ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 10 สองชีวิตที่ต้องแยกทาง

คำค้น : Sugar Boy SS2,ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2559 02:25 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 10 สองชีวิตที่ต้องแยกทาง

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 10

 

 

 

 

 

"นี่ใช่มั้ยสาเหตุที่คุณไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับผม" ร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานเอ่ยปากถามเจ้าของห้อง แววตาคมก้มมองขอบโต๊ะและปล่อยให้ใจลอยคิดไปถึงเรื่องของน้องชายตัวเองที่กำลังมีปัญหาอยู่

 

 

 

"..." ชายเจ้าของห้องที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กหนุ่มนั่งเซ็นเอกสารไปเงียบๆโดยที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นหูเขาก็ยังฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอยู่ตลอด

 

 

 

"เฮ้อ คุณว่าลูกพี่ลูกน้องรักกันมันจะผิดมั้ย ถึงยังไงพวกเขาก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆซักหน่อยนี่นา" เวย์ออกความเห็น ในใจก็แอบนึกเป็นห่วงเรื่องนี้ไม่น้อย เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าน้องชายคนรองที่อายุเท่ากับเขาความจริงแล้วจะเป็นญาติแท้ๆของตัวเอง

 

 

 

"ในสายตาผู้ใหญ่มันก็คงจะผิดล่ะนะ" อาทิตย์ตอบทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่กับกองเอกสาร

 

 

 

"แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันไม่ใช่หรอครับ ถึงจะมีสายเลือดเดียวกันจากฝ่ายแม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีพ่อแม่คนเดียวกันซักหน่อย" เวย์คิดแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

 

 

 

"แต่ถ้าให้คิดว่าเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย มันก็คงไม่เหมาะอยู่ดี"

 

 

 

"แต่น้องๆของผมเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะ ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายไม่ใช่หรอ อีกอย่าง...สาเหตุที่ญาติพี่น้องไม่ควรรักกันเพราะลูกที่ออกมาจะเสี่ยงเกิดมาไม่สมประกอบ แต่พวกเขาก็มีลูกด้วยกันไม่ได้ เพราะงั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"

 

 

 

"คนที่ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่แกหรือฉันหรอกนะ แต่เป็นสองคนนั้นมากกว่า" อาทิตย์พูดบอก ใบหน้าหล่อคมคายค่อยๆเงยขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่งงัน เวย์เองก็เผลอสบตากับอีกฝ่ายกลับไปอย่างลืมตัวจนกลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างมองตากันนิ่งไปนานกว่าที่เวย์จะต้องเป็นฝ่ายละสายตาออกก่อนในที่สุด

 

 

 

"มันก็จริง แต่ถามหน่อย ถ้าคุณรู้อยู่ก่อนแล้วทำไมไม่ห้ามทั้งสองคนไม่ให้รักกันซะตั้งแต่แรกล่ะ ทำไมถึงยอมให้พวกนั้นคบกันทั้งๆอย่างนั้น?" เวย์หันกลับไปจ้องหน้าถามอีกครั้ง

 

 

 

"..." อาทิตย์ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินคำถามก่อนจะก้มหน้ากลับไปทำงานต่อโดยที่ไม่ได้พูดอะไรซักคำ

 

 

 

"สนุกรึไงเล่นกับความรู้สึกน้องผมแบบนี้" เวย์ถามอีกน้ำเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดทำให้อาทิตย์ต้องวางปากกาในมือลงแล้วเงยหน้ามองคนตรงหน้าอีกครั้ง

 

 

 

"ฉันไม่เคยคิดที่จะเล่นกับความรู้สึกของใคร" อาทิตย์พูดน้ำเสียงจริงจังขึ้น

 

 

 

"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแม่คงไม่ทำแบบนั้น และเลย์มันก็คงไม่ต้องร้องไห้เสียใจแบบนี้"

(แค่กับเรื่องของไอ้ทีเลย์มันคงไม่ช็อคมากมายขนาดนี้หรอก เพราะมันมีเรื่องของแม่เข้ามาด้วยเลย์ถึงได้ร้องห่มร้องไห้หนักขนาดนี้) เวย์คิดในใจ

"หรือจะปฏิเสธล่ะครับ ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของคุณ"

 

 

 

"..." อาทิตย์เงียบ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากเขา จนทำได้แต่มองภาพของเด็กตรงหน้าที่กำลังเหวี่ยงอารมณ์ไม่พอใจใส่เขาเท่านั้น

