matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักที่ 61 (100%)

ชื่อตอน : กับดักที่ 61 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.6k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2559 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 61 (100%)
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 61 -

 

            ร่างบางวิ่งเล่นไปตามชายหาดอย่างร่าเริง พร้อมกับแมวสีขาวตัวอ้วนกลมที่วิ่งเล่นกับเจ้าของเหมือนตัวเองเป็นหมาไม่มีผิด เสียงกระดิ่งคอกับเสียงหัวเราะดังคลอกันไปลั่นหาด ทำเอาใครที่ได้เห็นภาพต่างก็พากันอมยิ้มอย่างเอ็นดู

 

 

            “โธ่!!! ไอ้โมก!!! ไอ้แมวขาสั้น!!! วิ่งแค่นี้ก็ทำเหนื่อย” เลิฟที่วิ่งนำหน้าแมวไปแล้วพอสมควรต้องหันหลังวิ่งกลับมาหาแมวตัวอ้วน ที่นอนลิ้นห้อยแผ่หลาหมดสภาพอยู่กลางผืนทราย

 

            “ก็เพราะแบบเนี่ยปอถึงบอกว่าขี้เกียจเอาแต่กิน” เลิฟเอานิ้วจิ้มลงพุงกลมๆของโมกอย่างหมันเขี้ยวก่อนจะอุ้มมันขึ้น เพราะดูท่าแล้วมันคงจะไม่เดินต่อเองแน่ๆ    

 

 

            เมี๊ยวววววโมกส่งเสียงออดอ้อนเจ้าของมันอย่างรู้งาน เอาหัวถูไถไปมาจนเลิฟต้องอมยิ้มให้กับความน่ารักของมัน

 

            “โอ๊ะ!! โอ๊ย!!” เลิฟร้องออกมาเสียงดังเพราะจังหวะที่หมุนตัวจะเดินต่อ เขาก้าวขาพลาดทำให้สะดุดแล้วล้มลงเข่ากระแทกพื้น

 

            “กูบอกให้ระวังไงวะ” ปอที่เดินมาตามมาไม่ห่างเอ็ดเลิฟดุๆ แล้วรีบสาวเท้าเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จับขาของเลิฟให้เหยียดยาวแล้วพลิกไปมา ตรวจดูจนแน่ใจก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

            “เลิกทำหน้าแบบนี้ได้แล้วมันผ่านมา 2 ปีแล้วนะปอ...2 ปีแล้ว” เลิฟลูบแก้มสากอย่างปลอบโยนแววตาคมไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะปรับให้มันกลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม

 

            ใช่...เหตุการณ์ทั้งหมดมันผ่านมานานถึง 2 ปีแล้ว แต่ภาพที่คนตรงหน้านอนจมกองเลือดในสภาพหายใจรวยริน ภาพที่อีกฝ่ายหัวใจหยุดเต้นและต้องปั้มหัวใจเพื่อดึงให้อีกฝ่ายกลับมา มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำและตามหลอกหลอนไม่ไปไหน

 

            ร่างกายในอ้อมแขนที่เย็นลงเรื่อยๆกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งที่ยังคงติดอยู่ปลายจมูก วินาทีแห่งการรอคอยความช่วยเหลืออันแสนทรมาน ยมทูตที่มองไม่เห็นตัวตนแต่พร้อมจะมาพาอีกคนจากไป ทุกความกลัวทุกสัมผัสมันยังคงตอกย้ำและซ้ำเติมเสมอจนถึงทุกวันนี้ ว่าครั้งนึงเขาเคยเกือบจะเสียอีกครึ่งหนึ่งในชีวิตไป

 

            ...

            ...

 

            ฝ่ามือหนาสองข้างถูกบีบเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด แต่มันไม่เจ็บเท่าก้อนเนื้อในอกที่เต้นอ่อนแรงกับวินาที่แห่งความเป็นความตาย นานนับหลายชั่วโมงเข้าไปแล้วที่เจ้าของหัวใจเขาอยู่ในห้องผ่าตัด ไม่มีการบอกกล่าวถึงอาการใดๆทั้งสิ้นจากปากหมอ นอกจากความวุ่นวายของเหล่าพยาบาลที่วิ่งเข้าวิ่งออกอยู่เป็นระยะ กับใบหน้าที่แสดงความเครียดขึงรวมทั้งแววตาหนักใจจากหมอผู้รักษา

