ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 66 สิ่งที่เหมือนกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 66 สิ่งที่เหมือนกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2562 08:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 66 สิ่งที่เหมือนกัน
แบบอักษร

สงครามโลกครั้งที่สามคาซึยะที่ล้มเลิกความคิดจะเข้าร่วมกลับถูกดึงเข้าสู่สงครามเสียอย่างนั้น แค่นั้นยังไม่พอน้องชายของเขายังถูกดึงเข้าไปในสงครามด้วย ไม่พอใจตอนนี้เราเริ่มไม่พอใจฮิรุเซ็นที่ดึงน้องชายไปร่วมสงคราม

 

 

 

แม้สงครามในครั้งนี้จะทำให้ชิซุยเติบโตจนได้เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผามาก็ตาม แต่ใครจะอยากให้ครอบครัวของตัวเองไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสงครามที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แบบนี้

 

 

 

จากเรื่องที่เขาเคยอยากเผชิญ กลับรู้ขยาดตอนนั้นเขาคงอยากอวดโอ้พลังอำนาจ แต่ในตอนนี้กลับไม่รู้สึกแบบนั้น เขาเข้าใจถึงความน่ากลัวของสงครามอย่างลึกซึ่ง มันไม่ได้สวยหรูอย่างใครก็คิดไว้เช่นในต้นฉบับ

 

 

 

เพราะนี่คือชีวิตจริง ตัวตนจริงๆ เลือดเนื้อก็ของจริง อวัยวะนอกและในสาดกระจาย โลหิตปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ในสนามรบ มีนกกามากมายมาจิกกินซากศพทั้งนินจาและชาวบ้านตาดำๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

 

 

 

'อย่างน้อยสงครามโลกนินจาครั้งที่สามก็แตกต่างจากต้นฉบับ'

 

 

 

ถ้าเป็นตามต้นฉบับสงครามโลกนินจาครั้งที่สามจะเกิดขึ้นตั้งแต่เขาเข้าศึกษาที่โรงเรียนที่ในสถานการณ์ปัจจุบันกลับพึ่งเกิดได้เพียงปีสองปีเท่านั้น เขายังมีโอกาศที่จะยุติสงครามที่ไร้สาระครั้งนี้

 

 

 

ออกจากสำนักงานแห่งไฟเขาก็มุ่งกลับบ้าน โดยนำตัวคาสุมิและอาจิไซไปฝากไว้ที่บ้านของฮินะ ทว่าเขากลับได้คำตอบที่ไม่คาดคิดนั่นก็คือเธอก็ต้องเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้เช่นกัน ตอนนี้คิริงาคุเระที่กำลังเงียบสงบกำลังนั่งเรือข้ามฟากมาชายแดนฮิโนะคุนิ

 

 

 

"ขอโทษนะคาซึคุงที่ไม่ได้ไปบอก แต่ถ้าเราปล่อยให้เจ้าพวกนั้นบุกเข้ามาในเขตชายแดนได้ หมู่บ้านจะเกิดอันตราย ดังนั้น..."

 

 

 

"ฉันเข้าใจยังไงฮินะจังก็ระวังตัวด้วย ถ้าเจอชายที่ชื่ออาโอจากคิริงาคุให้รีบทุบตีเขาให้หนักอย่าเหลือโอกาศในเขาเชียว"

 

 

 

สงครามทางด้านของฮินะค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะทางคิริงาคุเระผู้ที่นำทางมาคงจะไม่พ้นอาโอผู้เปรียบดั่งแม่ทัพเจนศึก นามต้นฉบับถึงอาโอจะพ่ายแพ้ในสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม แต่เขาก็ยังมีฉายานักฆ่าเนตรสีขาว

 

 

 

"คาซึคุงก็ระวังตัวด้วยสงครามทางด้านนั้นหนักหนากว่าทางฉันมาก"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าพูดคุยกับแฟนสาวก่อนจะขอตัวจากไป แม้เขาจะกังวลว่าแฟนสาวจะได้รับบาดเจ็บจากสงคราม แต่พอนึกถึงพลังทำลายล้างที่ทำให้ซูซาโนโอะของเขาพังทลายได้ เขาก็เลิกกังวลทันทีและเริ่มรู้สึกเป็นห่วงหมู่บ้านคิริแทน

 

 

 

'บอกได้เลยว่าคิริอาจนิ่มเป็นอึเหลว...'

