mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......22 แมน&โอ๊ต

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......22 แมน&โอ๊ต

คำค้น : Older Brother , โชตะคอน, Shotacon,Yaoi, Boy's Love, Y,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58.4k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2557 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......22 แมน&โอ๊ต
แบบอักษร

 

 

Older Brother.....22

 

 

“โอ๊ต!

 

“...........”

 

“โอ๊ต! กินข้าว” ผมเงยหน้าขึ้นเหล่มองคนตัวสูงที่กำลังยืนค้ำหัวผมอยู่ตรงกรอบประตูระเบียงห้อง ในขณะที่ผมนั่งสูบบุหรี่และคิดเรื่องตัวเองไปเรื่อยเปื่อย

 

ผมอัดบุหรี่ลงปอดอีกสองสามทีก่อนจะดับมันกับกระถางต้นไม้เล็กข้างๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน ผมไม่ใช่คนพูดมากอะไรเลยไม่แปลกที่ผมจะไม่ตอบรับหรือพูดคุยกับมัน

 

“เดี๋ยว.....” ร่างสูงกว่าผมมากกว่าห้าเซ็นดึงแขนผมไว้ “ลดบ้างเหอะ บุหรี่นะ กูเห็นมึงสูบทั้งวันยันเที่ยงคืน” ผมไม่เข้าใจว่ามันห่วงผมหรืออะไรผม ทั้งๆที่มันทำร้ายผมทั้งแต่วันนั้น...

 

“เสือก!!!” และผมก็ไม่เคยพูดดีกับมันเลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าผมจะตามมันมาอยู่ด้วย แต่ผมมีเหตุผลของผม ผมแค่อยากหลุดออกมาจากวงโคจรสีเทาที่นัดวันมันยิ่งทำให้ตัวผมจางลงจางลงทุกที

 

ผมเคยคิดนะว่าพี่โอ๊คพี่ชายผมรักผมมาก เพราะเรามีกันแค่สองคน เราเคยลำบากมาก่อน ผมกับพี่ชายเคยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโชคดีที่พี่ชายผมมีคนรับเลี้ยงและให้ทุนไปเรียนต่างประเทศซึ่งต่างจากผมที่ต้องทนอยู่ต่อ

 

ผมดีใจมากตอนที่พี่ชายมารับผมไปอยู่ด้วยและก็ตกใจเมื่อรู้ว่าพี่ชายตัวเองกลายมาเป็นมาเฟีย แต่ด้วยความที่พี่ชายผมดูแลและให้ทุกอย่างกับผม ผมก็เลยรักและเคารพจนคิดจะเดินตามรอยพี่ชาย

 

ผมอยากเรียนบริหารแต่พี่โอ๊คกลับให้ผมเรียนวิศวะซึ่งผมจะขัดใจพี่ไม่ได้ ผมอยากทำงานใหญ่แต่พี่โอ๊คก็ไม่เคยให้ผมทำเลยสักครั้งโดยให้เหตุผลว่ามันอันตรายเกินไป ทั้งที่ผมโตแล้ว จนกระทั้งเดี๋ยวนี้เหมือนพี่ชายผมไม่ค่อยวางใจให้ผมทำแม้แต่งานส่งอาวุธเล็กๆก็ตาม ผมเลยคิดว่าผมคงจะค่อยๆหมดความสำคัญลงทีละนิดๆ

 

“เดี๋ยวกูจะไปทำงานที่สนามดึกๆถึงจะกลับ มึงก็กรุณาเปิดโทรศัพท์ด้วยนะ!!!!” มันเองก็ใช่ว่าจะพูดดีกับผม แต่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือมันไม่เคยถามมากเรื่องและยุ่งเรื่องส่วนตัวของผมเท่าไหร่นอกจากเรื่องอย่างว่า

 

“กูไปด้วย” ไอ้แมนละสายตาจากโทรศัพท์ในมือมามองผมอย่างคาดไม่ถึงเพราะปกติผมไม่เคยออกไปจากห้องตั้งแต่มาอยู่กับมัน นอกจากมันจะลากผมไป

 

“ไม่!!!” มันห้ามผมไม่ได้หรอกเชื่อสิ ผมกินข้าวและไม่ได้ไม่สนใจเสียงห้ามของมัน ไอ้แมนส่ายหน้าอย่างเซ็งมาให้ มันคงเหนื่อยที่จะพูดกับคนหัวแข็งอย่างผม

