คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 (3) ชีวิตในกำมือเธอ

ชื่อตอน : บทที่ 3 (3) ชีวิตในกำมือเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2562 07:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 (3) ชีวิตในกำมือเธอ
แบบอักษร

 “โอเค... ฉันรู้ตัว รู้ตัวเองดีว่าฉันเป็นตามนั้นทุกประการ” 

“หยุดพูดได้แล้วปริม!” สั่งเสียงก้าวร้าว ไม่สนุกเลยสักนิดกับการที่ได้ยินหล่อนพูดถึงตัวเองว่าต้อยต่ำมากแค่ไหน มันไม่จริงเลยสักนิด หล่อนไม่ได้ต้อยต่ำเลยในสายตาของเขา แต่ปากเขามันหมา มันพูด มันเห่าไปเรื่อย 

“คุณถึงหยามเกียรติ ถึงทำเหมือนฉันไม่ใช่คนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจ อยากได้ก็แวะมานอนด้วย พอหายอยากก็ทิ้งขว้าง...”  

อดทนมามากพอแล้วปริม เธออดทนมามากพอแล้ว ถึงเวลาระเบิดสักที ปาลิตาหายใจฮึดฮัด สูดน้ำมูกหลายครั้งทั้งที่น้ำตายังคงไหลรินไม่หยุด “ฉันจะไม่อดทนกับคุณอีกแล้ว”  

ปาลิตาจ้องมองสีหน้าอึ้งๆ ของเขา เสียงร้องไห้ของหล่อนมันดังแค่นี้ คงไม่บาดลึกเข้าไปในใจด้านชาของเขา “ถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป” 

“เอาสิ ฟ้องเลย ถ้าอยากถูกไล่ออกจากบ้าน”  

เขายิ้มเยาะเย้ย คนอย่างเมืองเหนือยังไงก็ไม่ยอมแพ้ปาลิตาแน่นอน ยังไงเขาก็ถือไพ่เหนือกว่าหล่อนวันยังค่ำ ไม่ชนะหรอก ให้รู้กันซะบ้างว่าใครเป็นใคร 

ปาลิตาไม่มีบ้าน เงินเก็บก็มีแค่สำรองไว้เรียน เพราะดื้อไม่ยอมรับจากพ่อเขาเอง ทั้งที่พ่อเขาเต็มใจให้เก็บไว้ตั้งหลายแสนหลายล้าน แบบนี้หล่อนจะไปไหนรอดล่ะ จริงไหม 

“ให้ออกไปพรุ่งนี้เลยไหมล่ะ”  

เอ่ยทั้งน้ำตา สะอื้นปานจะขาดใจตายลงตรงนี้ ส่วนเมืองเหนือนั้นยิ้มไม่ออก หน้าชาไปครึ่งซีกไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ 

“ชีวิตในกำมือคุณ ไม่เคยทำให้ฉันมีความสุขเลยแม้แต่วันเดียว ถ้าคุณไม่ได้ต้องการฉันในชีวิต เราแยกจากกันเถอะนะคะ ฉันจะเป็นคนไปเอง เพราะใจฉัน มันแบกรับอะไรไม่ไหวอีกแล้ว” 

“ปริม ไหวไหม...” เห็นหล่อนโอนเอนจะล้ม เมืองเหนือตกใจรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุง ทว่ากลับถูกหล่อนผลักไสให้ออกห่าง 

“ไม่ต้องมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน” 

“อย่าดื้อได้ไหมปริม หน้าเธอซีดมากนะ” 

“เรื่องของฉัน ปล่อย!”  

เจ้าหล่อนโวยวายลั่นห้องให้ปล่อย น้ำตายังไหลพรากๆ แต่กลับถูกคนใจร้ายอุ้มไปวางลงบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้จนถึงหน้าราวกับประชด ไม่อยากจะเห็นหน้าหล่อน 

“หุบปากแล้วนอนซะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาด่าต่อ” 

ไม่พอแค่นั้น เขาหยิบกล่องทิชชู่บนโต๊ะใกล้ๆ มาทิ้งลงข้างเตียง ให้หล่อนเช็ดน้ำตา ฮึ! เอามาให้เฉยๆ ไม่หวังหรอกว่ายัยดื้อจะยอมลดศักดิ์หันมาดึงไปใช้ 

“ไม่หันหน้ากลับมามองกันก็แล้วแต่ ยังไงก็... ฝันดีแล้วกันนะ” ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นเมืองเหนือก็ปิดไฟ ก่อนจะเดินฉับๆ ออกไป 

“ฮึก... ฮึก...” เกลียดจังความรู้สึกที่มีในตอนนี้ อยากไปจากเขาแต่ก็ยังอยากอยู่กับเขา ถึงแม้เขาจะใจร้าย แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อนกล้าพูดได้เต็มปากว่า ‘รัก’ เขามากเกินกว่าจะเผื่อใจ ปาลิตานอนสะอื้นร่ำไห้ เลื่อนมือขวาลงไปยังหน้าท้อง  

ลูกจ๋า แม่อยากรู้เหลือเกิน 

ว่าพ่อเขาเคยรักเราสองคนสักนิดหรือเปล่า 

 

ซ่า ซ่า 

ฤดูฝนมาเยือนทีไรงานในไร่มักจะหนักมากขึ้นสองเท่า บ้านทั้งหลังเงียบกริบเหมือนไม่มีผู้อาศัย เพราะคนที่ชอบทำอะไรเสียงดัง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เข้าไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด  

