ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 11 โหยหา

คำค้น : Sugar Boy SS2,ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2559 23:57 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 11 โหยหา

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 11

 

 

 

 

หลังจากที่ผมออกมาข้างนอกกับเพื่อนในแชทซึ่งเพิ่งได้มาพบหน้าคร่าตากันวันแรก ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเขาเชื่อใจได้แต่ผมก็ไม่ใช่ผู้หญิงหรืออ่นแอจนใครจะถูกหลอกลวงไปได้ง่ายๆ ผมจึงได้ยอมออกมาเปิดหูเปิดตาเที่ยวเล่นข้างนอกกับเขา อีกใจหนึ่งที่อยากออกมาก็เพื่อจะได้เลิกคิดถึงเรื่องแย่ที่เกิดขึ้นกับผมด้วยล่ะนะ

 

 

 

"เลย์อยากทานอะไรครับ สั่งได้เต็มที่เลยนะ วันนี้วีเป็นเจ้ามือเอง" เมื่อเราทั้งคู่มาถึงร้านอาหารชื่อดังบรรยากาศสบายๆและมีอาหารมากมายน่าอร่อยให้เลือกสั่ง เขาก็เอ่ยปากขึ้นขณะที่กำลังนั่งลงบนโต๊ะๆหนึ่งภายในร้าน ซึ่งผมก็ยิ้มรับน้ำใจอีกฝ่ายทันที

 

 

 

แหม อาหารฟรีทั้งที ปฏิเสธก็เสียน้ำใจแย่สิ นี่ผมไม่ได้เห็นแก่กินจริงๆเลยนะ มารยาทครับมันคือมารยาท

 

 

 

"รับอะไรดีครับ" เมื่อเราทั้งสองคนนั่งลงเปิดเมนูอาหารดูอยู่ได้ซักพักพนักงานหนุ่มในร้านก็เดินเข้ามารอรับออเดอร์ทันที

 

 

 

"ผมหิวมากซะด้วยสิ สั่งเยอะไม่ว่ากันนะครับ" ผมโพล่งบอก ซึ่งวีที่กำลังดูเมนูอาหารเลิกคิ้วมองผมเล็กน้อย

 

 

 

"สบายครับ เลย์อยากทานมากแค่ไหนวีก็เต็มใจจ่าย" ว่าแล้วผมหรือจะรอช้า รีบร่ายเมนูที่อยากกินยาวเลยล่ะ เพราะตั้งแต่เมื่อวานมัวแต่เศร้าจนทานอะไรไม่ลงมาทั้งวัน

 

 

 

"ผมเอา อกไก่ย่างซอส ข้าวผัดปู สเต็กปลาแซลม่อน สตูเนื้อ ไข่เจียวหมูสับ เป็ดพะโล้ กุ้งเผา ปลาเผาราดพริกและก็ผักกระเพราครับ อ้อ ข้าวสวยซัก 3 จานเลยนะครับ แฮ่ะๆ" ผมสั่งยาวจนพนักงานหนุ่มจดเมนูตามไม่ทัน ส่วนวีก็ถึงกับมองผมอึ้งไปเลยทีเดียว เห็นตัวผอมๆงี้แต่ผมก็กินเยอะนะเหอะ

"ผมสั่งเสร็จแล้ว วีสั่งสิ" ผมบอกยิ้มๆ ทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงักเพราะยังอึ้งๆกับเนูที่ผมสั่งอยู่แล้วส่งแย้มกลับมาแห้งๆ คงคิดไม่ถึงล่ะสิว่าผมจะจัดเต็มขนาดนี้

 

 

 

"วีไม่รู้จะสั่งอะไรเพิ่มแล้วล่ะครับ ก็เลย์เล่นสั่งซะเกือบครึ่งของเมนูในร้านเลยนิ ฮ่าๆๆ งั้นผมขอแค่ข้าวสวย 1 จานก็พอครับ" วีเงยหน้าบอกพนักงานก่อนที่เขาจะโค้งศีรษะให้แล้วเดินออกไป

