Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 15

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.2k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 15
แบบอักษร

15. 

ในห้วงความฝันอันมืดมิด ลี่ชิงรู้สึกถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวและหนาวเหน็บ ทว่าพอลืมตาขึ้นกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบกาย

ดวงตาเรียวรีที่หนักอึ้งจับจ้องใบหน้าคร้ามคมของคนที่กำลังหลับใหลนิ่ง พลันน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วก็ไหลมาคลอหน่วย ใบหน้าเรียวซุกซบเข้าหาอกกว้าง

แรงสั่นเทิ้มทำให้เฟิงหลงรู้สึกตัวตื่น แล้วท่อนแขนที่โอบอยู่รอบตัวของอีกคนก็กระชับแน่นขึ้น

ไม่มีเสียงปลอบโยนหรือพูดคุยใด มีเพียงร่างกายที่เป็นหลักพึ่งพิงให้ขณะลี่ชิงกำลังอ่อนแอ

“อาบน้ำไหม” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อคนในอ้อมแขนสงบลงแล้ว เมื่อคนถูกถามพยักหน้ารับจึงลุกเดินอ้อมเตียงไปอีกด้าน ก่อนจะช้อนร่างเพรียวขึ้นอุ้ม

ลี่ชิงตกใจเล็กน้อย แล้ววินาทีต่อมาก็หลับตาลงให้อีกคนอุ้มไปอาบน้ำแต่โดยดี

หัวใจที่อ่อนแรงส่งผลถึงร่างกาย ราวกับไร้เรี่ยวแรงจะทำอะไรจนร่างสูงเป็นฝ่ายทำให้ทั้งหมด

เสื้อผ้าที่ยังคงอยู่ในชุดเมื่อวานถูกถอดออก ร่างกายเปลือยเปล่าถูกอุ้มไปวางใต้ฝักบัว อาบน้ำชำระร่างกายด้วยมือหนา เสร็จแล้วก็ถูกเช็ดตัวและใส่ชุดคลุมอาบน้ำให้ ก่อนจะพาไปที่อ่างล้างหน้า

มีเพียงสิ่งเดียวที่ลี่ชิงทำเอง นั่นคือการแปรงฟัน

“ฉันอาบน้ำครู่เดียว”

เฟิงหลงเอ่ยบอกคนที่ตัวเองแต่งตัวให้เหมือนลูก เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับก็หมุนตัวกลับไปยังห้องน้ำ ใช้เวลาจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว

“ลงไปกินมื้อเช้ากัน”

คราวนี้ลี่ชิงเดินลงไปเองโดยไม่ต้องให้อุ้ม ถึงอย่างนั้นก็มีท่าทีเลื่อนลอยจนเฟิงหลงต้องจับมือเอาไว้

“ฉันให้คนที่บ้านทำข้าวต้มปลามาให้ กินสักหน่อยนะ”

ลี่ชิงพยักหน้ารับ พออาหารถูกวางลงตรงหน้า ก็หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปากช้าๆ ผ่านไปสักพักมือบางก็วางช้อนลง หยิบแก้วน้ำมาดื่ม แล้วเช็ดปากเป็นอันว่าอิ่ม

เฟิงหลงมองข้าวต้มที่พร่องลงไปในระดับที่พอรับได้แล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อกินของตัวเองหมดก็ส่งสัญญาณให้คนมาเก็บโต๊ะ

“เดี๋ยวสายๆ แม่เธอจะมาหา”

“อืม”

“อยากขึ้นไปนอนต่อไหม”

ลี่ชิงพยักหน้ารับ ความจริงไม่ได้รู้สึกง่วง แต่อยากอยู่กับตัวเอง โดยมีคนตัวโตเดินขึ้นไปส่ง

“ฉันอยู่ข้างล่าง มีอะไรก็ลงมาหรือไม่ก็โทรมา”

ดวงตาเรียวรีช้อนมองคนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง มองใบหน้าที่เจือด้วยความเป็นห่วง ความรู้สึกและการกระทำที่ไม่คาดว่าจะได้รับทำให้รู้สึกซาบซึ้งจนต้องโถมตัวไปกอดร่างหนา

“ขอบคุณนะครับ”

น้ำเสียงนั้นสั่นพร่า ขณะที่คนถูกขอบคุณก็รับคำขอบคุณนั้นด้วยการลูบไล้แผ่นหลังบางแผ่วเบา

“พักผ่อนซะ”

