matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 58

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2558 05:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 58
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 58 -

 

            “อะ กินน้ำเย็นๆก่อนจะได้สดชื่น” เลิฟยื่นขวดน้ำในมือให้คนตรงหน้าแล้วนั่งลงข้างๆ เขาพาแยมแยกตัวออกมาที่หลังคณะและยังไม่ได้อธิบายอะไรกับปอสักคำ แต่เห็นว่าไอ้กั้มที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย เจ้าตัวเลยเหลือบมองเขาเล็กน้อยแล้วเดินหันหลังออกไป เห็นแบบนั้นก็แอบใจหายเหมือนกันแต่คิดว่าปอคงไม่ได้โกรธมากอาจจะแค่เคือง เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงมาลากเขาไปด้วยแล้ว

 

            “ขอบใจนะ” แยมยื่นมือมารับขวดน้ำแล้วส่งยิ้มบางๆให้เลิฟ

 

            “แล้วนี่ร้องไห้ทำไมดูดิหน้าเปื้อนหมดแล้ว” เลิฟเช็ดน้ำตาที่ยังเหลืออยู่บนหน้าให้อีกฝ่ายเบามือ

 

            “ฮ่าๆ ก็มันดีใจที่ได้เจอเลิฟนิ” แยมหัวเราะน้อยๆพร้อมรอยยิ้มสดใส เลิฟนั่งมองแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำ ในอดีต

 

            “แยมไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” เลิฟส่งยิ้มให้ด้วยสายตาที่หมองเศร้ามองรอยยิ้มของอีกฝ่ายแล้วสะท้อนใจ รอยยิ้มนี้เคยเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาตกหลุมรักรอยยิ้มที่เคยพลิกโลกทั้งใบของเขามาแล้ว

 

            “ไม่เคยมีใครไม่เปลี่ยนไปหรอกนะ เราเองก็ไม่เหมือนเดิมเลิฟเองก็เหมือนกันจริงไหม” แยมจับมือที่เลิฟลูบหัวตัวเองมากุมไว้แล้วสบตาเลิฟอย่างสื่อความหมาย

 

 

            ต่างฝ่ายต่างเงียบและไม่มีใครพูดอะไร เลิฟเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นประโยคต่อไปยังไง เพราะเรื่องราวระหว่างเราสองคนมันมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายมันไหลย้อนกลับคืนมาเหมือนห่าฝน มันกำลังถูกขุดขึ้นมาตอกย้ำและทำร้ายให้เจ็บทั้งๆที่เคยคิดว่าลืมไปแล้ว ภาพครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอคนตรงหน้ามันยังติดอยู่ในความทรงจำไม่เคยลืม ผู้หญิงตัวเล็กๆที่ถูกมัดกับเตียงในสภาพคลุ้มคลั่งและเป็นผู้ป่วยแผนกจิตเวช

 

            “อย่าทำหน้าแบบนี้สิเราไม่ได้มาหาเพื่อให้เลิฟทำหน้าแบบนี้นะ” แยมยกมือตัวเองขึ้นไปแนบลงบนแก้มอดีตคนรัก

 

            “ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม” เลิฟถามเสียงเศร้า

 

 

            “อื้อ...เราหายนานแล้วล่ะทำไม? กลัวเราสติแตกลุกขึ้นมาบีบคอเลิฟหรอ” แยมพูดกลั้วเสียงหัวเราะด้วยท่าทางสบายใจเหมือนตัวเองไม่ได้ป่วยอะไรร้ายแรง ทั้งๆที่กว่าจะรักษาอาการทางจิตได้ก็ใช้เวลาหลายปี

 

            “ขอโทษนะ” เลิฟพูดในสิ่งที่ตัวเองเคยอยากจะบอกกับอีกฝ่ายมาตลอดแต่ไม่เคยมีโอกาสสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่โผล่หน้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลจะต้องโดนแม่ของแยไล่ตะเพิดออกมา แล้วสุดท้ายก็ย้ายโรงพยาบาลที่รักษาไปจนเขาหาไม่เจออีกเลย