"ทานไหวหรอครับ" วีถาม

 

 

 

"ไหวสิครับ ผมแทบไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ตอนนี้หิวเป็นบ้าเลย แถบจะเขมือบโต๊ะนี่ได้เลยล่ะ" ผมบอก วีหัวเราะขำใหญ่กับท่าทางของผม ซึ่งเขาดูเป็นมิตรและเอาใจใส่คนข้างกายได้ดีมากเลยทีเดียว ต่างกับผู้ชายคนหนึ่งลิบลับ ผู้ชายคนที่แค่ผมนึกถึงเขาก็ทำให้ผมร้อนผ่าวขึ้นมาที่กรอบตา

 

 

 

"เป็นอะไรรึเปล่าครับ" วีถามเรียกให้ผมหลุดจากภวังค์

 

 

 

"อ๋อ เปล่าครับ" ผมตอบปฏิเสธไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นห่วงมากพร้อมฝืนยิ้มแห้งๆ ความจริงที่ปฏิเสธไปก็เพราะไม่อยากพูดถึงเสียมากกว่า กลัวจะทำให้ผมเผลอร้องไห้ออกมากลางร้านอาหาร เป็นแบบนั้นคงน่าอายแย่

 

 

 

"เลย์ดูเศร้าๆนะครับ เมื่อกี้เลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย พอมองดีๆตาก็แดงๆด้วย" ได้ยินดังนั้นผมก็ผวาหลบตอีกฝ่ายทันที ผมสามารถทำให้ตามันหายบวมได้ก็จริง แต่มันก็ยังแดงๆบอกว่าผมร้องไห้มากหนักมากอยู่ดี ถึงจะไม่ได้แดงชัดอะไรมากมายก็เถอะ

"ทะเลาะกับพี่ทีรึเปล่าครับ เมื่อวานวีเข้าไปดูในเฟส เห็นเลย์ปลดสถานะออกเป็นโสด..."

 

 

 

"อืม เราเลิกกันแล้วครับ" ผมบอกเสียงอ่อนลง ทำให้วีไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อ

"ช่างเถอะ วันนี้เรามาเที่ยวกัน ผมจะไม่เศร้า ฮ่าๆๆ" ผมปั้นยิ้มร่า วีมองผมแววตาอ่อนลงแล้วยิ้มบาง ไม่นานนักอาหารที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะแล้วเราทั้งคู่ก็เริ่มทานมันด้วยกันทั้งรอยยิ้มจนหมด ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนทานเองทั้งนั้น

 

 

 

"ทานข้าวเสร็จแล้วเราไปดูหนังกันต่อนะครับเลย์" วีชวนหลังเช็คบิลเสร็จ ผมรีบพยักหน้าตอบรับหงึกๆโดยไม่หยุดคิดเลยแม้แต่น้อย วันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะเที่ยวให้เต็มที่ ให้ลืมเรื่องร้ายๆไปเลย

 

 

 

ครืดดด ครืดดด

โทรศัพท์มือถือผมสั่นขึ้นจนต้องสะดุ้งเพราะตกหลังขณะที่กำลังเดินออกจากร้านไปพร้อมๆกับวีเพื่อไปยังรถ

"ว่าไงพี่" ผมกดรับแล้วคุยสายไปเดินตามวีไปที่รถ

 

 

 

[ไปไหน ทำไมไม่บอกพี่] พี่เวย์ถามน้ำเสียงวิตกเล็กน้อย ผมก็แอบนึกคิดเข้าใจตัวเองว่าพี่ชายจะเป็นห่วง แต่พอคิดไปคิดมาคงไม่ใช่หรอกมั้ง ก็มันเย็นชากับผมจะตาย พอๆกับพี่ทีเลยล่ะ ทั้งหยิ่งและมาตรฐานสูง เรื่องมาก เอาตัวเองเป็นใหญ่จนผมรู้สึกหมั่นไส้สุดๆไปเลย

