Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 21 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 21 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 103

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2562 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 21 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 21 

 

 

 

โมเดลตัวอวบๆอยู่ในชุดนักเรียนอนุบาลดูน่ารักน่าชังจนเขมินท์อดที่จะหอมแก้มลูกชายย้ำๆไม่ได้ ในที่สุดก็ถึงวันที่เจ้าลูกชายตัวน้อยของเขมินท์เติบโตขึ้นอีกขั้นถึงแม้จะเริ่มโตมาแบบได้นิสัยเสียๆของผู้เป็นพ่อก็ตาม และถึงแม้เขมินท์จะคอยปรามและดุทุกครั้งแต่ความเจ้าเล่ห์ก็แอบโผล่มาบ้างเวลาปล่อยให้อยู่สองคนพ่อลูก ไม่รู้ว่าในอนาคตโมเดลจะโตขึ้นเป็นแบบไหนช่างน่ากังวลใจสำหรับเขมินท์เสียจริง 

 

“แก้มของโมเดลช้ำหมดแล้วครับคุณแม่” โมเดลบอกพร้อมทำหน้ายู่เบาๆ เพราะเริ่มไม่อยากไปเรียนแล้ว โมเดลอยากอยู่กับคุณแม่แล้วก็คุณพ่อมากกว่า โรงเรียนอะไรกันโมเดลไม่อยากไปแล้ว! 

 

“เจ้าเด็กดื้อของคุณแม่ ทำหน้าแบบนี้ไม่อยากไปโรงเรียนล่ะสิ” 

 

“ใช่ครับ โมเดลไม่ไปไม่ได้เหรอครับ” 

 

“โมเดลไม่อยากไปแต่ก็ต้องไปนะครับ เพราะโมเดลของคุณแม่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ไงครับ ถ้าไม่ไปโรงเรียนจะไม่เก่งเหมือนคุณพ่อนะครับ” 

 

“แต่ตอนนี้โมเดลก็เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ใช่มั้ยครับคุณพ่อเพราะคุณพ่อบอกว่าโมเดลโตแล้วทุกวันเลย” เด็กน้อยหันไปถามความเห็นผู้เป็นพ่อด้วยแววตาใสซื่อ ซึ่งเตชิตก็พยักหน้ารับคำที่บ่งบอกว่าเห็นด้วย โมเดลของเตชิตนั่นเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพราะตนเองพูดแบบนั้นจริงๆ 

 

“เฮ้อ.. จริงๆเลยนะทั้งพ่อทั้งลูก ไปครับไปลาคุณย่าแล้วจะได้ไปโรงเรียนกันดีกว่าเดี๋ยวจะสายไปมากกว่านี้” เขมินท์บอกลูกชายก่อนจะพาเดินไปลาคุณหญิงแม่ที่ตื่นแต่เช้ามารอส่งหลานชายไปทดลองเรียนวันแรก ซึ่งโมเดลก็ทำตัวน่ารักกับคุณย่าให้คุณย่าหอมและกอดจนพอใจก่อนจะยอมเดินขึ้นรถเพื่อไปโรงเรียนแต่โดยดี 

 

การเดินทางไปโรงเรียนในวันนี้รถไม่ติดสักเท่าไร ทำให้มาถึงโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว พอมาถึงโรงเรียนเตชิตก็อุ้มลูกชายลงจากรถก่อนจะพาเดินไปยังห้องเรียนโดยมีคุณครูมารับถึงที โมเดลเองที่ยิ่งรู้ว่าต้องห่างจากคุณแม่และคุณพ่อเร็วขึ้นเท่าไรก็เริ่มจะเบะปากน้ำตาคลอมากขึ้นเท่านั้น แถมยังกอดคอผู้เป็นพ่อแน่นไม่ยอมปล่อยมืออีกต่างหาก 

 

“โมเดลครับปล่อยมือจากคุณพ่อนะครับ” เขมินท์พยายามเกลี่ยกล่อมลูกชายให้ปล่อยมือจากผู้เป็นพ่อและให้เข้าไปในห้องเรียน แต่โมเดลก็ไม่ยอมปล่อยแถมยังกอดคอเตชิตแน่นขึ้นไปอีก ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้เขมินท์ก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าลูกชายคนเก่งของตนเองจะมีมุมงอแงเป็นเด็กติดพ่อแม่ขนาดนี้ ดูแล้วน่าสงสารเป็นที่สุดแต่ก็ไม่สามารถใจอ่อนตามใจลูกชายได้ 

 

“ฮึก ไม่เอาครับ” 

 