 

 

            “กะแล้วว่าเลิฟจะพูดแบบนี้ เลิฟไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไรเลยนะ เลิฟไม่ได้ผิดอะไรเลยเลิกโทษตัวเองได้แล้ว” แยมพูดให้เลิฟคลายความรู้สึกผิด

 

            “แต่ถ้าไม่ใช่เพราะผมแยมคงไม่...” เลิฟหยุดคำพูดตัวเองลงแค่นั้นเขารู้ว่าตัวเองไม่ผิด สาเหตุมันมาจากเขาถ้าไม่เป็นเพราะเขาเรื่องคงไม่เกิด

 

            “ฟังเรานะเลิฟมันก็คงจริงที่เลิฟเป็นสาเหตุ แต่เรายืนยันนะว่ามันไม่ใช่ความผิดของเลิฟ” แยมบีมมือเลิฟเบาๆก่อนจะพูดต่อ

 

            “แต่มันเป็นเพราะเราต่างหาก เป็นเราที่ดิ้นรนจะไป เป็นเราที่เลือกแบบนั้นและเป็นเราที่ทิ้งเลิฟ เราต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้เลิฟเสียใจ ทั้งๆที่เราเคยสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ทำเหมือนคนอื่น เราขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ” แยมสัมผัสได้ถึงแรงบีบจากมือของอีกฝ่ายที่ตัวเองจับไว้ ไม่ใช่แค่เลิฟที่รู้สึกผิดเธอเองก็ไม่ต่างกัน เพราะอยากพูดคำๆนี้ที่ถึงแม้จะเคยพูดไปแล้ว แต่มันยังคงติดค้างในใจจนเธอต้องกลับมาเพื่อเอ่ยมันอีกครั้งในวันนี้

 

            “เรื่องของเรากับเลิฟมันจบลงตั้งแต่วันที่เราเลือกจะไป สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเลิฟเลย มันเป็นเรื่องระหว่างเรากับพี่รุตและไอ้สารเลวนั่น” แยมพูดประโยคนี้ด้วยแววตาและน้ำเสียงที่โกรธแค้น ก่อนที่เจ้าตัวจะสูดหายใจเข้าลึกๆและกลับมาทำสีหน้าให้ปกติ แล้วหันหน้าเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าแบบไร้จุดหมาย

 

            “ก่อนหน้าที่เราจะมาหาเลิฟเราไปเจอพี่รุตมา” คำพูดหลังจากที่เงียบไปนานของแยมทำเอาเลิฟหันหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ

 

            “เรารู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วนะ” แยมหันกลับมามองเลิฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย เจ้าตัวเองก็พยักหน้ารับรู้

 

            “แล้ว...” เลิฟไม่กล้าจะพูดในสิ่งที่คิดในใจออกมา เขาหวังอย่างเห็นแก่ตัวว่าแยมจะให้อภัยพี่ชายตัวเอง

 

            “รู้ไหมว่าเรารู้สึกยังไงตอนที่ได้ยิน” แยมพูดเสียงสั่นน้ำตาไหลลงมาช้าๆ แต่ไม่ใช่เพราะความเศร้ามันเป็นแววตาที่แสดงความสะใจ

 

            “เชื่อไหมว่าเราไม่นึกสงสารเลยสักนิด เราสะใจและสมน้ำหน้ากับสิ่งที่พี่รุตเจอ เราอยากจะโห่ร้องยินดีให้คนทั้งโลกได้ยินว่าในที่สุด สิ่งที่เรารอมาตลอดหลายปีวันที่เราจะได้เห็นความฉิบหายกับคนที่มันทำกับเราก็เกิดขึ้นสักที เราสู้อำนาจเงินไม่ได้เรื่องที่เกิดกับเรามันถึงได้หายกับสายลม พร้อมกับเศษเงินของคนรวยที่ใช้ฟาดหัวให้เรื่องมันจบ และมันทำให้เราว่าคุกมันคงมีไว้แค่ขังคนจนกับหมา” น้ำเสียงของแยมเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