 

 

 

"เพราะคุณทำให้แม่ต้องเลิกกับพ่อ พอคุณพาแม่มาแล้วก็ทิ้งๆขว้างๆแบบนี้มันถึงได้มีปัญหาไง คุณมันแย่ที่สุด" เวย์ลุกพรวดขึ้นต่อว่าพ่อเลี้ยงของตัวเองก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีออกไปจากห้องในที่สุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไม่ยอมพูดอะไรซักคำ

"บ้าเอ๊ย" เวย์สบถหลังจากเดินออกมาจากห้องแล้ว ก่อนที่สายตาคมจะตวัดมองไปทางประตูห้องของน้องชาย เขายืนมองประตูบานนั้นนิ่งๆก่อนจะเดินมุ่งไปห้องๆนั้นทันที

 

 

 

ก๊อกๆๆ

 

"พี่เข้าไปนะ" เวย์เคาะประตูแล้วเรียกคนข้างในก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเดินเข้าไปหาคนเป็นน้องชายที่กำลังนอนคุมโปงอยู่บนเตียงกว้าง แววตาคมมองร่างใต้ผ้าห่มนิ่งไปซักพักด้วยแววตาอ่อนลงแล้วเดินเข้าไปใกล้คนใต้ผ้าห่มเรื่อยๆ

"ไข้เป็นยังไงบ้าง อยากได้อะไรเพิ่มมั้ย" เวย์ถาม เลย์ยังคงนอนเงียบแต่คนเป็นพี่ชายก็รับรู้ได้ดีว่าเลย์ยังคงตื่นอยู่เพราะได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆจากอีกฝ่ายดังแว่วๆ

"เลย์ มึงกำลังร้องไห้กับเรื่องอะไรอยู่กันแน่...เรื่องแม่ หรือเรื่องของไอ้ที" เวย์ทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงแล้วถามต่อ แต่เลย์ก็ยังคงเงียบ

"กูว่าบางทีที่มันปิดบังมึงอาจเพราะมันรักมึงมากจนกลัวว่ามึงจะจากมันไปตอนรู้ความจริง มันเลยไม่ยอมบอกมึงก็ได้นะ ถ้ามึงยังรักมันทำไมไม่มองผ่านๆเรื่องนี้ไปล่ะ"

 

 

 

"กูรักมัน...แต่กูกับมัน..." เลย์พูดเสียงอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่ยอมเปิดผ้าออกมาคุยกับพี่ชายดีๆเพราะไม่อยากให้ใครเห็นเขาที่เอาแต่ร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนจนหน้าแดงตาแดงไปหมดแบบนี้

 

 

 

"เป็นพี่น้องกันหรอ? ถึงไม่ใช่พ่อแม่เดียวกันแต่ก็มีสายเลือดเดียวกันอยู่หรอ? หึหึ คนเราเขารักกันที่สายเลือดหรอวะเลย์ ถึงพวกมึงจะรักกันต่อแต่ก็มีลูกไม่ได้ไม่ใช่รึไง พวกมึงสามารถรักกันได้โดยที่ไม่ต้องทำให้มีเด็กเกิดขึ้นมาไม่สมประกอบ แบบนี้แล้วยังมีอะไรผิดอีกรึไง" เวย์พยายามโน้มน้าวใจคนเป็นน้องชาย เขารู้ดีว่านทีรักเลย์มานานแค่ไหนและจริงจังกับเลย์มาก ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ยินดีที่น้องชายจะได้รักกับคนดีๆที่มั่นคงแบบนั้น เพราะงั้นถึงอยากช่วยสนับสนุนทั้งคู่ต่อไปแม้จะรู้เรื่องพวกนี้แล้วก็ตาม

 

 

 

"แล้วคนอื่นๆ...แล้วใครจะยอมรับเราได้วะ" เลย์แย้งน้ำเสียงสั่นเครือ

 

 

 

"เฮ้อ... แล้วแต่มึงนะเลย์ ว่าจะแคร์คนที่มึงรักและรักมึงหรือคนอื่นมากกว่ากัน กูก็แค่อยากให้มึงเก็บสิ่งที่กูพูดไปคิดให้ดีๆ เท่านั้นแหละ"

 

 

 