 

หลังจากกินข้าวเสร็จไอ้แมนก็เข้าไปอาบน้ำส่วนผมยังคงอยู่ในห้องครัว ไอ้แมนมันไม่ล้างจานชอบให้แม่บ้านขึ้นมาทำ ผมที่ไม่ชอบให้บุคคลแปลกหน้าเข้ามาในห้องตอนที่ผมอยู่ก็มักจะล้างเองทุกครั้งโดยที่มันไม่รู้

 

ล่างจานเสร็จผมก็เข้าไปในห้องนอนได้ยินเสียงน้ำไหลบ่งบอกว่ามันยังอาบไม่เสร็จผมเลยเปิดทีวีในห้องดูไปพลางๆ

 

หลังจากที่มาอยู่กับมันผมยังไม่ได้ติดต่อกลับไปหาพี่ชายตัวเองเลยสักครั้ง แต่พี่ชายผมไม่ใช้พวกที่หวงน้องเข้าไส้จึงไม่มีเหตุผลที่จะตามหาผมแต่มีอีกเหตุผลที่เป็นไปได้สูงกว่านั้นถ้าพี่โอ๊คจะตามหาผม ก็คืองานแต่งงานของผมกับเมล์

 

นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมมาอยู่กับไอ้แมนแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด  ยังมีคำพูดของใครบางคนที่ผมเจอในงานเลี้ยงบริษัทยักใหญ่ของเมล์ ยังคงติดอยู่ในใจหลังจากที่พี่ชายผม ได้ตกลงที่จะให้ผมกับเมล์แต่งานกันเพื่อ....ผลประโยชน์บางอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้

 

เป็นหงส์ที่มีปีกบิน แต่กลับกางปีกบินไม่ได้ หึ! ปีกขาวๆของนายมันกำลังจะกลายเป็นสีเทา กางมันออกไปเจอแสงบ้างสิ ผมรู้จักเค้าและรู้จักกับนายชายเลวๆที่ผมมาอยู่ด้วยดี พี่ชายไอ้แมน

 

“จะไปมั้ย อยู่บ้านดีกว่ามั้ง คนเยอะถ้าเจอคนของมึง.....” สติผมกลับมาเมื่อไอ้แมนมันออกมาจากห้องน้ำ มันมีเพียงผ้าขนหนูพันเอว เผยให้เห็นรอยสักไม้เลื้อยบนเอวด้านซ้ายตรงขอบผ้าขนหนูของมัน

 

“กูจะไป” ผมบอก ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินผ่านมัน หมับ! มือหนาจับก้นผมก่อนจะบีบแรงๆ เนี่ยแหละนิสัยเลวๆของมัน

 

“โอ๊ย!!!” ผมยกเท้าถีบมันเต็มแรง ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำ รอยสัมผัสจากสะโพกยังคงส่งผลให้หน้าผมร้อนวูบขึ้นเหมือนเคย แต่ผมก็พยายามเก็บกดมันไว้ไม่ปล่อยให้หัวใจวูบไหวไปกับมัน ทั้งที่บอกอย่างนั้นแต่จริงๆแล้วไม่เลย

 

ความคิดกับร่างกายผมมันมักจะส่วนทางกันจนผมโกรธตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีอะไรกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมก็ไม่อยากจะยอมรับว่าผมที่ตอบรับมันกลับไปด้วยนั้นมันคือความรู้สึกจริงๆของผม ผมรักหรอคงไม่ใช่ ผมชอบหรอก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือรู้สึกดี

 

“เสร็จยัง....เมีย” ไม่รู้มันปากหมากับผมคนเดียวหรือเปล่า แต่กับผมน่ะบ่อยมาก

 

“เมีย....พ่อง!!!” ผมพ่นคำหยาบใส่หน้ามันเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออก เห็นมันยื่นอยู่ ผมมองคนตรงหน้าด้วยหางตาก่อนจะเดินไปหาเสื้อใส่

 

ผมเองก็พันผ้าขนหนูผืนเดียวออกมานั่นแหละ พยายามทำตัวให้ชิน แต่ก็ไม่ชินเพราะสายตากรุ้มกริ่มจากร่างสูง ผมมักจะหาเวลาอาบน้ำก่อนมันหรือตอนที่มันไม่อยู่