 

 

 

เขาส่ายหัวและหาทางฝากลูกสาวและน้องสาวตัวแสบไว้กับใครสักคน ไม่นานเขาก็นึกถึงน้าสาวแม้จะไม่อยากเอาคาสุมิและอาจิไซไปทิ้งไว้กับยัยแก่นั่นเลยก็เถอะ เพราะแค่นี้น้องสาวของเขาก็เกเรมากพอแล้ว แถมเกรงว่าลูกสาวจะติดนิสัยแบบนี้มาด้วย

 

 

 

สุดท้ายเขาก็มีทางเลือกนี้ ทางเดียวเดินไปยังทิศตระกูลเซ็นจูซึ่งอยู่ภายในสวนแห่งเซ็นจู เขาเดินเข้าไปด้านในอย่างคุ้นเคย และพอมาถึงหน้าบ้านก็คิดแล้วคิดอีก

 

 

 

'มันจะดีจริงๆหรอ'

 

 

 

"หยุดทำไมละท่านพี่ ?"

 

 

 

"ไม่มีอะไรไปกันเถอะ"

 

 

 

เขาจูงมือน้องสาวและลูกสาวเข้าไปในคฤหาสน์ ที่อีกไม่นานคงถูกขายเนื่องจากหนี้สินที่ล้นทะลักของท่านน้า พอเข้ามาภายในก็ต้องพบกับความเงียบสะงัดราวกับที่นี่ไม่มีคนอยู่ 

 

 

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะคนในตระกูลเซ็นจูส่วนใหญ่อยู่ในสนามรบน่าเสียดายที่ปัจจุบันซึนาเดะไม่คิดจะเข้าร่วมสงครามอีกต่อไปเนื่องจากเธอหวาดกลัวที่จะเห็นเลือดของคนในหมู่บ้าน

 

 

 

หลังสูญเสียคนรักและน้องชายไปเธอก็กลัวเลือดไปโดยปริยาย ปัจจุบันแม้เธอจะดูแลโรงพยาบาล แต่เธอไม่ได้ทำงานเองแต่คอยกำกับควบคุมเท่านั้น ถ้าในโลกนี้ไม่มีเขาและครอบครัวเกรงว่าเธอจะออกเดินทางไปแบบต้นฉบับ

 

 

 

"อาจิไซและคาสุมิเป็นเด็กดีและรอพี่อยู่ที่นี่ก่อน"

 

 

 

"อื้ม หนูจะรอคอยและเป็นเด็กดีอย่างแน่นอน"

 

 

 

คาสุมิตบอกให้คำมั่น แต่คาซึยะไม่คิดจะเชื่อถือคำพูดของน้องสาวตัวแสบจึงกำชับเธอด้วยท่าทีจริงจังและเข้าไปกระซิบกับลูกสาวที่ว่านอนสอนง่ายก่อนจะเดินไปท่านน้าที่ห้อง เพราะว่าเธอน่าจะยังไม่ตื่นนอน ส่วนยามาโตะและยูคิมิคงไปโรงเรียนนินจาจึงไม่แปลกที่ ที่แห่งนี้จะเงียบสงบ

 

 

 

เดินมาถึงหน้าห้องของซึนาเดะคาซึยะก็เปิดประตูเดินเข้าไปในห้องโดยไม่จำเป็นต้องเคาะประตูให้เสียแรงเปล่า สายตามองห้องนอนที่รกราวรังหนู ก่อนจะมองหญิงสาวผมบรอนที่นอนเปลือยกายไร้เสื้อผาด้วยสีหน้าปกติราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดา

 

 

 

ถ้าเป็นคนอื่นเห็นแบบนี้คงแสดงอาการหื่นกระหาย หรือแอบคิดจะลักหลับเธอ ? แต่นั่นไม่ใช่เขา แม้ซึนาเดะจะมีความงามราวเทพธิดา ร่างกายสมบูรณ์แบบ หน้าอกใหญ่โตราวลูกแตงโม บั้นท้ายสะพงสะโพ้กก็ได้รูปสมบูรณ์จนผู้หญิงคนอื่นๆ ยังแอบอิจฉา ?

 

 

 

แต่เขาคือใคร ? เขาผู้นี้คือหลานชายผู้แสนดีที่เคยเห็นสภาพแบบนี้มาแล้วหลายปี ความรู้สึกมันเหมือนกับเขาอาบน้ำกับคุณแม่ในตอนเด็กๆ นั่นแหละ มันไม่ได้ในความรู้สึกพิศวาสห่าเหวอะไรเลย ต่างจากตอนอยู่กับฮินะและโคนันลิบลับ

 

 

 

เขาส่ายหัวและเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่กองไว้ราวขยะข้างเตียงไปใส่ตระกร้าผ้า และเริ่มเก็บกวาดบ้านที่รกรุงรังให้สะอาดเอี่ยมอ่องและเดินไปเตรียมกระป๋องใส่น้ำมาไว้ที่ห้อง จากนั้นเขาก็เริ่มปลุกน้าสาว

 

 

 

"ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วนะ"

 

 

 

"งือ คาซึยะเองหรอ มาแต่เช้าเลยหาวววว~"

 

 

 

ซึนาเดะลุกขึ้นยืดตัวพร้อมหาวโดยไม่สนว่าร่างส่วนบนของตนเองจะถูกหลานชายเห็นเข้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะสนใจแต่พักหลังๆเธอเริ่มชินชาไปแล้วเช่นกันจึงไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่เธอค่อนข้างรู้สึกหัวเสียยามเห็นสายตาเฉยๆของหลานชายมากกว่า

 

 

 

'ถ้าเจ้าหนูนี่ไม่มีแฟน ฉันคงคิดว่าเจ้านี่อาจจะเป็นพวกรักร่วมเพศไปแล้ว ทั้งที่เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของฉันอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ดูสายตาเฉยชานี่สิมันอะไรกัน!!'

 

 

 

เธอจะหัวร้อนทุกครั้งที่คาซึยะมาหาแบบนี้ ความรู้สึกแย่นี่มันอะไรกันหรือว่าเธอไม่มีเสน่ ไม่น่าจะใช่เพราะคนบางส่วนที่ไม่รู้จักเธอต่างก็จ้องตาเป็นมันทุกครั้งยามเห็นเธอ โดยเฉพาะเจ้าคนลามกนั่น เธอส่ายหัวยามนึกถึงเจ้าคนซกมกและลามก ก่อนจะหันไปมองคาซึยะที่ยืนบิดผ้าชุบน้ำอยู่ข้างเตียง

 

 

 

"มาหาฉันคงมีอะไรให้ช่วยอีกแล้วใช่ไหม ?"

 

 

 

"ใช่ ผมจะเอาอาจิไซ คาสุมิมาฝากไว้กับท่าน เพราะผมต้องเข้าร่วมสงครามที่สะพานคันนากิ"

 

 

 

คาซึยะกล่าวก่อนจะเริ่มส่งผ้าที่ชุบน้ำมาดๆไปเช็ดใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังงัวเงีย กลิ่นสุราจากตัวของหญิงสาวไม่ได้ทำให้คาซึยะคิดรังเกียจหรืออะไร เขายังคงเช็ดใบหน้าก่อนจะเริ่มเช็ดคออกจนกระทั่งทั่วทั้งตัวในส่วนบน

 

 

 

"ทำไมเธอต้องไปไม่ใช่ว่า..."

