Meilihua

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 สละสิ่งของ

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 สละสิ่งของ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2562 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 สละสิ่งของ
แบบอักษร

รุ่งสางม้าเร็วจากแดนโลกันตร์ก็มาถึงทำให้ข้ากับเจ้าชายเคียวที่เพิ่งได้หลับนอนไม่กี่ชั่วยามต้องตื่นมาแต่งองค์ทรงเครื่องแต่เช้าตรู่ เจ้าชายเคียวค้านข้ามิต้องมีพิธีรีตองมากเพราะคามินก็ถือว่าเป็นคนกันเอง ไม่ใช่แขกห่างไกลแต่อย่างใด

‘คำนับเจ้าค่ะท่านหญิงป้า ท่านชายลุง’ หญิงสาวในชุดกิโมโนแดงเพลิงที่สวมชุดฮาโอริสีดำปักลายหงส์สีทองซึ่งเป็นตราประจำตัวของนางค่อยๆก้มโค้งคำนับผู้อาวุโสตรงหน้าอย่างนอบน้อม

‘มาแต่ดวงตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้า มีเรื่องเร่งด่วนรึ’ องค์ราชาตรัสถามคนตรงหน้า

‘หามิได้เพคะ..เพียงแต่ที่แดนโลกันตร์กับที่นี่เวลาไม่เท่ากันเพคะ’

‘เป็นเช่นนั้นเองรึ?’

‘เพคะฝ่าบาท’

‘แล้วนี่เสวยอะไรมารึยังคามิน’ หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ตรัสถามทั้งเอ็นดูอยู่หลายส่วน

‘ก่อนมาเสวยมาแล้วเพคะ’ คำตอบเป็นที่หน้าพอใจขององค์ราชินีอยู่มากจึงพยักหน้ารับแบบเงียบๆสายตาโฉบเฉี่ยวตวัดไปมองสองหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน ออร่าสีทองของทั้งสองไม่ธรรมดาจริงแท้..

‘คำนับเจ้าพี่เคียวกับท่านหญิงพี่เพคะ’

‘รู้จักข้าด้วย?’ ข้าเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยพลางใคร่ครวญไปในหัว ไปรู้จักนางตอนไหน?

‘เราไม่เคยเจอกันเพคะแต่น้องชายของข้าเป็นเพื่อนกับน้องสาวของท่าน ข้าจึงได้รู้จักพวกท่านมาบ้าง’

‘น้องชาย? ‘ น้องสาวของข้านางน่าจะหมายถึงโมจิ แสดงว่าโมจิกลับไปอยู่ศาลเจ้าแล้วเป็นแน่ ..

‘น้องชายของข้าชื่อไซมะเป็นเทพคุ้มกันประตูแดนโลกันตร์เพคะ’

‘อ้อ..เขาคงบังเอิญได้รู้จักกับน้องสาวของข้าจริงๆ’ ข้าตอบปัดๆนางยิ้มน้อยๆแล้วจึงหันไปสนทนากับราชินีต่อจนข้าหน้าชาไปเล็กน้อย นางเป็นอดีตคู่หมั้นของเจ้าชายแต่องค์ราชินีใส่ใจนางอยู่พอควร

‘ข้าต้องขอรบกวนตำหนักเทวาหิมาลัย 2-3วัน ขอความกรุณาเมตตาข้าด้วย’ นางกล่าวอย่างนอบน้อมต่อหน้าทุกคนในโถง

‘ซาดะ ดูแลแขกดีๆ’ นางกระพริบตาเป็นการตอบรับ ซาดะดูแปลกไป..

‘ฝ่าบาทเพคะ ซาดะดูแปลกๆ’ ข้ากระซิบเจ้าพูดอยู่ข้างๆมือข้างหนึ่งถือจอกเหล้า มืออีกข้างจับเอวข้าไว้หลวมๆ

‘แปลก? แล้วแปลกอย่างไร?’ ข้ามองชายด้านข้างอย่างตำหนิ ซดเหล้าแต่หัววันมิหนำซ้ำยังเช้าตรู่..ดวงตะวันเพิ่งพ้นขอบฟ้าไปหมาดๆ

‘วางจอกเหล้าก่อนเพคะ แล้วข้าจะบอก’

ปึ้ก เจ้าชายเคียวกระแทกจอกเหล้าแล้ววางบนโต๊ะ คิ้วโก้งดั่งคันศรขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ

‘นางดูเงียบขรึมผิดแปลก แม้สายตายังไม่จ้องพระพักตร์ของท่านแม่เลยเพคะ’ เจ้าชายเคียวมองริมฝีปากที่เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วราวกับนกน้อยก็ปาน ยามดุก็มีเสน่ห์นัก ยามบ่นก็น่าเอ็นดูแม้กระทั่งตอนที่นางเอ่ยปากฟ้องเขาก็ยังน่ามอง

‘ท่านจ้องข้าทำไม?’ สายตาชวนขนลุกไม่น้อยทีเดียว มองข้าราวกับจะกลืนกินอย่างนั้น ข้าไม่ใช่กับแกล้มเหล้าซักหน่อย

‘ปากของเจ้า..บ่นเก่ง’ ข้าตีแขนคนข้างๆไปป้าบหนึ่ง เขาก็บีบเอวข้าทีหนึ่ง..

‘ข้าจริงจังนะ!’