เฟิงหลงผละกายออกห่างแล้วทาบทับริมฝีปากลงบนปากบางแนบแน่น จากนั้นก็ลุกเดินออกจากห้องไปเพื่อให้ลี่ชิงได้พักผ่อน

--

ลลิตาก้าวขาเข้าบ้านที่มานับครั้งได้ด้วยใบหน้าราบเรียบ บอดี้การ์ดที่ยืนประจำเป็นจุดๆ ค้อมศีรษะทำความเคารพ ร่างบางเดินตรงไปยังห้องอาหารเพราะรู้ดีว่าเป็นเวลามื้อเช้าของบ้านหลังนี้ เมื่อเดินไปถึงห้องรับประทานอาหาร คนทั้งสี่ก็หันมามองอย่างพร้อมเพรียง

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

ลลิตาพูดขึ้นโดยไม่สนใจสายตาที่พุ่งมาอย่างรุนแรงคู่หนึ่ง

“เอาไว้กินข้าวเสร็จค่อยคุยกัน” หวังอี้หย่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ฉันจะคุยเดี๋ยวนี้ค่ะ”

“...”

“รบกวนคุณไม่นาน...แค่มาบอกว่าฉันจะหย่า

“ลิน!” คนฟังเรียกชื่อภรรยาตามกฎหมายเสียงดัง ร่างสูงใหญ่ลุกพรวด มองแววตาที่แสดงออกแน่วแน่อย่างวูบโหวง

ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเกือบยี่สิบห้าปีมันนานพอจะให้รู้สึกผูกพัน

สาเหตุของการมานั้น แม้แต่คนอื่นยังตกใจ

“ฉันอดทนมาถึงวันนี้ก็เพื่อลูก แต่สิ่งที่คุณทำกับลูกเมื่อวานมันทำให้ฉันหมดความอดทน” น้ำเสียงนั้นมั่นคง ไม่มีสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

ทำร้ายกันทางคำพูดและจิตใจยังไม่เท่ากับทำร้ายร่างกาย

ลลิตาไม่อาจอดทนได้อีก...เธอเลี้ยงลูกมาอย่างดี ประคบประหงมดังไข่ในหิน ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แล้วผู้ชายตรงหน้านี้มีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายแก้วตาดวงใจของเธอ

ต่อให้เป็นผู้ให้กำเนิดก็ไม่มีสิทธิ์นั้น ความรุนแรงไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครเลยสักคน

“ส่งทนายมาคุยกัน แบ่งสินสมรสได้เมื่อไหร่ก็เซ็นใบหย่าเมื่อนั้น...กินข้าวให้อร่อยนะคะ”

พูดในสิ่งที่ต้องการจบลลิตาก็หมุนตัวออกจากตรงนั้น ก้าวออกจากบ้านอย่างมั่นคง ไร้ความเสียใจหรือใจหายใดๆ

เธอเสียใจมามากพอแล้ว เสียใจจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

--

รอยมือบนแก้มของลี่ชิงค่อยๆ จางลงตามลำดับ ก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยมีในเวลาไม่กี่วัน ร่องรอยภายนอกอาจจางหาย แต่ภายในใจยังคงเป็นแผลลึก

เวลาทำงานลี่ชิงเป็นปกติทุกอย่าง ความสามารถไม่มีขาดตกบกพร่องหรือลดน้อยลง นอกเวลางานก็ไม่ได้มีท่าทีที่ดูน่าเป็นห่วงมากนัก

ข้อดีคือลี่ชิงรู้ว่าควรจะมองโลกอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา

“แม่จะหย่ากับป๊าเหรอ” ลี่ชิงถามขึ้นขณะกำลังนั่งห้อยขาอยู่ตรงศาลากลางน้ำ

“จ้ะ”

“เสียใจไหม”

คนถูกถามยิ้มรับบางๆ

“สิ่งที่แม่เสียใจคือการที่ลูกเสียใจ...ถ้าห่างกันแล้วอะไรๆ คงดีขึ้น แต่ลี่ชิงก็อย่าลืมว่าเขาคือพ่อนะลูก คือคนที่ทำให้เราเกิดมา ถ้าวันหนึ่งป๊าลำบากเราก็ต้องช่วยเหลือ”

ลลิตาวางมือลงบนหัวลูกพลางลูบไล้ไปมา

“ไม่ลืมหรอก วันข้างหน้า...เวลาอาจทำให้เราคุยกันได้ดีกว่านี้” ลี่ชิงตอบแล้วหันไปมองท้องฟ้าที่ทอแสงอย่างสดใสตรงหน้าด้วยความหวังว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

