กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 40 เส้นผมบังภูเขา

ชื่อตอน : chapter 40 เส้นผมบังภูเขา

คำค้น : ฆาตกรรม ระทึกขวัญ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 133

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2562 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 40 เส้นผมบังภูเขา
แบบอักษร

40...     เส้นผมบังภูเขา      

     เช้าวันรุ่งขึ้น... 

       ข่าวสาวประเภทสองโดดตึกฆ่าตัวตาย ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมือง 

       กลางดึกเมื่อคืนนี้ มีคนพบเหลียงเหม่ยหลินกลายเป็นศพแหลกเหลว อยู่บนลานหน้าคอนโดที่พัก

       เจ้าหน้าที่นิติเวชนำศพไปผ่าพิสูจน์ พบสารเสพติดประเภทโคเคนในร่างกายจำนวนมาก

        ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ตายเมายาแล้วโดดลงมาจากระเบียงห้องพักตัวเอง จึงตกมาฟาดพื้นคอนกรีตเบื้องล่างเสียชีวิต สาเหตุอาจเป็นเพราะอาการหลอนจากฤทธิ์ยา หรือเจตนาฆ่าตัวตาย  

    เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจค้นห้องพักผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีทรัพย์สินสูญหาย ไม่มีประเด็นใดๆให้สงสัยว่าเป็นการฆาตกรรม

      แต่น่าแปลกเมื่อตำรวจตรวจสอบประวัติผู้ตาย กลับไม่พบว่าเคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อนเลย ทำให้ตำรวจยังไม่สรุปสำนวน และตั้งทีมขึ้นมาสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อค้นหาสาเหตุอันแท้จริงต่อไป

          นายตำรวจผู้รับผิดชอบดูแลคดีนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกล ผู้กองมอนโรเจ้าเก่านั่นเอง หล่อนถูกนายปลดจากคดีเก่าและส่งให้มาทำคดีนี้แทน เพราะคดีเก่าเพิ่งได้หลักฐานใหม่ ทำให้คดีเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น สารวัตรใหญ่จึงลงมาดูแลเอง

       ผู้กองมอนโรสั่งลูกน้องให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาบุคคลต้องสงสัย แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง

       เมื่อหัวหน้าร.ป.ภ.คอนโดแจ้งว่า ตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนของเมื่อคืนนี้ กล้องทุกตัวบนชั้นสิบเอ็ดอยู่ๆก็เกิดขัดข้องหยุดทำงานไปเอง ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ร.ป.ภ.ของที่นี่ กำลังตรวจสอบหาสาเหตุ และซ่อมแซมแก้ไขอยู่

     เบาะแสเดียวที่ได้จากกล้องวงจรปิด ก็คือภาพชายหนุ่มผมทองซึ่งเข้าไปในห้องพักผู้ตายก่อนกล้องจะขัดข้อง และไม่มีภาพตอนกลับออกมา แสดงว่าคงกลับไปหลังจากกล้องหยุดทำงานลงแล้ว

      แต่เป็นตอนไหนกันแน่! ก่อนหรือหลังผู้ตายเสียชีวิต เป็นคำถามที่ผู้กองมอนโรจะต้องหาคำตอบ 

   หลังจากสอบถามพยานแวดล้อมทั้งร.ป.ภ.และผู้พักอาศัยในห้องข้างเคียง

   ผู้กองก็พอได้ข้อมูลคร่าวๆว่า ผู้ชายในภาพเป็นแฟนกับผู้ตาย มีอาชีพเป็นทนายความชื่อ คริสโตเฟอร์ ฮอว์กิ้นส์...

                        *****

       บ้านคุณนายเลวิส 

     พอรู้ข่าวเหม่ยหลิน หัวใจวิชุดาก็แทบแตกสลาย เธอร่ำไห้ฟูมฟายน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

                  การจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยไม่มีโอกาสให้สั่งเสียร่ำลาของพี่หลิน สร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจให้วิชุดาน้องรวมสายโลหิตอย่างหนักหนาสาหัส

                  จอห์นต้องเฝ้าปลอบโยนอยู่ข้างๆไม่ห่าง ด้วยความรู้สึกสลดหดหู่ใจเป็นที่สุด

             ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าช่างผ่านไปเชื่องช้า นาทีนานราวกับชั่วโมง 

           จอห์นประคองกอดสาวคนรักไว้ในอ้อมแขน คอยใช้ทิชชู่ซับน้ำตาให้ พลางขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างคลางแคลงใจ