 

            เวลาแต่ละนาทีเดินไปเชื่องช้าอย่างทรมาน   ทุกคนต่างรอคอยปาฏิหารย์ด้วยความหวัง ภาวนาให้บุคคลผู้เป็นที่รักปลอดภัยและกลับมาส่งยิ้มให้พวกเขาอีกครั้ง

 

            ดวงตาคมของปอมองต่างหูกับสร้อยคอในมืออย่างเจ็บปวด กำของสองซึ่งไว้ในมือแน่นจนรู้สึกเจ็บแต่มันไม่ได้แม้เสี้ยวเดียวของหัวใจที่เจ็บเลยสักนิด ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกำลังเป็นแผลเหวอะหวะ มันกำลังกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและทรมาน สิ่งเดียวที่ร้องขอในตอนนี้ขอให้คนรักเขาเขาปลอดภัย จะกลับมาในสภาพไหนก็ได้แต่ขอร้อง...ขอให้กลับมา

 

            แกร๊ก!!!

 

            การรอคอยอันแสนยาวนานสิ้นสุดลงพร้อมๆกับร่างของความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่ก้าวออกมา ปอเงยหน้าสบตากับหมอผู้รักษาด้วยแววตาสั่นระริก เขากำลังกลัว...กลัวว่าสิ่งที่ได้ยินจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จริงๆว่าชีวิตที่เหลือจะอยู่ยังไง เพราะเขาลืมไปแล้ว...ลืมมันไปนาน กับการที่อยู่ตัวคนเดียว

 

            คุณหมอสบตากับทุกคนที่มองมาช้าๆแล้วถอดหน้ากากอนามัยออก พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้

 

            “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ” สิ้นคำพูดของหมอหัวใจที่เหี่ยงเฉาใกล้ตายของปอ เหมือนได้รับการรดน้ำพรวนดินจนกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง หัวใจของเขา คนรักของเขา ในที่สุดก็กลับมา

 

            ท่ามกลางรอยยิ้มยินดีจากทุกคนที่เฝ้ารอ ป้องที่แยกตัวออกไปรับโทรศัพท์ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมใบหน้าเคร่มขรึม ร่างสูงเดินไปจับบ่าน้องชายที่ร่างกายพอๆกันแล้วบีบเบาๆ

 

            “เราได้ตัวมันแล้ว” แววตาของปอเรียบสนิทและว่างเปล่าทันทีที่ได้ยิน

 

 

            “รีบไปรีบมานะพี่ชายเลิฟคงอยากตื่นมาเจอหน้าปอเป็นคนแรก” ปรางส่งยิ้มให้บางๆแล้วกอดพี่ชายตัวเองแน่น

 

            “มึงไปเถอะเดี๋ยวทางนี้กูดูให้” ปิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันยกมือขึ้นจับบ่าของน้องชายอีกข้าง

 

 

            “ไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะเป็นกู กูก็ทำ” ปิงบีบบ่าเบาๆแล้วสบตาน้องอย่างเข้าใจ พวกเขาพี่น้องรวมทั้งพ่อกับแม่เข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจครั้งนี้ของน้องชายดี

 

 

            “ฝากด้วยนะ” ปอบอกเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น มองกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดเล็กน้อยก่อนจะเดินตามหลังพี่ชายออกไป วันนี้ทุกอย่างมันต้องจบและจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

 

            ...

            ...

            ปอยืนพิงรั้วริมแม่น้ำแล้วพ่นควันบุหรี่ออกจากปากเรื่อยๆ ก่อนจะทิ้งลงบนพื้นและใช้ปลายเท้าขยี้เบาๆเพื่อดับมัน  เขามาถึงโกดังเก็บสินค้าแถวท่าเรือซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของฮวงหลงในไทยนานพอสมควรแล้วหลังจากที่สั่งการบางอย่างออกไปเขาก็ปลีกตัวออกมาโทรศัพท์กลับไปถามเรื่องของเลิฟ

 

            ปอเดินกลับเข้าไปในโกดังอีกครั้งด้วยความไม่รีบร้อน เดินเข้ามาด้านในสุดก็นั่งมองสิ่งที่ตัวเองสั่งให้ทำด้วยสายตาเย็นชา เสียงกรีดร้องโหยหวนอ้อนวอนขอให้หยุดดังลั่น ภาพของผู้ชายที่ถูกจับล่ามโซ่ในสภาพคลานสี่ขาเหมือนหมา เนื้อตัวเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยแผลจากบุหรี่ที่จี้ลงไป

