ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 32 [END]

ชื่อตอน : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 32 [END]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 74.1k

ความคิดเห็น : 161

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2559 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 32 [END]
แบบอักษร

 

 

 

บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 32

Author:   (ยอนิม)

 

 

 

 

 

“งั้นฉันพาจีกลับก่อน ไม่ไหวตาบวมเป่งเลย” ภากรหันมาพูดกับหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง จีหน้าแดงพอๆกับดวงตา

 

 

“ขอโทษนะคิน สำหรับทุกๆเรื่อง ถ้าไม่ได้นายพูดเตือนสติวันนี้ ฉันก็คงมองไม่เห็นความรู้สึกของตัวเอง” จีบอกกลับเสียงแผ่ว ภาคินยกมือขยี้หัวจีไปมา

 

 

“เธอเข้าใจทุกอย่างก็ดีแล้ว พยายามเข้านะ ฉันเชื่อว่าถึงไม่ได้แต่งกับฉัน พ่อแม่เธอก็ยอมให้แต่งกับพี่กรอยู่ดี” ภาคินบอกออกมาตรงๆ จีพยักหน้ารับ ก่อนที่ภากรจะแตะเอวหญิงสาวเบาๆ แล้วพาเดินออกไป โดยมีภาคินกับพระพายเดินไปส่งที่หน้าห้อง

 

 

หมั่บ..

 

ทันทีที่ภากรและจีออกไปจากห้องแล้ว ภาคินก็หันมาอุ้มพระพายขึ้นจนตัวลอย ทำให้พระพายต้องรีบกอดคอคนรักเอาไว้อย่างตกใจ

“พี่ภาคิน เดี๋ยวตกครับ ทำอะไรเนี่ย” พระพายถามขึ้น

 

 

“เราผ่านอุปสรรคไปเรื่องหนึ่งแล้วนะ” ภาคินบอกออกมา พระพายยิ้มอ่อนๆ

 

 

“พายดีใจนะครับ” พระพายพูดขึ้น ภาคินยกยิ้มเล็กน้อย

 

 

“งั้นเราฉลองกันหน่อยนะ” ภาคินพูดพร้อมกับมองไปที่ห้องนอน พระพายมองตามสายตาของภาคินไป ก่อนจะหน้าแดงก่ำ เพราะเข้าใจความหมายในดวงตาของภาคิน

 

 

“พี่ภาคิน พายยังไม่หายเจ็บเลยนะครับ” เด็กหนุ่มบอกเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

“ทำบ่อยๆจะได้ชินไงครับ” ภาคินบอกพร้อมกับยิ้มร้าย

 

 

“พายพึ่งรู้ว่าพี่ภาคินหื่น” เด็กหนุ่มว่าออกมาเสียงอุบอิบ

 

 

“รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วนะ” ภาคินพูดก่อนจะอุ้มพระพายเข้าไปในห้องนอนทันที แล้วคิดว่าพระพายจะขัดอะไรภาคินได้...

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

หลังจากที่ภาคินจัดการปัญหาเรื่องของจีกับภากรได้แล้วเขากับพระพายก็คบกันด้วยดีมาตลอดทั้งอาทิตย์ แต่ภาคินก็คิดอยู่เหมือนกันสักวันต้องหาโอกาสเข้าไปที่บ้านตนเอง พร้อมกับพาพระพายไปด้วย

 

Tru…Tru…Tru

เสียงโทรศัพท์ของภาคินดังขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันเสาร์ เนื่องจากวันนี้พระพายมีรับน้อง ภาคินจึงไม่ได้พากลับบ้านที่ต่างจังหวัด

 

“พี่ภาคิน โทรศัพท์ดังครับ” พระพายบอกกับภาคินที่วันนี้อาสาเข้าครัวเอง

 

 

“ใครโทรมาครับ” ภาคินถามออกไป พระพายหยิบโทรศัพท์คนรักขึ้นมาดู ก็ต้องชะงักไปนิด

 

 

“พ่อพายโทรเข้าเครื่องพี่ภาคิน” พระพายพูดขึ้น เพราะหลังจากวันที่เจอกันและรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพ่อตนเอง สรวิชญ์ก็โทรมาหาพระพายอยู่บ่อยๆ

 

 

“พายรับเลย” ภาคินพูดบอก พระพายจึงกดรับสายพ่อตนเอง ซึ่งเวลาคุยกันพระพายก็มีขัดเขินอยู่บ้าง เพราะไม่ได้ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เกิด

 

 

“ครับพ่อ พายเองครับ.....พี่ภาคินทำกับข้าว......ก็..พายมานอนค้างกับพี่ภาคิน” พระพายตอบพ่อตนเองเสียงอ้อมแอ้ม เมื่อพ่อของเขาถามว่าทำไมอยู่กับภาคินได้

“ครับ สักครู่นะครับ” พระพายตอบรับ ก่อนจะเดินมาหาภาคินในครัว

 

 

“พี่ภาคิน พ่อจะคุยด้วย” พระพายพูดขึ้น ภาคินจึงล้างมือและรับโทรศัพท์มาคุย

 

 

“ครับอาสร.....พรุ่งนี้เหรอครับ ว่างครับ.........” ภาคินพูดก่อนจะเงียบไป โดยมีพระพายยืนมองอย่างสงสัย ว่าคุยอะไรกัน