   “ ตำรวจให้ข่าวว่าพี่คุณเมายา แล้วโดดลงมาฆ่าตัวตาย พี่คุณเสพโคเคนด้วยเหรอ ? ” เขาถามตรงๆ

                      วิชุดาซบหน้าร้องไห้อยู่บนอกกว้าง เงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงสะอื้น

        “ พี่ฉันไม่เสพยา แต่อาจคิดสั้นเรื่องแฟนนอกใจ พี่หลินรักผัวคนนี้มาก เราไม่ควรแฉเรื่องคริสเลย ดูสิเรื่องมันเลวร้ายบานปลายไปกันใหญ่แล้ว โธ่ พี่หลิน พี่ต้องมาตายเพราะฉันแท้ๆ ฮือๆ โฮๆ ” เธอพูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร

                   ชายหนุ่มกระชับวงกอดให้แน่นขึ้น และลูบไล้ต้นแขนหญิงสาวเบาๆเป็นเชิงปลอบโยน

     “ อย่าเพิ่งโทษตัวเองที่รัก พี่คุณไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก ต้องมีคนฉีดยานรกให้ แล้วโยนหล่อนลงมาจากชั้นสิบเอ็ดเพื่ออำพรางคดี และคนๆนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกล ต้องเป็นไอ้คริส พันเปอร์เซ็นต์ ” เขาฟันธงดื้อๆ

    “ เพราะอะไร ทำไมมันต้องฆ่าพี่หลิน หรือว่า...” วิชุดาหน้าตื่น ถามเร็วปรื๋อ

    “ ใช่ เจ๊หลินถึงจะปฏิเสธและโกรธเคืองคุณ แต่คงแอบไปทำตามที่คุณบอก ” จอห์นสรุปให้ฟังคร่าวๆ ตามความคิดเขา                        

                              วิชุดาลืมตาโพลง นึกภาพออกทันที

    “ ใช่ๆ จริงด้วย ฉันก็ลืมนึกไป ตามปกติแล้วพี่หลินกลัวความสูงจะตาย คงไม่กล้าโดดตึกตายหรอก ”

     “ พี่คุณคงเสียท่าถูกไอ้เลวจับได้ เลยถูกฆ่าปิดปาก เรื่องมันถึงลงเอยแบบนี้ ” นักสืบหนุ่ม เคยเป็นสันติบาลมาก่อน จึงสันนิษฐานได้อย่างน่าฟัง

                             วิชุดาเคียดแค้นแทบคลั่ง แหกปากด่าคริสเสียงเอ็ดตะโร

        “ ไอ้คริส ไอ้สัตว์นรก มึงฆ่าพี่กู ฮึ่ม กูจะให้มึงชดใช้อย่างสาสม ชาตินี้มึงอย่าหวังจะได้อยู่เป็นสุขเลย กูจะตามราวีมึงให้ถึงที่สุด กูขอสาบานด้วยชีวิต กูจะต้องแก้แค้นแทนพี่กูให้จงได้ ” เธอประกาศอย่างมุ่งมั่น

                   จอห์นเข้าใจความรู้สึกของน้องสาวที่อยากล้างแค้นแทนพี่ แต่มันอันตรายเกินไปเขาจึงไม่เห็นด้วย

   “ ใจเย็นๆครับ เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการดีกว่า เดี๋ยวผมจะเล่นงานมันเอง คุณอยู่รอฟังข่าวดีที่นี่แหละ อย่าออกไปเสี่ยงเลย มันอันตราย ”

                                วิชุดาส่ายหน้ายืนกราน

   “ ไม่!งานนี้ฉันจะลุยเอง ม่ายงั้นมันไม่หายแค้น มีคุณอยู่ข้างๆ ฉันไม่กลัวมันหรอก ”

                          เธอเว้นวรรค แล้วขมวดคิ้วครุ่นคิด    

    “ แต่ถ้ามันหนีไปแล้ว เราจะไปแก้แค้นมันได้ยังไง ? ”

                                  จอห์นนิ่งคิดแล้วตอบตามประสบการณ์

      “ ตำรวจเฝ้าจับตามันอยู่ มันไม่กล้าหนีหรอก ผมเชื่อว่าวันสองวันนี้ ตำรวจต้องออกหมายเรียกตัวมัน ไปสอบสวนที่โรงพัก ผมจะไปคอยดักแล้วตามประกบมันเอง ผมต้องกระชากหน้ากาก เปิดเผยความชั่วของมันออกมาให้ได้ ”