"..." เลย์นอนเงียบไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบกลับ แต่ในหัวก็แอบคิดถึงสิ่งที่พี่ชายพูดเมื่อกี้นี้ขึ้นมาเหมือนกัน ใช่ เขาอยากกลับไป แต่การกลับไปมันจะเป็นสิ่งที่ดีแล้วงั้นหรอ

 

 

 

"วันนี้กูจะไปหาไอ้ทีหน่อย อยากฝากอะไรมั้ย" เวย์พูดบอกแล้วเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสบนผ้าห่มบริเวณศีรษะของเลย์ด้วยน้ำหนักมือที่แผ่วเบาจนคนใต้ผ้าห่มไม่รู้สึกตัวว่าพี่ชายกำลังเอื้อมมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองผ่านผ้าห่มอยู่

 

 

 

"เก็บเสื้อผ้ามาให้หน่อย กูไม่อยากขาดเรียนหลายวัน" เลย์บอกเสียงอู้อี้

 

 

 

"แค่นี้หรอ" เวย์ถามย้ำ

 

 

 

"อืม" เลย์ขานตอบสั้นๆ ได้ยินดังนั้นเวย์จึงพยักหน้ารับรู้แล้วยอมลุกออกไป ทิ้งให้คนบนเตียงนอนเคว้งเพื่อฟุ้งซ่านคิดถึงเรื่องต่างๆนาๆอยู่คนเดียว

 

 

 

 

ครืดดด ครืดดด

 

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆศีรษะของคนบนเตียงสั่นขึ้น ทำให้เขายอมลุกจากเตียงแล้วหยิบมันขึ้นมาเปิดดูข้อความ

 

 

 

'เลย์ครับ อยู่มั้ย' ร่างโปร่งที่นอนตาบวมแดงอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนามองจอโทรศัพท์มือถือที่ส่องแสงแสบตาอยู่เพื่ออ่านข้อความดังกล่าวจากเพื่อนในแชทของเขาเองที่ทักเข้ามา

 

 

 

'ครับ' เลย์ตอบกลับไป

 

 

 

'อยากเจอเลย์จังเลย มาทานข้าวด้วยกันมั้ยครับ เดี๋ยววีเลี้ยงเอง' อีกฝ่ายส่งข้อความกลับมาอีก เลย์จึงลุกขึ้นนั่งเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหวานออกลวกๆแล้วนั่งมองข้อความจากอีกฝ่ายอยู่นาน

'พอดีวีได้มาทำธุระที่กรุงเทพสองสามวันน่ะครับ เลยอยากถือโอกาสนี้ไปเจอเลย์ซักครั้ง นะๆ' วีอ้อนวอนที่จะขอพบเลย์ไม่เลิกจนคนบนเตียงเริ่มจะรู้สึกหนักใจนิดๆ แต่อีกใจก็คิดว่าการออกไปข้างนอกอาจจะดีต่อเขาตอนนี้ก็ได้ อย่างน้อยๆคงดีกว่ามานอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้

 

 

 

'ก็ได้ครับ ที่ไหนดีล่ะ' เลย์ถามกลับ

 

 

 

'ให้วีไปรับได้มั้ยครับ'

 

 

 

'อ่า ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมส่งที่อยู่ไปให้อีกที อีกสองชั่วโมงค่อยมานะ ผมขอเตรียมตัวก่อน' เลย์ส่งข้อความบอกกลับไปแล้วขอเวลาอีกสองชั่วโมงเพราะต้องการจัดการกับอาการบวมแดงที่ตาตัวเองด้วย ก่อนที่จะวางมือถือลงแล้วลุกเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย โชคดีหน่อยที่พี่ชายของเขาเอาเสื้อผ้ามาให้ยืมใส่อยู่สองสามชุด เลย์จึงพอมีชุดให้เปลี่ยนใส่ออกไปข้างนอกบ้างแม้มันจะเป็นเสื้อของพี่ชายและไซด์ใหญ่เกินตัวก็ตาม

..

..

..

..

..

