เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 88 คราดาราปิดกั้นหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 88 คราดาราปิดกั้นหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 27

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2562 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 88 คราดาราปิดกั้นหัวใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 88 คราดาราปิดกั้นหัวใจ 

         รัตติกาลฉายแสงเหนืออาคารรกร้าง โซฟี ฟางหรง พลูโต เดินเกาะกลุ่มไปตามทางเดินอันว่างเปล่า เปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง และเงียบสงัดราวเรือผีสิงที่อับปางกลางมหาสมุทรอันเย็นเยียบ นักเชิดหุ่นน้อยจับมือขวาแคนดี้ มือซ้ายแคนดี้จับมือฟางหรง และมืออีกข้างของฟางหรงก็จับกุมมือนุ่มนิ่มของพลูโต พวกนางจูงมือกันเดินปานขบวนเด็กอนุบาลต่อแถวเดินไปโรงอาหาร

         โซฟีเปิดดวงตาสีฟ้านภา แม้นยามนี้นางก็มิกลัวผี

         กลับกันนางคิดว่าตัวเองยินเสียงวิญญาณด้วย

         “จริงหรือ”

         ฟางหรงถามอย่างหวาดหวั่นสองส่วน โซฟีสบตางามแล้วเบือนหลบหนี ขวยเขิน แก้มแดง แล้วตอบ “อือ”

         นักเชิดหุ่นน้อยมักยินเสียงที่คนอื่นมิได้ยิน อย่างเสียงยุงง่ะ

         สุดยอดไปเลย.. แคนดี้ชื่นชมอยากปรบมือให้ด้วย โซฟีค้อนให้เจ้าตุ๊กตาที่บังอาจดูหมิ่นความสามารถของตน

         บรรยากาศหนาวเย็นมีลมราตรีพัดเป็นระยะให้ใจสั่นเทิ้ม พลูโต และฟางหรงเป็นสาวอ้วนไขมันเยอะ พวกนางมิหนาวเท่าไหร่นัก แต่โซฟีแอบหนาวนิดๆอยากเอาแคนดี้มากอดซุกอกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ทว่าตอนนี้แคนดี้มีภารกิจสำคัญคือช่วยเป็นตัวกลางระหว่างนักเชิดหุ่นน้อย และรัชทายาทน้อย ความจริงลึกๆในใจโซฟีอยากใช้มือตัวเองจับกุมอุ้งมือฟางหรงมากกว่า มิต้องใช้มือแคนดี้จับแทน

         จะ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่นางจักขอจับมือฟางหรง โซฟีขวยเขินอย่างกวางน้อย ตลอดชีวิตนางมิเคยจับมือใครเลยนะ นอกจากจับมือพี่สาว ตอนอนุญาตให้พี่สาวจับก็เพราะโดนบังคับด้วย ใจจริงโซฟีไม่อยากจับมือเมรัยหรอก เจ้ามือลามก เหมือนหนวดปลาหมึกซนๆนั้นน่ะ

         “////”

         โซฟีหลับตาสนิทเพื่อกดความใคร่อยากสัมผัสเนื้ออุ่นๆ นางต้องใจแข็งดั่งภูผา อย่าปล่อยให้ความอยากชนะ

         ขณะนักเชิดหุ่นน้อยต่อสู้กับความใคร่ตัวเอง รัชทายาทน้อยเฝ้าสังเกตท่าทีโซฟีอย่างมิละสายตามองสิ่งอื่นใด ทำเช่นนี้แล้วนางย่อมมองมิเห็นผี เพราะในสายตามีแค่โซฟีเท่านั้น

         “หนาวหรือโซฟี”

         สุรเสียงเย็นถามเบาๆ โซฟียินแล้วสะดุ้ง “อ อือ”

         อ้าว แล้วนางดันตอบตามความจริงซะด้วย นักเชิดหุ่นน้อยอยากเอาคำตอบกลับเข้าปากทันใด กระนั้นมิทันเสียแล้ว งืมมมมมม โซฟีหน้ามุ่ยแอบกลัดกลุ้มสี่ส่วน กระวนกระวาย มิรู้เหตุนางเริ่มวางใจ และคุยตอบโต้พวกฟางหรงราบรื่น มิสะดุดหรือใช้ความเงียบตอบกลับอย่างคราแรกพบกัน โซฟีมิเข้าใจเลย ทำไมนางห่วงใย และไว้เนื้อเชื่อใจอีกฝ่าย

         ทั้งที่พวกนาง..เป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาเจอกัน 

         “จับมือข้าสิ”

         “..”