 

“มึงมีเครื่องในมั้ยเนี่ย” มันบีบเอวผม ในขณะที่ผมกำลังเปิดตู้เสื้อผ้ามัน ผมไม่ได้เอาอะไรมาเลยนอกจากโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ เพราะงั้นก็เลือกเสื้อที่พอดีตัวผมของมันใส่

 

“ ฟอด!!!” ร่างสูงก้มลงหอมข้างแก้มผมแรงๆ “อุ๊ยๆ อย่าตบนะไม่งั้นมียาว” ไอ้แมนบอก เมื่อเห็นว่าผมยกมือขึ้นจะตบบ่องหูมัน แล้วมันก็มักจะโดนเป็นประจำ

 

“ไปรอข้างนอก” ผมบอก มันก็ทำหน้าเซ็งๆ และเดินออกไป

 

เมื่อวันก่อนเพื่อนมันที่หน้าสวยๆถามผมตอนมันลากผมไปทะเลว่า คิดยังไงถึงมาอยู่กับไอ้นี่ เค้าว่าอีกว่าไม่เคยเห็นใครจะอยู่กับไอ้แมนได้นานๆ เพราะอารมณ์รุนแรงแล้วก็ออกแนวบ้าระห่ำตอนโกรธของมัน

 

ผมไม่เถียงเลยว่ามันบ้าจริงๆ หลายวันก่อน ผมเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่ลงไปซื้อของกิน เพราะมันไปซื้อข้าวช้า ห้องมันอย่างกะสนามรบข้าวของถูกปาไปคนละทิศละทางแถมโง่ แม่ง คอมก็พัง มันบอกว่าแค่ตีแมงสาบ เชื่อมันสิ แล้วไอ้เรื่องบนเตียงไม่ต้องถามนะ แรงถึงใจ เอ๊ะ!!! เอ่อ.....

 

 

“หวัดดีพี่.....พาเด็กมาด้วยหรอ”นั่นคงจะเป็นลูกน้องในสนามของมัน ทักซะผมอยากต่อยปาก เด็กงั้นหรอ คงพามาบ่อยสิท่า

 

“เออ....แล้วพวกไอ้ต่อไปไหน” ไอ้นี่มันก็ตอบแบบส่งๆไปไม่ได้ดูหน้าผมเลย อ่อ มันเอาหมวกแก๊ปให้ผมใส่ มันบอกว่าเผื่อผมเจอคนรู้จัก

 

“ดูรถอยู่โน้น” แล้วมันก็ดึงแขนผมที่กำลังมองสำรวจรอบๆสนามตามมันไปในออฟฟิศ

 

“มึงอยู่นี่ กูจะไปทำงานล่ะ”ไอ้แมนบอกและเดินออกไป มันเปิดประตูห้องในออฟฟิศที่ข้างในเป็นห้องพักแบบเรียบๆ และบอกให้ผมอยู่ที่นี่ ที่ผมตามมันมาไม่ใช่จะมานั่งบ้าอยู่ในออฟฟิศนะจะบอกให้

 

พอร่างสูงออกไปสักพักผมก็เปิดประตูออกไปบ้าง ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะอยู่เฉยๆได้นานๆโดยที่ข้างนอกมีทั้งเสียงเพลงเสียงเครื่องยนต์ที่ชวนให้ออกไปดู ด้านนอกใกล้ๆออฟฟิศเป็นที่เตรียมรถสำหรับลงแข่ง ทุกคนข้างๆรถกำลังวุ่นๆ ถ้าผมเดาไม่ผิดอีกไม่กี่นาทีคงจะเริ่มแข่ง

 

ผมเดินออกไปข้างขอบสนาม บนอัฒจันทร์มีคนแน่นจนไม่เหลือที่ว่างรอบๆสนามเลย มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่สี่ด้านกำลังฉายภาพบรรยายรอบๆ ที่เต็มไปด้วยคนดู และไม่นานการแข่งขันก็เริ่มขึ้น

 

สนามของมันได้มาตรฐานดีแต่ดูแล้วการแข่งไม่ค่อยเป็นมาตรฐานเท่าไหร่เพราะคู่แข่งแต่ละคนจะต่างฝ่ายต่างใช้กลวิธีที่รุนแรงต่อสู้กันเพื่อให้ได้เป็นฝ่ายชนะโดยไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว

 

“เออ!!! กูก็หากันล่ะ ยิ่งวุ่นๆอยู่ กลับเข้าไป” จู่ๆไอ้แมนมันเข้ามาคว้าแขนผมที่ยืนดูการแข่งขันในรอบที่สองที่เพิ่งจะเริ่มขึ้น

 

“................”ผมไม่พูดอะไรสะบัดแขนออกจากมือมัน คนจะดูจะมาขัดทำไมวะ

 

“โอ๊ต!!! เข้าไป! ...... กูกำลังยุ่ง” มันจับแขนผมอีกครั้งก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังกว่าที่เคยจนผมแปลกใจ ผมจึงผ่อนแรงขืนและยอมเดินตามมันกลับเข้ามา

 

เด็กในออฟฟิศมองเราสองคนเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจงานของตัวเอง คราวนี้ไอ้แมนมันให้ผมนั่งข้างนอก ส่วนมันก็เดินทำท่าทางจริงจังไปคุยกับลูกน้องข้างสนานซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก สีหน้ามันดูเครียดๆเมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาคุยกับมัน จริงๆผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกนะแต่แค่เห็นอีกฝ่ายทำหน้ากวนๆใส่มันจนผมหมั่นไส้

 

“มีอะไรกันหรอ” ผมเดินไปใกล้ๆและถามใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น ผมจำได้ว่าเคยเจอตอนที่ไอ้แมนพาไปดูงานกับผม

 

“เอ่อ พอดีมีปัญหานิดหน่อยน่ะ คือคนของเรามาแข่งไม่ได้ คู่แข่งก็เลยมาข่มเพราะถ้าไม่มีคนลงแข่ง เราก็ต้องเสียเงินมัดจำ หลายแสนเลยเนี่ย”

 

“แล้วทำไมไอ้แมนไม่ลงเอง” ผมถามต่อ คนถูกถามมองหน้าผมแปลกๆก่อนจะมองไปทางไอ้แมน

 

“เอ่อคือ มันเป็นกฎของพี่มาศน่ะ พี่มาศไม่ให้ลง เจ้าของสนามห้ามลงแข่ง” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะมองไปยังไอ้แมนที่ตอนนี้ เริ่มเตะข้าวของที่ขวางทางมันเพื่อระบายอารมณ์

 

“กูจะลงให้” ผมบอก

 

“ห๊ะ! เอ่อ......เดี๋ยวผมไปบอกพี่แมนก่อน” มันมองผมอย่างไม่มั่นใจแล้วยังจะไปบอกไอ้แมนอีก มีหวังโดนมันซัดหมัดเอาน่ะสิ

 

“ไม่ต้องไป เชื่อกูสิ” ผมบอกกลับด้วยสายตาจริงจังก่อนจะถอดหมวกออก ทำเอาคนตรงหน้าอึ้งไปสามวิก่อนจะยกมือไหว้ผม

 

“ครับๆ.......คุณโอ๊ต มาได้ไงเนี่ย” หึ! ผมว่าแล้วมันต้องจำผมได้

 

“เฮ้ยไอ้ต่อว่าไง.....โทรติดยังวะ” แล้วมันก็โดนเรียกไปข้างขอบสนาม หึ! บอกตามตรงผมยังไม่เคยลงแข่งเลยสักครั้ง แต่แค่ขับให้ชนะก็พอนี่ ลองดูสักครั้งจะเป็นไรไป

 

แล้วผมก็ได้ลงแข่งจริงๆ โดยอาศัยตอนไอ้แมนไปคุยกับฝ่ายตรงข้าง และผมก็มีไอ้ต่อ(เรียกอย่างสนิท)เปิกทางให้ มันเองก็ทำหน้าเครียดพอกันและเอาแต่พูดว่า ตายแน่กูๆ จนผมรำคาญ ผมขับลองรถและลงสนามรอบนึ่ง ก่อนจะมาจอดรอตรงจุดสตาร์ท  เพียงไม่กี่นาทีสัญญาณออกสตาร์ทก็ดังขึ้น

 