“โมเดลของคุณแม่กลัวเหรอครับ ไหนคนเก่งของคุณแม่อยู่ไหนกัน สงสัยต้องอายน้องในท้องของคุณแม่แล้วแน่ๆเลยที่ไม่ยอมเข้าห้องเรียนแบบนี้” เขมินท์เอ่ยบอกลูกชายพร้อมกับพูดให้เชื่อมโยงถึงลูกในท้องด้วย ซึ่งระยะหลังๆนี้โมเดลเริ่มจะทำความรู้จักกับการเป็นพี่มากขึ้น เพราะเขมินท์ก็คอยสอนเรื่องเกี่ยวกับการเป็นพี่ชายเล็กๆน้อยๆทุกคืนเพื่อให้โมเดลได้มีความรู้สึกผูกพันกับน้องในท้องและพอเอาน้องมาขู่แบบนี้คุณว่าที่พี่ชายตัวน้อยก็เริ่มคลายมือออกก่อนจะยอมให้เตชิตวางตัวของโมเดลให้ลงมายืนที่พื้นแทน  

 

เขมินท์เช็ดคราบน้ำตาให้ลูกชายก่อนจะจุ๊บแก้มว่าที่พี่ชายคนเก่งอีกครั้งก่อนจะส่งตัวลูกชายให้คุณครูที่ยืนรอก่อนที่ทั้งเตชิตและเขมินท์จะโบกมือให้ลูกชายที่แม้จะเดินจูงมือกับคุณครูแต่ก็ยังหันหน้ามามองเตชิตและเขมินท์ที่โบกมือให้อยู่ก่อนจะยอมโบกมือกลับและส่งรอยยิ้มเศร้าๆให้ผู้เป็นแม่และพ่อเมื่อต้องจากลาชั่วคราวในวันนี้ 

 

ส่วนเขมินท์และเตชิตเมื่อเห็นลูกชายเข้าห้องเรียนไปแล้วก็พากันเดินกลับมาที่จอดรถก่อนเตชิตจะขับไปส่งเขมินท์ทำงาน แม้ช่วงหลังๆจะให้ว่าที่คุณแม่ลูกสองหยุดงานแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคนดื้อรั้นห่วงงานจนไม่ยอมพัก เตชิตเลยต้องคอยแวะมาดูทุกเที่ยงเพราะกังวลว่าเขมินท์จะทำงานหนักจนลืมกินข้าวแล้วเป็นลมไป 

 

“พี่เตครับ เขมทำงานแค่ครึ่งวันนะครับวันนี้ เดี๋ยวทำงานเสร็จเขมจะกลับบ้านเอง”  

 

“ไม่เอา เดี๋ยวพี่มารับ พี่มีประชุมตอนบ่ายโมงถึงบ่ายสอง ประชุมเสร็จแล้วเราไปรับลูกกัน” 

 

“แบบนั้นก็ได้ครับ งั้นขับรถไปทำงานดีๆนะครับ” 

 

เขมินท์บอกก่อนจะลงจากรถอย่างระมัดระวังกว่าปกติ เพราะหลังๆเริ่มมีอาการหน้ามืดบางครั้ง ทำให้เขมินท์ต้องระวังตัวมากกว่าเดิม ตอนนี้คนในบริษัทเขมินทเองก็รู้แล้วว่าตนเองกำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง ถึงแม้จะมีคนแผนกอื่นที่แอบนินทาแต่เขมินท์ก็ไม่สนใจ วันๆแค่ทำงาน เลี้ยงลูก คอยดุคนเป็นพ่อของลูกและแพ้ท้องก็ไม่อยากจะมีเวลาไปสนใจอย่างอื่นแล้ว ใครอยากจะนินทาอะไรก็นินทาไปเถอะเขมินท์ไม่สนใจหรอก  

 

 

 

“เขมพี่ว่าเขมรับงานที่บ้านก็ได้นะ ทำงานที่บริษัทแบบนี้ไม่ดีต่อหลานพี่เท่าไร” บอสที่เดินมาเอาแบบงานที่ห้องบอกลูกน้องที่นั่งทำงานไม่หยุดก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองดูเหมือนเป็นคนเลวยังไงก็ไม่รู้ที่ใช้งานคนท้องไม่หยุดแบบนี้ 

 

“คงอีกไม่นานครับ เขมเคลียร์งานที่ค้างไว้เสร็จแล้วคงหยุดพักทำงานที่บ้าน” 

 

“มีครอบครัวนี่ดีจริงๆเลยนะ พี่ก็อยากมีเจ้าตัวน้อยๆสักสองสามคนบ้างเหมือนกัน”  

 

“ก็เลิกบ้างานสิครับ จะได้มีแฟนสักที” 

 

“ไม่มีงานก็ไม่มีเงินสิเขม พี่น่ะมีลูกน้องที่ต้องเลี้ยง เงินเดือนเขมก็แพ๊งแพง ลดเงินเดือนของเขมให้พี่สิครับเพี่จะได้มีเงินไปเลี้ยงสาว” 

 

“เฮ้อ… คงไม่ได้หรอกครับ เขมมีลูกให้เลี้ยงตั้งสองคน ลดเงินเดือนลงจะเอาเงินไหนไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก” เขมินท์เอ่ยเย้าเจ้านายที่แสนดีของคนเองทั้งๆที่ยังก้มหน้าทำงานอยู่ แม้ในใจอยากจะบอกเจ้านายว่าพี่เลิกเลือกเยอะสิจะได้มีภรรยาและลูกๆที่น่ารักสักที ไม่ใช่อ้างทำงานจนไม่มีเวลาไปหาแฟนแบบนี้ 