         เหมือนอย่างในนิยายรักเวลาพระเอกอยากทำให้นางเอกอุ่น เขายื่นมือให้นาง นางจับมือเขา พลันพริบตานั้นโลกทั้งใบอบอุ่นดั่งฤดูร้อน โซฟีก้มมองอุ้งมืออวบอิ่มไม่มีเหงื่อ มองแล้วอยากจับ แต่ไม่ นาง..ไม่กล้าจับหรอก

         “..”

         ก้มมองฟางหรงนานสองนานราวย้อนนึกไปยังอดีต สมัยโซฟียังเด็ก นางเคยมีเพื่อนสาว เพื่อนสาวคนนั้นเคยยื่นมือให้นางจับเช่นกัน โซฟีจดจำความอบอุ่นของฝ่ามือนั้นได้ดีไม่มีวันลืม.. และนางยังจำได้ว่ายามที่ฝ่ามือนั้นปล่อยมือจากนาง มันช่างเยียบเย็นราวลิ่มน้ำแข็งทิ่มแทงกรีดหัวใจเลือกไหล

         อย่ามาทำดีกับโซฟีนะ.. อย่า… 

         นางไม่อยากเจ็บปวด ไม่อยากสัมผัสความขมขื่นอีกแล้ว…. 

         อย่ามอบความรักให้นาง ถ้าสักวันหนึ่งมันจักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง และเรื่องโกหก โซฟีกลัวว่ามือฟางหรงจักเป็นเหมือนมือของเพื่อนสาวในอดีต.. จากเพื่อนสาวที่รัก และเชื่อใจ ในเวลาไม่นานกลับเปลี่ยนผันเป็นศัตรูที่ทรยศ และหักหลังนาง..

         โซฟีไม่อยากโดนใครทำร้ายอีกแล้ว นางเลิกเชื่อใจคนอื่นนานแล้ว

         เพราะฉะนั้น.. ฝ่ามือของฟางหรงน่ะ

         “..ไม่หนาวแล้ว”

         นักเชิดหุ่นน้อยก้มหน้าต่ำ ปอยผมตกบังดวงตา นางหน้าหันหนีอย่างรวดเร็ว บอกให้ฟางหรงจับมือแคนดี้เหมือนเดิม รัชทายาทน้อยตกตะลึง กระนั้นไม่ฝืนใจนักเชิดหุ่นน้อย นางยอมจับมือแคนดี้เช่นเดิม

         ท้ายสุดแล้ว..โซฟีก็ไม่ยอมเปิดใจให้ใครนอกจากพี่สาว..

         “..”

         โซฟีกัดฟันกลั้นน้ำตามิให้ไหล แล้วเงยหน้าก้าวเดินต่อ ฟางหรงปิดตาซ่อนความเสียใจประปราย พลูโตมิรู้จักเอ่ยอันใดท่ามกลางบรรยากาศกลืนมิเข้าคายมิออก

         ทุกอย่างเหมือนเป็นไปได้ด้วยดี..กระนั้นก็แค่ “เหมือน”

         เหนือท้องนภาปรากฏดวงจันทร์สีเขียวนวล สามสาวน้อยเงียบสักพักเนื่องจากมิรู้จักคุยอันใด โซฟีเงียบเพราะกำลังปรับอารมณ์ ฟางหรงเงียบเพราะมิรู้วิธีสานความสัมพันธ์กับสาวน้อยขี้กลัว หวาดระแวงคนแปลกหน้า พลูโตเงียบเพราะเพื่อนๆเงียบ ซาลาเปาน้อยทำไงดีว้า เวลาแบบนี้นางต้องทำอะไรสักอย่างให้บรรยากาศมาคุๆสลาย อือ อือ อือ อ่ะ