ผมกระชากออกตัวรถด้วยความเร็วเริ่มต้นพอๆกับคันอื่นๆ ก่อนจะรีบเร่งความเร็วเพื่อขึ้นนำไปให้ได้ แต่ด้วยประสบการณ์แล้วมันก็ยากสำหรับผม รอบแรกก็เลยขับให้พอตีเสมอคู่แข่งเพื่อดูวิธีการขับของมันก่อนแต่ก็ไม่ปล่อยให้มันนำจนผมตามไม่ทัน

 

พอเริ่มเข้ารอบที่สองผมก็เริ่มจับทางได้จึงเร่งความเร็วขึ้นมาตีเสมอให้ช่วงโค้งและขึ้นนำจนเข้ารอบที่สาม แต่คู่แข่งก็เร่งตามทันและมันก็เริ่มเบียดผมให้ออกติดขอบสนามเพื่อให้รถเสียหลัก ผมจึงใช้ความเร็วให้สูงสุดและการหมุนพวงมาลัยให้เร็วขึ้นในทางโค้ง เพื่อควบคุมรถให้อยู่ ก่อนจะวิ่งด้วยความเร็วเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้ในที่สุด

 

“ลงมา!!!!” พอผมจอดรถปุ๊บประตูก็เปิดปั๊บ ตามมาด้วยมือหน้าของไอ้แมนที่ดึงผมออกจากรถจนถลาเข้าหามัน ร่างสูงถอดเสื้อนอกเหวี่ยงลงพื้นระบายอารมณ์

 

มันมีสีหน้าโกรธเคืองสุดขีด มันผลักผมเข้ามาในออฟฟิศจนล้มก่อนจะหันไปหาไอ้ต่อกับเพื่อนอีกคน ที่วิ่งตามมาด้วยสีหน้าซีดเซียว

 

“เอ่อ...พี่แมน.....คือ...”

 

“ใครใช้ให้มันลงแข่ง!!!!” ร่างสูงเข้าไปคว้าคอเสื้อไอ้ต่อจนปลายเท้ามันเกือบลอยขึ้น “กูถาม!!!!!” ไอ้ต่อไม่ตอบเลยโดนมันซัดหน้าปากแตกลงไปกองอยู่บนพื้น

 

“นี่!!! กูเป็นคนบอกเอง ว่าจะลงแข่งให้!!!” ผมบอกออกไปอย่างสุดทน กับเรื่องแค่นี้ทำไมมันถึงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

 

“เพราะถ้าเป็นคนอื่นกูจะไม่ว่าเลยซักคำ!!!”มันยกมือชี้หน้าผมก่อนจะตะคอกใส่เสียงดังจนลูกน้องมันที่เข้ามายืนดู ต่างก็เงียบกริบ

 

“พวกมึง! จำเอาไว้ ถ้ามีใครทำอะไรโดยที่กูไม่รู้เหมือนวันนี้อีก กูจะถีบออกไปทันที!!!!” มันพูดบอกพร้อมๆกับมองหน้าลูกน้องมันเรียงคนและมาหยุดอยู่กับไอ้ต่อที่มีเพื่อนคนหนึ่งประคองไว้ แล้วร่างสูงก็เดินเข้าไปในห้องพัก

 

“โทษที กูไม่คิดว่ามันจะบ้าเลือดได้ถึงขนาดนี้”ผมบอกเมื่อเห็นเลือดตรงมุมปากของไอ้ต่อไหลออกมามากพอสมควร

 

“โอ่ นี่เบานะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงตายคาตีนไปแล้ว ซีดดด ไอ้ติณ เจ็บอ่ะ”

 

“.........................” ผมยืนชั่งใจอยู่หน้าห้อง พักใหญ่ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน ไอ้แมนนอนแผ่หลาถอดเสื้ออยู่บนเตียง หน้าอกกว้างกำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของมัน

 

แล้วมันก็ลุกขึ้นมานั่ง จ้องมองผมด้วยสายตาโกรธเคืองผมเองก็จ้องมันเขม่งเช่นเดียวกันแต่พอจ้องตากันนานๆเข้า ผมก็เริ่มแพ้สายตาคมๆของมันที่ทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมา กูผิดอะไรวะเนี่ย

 

“กูผิดอะไร!” แล้วผมก็ตัดสินใจถามมันออกไป

 