“ใช่จ้ะ แม่ว่าจะอยู่ดูแลคุณยาย ลี่ชิงอยากออกไปอยู่คนเดียวไหม”

คนถูกถามส่ายหน้าปฏิเสธ

“อยู่กับแม่กับยายนี่แหละ”

“แต่ยังไงอีกหน่อยก็คงไม่ได้อยู่แล้ว จะเป็นคนของตระกูลจางเต็มตัวแล้ว” คนเป็นแม่เอียงคอมองหน้าลูกพลางระบายยิ้มเย้าหยอก ด้านลี่ชิงก็ดึงสายตากลับก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเบา

“ไหน่ไนบอกว่าฤกษ์แต่งอีกตั้งนาน”

“กลัวแต่เฟิงหลงจะแต่งโดยไม่รอฤกษ์”

“ไม่หรอก เขาคง...แค่กำลังเริ่มรู้สึกเท่านั้น” แม้เวลานี้ความสัมพันธ์จะเป็นไปด้วยดี แต่ลี่ชิงไม่คิดหลงระเริงหรือวาดฝันเกินความจริง

หากวันหนึ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด เราก็ต้องมีสติที่จะรับมือ

“ไม่ว่ายังไงตอนนี้มันก็ดีสำหรับลูกแล้ว รักษาน้ำใจและดูแลกันให้ดีๆ นะ”

คนที่มีประสบการณ์มาก่อนเอ่ยบอกหลักการสำคัญของชีวิตคู่ โดยที่คนเป็นลูกก็พยักหน้ารับ จากนั้นก็เอียงหัวซบลงบนไหล่เพื่อออดอ้อนแม่

“ผมรักแม่นะ”

“แม่ก็เหมือนกันจ้ะ”

--

เย็นวันศุกร์ เฟิงหลงเปิดประตูเพนต์เฮาส์เข้าไปแล้วก็ต้องขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อไร้เงาของร่างเพรียวที่ปกติจะเดินออกมารับ เสื้อสูทบนแขนถูกพาดไว้กับพนักโซฟา ขายาวก้าวสำรวจไปทั่ว ก่อนเสียงทำอาหารจะแว่วเข้าหูเมื่อเดินไปแถวห้องครัว จากนั้นลี่ชิงก็ถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง

“ตกใจหมดเลย” คนถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งเล็กน้อย

“ทำอะไร”

“มีหลายอย่าง ของโปรดคุณทั้งนั้น”

เฟิงหลงชะโงกหน้าไปมองหม้อบนเตาที่บางอย่างก็ทำเสร็จแล้ว

“ไปอาบน้ำก่อนไหม จะได้สบายตัว” ลี่ชิงปิดเตาเมื่อซุปในหม้อได้ที่ จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับคนที่เพิ่งกลับมา

เฟิงหลงมองเข้าไปในดวงตาเรียวรี เมื่อเห็นความเศร้าเบาบางลงก็วางใจแล้วพยักหน้าตอบรับคำถามก่อนหน้า

“ช่วยฉันอาบหน่อย”

คนร่างสูงพูดหน้าตาย ต่างจากคนฟังที่เลิกคิ้วขึ้น ริมฝีปากฉีกยิ้มน้อยๆ

“ปกติก็อาบเองได้นี่”

“ตอนนี้ไม่ปกติ...ไม่ปกติมาสองสัปดาห์แล้ว”

ประโยคนั้นมีความนัยแฝงมาจนลี่ชิงมองหน้าคนพูดอย่างซาบซึ้ง

ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์คุณเฟิงไม่เคยรบเร้าทำเรื่องแบบนั้นเพราะสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของเขา อีกฝ่ายอดทนอดกลั้นทั้งที่มันเป็นเรื่องยากลำบาก

แม่บอกว่าหน้าที่ของ...เมีย ไม่อาจขาดตกบกพร่องได้ เพราะความต้องการเป็นเรื่องธรรมชาติ

“รู้ครับ แต่ว่ากินข้าวกันก่อนนะ”

“มัดจำก่อน”

มือบางยกขึ้นกั้นริมฝีปากได้รูปที่ตั้งท่าจะฉกวูบลงมา การกระทำนั้นเรียกเสียงร้องในลำคออย่างขัดใจให้ดังขึ้น

“เดี๋ยวเลยเถิด” ลี่ชิงเตือนคนตรงหน้า เมื่อเห็นความหงุดหงิดบนใบหน้าคร้ามคมจึงปลอบประโลมด้วยสัมผัสเบาๆ บนริมฝีปาก “ไปอาบน้ำก่อนเถอะนะ”

