Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER S I X T E E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2562 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER S I X T E E N
แบบอักษร

ขออนุญาตแจ้งข่าวนะคะ 

#Scentproject ปิดพรีออเดอร์วันที่ 5 ธันวา นะคะ 

นั่นก็คือพรุ่งนี้นี่เองง จิ้มสั่งที่นี่ได้เลยคร้าบ> < 

http://www.facainovels.com/product/328/pre-order-boxset-scent-project 

 

_________________________________ 

 

 

 

“มึงเช็กดีแล้วใช่ไหม” เสียงของหัวหน้าเจ้าหน้าที่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าลูกน้องตัวเองเดินกลับออกมาจากทางออฟฟิศซึ่งทางนั้นเองก็พยักหน้ายืนยันตอบกลับมาอย่างมั่นอกมั่นใจ

“เช็กดีแล้วพี่โอ๊ต ผมหยิบออกมาจากกล่องใหม่เองกับมือเลย”

“งั้นให้ไวเลย เราทำเขาเสียเวลาเยอะแล้ว”

ตอนนี้ทั้งกองถ่ายเริ่มที่จะตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยเพราะเวลาในการทำงานค่อนข้างที่จะล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ ต่างฝ่ายก็ต่างวุ่นวายขึ้นมากเป็นเท่าตัวเพราะจู่ๆ เฮนรีย์ก็หนีหายออกไปจากหน้างานทิ้งเอาไว้เพียงลูกทีมสองคนที่ดูแล้วคงไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ดีสักเท่าไรนักผลที่ได้จึงทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปดังที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้น

“คุณสองคน...มาช่วยผมดีกว่า” ฮานะเดินเข้าไปหาก่อนจะยกนิ้วคลึงข้างขมับไปมาเมื่อเห็นว่าปล่อยให้ลูกทีมของเฮนรีย์ลุยงานเพียงลำพังแล้วมีแต่จะทำให้ทุกอย่างช้าลงกว่าเดิม

ฝ่ายนั้นยังมีท่าทีอิดออดเล็กน้อยแต่พอถูกสายตานิ่งเรียบมองกลับไปก็จำใจที่จะต้องเดินตามมาในท้ายที่สุด...สองคนนี้ถ้าเขาจำไม่ผิด คือคนที่เป็นลูกรับเฮนรีย์ในที่ประชุมตอนที่ฝ่ายนั้นพูดถึงพีทในเชิงที่ไม่ค่อยจะให้เกียรติกันสักเท่าไหร่

...นี่เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องร่วมงานกันหรอกนะ..

“คุณฮานะคะ น้องพีทกำลังจะขึ้นไปอีกรอบแล้ว ไม่ไปเช็กหน่อยเหรอ” หนึ่งในลูกทีมหันมาป้องปากกระซิบข้างหู

“ผมเพิ่งออกมาเมื่อกี้เองนี่” เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้นอย่างสงสัยแต่พอเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา

ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็ต้องมาก่อนเสมอในเวลางาน เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีสิ่งที่ต้องทำและไม่จำเป็นที่จะต้องตัวติดกันตลอดเวลาอีกอย่างตอนนี้มีฮานะเพียงคนเดียวที่เป็นคนจ่ายงานในแผนกคอสตูม จึงจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้คนอื่นดูแลพีทแทนเพราะเขาไม่สามารถที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อไปตามดูแลคนๆ เดียวได้

“เห็นทีมงานบอกว่าเซฟของน้องพีทพังเหรอคะ” คำถามที่คนถามรู้ดีแก่ใจหลุดออกมาจากปากหนึ่งในลูกทีมของเฮนรีย์

“อย่างนี้ก็แย่น่ะสิ...ไร้ความรับผิดชอบชะมัด” อีกคนที่อยู่ข้างกันรีบเสริม

“ชักจะเริ่มห่วงแล้วสิว่าเซฟคุณอเล็กซ์จะปลอดภัยหรือเปล่า” พวกเธอสองคนหันไปมองหน้ากันอย่างวิตกกังวล