ดีแล้วแหละ ทะเลาะกันเมื่อคืนหล่อนยังค้างคาใจอยู่เลย ไม่อยากเห็นหน้าเขา กลัวจะอดทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาให้คุณเปรมสงสัยความสัมพันธ์ 

“อาหารไม่อร่อยเหรอ ลุงเห็นหนูเขี่ยไปเขี่ยมา” 

“เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่ไม่ค่อยหิว”  

“จ้ะ ฝนตกหนักขนาดนี้ ลุงว่าหนูแคนเซิลนัดพี่ต้นเถอะนะ หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นชวนพี่เขามากินมื้อเย็นที่บ้านเราแทน ออกไปไหนมาไหนช่วงหน้าฝนลุงเป็นห่วง กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ” 

“ได้ค่ะ หนูจะโทรไปบอกพี่ต้น” 

แสงสีขาวจากบนฟ้าสว่างไสวท่ามกลางความมืดครึ้ม ปาลิตาดีใจมาก ไม่อยากไปไหนมาไหนกับต้นตระกูลสองต่อสอง กลัวจะแสดงอาการอ่อนแอออกมาให้เขาจับได้ ว่าตอนนี้ตนเองกำลังตั้งครรภ์ ก็เขาเป็นหมอนี่นา ยังไงสัมผัสต้องเร็วกว่าคนทั่วไป  

หล่อนนั่งกินโจ๊กกับคุณเปรมสองคน คุณเปรมเล่าให้ฟังว่าเช้านี้งานในไร่วุ่นวาย เมืองเหนือก็เลยต้องเข้าไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ประจวบเหมาะกับพนักงานคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อคืน ทำให้ไม่มีคนเข้ามาดูแลลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจ  

เมืองเหนือต้องเข้าออฟฟิต ไปตรวจเช็คตารางงานค้างคา เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน 

“ลุงคิดว่ามันอาจจะเร็วเกินไป แต่เจ้าเหนือขอให้ลุงมาช่วยพูดกับหนูปริม เรื่องคุณชนิดา” 

เจ้าลูกชายย้ำแล้วย้ำอีกว่าหาคนมาทำงานแทนไม่ได้ ต้องให้ปาลิตาไปช่วยประสานงานในไร่กับออฟฟิต 

“เธอประสบอุบัติเหตุ กว่าจะกลับมาทำงานได้ก็คงต้องพักรักษาตัวหลายสัปดาห์ ช่วงนี้ก็เลยไม่มีคนคอยประสานงาน หนูปริมจะว่าอะไรไหม ถ้าลุงอยากให้หนูเข้าไปช่วยงานพี่เขาสักพัก” 

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ปริมทำได้”  

สบายมาก เรื่องแค่นี้เอง เพราะก่อนตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท ปาลิตาเคยเข้าไปช่วยงานในออฟฟิตหลายปี คุ้นชินกับลักษณะงานและพนักงานหลายคนในนั้น 

“น่ารักจัง ลุงไม่ผิดหวังในตัวหนูปริมสักครั้ง กินข้าวกันเถอะ” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างจนตาหยีเห็นริ้วรอยบริเวณหางตา ท่านใจดีกับปาลิตา ใจดีมากๆ จนชาตินี้ไม่น่าจะทดแทนบุญคุณหมด 

ทั้งที่ท่านเอ็นดูขนาดนี้ แต่หล่อนกลับทำตัวเหลวแหลก กำลังจะทำให้ท่านผิดหวังครั้งใหญ่ ที่เก็บเด็กกำพร้าอย่างหล่อนมาชุบเลี้ยง ส่งเสียให้เรียนต่อสูงๆ แล้วค้นพบว่าไม่ควรทำดีกับหล่อน น้ำตาหนึ่งหยดตกในหัวใจ เพราะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง  

“ปริมขอโทษด้วยนะคะ หวังว่าพี่ต้นจะเข้าใจ” 

‘เข้าใจครับ แต่พี่คงไปกินมื้อค่ำบ้านน้องปริมไม่ได้นะ เพราะเย็นนี้พี่ต้องกลับเชียงใหม่’ 

“โอกาสหน้ายังมีค่ะ” หญิงสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ 

‘ครับ’ แม้จะเสียดาย แต่ต้นตระกูลก็ต้องยอม 

ต้นตระกูลเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ดีจนหล่อนไม่อยากดึงเขาลงมาตกต่ำ มาผิดหวังที่เลือกจะให้ใจผิดคน ผู้หญิงใจง่ายแบบหล่อน ไม่เหมาะสม ไม่คู่ควรกับใครหรอก มีวาสนาเป็นแค่เมียเก็บของเขาคนนั้น ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดวันไหน อาจจะเป็นวันที่เขา... เลือกใครสักคนมาเป็นภรรยา ถึงแม้อนาคตเขาจะรู้การมีตัวตนของ ‘ลูก’  

แต่เชื่อสิ... ว่าผู้ชายไม่คิดมาก และผู้หญิงคนใหม่ก็ไม่น่าจะแคร์ เขารวย คงใช้เงินสักก้อนฟาดหัวเพื่อขับไล่หล่อนให้ออกไปจากชีวิต ออกไปจากไร่ และจบความสัมพันธ์อันน่ารังเกียจนี้ 

 

 

 

 

คุณเหนือใจร้าย T____T 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น