ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ห่วงหรือเปล่า?

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ห่วงหรือเปล่า?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ห่วงหรือเปล่า?
แบบอักษร

เป็นผีอยู่ดีๆก็ถูกจับมาเป็นหมอนข้างซะงั้น กัลปพฤกษ์ปลงตกอย่างบอกไม่ถูก ภุชคินทร์จับเขามานอนกอดอยู่นานแล้วไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย พอจะขยับตัวอีกฝ่ายก็กอดแน่นเสียงั้น

 

คนอะไร ตัวใหญ่จริงๆ....

 

กัลป์ขยับตัวหันไปมองหน้าภุชคินทร์ ใบหน้าของเขาจัดอยู่ในระดับที่ว่าหล่อเหลามากตามฉบับชายไทยเก่า คิ้วคมขมวดเข้าหากันแน่นใบหน้าอมทุกข์แสดงชัดเจนอยูบนใบหน้า

 

ฝันร้ายงั้นหรอ?

 

มือบางสีขาวซีดในชุดคลุมแขนเอื้อมมาลูบต้นแขนภุชคินทร์เบาๆ คล้ายกำลังปลอบประโลมให้คลายความกังวล...คิ้วเข้มค่อยๆคลายออกจากกันกลับมาหลับพริ้มเหมือนเดิม...

 

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ แต่พอคิดไปถึงภาระหน้าที่ที่อีกฝ่ายแบกรับมันก็อดใจเสียไม่ได้ เป็นทหารต้องฆ่าคนนับร้อยเพื่อปกป้องบ้านเมืองและประชาชน เฉียดความตามมาหลายครั้ง...คงจะเจออะไรมาไม่น้อยเลยจริงๆ....

 

"นอนเถอะนะ....ผมจะคอยดูแลคุณในยามหลับเอง"วาจาอันแสนนุ่มนวลถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แต่ความกังวลก็มลายหายไป

 

กัลป์นอนปลอบอีกฝ่ายจนตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราตามร่างสูงไป ตื่นมาอีกครั้งก็พบว่าอีกฝ่ายตื่นไปตั้งนานแล้วถึงจะยังเช้าอยู่ก็เถอะ....

 

"ไปไหนตั้งแต่เช้ากันนะ....เอ๊ะ...คะ..ความรู้สึกนี้มัน"กัลป์กุมท้องตัวเอง ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ...

 

จ๊อก......

 

ไม่ผิด...ความรู้สึกนี้คือท้องมันกำลังเรียกร้องหาอาหารอย่างแน่นอน แต่เป็นผีแล้วไม่หิวไม่ใช่หรอ?......

 

"พี่อุไร เงิน ทอง....ได้ยินไหม ตอบด้วย"ผมพยายามเรียกทั้งสาม ผ่านไปนานก็ไม่มีเสียงตอบรับ

 

"เห้อ....คงต้องไปหาอะไรกินสักหน่อย ไม่ไหว...หิวจนไส้กิ่ว"ผมลุกจากที่นอนเปิดประตูเดินออกไปข้างนอก

 

พยายามหาทางไปห้องครัวเพื่อหาอะไรกินลองท้อง แต่วันนี้ทุกอย่างดูแปลกไปเสียหมด พวกบ่าวไพร่ก้มหัวให้ทำเหมือนเห็นผม....ไม่ได้เอะใจอะไรก็เดินไปตามทางเรื่อย คราวนี้มันชักจะเริ่มหนักขึ้นจริงๆ...

 

นี่พวกเขาเห็นเราจริงๆหรือเปล่าเนี่ย.....ทำไมทำเหมือนเห็นเรากันทั้งๆที่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เห็นเลยนี่นา.....

 

ไม่ไหวคงต้องเดินทะลุห้องไปแล้วงั้น เดี๋ยวจะแตกตื่นเอาถ้าเกิดเห็นจริงๆ....กัลป์มองไปที่ประตูหน้าห้องอะไรสักอย่างตั้งใจจะเดินทะลุผ่านเข้าไป แต่ปรากฏว่า...

 

ปึก!

 

"โอ๊ย! เจ็บๆๆๆ"ร่างบางลูบหน้าผากป้อยๆ มองไปที่ประตูอย่างไม่เข้าใจเลยสักนิด...

 

"ว้าย! เป็นอะไรไหมเจ้าคะ! "บ่าวคนที่เช็ดถูอยู่ตรงพื้นรีบวิ่งเข้ามาดูหน้าผากให้

 

กัลป์นิ่งไปทันที แบบนี้แสดงว่าทุกคนเห็นร่างของเขากันหมดเลยน่ะสิ!!