“มันเป็นอุบัติเหตุน่ะครับ...แต่ทางทีมงานเขาจัดการเรียบร้อยแล้วผมเองก็เช็กกับทางเจ้าของสถานที่แล้วด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับ” ฮานะหันไปตอบด้วยท่าทางสุภาพไร้ซึ่งท่าทีอื่นใดออกมาให้ได้เห็น รอยยิ้มเพียงน้อยนิดแต่กลับเสริมให้ใบหน้าสวยดูมากเสน่ห์จนทำให้สองสาวเผลอมองตามไปอย่างไม่รู้ตัว และแล้วใบหน้าก็พลันเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อฝ่ายนั้นยกมือขึ้นทัดเก็บผมไว้ที่หลังหูตอนที่กำลังก้มลงจัดทรงเสื้อให้นางแบบ

...ขนาดพวกเธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังแอบใจสั่นเลย..

“น้องพีทเท่ระเบิดไปเลย” เสียงซุบซิบของลูกทีมดังขึ้นอยู่ไม่ไกลทำให้คนที่กำลังจดจ่ออยู่กับงานต้องหันไปมองตาม

พีทกำลังเริ่มปีนขึ้นไปบนผาจำลองอย่างใช้สมาธิด้วยท่าทีที่คล่องแคล่วแข็งแรงก่อนจะหยุดอยู่ที่ระดับตามที่ผู้กำกับสั่ง เสียงรัวชัตเตอร์และแสงแฟลชที่สาดส่องไปยังร่างของเด็กหนุ่มทำให้เจ้าตัวดูโดดเด่นสะกดสายตาแม้จะอยู่ในชุดแฟชั่นกึ่งสปอร์ต

ฮานะลอบยิ้มกับตัวเองเพียงเล็กน้อยแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ผู้ช่วยสาวสวยออกปากแซวจนต้องเขม่นไปอยู่หลายที เจ้าตัวหันกลับมาเพื่อจะเย็บปลายเสื้อของนางแบบให้เข้าที่แต่กลับถูกใครบางคนเบียดตัวเข้ามาแทรกแทนจนเธอต้องเบี่ยงตัวออกไปทางอื่น

ร่างสูงใหญ่ของนายแบบลูกครึ่งอยู่ในชุดที่พร้อมเข้าเซ็ทถ่ายซีนต่อไป นัยน์ตาสีฟ้าก้มลงมองอดีตผู้จัดการของตัวเองก่อนจะยื่นแขนออกไปข้างหน้า

“ชายแขนเสื้อมันรุ่ยนิดหน่อย...ช่วยจัดการให้ที” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งอย่างวางอำนาจเหมือนเมื่อก่อน แต่ท่าทีของคนตรงหน้ากลับเฉยชาจนต้องข่มอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้

ฮานะไม่เพียงไม่มองสบตาเขา แต่กลับเบี่ยงตัวหลบและเรียกลูกทีมอีกคนมาช่วยแทน

“เจส ช่วยมาดูแขนเสื้อให้คุณอเล็กซ์ที”

“ถ้าคุณฮานะไม่ทำ ผมก็ไม่ถ่าย” เสียงยียวนดังขึ้นในตอนที่ใบหน้าหล่อเหลาเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาคมมองต่ำไปยังผู้ช่วยของฮานะราวกับต้องการบอกว่าอย่าได้เสนอหน้าเข้ามาวุ่นวายกับตัวเขา

ฮานะมองมาด้วยแววตาที่เรียบเฉยก่อนถอนหายใจออกมาแล้วบอกปัดให้ผู้ช่วยไปดูแลส่วนอื่นแทน เจ้าตัวหยิบกล่องเข็มกับด้ายขึ้นมาร้อยลงรู ฝ่ามือขาวจัดประคองมือข้างนั้นของเขาเอาไว้อย่างนุ่มนวลทำให้ต้องเผลอจดจ้องไปที่ผิวเนื้อเนียนละเอียด...ตั้งแต่ที่คนในอ้อมกอดไม่ใช่ฮานะ ทุกๆ คืนก่อนนอนภาพของคนตรงหน้ามักจะฉายชัดขึ้นมาจนทำให้เขาไม่สามารถข่มตาหลับได้

...ความรู้สึกโหยหามันรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณเพียงแค่ได้มองหน้า..

โหยหามากเสียจนทำให้ถ้อยคำร้ายกาจที่ตั้งใจจะสาดใส่ฮานะนั้นกลืนหายไปเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า...

