ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 67 ทีมยาตะคาราสุ

ชื่อตอน : ตอนที่ 67 ทีมยาตะคาราสุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2562 09:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 67 ทีมยาตะคาราสุ
แบบอักษร

ทั้งคู่จ้องตากัน ราวกับทั้งคู่ได้เห็นตัวตนของกันและกัน ไม่นานคาซึยะก็ปล่อยมือที่เชยคางเธอออก และไม่ได้คิดจะเดินออกจากห้องไปเหมือนอย่างที่คิดจะทำ

 

 

 

ส่วนซึนาเดะในร่างเปลือยก็เดินไปนอนลงบนเตียง สายตาเธอจดจ้องมองเด็กหนุ่มผู้เป็นหลานด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอยังจำอารมณ์ความรู้สึกในสายตาของเขาได้ 

 

 

 

สายตาที่มีความรู้สึกแบบเดียวเธอแม้มันจะเบาบางลงไปแล้วก็ตามแต่ก็ยังคงอยู่ ความเหงาความอ้างว้าง ของคนต้องการความอบอุ่น และความรักของใครสักคน

 

 

 

แม้ตอนนี้เธอจะมีลูกบุญธรรมแต่ความเหงาในใจก็ไม่ได้จางหายไปเลย เธอยังต้องการมัน ใครสักคนที่เข้าใจเธอ ต้องการเธอ และอยู่เคียงข้างเธอ

 

 

 

คาซึยะมองซึนาเดะก่อนจะถอนหายใจ เธอในต้นฉบับเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมากที่สุดในโลกนินจา เธอสูญเสียครอบครัวที่รัก สูญเสียคนรัก และก็ต้องมาสูญเสียน้องชายที่เป็นครอบครัวคนสุดท้าย 

 

 

 

ใช้เวลาหลายสิบปีพอจะฟื้นตัวมาได้เพราะชายคนหนึ่งที่เข้าใจเธอ เขาก็ต้องมาตายจากไปแบบไม่มีวันหวนคืนอีกครั้ง ชีวิตเธอมีแต่เรื่องน่าเศร้า เขามองเธออย่างเห็นอกเห็นใจ

 

 

 

เขาเดินไปนั่งลงบนหัวเตียงก่อนจะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้้น้าสาวที่ลุกขึ้นมานั่งพิงอกของเขาอีกรอบและปล่อยให้เขาเช็ดตัวเธอ ไม่รู้ว่ายัยแก่นี่เป็นอะไรแน่ดูเธอค่อนข้างสงบและมีความสุข เขาจึงไม่ได้พูดขัดออกไป

 

 

 

"นี่คาซึยะเธอจะไม่จากฉันไปอีกคนใช่หรือเปล่า"

 

 

 

"นี่จะแช่งกันหรือไงครับ ?"

 

 

 

"ไม่ใช่ฉันแค่อยากรู้ เพราะทุกคนที่เคยบอกว่าจะเคียงข้างฉัน สุดท้ายพวกเขาก็ตายจากฉันไปกันหมด"

 

 

 

มือที่กำลังเช็ดขาซ้ายซึนาเดะหยุดลงกระทันหัน อืมแต่เขาคงตายยากหน่อยนะเพราะถ้าได้จักระสัตว์หางอีกแปดตัวครบเขาก็ไม่ต่างอะไรจากผู้เป็นอมตะที่ต่อให้ถูกทำลายหัว หัวก็จะงอกออกมาใหม่

 

 

 

แต่ไม่รู้ว่าเป็นคำสาปของซึนาเดะหรือไม่คนที่ถูกเธอรักจะตายอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ถูกจูบหน้าผาก หรือจะเป็นเพราะการจูบหน้าผาก ? ไม่สิน่าจะถูกเธอรักมากกว่า

 

 

 

"ไม่รู้สิถามทำไม ?"