 

 

 

"ออกมาเที่ยวข้างนอกกับเพื่อน ไม่กลับดึกหรอก" ผมชะงักไปนิดเมื่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงรถพอดีกับที่ตอบพี่ชายออกไปด้วยประโยคที่เคยชินมาจากคนรัก ใช่ อดีตเวลาผมไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนที่ทีก็จะถามแบบนี้ แต่น้ำเสียงฟังดูร้อนใจกว่าพี่เวย์หลายเท่า และผมก็มักจะตอบไปแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะกลับบ้านเร็วตามที่บอกเลยจนพี่ทีต้องไปตามกลับทุกที เฮ้อ...คิดแล้วมันก็ชวนรู้สึกจุกๆที่อกขึ้นมาเลยแฮะ

 

 

 

[กับใคร ทำไมไม่บอกกูก่อนไปล่ะหะ] อ่า ถามคำถามแนวเดียวกันกับพี่ทีเลย

 

 

 

"เลย์ ไม่ขึ้นรถหรอครับ" วีเรียกผมที่พอมาถึงรถแล้วก็เอาแต่ยินคุยโทรศัพท์จนอีกฝ่ายขึ้นรถไปรออยู่ก่อนแล้วต้องโผล่หัวออกมาเรียก

 

 

 

"อ๋อ ครับๆ" ผมยกโทรศัพท์ออกห่างหูแล้วขานกลับวีไปก่อนจะเปิดประตูขึ้นนั่งประจำที่นั่งข้างคนขับ

"แล้วทำไมผมต้องบอกพี่ด้วยล่ะหะ" ผมกลับมาพูดสายย้อนใส่พี่ชายน้ำเสียงแข็งกร้าว

 

 

 

[ก็มึง...] อีกฝ่ายเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดมันออกมา

 

 

 

"อะไร" ผมถามอีกสงสัย ขณะเดียวกับที่วีสตาร์ทรถออกตัวไปจากร้านอาหารเพื่อมุ่งไปดูหนังกันต่อที่ห้างใกล้ๆนี้

 

 

 

[เปล่า กูแค่คิดว่ามึงป่วยอยู่เท่านั้นแหละ] สิ้นเสียงพี่เวย์ผมก็เพิ่งมานึกได้เนี่ยแหละว่าตัวเองป่วยอยู่ เลยยกหลังมือขึ้นอังหน้าผากตัวเองและก็พบว่าตัวร้อนมาซะด้วย

[ได้เอายาไปกินด้วยมั้ย] พี่เวย์ถามขึ้นอีก น่าแปลกแฮะที่วันนี้มันถามผมมากความจนผิดปกติ คงไม่ใช่ว่าอยู่ๆก็นึกรักนึกหวงห่วงน้องชายผู้น่ารักคนนี้ขึ้นมาหรอกนะ ทั้งๆที่แต่ก่อนแทบไม่สนใจใยดีผมแท้ๆ มีอะไรๆก็ปัดให้พี่ทีตลอด เฮอะ ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี แต่...ก็มีนานๆทีล่ะนะที่มันนึกอยากจะซื้ออะไรให้ผม และมันก็ทุ่มเงินให้หนักมากด้วย อภัยให้มันก็ตรงนี้แหละ ผิดกับพี่ทีลิบลับ พูดได้คำเดียวเลยว่า...ไอ้พี่งก มีบ้านที่เป็นของขวัญวันเกิดของผมหลังแรกเนี่ยแหละที่มันกระเป๋าหนักยอมซื้อให้

 

 

 

"เออๆ เอามาอยู่ๆ แค่นี้นะ บาย" ผมโกหกตัดๆปัญหาไปแล้วรีบชิงตัดสายทันทีเพราะปล่อยให้วีต้องนั่งเงียบฟังผมคุยโทรศัพท์อยู่แบบนี้คงเสียมารยาทแย่

"โทษนะ พี่โทรมานะ" ผมหันไปบอก

 