 

            “แต่อย่างน้อยกฎแห่งกรรมมันก็ทำงานอย่างซื่อตรง ถึงไม่ได้ครึ่งนึงกับสิ่งที่เรารู้สึกแต่มันก็ยังดีที่พวกเขาได้รู้สึกบ้าง” น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสายเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องเจอ ฝันร้ายที่มันตามหลอกหลอนทุกครั้งที่หลับตามันทรมานจนอยากจะตายให้พ้นๆ

 

            “เรารู้ว่าเลิฟอยากให้เราทำยังไงแต่เราทำให้ไม่ได้ เราไม่ใช้คนดีมากพอที่จะให้อภัยกับคนที่ทำร้ายเรา โดยเฉพาะคนที่เราให้ทั้งตัวและทั้งใจแบบนั้น แต่เราจะพยายามนะเลิฟเราจะพยายาม มันคงมีสักวันที่เราทำตามสิ่งที่เลิฟต้องการได้แต่ตอนนี้เราทำให้ไม่ได้จริงๆ” แยมบีบมือเลิฟแน่นจนตัวเองเจ็บมือไปหมด เธอไม่ได้อยากมาพูดอะไรแบบนี้กับอีกฝ่ายแต่พอได้พูดแล้วสิ่งที่อัดอั้นในใจมาตลอดมันก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอทั้งรักทั้งแค้นพี่ชายของอีกฝ่ายจนถึงขนาดที่เคยคิดจะฆ่าให้ตายและฆ่าตัวตายตาม ทุกวันนี้เธอยังจำไม่เคยลืมถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ลงมือทำเรื่องระยำแบบนั้น แต่สายตาว่างเปล่าและแผ่นหลังที่เดินจากไปมันยังคงติดในความทรงจำ และไม่รู้ว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตเธอจะให้อภัยได้ไหม

 

            “ไม่เป็นไรผมเข้าใจ” เลิฟดึงแยมเข้ามากอดปลอบและลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ เขารู้และเข้าใจมันไม่ใช่เรื่องที่จะลืมหรือให้อภัยกันได้ง่ายๆในเวลาไม่กี่ปี

 

 

            “ขอโทษนะไม่ได้ตั้งใจจะมาพูดอะไรแบบนี้ ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่” แยมดันตัวเองออกจากอกของเลิฟหลังจากร้องไห้ไปได้สักพัก ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากหน้าแล้วส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ซึ่งเลิฟเองก็ส่ายหัวน้อยๆให้รู้ว่าไม่เป็นไร

 

            “คุยกันแต่เรื่องแยมแล้วเลิฟเป็นยังไงบ้าง” แยมพยายามชวนคุนเรื่องอื่นเพื่อผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่เกิด

 

            “ก็เรื่อยๆแหละดีบ้างไม่ดีบ้าง” เลิฟเองก็ยอมเปลี่ยนเรื่องคุยตามที่อีกฝ่ายต้องการ

 

            “ดีแล้ว...จริงๆเราจะทักตั้งแต่แรกแล้วนะ เราว่าเลิฟดูสวยขึ้นกว่าแต่ก่อนนะ” แยมจ้องหน้าเลิฟเขม็งแบบสำรวจยิ่งจ้องยิ่งเห็นชัดว่าไม่ได้คิดไปเอง อดีตคนรักดูสวยขึ้นมีออร่าแบบแปลกๆ แถมตัวบางลงกว่าที่เคยกอดในอดีต

 

