memim18

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3 มาเริ่มต้นกันเถอะ (3)

ชื่อตอน : ตอนที่3 มาเริ่มต้นกันเถอะ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 มาเริ่มต้นกันเถอะ (3)
แบบอักษร

 

เสวี่ยเฟินรู้จักกับหยี่ฟานที่ร้านกาแฟร้านโปรด ตอนนั้นเป็นเธอเองที่เดินไม่ระวังไปชนเขาเข้า เสื้อผ้าเขาเปื้อนชาเขียวของเธอจนน่าเกลียด เธอจึงขอโทษด้วยการพาเขาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เจอกันอยู่เรื่อยๆจนคบหากันอยากเปิดเผย ปีนี้เป็นปีที่สามแล้วที่ทั้งสองตกลงคบกันในฐานะแฟน 

ฐานะทางบ้านของเขาก็ธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่เสวี่ยเฟินเองก็ไม่ใช่คนที่รักในเงินทองจึงไม่สนใจเรื่องนี้ อาจจะเรียกว่ามองข้ามไปเลยด้วยซ้ำ หลังจากที่คบกันได้หนึ่งปีทางบ้านของหยี่ฟานก็เริ่มมีปัญหา  

เขาเล่าให้เธอฟังว่าก่อนหน้านี้แม่ของเขาทำงานเป็นคนดูแลต้อนรับในโรงแรมห้าดาว มีเงินเก็บพอใช้เหมือนกับคนทั่วๆไป แต่ด้วยว่าโรงแรมนั้นต้องการรับเด็กใหม่เข้าทำงานจึงไล่แม่เขาออก เมื่อตกงานบวกเข้ากับความเครียดแม่ของเขาก็เริ่มหาเงินทางอื่น นั่นคือ แม่ของเขาเล่นพนันแทบทุกอย่างจนติด แรกๆก็ได้เงินกลับมาคืนหนึ่งจำนวนมาก แต่อย่างไรเสียเงินที่ได้มาด้วยความร้อนก็มักจะมอดไหม้ได้ทุกเมื่อ และพอเวลาผ่านไปเงินที่เคยได้กลับกล้ายเป็นเงินที่ต้องเสีย พนันที่แผดเผาเหลือเพียงคำว่าหนี้ไว้ให้แก่เขาที่เป็นลูกชาย  

ส่วนพ่อก็ทำงานกลางทะเลนานๆจะกลับมาที เงินที่ต้องได้จากพ่อนั้นต้องรอครึ่งปีถึงจะได้รับหนึ่งที ทำให้เขาต้องหาเงินชดใช้หนี้สิน แต่แม่เขาก็ชอบแอบไปเล่นอาทิตย์ละสองสามครั้ง นานเข้าก็ดอกก็เริ่มบาน หนี้ก้อนโตจึงถูกหยิบขึ้นมาท้วงโดยเจ้าหนี้ และนั่นทำให้เสวี่ยเฟินในฐานะแฟนต้องยืนมือเข้าช่วยเหลือทุกครั้งไป ด้วยว่าเป็นทีพึงที่เดียวที่เขาพอจะมี 

เสวี่ยเฟินใช้นิ้วหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้นวดคลึงเบาๆลงบนคิ้ว เธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ววันนี้เธอเหนื่อยอะไรกันแน่  

 

 

เช้าแรกของการเริ่มต้นเรียนใหม่กลับดูวุ่นวายไม่น้อย เพราะเสวี่ยเฟินต้องใช้เวลาในการขับรถด้วยตัวเองจากบ้านไปคณะ กว่าที่เธอจะขับรถฝ่าเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด มันอึดอัดราวกับเธอติดอยู่ในลิฟต์ขนาดแคบท่ามกลางคนตัวอ้วนสิบคนมาได้ แล้วยิ่งเธอที่นานทีปีหนจะขับรถมาเองย่อมต้องหาที่จอดนั้นยากเฉกเช่นเดียวกับสอดด้ายเข้ารูเข็ม ทำให้เป็นเช้าแรกที่เธอต้องใช้มือปาดเหงื่อออกจากใบหน้า 

เสวี่ยเฟินก้าวเท้าเรียวยังไม่ทันจะเหยียบลงบนพื้นก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกประหนึ่งแม่ค้าขายของที่ตลาดมายืนตะเบ็งฝีปากอยู่หน้าตึกคณะ 

“ซวี่กวางนะซวี่กวาง” เสวี่ยเฟินส่ายหน้าเบาๆ ไม่รอช้าก้าวเท้าลงจากรถเบนซ์สีขาวคันงาม พุ่งตรงไปยังจุดที่เพื่อนฝีปากดุจแม่ค้าของเธอยืนอยู่ 