“หึ! มึงไม่ผิดหรอก กูสิผิด กูผิดทุกอย่างแหละ” มันตอบแบบใส่อารมณ์กับผม แม่งมันน่าต่อยให้คว่ำเลยนี่

 

ผมเดินไปหยิบบุหรี่ข้างๆเตียงเพื่อจะเอามาจุดสูบแต่มันกลับปัดซองบุหรี่ทิ้งลงพื้น และใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่มันดึงแขน กดร่างผมลงกับเตียงนุ่ม

 

“ปล่อยกู!!!” ไอ้แมนพาร่างหน้าของมันลงมาทับทาบผมไว้ ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและขับเม้มจนรู้สึกเจ็บ มันเป็นบ้าอะไรของมันอีกเนี่ย

 

“มึงทำให้กูกำลังจะเป็นบ้า รู้ตัวหรือเปล่า!” ร่างสูงพูดบอก ก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาบดจูบดูดริมฝีปากผมแรงๆแบบฝังเขี้ยวจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก

 

“อ่ะ!   ปล่อยกู! กูไม่ได้ทำอะไรมึง” ผมออกแรงผลักมันจนร่างสูงออกจากตัวและยกเท้าถีบตามก่อนจะรีบลุกขึ้นเพื่อออกไปจากในห้องให้ได้ แต่ว่า มันก็เร็วเช่นกันเพราะผมกว้าเท้าเพียงไม่กี่ก้าวมันก็ตามมากระชากข้อมือผมจนถลากลับไปชนเข้ากับแผงอกมัน

 

“มึงรู้หรือเปล่าพอไม่เห็นมึงและรู้ว่ามึงลงแข่ง กูก็เป็นห่วงมึงจนแทบจะลืมการแข่งบ้าๆนี่ไปแล้ว!!!” มันตะคอกใส่ผมเสียงดัง

 

“มึงห่วงกูเป็นด้วยหรอ!!!!” ผมเองก็ตะคอกกลับไปอย่างไม่ยอมกันเพราะผมไม่เชื่อแน่นอนว่ามันจะเป็นห่วงผม

 

“ใช่! กู!!! กูคนนี้แหละ ที่เป็นห่วงมึง!!!” แล้วมันก็ยืนยันคำพูดของตัวเองด้วยน้ำเสียงชัดเจนกับแววตาแข็งกร้าวจนทำให้ผมนิ่งอึ้ง!

 

แกร๊ก! ในขณะเดียวกันก็มีเสียงประตูห้องเปิดออก ไอ้แมนเปิกตากว้างเล็กน้อย มันยกมือขึ้นกอดเอวผม และดันเข้าหาตัวมันก่อนจะกระซิบข้างหู

 

“พี่กูมา ไม่ต้องหันไป และอย่าออกไปจากห้องเด็จขาด! ฟอด!!! เดี๋ยวมา” ร่างสูงกดจมูกลงบนแก้มผม มันเอื้อมมือไปหยิบเสื้อมาสะบัดและใส่ก่อนจะเดินผ่านมาจูบมุมปากผมอีกครั้งและเดินออกไป

 

พี่มาศมาที่นี่หรอ ถ้าพี่เค้าเห็นผม เค้าจะจำผมได้มั้ยนะ ผมไม่ได้ชอบเค้าหรอกแค่นับถือความคิดและการทำงานของเค้า ที่ดูแล้วน่าจะแตกต่างจากน้องชายตัวเองอย่างสิ้นเชิง

 

ไอ้เหี้ยแมน ใช่! กู!!! กูคนนี้แหละ ที่เป็นห่วงมึง ประโยคที่มันบอกเมื่อครู่ดังก้องอยู่ในหัวผมชัดเจน ทั้งแววตาและสีหน้าของมันทำให้ผมเชื่อได้ไม่อยากถ้าหากออกมาจากปากของคนที่ไม่เคยทำร้ายผม จะให้ผมเชื่อมัน.....ฝันไปเหอะ!!!