 

 

            “อ๊ากกกกกกก ปล่อยกู กูขอร้อง กูกลัวแล้ว” เสียงร้องโหยหวนอ้อนวอนของแฮ็คยังคงดังต่อเนื่อง แต่ไม่ได้นำพาให้ปอปราณีหรือสั่งให้ลูกน้องหยุด เขายังคงนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย มองเหล่าชายฉกรรจ์กลัดมันนับยี่สิบคน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขยับโยกร่างกายบนตัวแฮ็คอย่างไม่เดือดร้อน มองเหล่าคนที่หยิบแส้ขึ้นมาเฆี่ยนตีคนตรงหน้าจนได้แผลแตกเหวอะหวะอย่างเฉยเมย

 

            ช่องทางหลังของแฮ็คเต็มไปด้วยน้ำคาวมากมากมายจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร ปากก็ถูกใช้ให้อ้าอมแก่นกายไม่ซ้ำหน้า ต้องรองรับอารมณ์ของทุกคนมานานนับหลายชั่วโมงจนร่างกายเจ็บปวดทรมาน บางครั้งทางด้านหลังก็ต้องรับท่อนรับเข้ามาทีเดียวพร้อมกันสองอัน ต้องรองรับเซ็กซ์วิตถารที่คนจำนวนมากจะสรรหามากระทำต่อตัวเอง เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานของผู้กระทำแต่เป็นช่วงเวลาที่เหมือนตกนรกทั้งเป้นของแฮ็ค

 

            “พอได้แล้ว” ปอสั่งให้ทุกคนหยุดการกระทำแล้วเดินตรงเข้าไปหาแฮ็ค ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวงอย่างถึงที่สุด

 

 

            “มึงรู้ไหมว่ากูรักมันมากแค่ไหน มึงคิดถูกที่เลือกเอาคืนกูด้วยวิธีนี้เพราะกูเจ็บ...เจ็บเหมือนจะตายจริงๆ” ปอกระศีรษะของแฮ็คให้แหงนเงยขึ้นมามองตัวเอง

 

            “กูจะไม่ให้มึงตาย...ถ้ามึงคิดว่าสิ่งที่มึงกำลังเจออยู่ตอนนี้คือนรกกูบอกเลยว่าไม่ใช่” ปอมองแฮ็คด้วยแววตาดุดันพร้อมกับพูดเสียงเหี้ยม

 

            “ต้า” ปอเรียกปล่อยมือออจจากผมของแฮ็คแล้วหันไปรับเอาของบางอย่างจากต้า เขาดึงเข็มฉีดยาออกมาปักลงไปบนขวดในมือดูดเอาของเหลวในขวดขึ้นเต็มหลอด แล้วหันไปแทงลงบนแขนของแฮ็คฉีดมันลงไปจนหมด

 

            “มึงเอาอะไรฉีดให้กู มึงจะทำอะไรกู” แฮ็คมองปออย่างหวาดกลัวเขาไม่เคยรู้สึกกลัวปอเลย จนมาวันนี้ปอสำหรับเขาแล้วไม่ต่างจากซาตานเลยสักนิด

 

            “นี่เป็นยาตัวใหม่ของฮวงหลงมันจะออกฤทธิ์แรงกว่าปกติสองเท่า ต่อไปนี้ชีวิตมึงที่เหลือจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดมัน วิธีเดียวที่มึงจะได้มันคือมึงต้องทำตัวไม่ต่างจากอีตัวในซ่อง คอยอ้าขาให้ผู้ชายเอาไม่ซ้ำหน้า” คำพูดของปอทำให้แฮ็คตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

 

            “ไม่เอาๆ อย่าทำกู ยอมแล้วกูกราบก็ได้” แฮ็คก้มลงกราบแทบเท้าปอยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างลงทันที ถ้าต้องให้ชีวิตที่เหลือเผชิญกับสิ่งที่ปอพูดเขายอมตายดีกว่า

 