            “จะบ้าหรอแยมผมเป็นผู้ชายจะสวยได้ยังไง” เลิฟปฏิเสธเสียงหลงรู้สึกขัดเขินแบบแปลกๆที่มีผู้หญิงมาชมว่าสวย แถมผู้หญิงคนนั้นยังเป็นอดีตคนรัก

 

            “ไม่นะจริงๆแต่ก่อนเลิฟก็เป็นผู้ชายที่หน้าหวานอยู่แล้วแค่ไม่สวยแบบตอนนี้” แยมยังคงยืนยันความคิดของตัวเอง

 

            “ผมว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ” เลิฟทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้กินยาพิษใส่แยม จนอีกฝ่ายหลุดเสียงหัวเราะออกมา

 

            “ฮ่าๆเลิฟนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะไม่เคยจะยอมรับว่าตัวเองหน้าหวานสักทีนี่ถามจริงมีแฟนยัง” แยมถามไปยิ้มไป

 

            “มีแล้ว” เลิฟอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน

 

            “จริงดิเป็นไงสวยเท่าแยมป่ะ” แยมตาโตด้วยความสนใจไม่ได้รู้สึกอะไรที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนใหม่ ดีใจด้วยซ้ำไปที่มีคนมาอยู่ข้างๆเจ้าตัว

 

            “ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงคำว่าสวยเลยแหละ” เลิฟนึกถึงหน้าปอขึ้นมาทันทีหาที่สวยไม่ได้จริงๆนะ แต่ถ้าถามว่าหล่อไหมบอกได้เลยว่าหล่อวัวตายควายล้ม

 

            “หรอ...ว่าแต่ตอนที่เลิฟพาเรายืนกอดเลิฟที่หน้าคณะอ่ะ มีผู้ชายคนนึงที่หล่อๆตัวสูงๆจ้องเรากับเล็ฟเขม็งเลย เขามีปัญหาอะไรกับเลิฟหรือเปล่า” แยมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะจังหวะที่เลิฟยืนตัวแข็งทื่อเธอมีโอกาสได้หันไปมองพอดี

 

            “ไม่มีหรอกคือที่จริงคนนั้นน่ะแฟนเรา” เลิฟก้มหน้าหลบสายตาแยมเพราะความเขินและไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ที่อดีตแฟนแบบเขาไปคบกับผู้ชายด้วยกันแถมดูก็รู้ว่าอยู่ในตำแหน่งไหน

 

            “เฮ้ย!! จริงดินั่นผู้ชายนะ” แยมตกใจจนถามออกมาเสียงหลง

 

            “อื้อ...ไม่ใกล้เคียงคำว่าสวยเลยใช่ไหมล่ะ”

 

 

            “ฮ่าๆเออจริงไม่สวยเลย แต่เราพอเข้าใจแหละว่าทำไมเลิฟสวยขึ้น” แยมส่งสายตาล้อเลียนให้เลิฟทำเอาเจ้าตัวหน้าแดงไปหมด

 

            “ไม่รู้สึกแปลกๆหรอที่ผมคบผู้ชายเป็นแฟน” เลิฟถามด้วยความสงสัยเพราะแยมดูไม่แปลกใจเท่าไหร่

 

            “ไม่หรอกแค่ตกใจนิดหน่อยที่เลิฟคบผู้ชายเหมือนกัน ก็เห็นแต่ก่อนเกลียดผู้ชายที่เข้ามาจีบจะตาย  แต่ดีแล้วเพราะแบบเลิฟน่าจะมีคนดูแลมากกว่าไปดูแลเขา” แยมหัวเราะออกมานิดๆ

 

            “แต่ก่อนเราก็ดูแลแยมนะ” เลิฟทำหน้างอใส่แยมด้วยความลืมตัวเพราะติดนิสัยที่ชอบทำใส่ปอเวลาไม่พอใจ

 

            “เฮ้ย!! เดี๋ยวนี้มีงอนด้วยน่ารักนะเนี่ย แต่เรายืนยันนะว่าแต่ก่อนเราดูแลเลิฟไม่ใช่เลิฟดูแลเรา” แยมหยิกแก้มเลิฟอย่างหยอกล้อ