         “ลา ลา ลา---“

         “…”

         “…”

         “…”

         เสียงท่วงทำนองอันไพเราะดังกังวานหลังขบวนสาวน้อย โซฟีผงะ ฟางหรงผงะ แคนดี้ผงะ พลูโตยิ้มกว้างฮั่มเพลงรื่นรมย์

         เดี๋ยวๆๆๆๆ โซฟีหยุดทุกความคิดในหัวแล้วมองพลูโต อยากถามว่ามันใช่เวลาร้องเพลงไหม

         ฟางหรงมองเพื่อนอ้วนด้วยสายตาเฉยเมย ในหัวคิดว่า เพื่อนคงไม่ไหวแล้ว

         แคนดี้ฟังเสียงแล้วอยากบอกว่า เสียงดีนิ

         “ลา ลา”

         “หยุดร้องเลย”รัชทายาทน้อยขมวดคิ้วแล้วยกแคนดี้ฟาดใส่หัวพลูโต ผัวะ!! “ท ทำไมหรือ”

         ซาลาเปาน้อยแค่อยากทำให้บรรยากาศดีขึ้นเฉยๆเอง ฟางหรงแอบพ่นลมร้อนออกจากพุง นึกขอบคุณเพื่อน แต่ “ประเดี๋ยวเสียงเจ้าดังแล้วหมีได้ยิน”

         “…!!!”พลูโตตกใจอ้าปากค้าง นางลืมคิดเรื่องนี้

         โซฟีที่โดนเสียงไพเราะของพลูโตกระชากวิญญาณไปแล้ว ไม่นานก็คืนสติ นักเชิดหุ่นน้อยเห็นฉากตอนฟางหรงเอาแคนดี้ฟาดหัวพลูโต นักเชิดหุ่นน้อยตลก แอบขำคิกคัก “อุ๊บ”

         ไม่อยากเชื่อเวลาเอาแคนดี้ฟาดหัวคนอื่นมันตลกขนาดนี้ มีเสียงผัวะด้วย

         นักเชิดหุ่นน้อยทนไม่ไหว แอบยกมือปิดปากขำ เสียงหัวเราะนางทำให้พวกฟางหรงหันมองโซฟี

         ครั้งแรกเลยที่ได้ยินเสียงโซฟีขำ 

         “..ฮะ ฮาๆ”

         “..”

         ไม่นานพวกนางก็หัวเราะด้วยกัน โซฟีว่าจะเลิกขำแล้ว ต้องขำอีกเพราะเสียงหัวเราะพวกฟางหรง โอ๊ย

         “ตลกอะไรเนี่ย”

         “ตลกเจ้าไง”

         “…”

         โซฟีน้ำตาคลอเบ้าเนื่องขำหนักกว่าเพื่อน ฟางหรงยิ้มอ่อน ปกตินางมิใช่พวกขำเสียงดัง จะหัวเราะเสียงเบาๆเท่านั้น ส่วนพลูโตหากเรื่องมันตลกมากมาย นางพร้อมลงไปขำกลิ้งบนพื้น

         แคนดี้อยากขำด้วย แต่มันยังงงว่าพวกหล่อนขำอะไร!!!

         เจ้าตุ๊กตาแมวไม่รู้เลยตัวเองนั้นแหละคือต้นเหตุทำให้พวกโซฟีหัวเราะสนั่น

         “เอ้าๆหยุดขำ”

         ฟางหรง รัชทายาทน้อยคนจริงจังกลัวเสียงหัวเราะพวกนางดังไปถึงหูหมีปีศาจ

         โซฟีขอแคนดี้คืน นางเอามือมันเช็ดน้ำตา และส่ายหน้าระอาตัวเอง พลูโตแย้มยิ้ม ยังขำคิกคัก

         “โซฟีจังรู้ตำนานปักษาแห่งความลับ”