 

 

 

"ไม่มีอะไรแค่อยากถาม เช็ดตรงนี้ด้วยสิเมื่อวานเมาจับฝุ่นไปเยอะเลย"

 

 

 

ได้ทีสั่งใหญ่แต่คาซึยะก็ทำตามที่เธอว่า แต่มันเช็ดส่วนขาค่อนข้างลำบากแม้อยากจะบอกให้เธอลุกออกไป พอได้เห็นใบหน้าเปรี่ยมสุขของน้าสาวเขาก็ไม่ได้บ่นและเช็ดต่อไปทั้งๆ ที่มันยากเย็นแสนเข็ญจนในที่สุดก็เสร็จ

 

 

 

"เสร็จแล้วละ"

 

 

 

"ยัง ยังเหลือตรงนี้อีกที่หนึ่ง ช่วยทำตรงนี้เหมือนที่เธอเคยทำในวันนั้น ฉันรู้สึกดีมากตลอดทั้งวันเลยนะ มันเป็นครั้งแรกเลยนะตอนนั้น"

 

 

 

"จะดีหรอ"

 

 

 

คาซึยะถามเพื่อความแน่ใจ ซึนาเดะพยักหน้าด้วยท่าทางเขินอาย ไม่นานคาซึยะก็เริ่มลงมือแปรงฟังให้ซึนาเดะ ใช่แล้วก็แค่การแปรงฟัน คิดอะไรกันอยู่ใช่ไหม ไอ้พวกหื่น

 

 

 

ก็บอกไปแล้วว่าต่อให้ยัยแก่นี่ยั่วสวาทเขาก็ไม่มีวันเกิดอารมณ์เพราะมันให้ความรู้สึกอะไรไม่ต่างจากแม่ แล้วทำไมนั่งซบอกกัน ? ยัยแก่นี่ก็แค่ขี้เกียจตัวเป็นขน บวกกับอาการเมาค้างไม่ส่างจึงดูอ้อนผิดปกติ

 

 

 

ทำไมต้องเช็ดตัวให้ ? ถ้าไม่เช็ดให้ยัยแก่นี่ก็อาจจะเน่าอ้วกเหม็นๆไปทั้งวน มันดีที่ไหนที่จะสายตาคนภายนอกจะมองตระกูลเซ็นจูยังไง ตระกูลซกมกหรอ ไม่ดีเขาจึงต้องมานั่งทนปรนิบัติอยู่นี่ไง

 

 

 

"สักวันง้อยกินแน่ๆ"

 

 

 

"ก็ดีสิ เธอจะได้มาดูแลฉันชั่วชีวิตเลย แต่ก่อนอื่นเธอต้องรับฉันเป็นภรรยา จากนั้นก็แบ่งสมบัติของเธอที่แอบเก็บไว้มาให้ฉันใช้ครึ่งนึง ส่วนฉันจะมอบร่างกายที่แสนงดงามนี้พร้อมหนี้สินแปดสิบล้านเรียวว่าไงสนใจ..."

 

 

 

"ฝันไปเถอะยัยแก่!"

 

 

 

คาซึยะผลักร่างซึนาเดะออกก่อนจะจากไปด้วยความเร็วสูง ถ้าอยู่แบบนั้นต่อไปมีหวังเขาได้ถูกยัดเยียดภรรยาที่ไม่ใช่ภรรยาและกลายเป็นยาจกชั่วชีวิตแน่ๆ เขารู้ดีว่าฮินะจะต้องไม่กล้าปฏิเสธท่านน้าอย่างแน่นอน เพราะเธอรู้ว่าแท้จริงซึนาเดะต้องการอะไร

 

 

 

'ก็พ่อบ้านสารพัดประโยชน์ที่แสนร่ำรวยแบบตรูนี่ไง!!'