ลดน้ำเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนที่สุดท้ายเสียงถอนใจยาวจะดังขึ้นพร้อมกับการรับคำอย่างจำใจ

“ก็ได้”

จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ยอมผละออกห่างแล้วเดินออกจากห้องครัวเพื่อไปอาบน้ำแต่โดยดี

ทันทีที่มื้ออาหารผ่านพ้นไปเฟิงหลงก็เดินอ้อมไปหาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใช้สองมือจับเอวลี่ชิงแล้วยกขึ้นให้นั่งลงบนโต๊ะอาหารตรงที่ไม่มีถ้วยจาน ด้านคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ได้แต่ส่งเสียงร้องเพราะความตกใจ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยห้ามริมฝีปากก็ถูกปิดกั้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด กว่าลี่ชิงจะเรียบเรียงเหตุการณ์ได้เสื้อผ้าก็ถูกถอดออกไปแล้วเรียบร้อย

“คุณเฟิง นี่มันบนโต๊ะอาหาร” เสียงเอ่ยเตือนดังขึ้นอย่างร้อนรนยามปลายจมูกโด่งซุกไซ้ลงบนลำคอที่มีสิ่งขวางกั้น

ขณะที่เฟิงหลงก็กำลังหงุดหงิด เช่นเดียวกับทุกครั้งที่เห็นปลอกคอนี่

“ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามร่วมรักกันบนโต๊ะอาหาร”เสียงทุ้มฟังอู้อี้เมื่อฟันซี่คมกำลังขบเม้มไปทั่วลาดไหล่บาง

เมื่อลี่ชิงได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเห่อร้อน ข้ออ้างที่มักลากไปเปรียบเทียบกับกฎหมายถูกหยิบยกขึ้นมาทุกครั้งที่เอ่ยท้วงเรื่องนี้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยชิน

“งั้นผมขอก่อนว่าอย่าทำรอย” สัมผัสจากริมฝีปากได้รูปหยุดชะงัก “นะครับ...อาทิตย์หน้ามีถ่ายโฆษณา”

คราวนี้เฟิงหลงเงยหน้าขึ้น สายตาคมดุราบเรียบ มีกระแสความไม่พอใจวิ่งวน ประโยคที่เอ่ยออกไปถูกเอ่ยด้วยเสียงเข้มๆ

“โฆษณาอะไร ต้องโชว์อีกแล้วหรือไง”

“มันเป็นงาน” ลี่ชิงพูดด้วยท่าทีใจเย็น ยกมือแนบกับแก้มสาก ไล้ปลายนิ้วไปมาแผ่วเบา “แลกกับอย่างอื่น ยอมทุกอย่างเลย”

พร้อมทั้งเอาใจด้วยเงื่อนไขที่ยอมทุ่มสุดตัว เพียงเท่านั้นท่าทางแข็งกร้าวจากคนตัวโตก็ลดลง แววตาที่ก่อนหน้านี้มีความไม่พอใจเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่ม

“เธอยังติดค้างฉันอยู่”

คนฟังเม้มปากเข้าหากันเมื่อจำได้ดีว่าติดค้างเรื่องใด อีกทั้งคนพูดยังบอกให้ชัดเจนด้วยการถูไถกลางกายเข้าหา ลี่ชิงได้แต่ซบหน้าลงกับอกกว้างแล้วรับคำเสียงแผ่ว

“อือ”

เฟิงหลงยิ้มกริ่ม ก่อนจะรั้งคนที่ซบตัวเองอยู่ให้ผละออก ช้อนปลายคางเรียวด้วยปลายนิ้ว จากนั้นก็ทาบทับริมฝีปากลงไปแนบชิด บดขยี้ริมฝีปากสีสดดั่งใจอยาก ฝ่ามือลูบไล้กายขาวเนียนไปทุกสัดส่วน

แล้วก็ผละออกเพื่อทวงสิ่งที่อีกคนติดค้าง

ลี่ชิงสูดลมหายใจเข้าเพื่อลดความเขินอายและตื่นเต้น ก่อนจะขยับตัวลงจากโต๊ะ คุกเข่าลงตรงหน้าคนที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ จ้องมองชายเสื้อของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