 

 

 

 

//Natee Part

 

ผ่านมาหนึ่งคืนกับอีกครึ่งวันที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังโดยปราศจากเสียงเจี้ยวจ้าวของเจ้าตัวแสบที่เคยอยู่ข้างกายผมมาตลอด ทั้งคืนผมเอาแต่นอนพลิกตัวไปมาจนแทบไม่ได้นอน แถมเช้ามายังต้องไปเรียนต่อถึงบ่าย แต่อดนอนแค่นี้มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผมหรอก

 

 

 

ครืนนน

 

รถสปอร์ตสีดำคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามายังหมู่บ้านจัดสรรที่แสนกว้างขวางแล้วจอดอยู่บริเวณข้างบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นโทนสีขาวซึ่งเป็นบ้านของเรา...มันคือบ้านที่ผมซื้อให้เลย์เป็นของขวัญวันเกิด และวันนี้ผมคิดว่าผมควรรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด บางทีเลย์คงไม่อยากเห็นผมอีกแล้วก็ได้เมื่อเขากลับมาที่นี่

 

 

 

แกรก

 

ประตูรั้วดีไซด์สวยเข้ากับลักษณะของบ้านถูกผมเปิดออกอย่างง่ายดายด้วยแรงจากกล้ามเนื้อที่แข็งแรงดี ผมก้าวท้าวเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยท่าทางที่แสนเซื่องซึม ในใจเอาแต่เลื่อนลอยนึกหาคนที่จากไปแล้วจนไม่ได้ลืมหูลืมตาดูสิ่งรอบๆกายนัก

 

 

 

"เฮ้ย! เหม่อเหี้ยไรของมึงถึงมองไม่เห็นกูเนี่ย" เสียงทุ้มที่ฟังดูน่ารำคาญใจสำหรับผมในตอนนี้ดังขึ้นเรียกให้ผมต้องหลุดจากภวังค์ขณะที่กำลังไขประตูบ้านอยู่ ใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆหันไปมองทางต้นเสียงด้วยแววตานิ่งๆจนเห็นร่างของใครบางคนที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้

 

 

 

"..." ผมมองหน้าของเพื่อนสนิทที่กำลังเขี่ยบุหรี่กับกระถางต้นไม้สายตานิ่งงันก่อนหันกลับมาเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้านต่ออย่างไม่สนใจแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ

(ให้ตายเถอะ อยากเจอคนน้องแต่ดันเจอคนพี่)

 

 

 

"เฮ้ยๆ เดี๋ยวสิวะ เมินกันงี้เลยหรอ เฮ้อ!" เสียงน่าหนวกหูดังไล่หลังตามผมเข้ามาติดๆ

 

 

 

"ไปไกลๆเลยไป เหม็นควันบุหรี่" ผมไล่อีกฝ่ายน้ำเสียงหน่ายๆ

 

 

 

"กูเพิ่งหัดสูบอ่ะนะ ไปๆมาๆมันก็ไม่เลว แก้เครียดได้ดีเลย มึงจะลองหน่อยมั้ย" ไอ้เวย์พูดชักชวนพร้อมยื่นบุหรี่ที่เพิ่งเอาออกจากซองมาใหม่ๆอีกอันมาทางผมขณะที่ผมเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มในครัว ผมปรายมองมันเล็กน้อยแล้วเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจใส่

 

 

 

"น้องมึงไม่สบายรึเปล่า มันหยุดร้องไห้รึยัง" ผมถาม

 

 

 

"เหอะ รู้ดีจริงๆเลยนะมึงว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าห่วงมันนักทำไมไม่ไปตามมันกลับเลยล่ะ" เวย์ถามน้ำเสียงยียวน ผมถอนหายใจหนักๆหนึ่งทีแล้วเดินเลี่ยงหนีมันออกไปหวังจะขึ้นไปบนห้อง ซึ่งไอ้เวย์มันก็เดินตามผมมาเงียบๆตลอดจนถึงห้อง

"ไม่คิดเลยนะว่ามึงจะเป็นน้องชายกูจริงๆน่ะ" อีกฝ่ายโพล่งขึ้นหลังจากที่ตามผมเข้ามาในห้องนอนแล้ว

 

 

 

"เป็นพี่ที่เกิดก่อนกูแค่ไม่กี่เดือนเนี่ยนะ" ผมโต้ตอบกลับน้ำเสียงราบเรียบขณะกำลังรือหนังสือบนชั้นวางลงมากองไว้บนเตียงนอน

 

 

 

"มึงจะไปแล้วหรอ" อีกฝ่ายที่ยังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่กลางห้องถามขึ้นเมื่อรู้ว่าผมกำลังเก็บของของตัวเองอยู่

 

 

 

"อืม บ้านหลังนี้เลย์มันอยากได้มาก และกูก็ซื้อให้มัน"