“คุณอเล็กซ์ครับ ถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วเชิญไปใส่เซฟด้วยนะครับ” หนึ่งในทีมงานชายเดินเข้ามาบอกเมื่อใกล้ถึงคิวถ่ายงานของเขา อเล็กซ์พยักหน้ารับทั้งที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสไตล์สิสต์คนสวย

...ถึงแม้จะมีพันธะคู่แห่งโชคชะตา แต่ฮานะกลับมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นได้อย่างน่าประหลาด..

“ปล่อยได้แล้ว” เสียงอีกฝ่ายเอ่ยบอกด้วยท่าทีไม่ชอบใจเมื่อเขาเผลอจับข้อมือเล็กเอาไว้แน่น อเล็กซ์ก้มลงมองตามแต่แทนที่เขาจะปล่อยกลับถือวิสาสะออกแรงดึงฮานะเข้ามาใกล้

...กลิ่นหอมประจำตัวยังคงอยู่...แต่ติดที่ว่ามันไม่สามารถปลุกเร้าเขาเหมือนที่ผ่านมาได้แล้ว เพราะเมื่อใดที่โอเมก้าถูกอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาผูกพันธะด้วยแล้วกลิ่นของทั้งคู่จะมีผลต่อกันและกันเท่านั้น

และทั้งหมดนั่นมันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าฮานะไม่ใช่ของเขา...ไม่มีวัน...

“พีท มีสมาธิหน่อย” เสียงของผู้กำกับร้องขัดขึ้นมาเมื่อคนที่อยู่บนผาจำลองนั้นหลุดโฟกัสกล้องไปบ่อยครั้ง ทำให้ฮานะต้องรีบหันกลับไปมองตาม ยิ่งได้เห็นว่าพีทเอาแต่จ้องมาทางนี้โดยไม่สนใจเสียงของผู้กำกับเขาก็ยิ่งออกแรงดิ้นให้หลุดจากการกอบกุมของอเล็กซ์

“อเล็กซ์...ปล่อย” เจ้าตัวกดเสียงต่ำพร้อมกับยื้อแขนกลับจนข้อมือขึ้นรอยแดง แล้วก็ต้องกลั้นลมหายใจเมื่อช่วงเอวถูกรวบเข้าไปใกล้ก่อนลมหายใจร้อนระอุจะเป่ารดลงบนผิวแก้ม

“…อย่าทำเหมือนกับว่ารังเกียจฉัน” เสียงทุ้มต่ำกระซิบบอก “ฮานะ…”

และโดยไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากร้อนจัดก็ประกบจูบลงมาแนบแน่น ฮานะตกใจจนตาเบิกกว้างเจ้าตัวทั้งผลักทั้งดันออกแต่กลับไร้ผล สัมผัสที่น่ารังเกียจพยายามรุกรานเข้ามาภายในโดยไม่สนเลยว่ารอบกายนั้นจะมีอีกหลายชีวิตมองมาอย่างตื่นตะลึง

แต่แล้วเสียงหวีดร้องของคนในกองถ่ายก็ดังขึ้นอย่างเสียขวัญหลังจากที่มีเสียงคล้ายกับของที่มีน้ำหนักหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เสี้ยววินาทีที่หันกลับไปมองทำให้ฮานะชาวาบไปทั้งตัวหัวใจคล้ายกับโดนมือที่มองไม่เห็นควักออกมาจากอก

วูบโหวงรุนแรงจนแทบไม่สามารถยืนหยัดอยู่บนพื้นได้

พีท!!! ” เสียงร้องเรียกดังขึ้นในตอนที่ออกตัววิ่งเข้าไปหาคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

เด็กหนุ่มยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนอกด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวทรมานเจ้าตัวอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้จนเหงื่อผุดซึมขึ้นรอบกรอบหน้า เสียงทุ้มต่ำครางขึ้นในลำคอเมื่อรู้สึกทรมานมากเกินกว่าที่จะสามารถรับไหว

“เรียกรถพยาบาล...! พระเจ้า ช่วยที ใครก็ได้” ฮานะทรุดลงนั่งข้างๆ และพยายามบังคับไม่ไห้เสียงตัวเองนั้นสั่นเทา ยิ่งได้เห็นว่าอีกคนนั้นต้องทนทรมานเพราะความเจ็บมากแค่ไหนหัวใจก็คล้ายกับถูกคมมีดกรีดจนขาดวิ่น