 

“งั้นพี่ไม่กวนล่ะ กลับเที่ยงใช่มั้ยส่งงานให้พี่ทางเมล์ก่อนกลับด้วยนะ” 

 

“ครับๆเจ้านาย” 

 

หลังจากที่เจ้านายของตนเองเดินออกจากห้องไปแล้ว เขมินท์ก็นั่งทำงานเหมือนเดิมไม่ได้ขยับไปไหน จนรู้สึกตะคริวกินขาเลยต้องละจากงานมานวดขา นวดไปสักพักก็อดที่จะถอนหายใจออกมาเพราะรู้สึกเจ็บไม่ได้  

 

ก้มตัวไปนวดก็ลำบากมากพอแล้ว แถมยังรู้สึกเจ็บแบบนี้ก็ชักอยากจะตีต้นเหตุให้ช้ำนักที่ทำให้เขมินท์ต้องมาเป็นแบบนี้  

 

“คนทำไม่ท้อง คนท้องไม่ได้ตั้งใจทำ เฮ้อ.. เจ้าตัวเล็กของคุณแม่อย่าดื้อมากนะครับรู้มั้ย คุณแม่เหนื่อย” เขมินท์บอกเจ้าตัวน้อยในท้องและหวังว่าเจ้าตัวน้อยในท้องจะรับรู้ว่าผู้เป็นแม่คนนี้ลำบากแค่ไหน ขอให้ดื้อน้อยกว่าพี่ชายก็คงจะดี ถ้าดื้อทั้งพ่อทั้งลูกทั้งสองคน เขมินท์คงเหนื่อยมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าเป็นแน่ นี่ขนาดแค่คิดก็เหมือนจะไมเกรนขึ้นแล้ว เฮ้อออออออออออออ 

 

 

........................................................40%................................................. 

 

 

 

โมเดลนั่งมองไปรอบๆห้องเรียนในตอนพักเที่ยงอย่างน่าเบื่อ หลังจากกินข้าวแล้วก็กลับมานั่งในห้อง เพื่อนๆในห้องสำหรับโมเดลก็ช่างมีแต่เด็กน้อยเหลือเกิน พูดแต่เรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ดูน่าเบื่อ โมเดลอยากกลับบ้านแล้ว! 

 

“นี่ๆมาเล่นซ่อนหากันเถอะ” เด็กผู้หญิงถักเปียผูกโบว์สีชมพูวิ่งเข้ามาชวนโมเดลให้ไปเล่นซ่อนแอบด้วยกัน แต่โมเดลก็ส่ายหน้าพร้อมกับหยิบขนมในกระเป๋าของตนเองที่แอบเอามาจากห้องครัวที่บ้านขึ้นมาแกะกิน 

 

“หยุดกินแล้วไปเล่นกันเถอะ!” 

 

“บอกว่าไม่ไปไง อย่ามาจับตัวเรานะ เราไม่ชอบ” โมเดลบอกก่อนจะดึงมือของเด็กผู้หญิงออกจากแขนที่ถูกจับแล้วเดินหนีออกมานอกห้อง  

 

โมเดลไม่ชอบเลยที่มีคนไม่สนิทมาจับตัวแบบนี้ 

 

หลังจากที่เดินหนีออกมานอกห้อง โมเดลก็เดินหลบมุมไปยังใต้ต้นไม้ที่ไม่มีคน พอนั่งพิงต้นไม้ได้มุมแล้วก็เอาขนมในมือขึ้นมากินต่อให้หมด และพอกินขนมหมดก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมา ซึ่งโมเดลก็แสนจะขี้เกียจลุกขึ้นไปหาน้ำดื่มแก้คอแห้งเลยนั่งคอแห้งต่อไป  

 

โมเดลคิดถึงคุณแม่กับคุณพ่อที่สุดเลย ทำไมโมเดลต้องมาลำบากที่โรงเรียนนี้ด้วย โมเดลจะร้องไห้แล้วนะ 

 

เด็กน้อยตัวอวบคิดไปเรื่อยเปื่อยและเพ้อเจ้อพร้อมเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างโดดเดี่ยว ทำให้กันยาที่แอบหนีฝาแฝดมาเดินเล่นเห็นเข้าก็รีบเข้ามาหาทันที เพราะพอตนเองเห็นว่าเป็นเด็กที่เคยดึงแก้มที่สนามบินตอนนั้น ก็แทบจะพุ่งเข้าใส่ 

 

น้องแก้มนิ่ม! 

 

“โอ๋ๆๆ น้องแก้มนิ่มของพี่เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ” กันยาจอมแก่แดดถือวิสาสะเข้าไปกอดปลอบเด็กน้อยน่าฟัดทันที นอกจากน้องชายที่น่ารักอย่างมีนาของตนเองแล้วก็มีน้องแก้มนิ่มนี่ล่ะที่น่ารักน่าฟัดมากๆอีกคน  

 

อยากได้กลับบ้าน! 