 

            “ว่าแต่ว่าแฟนเลิฟคงไม่หึงเรานะ” แยมพูดอย่างนึกขึ้นมาได้ เห็นอีกฝ่ายจ้องเธอเขม็งแบบนั้นแล้วนึกสยองแทน

 

            “คิดว่าไม่น่าจะละมั้ง” เลิฟตอบด้วยความไม่แน่ใจ

 

            “เอาเป็นว่าเราขอโทษนะแล้วเขาดีกับเลิฟไหม” แยมทำหน้าแหยใส่แล้วเปลี่ยนมาถามด้วยสายตาอ่อนโยน

 

            “ดีสิดีมากเลยล่ะ” เลิฟตอบพร้อมรอยยิ้มมีความสุข

 

            “โอ๊ย!!! อย่ามาทำให้อิจฉา ฮึบ!” แย้มโวยวายออกมาเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นยืน

 

            “ไปส่งเราขึ้นรถหน่อยสิได้เลยเวลานัดกับแม่มานานแล้ว” แยมยื่นมือไปตรงหน้าเลิฟซึ่งเลิฟก็ยื่นไปจับเอาไว้แล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันไปตามถนนเงียบๆไม่ได้พูดอะไร เหมือนได้ย้อนกลับไปในวันที่ทั้งคู่เคยมีความสุขด้วยกัน

 

            “ส่งแค่นี้พอเดี๋ยวเราโบกแท็กซี่กลับเอง” แยมปล่อยมือเลิฟลงแล้วหันหน้าไปทางถนน ก่อนจะหันกลับเข้ามากอดเลิฟแน่น เลิฟเองก็กอดตอบเช่นกัน

 

            “ที่จริงเรามาลาและไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสเจอกันอีกไหม เราขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะ ดูแลตัวเองให้ดีนะเลิฟเราขอให้เลิฟมีความสุข เจอแต่สิ่งดีๆในชีวิตและขอให้รักครั้งนี้ของเลิฟอยู่กับเลิฟไปตลอดชีวิต ไม่ทำร้ายหรือทำให้เสียใจเหมือนที่เลิฟเคยเจอ”  คำพูดแผ่วเบาที่ออกมาจากปากของแยมทำให้เลิฟอุ่นซ่านไปทั้งใจ

 

 

            “ขอบคุณนะแยม ผมเองก็ขอให้แยมเจอแต่สิ่งดีๆในชีวิตเหมือนกัน” เลิฟอวยพรออกมาจากใจแล้วดันอีกฝ่ายออกจากตัวเองก่อนจะกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน ไม่ได้จูบในฐานะคนรักเหมือนแต่ก่อนแต่จูบในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกัน

 

 

            ทั้งคู่ส่งยิ้มกว้างให้กันอย่างมีความสุข เรื่องบางเรื่องมันยังคงเป็นแผลในใจที่อาจจะไม่มีวันหายไปจากทั้งคู่ แต่อย่างน้อยความสุขที่ได้รับมันก็อาจจะช่วยให้ทุกอย่างเบาบางลง และสุดท้ายทุกอย่างมันก็จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำตามกาลเวลา

 

            เลิฟมองหน้าอดีตผู้หญิงที่เขารักมากผู้หญิงที่เคยเขามาทำให้โลกของเขาสดใส พยายามจดจำใบหน้าที่มีความสุขตอนนี้ของอีกฝ่ายไว้ อย่างที่เจ้าตัวบอกไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาทั้งคู่จะได้เจอกันอีกรึเปล่า เพราะฉะนั้นเขาอยากจะมองอีกฝ่ายให้นานที่สุด

 

            “มาจูบหน้าผากกันแบบนี้ระวังเหอะแฟนจะบีบคอเอา” แยมเอามือลูบหน้าผากตัวเองน้อยๆแล้วพูดขู่เลิฟ จนเจ้าตัวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