 

 

 

"มึงคิดว่าเลย์มันจะกลับมาที่นี่รึไง" เวย์ถามขึ้นอีก แต่ผมเงียบไม่ตอบ

"เลย์มันฝากให้กูมาเก็บเสื้อผ้าให้ กูคิดว่ามันคงไม่กลับมาหรอก"

 

 

 

"ที่มันไม่มาเองมันคงไม่อยากเจอหน้ากูมากกว่า" ผมแย้งกลับไป

 

 

 

"มึงจะฟันน้องกูแล้วทิ้งจริงๆหรอวะ กูไม่ยอมนะ มึงต้องรับผิดชอบน้องกูสิ มึงก็รู้ว่ากูก็เคยชอบไอ้เลย์ แต่กูก็เชื่อใจยอมยกมันให้มึงเลยนะ มึงจะหักหลังกู..." ไอ้เวย์พร่ามยาวผมจึงเดินไปหยิบเสื้อตัวโปรดของเลย์โยนให้มันเพื่อปิดปากเสียก่อนที่มันจะได้พูดจบ

 

 

 

"นี่เสื้อตัวโปรดมัน หุบปากแล้วรีบๆเก็บของให้มันได้แล้ว"

 

 

 

"เย็นชาชะมัดเลยนะมึงเนี่ย เฮ้อ!" ว่าแล้วไอ้เวย์ที่รับเสื้อจากผมได้พอดีก็เริ่มเดินเข้าไปค้นเสื้อผ้าของเลย์ในตู้มาจัดใส่กระเป๋าซึ่งก็พอแยกแยะได้ว่าเสื้อใครเป็นเสื้อใครเพราะไซด์ของผมกับเลย์ไม่เหมือนกัน แถมสไตล์เสื้อผ้าและโทนสีเองก็ยังต่างกันลิบลับเลยด้วย

"ว่าแต่กูได้ยินจากพ่อเลี้ยงมา ว่ามึงความจำเสื่อมเพราะช็อคจากอุบัติเหตุเลยจำเรื่องก่อนจะมาอยู่กับครอบครัวเราไม่ได้เลยจริงหรอ" ไอ้เวย์โพล่งถามขึ้นขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้าของเลย์เข้ากระเป๋าอยู่ ผมชะงักมือที่กำลังเก็บข้าวของของตัวเองอยู่เล็กน้อยแล้วเหลือบหางตามองไปที่เพื่อนสนิทข้างกายซักพัก

 

 

 

"อืม เคยพยายามนึกแต่ก็ปวดหัวจนต้องยอมแพ้ไปหลายครั้ง" ผมบอก

 

 

 

"เสียใจด้วยนะ กูไม่คิดว่ามึงจะเคยมีอดีตแบบนี้ มึงเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำและเสียคนที่มึงรักไป มึงคงเสียใจและกลัวมากถึงได้ความจำเสื่อมแบบนี้" เวย์พูดขึ้นแล้วตบไหล่ผมเบาๆอย่างเห็นใจ ใช่ มันอาจจะเป็นอย่างที่เวย์ได้รู้มา เสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่ของผมก็คือคืนที่ผมอยู่ในกองเพลิงและกำลังร้องไห้เพราะความกลัว หลังจากนั้นผมก็นึกอะไรไม่ออกเลย จำได้เพียงแต่ว่าตัวเองตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลและได้มาเป็นลูกเลี้ยงของบ้านนี้เท่านั้น

"มึงเคยไปไหว้พวกท่านรึเปล่า" เวย์ฉุกถามขึ้น

 

 

 

"กูยังไม่รู้เลยว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน" ผมตอบไปตรงๆ เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกันแต่ผมไม่เคยถามไถ่หรือพยายามใฝ่หาพ่อแม่แท้ๆตัวเองมาก่อนเลย

 

 

 

"อยากรู้บ้างมั้ย กูจะลองไปสืบหาดูให้" เวย์ถาม ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับมันอยู่นาน

 

 

 

"อืม ขอบคุณ" ผมพยักหน้ารับ บางทีมันคงได้เวลาแล้วล่ะที่ผมจะต้องไปหาพวกเขาบ้าง ผมเคยพยายามไม่คิดไม่สนใจมาตั้งนานจนแทบจะกลายเป็นลูกทรพีไปซะแล้ว ลูกที่ไม่เคยคิดถึงพ่อแม่เลย

 

 

 

"ยินดีว่ะ ก็มึงเป็นน้องกูนี่นา" สิ้นคำอีกฝ่าย ผมได้แต่ยิ้มรับน้ำใจจากเวย์บางๆแล้วก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของและเสื้อผ้าต่อไปเท่านั้นเอง แม้จะอยากพบเลย์ แม้เวย์จะไม่ได้ห้ามผม แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะขอให้เขาพาไปหาเลย์...แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดต่อไอ้ตัวแสบของผมจะแย่อยู่แล้ว

..