‘วางใจเถิด ไม่มีอะไรต้องกังวล’ ข้าแย่งจอกเหล้าในมือเขามากระดกหนึ่งทีอย่างขัดใจ หงุดหงิด มีหวังแต่ดอกออกเรือนกันไปข้าคงได้เอาหัวเขกโต๊ะตายกับความหัวรั้นของเขาซักวัน

‘พวกเจ้าสองคู่หมั้นนี่กระไร ซดเหล้ากันแต่หัววันทั้งคู่ น่าจับเฆี่ยนให้ตายเสียทั้งคู่’ องค์ราชินีปรายตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวที่มือหนึ่งจับเอวหญิงสาวที่นางชังขี้หน้านัก คามินเหมาะสมกว่านังจิ้งจอกนี่ตั้งเยอะ หงส์แสนสง่ากับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ควรไม่ควรไม่เป็นสำนึกรู้

‘ท่านแม่จะโมโหไปไย ในเมื่อข้ากับท่านชาย ไม่ได้ดื่มจนเมามาย พูดไม่เป็นศัพท์จับไม่ได้ความ ยังทรงฟังคำสั่งท่านแม่ได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง’ ข้ายกจอกเหล้าขึ้นซดประชดไปอีกที

‘นี่เจ้า!’ องค์ราชินีลุกขึ้นชี้หน้าข้า

‘ข้ากับไอต้องขอตัวก่อน ขออภัยท่านแม่’ เจ้าชายเคียวลุกขึ้นและจับมือข้าก้าวออกจากห้องโถง ไม่ฟังแม้แต่คำทัดทานของนาง ข้าชื่นชมเขาจริงๆ คนอะไร ห้าวหาญเกินเหตุ

ตำหนักเทวาหิมาลัย

หญิงสาวเจ้าของชุดกิโมโนสีแดงเพลิงทั้งยังสวมชุดฮาโอริสีดำปักลายหงส์เดินตามหญิงสาวอีกนางหนึ่งมาอย่างเงียบๆและสำรวมกิริยา

‘เชิญท่านนั่งลง’ กลิ่นกำยานหอมหวนอบอวลในตำหนักแห่งนี้เป็นที่น่าพอใจนางอย่างยิ่ง

‘หลายปีมานี้ เจ้าคงลำบากมาก’ นางกล่าวเสียงเรียบทั้งๆที่หญิงสาวฝ่ายตรงข้ามรับชามารินใส่ถ้วยอย่างพิถีพิถัน

‘ไม่เท่าใดดอก ทนมาแล้วครึ่งชีวิต ความทุกข์ตรมใดๆข้าล้วนซึมซับทุกหยาดหยด’ กลิ่นชาหอมลอยคละคลุ้งคามินค่อยๆละเลียดจิบชาหอม ฟังมาว่าเป็นชาสกัดจากบัวหิมะ รสชาติออกจืดแต่กลิ่นรัญจวน

‘ความปราถนาของเจ้า?’

‘ทุกอย่างที่ควรเป็นของข้า’ ใบหน้าเย็นชาฉีกยิ้มที่มุมปาก นางพร้อมทุกความเสี่ยง

‘บังลังก์หรือสิ่งอื่นใด’

‘ทุกอย่าง’ ความโลภมากของมนุษย์ถือเป็นอาหารอันโอชะของนาง แม่กระทั่งเทพผู้ครองตน หากได้สัมผัสถึงความโลภในจิตใจของตนแล้ว สิ่งนั้นจะกัดจนกว่าชีวิตจะมลายเลยทีเดียว

‘หากอยากจะยืมมือแดนปีศาจสิ่งนี้ช่วยเจ้าได้ และ นี่คือสมุดวิญญาณของข้า จะเรียกว่าวิชามารคงจะไม่ถูก เรียนว่าวิชามนต์มืดน่าฟังกว่า’ ตรามารดาวห้าแฉกอันเป็นสิ่งของเครื่องรางที่สามารถควบคุมแดนปีศาจได้และสมุดไม้อายุกว่าล้านปีสีดำทะมึนที่บันทึกมนต์มืดทุกสิ่งอย่าง..

‘แลกกับสิ่งใด’ ทุกข้อแลกเปลี่ยนย่อมต้องมีสิ่งเเลกเปลี่ยนเช่นกัน

‘ป้ายหยกพิสุทธิ์ของเจ้าและจิตวิญญาณบริสุทธิ์กึ่งหนึ่งของเจ้า ตกลงหรือไม่’ ป้ายหยกพิสุทธิ์คือสิ่งที่ชำระล้างจิตใจได้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่พี่ชายนอกไส้ประทานให้มาแต่ยังวัยเยาว์ เสียป้ายหยกนี้ก็เหมือนเสียวิญญาณไปแล้วเสี้ยวหนึ่ง เมื่อยังวัยเยาว์นางถูกทรมานอย่างสาหัสจนจิตสังหารแผ่กระคลุมไปทั่ว ทำให้นางต้องใช้ป้ายหยกพิสุทธิ์ แลกเสียตอนนี้แล้วชิงขึ้นในภายภาคหน้าก็ยังไม่สาย คามินคงยังมีจิตพิศวาสต่อพี่ชายของนางอยู่ไม่น้อย อีกไม่นานเขาก็จะออกเรือนไปกับเจ้าหญิงไอ คงยังอาลัยอาวรณ์อยู่

‘ตกลง’ เสี้ยววิญญาณบริสุทธิ์ถูกกลั้นออกมาเป็นไข่มุกสีขาวสะอาดครึ่งโหลและป้ายหยกพิสุทธิ์ตราหิมะก็ถกมอบจนถึงมือของคามินเป็นที่เรียบร้อย นางยิ้มกริ่มอย่างพอใจและจึงเริ่มตระเตรียมแผนชิงทุกสิ่งทุกอย่างตามข้อตกลง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นการแก้แค้นแสนหอมหวานเพียงเท่านั้น... ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้น...

ความคิดเห็น