 

 

 

เขารีบพาคาสุมิและลูกสาวไปบ้านปู่รุ่นสามและฝากลูกสาวและน้องสาวตัวแสบไว้กับแม่ของอาซึมะหรือคุณย่าอายาเมะ แถมเขายังขอให้เธอสอนมารยาทกุลสตรีได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเธอก็ยิ้มรับอย่างยินดี บอกได้เลยคาสุมิและอาจิไซอาจจะกลายเป็นสุดยอดกุลสตรีไปเลยก็ได้

 

 

 

เพราะมารดาของเขาเรียนวิถีกุลสตรีจากแม่ของอาซึมะ เนื่องจากที่ตระกูลตามใจท่านแม่และท่านน้ามากเกินไปปู่ทวดโฮคาเงะรุ่นที่สองที่ไม่อยากให้ตระกูลมีซึนาเดะเพิ่มจึงส่งแม่เขาไปเรียนมารยาทกับย่าอายาเมะแม่ของอาซึมะที่เจ้าระเบียบแบบสุดๆ

 

 

 

ถ้าถามว่าแม่ของเขาได้ใครมาต้องบอกเลยว่าเธอได้อายาเมะที่สยบฮิรุเซ็นได้ง่ายๆในกำมือ เมื่อเป็นแบบนี้เขาก็โล่งใจก่อนจะไปรับตัวคิมิมาโร่ และรอกองกำลังเสริมที่จะไปพร้อมกับเขา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าใครจึงได้แต่ยืนรอแบบเงียบๆ

 

 

 

ไม่นานก็มีร่างของชายหญิงจำนวนหกคนวิ่งมาทางเขา เกือบทุกคนแต่งตัวในชุดประจำหมู่บ้านที่สวมเสื้อกั๊กเกราะสีเขียวประจำตัวโจนินของหมู่บ้านโคโนฮะงาคุเระ มีเพียงสามคนที่ไม่ได้ใส่เสื้อกั๊ก

 

 

 

หนึ่งคือหญิงวัยกลางคนที่แสนงดงาม ผมสีม่วงหยิกดัดปลายหยิกหยักโศกยาวถึงกลางหลัง เธออยู่ในชุดประจำตระกูลอุจิวะ ตาข้างซ้ายเธอถูกปิดไว้ด้วยผ้าปิดตาสีดำติดดาบวากิซาชิสองเล่มไว้ข้างเอว เธอจ้องมองคาซึยะด้วยสายตาอ่อนโยน

 

 

 

คนที่สองคืออุจิวะ ชิซุยน้องชายของเขานั่นเอง เห็นเขาถูกส่งมาร่วมทีมกับเขาแบบนี้ก็โล่งใจ อย่างน้อยถ้าชิซุยอยู่ในกลุ่มเดียวกันเขาสามารถปกป้องเขาได้ในระดับหนึ่ง

 

 

 

และคนสุดท้ายก็เป็นเด็กจากตระกูลอุจิวะ แถมน่าจะเป็นเพื่อนของชิซุยซึ่งเขาก็ไม่รู้จักหรือคุ้นหน้าคุ้นตา แต่เห็นสายตามองเขาอย่างเทิดทูญก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้

 

 

 

"ก่อนจะเริ่มภารกิจเรามาแนะนำตัวกันก่อนเลยก็แล้วกัน เริ่มจากฉันก่อนฉันชื่ออุจิวะ คาซึยะ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มสนับสนุนของทีมใหม่ที่ฉันตั้งขึ้นมาชื่อทีมยาตะคาราสุ(เทพอีกาสามขา)"

 

 

 

"คิมิมาโร่ ครับ"เด็กชายลูกน้องมือขวาของคาซึยะแนะนำตัวเป็นคนแรก แต่ไม่ได้พูดชื่อตระกูลออกไปเนื่องจากตระกูลคางูยะขึ้นชื่อในดินแดนแคว้นมิซึโนะคุนิที่ยังเป็นศัตรูกับแคว้นฮิโนะคุนิ

 

 

 

"ผมอาคามิจิ โจเระครับ"ชายร่างอ้วนผมสีดำเขียนหน้ารูปตัวเอ็กซ์ที่ข้างแก้มสีแดงกล่าวออกมาด้วยท่าทางร่าเริง

 

 

 