                   พูดจบเขาก็พรวดพราดลุกขึ้น จนวิชุดาตกใจรีบคว้าข้อมือเขาไว้

     “ คุณจะไปไหน ? ”

                                 จอห์นหันมาให้คำตอบ

   “ ผมจะเข้าเมืองไปดักเล่นงานไอ้คริส ไม่แน่ตอนนี้มันอาจกำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่ที่โรงพักก็ได้ ถ้าผมเป็นตำรวจเจ้าของคดี คนแรกที่ผมจะเชิญตัวมาเค้นหาความจริง ก็คือมันนั่นแหละ ”

                                วิชุดายิ้มทั้งน้ำตา

       “ จอห์นนี่ขา ให้ฉันไปด้วยนะ นะ นะคะที่รัก ” เธอออดอ้อนจะขอตามไปด้วย

                     จอห์นครุ่นคิดอยู่นานถึงยอมโอ.เค. แต่มีข้อแม้

        “ ครับๆ แต่คุณตัองสัญญาก่อน ถ้าเกิดเหตุการณ์คับขัน คุณต้องเชื่อฟังผม ห้ามดื้อเป็นอันขาด ”

                            วิชุดาดีใจเหลือจะกล่าว รีบรับคำอย่างเร็ว

      “ ค่าๆ ฉันสัญญาจะเชื่อฟังคุณ ฉันจะเชื่องเหมือนไอ้ตูบสุนัขตำรวจเลย พอใจรึยังคะ ท่านสารวัตรจอห์นนี่ ”

           จอห์นทำตาปะหลับปะเหลือกค้อนหญิงสาว ที่เอาตำแหน่งเมื่อครั้งยังรับราชการในอดีตมาล้อเลียนเขา 

                หลังจากนั้นจอห์น ก็พาวิชุดาขึ้นไปปลอมตัวแปลงโฉมพร้อมกับเขา เพื่อไม่ให้ใครจำได้ แล้วออกจากที่พักขึ้นรถเข้าเมืองไปด้วยกัน..

                             *****

               หนึ่งชั่วโมงต่อมา  

          จอห์นกับวิชุดาก็มาปรากฏตัวที่ฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจ(LVMPD) ทั้งสองนั่งซุ่มสังเกตการณ์อยู่ในรถเงียบๆ พลางปรึกษาหารือกันเบาๆ 

              ไม่นานคริสก็เดินทางมาให้การกับตำรวจที่โรงพัก ตามที่นักสืบหนุ่มคนเก่งคาดการณ์ไว้จริงๆ

               จอห์น กับวิชุดาต้องอดทนรออยู่ในรถตั้งแต่บ่ายยันค่ำ เพราะคริสถูกพนักงานสอบสวนซักถามซ้ำไปซ้ำมาเพื่อจับพิรุธอยู่หลายชั่วโมง ถึงยอมอนุญาตให้กลับได้

             จอห์นรอจนคริสขับรถออกไปก่อนหลายช่วงตัว ถึงออกรถติดตามไปห่างๆ

             พวกเขาตามรถนายคริสมาจนถึงคฤหาสน์ลินน์ ถนนบั๊กสกิน

         จอห์นจอดรถไว้ด้านนอก แล้วขอร้องให้วิชุดารออยู่ที่รถ ส่วนตัวเขาปีนกำแพงบุกเข้าไปตามลำพัง 

           พอเห็นรถคริสจอดอยู่หน้าตึกใหญ่ที่พำนักของครอบครัวลินน์ จอห์นก็ย่องตามเข้าไปอย่างระมัดระวัง

      เมื่อเข้าไปใกล้ นักสืบหนุ่มก็ได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังโต้เถียงกันดังลอดออกมาจากในตัวตึก จึงรีบพุ่งตัวเข้าไปแอบข้างผนังตึก แล้วชะโงกหน้ามองผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้าไปข้างใน

   จอห์น เห็นคริสกับซูซาน กำลังทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดงอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ประเด็นที่ถกเถียงกันก็คือเรื่องเจ๊หลินนั่นเอง 

           นักสืบหนุ่มฟังไปใช้มือถือถ่ายคลิปไป เพื่อบันทึกภาพและเสียงทั้งหมดไว้ใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนชั่วให้ดิ้นไม่หลุด

       คำพูดของคริสหลายๆประโยคเปิดเผยความเป็นจริง ที่ทำให้จอห์นตกตะลึง มันเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อสุดๆ ที่เขาไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้                                 

