ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 68 สถิตร่าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 68 สถิตร่าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2562 07:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 68 สถิตร่าง
แบบอักษร

"หัวหน้าคาซึยะพวกเราจะเดินทางไปที่นั่นกันยังไง ?"

 

 

 

เจอคำถามของชิมะคาซึยะที่กำลังสนใจนาโอริก็หยุดชงักทันที จริงด้วยเขามัวแต่สนใจเรื่องการฝากลูกสาวกับน้องสาวไว้ที่คนอื่นมากเกินไปจึงไม่ได้คิดแผนการอะไรเอาไว้เลย

 

 

 

เขาจึงนำพูกันและกระดาษขาวเขียนอักษรลับที่ใช้ไว้ติดต่อกันในระยะห่างไกล เขียนเสร็จก็ม้วนแผ่นกระดาษเป็นหลอดผูกด้วยเชือกสานยื่นให้แก่ชิซุย

 

 

 

"ชิซุยส่งนี่ผ่านยาตะไปที่พี่ชายมินาโตะ"

 

 

 

"รับทราบ"

 

 

 

ยังโชคดีที่เขายังเก็บคุไนคล้ายเสี้ยวจันทร์ติดมาร์คกิ้งของมินาโตะไว้ใกล้ตัวเสมอ ขอเพียงเจ้าตัวได้รับข่าวสารจากยาตะก็น่าจะมารับพวกเขาได้ทันที เว้นก็แต่ทางด้านนั้นจะเจอศึกหนัก

 

 

 

'รออยู่ที่นี่เพียงอย่างเดียวคงเสียเวลา'

 

 

 

"พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ ทางนั้นก็อาจจะยุ่งๆอยู่เช่นกัน การไปถึงชายแดนระหว่างแคว้นฮิโนะและแคว้นสึจิอาจจะใช้เวลามากกว่าครึ่งเดือน"

 

 

 

""""""รับทราบ!""""""

 

 

 

้คาซึยะมองทุกคนที่เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและของใช้ในยามจำเป็นในการเดินทางไกลก็พยักหน้า ก่อนจะเริ่มนำทีมออกเดินทางไปยังชายแดนแคว้นสึจิโนคุนิ

 

 

 

ปกติถ้าคาซึยะไปเพียงคนเดียวอาจจะใช้เวลาไม่นานนัก อีกอย่างเขาก็อยากลองทำงานเป็นทีมกับคนอื่นๆดูบ้าง มันอาจจะทำให้เขาได้รับประสบการณ์ในด้านกลยุทธ ทีมเวิร์ค จังหวะ การประสานงานที่แปลกใหม่มาบ้างก็ได้ และนี่ก็ดีต่อคิมิมาโร่ด้วย

 

 

 

เดินทางมาได้สามวันคาซึยะก็เริ่มแปลกใจเมื่อมินาโนะไม่ได้รับพวกเขาอย่างที่คาดการณ์ไว้ ท่าทางด้านนั้นคงจะรับศึกหนักจึงไม่กล้าทิ้งที่นั่นมารับพวกเขาแบบนี้

 

 

 

"หัวหน้าทางด้านนี้มีกลุ่มนินจาไม่ทราบฝ่ายกำลังไล่ล่าอะไรบางสิ่งอยู่ในทิศตะวันออกห่างจากที่นี่ประมาณ สามพันเมตร"

 

 

 

นาโอริที่เงียบมาตลอดสามวันจู่ๆก็โผล่มารายงานสถานการ ในขณะที่ทุกคนกำลังกระโดดวิ่งไปมาตามกิ่งไม้ และพอได้ฟังรายงานคาซึยะก็ยกมือให้สัญญาณกับทุกคนเพื่อให้หยุดเคลื่อนไหว

 

 

 

"ดูเหมือนจะมีนินจาไม่ทราบฝ่ายกำลังไล่ล่าบางสิ่งในแคว้นของพวกเราคิมิมาโร่ ชิซุย ชิมะและท่านนาโอริ ไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียดถ้าเป็นไปได้จับพวกมันมา เราจะให้อิโนซากิล้วงข้อมูล"

 

 

 

"รับทราบ"

 

 

 

"จำไว้ถ้าเกิดอันตรายจงรีบหนีกลับมารวมตัวที่นี่ ภารกิจอาจจะสำคัญแต่สำหรับฉันพวกพ้องสำคัญที่สุด ท่านนาโอริดูแลทั้งสามคนด้วย ไปได้!"