 

“ปล่อยเรานะ มากอดเราทำไม เราจะฟ้องคุณพ่อกับคุณแม่”  

 

“ก็พี่อยากกอดนี่นา เราเคยเจอกันแล้วนะจำพี่ไม่ได้เหรอ” 

 

“จำได้สิ คนนิสัยไม่ดีที่หยิกแก้มเราไง” 

 

“ดีใจจังที่จำพี่ได้ แต่ว่าร้องไห้ทำไมครับ ใครแกล้งเหรอเดี๋ยวพี่ไปต่อยให้เอามั้ย” นักเลงขาใหญ่อนุบาลสองบอกอย่างแก่แดด ในอนุบาลสองกันยานี่แหละใหญ่ที่สุด ใครรังแกน้องแก้มนิ่งเดี๋ยวไปต่อยให้ฟันหักเลย! แต่ถ้าแม่โยรู้เข้ากันยาคงโดนตีตูดลายแน่ๆ นี่ก็บังคับให้กันยามาทดลองเรียนอนุบาลสองกับน้องอนุบาลหนึ่งตามนโยบายของโรงเรียน ซึ่งมันน่าเบื่อมาก ทำให้กันยาจะไม่อยากมาเลยก็เถอะ แต่พอน้องแก้มนิ่มมาเรียนที่เดียวกันแบบนี้กันยามาทุกวันก็ได้  

 

“ไม่มีสักหน่อย ปล่อยเราได้แล้ว เรากำลังหิวน้ำอยู่อย่าให้เราพูดมากได้มั้ย แล้วเราก็อยากกลับบ้านแล้วด้วย ที่โรงเรียนไม่เห็นสนุกเลย” 

 

“งั้นเดี๋ยวพี่พาไปกินน้ำดีกว่านะครับน้องแก้มนิ่ม” 

 

“เราชื่อโมเดลไม่ใช่แก้มนิ่มสักหน่อย” 

 

“แต่พี่จะเรียกแก้มนิ่ม ไปครับไปหาน้ำดื่มกันดีกว่า” กันยาถือวิสาสะจับมือนุ่มนิ่มของน้องแก้มนิ่มของตนเองพาเดินไปหาน้ำดื่ม ว่าแต่กันยาจะออกเงินค่าขนมซื้อน้ำส้มให้ดีกว่าน้ำเปล่าของโรงเรียนดีกว่า น้องแก้มนิ่งของกันยาน่าจะชอบมากกว่า 

 

กันยาจะเป็นป๋าสายเปย์แบบพ่อของตนเอง! 

                              

 

 

 

 

การเรียนวันแรกในโรงเรียนของโมเดลก็ผ่านไปได้ด้วยดีแถมยังได้กินน้ำส้มฟรีอีกด้วย แม้โมเดลจะไม่ชอบใจที่เด็กคนนั้นเรียกตนเองว่าน้องแก้มนิ่มก็เถอะ แต่โมเดลก็ให้อภัยได้เพราะน้ำส้มอร่อยมากกกกกกกก  

 

“คุณแม่คุณพ่ออออออ โมเดลคิดถึงครับ” และพอถึงบ่ายสามโมงเย็นโมเดลก็เห็นคุณแม่กับคุณพ่อมารับที่หน้าห้องเรียนซึ่งพอโมเดลเห็นคุณพ่อคุณแม่ก็ยิ้มหวานใส่ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋ามาสะพายหลังแล้ววิ่งเข้าไปกอดคุณแม่อย่างคิดถึง 

 

“วันนี้สนุกมั้ยครับคนเก่งของคุณแม่” 

 

“ไม่สนุกเลยครับ น่าเบื่อที่สุด โมเดลชอบอยู่กับคุณพ่อคุณแม่มากกว่า” 

 

“วันแรกๆก็แบบนี้แหละครับ เดี๋ยวก็ชิน แต่ตอนนี้เรากลับบ้านกันนะครับคนเก่ง” 

 

“กลับครับ โมเดลคิดถึงบ้านที่สุดเลย แต่ว่าคุณพ่ออุ้มโมเดลหน่อยครับ โมเดลเหนื่อยจนไม่อยากเดินแล้ว” โมเดลตัวแสบเข้าไปกอดขาเอาหน้าแนบพร้อมอ้อนวอนคุณพ่อให้อุ้มตนเองหน่อย แค่โมเดลใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนี้ตั้งหนึ่งวันโมเดลล่ะแสนเบื่อและแสนเหนื่อย! 