     “ คุณมันบ้าไปแล้ว ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าฆ่าหล่อน ผมมีวิธีกล่อมให้หล่อนเชื่อฟังได้ ทำไมคุณไม่ฟังผม ” เสียงฝ่ายชาย ต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรง

 “ ก็อีนังกระเทยหน้าด้านนั่น มันแส่หาที่ตายเอง สาระแนเสือกเรื่องชาวบ้านดีนัก จะเก็บมันไว้ทำป้าอะไร ถ้ามันเอาคลิปไปประจาน ฉันมิต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัวเหรอ ” เสียงฝ่ายหญิงเถียงฉอดๆไม่ยอมลดละ

                         คริสทำตาถลน เอ็ดตะโรลั่น

  “ คุณฆ่าคนส่งเดชแบบนี้ จะพาผมพลอยซวยไปด้วย รู้รึเปล่าตอนนี้ไอ้พวกตำรวจมันกำลังสงสัยว่าผมเป็นฆาตกร มันสอบเค้นจะให้ผมรับให้ได้ นี่ถ้าผมไม่ใช่นักกฎหมาย หรือส่อพิรุธนิดเดียว ป่านนี้โดนมันจับขังกรงไปแล้ว ”

                              ซูซานไม่ฟังเสียง เถียงคอเป็นเอ็น

   “ ช่วยไม่ได้ ก็คุณอยากนอกใจฉันทำไมล่ะ รักมันมากนักใช่มั้ย ถึงออกมาตีโพยตีพาย ตอนฉันสั่งฆ่าเดวิด ทีน่า โทนี่ แล้วก็ไอ้หมอเถื่อนนั่น ไม่เห็นคุณเดือดเนื้อร้อนใจแบบนี้เลย แถมยังช่วยวางแผนชี้เป้าให้เสร็จสรรพ ”

                 คนที่แอบฟังอยู่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ใครจะเชื่อว่าคุณแม่ลูกสามที่ดูอ่อนแอน่าสงสาร จะกลายเป็นนางมารร้ายจอมบงการไปได้

                               คริสเต้นเป็นผีเข้า  

    “ อ้าว ทำไมพูดแมวๆแบบนี้ ที่ผมร่วมมือกับคุณก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเราสองคน แต่ความเห็นแก่ตัวหึงบ้าหึงบอของคุณกำลังทำให้ทุกอย่างพังพินาศ ”

                        ซูซานแหกปากดันทุรัง

     “ พังก็พัง ถึงต้องตาย ฉันก็ไม่ยอมให้ใครมาแย่งคุณไปเป็นอันขาด ไม่ว่าใครหน้าไหนบังอาจทำให้คุณปันใจไปจากฉัน ฉันจะส่งคนไปฆ่ามันให้หมดทุกคน ”    

                               คริสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 “ บ้าบอที่สุด นี่มันความคิดของคนไข้โรคจิตชัดๆ อาการคุณมันเกินเยียวยาจริงๆ ถ้าคุณไม่ทำตามแผน และไม่เชื่อฟังผมแบบนี้ ก็เซ็นเช็คเงินสดมาให้ผมอีกสักก้อน ผมจะหนีไปอยู่บาฮาม่าซักพัก ”  เขาตัดบทสรุปดื้อๆ

                              ซูซานค้อนปะหลับปะเหลือก

    “ คิดจะหนีเอาตัวรอดเหรอ อย่าฝันไปเลย ยังไงฉันก็ไม่เซ็น คิดว่าฉันโง่รึไง ? ” หล่อนดักคออย่างรู้ทัน

                        คริสหัวเราะเสียงกร้าว

    “ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง จงทำตามที่ผมบอกดีกว่า ผมไม่อยากทำให้คุณเดือดร้อน ถ้าผมยังอยู่ที่นี่ โดนตำรวจเรียกไปสอบเค้นขู่เข็ญบ่อยๆ ผมอาจเผลอพูดความจริงซัดทอดคุณขึ้นมาก็ได้ ”

         คำพูดเป็นเชิงขู่กลายๆของคริส สร้างความเคียดแค้นให้ซูซานเป็นอย่างมาก 

      “ ถ้างั้นก็ไปเถอะค่ะ คุณจะได้ถือโอกาสรีแล็ซพักผ่อนตากอากาศไปในตัว ช่วงนี้แถบคาริบเบียนอากาศดีมาก เดี๋ยวฉันจะไปหยิบสมุดเช็คมาเซ็นให้คุณ ซักสามสิบล้านพอมั้ยหรือสี่สิบล้านดี ถือซะว่าเป็นค่าทำขวัญ ที่ฉันฆ่านังนั่นหักหาญน้ำใจคุณ ”  หล่อนปั้นหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แสร้งพูดจาเอาอกเอาใจ ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาทุกอย่าง