 

 

 

"ปู่รุ่นสามจะให้ผมไปจบสงคราม ถ้าปล่อยไว้แบบนี้อีกห้าถึงหกปีสงครามก็คงไม่จบ..."

 

 

 

ซึนาเดะที่ได้ยินแบบนี้ก็เบิกตากว้าง อาจารย์คิดบ้าอะไรถึงคิดจะส่งเจ้าหนูนี่ไปจบสงคราม แม้ปัจจุบันคาซึยะจะถูกกล่าวว่าแข็งแกร่งที่สุดในโคโนฮะ แต่เขาเพียงคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้กับนินจานับหมื่นนับพันได้ยังไง ?

 

 

 

ปั้ง! ตู้มมมม

 

 

 

"ฉันจะไปคุยกับรุ่นสาม!!!"

 

 

 

"จะทุบทำไมผมพึ่งเก็บกวาดห้องแท้ๆ  เอาละยกแขนขึ้นหน่อย... ไม่จำเป็นต้องกังวลที่นั่นมีพี่มินาโตะอยู่ด้วย อีกอย่างตอนนี้ผมก็มีพลังในระดับเดียวกับปู่ทวดทั้งสองในยุคทองแล้วแค่ไม่ประมาทก็ไม่น่าจะมีใครทำอะไรผมได้"

 

 

 

คาซึยะบ่นที่เห็นห้องเต็มไปด้วยเศษไม้กระจัดกระจายเพราะการทุบทำลายของซึนาเดะ แต่มือก็ยังไม่ได้หยุดเช็ดร่างของหญิงสาว ส่งผ้าชุบน้ำเช็ดใต้วงแขนของเธอที่ยกขึ้นตามคำสั่งของเขา

 

 

 

"ถึงแบบนั้น...เฮ้อตามใจ"

 

 

 

คาซึยะแอบยิ้มบางๆ เมื่อได้รับรู้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยของน้าสาว ทั้งคู่ไม่พูดอะไรกันอีกและปล่อยให้ในห้องเงียบสงบโดยไม่นาน เด็กหนุ่มก็เช็ดตัวน้าสาวในส่วนท่อนบนจนเสร็จ

 

 

 

ส่วนท่อนล่างปล่อยไว้แบบนั้นนั่นแหละ ให้เธอได้ทำเองเสียบ้างเดี๋ยวจะเป็นง้อยเอา เขาเดินไปหยิบกิโมโนแขนกุด ชุดชั้นใน กางเกงกางเกงขาสั้นและโอบิโดยไม่สนสายตาขุ่นเคืองของน้าสาว

 

 

 

"เดี๋ยวๆ ทำไมวันนี้เช็ดแค่นี้ละ มาเช็ดต่อให้เสร็จเดี๋ยวนี้ ?"

 

 

 

"ทำเองบ้างเถอะเดี๋ยวแก่ตัวไปโรคง้อยจะถามหาเอานะ"

 

 

 

"งั้นหรอ แต่ถ้าไม่ทำละก็ฉันจะขอเธอจากท่านพี่ฮิเมโกะให้มา..."

 

 

 

คาซึยะรู้สึกเสียวสันหลังอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้เลยว่ายัยแก่นี่คิดจะให้เขาย้ายมาอยู่กับเธอที่นี่ คิดจะให้เขาเป็นพ่อบ้านให้ละสิท่าเขาเหล่มองท่านน้าผู้เอาแต่ใจก็ได้แต่ส่ายหัว 

 

 

 

แถมในยุคแบบนี้การแต่งงานกับเครือญาติของตนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่ดีนักที่จะปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในน้ำมือของยัยแก่นี่ แม้ทั้งคู่จะไม่ได้มีความคิดแปลกๆแบบนั้น แต่ว่าถ้ายังทำแบบนี้ต่อไปสักวันเรื่องแบบนั้นก็ต้องเกิด เขาต้องกลายเป็นเบี้ยล่าง!!!