“ครับ ได้ครับ แล้วผมจะพาพายกลับไปนะครับ......ครับ...ขอบคุณครับ” ภาคินพูดตอบก่อนจะวางสายไป

 

 

“พ่อโทรมาทำไมครับ” พระพายถามขึ้นทันที ภาคินมองหน้าพระพายนิ่งๆ

 

 

“พรุ่งนี้ พี่จะพาพายไปบ้านพี่นะ” ภาคินบอกออกมาเสียงจริงจัง พระพายหน้าซีดไปนิดเมื่อได้ยิน

“พ่อของพายจะเข้าไปพร้อมกับเราสองคนด้วย” ภาคินบอกออกมาต่อ ทำให้พระพายงงเข้าไปใหญ่

 

 

“ทำไมครับ” พระพายถามขึ้น

 

 

“พี่ก็ไม่รู้ พ่อพายบอกว่าให้เข้าไปด้วยกันพรุ่งนี้ เดี๋ยวพี่โทรบอกพี่กรก่อน” ภาคินพูดก่อนจะกดโทรศัพท์หาพี่ชายตนเอง แล้วพูดคุยเรื่องของพรุ่งนี้กันอีกเล็กน้อย

 

 

“พี่ภาคิน พรุ่งนี้มันจะไม่เกิดเรื่องอะไรใช่ไหมครับ” พระพายถามคนรักอย่างกังวล

 

 

“มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกพาย ถ้าเราสองคนเข้มแข็งและจับมือกันให้แน่นเข้าไว้” ภาคินบอกกลับ ทำให้พระพายรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

 

 

“ครับ พายจะเข้มแข็ง พายจะไม่คิดปล่อยมือพี่ภาคินอีกแล้ว” พระพายตอบกลับเสียงจริงจัง ทำให้ภาคินยิ้มออกมาได้ และเชื่อว่าเขาสองคนจะต้องผ่านปัญหาทุกอย่างไปได้แน่นอน

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

วันรุ่งขึ้น

 

ภาคินขับรถพาพระพายกลับมาที่บ้านของพระพายที่ต่างจังหวัด เพื่อมาเจอกับพ่อของพระพายที่มารออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีครับพ่อ” พระพายยกมือไหว้พ่อตนเอง สรวิชญ์เดินเข้ามากอดลูกชายเอาไว้ด้วยความรู้สึกคิดถึงและหวงแหน พระพายก็กอดตอบพ่อตนเองเช่นเดียวกัน ไออุ่นจากพ่อ เป็นอีกอย่างที่พระพายอยากจะซึบซับเอาไว้ให้มากที่สุด

 

 

“รู้ใช่ไหม ว่าพ่อจะพาไปบ้านภาคิน” สรวิชญ์พูดขึ้น พระพายพยักหน้ารับ

“ภาคินล่ะ พร้อมรึเปล่า” สรวิชญ์ถามคนรักของลูกชายบ้าง

 

 

“ผมพร้อมครับ ว่าแต่อาสรจะเข้าไปทำไมเหรอครับ” ภาคินก็ยังคงไม่เข้าใจจึงได้ถามออกมา

 

 

“อาอยากจะช่วยและทำหน้าที่พ่อของพระพายบ้าง ถึงแม้ว่าภาคินอยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็ตาม แต่อาขอเข้าไปพูดอะไรสักอย่างกับพ่อของภาคินสักหน่อย” สรวิชญ์พูดขึ้น พระพายหันมามองหน้าภาคินทันที

 

 

“ได้ครับ มีอาสรไปด้วย พายเองก็คงอุ่นใจ” ภาคินตอบกลับ

 

 

“แล้วแม่จะไปด้วยรึเปล่าครับ” พระพายหันไปถามแม่ตนเองที่ยืนใกล้ๆ

 

 

“ปล่อยให้พ่อของเราเค้าจัดการเองดีกว่า แม่รอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้านนี่แหละ” แม่ของเด็กหนุ่มบอกยิ้มๆ เธอรู้เรื่องครอบครัวของภาคินแล้ว เพราะสรวิชญ์บอก และสรวิชญ์เองก็ขอเอาไว้ ว่าเขาอยากทำอะไรเพื่อพระพายและแก้ไขบางอย่างในสิ่งที่เขาไม่เคยทำในอดีตด้วย

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับเสียงแผ่ว

 

 

“งั้นเราไปกันเลยดีกว่าครับ ผมโทรนัดพี่ชายเอาไว้แล้ว พี่ชายผมเค้าจะช่วยเรื่องนี้ด้วย” ภาคินบอกกลับไป ก่อนที่ทั้งสามคนจะขึ้นรถไปด้วยกัน และตรงไปยังบ้านของภาคินทันที

..

..

..