 

"อะ..เอ่อ....ไม่เป็นอะไรแล้วคะ...ครับ"

 

"แล้วนี่จะไปใไนหรือเจ้าคะ ให้บ่าวนำทางให้เอาไหมเจ้าคะ"บ่าวผู้น้อยขออาสานำทางไปให้ แต่ในใจอีเนียงแทบไม่เชื่อสายตาว่าอีกฝ่ายเป็นชาย

 

"มะ...ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปเองดีกว่า"พูดจบก็รีบเดินออกมาทันที ในใจกระวนกระวายถึงสุดขีด....พยายามคิดในแง่ต่างๆว่าทำไมวันนี้มันถึงผิดแปลกไปหมด จนไม่รู้เลยว่าตัวเองมาถึงลานซ้อมดาบของเหล่าทหาร

 

ทันทีที่ร่างบางในชุดสีขาวแปลกตาผมสีดำขลับใบหน้างดงามดั่งสตรีเดินผ่านเหล่าทหารที่ฝึกซ้อมอยู่ก็หยุดทุกอย่างที่ทำลง จ้องมองไปที่กัลป์เป็นสายตาเดียว......แต่ละคนอ้าปากค้างนานพอให้แมลงวันบินเข้าไปได้เลย....

 

"เอ้า!!พวกเจ้าหยุดทำอะไรกัน ข้าสั่งให้หยุดพักแล้วรึ อยากโดนลงโทษมากใช่ไหมวะ!!"ร่างสูงใหญ่ตวาดลั่น จนคนอื่นๆผวาหันมาซ้อมกันต่อ.....

 

"อะ...เอ่อ...ท่านภุชคินทร์ขอรับ......ท่านไม่เห็นอะไรเลยหรือขอรับ"ก่อนที่จะนายเหนือหัวจะโกรธไปมากกว่านี้ ก็มีนายทหารเข้ามาขัด

 

"เห็นอันใดของเจ้า...."ภุชคินทร์ขมวดคิ้วเป็นปม หันไปมองตามที่คนของเขาชี้

 

จนไปสบเข้ากับร่างๆหนึ่งในชุดสีขาว ใบหน้าฉายแววเคร่งเครียดเรื่องอะไรสักอย่าง......ที่แปลกไปกว่านั้นคือคนของเขาเห็นอีกฝ่ายกันหมด ภุชคินทร์ขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิมก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างบางท่ามกลางเสียงโห่แซวจากเหล่าทหาร

 

ระหว่างที่กัลป์เดินเครียดไปตามทางก็มีฝ่ามือใหญ่แตะเข้าที่บ่า กัลป์สะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดรีบหันไปมอง

 

"ภะ....ภุชคินทร์....ค..คุณมาทำอะไรตรงนี้"ผมยิ้มแห้งทันทีที่เป็นอีกฝ่าย

 

"ข้าต่างหากต้องถามเจ้า ว่ามาทำอะไรตรงนี้....ไม่กลัวคนอื่นกลัวหรือไงมาโผล่ให้เห็นตอนกลางวันแสกๆ"อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเข้ม ซวยล่ะสิงานนี้...

 

"ผมไม่รู้....อยู่ๆทุกคนก็เห็น ไม่ได้ตั้งใจให้เห็นเลยสักนิด....เรียกพี่อุไรก็แล้ว เรียกเงินเรียกทองก็แล้วแต่ไม่มีใครได้ยินเลยสักนิดเดียว"ร่างบางก้มหน้าหงุดพรั่งพรูคำแก้ตัวออกมาให้ภุชคินทร์ได้รับฟัง

 

"แปลก......เจ้าบอกเจ้าเรียกอุไรกับเงินทอง....."

 

"แปลกตรงไหนหรอครับ...."

 

"ก็พวกนั้นอยู่ข้างหลังเจ้าน่ะสิ"ความเงียบก่อตัวอย่างช้าๆเมื่อคำพูดที่ออกจากปากภุชคินทร์สร้างความกลัวในจิตใจ

 

"หา!!"ผมหันขวับไปมองข้างหลัง ก็พบกับความว่างเปล่า.....ผมเริ่มสับสนจริงๆแล้วว่าอันไหนของจริงอันไหนแค่ล้อเล่น

 

"อุไรบอกว่านางมาหาเจ้าตั้งแต่คำแรกที่เรียก...เงินกับทองพยายามเรียกเจ้าอยู่หลายหน..เจ้าไม่ได้ยินงั้นรึ?"

 

"ไม่ได้ยินเลยสักนิด.....มองไม่เห็นพวกเขาด้วย เกิดอะไรขึ้นกับผมกัน..."