            ปอยกเท้าหนีแฮ็คแล้วมองด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาและนั่นทำให้แฮ็ครู้ว่าปอไม่ปล่อยตัวเองแน่ๆ เขาจึงตัดสินใจคว้าเอาเข็มฉีดยาที่หล่นอยู่ใกล้ๆขึ้นมา หวังจะใช้ส่วนปลายแหลมคมแทงคอตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย

 

            “ปล่อยกู!!! ไอ้เหี้ย!!! พวกมึงปล่อยกู!!!” แฮ็คโวยดังลั่นพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะโดนคนของฮวงหลงล็อกตัวไว้แน่น

 

            “กูจะให้มึงเห็นนรกทั้งๆที่มึงยังหายใจ กูจะให้มึงร฿ว่าการที่คนๆนึงอยากตายแล้วตายไม่ได้มันเป็นยังไง” สิ่งที่ปอพูดทำให้แฮ็คเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ คำพูดที่ได้ยินไม่ต่างอะไรจากคำพิพากษาประหารชีวิต แต่มันเลวร้ายกว่านั้นเพราะเขาต้องอยู่ไม่ต่างจากสัตว์เพื่อรอคนมาสมสู่ ต้องเห็นนรกทั้งๆที่ยังหายใจ

 

            “อย่าลืมฉีดยาให้มันเสร็จแล้วก็ส่งมันไปซ่องแถวชายแดน” ปอสั่งเสียงเรียบ

 

            “ครับคุณปอ คุณป้องให้บอกว่ารอที่ท่าเรือนะครับ” คนของฮวงหลงค้อมหัวเคารพปออย่างนอบน้อมและบอกในสิ่งที่นายน้อยอีกคนสั่ง ซึ่งปอก็พยักหน้ารับแล้วเดินออกไปทันที

 

            “อ๊ากกกกกก ปล่อยกู!! ช่วยกูด้วย...กูกลัวแล้ว” ต้าหันกลับไปมองแฮ็คที่กำลังกลายเป็นเครื่องระบายความใคร่อีกครั้งด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะหันหลังแล้วเดินตามปอออกไป จะโทษใครได้ถ้าแฮ็คยอมจบโดยการที่เสียแค่นิ้วเรื่องมันอาจจะไม่เดินทางมาถึงจุดนี้ และอีกฝ่ายคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนี้ แฮ็คมันผิดเองที่ดันแตะของไม่ควรแตะ

         

>>>>> 50% <<<<<

 

            “ปอออออ” เสียงเรียกยานคางของเลิฟทำให้ปอได้สติและหลุดออกจากความคิดตัวเอง เห็นอีกฝ่ายกำลังขมวดคิ้วทำหน้างอมองเขาอยู่

 

            ฟอดดดดด

 

            “ทำไรอ่ะ” เลิฟปล่อยมือที่อุ้มโมกอยู่ทันทีแล้วยกขึ้นมาประกบที่แก้มตัวเอง ใบหน้าแดงซ่านจ้องปอตาโตก่อนจะมองไปรอบๆบริเวณ ก็เห็นสายตาหลายคู่ที่มองมาแล้วอมยิ้มให้

 

 

            ไอ้บ้าปอหอมมาได้กลางชายหาดคนเยอะแยะ อายบ้างไหมเนี่ยผู้ชายมานั่งหอมแก้มกัน

 

            “เลิกเขินได้ละ” ปอสอดมือเข้าไปใต้รักแร้ของเลิฟแล้วอุ้มคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นยืน ไม่รู้มันจะเขินอะไรนักหนาเขาเองก็ไม่อยากจะพูดให้มันเสียกำลังใจหรอกนะ ถ้ามองเผินๆใครมองก็คิดว่าเขาหอมแก้มผู้หญิงทั้งนั้นแหละ นับวันมันยิ่งตัวบางหน้าหวานคล้ายผู้หญิงเข้าไปทุกที แก้มป่องๆมีเลือดฝาดเหมือนแก้มเด็กยิ่งเห็นยิ่งอยากฟัด

 

            ฟอดดดดด

 

            “เฮ้ย!!! พอได้เล่า...เอาโมกไปอุ้มเลย” เลิฟโวยวายหน้าแดงก่ำเพราะเขินจัด ยัดโมกใส่มือปอแล้วตัวเองก็หันหลังเดินลิ่วนำหน้าไป

 