มือที่สั่นไหวเล็กน้อยเอื้อมไปเลิกมันขึ้น จับขอบกางเกงนอนตัวใหญ่แล้วค่อยๆ รั้งลงอย่างเชื่องช้า เพียงแค่เห็นชั้นในสีเข้มใบหน้าก็เห่อร้อน น้ำลายก้อนเหนียวถูกกลืนลงคอ

ลี่ชิงหลับตายามกลั้นใจรั้งขอบกางเกงชั้นในลงมา ปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายวินาทีกว่าจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง

อึก

ขนาดของส่วนที่ยังหลับใหลทำให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ ด้วยระยะอันใกล้จึงสามารถมองเห็นทุกรายละเอียด

มือที่เอื้อมไปสัมผัสมันสั่นเทา เปลือกตาปิดลงอีกครั้งเพื่อทบทวนสิ่งที่เคยดูมา

ริมฝีปากแตะแต้มทำความคุ้นเคย มือจับประคองเอาไว้ ก่อนปลายลิ้นจะแลบออกไปเลียแผ่วเบา

“อืม” สัมผัสเพียงเล็กน้อยทว่าเรียกเสียงครางต่ำได้ทันใด

เฟิงหลงกัดกรามกรอดขณะพยายามสะกดกลั้นความใจร้อนของตัวเอง ให้เวลากับคนไม่เคยทำอย่างใจเย็นทั้งที่ใจจินตนาการไปไกลลิบ

ด้านลี่ชิงก็กำลังพยายามกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้เกร็งไปทุกการสัมผัส ถึงอย่างนั้นก็มีมือหนาที่วางอยู่บนหลังคอคอยชักนำและปลอบโยน จากที่สัมผัสเพียงภายนอกจึงค่อยๆ ใจกล้าสัมผัสด้วยภายใน

ปากเล็กอ้าออกแล้วครอบครองความใหญ่โตอย่างเชื่องช้า

“อืม...ลี่ชิง”

ใบหน้าคมเชิดขึ้นเปล่งเสียงคราง มือสอดเข้าไปขยำผมนุ่มลื่นเบาๆ เพื่อระบายความเสียวซ่าน

ความไม่เป็นงานให้ความรู้สึกที่แตกต่าง สัมผัสที่เป็นไปอย่างเงอะงะไม่ได้ทำให้หมดอารมณ์แต่กลับเพิ่มอารมณ์ไปอีกแบบ

ปากเล็กที่เริ่มครอบครองเพียงส่วนปลายค่อยๆ กลืนกินแท่งร้อนมากขึ้น ทว่าก็ไม่อาจรับได้ทั้งหมด

ลี่ชิงใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นมอบความเสียวซ่านให้อีกคน ระมัดระวังไม่ให้ฟันครูดกับส่วนอ่อนไหว จากนั้นจึงเคลื่อนปากรูดรั้งอย่างเชื่องช้า

เสียงครางต่ำดังสั่นพร่า ก่อนมือใหญ่ที่วางอยู่จะออกแรงให้ต้องขยับเร็วขึ้น

“อื้อ” ลี่ชิงส่งเสียงร้องเมื่อแก่นกายใหญ่ขยายจนคับปาก ถึงอย่างนั้นก็พยายามปรนเปรอร่างสูงใหญ่ตามทฤษฎีที่มีอยู่ในหัว

เกิดเสียงดังขึ้นเมื่อสะโพกสอบขยับถอยห่าง มือหนาเอื้อมมารั้งต้นแขนให้ลุกขึ้น จากนั้นเอวก็ถูกจับยกให้กลับมานั่งที่เดิม ตามมาด้วยริมฝีปากร้อนที่ทาบทับลงมาขบเม้ม สองขาถูกจับให้อ้าออก ปลายนิ้วแข็งแตะลงบนปากทางเข้าที่เริ่มมีน้ำไหลซึม พลันส่วนร้อนผ่าวก็ขยับมาชิดแล้วแทรกเข้าไปในกายรวดเดียว

“อื้อ!!!”