 

ภุชคินทร์ไม่ได้พูดอะไรต่อแต่เดินเข้ามาประชิดใช้มือวางดาบลงแล้วจับแขนทั้งสองข้างของกัลป์โน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ....กัลป์ใบหน้าเห่อร้อน

 

"คะ...คุณกำลังทำอะไรน่ะ"

 

"ชู่ว....."เขาชู่วปากเป็นเชิงให้เงียบไปก่อน ผมจึงเงียบไม่กล้าขยับ

 

กัลป์หลับตาปี๋รอจนอีกฝ่ายทาบหูลงตรงตำแหน่งหัวใจ...

 

ตึกตัก....ตึกตัก....ตึกตัก.....

 

ภุชคินทร์เบิกตากว้างนิ่งเงียบไปอยู่นานก่อนจะค่อยๆถอนใบหน้าออกจากอกอีกฝ่าย มองไปที่ใบหน้ากัลป์ด้วยความแปลกใจและไม่เข้าใจ มือทั้งสองไม่ได้ปล่อยจากแขนอีกฝ่าย เนิ่นนานร่างบางจึงลืมตาขึ้นพอดีกับตำแหน่งอีกฝ่ายจนสบตาเข้าหากัน....

 

ภุชคินทร์ผละสายตาหันหลังกล่าว....

 

"ตามข้ามา....ข้าจะพาไปหาหลวงตา..." ร่างสูงเดินนำไปทันที ไม่รอช้า...กัลป์รีบตามไปไม่ห่าง.....

 

ภุชคินทร์พาขึ้นหลังม้าโดยที่ตัวของเขาอยู่ด้านหน้าติดแผงอกอีกฝ่าย.....พอมาถึงวัดเขาก็พาผมเข้าไปข้างใน วัดนี้เป็นวัดที่สวยมากแห่งหนึ่ง...ไม่อยากเชื่อว่าสมัยโบราณจะทำให้วัดออกมาสวยได้แบบนี้....

 

"นมัสการขอรับหลวงตา...."คนข้างๆก้มกราบผมจึงรีบก้มกราบตาม

 

"นมัสการครับหลวงตา"

 

"อืม....เงยหน้าขึ้นเถอะโยม..."

 

ผมกับเขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เหมือนภุชคินทร์จะเอ่ยปากถาม แต่หลวงตาเอ่ยขึ้นเสียก่อน...

 

"อืม....อาตมารู้ โยมภุชคินทร์ไม่ต้องกังวลไปหรอก....วิญญาณผลัดถิ่นที่ได้รับสิทธิเหนือกว่าดวงวิญญาณดวงอื่นๆ"ประโยคแรกหลวงตาหันไปพูดกับภุชคินทร์แล้วค่อยหันมาทางผม

 

"ดวงวิญญาณที่มีสิทธิเหนือกว่าวิญญาณดวงอื่นหรือ...... หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับหลวงตา...."

 

"ดวงวิญญาณดวงนี้จะมีกายหยาบทุกวันพระ...หมายถึงโยมในตอนนี้เป็นคนอยู่...โยมไม่ต้องห่วงหรอก"หลวงตาพูดด้วยใจที่ใสสงบนิ่ง

 

ไม่เหมือนกับผมที่ตอนนี้อึ้งไปแล้ว.....

 

"วันนี้เป็นวันพระพอดี...งั้น...."

 

"เขาเกิดมาเพื่อโยมนะภุชคินทร์ ดูแลเขาให้ดีๆ"ภุชคินทร์นิ่งไม่ได้ตอบอะไร

 

ผมไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวอย่างที่หลวงตาบอก ทั้งสองกราบลาหลวงตาแล้วเดินออกมา ทั้งคู่คิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ กัลป์ได้แต่มองมือคู่นี้ที่เปลี่ยนเป็นกายหยาบของจริงไม่เหมือนตอนที่ปลอมเป็นเจ้าแม่ไอริน เพราะแค่ทำให้คนเห็นเท่านั้น

 

จ๊อก......

 

"อา......."คิดแล้วเครียด เหมือนจะเครียดมากจนกระเพาะมันประท้วง

 

"เจ้าคงหิวแล้วกระมัง กลับกันเถอะ"อีกฝ่ายยื่นมือมาให้

 

"อื้อ...."ผมก็ยอมส่งมือให้อีกฝ่ายจับพา การกระทำของเขาในวันนี้ดูคล้ายจะห่วงแต่ก็ไม่ห่วง เป็นคนที่คาดเดายากเสียจริง.....

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขุนพี่ก็ยิ้มให้น้องบ้างก็ด้ายยยยย เดี๋ยวน้องจะกลัวเอา

 

ความคิดเห็น