“กลัวเหรอ” ภาคินถามขึ้น เมื่อตอนนี้เขากับพระพาย ยืนจับมือกันอยู่ที่หน้าบ้านของภาคินแล้ว พระพายพยักหน้ารับทันที ทำให้ภาคินยิ้มขำเล็กน้อย

“ไม่ต้องกลัว พ่อของเราก็อยู่นี่ด้วย” ภาคินพยักหน้าไปทางสรวิชญ์ พระพายหันไปหาพ่อตนเอง พร้อมกับจับมือพ่อเอาไว้ด้วย

 

 

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” สรวิชญ์พูดขึ้น และพากันเดินเข้าไปในบ้านของภาคิน

 

 

“คุณคิน” เสียงทักของป้าสาลี่ดังขึ้นด้วยความดีใจ

 

 

“ป๊ากับม๊าล่ะครับ” ภาคินถามหาพ่อแม่ตนเอง

 

 

“อยู่ในห้องรับแขกค่ะ คุณกรบอกแล้วว่าคุณคินจะมาพร้อมกับ....คนรัก” ป้าสาลี่หันมามองพระพายพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ เธอไม่เคยคิดรังเกียจพระพาย ถึงแม้ว่าจะพระพายเป็นผู้ชายก็ตาม เธอเห็นมาตลอดว่า ตั้งแต่มีพระพายเข้ามาในชีวิตของภาคิน ภาคินยิ้มมากขึ้นและดูมีความสุขมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ และเธอเองก็รู้ดีว่าพระพายเป็นเด็กดีแค่ไหน

 

 

“ครับ” ภาคินตอบรับยิ้มๆ แล้วพาพระพายเดินเข้าไปในห้องรับแขก พระพายใจเต้นแรง เหงื่อซึมมาที่มือ เมื่อเข้าไปเจอพ่อแม่คนรักนั่งรออยู่ แม่ของภาคินยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กของตนเอง

 

 

“สวัสดีครับคุณภมร คุณรัศ” สรวิชญ์ยกมือไหว้พ่อแม่ของภาคิน พ่อของภาคิน มองพระพายเขม็ง

 

 

“คุณมาทำอะไรเหรอคุณสร” พ่อของภาคินถามขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะเขาคิดว่าจะมีแค่ภาคินที่เข้ามา

 

 

“นั่งก่อนดีกว่าครับ” ภากรเชื้อเชิญให้สรวิชญ์นั่งลง พระพายนั่งลงข้างพ่อตนเองด้วย ส่วนภาคินก็นั่งต่อจากพระพายมาอีกที

 

 

“ผมมาเรื่องของภาคินกับพระพายครับ” สรวิชญ์ตอบกลับ แม่ของภาคินมองหน้าพระพายอย่างสังเกต

 

 

“เอ่อ...เอ่อ..สวัสดีครับ” พระพายยกมือไหว้พ่อแม่คนรักและภากร พ่อของภาคินนั่งนิ่งในขณะที่แม่ของภาคินพยักหน้ารับช้าๆ

 

 

“คุณมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องของเจ้าภาคินมัน” ภมรถามกลับเสียงนิ่ง

 

 

“ผมต้องเกี่ยวครับ เพราะว่าพระพายเป็นลูกของผม” สรวิชญ์บอกกลับ ทำให้พ่อแม่ของภาคินรวมทั้งภากรต่างมองสองพ่อลูกอย่างอึ้งๆ เพราะสรวิชญ์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศไทย

“เรื่องของผมกับลูกมันค่อนข้างยาวน่ะครับ แต่ที่ผมมา ไม่ใช่เพราะสองคนนี้มาขอร้องให้มาช่วยพูดแต่อย่างไร แต่ผมตั้งใจจะมาด้วยตัวเอง”สรวิชญ์บอกกลับมาอีก

 

 

“คุณจะมาพูดอะไร พูดเรื่องที่เจ้าคินมันคบกับลูกชายคุณงั้นเหรอ หึ ผมบอกมันไปแล้ว ว่าผมรับไม่ได้” พ่อของภาคินพูดพร้อมกับมองหน้าภาคินอย่างเคืองๆ พระพายนั่งเม้มปากพร้อมกับจับมือกับภาคินเอาไว้

 

 

“ผมอยากจะมาพูดเรื่องของผมให้คุณฟังครับ ผมขอเวลาไม่นาน ผมอยากให้คุณฟังเรื่องราวของผมสักหน่อย” สรวิชญ์บอกกลับด้วยน้ำเสียงปกติ พ่อแม่ของภาคินต่างมองอย่างสงสัย ว่าสรวิชญ์จะพูดเรื่องของตัวเองทำไม เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ของภาคินนั่งเงียบ สรวิชญ์ก็เริ่มเล่าเรื่องของตนเอง ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ที่ถูกครอบครัวบังคับทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเรียน จนถึงเรื่องคู่ครอง สรวิชญ์เล่าเรื่องของพระพายกับแม่ของพระพายให้ครอบครัวของภาคินฟังด้วย ซึ่งพ่อแม่ของภาคินก็รับฟังอย่างเงียบๆ

 

 

“คุณมาเล่าเรื่องพวกนี้ให้ผมฟังทำไม” พ่อของภาคินถามกลับไป

 

 