 

 

 

สี่คนที่ถูกเรียกชื่อพยักหน้าก่อนร่างทั้งสี่จะพุ่งจากไปอย่างรวดเร็วคาซึยะนำแผนที่โลกนินจาที่เขาเขียนขึ้นเองแม้สภาพจะไม่ได้ดีเด่ แต่ก็ยังระบุจุดต่างๆได้ละเอียดมากกว่าแผนที่ในโลกนี้ มาดูเพื่อหาจุดที่พวกเขาอยู่

 

 

 

"นี่คือแผนที่ที่ท่านเขียนขึ้นเองหรือหัวหน้า รายละเอียดเยอะมาก"

 

 

 

"ถูกต้อง ถ้าตามรายงานที่ท่านนาโอริว่า พวกนั้นคงจะอยู่แถวนี้"

 

 

 

"หัวหน้าจุดตรงนี้มันคือสถานที่ใกล้เคียงกับฮิโนะเทระ(วัดไฟ)ไม่ใช่หรอ ?"

 

 

 

ฮิโนะเทระ ? ได้ยินอิโนะซากิพูดคาซึยะเริ่มนึกถึงวัดไฟตามต้นฉบับก็รู้สึกแปลกใจ ถ้าจำไม่ผิดที่นั่นในอนาคตช่วงสิบกว่าปีข้างหน้าจะถูกทำลายโดยฝีมือของแสงอุษา ซึ่งนำโดยฮิดันและคาคุซึ

 

 

 

ไหนจะร่างสถิตเทียมโซระเพื่อนของนารูโตะลูกชายของว่าที่หนึ่งในสิบสององค์รักษ์ไดเมียว แต่ในปัจจุบันไม่มีสิ่งที่น่าสนใจในวัดไฟเสียเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าที่นั่นจะดูถูกดูแคลนได้

 

 

 

"รายงานหัวหน้าพวกเรารู้ต้นเหตุการไล่ล่าแล้ว ตอนนี้เหล่านักบวชจากวัดฮิโนะเทระกำลังไล่ล่าร่างสถิตจากหมู่บ้านคุโมะงาคุเระอยู่"

 

 

 

ชิซุยและคิมิมาโร่ที่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่ายืนรายงาน คาซึยะพอได้ฟังก็ขมวดคิ้วสถิตร่างของคุโมะงาคุเระ จะเป็นบีหรือยูกิโตะ ไม่น่าจะใช่บี น่าจะเป็นยูกิโตะมากกว่าแต่เธอหลุดมาแคว้นไฟได้ยังไงนี่สิคือสิ่งที่น่าสงสัย

 

 

 

"แล้วท่านนาโอริและชิมะละ ?"

 

 

 

"ชิมะกำลังพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัดในเรื่องนี้ ส่วนท่านนาโอริกำลังติดตามสถิตร่างไป"

 

 

 

"ดีพวกเราจะเริ่มล่าสถิตร่างกัน!"

 

 

 

คาซึยะเลียริมฝีปากอย่างช่วยไม่ได้ ท่าทางของเขาเริ่มเหมือนโอโรจิมารุขึ้นทุกวัน แต่ใครจะคิดว่าจะมีเหยื่อมาให้เขาหม่ำถึงที่ ไม่รู้ว่าเป็นสองหางหรือแปดหาง ยังไงเขาก็ต้องนำจักระบางส่วนของสัตว์หางตนนั้นมาให้ได้อยู่ดี

 

 

 

"รับทราบ!"