 

เตชิตเองเห็นลูกชายอ้อนแบบนั้นก็อุ้มลูกขึ้นแนบอกก่อนจะพาเดินไปลานจอดรถแต่ก็เจอครอบครัวของคนคุ้นเคยที่ตนเองไม่ค่อยจะชอบลูกชายบ้านนี้เท่าไรเข้าเสียก่อน  

 

ครอบครัวหัสบดินทร์ที่มีอัคคี หัสบดินทร์เป็นพ่อของลูกชายฝาแฝดสามคน 

 

“น้องแก้มนิ่มกลับบ้านกับพี่มั้ย” เตชิตคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อเจ้าเด็กแฝดที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไรส่งเสียงทักลูกชายของตนเองพร้อมกับวิ่งเข้ามาหา  

 

เด็กพวกนี้ช่างน่านัก ฮึ่มมมมม 

 

“ใครกันครับโมเดล เพื่อนเหรอ” เขมินท์ถามลูกชายเมื่อเห็นเด็กแฝดหนึ่งในสามคนกำลังวิ่งเข้ามาหาลูกชายของตนเอง หน้าตาของเด็กแฝดคนนี้ช่างดูเจ้าเล่ห์แต่เด็กจริงเชียว คงเป็นเสือน้อยแต่เด็กแน่ๆ แววตานี่บ่งบอกความแพรวพราวแต่เด็กมาก 

 

“ไม่ใช่เพื่อนสักหน่อยครับ แต่เลี้ยงน้ำส้มตอนกลางวันโมเดลให้เป็นเพื่อนก็ได้” 

 

“ผมไม่ใช่เพื่อนน้องแก้มนิ่มนะครับ ผมจะเป็นแฟนน้องแก้มนิ่มต่างหาก” กันยาผู้ได้นิสัยบิดามาเต็มๆเอ่ยบอกเสียงดังฟังชัด ไม่มองหน้าของผู้เป็นพ่อของน้องแก้มนิ่มของตนเองเลยสักนิดว่ามีสีหน้าแบบไหน ต่างกลับเขมินท์ที่กลั้นขำแทบไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าอึมครึมของเตชิตที่แสดงออกอาการความหวงลูกชายขึ้นมา 

 

พอหวงลูกแบบนี้ก็ดูเป็นคุณพ่อที่น่ารักขึ้นนิดหน่อยแฮะ…. 

 

“ไม่อยากแก่ตายเรอะเจ้าหนู” เตชิตถามเสียงเข้มและจ้องเจ้าเด็กแก่แดดตรงหน้าตาเขม็ง อ้อมแขนก็กระชับตัวลูกชายที่น่ารักขงตนเองแน่นขึ้นไปอีกราวกลับกลัวว่าลูกชายจะถูกเด็กตรงหน้าแย่งชิงไป 

 

“ฮะๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ลูกชายของผมแก่แดดแบบนี้” ไฟที่เห็นท่าทางพ่อหวงลูกของเตชิต วินิชราชกุลก็ต้องเข้ามาแทรกพร้อมกลับหิ้วเจ้าลูกชายตัวแสบส่งกลับไปให้ภรรยาที่เดินตามมาด้านหลังให้ดูแลแทนก่อนที่พ่อของเด็กน้อยที่น่ารักของกันยาจะขย้ำหัวไปมากกว่านี้ 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กๆก็แบบนี้แหละครับ พูดไปไม่รู้เรื่องราวเท่าไร อย่าถือสากันเลยดีกว่าครับ” เขมินท์ตอบคนตรงหน้าแทนก่อนจะลองมองหน้าของพ่อของเด็กแฝดดีๆก็พบว่าเป็นทายาทหลักของหนึ่งในสี่หัสบดินทร์ที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง เขมินท์ไม่คิดว่าจะได้เจอคนใหญ่โตใกล้ชิดขนาดนี้ เพราะทั้งสี่คนค่อนข้างเข้าร่วมงานได้ยากกว่าคนทั่วไป 

 

“ขอบคุณมากนะครับ ผมอัคคี ส่วนนี่วาโยภรรยาครับ แล้วก็เจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามาหาลูกคุณก็คือกันยาลูกชายคนที่สองของผมเอง” 

 

“อ่า…. ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผมเขมินท์เป็นแม่ของโมเดล” 

 

“และก็เป็นภรรยาของผมเอง อีกไม่นานเราจะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการถ้ายังไงเดี๋ยวผมของเชิญหัสบดินทร์เข้าร่วมงานนะครับเดี๋ยวการ์ดเชิญจะให้เลขาจัดส่งไปให้” เตชิตพูดสมทบอีกทีเพราะเขมินท์คงไม่ยอมบอกแน่ๆว่าเป็นอะไรกับตนเอง 

 

“ได้เลยครับ ทางเราไม่พลาดที่จะเข้าร่วมงานอย่างแน่นอนโดยเฉพาะลูกชายตัวแสบของผม” 

 

“ใช่เลยพ่อ กันยาก็จะแต่งงานกับน้องแก้มนิ่งด้วยเหมือนกัน” 

 

“ว่าไงนะ แต่งงานงั้นเรอะ เหอะ! เขมครับกลับได้แล้วครับเดี๋ยวรถจะติด ทางเราขอตัวก่อนนะครับ” เตชิตบอกก่อนจะพาลูกและภรรยาเดินหนี ทิ้งให้ครอบครัวหัสบดินทร์มองตามหลัง โดยเฉพาะโยที่แอบบิดหูลูกชายตัวดีที่พูดจาแก่แดดแก่ลมจนไม่มองหน้าพ่อของเด็กน้อยที่ตนเองบอกจะแต่งงานด้วยเลยว่าโมโหมากแค่ไหน 