“ไหนมึงบอกว่าเช็กคาราบิเนอร์ดีแล้วไงวะ!” เสียงของหัวหน้าฝ่ายสถานที่ตวาดลูกน้องด้วยความโกรธก่อนจะหันไปสั่งให้ทีมงานรีบประสานกับทางโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อมารับตัวคนเจ็บ

“พีท...พีท ทำใจดีๆ ไว้” ฮานะเม้มปากแน่นในตอนที่น้ำตาหยดแรกไหลลงมาอาบแก้ม

อยากจะเข้าไปกอดใจแทบขาดแต่รู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่สามารถแตะตัวอีกฝ่ายได้แม้แต่ปลายนิ้ว

...ทรมานจนหายใจแทบไม่ออก..

“ฮา..นะ..” ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวเพื่ออดกลั้นความเจ็บร้าวที่ช่วงแขน เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอื้อมมือข้างที่ไม่เจ็บไปกอบกุมอีกฝ่ายไว้ “...อย่าร้องไห้”

“เธอเจ็บอยู่...พระเจ้า” ฮานะขวัญเสียมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าแขนข้างที่ถูกกระแทกนั้นวางนิ่งอยู่บนอกของพีท เจ้าตัวพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่กำลังปะทุขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ

“ฮานะ...มองผม” เด็กหนุ่มยิ้มออกมาท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ยิ่งเห็นว่าฮานะตัวสั่นก็ยิ่งเจ็บไปทั้งใจ

...อย่าร้องไห้ในตอนที่ผมไม่สามารถกอดคุณเอาไว้ได้..

...อย่าทรมานกันแบบนี้เลย..

“รถมาแล้ว” หนึ่งในทีมงานเข้ามาบอกก่อนที่บุรุษพยาบาลจะวิ่งกรูกันเข้ามาพร้อมกับเตียงขนย้ายผู้ป่วย ทุกคนถูกกันให้ออกห่างจากบริเวณนั้นทำให้ฮานะต้องลุกออกมายืนอยู่รอบข้างแทน

พีทถูกย้ายตัวขึ้นไปบนเตียงเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะถูกย้ายไปขึ้นรถโดยมีฮานะคอยตามมาไม่ห่าง

“ใครเป็นญาติผู้ป่วยครับ” หนึ่งในบุรุษพยาบาลเอ่ยถามขึ้น

“ผมครับ” ฮานะชิงตอบโดยไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

“เชิญเลยครับ” ฝ่ายนั้นเปิดทางให้เขาขึ้นไปนั่งบนเบาะใกล้เตียงคนเจ็บก่อนจะปิดประตูลงเพื่อเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล

พีทนอนนิ่งให้หมอและพยาบาลตรวจเช็กอาการเบื้องต้น เท่าที่สังเกตดูแล้วอาการค่อนข้างสาหัสเพราะเจ้าตัวตกลงมาจากระยะที่ค่อนข้างสูงพอสมควร เด็กหนุ่มมองใบหน้าของคนรักที่กำลังฉายแวววิตกก่อนจะเอื้อมมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกไปหาทำให้ฮานะต้องรีบกอบกุมเอาไว้

ฝ่ามือเล็กเย็นเฉียบแต่กลับชื้นเหงื่อและสั่นเทา...คงขวัญเสียอยู่ไม่น้อยเลย...

“เจ็บมากไหม” ฝ่ายนั้นเอามือเขาไปแนบเข้าที่ข้างแก้ม นัยน์ตาคู่สวยวูบไหวได้อย่างน่าสงสาร

“แค่ฮานะอยู่ตรงนี้...ก็หายเจ็บแล้วครับ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นมา

“...ฉันขอโทษ” ฮานะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ในตอนที่ถูกอเล็กซ์ล่วงเกิน แน่นอนว่าพีทต้องเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

...ทั้งหมดนั่นมันทำให้เขาเสียใจจนแทบบ้า...