 

 

 

 

“หิวป่าว”เสียงเข้มถามผมหลังจากที่เปิดประตูเข้ามาให้ห้อง เรากลับถึงคอนโดตีสี่และตอนนี้ผมก็ง่วงมากกว่าหิวซิอีก

 

“ง่วง” ผมส่ายหน้าเบาๆให้มัน ก่อนจะเดินเข้าห้อง ไปอาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็วและนอนลงบนเตียง ไม่นานไอ้แมนก็เดินเข้ามา

 

“อ่ะ กินก่อน กูรู้มึงหิว” มันส่งกล่องนมจืดที่ผมซื้อมาเมื่อตอนกลางวันพร้อมกับแอปเปิ้ลหนึ่งลูกมาให้ ทีแรกว่าจะนอนล่ะ แต่กินสักหน่อยก็ดีเพราะนี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วที่ไม่มีอะไรตกถึงท้อง

 

“อืม....ฟอด!!!” เสียงครางต่ำดังอยู่ข้างหู เมื่อผมรู้สึกได้ว่าที่นอนข้างตัวยวบยุบลงเพราะมีคนเข้ามานอนข้างๆ มันหอมหลังหูผมก่อนจะยกมือขึ้นกอดเอวผมไว้

 

ความอบอุ่นแผ่มาถึงตัวผมทันทีที่คนข้างๆกระชับอ้อมแขนเหมือนทุกคืน ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงได้เปิดรับความรู้สึกอบอุ่นนี้เข้ามา ทั้งๆที่มันไม่เคยแสดงออกแบบนั้นกับผมเลย

 

 

ผมตื่นในช่วงสายของวันใหม่รู้สึกอึดอัดและร้อนเล็กน้อยเพราะโดนคนข้างกายสวมกอดจากด้านหลัง มันยังคงหลับสนิท เมื่อคืนคงเหนื่อยน่าดูเพราะปกติป่านนี้มันจะตื่นมานั่งทำงานอะไรไม่รู้ของมันล่ะ

 

ผมผงกหัวขึ้นมองใบหน้าคม ตาเรียวปิดสนิทมีขนตานิดๆไม่ยาวมากพอดูดี จมูกโด่งสวยที่มันใช้กดลงบนแก้มผมบ่อยครั้งนั่นน่าจะบีบให้มันหายใจไม่ออกเล่น เรียวปากบางสีคล้ำเพราะสูบบุหรี่เผยอเล็กน้อยก่อนจะขยับพูด

 

“มึงตายแน่.....” =_=^ มันละเมอ แถมยังออกแรงกอดผมแน่นขึ้นอีกมันบ้าจริงๆเลยไอ้นี่

 

ผมลุกออกจากตัวมันโดยการจิกมือมันแรงๆให้หลุดออก มันยังไม่ตื่นมีลืมตาขึ้นมองด้วยนะแล้วมันก็คลุมโปงหลับต่อ ผมเข้ามาอาบน้ำแต่งตัวสักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

“โอ๊ต! เสร็จยัง ปวดขี้” ผมว่าจะแกล้งอาบนานซะหน่อยแต่ว่าเพิ่งจะเอาผ้าขนหนูพันเอวขี้เกียจถอดแล้วเลยเปิดประตูให้มัน “ช้าฉิบ..*&^%$#@!” แล้วมันก็บ่นๆ อะไรก็ไม่รู้

 

ผมออกมาหาเสื้อเชิ้ตสีขาวใส่กับกางเกงยีนของผมที่ติดตัวมาตั้งแต่วันแรก ก่อนจะออกมาหาอะไรกิน ไม่นานร่างสูงก็เดินออกมา มันอาบน้ำแล้วเหมือนกันแต่ยังไม่แต่ตัวเดินผ้าขนหนูพันเอวเปลือยท่อนบนอย่างไม่อาย

 

“ไปไหน” มันถามเมื่อเห็นผมแต่ตัวผิดไปจากทุกวัน

 

“ไปเรียน” ผมไปเรียนสองสามอาทิตย์แล้วแต่ก็ยังตามงานจากเพื่อนอยู่ และผมคิดว่าน่าจะไปเรียนให้เป็นปกติไม่งั้นได้ติดอีแน่ๆ

 

“ไม่ได้....ถ้าพี่มึงให้คนมาตามหามึงล่ะ”

 

“แล้วไง” ผมถามอย่างไม่ใส่ใจ ตามก็ตามจะกลับหรือไม่กลับตอนนี้มันอยู่ที่ผม

 

“มึงก็ต้องกลับไปน่ะสิ แล้วมึงจะมาอยู่แต่แรกทำไม” พอพูดเรื่องนี้ มันก็เริ่มหัวเสียขึ้นมา และผมก็เห็นว่ามักจะเป็นแบบนี้ทุกที