 

            “เราไปนะ” แยมกอดเลิฟอีกครั้งเบาๆก่อนจะหันไปโบกรถแล้วหันมาโบกมือลาเป็นครั้งสุดท้าย เธอไมได้รู้สึกรักเลิฟเหมือนคนรักอีกแล้วแต่รักในฐานะเพื่อนคนนึง และจะจดจำวันนี้กับมิตรภาพดีๆที่ทั้งคู่มีต่อกันไว้ในใจ เก็บให้มันเป็นความทรงจำที่สวยงาม

 

            เลิฟยืนมองตามหลังรถแท็กซี่จนมันหายลับไปจากสายตาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ บางครั้งเราก็รู้สึกโหยหาความรักและความทรงจำที่ผ่านพ้นมาในอดีต แต่ต่อให้เราคิดถึงหรือโหยหาคนในอดีตมากแค่ไหน สุดท้ายเราก็กลับมาอยู่กับความเป็นจริงและปล่อยให้ทุกอย่างมันกลายเป็นอดีต เพราะเขาเจอความเป็นจริงที่มีตัวตนและอยู่ข้างๆแล้วตอนนี้ คนที่ทำให้เขารักจนเรียกว่าให้ได้ทั้งชีวิตรักจนรู้ว่ารักใครไม่ได้อีก

 

            ปี้น! ปี้น!

 

            เสียงแตรรถที่ดังอยู่ใกล้ๆทำให้เลิฟสะดุ้งสุดตัวพอหันไปมองหน้าเขาก็ซีดจนเป็นไม่เห็นสีเลือด รถหรูแบบนี้ในมหาลัยมีไม่กี่คันหรอกยิ่งสีเขียวแสบตาแบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ารถใคร เขารีบวิ่งไปเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งข้างในอย่างรวดเร็ว

 

            ปอขับรถออกไปทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามานั่งเรียบร้อย ไม่ได้พูดอะไรออกมาปล่อยให้ความเงียบกดดันเล่น จนเลิฟได้แต่มองด้วยความ

ระแวง

 

            “มาตอนไหนอ่ะ” เลิฟถามเสียงแหยๆ

 

            “ตั้งแต่มึงยืนกอดกับเมียมึง” ปอบอกเสียงเรียบและตั้งหน้าตั้งตาขับรถ โดยที่ได้หันมามองอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

            “แยมไม่ใช่เมียเลิฟสักหน่อย” เลิฟก้มหน้าก้มตาเถียงเสียงแผ่ว ไอ้กลัวก็กลัวนะแต่มันเถียงจนเป็นนิสัยไปแล้ว

 

            “มึงจะบอกว่านอนจับมือกับแฟนใสๆไม่เคยแตะต้อง ทั้งๆที่มึงเคยบอกูว่าเคยมีเมียมาแล้วเนี่ยนะ” ปอยังคงโต้ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเดาอารมณ์ไม่ได้

 

            “ก็เอออ่ะดิเข้าใจคำว่าโม้ไหมไม่เคยมีเมียมีแต่ผัว” เลิฟยอมบอกในสิ่งที่ตัวเองเก็บเป็นความลับมานาน ที่เขาเคยบอกไปคือโม้ทั้งนั้นแหละก็มันรู้สึกเสียเชิงชายนี่หว่า เกิดมาไม่เคยได้แอ้มสาวดันถูกแอ้มอีกต่างหาก ปอหันขวับมามองหน้าเลิฟทันทีก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ

 

            “หึ กูว่าแล้วได้สอนกันทุกอย่าง” ปอพึมพำออกมาเบาๆคิดอยู่แล้วว่าไอ้ตัวเล็กมันโม้ คนเคยเอากับคนอื่นถึงจะเปลี่ยนตำแหน่งมันก็น่าจะเป็นงานกว่านี้