..

..

..

..

..

 

 

 

//Lay Part

 

ช่วงเวลา 6 โมงเย็น ผมกำลังยืนรอเพื่อนในแชทที่อาสาจะมารับหลังอยู่หน้าบ้าน หลังจากที่เราได้นัดหมายกันว่าจะไปทานข้าวและเปิดหูเปิดตาข้างนอกด้วยกัน ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พยายามตีสีหน้าสดใสทั้งๆที่ในใจแสนปวดร้าวและขุ่นหมองเพื่อที่จะได้ออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องให้ใครมาคอยเป็นห่วง ผมจะพยายามยิ้ม...ยิ้มให้เป็นปกติที่สุด

 

 

 

ครืนนน

 

หลังจากที่ผมออกมารอได้ไม่เกิน 3 นาที รถเก๋งใหม่เอี่ยมก็แล่นเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้า เจ้าของรถซึ่งผมพอจะเดาได้ว่าเป็นใครเปิดประตูลงมาเผชิญหนากับผมตรงๆด้วยใบหน้าที่เปื้อยรอยยิ้มอ่อนโยนตลอดเวลา

 

 

 

"ดีใจจริงๆเลยที่ได้มาเจอตัวเป็นๆแบบนี้ ตัวจริงเลย์ดูน่ารักกว่าในรูปเยอะเลยนะครับเนี่ย" วี ชายหน้าออกไปทางลูกคนเจ๊กคนจีนในชุดไปรเวทที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าเอ่ยทักทายผมด้วยรอยยิ้มกว้าง ถึงเขาจะดูลุคจืดๆไปหน่อยแต่ออร่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าชายยังไงอย่างนั้น

 

 

 

"ฮ่าๆๆ จะบอกว่าผมถ่ายรูปไม่ขึ้นรึไง" ผมย้อนกลับขำๆ

 

 

 

"ผมจะบอกว่าในรูปดูเข้มๆห้าวๆแต่ตัวจริงดูเป็นคนน่ารักน่าทะนุถนอมมากต่างหาก"

 

 

 

"เหอะๆ พอเลย ผมไม่ดีใจหรอกนะชมแบบนั้นน่ะ ผมออกจะเท่ๆแมนๆ" ผมย้อนกลับไป วีหลุดขำออกเล็กน้อยแต่ก็ต้องหุบยิ้มไปเมื่อเห็นผมส่งสายตาดุๆใส่

 

 

 

"เข้าใจแล้วครับๆ เลย์น่ะทั้งเท่ทั้งแมนเลย ถ้างั้น...เราไปกันเลยมั้ย"

 

 

 

"อ่อ อื้อ ไปสิ" ผมพยักหน้าหงึกๆแล้วเดินอ้อมรถขึ้นไปนั่งฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ก่อนที่รถเก๋งสีเงินคันใหม่เอี่ยมจะออกตัวมุ่งไปยังที่หมาย

 

 

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

 

 

 

กลับมาอัพต่อแล้วนะคับ หลังจากหายไปนงนานนับสองอาทิตย์...(หรืออาจมากกว่านั้น) กลับมาทั้งทีไรท์เลยเลือกจะกลับมาในวันปีใหม่ซะเลย 555+ Happy new year นะคับ ขอบคุณรีดทุกคุณที่ติดตามอ่านมาตลอดและต่อจากนี้ก็ต้องขอฝากผลงานต่อๆไปเรื่อยๆด้วยนะ อย่าเพิ่งท้อแม้ต้องรอไรท์เป็นเดือนๆล่ะ 555+ พอดีเป็นคนที่ชอบหายตัวไปเป็นช่วงๆ ขนาดตัวเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองหายไปไหนมา(?) 555+ ท่าจะบ้าละ

ชื่อ
ความคิดเห็น