 

 

"ไม่เป็นไรครับ พี่ทีหรอ" วีถาม ทำผมชะงักไปนิด และดูเหมือนอีกฝ่ายจะหลุดพูดออกมาเองโดยที่ไม่ทันคิดว่าไม่ควรพูดถึงเขาต่อหน้าผมตอนนี้ด้วย

"ขอโทษนะครับ วีไม่ได้ตั้งใจ..." วีเอ่ยขอโทษเสียงอ่อน

 

 

 

"ไม่เป็นไรครับ ความจริงพี่ชายคนโต..เอ่อ ผมหมายถึงพี่อีกคนของผมโทรมาน่ะ ไม่ใช่พี่ทีหรอก" ผมบอกให้อีกฝ่ายสบายใจ

 

 

 

"ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับเลย์" น้ำเสียงคนถามฟังดูจริงจังขึ้นจนผมต้องเลิกคิ้วมองเขาสงสัย

"เอ่อ พี่ทีเนี่ย เป็นพี่ของเลย์หรอครับ" วีถาม คิดว่าคงพอจะรู้ๆอะไรมาบ้างจากโพสนู้นนี่นั่นของผมล่ะนะ ก็เขาเล่นไล่ไลค์ไปซะทุกอย่างเลยนี่นา

 

 

 

"อ่า ครับ พี่คนรองน่ะ ส่วนผมเป็นน้องคนเล็ก" ผมหันกลับมาทอดสายตามองออกไปนอกรถแล้วแค่นยิ้มบอกเสียงเรียบนิ่ง แต่ในใจกับรู้สึกหน่วงๆขึ้นมาแปลกๆ

 

 

 

"พี่แท้ๆหรอครับ" วีถามเสียงเกรงๆ

 

 

 

"ถ้าบอกว่าพี่แท้ๆล่ะครับ" ผมยกยิ้มยียวนมุมปาก แววตาคมแฝงเลศนัยตวัดไปมองคนที่กำลังขับรถอยู่

 

 

 

"เอ๊ะ? จริงหรอครับ!? อ้าว ถ้าเป็นงั้น...ทำไมถึง..." วีดูจะทึ่งและอึ้งมากจนเรียบเรียงคำพูดต่อไปไม่ถูกเลยทีเดียว แน่ล่ะ ใครได้ยินว่าเราเป็นพี่น้องก็ก็ต้องแปลกใจกันทั้งนั้นแหละ

 

 

 

"ล้อเล่นน่ะครับ เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องน่ะ เพียงแต่...คุณแม่รับพี่ทีมาอยู่ในครอบครัวเราด้วย เลยได้มาเป็นพี่รองทั้งๆที่อายุเท่ากับพี่คนโต" ผมหัวเราะเบาๆที่แกล้งอีกฝ่ายได้ ก่อนจะหันกลับมานั่งเหม่อมองออกไปนอกรถเหมือนเดิม

"งั้นทีผมถามบ้างนะ ญาติคบกันมันแปลกหรอ" ผมพยายามถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติที่สุด ผมอยากจะให้มันไม่ผิดนะ ผมอยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่บางทีก็กลัวความคิดคนอื่นด้วยเหมือนกัน

 

 

 

"แปลกสิครับ ไม่สมควรมากเลยด้วย ทำไมถึงได้คบกันได้ล่ะครับ ถ้าเป็นครอบครัววีพ่อแม่คงไม่ยอมแน่ วีเองก็คงไม่ยอมรับ ถึงเป็นแค่ญาติแต่ยังไงก็สายเลือดเดียวกันไม่ใช่หรอกครับ..."

 

 

 

ว่าแล้วเชียวว่าต้องคิดแบบนี้...