 

            “เออ!!! ไม่พอใจก็ไม่ต้องมาแตะ” เลิฟสะบัดหน้านี้ด้วยความงอนทันที

 

            “มึงอย่ามางอนกลบเกลื่อนนะเลิฟ” ปอว่าอย่างรู้ทันอีกฝ่าย

 

            “ปอโกรธเลิฟจิงดิแค่กอดในฐานะเพื่อนเองนะ” เลิฟเปลี่ยนโหมดมาอ้อนทันทีเพราะรู้แล้วว่ามุกเมื่อกี้ไม่ได้ผล

 

            “แต่มึงคงไม่จำเป็นต้องไปจูบหน้าผากเพื่อนหรอกมั้ง” ปอว่าเสียงเย็นและนั่นทำให้เลิฟรู้ชะตากรรมของตัวเอง

 

            “กลับไปมึงโดนหนักแน่” ปอว่าอย่างคาดโทษ

 

            “ง่าาาา ยื่นอุทธรณ์ได้ไหมอ่ะ” เลิฟทำตาปริบๆใส่ปอขอร้องเสียงหงอย

 

            “กูเป็นพวกนอกกฎหมาย” ปอว่าอย่างไม่ใส่ใจเลิฟเลยได้แต่ทำหน้าเซ็ง

 

            “แล้วเป็นยังไง” ปอยกมือลูบหัวเลิฟเบาๆด้วยความเป็นห่วง ตอนแรกที่เห็นมันกอดกับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ยอมรับว่าโกรธ แต่พอเพื่อนมันมาบอกว่าอีกฝ่ายเป็นใครและมาหาไอ้เลิฟทำไม เขาเลยเดินหนีไปปล่อยให้มันไปจัดการกับเรื่องในอดีตให้จบ

 

            “ไม่มีอะไรแล้วไม่ต้องห่วงนะ” เลิฟดึงมือของปอลงมากุมไว้ที่ตักแล้วลูบเล่น

 

 

            “ปอ” เลิฟส่งเสียงเรียกแผ่วเบา

 

            “อะไร” ปอเหลือบสายตามามองเล็กน้อยไหนบอกว่าไม่มีอะไรแล้วทำเสียงแบบนั้นทำไมวะ

 

            “ไม่ทำโทษได้ไหมอ่ะพรุ่งนี้เลิฟมีเรียนเช้านะๆ” เลิฟหันมาอ้อนต่อเพราะสมองยังคิดเรื่องนี้อยู่ ทำเอาปอส่ายหัวเบาๆที่ตัวเองคิดมาก

 

            “หยุด” ปอตอบสั้นๆแต่เป็นประกาศิต เลิฟเลยได้แต่นั่งคอตกทำหน้าหงอยเพราะรู้ว่าขัดใจอีกฝ่ายไม่ได้ คงได้แต่โทรไปหาไอ้พีทให้มันๅจดเลกเชอร์เผื่อแค่นั้น

 

2 Be Con...

 

++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

ใครที่รู้ตัวว่าด่าแยมไว้เราจะให้โอกาสคุณ

ออกมาสารภาพผิดซะแล้วเราจะยกโทษให้

อ่านนิยายเรื่องนี้อย่าออกตัวแรงมาก 

เดี๋ยวล้อมันจะฟรีขูดถนนเป็นรอย 5555555+

แยมเป็นตัวละครที่ทิ้งนางไปไม่ได้

นางต้องกลับมาเพื่อเคลียร์ทุกอย่าง

สร้างเรื่องให้เกิดกับนางเราก็ต้องกล่าวถึงนางนะจ๊ะ

รักคนอ่านคับ^^

ปล.คนเขียนไม่ดราม่าเรื่องนี้หรอกมันไม่สนุก

ดราม่าอะไรที่มันสะเทือนใจกว่านี้ดีกว่า หึ หึ

 

 

           

           

 

 

           

 

 

             

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}