ้าในวันนี้ฮานะไม่มีมัน...ก็คงเลือกที่จะอยู่ข้างกันเหมือนที่ผ่านมา

“มันไม่ใช่ความผิดของเขา หรือใครทั้งนั้น” ฮานะสูดลมหายใจเข้าปอดรวบรวมความกล้าทั้งหมดเผยสิ่งที่ตกค้างอยู่ในจิตใจมาโดยตลอด “ที่ฉันหมดรักนายก็เป็นเพราะตัวนายเอง ถึงจะไม่มีเขาฉันก็ไม่คิดที่จะอดทนอยู่กับคนเฮงซวยอย่างนายไปตลอดชีวิต...เลิกโยนความผิดให้คนอื่นเสียที!”

“…”

สิ้นเสียงตวาดก้องฮานะก็หอบหายใจอย่างหนักเพื่อระงับโทสะก่อนความกลัวจะเข้ามากอบกุมจิตใจเมื่อฝ่ายนั้นยกปลายแหลมของมีดขึ้นมาจี้เข้าที่ปลายคาง

“หึ..” รอยยิ้มที่กดลึกบนใบหน้านั้นช่างว่างเปล่าไร้ความรู้สึก “พูดได้ดีนี่”

“...”

“รู้ไหมว่าที่ผ่านมาฉันคอยนึกทบทวนกับตัวเองอยู่ตลอดว่าทำไมฉันถึงตัดใจจากนายไม่ได้สักที ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่านายมันไร้ประโยชน์ ไร้ค่า ไม่มีราคามากพอที่ฉันจะต้องลงทุนแย่งกลับมา” อเล็กซ์เน้นถ้อยคำชัดเจน “...แต่ทั้งหมดมันกลับพังไม่เป็นท่าเพราะความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนที่มันเผลอเปิดรับนายเข้ามา...” คำสารภาพที่เหนือความคาดหมายทำให้ฮานะเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่กลับต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บเมื่อถูกบีบเข้าที่สันกรามจนได้กลิ่นคาวเลือด

“ทุกๆ คืนที่ฉันมีเซ็กซ์กับคนอื่น...ภาพของนาย น้ำเสียงของนาย มันฉายชัดขึ้นมาจนฉันไม่สามารถที่จะทำมันต่อได้” อเล็กซ์เค้นเสียงต่ำ “…นายทำให้ฉันสับสนจนแทบบ้า ฉันต้องพึ่งยานอนหลับทุกวันเพียงเพราะไม่อยากจะเห็นนายในความฝันแต่นั่นก็เป็นการทรมานชั้นดี เพราะยิ่งฉันหลับนานมากเท่าไหร่ภาพฝันที่เห็นว่านายยังอยู่ข้างกันมันก็ยิ่งชัดมากขึ้นเท่านั้น”

“...นายเสียสติไปแล้ว” ฮานะหวาดกลัวจนตัวสั่น ถ้อยคำบอกเล่าของคุณแกเรนที่เคยบอกว่าอเล็กซ์เริ่มใช้สารเสพติดนั้นยิ่งทำให้เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรที่ขาดสติ

“ถึงไม่มีมันนายก็จะไม่ยอมกลับมาหาฉันใช่ไหม” นัยน์ตาสีฟ้านั้นช่างว่างเปล่า แต่เพียงเสี้ยววินาทีกลับคุโชนขึ้นมาเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นได้ “…รู้อะไรไหมที่รัก...คู่แห่งโชคชะตาน่ะมันมีวิธีเดียวที่จะแยกทั้งคู่ออกจากกันได้”

“อเล็กซ์...”

“...นั่นก็คือความตาย” แสงที่สะท้อนเข้าคมมีดทำให้หัวใจคนมองแหลกสลาย

“ไม่...”

“อย่าทำหน้าหวาดกลัวฉันขนาดนั้น” คมมีดถูกลดระดับลงก่อนนัยน์ตาสีฟ้าจะมองไปยังลิฟต์โดยสารที่เพิ่งลงมาจอด “แน่นอนว่าคนคนนั้นไม่ใช่นาย...ฮานะ

 

 

 

____________________________________________

 

ตอนนี้มีเจ้าแฝดมาป่วนลุงพีทด้วยฮับบบ

ใกล้แล้ววววว อีกแค่3ตอนเท่านั้นก็จบแล้วค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ยังคงอยู่เป็นกำลังใจให้เด้นและฮานะมาถึงตอนนี้นะคะ

อีกอึ้บเดียวเท่านั้นนนน > <

 

ส่วนอเล็กซ์จะได้รับบทเรียนไหมนั้น...

ต้องบอกว่า What goes around comes all the way back around ฮะ 5555555

เจอกันตอนหน้านะคะ <3

ฝาก #ดอกไม้ของพีท และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้พันไมล์ด้วยนะคับบบ

ความคิดเห็น