            “เดินช้าๆ” ปอว่าดุๆเดินมาดึงแขนเลิฟไว้เลื่อนลงไปกุมมือเล็ก แล้วจูงเดินไปตามแนวชายหาดช้าๆ

 

            เลิฟคอยหันไปมองหน้าคนรักเป็นระยะตลอดทางเดิน บางครั้งปอก็หันมามองบ้างด้วยความแปลกใจ เจ้าตัวเองก็ได้แต่ส่งยิ้มกว้างให้อย่างมีความสุข เขากับปอมาเที่ยวทะเลกันหลังจากที่ปอพึ่งบวชเสร็จ ผมทรงอันเดอร์คัตตอนนี้เลยกลายเป็นทรงสกินเฮดไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหล่อนะคิดแล้วอิจฉา

 

            สองปีที่ผ่านมาเขาเจอเรื่องอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด ยังจำวันแรกที่ตัวเองฟื้นจากความตายได้ดี ปอร้องไห้...ผู้ชายที่แข็งแกร่งคนนั้นกำลังเสียน้ำตาให้เขา เขาไม่ดีใจเลยสักนิดที่ได้เห็นตรงกันข้ามเขาปวดใจ เขาไม่อยากให้คนรักต้องทำหน้าแบบนี้ต้องรู้สึกแบบนี้เลย

 

            สิ่งต่อมาที่เขาได้รับรู้นอกจากความเสียใจของปอคือ...เขาเดินไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพิการหรือต้องตัดขาทิ้ง แต่เป็นเพราะกระดูกสะบ้าเข่าข้างขวาแตกละเอียดกระดูกขาหัก จำเป็นจะต้องผ่าตัดเพื่อใช้เหล็กเข้าไปดามเพื่อช่วยให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าตัวเองผ่าตัดขาไปกี่ครั้งแต่กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ กว่าเขาจะกายภาพบำบัดจนกลับมาเดินได้ ต้องใช้เวลานานนับปีและทำให้เขาดร๊อปเรียนไว้ หลังจากกายภาพจนกลับมาเดินได้เขาก็ต้องเสียเวลาอีกเป็นปี เพื่อปรับพื้นฐานตัวเองก่อนกลับไปเรียนต่อ

 

            ถึงเขาจะกลับมาเดินได้ก็จริงแต่...มันไม่เหมือนเดิม เขาไม่สามารถวิ่งเร็วๆแบบแต่ก่อนได้ เดินนานๆไม่ได้ ต้องคอยยืดขาตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เส้นยึด ต้องคอยระวังเรื่องขาเพื่อไม่ให้มีอะไรมากระทบ

 

 

            ตอนที่หมอบอกเรื่องนี้คนที่สภาพจิตใจแย่กว่าไม่ใช่เขาแต่เป็นคนที่เดินข้างๆเขาตอนนี้ ปอพึมพำขอโทษอยู่แบบนั้นจนเขาปวดที่ใจ เขาเองก็เสียใจที่รู้ว่าตัวเองจะไม่เหมือนเดิม แต่เสียใจกว่าที่ต้องเห็นปอเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่เขาต้องเข้าห้องผ่าตัดปอจะทำหน้าทรมานเหมือนตัวเองเจ็บเอง ปอโทษตัวเองมาตลอดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะดูแลเขาไม่ดีทั้งๆที่มันไม่ใช่เลย

 

 

            “คิดอะไร” ปอหันมาถามคนตัวเล็กที่เดินเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ส่ายหัวน้อยๆและส่งยิ้มกว้างให้เขาแทน

 

            “นั่นเขาทำอะไรอ่ะ” กลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนอยู่ใกล้ๆเรียกความสนใจจากเลิฟได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวรีบสาวเท้าเข้าไปเบียดฝูงชนด้วยความสนใจทันที เดือดร้อนปอที่ต้องรีบเดินตามไปดึงคนตัวเล็กไว้ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะโดนชนจนล้ม

 

            “ขอแต่งงานล่ะ” ภาพที่ชายหนุ่มกำลังร้องเพลงรักและคุกเข่าลงขอหญิงสาวแต่งงาน ทำให้เลิฟมองด้วยความชื่นชมปากก็ยิ้มตามกับสิ่งที่เห็นไม่หุบ

 