 

“แล้วกูบอกเมื่อไหร่ว่าจะไม่กลับไป” ผมบอก จ้องมองหน้ามันที่จ้องเขม่งผม ก่อนที่มันจะมีสีหน้าอ่อนลงจนผมแปลกใจ “แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

 

“งั้นเดี๋ยวกูไปส่ง” มันถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะเดินกลับไปแต่งตัวในห้อง

 

 

 

“โทรหากูด้วย” ไอ้แมนบอกหลังจากจอดรถหน้าตึกคณะผม มันส่งโทรศัพท์ของมันมาให้ผมเพราะมันรู้ว่าของผมปิดเครื่องตลอด

 

ผมคว้ามันมาใส่กระเป๋าเสื้อก่อนจะลงจากแลมโบกีนี่สีเขียว คันสวยของมัน เดินเข้าไปในคณะ ผมเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงม้าหินสองสามคน

 

“ไงไอ้โอ๊ต ไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยนะ” ไอ้กิจเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งถามขึ้น จะเรียกว่าเพื่อนสนิทก็ไม่เชิงเพราะผมมักจะเว้นระยะห่างกับพวกมัน ไม่ยากให้พวกมันรู้เรื่องของผมสักเท่าไหร่ว่าผมเป็นใครทำงานและมีพี่ชายที่เรียกได้ว่าเป็น มาเฟีย

 

“ยุ่งๆน่ะ” ผมตอบแค่นั้นตามแบบฉบับของคนพูดน้อย ผมจะพูดกับพวกมันก็แค่เรื่องเรียนเท่านั้น

 

“เออ จริงสิ เมื่อสองวันก่อนมีคนตามหามึงด้วยนะ” ไอ้ยีนเพื่อนอีกคนบอก

 

ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันมาสนใจชีสในมือที่พวกมันเก็บไว้ให้ผม แสดงว่าพี่โอ๊คคงรู้ถึงความผิดปกติของผมแล้ว ที่ผมหายมานาน ปกติผมจะมาที่นี่แค่เรื่องเรียนและกลับไปทำงานกับพี่ตลอดไม่เคยหายหน้าไปเป็นอาทิตย์

 

ผมเดินลงมาจากตึกคณะหลังเลิกคลาสในช่วงบ่าย ก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นชายสองคนจอดรถอยู่หน้าตึกและผมก็รู้จักดี คนของพี่ชายผม เอาเป็นว่าผมคงต้องหลบก่อน ผมยังไม่อยากกลับไปตอนนี้

 

“ไอ้ยีน มึงช่วยไปส่งกูหลังมอที” ผมบอกกับเพื่อนที่เพิ่งจะเดินมาถึงรถโดยที่ผมเดินหลบออกมาก่อน มันตกใจนิดๆที่เห็นผมยืนอยู่ข้างรถมัน

 

“เออๆ มาแปลกนะวันนี้.....ปกติไม่เคยจะขึ้นรถใครนี่”มันว่า ก่อนจะปลดล็อครถให้ผมเปิดประตูขึ้นมา

 

“มึงมารับที่หลังมอ ด่วน!” ผมโทรบอกไอ้แมน มันพูดบ่นเล็กน้อยตามประสาก่อนที่ผมจะตัดสายทิ้ง ผมนั่งรอไอ้แมนในรถไอ้ยีนสักพักมันก็มา “ขอบใจ” ผมบอกกับเพื่อนก่อนจะลงจากรถ

 

“เลิกนานยัง ใครมาส่ง แล้วทำไมต้องให้กูมารับหลังมอ” กูล่ะเบื่อจริงๆ ผมเหล่มองมันด้วยหางตา จนมันส่ายหน้าให้ เพราะรู้ว่าผมไม่ตอบคำถามของมัน

 

“พี่ชายมึงให้คนมาตามหามึงแล้ว” ผมบอก ไอ้แมนมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที

 

 

.............................................

โอ้ย แข็งได้อีก คู่นี้แบบ ตอนทะเลาะกัน รีดเดอร์ส่งสารใครมากกว่ากันค่ะ

 

คนหนึ่งมือหนัก อีกคนปากหนักจูบทีนึ่งนี่ต้องได้เลือด

ความคิดเห็น