 

“โอ๊ยๆๆ กันยาเจ็บนะแม่” 

 

“ก็ทำให้เจ็บน่ะสิ มีอย่างที่ไหนพูดจาแก่แดดแบบนี้ ได้พ่อมาเยอะจริงๆเลยนะ ถ้าเกิดลูกโดนคุณเตชิตเอาปืนไล่ยิงแม่จะไม่ช่วยจริงๆด้วย” เมื่อบิดหูลูกชายตัวดีเสร็จแล้วก็ไม่ลืมค้อนสายตาใส่ตัวพ่อด้วยอีกคน  

 

เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆดีนะที่สิงหา ตุลาและมีนาดื้อน้อยกว่านี้ ไม่งั้นโยคงต้องเป็นแอดมิดนอนโรงพยาบาลเพราะกลัวลูกๆจะไม่ได้โตขึ้นไปมากกว่านี้แน่ๆเพราะชอบแหย่เสือตัวพ่อกันแบบนี้ เฮ้อ….. 

 

“อย่าเครียดไปเลยครับที่รัก ในอนาคตลูกเราโดนเอาปืนไล่ยิงแน่ๆ ฮ่าๆ” พอไฟพูดจบก็อดหัวเราะไม่ได้ ไฟล่ะภูมิใจจริงๆที่ลูกชายเหมือนตัวเองขนาดนี้ เชื้อไม่ทิ้งแถวแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าลูกพ่ออดีตคาสโนว่าฆ่าแล้วตายได้อย่างไฟ ฮ่าๆ 

 

 

........................................................70%................................................. 

 

 

โมเดลถูกคุณพ่อจับตัวหมุนไปหมุนมาตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน และก็ยังถามไม่หยุดว่าไปทำอะไรกับเด็กที่เลี้ยงน้ำส้มมาบ้าง คุยอะไรกันบ้าง

โมเดลไม่เข้าใจคุณพ่อเลยว่าจะถามทำไมตั้งหลายครั้ง

“พี่เตครับพาโมเดลไปเปลี่ยนชุดได้แล้วครับ”

“อืม พี่ขอคุยกับลูกก่อน”

“พี่เตถามลูกเป็นสิบๆครั้งแล้วนะครับ โมเดลครับมาครับคุณแม่พาเปลี่ยนเสื้อผ้าปล่อยให้คุณพ่อเป็นบ้าไปคนเดียว” ว่าที่คุณแม่อารมณ์เหวี่ยงไปมาใส่พ่อของลูกเพราะตนเองบอกให้พาลูกไปเปลี่ยนชุดตั้งหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมไปสักทีมัวแต่ถามอะไรไม่รู้ จะมาหวงลูกอะไรขนาดนี้ลูกยังเด็กอยู่เลยแท้ๆ

“พี่ก็หวงสิ ใครจะอยากให้ลูกไปแต่งงานกับลูกชายของอัคคี หัสบดินทร์กัน เจ้าชู้ขนาดนั้น เชื้อคงไม่ทิ้งแถว”เตชิตบอกพร้อมนึกถึงเรื่องราวของหัสบดินทร์คนสุดท้องที่เป็นข่าวดังเรื่องความเจ้าชู้ในตอนนั้นก็ไม่อยากนึกถึงอนาคตของลูกชายตระกูลนั้นเลย

อันตรายๆ ลูกชายของเตชิตไม่ปลอดภัย!

“เพ้อเจ้อจังเลยครับ ไปครับโมเดลไปเปลี่ยนชุดกันดีกว่า” เขมินท์ส่ายหัวกับความคิดเลอะเทอะของเตชิตก่อนจะพาลูกชายเดินหนีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยตัวเองแทน

ลูกก็แค่ไม่กี่ขวบคิดอะไรไปไกลเกินไปจริงๆ อีกอย่างในอนาคตโมเดลจะชอบใครเขมินท์จะไปมีสิทธิ์ห้ามลูกได้ยังไง ลูกน่ะเลี้ยงได้แค่ตัวเท่านั้นแหละประสบการณ์ชีวิตเค้าต้องเผชิญและเรียนรู้ด้วยตัวเองพ่อแม่ก็ได้แค่ช่วยประคองให้ผ่านพ้นไปเท่านั้น ไปบังคับชีวิตแบบนั้นไม่ได้หรอก

แม้เขมินท์จะคิดแบบนั้นแต่เตชิตกลับคิดตรงกันข้าม ในหัวของเตชิตตอนนี้มีแต่แผนการกันเจ้าเด็กนั่นออกห่างจากลูกชายของตนเองไปให้ไกลที่สุด ดูก็รู้โตขึ้นมาต้องเป็นคนมาแย่งความรักของโมเดลไปจากเตชิตแน่ๆ แบบนั้นยิ่งต้องทำน้องชายให้โมเดลอีกสักสองสามคน หากเตชิตกันเจ้าเด็กนั่นด้วยตัวเองไม่ได้ก็ยังมีลูกสมุนน้อยในอนาคตคอยกันท่าให้ แต่เรื่องนี้คงต้องรบกวนว่าที่คุณแม่ลูกสองให้กลายเป็นคุณแม่ลูกสี่เรื่องที่เตชิตคิดไว้ถึงจะสำเร็จ!