“ที่ผมเล่า เพราะผมอยากให้คุณภมรรับรู้ ว่าการที่ต้องถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบมันรู้สึกยังไง ผมไม่เคยมีความสุขเลยกับสิ่งที่ผมทำในอดีต ถึงแม้ว่าผมจะมีวันนี้ได้ มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ แต่ใจผมไม่เคยสัมผัสกับคำว่าความสุขที่แท้จริง ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าครอบครัว ผมถึงไม่อยากให้ภาคินต้องรู้สึกเหมือนกับตัวผม ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าผมไม่ได้เลี้ยงดูพระพาย แต่ผมก็บอกได้ว่า ลูก เราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว เราต้องปล่อยให้เขาเลือกทางเดินของเขาเอง เรามีหน้าที่คอยดูแลและสนับสนุนในสิ่งที่เขาชอบ ถ้าสิ่งนั้นมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร คุณไม่ดีใจเหรอครับ ถ้าเห็นลูกยิ้ม คุณไม่รู้สึกดีเหรอครับ ถ้าเห็นลูกมีความสุข ตอนแรกผมบอกตรงๆว่าผมเองก็ตกใจ ที่รู้ว่าภาคินกับพระพายคบกัน แต่จากประสบการณ์ของผม มันเตือนให้ผมคิดอยู่เสมอว่า อะไรที่เป็นความสุขของลูก ผมยอมทุกอย่าง ผมแค่ต้องการเห็นรอยยิ้มของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะรักชอบผู้ชายด้วยกัน มันก็ไม่ได้ทำให้คำว่าครอบครัว หรือคำว่าพ่อแม่ลูกมันเปลี่ยนไป พระพายก็ยังคงเป็นพระพาย ภาคินก็ยังคงเป็นภาคิน ผมไม่อยากให้ลูกทุกข์เหมือนที่ผมทุกข์ ผมผิดไหมครับ ที่อยากเห็นลูกมีความสุข” สรวิชญ์พูดออกมา พระพายน้ำตาคลอทันทีเพราะเข้าใจความรู้สึกของพ่อตนเอง

 

 

“แล้วคุณไม่คิดถึงหน้าตา สังคม ชื่อเสียงของคุณบ้างรึไง” พ่อของภาคินถามออกมาอย่างข้องใจ

 

 

“เรื่องพวกนั้น มันเป็นเปลือกนอกครับ ผมยอมสูญเสียทุกอย่างที่คุณบอกมา เพื่อแลกกับคำว่าครอบครัว ผมยอมทิ้งทุกอย่าง เพื่อรักษารอยยิ้มและคนที่ผมรักเอาไว้  คุณโชคดีมากนะครับ ที่มีลูกชายอย่างภาคิน ผมอิจฉาในความมั่นคงของเค้า อิจฉาในความซื่อสัตย์ในความรู้สึกของเค้า อิจฉาที่เค้าแข็งแกร่ง ยอมต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ซึ่งผมในอดีต ไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้เลย” สรวิชญ์บอกออกมาอีก แม่ของภาคินยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เธอฟังและคิดตามทุกคำในสิ่งที่สรวิชญ์บอกออกมา

“ชื่อเสียง เงินทอง ตายไปก็เอาไปไม่ได้หรอกครับ แต่ความทรงจำดีๆ ความสุขต่างหากที่เป็นของจริง” สรวิชญ์บอกทิ้งท้าย พ่อของภาคินนั่งเงียบไปทันที

 

 

“ป๊าครับ ม๊าครับ ผมเข้าใจดี ว่าป๊ากับม๊าต้องการให้ผมมีอนาคตที่ดี มีชีวิตที่สุขสบาย แต่ถ้าป๊าลองเปิดใจสักนิด ป๊าก็จะเห็นว่าสิ่งที่ผมเลือกก็เป็นอนาคตที่ดีให้กับผมได้เหมือนกัน ผมอยากทำทุกอย่างในฐานะคนธรรมดาที่มีชีวิต ผมไม่อยากทำทุกอย่างในฐานะหุ่นยนต์ ป๊าเคยเห็นพี่กรยิ้มบ้างรึเปล่าครับ” ภาคินพูดออกมาบ้าง พ่อแม่ของเขาหันไปมองหน้าลูกชายคนโตทันที ซึ่งทั้งสองก็จำไม่ได้เหมือนกัน ว่าเห็นภากรยิ้มล่าสุดเมื่อไร ภากรนั่งก้มหน้าเล็กน้อย

“ป๊ากับม๊า หัวเราะด้วยกันล่าสุดเมื่อไรครับ” ภาคินถามต่อ พ่อแม่ของเขาหันมามองหน้ากันบ้าง

“ถ้าชีวิตที่สุขสบาย ต้องแลกมาด้วยความเหินห่างของครอบครัว ผมยอมลำบากดีกว่าครับ มีหลายครอบครัวที่ผมเห็น ไม่จำเป็นต้องรวยหรือมีเงินเหลือกินเหลือใช้ เค้าก็มีความสุข นั่งกินข้าวหัวเราะไปด้วยกันได้  แต่ในทางกลับกัน บ้านเรามีเงินใช้มากมาย แต่หาความสุข หารอยยิ้มของคนในครอบครัวไม่ได้เลย มันเพราะอะไรกันครับ” ภาคินถามออกมา ทุกคนในห้องต่างนั่งเงียบ

 

 

“เรื่องเรียนของแก ฉันพอจะทำใจได้หรอกนะ แต่เรื่องของเด็กคนนี้ล่ะ” พ่อของภาคินพูดขึ้นอีกครั้ง เรื่องเรียนของภาคินเขาเองทำใจได้นานแล้ว แต่อดไม่ได้ที่จะต่อว่าเวลาที่เห็นหน้าภาคินจริงๆ พระพายมองหน้าพ่อของภาคินด้วยสายตาหม่นๆ