 

 

 

พวกเขาติดตามนาโอริกันทันที และก็สมแล้วที่เธอเป็นผู้มากประสบการณ์ เพราะตามเส้นทางนาโอริได้ทิ้งเบาะแสไว้ตามต้นไม้โดยการขีดเขียนให้ติดตามเธอได้ในภายหลัง ไม่นานนักพวกเขาก็ตามนาโอริได้ทัน

 

 

 

ฟึบๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

"ท่านนาโอริ สถิตร่างของคุโมะละ ?"

 

 

 

"อยู่ที่นั่น"

 

 

 

เขามองไปที่หน้าถ้ำซึ่งเป็นที่นาโอริชี้ไป ก่อนเขาจะถามข้อมูลอื่นไม่ว่าจะรูปลักษณ์ของร่างหน้าตา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดคนที่อยู่ภายในถ้ำคือนิอิ ยูกิโตะสถิตร่างของมาทาทาบิหรือสองหางนั่นเอง

 

 

 

กร๊าซซซซ

 

 

 

คลื่นนนนน~!!!

 

 

 

เสียงคำรามดังลั่น ตามมาด้วยแรงกดดันที่พุ่งออกมาจากปากถ้ำ กลิ่นอายที่ทรงพลังและน่ากลัวนี้ทำให้คนอื่นๆนอกจากคาซึยะและนาโอริต่างสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย คิมิมาโร่ ชิซุยและทาคามิทรุดเข่าลงที่พื้นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

'นี่คือความต่างชั้นของมนุษย์และสัตว์หาง'

 

 

 

พลังของสองหางมีพลังด้อยกว่าเขามากเขาจึงไม่คิดจะใช้เนตรสังสาระหรือโหมดเซียนหกวิถีในการต่อสู้ เว้นแต่ตอนจะดูดซับจักระ ถ้าวัดตามระดับพลังของนินจาสองหางก็มีจักระพอๆกับเทพนินจาระดับสองถึงสามนั่นแหละ น่าเสียดายที่พลังยังห่างชั้นกับคุรามะมากเกินไป

 

 

 

คุรามะร่างสมบูรณ์ในตัวคุชินะมีพลังในระดับเทพเจ้าไปแล้ว ตามต้นฉบับถ้ามินาโตะไม่แบ่งเก้าหางออกเป็นหยินและหยางลงผนึกไปที่ตัวนารูโตะทั้งๆแบบนั้น นารูโตะในวัยทารกน่าจะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

 

 

 

'เซียนหกวิถีลำเอียงเกินไป'

 

 

 

"ระวังตัวกันให้ดี ถ้าประมาทพริบตาเดียวพวกเธอได้กลายเป็นเศษเนื้อแน่"

 

 

 

เสียงเตือนของนาโอริทำให้ทุกคนตั้งท่าเตรียมพร้อม ส่วนคาซึยะกระโดดลงจากต้นไม้และเดินไปยืนที่หน้าถ้ำ เขาส่งสัญญาณมือให้กับทุกคนราวกับกำลังบอกให้พวกเขาถอยห่างออกไป

 

 

 

"หัวหน้าคิดจะลุยเดี่ยวหรือค่ะท่านนาโอริ ?"อิโนะซากิหันไปถามนาโอริ เพราะเธอก็อยากช่วยแต่กำลังของเธอคงไม่เพียงพอ

 

 

 

"น่าจะใช่ ถ้าพวกเธออยู่ในบริเวณนี้ด้วยจะเป็นอันตราย ทางที่ดีพวกเราทิ้งระยะห่างจากพวกเขาและคอยสนับสนุนจากระยะไกลน่าจะดีกว่า"

 

 

 

ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของนาโอริที่เป็นผู้อาวุโสที่สุดในทีม ขนาดหัวหน้าที่แข็งแก่งที่สุดในหมู่บ้านยังเคยฟังข้อเสนอของเธออยู่ตั้งหลายครั้ง นับประสาอะไรกับจูนินและโจนินแบบพวกเธอ

 

 

 