    “ ห้าสิบล้านละกัน รับรองว่าปากผมจะปิดสนิท ถึงถูกจับก็จะไม่ซัดทอดถึงคุณเป็นอันขาด ” คริสได้ที รีบขี่แพะไล่

                          ซูซานทำหน้าบ้องแบ๊ว พยักหน้าหงึกๆ

      “ ค่ะห้าสิบล้านก็ห้าสิบล้าน ต่อไปฉันจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง ไม่ทำคุณหนักใจอีกแล้ว รอเดี๋ยวนะ ฉันจะเข้าไปเซ็นเช็คให้ ” หล่อนทิ้งท้ายเสียงอ่อนเสียงหวาน ก่อนลุกขึ้นเดินย้ายก้นหายไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ติดๆกัน

             คริสกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่ทุกอย่างง่ายกว่าที่คิด เขาตั้งใจว่าได้เช็คเมื่อไหร่เขาจะทิ้งซูซานหนีเอาตัวรอดทันที

           ทนายเจ้าเล่ห์ เดินไปหยิบวอดก้าขวดโปรดที่บาร์เหล้ามานั่งดื่มรออย่างย่ามใจ

            คริสกระดกเหล้าไปวาดวิมานในอากาศไป ถึงจะต้องหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว เงินห้าสิบล้านเหรียญก็ก้อนโตพอจะทำให้เขาเสพสุขไปได้อีกนาน

                 ซูซานออกมาเห็นเขากำลังดื่มเหล้า ก็ร้องห้ามมาแต่ไกล

        “ พอเถอะค่ะ ดื่มเหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพคุณนะ คุณไม่เคยได้ยินเหรอ ที่เขาบอกว่า สุราอาจฆ่าคุณได้...”

                     คริสเห็นเป็นเรื่องชวนหัวหัวเราะก๊าก แล้วกระดกเหล้าลงคออย่างไม่สนใจคำเตือน 

            ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกปวดท้องคลื่นไส้อย่างรุนแรง น้ำลายเป็นฟองฟ่อดออกมาฟูมปาก เหมือนสุนัขโดนยาเบื่อ 

          คริสรู้ตัวแล้ว ว่าถูกซูซานวางยาพิษไว้ในเหล้า เขาผลุดลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่นขบกรามกรอดด้วยความโกรธแค้นสุดขีด  

      “ นังอสรพิษ มึงวางยากู มึงต้องตาย ” เขาตะโกนด่าสุดเสียง จะเข้าไปบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือ

              แต่อาการเขาหนักเกินกว่าจะทำอย่างที่ใจคิดได้ พอสิ้นเสียงด่าเขาก็ล้มลงไปชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นอย่างทุกข์ทรมาน

                            ซูซานยืนอมยิ้ม ชื่นชมผลงานตัวเอง

  “ ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องถือวิสาสะหยิบเหล้ามาดื่ม สมน้ำหน้า ฉันเห็นคุณชอบหยิบขวดนี้มาดื่มประจำก็เลยเอายาพิษอย่างแรงใส่ลงไป นี่แหละคือรางวัลที่ฉันตั้งใจมอบให้คนทรยศอย่างคุณโดยเฉพาะ ฮะๆๆๆๆๆ ” หล่อนหัวเราะงอไปงอมา ราวกับสิ่งโหดร้ายที่ได้กระทำลงไป มันเป็นเรื่องน่าขบขันซะเต็มประดา

            คริสชักกระตุกจนตัวเกร็งมือไม้หงิกงอ สุดท้ายก็ขาดใจจมกองน้ำลายตัวเองตายอย่างน่าเวทนา

       จอห์นอดตำหนิตัวเองไม่ได้ เมื่อเห็นคนที่ถูกเขาปรักปรำให้ร้ายมาตลอด ถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา 

            นักสืบหนุ่มมองอดีตแฟนเก่าอย่างชิงชัง แล้วตัดสินใจถอนตัวกลับไปที่รถเพื่อโทรแจ้งตำรวจ

                 ก่อนที่จอห์นจะทำดั่งใจคิด ใครคนหนึ่งก็เอาปากกระบอกปืนเย็นเฉียบมาจ่อกะโหลกเขาจากด้านหลัง

     “ หยุดอย่าขยับ ! ”

 

                *****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น