            “มึงเป็นสาวน้อยแรกแย้มที่ฝันอยากใส่ชุดเจ้าสาวเหรอวะ” เสียงทุ้มของคนตัวโตที่ดังแทรกเข้ามาทำให้เลิฟยิ้มค้าง หยุดความเคลิ้มของตัวเองและหันมามองปอด้วยความเซ็ง

 

            “แล้วถ้าใช่จะว่าไง” เลิฟลองถามดูด้วยความกวน เขาไม่ได้อยากจะใส่ชุดเจ้าสาวอะไรหรอกแค่เห็นแล้วมีความสุขตามเฉยๆ

 

            “หึ กูไม่ทำแบบนั้นแน่” ปอทำหน้าขยาดใส่เลิฟแล้วลากอีกฝ่ายให้ออกมาจากตรงนั้น เดินจูงมือไปเรื่อยๆเพื่อพากลับที่พัก

 

            “นี่ปอที่พูดหมายความว่าไงอ่ะเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ เอาเขามาอยู่ด้วยต้องทำให้ถูกต้องดิ” เลิฟบ่น   งุ้งงิ้งไปตลอดทางจนปอต้องหยุดเดินแล้วหันกลับมาหา

 

            “หอบผ้ามาอยู่กับกูขนาดนี้ค่าตัวมึงเหลือไม่ถึงสองร้อยละเลิฟ” ปอพูดหน้าตายแล้วหันหลังเดินต่อทิ้งให้เลิฟมองตามอ้าปากพะงาบๆอย่างหมดคำพูด

 

 

            “โหยยยยย ปอดูถูกนี่หว่าแบบเลิฟเนี่ยต้องร้อยล้านขึ้น” เลิฟเดินตามมายักคิ้วให้ปอกวนๆ

 

            “แพงไป...พันเดียวพอ” ปอกระตุกยิ้มขำนิดกับหน้าเหวอๆของเลิฟ

 

            “พี่ปอ...น้องเลิฟมีค่าแค่นั้นจิงดิ” เลิฟทำตาปริบๆส่งเสียงอ้อนใส่ พร้อมกับเอาหัวไปถูที่อกปอไปมา

 

            “ก็กูไม่มีตัง” ปอบอกอย่างไม่ใส่ใจกับท่าทางเหมือนลูกแมวของเลิฟ

 

            “เอ้า!!! ก็เห็นชอบบอกผัวมึงรวย” เลิฟดันเสียงเข้มล้อทำท่าขึงขังล้อเลียนปอจนเจ้าตัวหลุดหัวเราะออกมา

 

            “กูไม่มีให้มึงร้อยล้านแต่ให้ทั้งชีวิตที่เหลือของกูมันแทนกันได้ไหม” ปอบอกเสียงเรียบแต่แววตาที่มองหนักแน่นยืนยันในสิ่งที่พูดไป นิ้วมือเรียวยาวเกลี่ยที่แก้มใสเล่นเบาๆ

 

            “ไอ้บ้า” เลิฟก้มหน้างุดด้วยความเขินความร้อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า พึมพำว่าปอเสียงแผ่วก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วกระโดดขึ้นเกาะหลังปอ

 

            “คิดว่ากูหนักไหม” ปอเอี้ยวตัวถามคนตัวเล็กที่เกาะหลังเขาเป็นลูกลิง ก่อนจะดันให้เจ้าตัวขึ้นหลังเขาดีๆ

 

            “คิดจะให้กันทั้งชีวิตก็เตรียมตัวไว้เลยแบกแค่นี้อย่ามาบ่น” เลิฟชะโงกตัวไปหอมแก้มปอแล้วซุกหน้าลงบนไหล่กว้างแก้เขิน

 

            “ช่วยดูด้วยก็ดีว่ากูอุ้มไอ้โมกอยู่” ปอว่าขึ้นมาบ้างเพราะตัวเองต้องแบกทั้งเลิฟต้องอุ้มแมวไปด้วย ไม่ได้หนักอะไรแต่กลัวไอ้คนที่อยู่ข้างหลังจะตก

 

            “บ่นว่ะแบกเมียแบกลูกแค่นี้ไม่ได้ไง” เลิฟบ่นงุ้งงิ้งเบาๆจนปอได้แต่ส่ายหน้า

 

            “เออๆเกาะดีๆละกันเดี๋ยวตก” ปอใช้มือข้างที่วางจับตัวเลิฟไว้แน่นส่วนเจ้าตัวก็ยิ้มอย่างชอบใจ