 

 

“พายรักพี่ภาคินครับ พายไม่รู้จะบอกกับคุณลุงยังไงให้ยอมรับในความรักของพายกับพี่ภาคิน” พระพายพูดตามที่คิด

 

 

“แล้วถ้าฉันบอกให้เลิกกันล่ะ” พ่อของภาคินถามออกมาอีก พระพายหันมามองหน้าภาคิน ก่อนจะหันไปมองพ่อของคนรักอีกครั้ง

 

 

“พายต้องขอโทษคุณลุงด้วยนะครับ ที่พายไม่สามารถเลิกกับพี่ภาคินได้ พายสัญญากับพี่ภาคินไว้แล้ว ว่าเราสองคนจะก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน เราจะยืนข้างๆกันทั้งยามสุขยามทุกข์ ต่อให้พี่ภาคินไม่เหลือใคร พายก็ไม่เลิกกับพี่ภาคินแน่นอนครับ พายจะเป็นทั้งครอบครัว เป็นชีวิตให้กับพี่ภาคิน” พระพายบอกออกมาเสียงจริงจัง ภาคินยิ้มออกมาด้วยความพอใจ  แม่ของภาคินยิ้มออกมาน้อยๆ

 

 

“แล้วรู้รึเปล่า ว่าภาคินมันมีคู่หมั้นแล้ว” พ่อของภาคินถามอีก

 

 

“รู้ครับ เรื่องนี้คงต้อง...” พระพายพูดพร้อมกับหันไปมองภากร

 

 

“ป๊าครับ” ภากรได้โอกาสพูดขึ้น

 

 

“อะไร” พ่อของภากรขานรับ

 

 

“ผมอยากจะพูดเรื่องนี้กับป๊ามานานมาก แต่ผมไม่กล้าสักที” ภากรพูดขึ้น ทำให้ทั้งพ่อและแม่ของภาคินต่างมองด้วยความแปลกใจ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยอมทำทุกอย่างตามที่ป๊าต้องการ ผมยอมทนแบกรับทุกอย่างเพื่อครอบครัวได้ แต่ผมไม่มีความสุขเลย ผมถึงได้อิจฉาไอ้คิน ที่กล้าทำทุกอย่างตามใจตัวเอง” ภากรบอกออกมา ทำให้พ่อแม่นั่งนิ่งอึ้ง

“แต่ใช่ว่าตอนนี้ผมไม่อยากสืบทอดธุรกิจครอบครัวต่อนะครับ เพียงแค่ ผมอยากมีความสุขเข้ามาในชีวิตบ้าง” ภากรบอกออกมาอีก

 

 

“ความสุขที่กรอยากได้ คืออะไร” แม่ของเขาถามขึ้นมาบ้าง

 

 

“ผมรักจีครับ ผมรักจีมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่ป๊ากับม๊าจะให้จีกับไอ้คินแต่งงานกัน” ภากรบอกออกมา ทำให้พ่อแม่ของเขาอึ้งหนักมากขึ้นกว่าเดิม

“ผมต้องยอม เพราะผมไม่อยากขัดใจป๊า ผมเก็บความทุกข์ ความเสียใจมาตลอด แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย ผมขี้ขลาดเกินจะพูดบอกกับป๊า เพราะกลัวว่าป๊าจะผิดหวังในตัวผม ผมไม่อยากทำลายความหวังของป๊ากับม๊า” ภากรบอกออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด พ่อกับแม่ของเขา ต่างนั่งเงียบ เมื่อรู้ว่าตนเองทำให้ลูกทั้งสองทุกข์มากขนาดไหน

 

 

“แล้วจีล่ะกร” แม่ของภาคินถามออกมาบ้าง

 

 

“จีรักพี่กรค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่จีเข้ามาแบบนี้” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาในห้องรับแขก จียกมือไหว้พ่อแม่ของภากรรวมไปถึงสรวิชญ์ด้วย หญิงสาวเดินไปนั่งข้างภากร

“จีขอโทษอีกครั้งนะคะ จีเองก็พึ่งจะรู้ใจตัวเองเหมือนกัน ว่าคนที่จีรักคือพี่กร” หญิงสาวบอกย้ำมาอีก ภากรจับมือของเธอเอาไว้

 

 

“แล้วพ่อแม่เราล่ะ” พ่อของภาคินถามออกมาบ้าง

 

 

“จีบอกพ่อกับแม่แล้ว ท่านทั้งสองเข้าใจดีค่ะ ท่านบอกว่า ถ้าสิ่งที่จีเลือก คือความสุขของจี ท่านก็ไม่ว่าอะไร” จีบอกออกมาตามจริง ก่อนที่ในห้องรับแขกจะเงียบสนิท

 

 

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำผิดพลาดมาตลอดสินะ” พ่อของภาคินพูดขึ้น

 

 

“คุณไม่ได้ทำผิดหรอกครับคุณภมร ผมรู้ว่าคุณหวังดีกับลูกมากกว่าใคร เพียงแค่คุณลืมคิดไปว่า บางครั้ง ความหวังดีของเราก็ทำร้ายลูกได้เหมือนกัน” สรวิชญ์พูดออกมาอีก