"ฮ่าๆๆ นั่นสิครับ ผมก็ว่างั้น" ผมแสร้งหัวเราะแล้วยิ้มร่าให้อีกฝ่ายเชื่ออย่างง่ายดายว่าผมเห็นด้วยกับเขา เรื่องรอยยิ้มของผมผมมั่นใจมันมากเลยล่ะว่ามันสามารถซ่อนได้ทุกอย่าง ผมแทบจะเชี่ยวชาญเสียด้วยซ้ำ แต่มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่มองรอยยิ้มจอมปลอมของผมออกอย่างทะลุปรุโปร่งไปหมดเลย

..

..

..

..

 

 

 

 

หลังจากนั้น เวลาผ่านไปไม่นานเราทั้งคู่ก็ได้มาเดินเล่นกันในห้างดังใหญ่ซึ่งมีผู้คนพลุพล่ามากมาย ผมกับวีพากันไปซื้อตั๋วและออกมาเดินเล่นทานู้นกินนี่รอรอบหนังจนในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าโรง แน่ะ ไม่ใช่โรงศพนะ ผมหมายถึงโรงหนัง

 

 

 

"เอาป็อปคอนสองแปปซี่สองครับ" วีเป็นคนออกหน้าสั่ง

 

 

 

"อ่ะ เดี๋ยวๆ ผมไม่เอาป็อปคอนนะ ผมไม่ค่อยชอบ เอาแค่ของวีก็พอ" ผมรีบโพล่งขึ้นบอกวีก่อนที่พนักงานสาวจะได้ตักป็อปคอนให้

 

 

 

"งั้นเอาป็อปคอน 1 แปปซี่ 2 แล้วกันครับ" วีสั่งใหม่อีกที ไม่นานก็ได้แปปซี่กับป็อปคอนมาผมจึงอาสาถือน้ำทั้งสองแก้วไซด์บิ๊กให้เพื่อให้วีได้จ่ายตังค์และเดินออกมารอที่ทางเข้าโรง ซึ่งไม่นานวีก็ตามถือกล่องป็อปคอนตามมา

 

 

 

"ป่ะ" ผมพยักหน้าหนึ่งทีแล้วชวนวีเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน ซึ่งพอเราหาที่นั่งกันได้โฆษณาก็จบไปพอดี ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอนาน เสียงหนังบู๊ล้างผลาญดังอึกกระทึกไปทั่วห้องโถงอันมืดสนิท แรงสะเทือนจากลำโพงตัวใหญ่ทำให้หัวใจคนทั้งห้องสั่นสะท้านไปด้วยและตื่นเต้นกับฉากมันๆไปด้วย ซึ่งทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสนิท

แหงล่ะ มีใครพูดแข่งเสียงหนังดังขนาดนี้ได้ล่ะ

 

 

 

"เลย์ครับๆ" วียื่นหน้าเข้ามากระซิบเรียกผมในระยะใกล้จนผมเองก็สะดุ้งตกใจไม่นิดเพราะรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดต้นคอได้เป็นอย่างดี

 

 

 

"อะ อะไรครับ" ผมถาม ทั้งๆที่ตายังคงมองบนจอกว้างไม่วาง

 

 

 

"ผมวางป็อปคอนไว้ตรงกลาง อยากกินก็หยิบได้เลยนะ" วีบอก

 

 

 

"อะ อ่อ ครับๆ เข้าใจแล้ว" ผมพยักหน้าบอกน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะรู้สึกกลัวๆแปลกที่อีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แล้วใช้มือหยิบป็อปคอนขึ้นมากินแก้เก้อ วีจึงค่อยๆขยับออกห่างไปซึ่ผมก็โล่งใจขึ้นมาได้หน่อย

เชี่ย! กูลืมไปเลยว่ามันเคยขอคบกับกูแถมยังไม่ถอดใจเรื่องจีบกูด้วย...