เฟิงหลงขอโทษคนตัวเล็กกว่าอยู่ในใจ ความอดทนที่พยายามมีพังย่อยยับจนไม่เหลือ การเคลื่อนไหวรุนแรงตั้งแต่วินาทีแรก

เสียงครางของคนร่างเพรียวดังอยู่ในลำคอ ร่างกายโยกคลอน เช่นเดียวกับโต๊ะอาหารกว้างที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก

เวลานี้ห้องครัวถูกใช้งานในแบบที่แปลกไป หากลี่ชิงท้วงว่ามันถูกใช้งานกับกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกคนก็คงจะแย้งว่า

ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามร่วมรักกันในห้องครัว 

--

ลี่ชิงตื่นขึ้นพร้อมกับได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์เป็นภาษาจีนเบาๆ เมื่อภาพที่พร่ามัวกลายเป็นชัดเจนจึงเห็นว่าอีกคนนั่งอยู่ขอบเตียง แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่า เผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรเด่นชัด

ลี่ชิงหลงใหลรอยสักนี้ เช่นเดียวกับที่หลงใหลในตัวเจ้าของรอยสัก

สองแขนสอดไปกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง พลางซบหน้ากับหลังกว้างแล้วปิดเปลือกตาลง จากนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มบอกลาปลายสาย

“ฉันทำเธอตื่นหรือ”

ลี่ชิงส่ายหน้าไปมา

“ผมอยากสักลายมังกรแบบคุณบ้าง”

“อย่าเลย เพชรเม็ดนั้นมันเหมาะกับเธอแล้ว”

“Black Diamond...มันคือเพชรสีดำที่มักมีตำหนิเสมอด้วยธรรมชาติของตัวมันเอง ยากต่อการเจียระไน การขัดเงาก็ทำให้เกิดความสวยงามได้ไม่ดีนัก แต่ก็มีความแข็งแกร่งมากที่สุด และทนต่อแรงกดดันได้มากกว่าเพชรชนิดอื่นๆ ...ผมชอบความหมายของมันก็เลยเลือกจะสักรูปเพชร”

“คิดว่าเหมือนตัวเองอย่างนั้นหรือ”

ลี่ชิงหยักหน้ารับ พลางเลื่อนมือขึ้นมาลูบรอยสักบนแผ่นหลังของอีกฝ่ายช้าๆ

“รอยสักคุณ คงมาจากชื่อ”

“อืม แล้วก็มังกรคือสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่”

“เหมือนกับคุณ”

เฟิงหลงเอี้ยวกลับไปหาคนด้านหลัง คล้องท่อนแขนประคองเอวบางเอาไว้ ทอดมองใบหน้าใสของคนที่เพิ่งตื่นนิ่ง

“รู้ไหมว่าอะไรยิ่งใหญ่กว่ามังกร”

“...” คนถูกถามส่ายหน้าไปมา แววตามีเพียงความว่างเปล่าที่บอกว่าไม่รู้

“เมียของมังกร”

“...” คนฟังเม้มปากเข้ากันเพื่อกลั้นความขัดเขิน ความเปลือยเปล่าของร่างกายยิ่งย้ำชัดถึงสถานะของตัวเอง

เมียของมังกร 

“แล้วก็ลูกของมังกร”

กึก

ลี่ชิงชะงักค้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมา ความขัดเขินแปรเปลี่ยนเป็นวูบโหวงเมื่ออีกคนเอ่ยถามถึงบางเรื่อง ใจยิ่งสั่นไหวเพราะความหวาดกลัว

“ปกติรอบฮีตของเธอคือวันที่เท่าไหร่”

“ยี่สิบห้า...แต่ผมกินยาต้านไว้แล้ว” ลี่ชิงเอ่ยตอบเสียงแผ่ว

“ต่อจากนี้คงไม่ต้องกิน”

ลี่ชิงรู้ความหมายของประโยคนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าจึงจืดเจื่อน กลัวความลับที่ปกปิดเอาไว้หลุดออกไปจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ผมหิวข้าวแล้ว”

“งั้นก็ไปอาบน้ำกัน”

เฟิงหลงวาดขาลงจากเตียงพลางช้อนร่างเพรียวที่ไร้เสื้อผ้าขึ้นอุ้มแล้วตรงไปยังห้องน้ำ โดยก่อนจะลงไปกินข้าวก็กินลี่ชิงรองท้องในห้องน้ำไปหนึ่งยก

--

ลี่ชิงมองใบตรวจครรภ์ตรงหน้าด้วยดวงตาไหวสั่น ผลการตรวจยืนยันชัดว่าไม่มีการตั้งครรภ์

แม้จะรู้อยู่แล้ว แต่เวลานี้ความผิดหวังก็ยังท่วมท้นในอก

เขาอยากมีลูกกับคุณเฟิง...