“พ่อแม่ย่อมอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่มันจะดีกว่าไหมครับ ถ้าปล่อยให้เค้าได้เลือกเอง ในพื้นฐานของความถูกต้อง” สรวิชญ์พูดแนะนำ พ่อของภาคินมองหน้าภาคินกับพระพายสลับไปมา

 

 

“แล้วเรื่องนี้ ถือว่าถูกต้องด้วยรึเปล่า” พ่อของภาคินถามขึ้น พระพายลุกขึ้นท่ามกลางความงุนงงของภาคิน ก่อนที่พระพายจะไปนั่งคุกเข่าตรงพื้นด้านหน้าแม่ของภาคิน เนื่องจากตรงพ่อของภาคินมีโต๊ะกระจกกั้นขวางอยู่

 

 

“พายขอเวลาได้ไหมครับ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความรักของพายกับพี่ภาคินถูกต้องหรือผิดพลาดยังไง ขอโอกาสให้พายกับพี่ภาคินแสดงให้เห็นหน่อยได้ไหมครับ” พระพายบอกออกมาเสียงสั่นๆ ภาคินขยับลงไปนั่งข้างๆคนรัก

 

 

“ผมรู้ครับ ว่าผมทำให้ป๊ากับม๊าเสียใจ แต่ผมขอร้องล่ะครับ ให้โอกาสผมสองคนพิสูจน์ตัวเอง ว่าความรักของผมสองคนไม่ได้ต่างไปจากคู่รักผู้หญิงผู้ชายเลย” ภาคินบอกออกมาเสียงจริงจัง

 

 

“ผมกับจี ขอร้องด้วยคนครับป๊า ผมเองเป็นพี่ที่ไม่ดีเท่าไร แต่คินมันทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น ทำให้ผมกับจีเข้าใจกัน ผมก็อยากจะให้น้องมีความสุขด้วยเหมือนกัน” ภากรบอกออกมาอีกคน ภาคินยิ้มออกมาน้อยๆ

 

 

“ใช่ค่ะ พระพายเป็นเด็กดี เรื่องนี้จียืนยันได้เลย” หญิงสาวพูดขึ้นมาบ้าง พ่อแม่ของภาคินหันมามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่แม่ของภาคินจะจับมือพระพายมาลูบเบาๆ

 

 

“ถ้าพายคือความสุขของคิน ม๊าก็ยอมรับหนูได้นะพาย” แม่ของภาคินบอกออกมา ทำให้พระพายกับภาคินยิ้มกว้างออกมาทันที

 

 

“ขอบคุณครับ” พระพายกับภาคินพูดออกมาพร้อมกันแล้วก้มลงกราบที่ตักของแม่ภาคิน ก่อนจะหันไปหาพ่อของภาคินบ้าง แต่พ่อของภาคินก็ยังคงนั่งเงียบอยู่

 

 

“คุณคะ ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของลูกๆ ฉันอยากเห็นครอบครัวของเรามีความสุขเหมือนกับครอบครัวอื่นเค้าบ้าง” แม่ของภาคินพูดบอกออกมา เธอทำใจได้ง่าย เพราะคำว่ารักที่มีให้ลูกชาย พ่อของภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ฉันยังรับไม่ได้หรอกนะ สำหรับเรื่องนี้” พ่อของภาคินพูดออกมา ทำให้ทั้งภาคินและพระพายชะงักไปทันที

“แต่ฉันจะให้โอกาส ทำให้ฉันเห็นและทำให้ฉันเปิดใจสำหรับเรื่องนี้ให้ได้ละกัน” พ่อของภาคินพูดออกมา พระพายคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยิน คำพูดให้โอกาสจากพ่อของภาคิน ถือว่าดีมากที่สุดแล้ว สำหรับเขาทั้งสองคน

 

 

“ขอบคุณครับ” พระพายกับภาคินยกมือไหว้พ่อของภาคินพร้อมกัน ภาคินดึงพระพายเข้ามากอดทันที

 

 

“หมดเรื่องแล้วใช่ไหม ฉันขอตัวไปทำงานต่อละกัน ผมขอตัวก่อนนะ คุณสร”พ่อของภาคินลุกขึ้นพูด ก่อนจะเดินแยกไปทางห้องทำงาน

 

 

“ให้เวลาป๊าเค้าหน่อยนะคิน พาย” แม่ของภาคินพูดขึ้น

 

 

“แค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะครับ ผมรักม๊านะครับ” ภาคินบอกก่อนจะกอดแม่ตนเองเอาไว้ ส่วนพระพายก็ลุกมากอดพ่อตนเองเช่นเดียวกัน

 

 

“ขอบคุณนะครับพ่อ ที่ทำทุกอย่างให้พาย ถ้าไม่ได้พ่อมาช่วยพูดให้ พายกับพี่ภาคิน คงไม่ได้รับโอกาสจากคุณลุง” พระพายพูดกับพ่อตนเองเสียงสั่นๆ สรวิชญ์ลูบหลังลูกชายเบาๆ

 

 

“พ่อไม่ได้ทำเพื่อพายคนเดียวหรอก แต่พ่อทำเพื่อปลดปล่อยความผิดพลาดของพ่อเองด้วย” สรวิชญ์บอกออกมาตรงๆ แต่พระพายไม่โกรธเคืองเรื่องราวในอดีตของพ่อตนเองอยู่แล้ว

“อีกอย่าง พายกับภาคิน แสดงความจริงใจออกมาให้คุณภมรเค้ารับรู้ได้ด้วยต่างหากล่ะ” สรวิชญ์พูดชมลูกชายตนเองด้วย ก่อนที่แม่ของภาคินจะเรียกพระพายไปนั่งพูดคุยกันอีกสักพัก ภาคินถึงขอกลับกรุงเทพเลย เพราะวันรุ่งขึ้นเขากับพระพายมีเรียน และพระพายสัญญากับแม่ของภาคินว่าจะแวะเข้ามาหาทุกครั้งที่กลับมาเที่ยวบ้าน

..