ฟูมมมมม~

 

 

 

ทันทีที่ทุกคนทิ้งระยะห่างจากคาซึยะไปไกลพอสมควรเพลิงสีฟ้าครามก็พุ่งกระจายออกมาจากหน้าถ้ำเข้าโจมตีคาซึยะที่กำลังยืนอยู่ เจ้าตัวยิ้มเยาะคิดจะใช้เพลิงเล่นกับเขาที่สามารถควบคุมเพลิงได้ ? นัยน์ตาของคาซึยะกลายเป็นสีแดงมีลายดำของกระจกเงาหมื่นบุปผาโผล่ออกมา

 

 

 

"Kagu-tsuchi (บัญชาอัคคี)"

 

 

 

วิ้งงง!

 

 

 

แหมะๆ

 

 

 

โลหิตสีแดงฉานหลั่งไหลออกมาจากดวงตาข้างขวาหยดลงสู่พื้นก่อนเพลิงสีฟ้าที่กำลังพุ่งเข้ามาจะเปลี่ยนเป็นเพลิงสีดำทมิฬ และหักเลี้ยวเบี่ยงเบนวิถีออกจากตัวของคาซึยะไปด้านข้าง

 

 

 

กร๊าซซซซ

 

 

 

เสียงคำรามดังลั่นราวกับไม่พอใจดังออกมาจากภายในถ้ำ สายตาของคาซึยะมองเข้าไปภายในก็ต้องขมวดคิ้ว สิ่งที่เขาเห็นภายในถ้ำก็คือเด็กหญิงในรุ่นเดียวกับเขากำลังอยู่ในรูปลักษณ์เนโกมาตะขั้นสามที่มีกระดูกสัตว์มาครอบตัวดูจากอาการแล้วเธอน่าจะยังควบคุมสติตัวเองไม่ได้ แต่คุโมะมีสถานที่ฝึกสอนสถิตร่างนี่!

 

 

 

'หรือเธอจะหนีออกมา ?'

 

 

 

ตู้มมมมมม!

 

 

 

จู่ๆที่ใต้พื้นดินใต้เท้าของคาซึยะก็มีบางสิ่งขนาดใหญ่ผุดออก หมายจะจับข้อเท้าของเขาไว้ เจ้าตัวกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้าและมองมือผิวสีดำแดงที่มีลักษณะคล้ายกงเล็บแมว

 

 

 

"คิดจะใช้สัญชาติญาณของสัตว์ป่าสู้กับฉันหรือไงสองหาง น่าสนุกดีหนิเจ้าแมวน้อย"

 

 

 

มือขวายื่นไปแตะด้ามดาบสีดำทรงสี่เหลี่ยมที่เหน็บไว้ที่ด้านหลัง พร้อมม้วนกลางอากาศตัวหลบมือสีแดงที่ยืดพุ่งมาที่เขาด้วยความเร็วลงมาอยู่ที่พื้น สายตาจดจ้องมองร่างที่คล้ายมนุษย์ผิวสีแดงติดกระดูดของสัตว์ร้ายกำลังเดินสี่ขาออกมาจากถ้ำ

 

 

 

กร๊าซซซซซซซ!!!

 

 

 

ฟู้มมมมมมมม~

 

 

 

เสียงคำรามดังสนั่นพร้อมคลื่นลมทำลายล้างพัดพาผืนป่าด้านหลังของคาซึยะจนหายเป็นแถบๆ สายตาของทั้งสองจดจ้องกันและกันโดยไม่สนสายตาของคนอื่นๆในทีมยาตะคาระสุ ที่กำลังมองการต่อสู่ครั้งนี้อยู่

 

 

 

ตึงงงงงง!

 

 

 

สิ้นเสียงของต้นไม้นับร้อยที่ถูกการคำรามของสองหางจนพัดอยู่บนอากาศล่วงหล่นสู่พื้นราวสัญญาณเปิดตัวการต่อสู้ ร่างของคาซึยะและสองหางก็พุ่งเข้าใส่กันในทันที!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น