"ฉันยามานากะ อิโนะซากิค่ะท่านหัวหน้าคาซึยะ" อิโนะซากิคือผู้หญิงผมบรอนมัดผมทรงหางม้า ซึ่งเป็นทรงผมประจำตระกูลของยามานากะ สายตาของเธอเป็นประกายหลงใหลยามจ้องมองเขา... น่ากลัว

 

 

 

"ส่วนผมนารา ชิมะ"ชิมะคือชายหนุ่มร่างผอมบาง ใบหน้าค่อนข้างตรอบมัดผมทรงหางม้าเป็นลักษณ์พิเศษของตระกูลนารา

 

 

 

คาซึยะพยักหน้า ดูเหมือนสามตระกูลนี้จะเกี่ยวโยงกันตั้งแต่สมาชิกในตระกูล พิลึกชอบกล แต่เขาพอเข้าใจเพราะคาถาของทั้งสามถ้ารวมตัวกันค่อนข้างมีประสิทธิภาพสูงกว่าตั้งทีมกับคนอื่นๆ

 

 

 

จากนั้นชิซุยก็เริ่มแนะนำตัว ด้วยท่าทีจริงจังและดูเคารพเขาเหมือนหัวหน้าที่พร้อมจะรับคำสั่งอย่างเข้มงวด ต่างจากตอนที่อยู่ที่บ้านเพราะเจ้าตัวจะผ่อนคลาย ดูท่าน้องชายจะไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากเขาสินะ ? ชิซุยเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ!

 

 

 

"ผมอุจิวะ ทาคามิ ยินดีที่ได้พบครับท่านหัวหน้าคาซึยะ!" เด็กชายผู้เป็นเพื่อนชิซุยกล่าวแนะนำด้วยท่าทางตื่นเต้น เจ้าตัวดูตื่นสนามรบมาเกินไปจนรู้สึกเป็นห่วง

 

 

 

"อืมยินดีที่ได้รู้จักนะ ทาคามิคุง แล้วคุณ..."

 

 

 

"ยินดีที่ได้รู้จักท่านหัวหน้า ฉันอุจิวะ นาโอริ"ตอนแรกได้ยินเสียงเย็นชาแสนไพเราะของหญิงสาวแสนสวนเขาก็เผลอตัวเคลิบเคลิ้มอย่างช่วยไม่ได้ แต่พอได้ยินชื่อเท่านั้นแหละอารมณ์เหล่านั้นก็สลายหายไปในทันที

 

 

 

'เป็นเธอ เธอคือผู้คิดค้นคาถาอิซานามิของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา และเป็นอุจิวะหญิงที่โครตแข็งแกร่ง!'คาซึยะจ้องมองเธออย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าคนที่เขาแอบหามาโดยตลอด จะมาอยู่ที่นี่!

 

 

 

น่าเสียที่ปัจจุบันหญิงตรงหน้ามีอายุปาไปสามสิบกว่าปีแล้ว ไหนจะการสูญเสียแสงของเนตรข้างขวาไปในครั้งที่เกิดการปะทะของคนในตระกูลอีก ความแข็งแกร่งของเธอลดลงไปมากพอดู

 

 

 

แต่ถึงความแข็งแกร่งของเธอจะลดลงไปมาก ทว่าความสามารถของเธอก็ยังน่าเกรงขาม แถมเขายังรู้สึกนับถือจิตใจที่แสนงดงามของเธออีกด้วย จะมีใครกล้าหยุดเพื่อนด้วยการเสียสละดวงตาตนเองบ้าง ?

 

 

 

ถึงจะมีแต่ก็แค่ส่วนน้อยหรือเศษๆ แต่เธอคนนี้เสียสละแบบไม่คิดอะไร ความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ถือเป็นวีรสตรีของตระกูลอุจิวะอย่างแท้จริง ส่วนอายุของเธอก็พอๆกับท่านแม่และท่านพ่อ น่าจะเป็นนินจารุ่นเดียวกันเลยด้วยละมั้ง

 

 

 

"ยินดีที่ได้รู้จักและได้พบท่านหญิงนาโอริ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น