“ขอโทษนะ...” เรียวปากนุ่มกดจูบลงไปบนหลังมือในตอนที่หยดน้ำตาร่วงหล่นฮานะซบลงบนหลังมือข้างนั้นที่คอยมอบความอบอุ่นให้เขาตลอดเวลาที่ผ่านมา

“ผมรู้” เด็กหนุ่มลูบนิ้วลงบนแก้มเปียกชื้น นัยน์ตาคมเข้มที่มองมากำลังบอกว่าเขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของฮานะเลยแม้แต่นิดเดียว “ฮานะ ได้โปรด...อย่าร้องไห้เลยนะครับ”

พีทพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เจือความเจ็บปวด...เพราะน้ำตาของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกเจ็บเจียนตายมากกว่าอาการบาดเจ็บของตัวเองเป็นไหนๆ ...

ใบหน้าสวยพยักรับอย่างว่าง่ายพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอด “เธอจะต้องไม่เป็นไรนะ...คนเก่ง” ฮานะกดจูบลงบนมือข้างนั้นซ้ำๆ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าในรถมีทีมแพทย์อยู่อีกหลายชีวิต

ทันทีที่รถจอดเทียบบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินบุรุษพยาบาลก็เข็นเตียงผู้ป่วยเข้าไปเพื่อส่งต่อให้หมอได้ประเมินอาการ ฮานะถูกกันให้รอที่บริเวณหน้าห้อง นัยน์ตาคู่สวยรื้นน้ำมองลอดผ่านช่องกระจกใสเข้าไปก่อนความรู้สึกวูบโหวงจะกัดกินหัวใจจนเจ็บปวด

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็แผดเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาทำให้เจ้าตัวต้องรีบสูดหายใจเข้าปอดและเดินออกไปรับสายที่ข้างนอกเพราะไม่อยากจะรบกวนเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่หน้าห้องฉุกเฉิน

ร่างเพรียวระหงก้าวเดินไปตามทางด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ท่วงท่าสง่างามเรียกสายตาจากผู้คนบริเวณนั้นให้หันไปมองเป็นตาเดียว แกเรน ฮาร์ดเนอร์ ถอดสูทตัวนอกมาพาดแขนในตอนที่เดินผ่านแผนกต้อนรับของทางโรงพยาบาล เจ้าตัวเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะกดไปยังชั้นของผู้ป่วยพิเศษตามที่ฮานะได้แจ้งเอาไว้เมื่อช่วงบ่าย หลังจากที่เขาเคลียร์งานเสร็จตอนห้าโมงเย็นก็รีบดิ่งตรงมาที่โรงพยาบาลโดยทันที

“คุณแกเรน” ทันทีที่บานประตูถูกเปิดเข้าไปคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับ แกเรนโบกบัดอย่างไม่ถือสาก่อนจะเดินไปยืนอยู่ที่ข้างเตียงผู้ป่วย

เด็กหนุ่มนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ของยาที่หมอให้ไว้ก่อนหน้านี้ แขนด้านขวาที่ได้รับบาดเจ็บถูกดามเอาไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าของพีทดูอ่อนล้าลงไปมากคงเพราะต้องอดทนกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

“เป็นยังไงบ้าง” แกเรนถามเสียงเบาเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนคนที่กำลังนอนพักผ่อน

“กระดูกช่วงแขนร้าวลามไปถึงบริเวณไหปลาร้าครับ” ฮานะตอบ ตาคู่สวยดูบวมช้ำขึ้นเล็กน้อยเพราะหลังจากที่วางสายจากคุณแกเรนไปเมื่อช่วงบ่ายเขาก็ไม่สามารถที่จะห้ามน้ำตาเอาไว้ได้

“ผมขอโทษ” แกเรนเอื้อมมือไปวางไว้บนไหล่เล็ก “เป็นความผิดของผมเองที่-”

“ไม่ใช่ความผิดคุณหรอกครับ” ฝ่ายนั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “มันเป็นอุบัติเหตุ...เรื่องนี้ไม่มีใครผิด”

“ฮานะ...เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า” แกเรนยิ้มพร้อมกับมองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียง “จะได้ไม่กวนเวลาพักผ่อนของเขา” อีกคนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทันทีที่บานประตูปิดลงแกเรนก็เป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนาถึงข้อมูลที่เขาได้รับมาจากหัวหน้าทีมงานที่รับผิดชอบในการถ่ายแบบครั้งนี้