 

            “นี่ปอ” หลังจากที่เงียบมานานเลิฟก็ส่งเสียงเรียกปอขึ้น

 

            “หือ”ปอได้แต่ขานรับในลำคอก่อนจะเดินไปตามชายหาดเรื่อย พร้อมๆกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

 

            “ปอว่าจากนี้เราสองคนจะเป็นยังไง”

 

            “ก็อยู่กันไปแบบนี้เรื่อยๆ”

 

            “แต่เดี๋ยวปอก็ไม่อยู่แล้วนี่นา” เสียงพูดเหงาๆที่ดังออกมาทำให้ปอหยุดเดินแล้วปล่อยคนบนหลังลงพื้น เลิฟเอื้อมมืองไปดึงเอาโมกมาอุ้มแทนแล้วก้มลงลูบหัวมันเล่นด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

 

            “กูจะรีบกลับ” ปอลูบหัวเลิฟเบาๆ

 

            “ไปแล้วห้ามมีกิ๊กนะถ้ามีละน่าดู” เลิฟเงยหน้าขึ้นมาทำเสียงเข้มตาดุใส่ปอ

 

            “แล้วถ้ากูอยาก” ปอแกล้งถามกลับเพื่อกวนประสาท

 

            “ใช้มือไป...อย่าให้จับได้นะว่าวอกแวก กลับมาจะควงเย้ยสักคน” เลิฟลอยหน้าลอยตาตอบปอเพื่อแกล้งกลับ แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ขำด้วยเพราะทำหน้านิ่งตาดุใส่เขาแล้ว

 

            “อยากตายก็ลองดู” ปอพูดเสียงเหี้ยมจนเลิฟต้องกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที

 

            “โหดไปไหนเนี่ย” เลิฟทำหน้าสลดพูดกับปอเสียงเบา

 

            “ไว้มึงลองทำดูค่อยพูดว่ากูโหด” ปอบอกเสียงเรียบแต่เลิฟทำหน้าแหย ใครจะไปกล้าวะเล่นขู่กันขนาดนี้

 

            “ไม่มีหรอกน่าาาา น้องอ่ะรักพี่ปอคนเดียว” เลิฟเขย่งตัวจุ๊บปากปอเบาๆอย่างเอาใจ พร้อมกับส่งยิ้มแป้นแล้นให้ ปอส่ายหัวหน่ายๆให้กับความกะล่อนของเลิฟยกมือขึ้นขยี้ผมคนรักจนยุ่งเหยิง ก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินกลับที่พักต่อ

 

 

 

            แขนของปอโอบกระชับลำตัวของเลิฟแน่น อีกไม่กี่วันต่อจากนี้เขาจะต้องจากคนข้างๆไปอยู่อีกซีกโลกนึง และไม่รู้ว่าจะต้องห่างกันไปกี่ปีต่อจากนี้ แต่สิ่งที่เขาทำได้คือขอให้อีกคนอดทนรอถึงไม่อยากห่างกันแต่เขาต้องไป เพราะมันเป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือในเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อน

 

2 Be Con...

+++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

หวังว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจในความโหดของปอ

จุดจบของแฮ็คเราควรจัดให้สมน้ำสมเนื้อ

อีก 2 ตอนจบแล้วนะจ๊ะ นิยายไม่ได้ย่อหรือตัดจบเน้อ

แค่ไม่อยากบรรยายหรือยืดเวลาอันเจ็บปวดของเลิฟมาก

อยากให้ภาพมันออกมาในเชิงเล่าเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

และการแยกกันเพื่อที่ทั้งคู่จะได้โตขึ้นแค่นั้นเอง

รักคนอ่านนะคับ ^^

ปล.แจ้งข่าวสำหรับคนที่ยังอยากได้หนังสือ

โค้งสุดท้าย ภายในวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค. 59 นี้

คนอ่านท่านใดที่พร้อมโอนและอยากได้หนังสือ

ให้ทักแชทมานะคับรอบเก็บตกจริงๆ

ถ้าจะรอเปิดรอบสองอย่างต่ำๆก็อีกสี่เดือนขึ้นไปแน่ๆคับ

(หรืออาจจะไม่มีรอบสองต้องอยู่ที่ความต้องการคนอ่านด้วยคับ)

             

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}