หลังจากที่โมเดลเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็ลงมานั่งกินขนมว่างและวาดรูประบายสีเล่นอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเงียบๆคนเดียว เพราะคุณแม่เข้าไปช่วยดูอาหารเย็นส่วนคุณพ่อก็นั่งทำงานอยู่ในห้องนอน คุณย่าก็ออกไปข้างนอกทุกวัน ทำให้โมเดลชักจะเริ่มเหงาขึ้นมาแม้จะวาดรูปที่ชอบที่สุดก็ยังไม่หายเบื่ออยู่ดี

เฮ้ออออออ เป็นเด็กนี่น่าเบื่อจังโมเดลอยากโตแล้ว!

“ไปขับรถเล่นแทนดีกว่า”โมเดลวางสีลงบนโต๊ะเมื่อนึกได้ว่าตนเองควรจะออกไปหาอะไรที่สนุกๆทำแทน เมื่อคิดได้แล้วว่าจะเล่นอะไรโมเดลก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปที่สวนแล้วลากรถออกมาขับเล่น และเมื่อพอไม่มีผู้ใหญ่คอยควบคุม โมเดลที่เริ่มจะได้ใจเหยียบคันเร่งรถบังคับของตนเองแรงขึ้นจนบังคับยากเลยพุ่งชนเข้าที่ต้นไม้เต็มแรงเพราะเบรกไม่ทันจนรถพัง

โมเดลที่รู้สึกจุกและเจ็บเล็กน้อยก็ออกมายืนท้าวเอวมองต้นไม้เจ้าปัญหาก่อนจะเดินวนรอบๆต้นไม้แล้วเงยหน้ามองต้นไม้อยู่แบบนั้นนิ่งๆ ทำให้เตชิตที่เห็นเหตุการณ์จากหน้าต่างห้องนอนเลยต้องนั่งมองลูกชายที่ทำตัวประหลาดอย่างงงๆ เพราะบางครั้งโมเดลก็มีนิสัยประหลาดๆอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ให้ได้เห็น ซึ่งเตชิตก็เข้าไม่ถึงอารมณ์ลูกชายเหมือนกัน ส่วนเขมินท์ที่รู้นิสัยลูกอยู่แล้วก็บอกว่าให้ปล่อยไปเพราะเขมินท์เคยปรึกษาหมอเด็กถึงอาการแบบนี้แล้ว คุณหมอบอกว่าตามวัยของเด็กอายุเท่านี้ก็มักจะมีจินตนาการที่ผู้ใหญ่เข้าไม่ถึงแบบนี้ไม่ต้องกังวลมาก

“พี่เตครับ อาหารเย็นเสร็จแล้วนะครับ โทรถามคุณแม่หน่อยสิครับจะกลับมาทานข้าวรึเปล่า”เขมินท์ที่จัดการเรื่องอาหารเย็นเสร็จก็ขึ้นมาบอกเตชิตที่นั่งทำงานอยู่ในห้องและบอกให้โทรถามคุณแม่ว่าจะกลับมาทานข้าวรึเปล่า

“คุณแม่บอกพี่แล้วว่าวันนี้จะกลับดึก ให้เรากินข้าวก่อนได้เลย”

“งั้นพี่เตไปตามโมเดลมานะครับ พาลูกไปล้างมือก่อนด้วยเดี๋ยวเขมจะไปบอกให้คนจัดโต๊ะ”เขมินท์บอกก่อนจะเดินออกไป เตชิตเลยต้องละมือออกจากงานลงไปตามลูกชายที่ยังยืนมองอะไรไม่รู้บนต้นไม้อยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

“โมเดลครับเข้าบ้านได้แล้ว คุณแม่ให้พ่อมาตามเราไปกินข้าว”

“คุณพ่อครับ นั่นงูยักษ์เหรอครับ”โมเดลชี้นิ้วให้คุณพ่อดูงูยักษ์บนต้นไม้ใหญ่ที่ตนเองยืนจ้องมองมาได้สักพักแล้ว โมเดลเคยดูในโทรทัศน์และเห็นที่สวนสัตว์ ว่านี่คืองูแต่ตัวมันใหญ่กว่าในโทรทัศน์มากเลย โมเดลจะจับมาเล่นได้มั้ยนะ?