         พลูโตยกอุ้งมือลูบท้องป่องๆ และเงยหน้าหาเรื่องคุยกับโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยกะพริบตาใสกระจ่าง นางลองนึกแล้ว ใช่ว่านางมิรู้จักปักษาแห่งความลับ ทว่านางรู้น้อยมากๆ เพราะข้อมูลเกี่ยวกับปักษาแห่งความลับมีไม่มาก นางรู้เท่าที่คนอื่นรู้กระมัง รู้ว่าทุกเรื่องของท่านคือความลับ “มีตำนานหนึ่งเล่าขานถึงปักษาแห่งความลับ..” พลูโตเอ่ยเสียงราวนักเล่านิทาน แล้วขยิบตาให้ฟางหรงเล่าต่อ

         รัชทายาทน้อยรับหน้าที่เล่าเรื่องต่อจากเพื่อนอ้วน

         ระหว่างที่ทั้งกลุ่มเริ่มเดินอีกครั้ง

         “กาลครั้งหนึ่ง..”

         ณ ดินแดนทุ้งหญ้าสีทอง เหล่าปักษามากมายโบยบินลงจากฟากฟ้าเพื่อประทานพรวิเศษ และช่วยคืนสมดุจให้พิภพ เหล่าปักษาสวรรค์ ตัวตนแห่งอำนาจเหนืออำนาจ ปักษาแห่งไฟ ผู้ดูแลเปลวอัคคี และแดนลาวา ปักษาแห่งราตรี ผู้ปกครองนภารัตติกาล และดูแลกฎแห่งความยุติธรรม และปักษาสวรรค์อีกมากมายที่ลงมาสร้างมหานคร และมอบแหล่งอาศัยอันปลอดภัยให้มนุษย์ และเผ่าอื่นๆ แบ่งเขตดินแดนการปกครอง แบ่งเส้นทวีป และระบุตำแหน่งเขตต้องห้าม

         หนึ่งในเหล่าปักษาสวรรค์ที่มีหน้าที่อันแสนสำคัญอันดับต้นๆ

         “ปักษาแห่งความลับ[ความลับแห่งปักษา]”

         ท่านคือผู้กุมความลับของโลก ผู้ปกป้องพิทักษ์ความลับอันดำมืด และคำตอบที่น่าหวาดหวั่น ท่านคือกุญแจสู่ความจริงอันเป็นนิรัน และมีบางตำนานกล่าวท่านคือผู้ครอบครองความลับแห่งบัลลังก์พระเจ้า[ก๊อดออฟชายร์] ท่านมีพลังอำนาจแบบใด ไม่มีใครรู้ เพราะทุกครั้งที่ท่านใช้พลังอำนาจ ปีกแห่งความลับของท่านจักลบความทรงจำ และความจริงทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แหลกสลาย ไม่เป็นที่จดจำหรือจารึกบนกระดาษหนังแผ่นใด

         อำนาจของท่านคือการปิดบัง และซ่อนความจริงในเหตุการณ์ต่างๆ

         นั้นคือสิ่งที่นักวิจัย และนักเล่านิทานคาดเดาเกี่ยวกับพลังอำนาของท่าน

         “ทว่าพลังของท่านไม่สมบูรณ์แบบ..”

         ตามจริงแล้วหากท่านใช้พลังอำนาจเต็มสิบส่วน สรรพสิ่ง ทุกเรื่องราวคงกลายเป็นความลับ ทว่าในการต่อสู้แต่ละครั้ง ท่านใช้พลังเพียงเจ็ดหรือแปดส่วนเท่านั้น เพราะเหตุนั้นทำให้พลังการลบล้างของท่านมีความผิดพลาด และกลายเป็นช่องว่างเล็กๆน้อยๆ เรียกว่าเป็น “เบาะแส” ก็ได้ เหมือนคดีฆาตกรที่คนร้ายทิ้งเบาะแสให้นักสืบตามรอยเจอนั้นเอง