“คิดถึงงง ม๊วก ม๊วก” ซวี่กวางเอ่ยด้วยสีหน้าดีอกดีใจจนเกินหน้า เธอยืนตัวตรงปล่อยให้เพื่อนจูบแก้มซ้ายขวาจนพอใจ 

“ทำไมยังไม่เข้าเรียน?” เสวี่ยเฟินที่ถูกปล่อยจากพันธการรอยจูบของซวี่กวางก็เอ่ยถาม พลางใช้มือปัดแก้มที่เปื้อนน้ำลายเบาๆ 

“วันนี้อาจารย์ไม่สอน เห็นว่าติดงานนิดหน่อยนะ” ฉิงเล่อที่ยืนอยู่เงียบๆก็เปิดปากบอก เสวี่ยเฟินหันไปมองอีกฝ่ายพลางอมยิ้มเล็กน้อยเป็นการตอบรับคำของเพื่อน 

“เสี่ยวเฟินตอนเย็นไปไหม?” ซวี่กวางเอียงศีรษะส่งแววตาขบขันหยอกล้อให้เสวี่ยเฟิน 

“ไปไหน?” เสวี่ยเฟินไม่เข้าใจคำถามของซวี่กวางว่าหมายความถึงอะไร จึงมีสีหน้างุนงงอยู่บนใบหน้า ซึ่งเธอไม่รู้อะไรจริงๆก็เลยถามออกไปด้วยใบหน้าแบบนั้น 

“กิจกรรมสร้างสรรค์ของคณะไง ไอ่นั่นอ่ะ ที่จะมีน้องใหม่เข้ามาอ่ะ” 

กิจกรรมสร้างสรรค์ที่ซวี่กวางพูดถึงนั้นเป็นกิจกรรมประจำทุกปี เพื่อต้อนรับน้องใหม่ที่เข้ามาเรียนไม่ว่าจะเรียนปริญญาตรี โท หรือเอก ก็ต้องเข้าร่วมกันหมดไม่มีใครรอด โดยผู้ใหญ่ของสมาคมให้คำพูดไว้ว่า ‘เป็นการต้อนรับ และสานสัมพันธ์ของเด็กในคณะ’ 

“หืม? แล้วแกจะไปไหม ฉิงเล่อ” เสวี่ยเฟินหันไปถามเพื่อนอีกคนที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ ใครไม่รู้จะคิดว่าเป็นหุ่นตั้งโชว์เอาได้ง่ายๆ 

ฉิงเล่อกลอกตาไปมาเล็กน้อย ท่าทางกำลังเหมือนคนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “วันนี้ไม่มีตารางงาน”  

จะนิ่ง จะเงียบ หรือจะเย็นชาก็ไม่ว่าอะไร แต่กับสิ่งที่เพื่อนถามไปทำไมฉิงเล่อต้องโหดร้ายด้วยนักก็ไม่รู้ เสวี่ยเฟินเองชินแล้ว แต่มันก็ดูแปลกๆดูห่างเหินมากๆ หรือเราต้องหาเวลาปาร์ตี้สักคืนดีไหมนะ เสวี่ยเฟินเริ่มลีสแพลนงานสำหรับเพื่อนทั้งแก๊งไว้ในหัวเสียแล้ว 

“ตกลงตามนี้นะ ข้าวของรวมถึงกระเป๋าเราก็ไม่ได้หนักอะไรไม่ต้องหาที่ว่างหรอกเนอะ ไปกันเร็ว!”ซวี่กวางดูเป็นบุคคลที่กระตือรือร้นสำหรับเรื่องนี้มากที่สุด ผิดกับปีก่อนที่เธอเอาแต่บอกว่าไม่ไป บางครั้งก็แอบอู้งาน แต่ก็นั่นแหละ ปีก่อนเป็นพี่ที่ต้องดูแลน้อง ปีนี้เป็นแค่พี่ที่ร่วมคณะปีสามเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่อะไรมาก ซวี่กวางจึงกระปรี้กระเปร่าผิดปกติไปสักหน่อย 

คงอยากเจออะไรสนุกมากกว่า... 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์นั้นไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ต่างคนต่างเรียน ช่วยเหลือกันบ้างยามจำเป็น อ่อ จริงๆคือไม่มีกฎที่น้องต้องเคารพพี่ เพราะมันไร้สาระ บางคนเรียนปริญญาตรี บางคนก็เข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาโท บางทีคนที่มาเรียนใหม่อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่แก่กว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าด้วยซ้ำไป ดังนั้นกฎข้อนี้จึงถูกตัดออกไปตั้งแต่ก่อนที่เสวี่ยเฟินจะเข้าเรียน 

ความคิดเห็น