“ลี่ชิงยังมีเวลาอีกมาก ยังไงก็ไปปรึกษากับคนรักดูว่าพร้อมจะมีลูกจริงๆ เมื่อไหร่ คุยกันแล้วก็มาหาหมอ มันยังมีทางและมีโอกาส”

คนเป็นหมอเห็นสีหน้าแห่งความผิดหวังนั้นแล้วจึงเอ่ยบอก

“มัน...มีโอกาสใช่ไหม”

“มีสิ เดี๋ยวนี้วิธีมีลูกทางวิทยาศาสตร์ก็มีตั้งมากมาย”

“ไว้พร้อมก็ค่อยมาหาคุณหมอพร้อมเฟิงหลงนะ” ลลิตาลูบไล้มือของลี่ชิงเพื่อปลอบประโลม

แม้ด้วยอายุแล้วอาจจะเร็วไปสำหรับการมีลูก แต่เธอเข้าใจดีว่าลี่ชิงอยากมีเพราะความรักที่มีต่อเฟิงหลงและความรักเด็ก

คุณหมออธิบายถึงวิธีการมีลูกของลี่ชิงอย่างละเอียด ทำให้คนที่ผิดหวังเริ่มมีกำลังใจ จากนั้นลี่ชิงก็เอาใบผลตรวจไปให้แกเรนดูเป็นการยืนยัน

“บอกเฟิงหลงหรือยัง”

“...” ลี่ชิงส่ายหน้าตอบ

“เขาคงคิดว่ายังไงคุณก็ต้องท้อง”

ลี่ชิงเม้มปากเข้ากัน ก่อนจะพูดออกไปช้าๆ

“เขาอาจจะดีใจที่ผลตรวจออกมาแบบนี้”

จริงอยู่ที่ความสัมพันธ์พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่การมีลูกเป็นเรื่องใหญ่ หมายถึงเราต้องยอมเสียสละชีวิตส่วนตัวไปบางส่วน...บางทีคุณเฟิงอาจจะยังไม่พร้อม

“ผมว่าไม่หรอก เฟิงหลงไม่ดีใจแน่” แกเรนที่รู้จักเฟิงหลงดีพูดขึ้น พลางทอดมองใบหน้าของลี่ชิงที่มีแววของความเศร้าสร้อย “ถึงผมจะโล่งใจเพราะมันเป็นผลดีกับเรื่องงาน แต่ก็เสียใจด้วยถ้าคุณกำลังผิดหวัง... แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งมีลูกในเร็วๆ นี้เลยนะ ถ้าจะมีก็ขอให้บอกผมก่อน”

ลี่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อลดความหนักอึ้งในอกแล้วพยายามคิดถึงข้อดีมากมายของเรื่องนี้

“คงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกครับ ยังไงก็ต้องทำงานก่อน”

แกเรนพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดถึงเรื่องงานเพื่อไม่ให้ลี่ชิงจมจ่อมอยู่กับความผิดหวังนั้น

“งั้นเรามาคุยเรื่องการถ่ายโฆษณาพรุ่งนี้กันดีกว่า”

--

เฟิงหลงรู้สึกว่าเสาร์อาทิตย์เป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นจนอยากจะคุยเรื่องการมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์อย่างจริงจังกับลี่ชิง คนที่นั่งทำงานไปถอนใจไปทำให้เฉินที่ยืนอยู่ไม่ห่างรู้สึกอ่อนล้าตาม

“แวะไปคุยงานกับคุณแกเรนหน่อยไหมครับ”

เฟิงหลงชะงัก หันไปถามคนสนิทพร้อมเลิกคิ้วขึ้น

“ทำไม”

“ก็เผื่อเจ้านายอยากไปเช็กผลประกอบการของเงินที่ลงทุนไป”

สีหน้ายุ่งยากใจในนาทีก่อนคลายลงเมื่อคิดขึ้นได้ว่าสามารถเจอลี่ชิงโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เย็นวันศุกร์มาถึง

“ก็ดีเหมือนกัน...งั้นโทรถามแกเรนให้ด้วยว่าลี่ชิงเข้าสตูดิโอวันไหน”

“อันนี้อยากรู้เพราะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวครับ?” เฉินเอ่ยถามอย่างเย้าหยอก แล้วก็ได้รับสายตาเข้มๆ กลับมา

“เรื่องไหนมันก็เรื่องของฉัน แกแค่ทำตามคำสั่งก็พอ!”