 

 

 

'ถึงโลกนี้การแต่งงานกับญาติไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถามสุขภาพฉันด้วยว่าอยากหรือเปล่า'

 

 

 

"เดี๋ยวผมเรียกสาวใช้ในตระกูลให้ดีกว่าไหม ?"

 

 

 

"อะ เออคือฉันไล่คนพวกนั้นออกไปหมดแล้วละ คะ คือว่าช่วงนี้ฉันเล่นปาจิงโกะมากไปหน่อยน่ะฮ่าๆ เลย...ถังแตกน่ะ"

 

 

 

ได้ยินคำกล่าวของซึนาเดะแววตาสีดำของคาซึยะมืดลงจนขุ่นมัว ปาจิงโกะ ถังแตก? เงินที่เขาให้ยืมไปละ ? เงินส่วนที่คิดจะใช้ไว้สร้างเรือนหอของเขากับฮินะละ หายไปแล้วถาวร เงินสินสอดของฉัน!

 

 

 

เขามองท่านน้าที่ไม่ได้แสดงท่าทางสำนึกผิดก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา ในอนาคตคาสุมิจะเป็นแบบเธอไหมถ้าปล่อยให้น้องสาวตัวแสบยังอยู่ที่นี่ เขาไม่รู้จะกลับมาจากสงครามนานเท่าไหร่ แต่ที่คิดไว้อย่างต่ำคงไม่เกินสองปี

 

 

 

แล้วสองปีที่เขาชิซุยและพ่อแม่ไม่อยู่คาสุมิจะซึมซับจากซึนาเดะมากแค่ไหน ไม่ใช่พอพวกเขากลับมาบ้านและสมบัติจะถูกขายพร้อมที่ดินและหนี้สินหรอกนะ ?แค่คิดเขาก็ตัดสินใจเตรียมจากไปทันทีโดยคิดจะเอาน้องสาวและลูกสาวกลับไปด้วย ทางที่ดีเอาเธอไปฝากกับปู่รุ่นสามให้แม่อาซึมะดูแลแทน!!

 

 

 

"ดะ เดี๋ยวสิคาซึยะพรุ่งนี้ฉันจะกู้คืนได้แน่นอน ฉันเชื่อมั่นว่าดวง...!"

 

 

 

คาซึยะหยุดเดิน ก่อนจะหันหลังและเดินไปที่ซึนาเดะ มือเชยคางของเธอขึ้นก่อนจะยื่นหน้ากระซิบเข้าไปที่ข้างหูของเธอ เสียงที่เรียบนิ่งเย็นชาน่ากลัวราวปีศาจร้ายจนเธอขนลุกดังอยู่ข้างๆหูเธอ

 

 

 

"ดวง ? ของพรรค์นั้นอาจจะมีอยู่จริงบนโลกแต่มันไม่ใช่กับบ่อนพนัน เลิกซะถ้าหาอะไรทำไม่ได้ก็นอนดื่มชาเฉยๆที่บ้านไป เดี๋ยวฉันจะไปหาเงินทองสมบัติ..."

 

 

 

คาซึยะหยุดกระซิบและผละหน้าออกมามองเข้าไปที่ดวงตาของซึนาเดะที่สือความรู้สึกของเธอ ภายในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจากการสูญเสีย ความเหงาที่ไร้คนเข้าใจ ความโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครทราบ ก็รู้สึกเผลอตัวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เพราะเธอกับเขาในอดีตมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน

 

 

 

"หรือแม้แต่ความรักแบบครอบครัวที่ท่านควรจะได้"

 

 

ฝากนิยายอีกเรื่องด้วยน้า

จอมมารสไลม์สุดแกร่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น