..

..

“สบายใจแล้วใช่ไหม” ภาคินถามคนรัก ขณะขับรถกลับกรุงเทพฯ ภาคินไปส่งพ่อของพระพายแล้วและแวะบอกข่าวดีกับแม่ของพระพายอยู่สักพัก ถึงได้ขอตัวกลับ เพราะไม่อยากถึงกรุงเทพดึกมาก

 

 

“ที่สุดเลยครับ” พระพายบอกกลับไป ตอนนี้หัวใจของพระพายพองโต เหมือนปลดปล่อยความทุกข์ ปลดปล่อยปัญหาที่แบกเอาไว้ไปจนหมด

 

 

“เห็นไหม พี่บอกแล้ว ว่าปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้” ภาคินพูดขึ้นมายิ้มๆ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย ส่วนอีกข้างก็กุมมือพระพายเอาไว้ พระพายเอนหัวไปพิงไหล่ภาคิน

 

 

“พายขอโทษนะครับ ที่ตอนแรก พายไม่หนักแน่นเอาเสียเลย” พระพายบอกออกมาเสียงจริงจัง ภาคินยกหลังมือพระพายขึ้นมาจูบเบาๆ

 

 

“พายขอโทษพี่ไปแล้วนะ” ภาคินบอกกลับ

“ถามจริงนะพาย ทำไมตอนแรกพายถึงได้ลังเลตอนที่จีมาบอกให้เลิกกับพี่” ภาคินถามออกมาอย่างข้องใจ พระพายเงียบไปนิด

 

 

“คือ.. พายบอกตรงๆว่าพายไม่มั่นใจในตัวเองเลย พายไม่รู้ว่าพายจะทำให้พี่ภาคินรักพายได้มากแค่ไหน ถึงแม้ว่าพี่ภาคินจะบอกว่าแอบรักพายมานานพอๆกับที่พายรักพี่ภาคิน แต่พี่ภาคินเข้าใจความรู้สึกพายไหม แบบว่าพายรู้ตัวดีว่ารักพี่ภาคินมากขนาดไหน แต่พายไม่รู้ใจพี่ภาคิน จะว่าพายไม่เชื่อใจก็ได้ แต่พายกลัวจริงๆนะครับ สับสนด้วย ไม่รู้จะบอกกับพี่ภาคินยังไง” พระพายบอกออกมาเพราะตอนนั้นสับสนในความคิดและความรู้สึกของตัวเองจริงๆ ตอนนั้นพระพายคิดว่า ภาคินคงรักตนเองได้ไม่ถึงครึ่งที่ตนเองรักภาคิน ถึงได้คิดลังเล

 

 

“พี่เข้าใจพายนะ แล้วพายก็อยากรู้ใช่ไหม ว่าความรักของพี่มันเท่ากับที่พายรักพี่รึเปล่า” ภาคินถามออกมา พระพายพยักหน้ารับทันที

“งั้นรอให้ถึงห้องก่อน แล้วพี่จะให้พายดูบางอย่าง” ภาคินบอกเสียงจริงจัง

 

 

“อะไรเหรอครับ” พระพายรีบถามทันที ภาคินได้แต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร

..

..

..

“ห้องทำงานพี่ภาคิน” พระพายพูดขึ้น เมื่อมาถึงคอนโดของภาคิน ภาคินก็พาพระพายมายืนอยู่ที่หน้าห้องนอนเล็ก ที่เขาทำเป็นห้องทำงานไปแล้ว และห้องนี้จะล็อคเอาไว้ตลอดเวลา มีเพียงภาคินที่เข้าไปในห้องนี้ได้

 

 

“ใช่” ภาคินตอบกลับ พระพายหันมามองงงๆ

 

 

“แล้วไงครับ” พระพายถามต่อ

 

 

“พายไม่สงสัยเหรอ ว่าทำไมพี่ไม่ให้พายเข้าไปทำความสะอาด ไม่ให้พายเข้าไปในห้องนี้เลย” ภาคินถามกลับมา พระพายส่ายหน้า

 

 

“พายคิดว่าพี่ภาคินคงไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งในห้องทำงาน” พระพายบอกออกไปตรงๆ ภาคินยิ้มขำเล็กน้อย

 

 