         เบาะแสที่นำพาสู่ความจริง เครื่องนำทางสู่การไขความลับ 

         มันเป็นความท้าทาย และเรื่องราวการผจญภัยที่น่าสนใจ การขุดค้น ไล่ล่า และแกะรอยเบาะแสของปักษาแห่งความลับที่จักนำทางผู้สืบสู่ความจริงอันน่าตกตะลึง บางอย่างที่ซ่อนในความลับนั้นอาจเป็นความจริงที่น่ากลัวหรือเรื่องราวความรักก็ได้ ฟางหรงสนใจตำนานหนึ่งของปักษาแห่งความลับ ตำนานเกี่ยวกับสมบัติล้ำค่าที่ท่านซ่อนไว้ในอาคารแห่งบาปคนตะกละ

         แต่เดิมแล้วเรื่องความชอบของปักษาแห่งความลับถูกท่านเก็บเป็นความลับเช่นกัน ทว่ามันก็มีคนอยากเผือกตามสืบจนรู้ว่าท่านมีความชอบอะไร

         แล้วความชอบของท่านดันตรงกับความชอบของฟางหรงพอดี

         สมบัติที่ท่านซ่อน ฟางหางอยากมาขโมย มาชม แล้วเก็บกลับบ้าน

         “ท่านไม่ว่าหรือ”

         โซฟีมองฟางหรงขึ้นๆลงๆ ดูภายนอกรัชทายาทหน้าไม่เหมือนโจรเลยนะ

         “..มันคือสมบัติ”

         ฟางหรงตอบเช่นนั้น ยามนี้ปักษาแห่งความลับสิ้นแล้ว ยังไม่ข่าวว่าท่านเกิดใหม่ ดังนั้นสมบัติของท่านจะตกอยู่ในมือใคร เมื่อถึงตอนที่ท่านเกิดใหม่ ท่านคงตามมาทวงคืนเองกระมัง

         รัชทายาทน้อยอยากเชยชมสมบัติชิ้นนั้นสักครั้ง หากท่านไม่ว่า นางขอหยิบกลับบ้าน

         โซฟีแอบสงสัย.. สรุปมันคืออะไรเนี่ย

         “เล่าต่อ..”

         เดินตามทะเลกระทงไปพลาง ฟังฟางหรงเล่าเรื่องไปพลาง ปักษาแห่งความลับมีที่อยู่ไม่แน่ชัด ท่านโบยบินไปทุกแห่ง แล้วก็สร้างบ้านทุกที่ที่ท่านเยือน ทว่าช่วงชีวิตสุดท้ายของท่าน เล่าว่าท่านบินมาที่เมืองซีเคร็ทออฟวอร์เพื่อทำภารกิจลับ หลังจากนั้นท่านเสียชีวิตหรือไม่ ไม่มีใครรู้ เพราะมันคือความลับสุดยอด เป็นความลับของจุดกำเนิดเมืองซีเคร็ทออฟวอร์

         “ที่นี้คือสุสานของท่าน”

         ฟางหรงก้มมองพื้นอาคาร ไม่แค่อาคารแห่งบาปคนตะกละเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่ทุกตารางนิ้วของเมืองแห่งความลับ

         “..”

         โซฟีหยุดเดิน และมองพื้นด้วย พลูโตไม่มองพื้น นางมองกระจกหน้าต่าง

         “ไม่รู้เรื่องหมีปีศาจ..ไม่รู้เรื่องอาคารแห่งนี้ด้วย”

         เบาะแสทั้งหมดที่พวกฟางหรงรู้นำทางนางมาถึงจุดที่เชื่อมต่อระหว่างโลกความจริง และโลกแห่งนี้ รัชทายาทน้อยต้องระดมสมองเพื่อหาเบาะแสต่อไป ดูสิว่าหลังตามรอยทะเลกระทงแล้ว พวกนางจะยังต้องแก้ปริศนา และตามหาเบาะแสอื่นหรือไม่

         โซฟีคิดว่าไม่นะ สัญชาตญาณโซฟีมันบอก

         “..”

         นักเชิดหุ่นน้อยสนุกนะเวลาเดินเล่นกับพวกฟางหรง ช่วงเวลาที่ดีมากในชีวิตนาง..

         “ทุกคน..หมีมาแล้ว”

         “ห๊ะ”

         โซฟีลนลาน อยากบอกมันมาถูกเวลาซะจริง!!!

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น