...เอ่อ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ผมได้แต่บอกตัวเองในใจแล้วดูหนังต่อไปเงียบๆโดยพยายามไม่คิดอะไรให้มากกับเรื่องที่ตัวเองลืมว่าวียังจีบผมอยู่และผมก็ยังมากับเขาแบบนี้ เนินนานหลายนาทีผ่านไปความมันส์จากหนังเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นฉากเลิฟซีน ภาพบนจอกว้างของชายหญิงผู้เป็นตัวเอกของเรื่องจูบกันเด่นอยู่ต่อหน้า ร่างของหญิงค่อยถูกชายผู้เป็นที่รักกดลงให้ค่อยๆนอนราบไปกับเตียงกว้าง ก่อนที่จะ...

 

 

 

'พี่รักเธอนะ'

พระเอกในเรื่องกระซิบเสียงแผ่วบอกนางเอก ไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกสะเทือนใจกับคำๆนี้มาก น้ำเสียงของเขามันทำให้ผมนึกถึงคำบอกรักจากปากของพี่ทีขึ้นมา หัวใจดวงเล็กที่อกข้างซ้ายก็ค่อยๆเจ็บหน่วงๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แย่จริง...ทำไมถึงถึงได้รู้สึกโหยหาคำพูดนี้จากปากของพี่ทีมากขนาดนี้...

ผมได้แต่คิดในใจแล้วเงยหน้ามองภาพคู่ชายหญิงบนจอ มันกลับทำให้ผมเห็นเป็นภาพตัวเองกับพี่ทีขึ้นมา กรอบตาสวยที่เพิ่งแห้งจากน้ำตามาก่อนที่จะออกมากับวีค่อยๆร้อนผ่าวและฉ่ำน้ำขึ้นเรื่อยๆจนผมห้ามมันไม่อยู่แล้ว  อีกเดี๋ยวมันต้องไหลออกมาแน่ๆ น้ำตา...ที่ผมพยายามเก็บมันมาตลอดช่วงเวลาที่ออกมาข้างนอก...

 

 

 

"เลย์..." เสียงแผ่วเบาจากใครบางคนเรียก ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นของใครบางคนจะประกบจูบอ่อนโยนลงมาช้าๆโดยไม่ได้รุกล้ำใดทำให้น้ำตาของผมไหลอาบแก้มลงมาทันที สัมผัสของเขาอ่อนโยน อ่อนโยนมากจนน่ากลัว แต่...นี่ไม่ใช่พี่ที...

 

 

 

พลั่ก!

หลังจากถูกจูบไปได้ไม่ถึง 5 วิผมก็รู้สึกตัวและผลักอกแกร่งอีกฝ่ายแรง แววตาแข็งกร้าวที่สั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตกใจกลัวกราดมองคนข้างกายเจ้าของจูบเมื่อกี้อย่างเคืองๆ มือที่เย็นเฉียบจากอุณหภูมิของห้องยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองออกจนหมด ก่อนที่ผมจะลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งแล้ววิ่งหนีออกไปข้างนอกทันที

 

 

 

"พี่ที..." ผมพึมพำเรียกคนรักออกมา น้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้งเมื่อออกมาอยู่คนเดียวบริเวณทางเดินเข้าออกโรงหนัง ในหัวใจของผมตอนนี้มันเจ็บปวดไปหมด และในหัวก็เอาแต่ร้องเรียกหาพี่ที พี่ที ผมต้องการพี่ที ผมอยากเจอพี่ที...

"ฮึก...ทำไมพี่ไม่มาตามผมกลับ ฮึก ทำไมพี่ปล่อยผมง่ายๆแบบนี้ล่ะ ฮึก" ผมฟุ้งซ่านถึงเขามากเท่าไหร่ น้ำตาใสก็ยิ่งไหลอาบแก้มลงมามากมาย ผมอยากเจอพี่ที...อยากอยู่กับพี่ที...

 "ไหนว่ารักผมไง ฮึก ความรักที่ทำให้พี่ทนแอบชอบผมมาตั้งหลายปีมันหมดแค่นี้หรอ ฮือ"

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

QwQ เปลี่ยนมาอัพวัน จันทร์-อังคาร แล้วนะครับ เจอกันอีกในวันพรุ่งนี้นะ

ชื่อ
ความคิดเห็น