“จริงอยู่ ที่พี่ไม่อยากให้ใครเข้าไปวุ่นวายในห้องทำงานพี่...เพราะพี่เก็บความลับบางอย่างเอาไว้ และตอนนี้ พี่จะให้พายได้เห็นความลับของพี่” ภาคินบอกออกมา ทำให้พระพายรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“พายหลับตานะ อย่าลืม จนกว่าพี่จะบอก” ภาคินพูดขึ้น พระพายพยักหน้ารับ พร้อมกับหลับตาลง เสียงไขกุญแจห้องดังขึ้น ก่อนที่พระพายจะได้ยินเสียงเปิดประตู พร้อมกับมือแกร่งที่ค่อยๆดึงพระพายให้เดินตามเข้าไป พระพายเดินตามแรงดึงของภาคิน ภาคินพาพระพายไปหยุดตรงจุดๆหนึ่ง แล้วจับไหล่พระพายให้หันให้ถูกทิศ

“โอเค พายลืมตาได้แล้ว” ภาคินพูดขึ้น พระพายค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แสงไฟภายในห้องที่ภาคินเปิดมันส่องสว่างจนเห็นทุกอย่างในห้องชัดเจน ดวงตาของพระพายค่อยๆเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นบางอย่างตรงหน้า รูปภาพของพระพายถูกติดเอาไว้เต็มผนังห้อง รูปภาพเหล่านั้น เป็นภาพสมัยที่พระพายยังคงเรียนมัธยม ทั้งรูปที่พระพายถ่ายกับเพื่อน และรูปที่ถูกแอบถ่าย พระพายดวงตาร้อนผ่าว เดินไล่ดูรูปของตัวเองช้าๆ มีรูปปัจจุบันด้วย ซึ่งพระพายไม่รู้ว่าภาคินแอบถ่ายตอนไหน แต่นั่นไม่ได้เรียกความสนใจได้เท่ากับรูปในอดีต มันมีรูปช่วงที่ภาคินเข้ามาเรียนในกรุงเทพแล้วด้วย

 

 

“พี่ภาคินเอารูปพวกนี้มาจากไหน” พระพายหันมาถามเสียงสั่น

 

 

“พี่จ้างรุ่นน้องที่อยู่ในโรงเรียน ให้คอยตามเก็บภาพของพายให้พี่ พี่บอกแล้วไง ถึงพี่จะมาอยู่กรุงเทพ แต่พี่ก็ตามติดและรับรู้เรื่องของพายมาโดยตลอด” ภาคินบอกเสียงจริงจัง

“ความทรงจำพวกนี้มันมากพอที่จะทำให้พายเลิกสงสัยในความรักของพี่รึยัง” ภาคินบอกออกมายิ้มๆ พระพายน้ำตาไหลช้าๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้ากอดภาคิน

 

 

“ฮึกก...พายไม่สงสัยในความรักของพี่ภาคินแล้วครับ...ฮึกก...พายรักพี่ภาคิน รักมากนะครับ ฮึกก...ขอบคุณสำหรับความรักของพี่ภาคินที่มีให้พาย” พระพายบอกออกมาเสียงสะอื้น เขาร้องไห้เพราะความสุข ความดีใจที่ได้รับรู้ ตอนนี้พระพายมั่นใจแล้วว่าภาคินก็รักพระพายไม่น้อยไปกว่าที่พระพายรักภาคินเลย

 

 

“พี่ก็รักพายนะครับ รักมาก ระยะเวลาที่ผ่านมา มันคือบทเรียนอย่างหนึ่ง ที่สอนให้เรารู้จักอดทน และพยายามทำในสิ่งที่เราตั้งใจ และเราก็ก้าวผ่านบทเรียนนั้นมาได้ ถึงมันจะยากลำบากสักหน่อย แต่ผลลัพท์ที่ได้มันก็คุ้ม หลังจากนี้ต่อไป ยังมีบทเรียนอีกมากมายที่เราสองคนต้องเจอ พายพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับพี่ไหม” ภาคินถามเสียงจริงจัง แฝงไปด้วยความอบอุ่น เขาโอบกอดพระพายเอาไว้ด้วยความรัก

 

 

“ฮึกก..พร้อมครับ ต่อให้พายต้องเรียนรู้หนักแค่ไหน พายก็จะอดทน ถ้ามีพี่ภาคินอยู่ข้างๆด้วย” พระพายบอกออกมาเสียงสั่นๆ ภาคินยิ้มออกมา ก่อนจะจูบที่ขมับของคนรัก

 

 

“เราจะเรียน บทเรียนความรัก ของเราสองคน ไปด้วยกันนะครับ” ภาคินบอกเสียงนุ่ม พระพายก็พยักหน้ารับทั้งน้ำตา

 

หลังจากนี้ต่อไป เขาสองคนก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน..

 

จะมีสักกี่คนที่สมหวังในรักแรก....

จะมีสักกี่คนที่ประคองรักแรกไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ความรักมันไม่ได้สิ้นสุดตรงที่ได้คบกัน

มันยังมีเรื่องราวให้เรียนรู้และฝ่าฟันอีกมากมาย

เพราะมันคือ บทเรียนรัก

 

 

 

END

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วค่ะ ภาคินพระพาย

ในเล่มจะมีตอนพิเศษ 3 ตอน

จะรู้ว่าพ่อของภาคินยอมรับเรื่องของภาคินพระพายได้เมื่อไร

หนังสือ สามารถไปซื้อที่ B2S ได้เลยค่ะ

ถ้าไม่มีหนังสือวางขายให้แจ้งกับพนักงาน ให้เค้าสั่งหนังสือมาให้ก็ได้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น