“อันตรายนะโมเดล ออกมานี่พ่อจะบอกให้คนสวนมาจับออกไป”เตชิตรีบอุ้มลูกชายหนีออกมาเมื่อเห็นงูเหลือมตัวยักษ์พันตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่

นี่ถ้าตนเองไม่มาตามลูกชายอย่างที่เขมินท์บอกก็ไม่รู้ว่าโมเดลจะซนจนปีนขึ้นไปจับงูรึเปล่า

“เราเลี้ยงไม่ได้เหรอครับ”

“ไม่ได้ครับ มันอันตราย มีใครอยู่แถวนี้มั้ย มาจับงูออกไปจากบ้านหน่อยสิ!” เตชิตเรียกคนสวนออกมาให้จัดการงูบนต้นไม้ และเมื่อเสียงเตชิตเรียกคนสวนเสียงดังลั่นบ้าน ทำให้ในบ้านก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเหมือนกันเพราะตกใจกับขนาดของงูที่พบ

 

เขมินท์ที่เดินออกมาดูเมื่อมีคนเข้ามาบอกและพอรู้ว่าลูกชายยืนมองงูตัวใหญ่ตั้งนานอยู่คนเดียวก็แทบจะเป็นลม เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นที่ร้ายแรงกว่านี้เขมินท์จะทำยังไงกับความดื้อของลูกชายที่เพิ่มขึ้นทุกวันดี

“คุณแม่โอ๋ๆนะครับ โมเดลไม่เป็นอะไรสักหน่อย” โมเดลส่งยาดมที่คุณแม่บ้านยื่นให้เอาให้คุณแม่ดมแก้อาการวิงเวียนศีรษะที่เกิดจากการตกใจ และยิ่งพอเห็นขนาดตัวของงูที่จับได้ยิ่งรู้สึกช็อกยิ่งกว่าเดิม ดีแค่ไหนที่โมเดลไม่โดนฉกหรือรัด เพราะถ้าเกิดพลาดท่าโดนรัดขึ้นมาโมเดลเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย

“โมเดลครับ ถ้าเห็นงูห้ามไปยืนจ้องแบบนี้อีกนะครับ”

“ทำไมครับ งูไม่น่ารักเหรอ”

“งูบางตัวก็ไม่น่ารักครับ สัญญากับคุณแม่นะครับอย่าทำแบบนี้”

“โมเดลสัญญาครับว่าจะไม่ทำอีก”โมเดลยื่นนิ้วมือเกี่ยวก้อยสัญญากับคุณแม่ ก่อนจะหันไปสบตากับคุณพ่อที่นั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัว เด็กน้อยเลยส่งยิ้มหวานให้คุณพ่ออีกคนอย่างเอาใจ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้ตนเองซนเกินเหตุเลยต้องทำหน้าตาน่ารักใส่ให้คุณพ่อคุณแม่ใจอ่อนและไม่ดุไปมากกว่านี้ เฮ้ออออ โมเดลนี่ช่างเป็นเด็กดีจริงๆเลยนะ!

หลังจากที่จัดการมื้อเย็นเสร็จเขมินท์ก็พาลูกชายอาบน้ำและเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังซึ่งเด็กน้อยที่ซนมาทั้งวันอย่างโมเดลก็หลับลงอย่างง่ายดาย เขมินท์ก็เลยจัดผ้าห่มของโมเดลให้เรียบร้อยและปิดไฟก่อนจะเดินออกจากห้อง พอกลับเข้ามาในห้องนอนก็เห็นว่าที่คุณพ่อลูกสองกำลังนั่งทำอะไรในไอแพดไม่รู้หน้าเคร่งเครียดกว่าปกติเลยไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยมากเท่าไรเพราะตนเองก็เพลียและอยากจะนอนพักแล้ว

“ปิดไฟด้วยนะครับถ้าจะนอน”แต่ก่อนจะนอนก็ไม่ลืมสั่งคนที่นอนร่วมเตียงไว้อีกครั้ง

“อืม เดี๋ยวพี่ปิดเอง” เตชิตรับคำก่อนจะสนใจสิ่งที่กำลังเปิดค้างไว้ในไอแพดต่อซึ่งก็เป็นแบบงานแต่งที่คุณแม่ให้คนรับจัดงานส่งมาให้ดู ในงานเตชิตบอกสิ่งที่ต้องการให้กับคุณแม่ไปช่วยดูให้ต่อเนื่องจากตนเองงานค่อนข้างเยอะและไม่มีเวลาลงไปควบคุมแบบเต็มตัว ส่วนเขมินท์ก็แพ้ท้องและทำงานหนักก่อนจะขอหยุดพักยามรับทำงานที่บ้านแทน ทำให้ทุกวันนี้เขมินท์เลยยุ่งมากๆไม่แพ้เตชิต และบางคืนที่เขมินท์หลับไปก่อนเตชิตก็เห็นอีกคนมีอาการละเมอเพราะรู้สึกปวดที่ตะคริวกินขา เตชิตเลยมานั่งนวดให้ว่าที่คุณแม่ลูกสองให้คลายปวดแม้เจ้าตัวจะไม่รู้ก็ตามว่าเตชิตนวดให้เกือบทุกคืน และคืนนี้ก็เช่นกันที่เขมินท์เป็นตะคริวกลางดึกและเตชิตก็นวดให้จนหายปวด

การเป็นสามีที่ดีนี่มันยากจริงๆเลยนะ!

 

 

..............................................................100%.....................................................

คนติดซีรีย์ก็เกเรอัพช้าแบบนี้ T__T

 

 

ความคิดเห็น