--

ร่างสูงใหญ่พร้อมด้วยคนสนิทที่เดินเข้ามาในสตูดิโอทำให้ทีมงานสองสามคนที่มองลงไปเห็นหันมากระซิบกระซาบหวีดร้องกันกับความดูดีของจางเฟิงหลง หรือที่ใครๆ เรียกว่าอาร์เธอร์ จาง

“สรุปเรื่องแหวนว่ายังไง” หนึ่งในสามคนนั้นเปิดประเด็น

“ยังไม่มีใครรู้ แต่เขาว่ากันว่าคุณอาร์เธอร์น่าจะมีเจ้าของแล้ว”

“อยากเป็นคนนั้นนนน”

“อัลฟ่าชั้นสูงแบบเขาไม่มาสนใจโอเมก้าแบบเราหรอก ตื่นค่ะ!”

“ผมไม่เชื่อว่าคุณจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลเรื่องงาน” แกเรนพูดขึ้นเมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาหลังจากการเคาะเพียงสองครั้ง ร่างสูงใหญ่ของเฟิงหลงสูงเกือบเท่าประตูจนต้องก้มศีรษะลงเล็กน้อย

“ฉันจะมาเช็กผลของเงินที่ลงทุนไปไม่ได้หรือไง” เฟิงหลงถามกลับพร้อมทั้งทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ ขณะที่คิ้วก็เลิกขึ้น

“ทั้งที่เมื่อก่อนผมหอบบัญชีไปให้ดูถึงที่คุณก็ยังไม่สนใจน่ะนะ?”

“...” คราวนี้คนถูกถามได้แต่เงียบ เพราะไม่มีข้ออ้างใดจะพูด จนแกเรนหลุดหัวเราะ โคลงศีรษะมองคนตรงหน้าอย่างอ่อนใจ

“ลี่ชิงยังมาไม่ถึง”

“อืม”

“อยากดื่มอะไรไหม”

“ขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”

ร่างสูงเพรียวของแกเรนลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปเอาน้ำมาต้อนรับแขกกิตติมศักดิ์ ขณะที่เฟิงหลงก็กวาดตาไปทั่วห้องทำงานนี้เพื่อฆ่าเวลา

ทุกอย่างบนโต๊ะของแกเรนถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ มือหนาเอื้อมไปหยิบปฏิทินที่มีโน้ตถูกเขียนเอาไว้มากมายขึ้นมาดู จากนั้นก็วางลงที่เดิม

ทว่ามือกลับชะงักเพราะเหลือบไปเห็นกระดาษที่ก่อนหน้านี้ถูกปฏิทินวางทับเอาไว้ สิ่งของในมือจึงถูกวางลงอีกที ก่อนกระดาษแผ่นนั้นจะถูกหยิบมาดูด้วยความอยากรู้ว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร

เฟิงหลงกวาดตาอ่านอย่างไม่ใส่ใจ แต่ชื่อในหน้ากระดาษกลับสะดุดตา

หวังลี่ชิง

กลายเป็นต้องอ่านข้อความบนนั้นอย่างละเอียด ใจวูบโหวงขึ้นมาเพราะเป็นเอกสารของผลตรวจจากโรงพยาบาล แล้วความวูบโหวงก็ยิ่งมากขึ้นเมื่อเห็นประโยคที่อยู่ส่วนท้าย

Urine Pregnancy Test : Negative 

แกร๊ก

คนที่เปิดประตูเข้าห้องมาชะงักเมื่อเห็นว่าในมือของเฟิงหลงมีกระดาษบางอย่าง แกเรนใจหล่นวูบ พยายามคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่ แล้วก็ได้รู้ว่าคำร้องขอนั้นไม่เป็นผลเพราะร่างสูงลุกขึ้นแล้วหันกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้า

“นี่มันเอกสารอะไร”

“เฟิง...”

“ฉันถามว่ามันคือเอกสารอะไร!” เสียงทุ้มดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่เสียงที่ดังจากความกรุ่นโกรธ แกเรนเห็นดวงตาคมที่เจือความเสียใจและผิดหวัง

เฟิงหลงกำลังเสียใจที่ลี่ชิงไม่ได้ท้อง

“ผมว่าเรื่องนี้คุณรอคุยกับลี่ชิงเองดีกว่านะ”

เขาได้แต่ตอบอีกฝ่ายไปเพียงเท่านั้น

TBC. 

 

คุณเฟิงนี่กินน้องเก่งมากเลยนะคะะะะ 

นี่ชิงชิงหรือข้าว โดนกินวันละสามเวลาขนาดนี้>////< 

ฮื่อ ตอนหน้าจะเป็นยังไงต่อนะ มาลุ้นและมาเป็นกำลังใจให้ลี่ชิงกันนะคะ 

ฝากเมนต์และฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยน้า~ 

 

ความคิดเห็น