“คุณโอ๊ตหัวหน้าทีมงานที่นั่นแจ้งมาว่าในระหว่างที่พีทกำลังโรยตัวลงมาตัวล็อกคาราบิเนอร์มันมีปัญหาจึงทำให้เชือกมันหลุดออกจากเซฟและอีกอย่าง...ในตอนนั้นพีทเองก็ดูเสียสมาธิอยู่ไม่น้อยเลยไม่ทันได้ระวังตัว”

ฮานะรับฟังทุกอย่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่า สองมือกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา...อาการที่ห่างหายไปนานเริ่มกลับมาอีกครั้งในตอนที่รู้สึกเครียด

...เป็นเพราะเขา...ถ้าตอนนั้นปฏิเสธที่จะยุ่งเกี่ยวกับอเล็กซ์อย่างเด็ดขาด พีทก็คงไม่เสียสมาธิเพราะภาพเหล่านั้น

...เป็นความผิดของเขาเองทั้งหมด..

ทั้งที่ควรทำตัวให้อีกฝ่ายเชื่อใจแท้ๆ แต่เขากลับ...

“ฮานะ” แกเรนเรียกด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะก้มลง ช่วงไหล่เล็กดูสั่นเทาแม้เจ้าตัวจะพยายามมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความเสียใจเอาไว้ได้ แกเรนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขาลงไปนั่งข้างอีกฝ่ายก่อนจะยกแขนขึ้นกอดฮานะเอาไว้...นั่งเงียบอยู่อย่างนั้นจนล่วงเลยผ่านไปหลายสิบนาที รอจนเสียงสะอื้นเบาบางลง

“เป็นเพราะผม...ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง”

“ไม่ฮานะ...ไม่ใช่ความผิดคุณ ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ” แกเรนขมวดคิ้วและเอ่ยดุคนที่เอาแต่โทษตัวเอง “ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น....ฮานะ”

“...ตอนที่พีทอยู่บนนั้น ผม..” ฮานะสูดลมหายใจเข้าลึกทั้งกระบอกตาและจมูกแดงก่ำได้อย่างน่าสงสาร “…ผมถูกอเล็กซ์ดึงเข้าไปจูบ”

“...” แกเรนเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ แม้สิ่งที่ฮานะเล่าให้ฟังจะทำให้เขาเริ่มรู้สึกหมดความอดทนก็ตาม

“ก่อนหน้านั้นอเล็กซ์มาขอให้ผมช่วยเย็บแขนเสื้อ...ตอนแรกผมปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ยอมที่จะทำตามเพราะไม่อยากให้งานล่าช้าไปมากกว่าเดิม”

“…”

“…และทุกอย่างอยู่ในสายตาของพีทตลอด เขาเห็นทุกอย่าง...ทั้งที่เคยบอกให้เขาเชื่อใจ แต่เป็นผมเองที่โง่เง่า”

“ฮานะ”

“ถ้าผมหนักแน่นพอ...ก็คงไม่ทำให้เขาต้องคอยพะวงเพราะเป็นห่วง”

“ฮานะ...ฟังผม” แกเรนย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“...” นัยน์ตาคู่สวยยังคงสับสน...ตอนนี้ฮานะคล้ายกับเด็กที่กำลังหลงทางและคิดโทษตัวเองซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ...ไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่ใช่เลย” แกเรนจับไหล่อีกฝ่ายเอาไว้พร้อมกับจ้องตาเพื่อยืนยันให้รู้ว่าฮานะไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้พีทได้รับบาดเจ็บ “เรื่องที่คุณถูกอเล็กซ์ล่วงเกิน...ผมรู้ดีว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด และเชื่อว่าพีทเองก็รู้ว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นยังไง”

“…”

“เลิกโทษตัวเองและไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกผิด...ถ้าคุณคิดอยากจะโทษใครสักคน ก็โทษผมได้เลย...เข้าใจใช่ไหม”

ฮานะมองมาก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “คุณไม่ผิด”

“ถ้างั้นคุณเองก็ไม่ผิด...โธ่ ฮานะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ” แกเรนถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญาพร้อมกับยิ้มขันกับตัวเองเมื่อรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้าขึ้นมา...ให้ตายสิ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฮานะเริ่มมีสายตาออดอ้อนแบบนั้น

...ถ้าคนป่วยที่นอนอยู่ในห้องได้มาเห็นละก็เชื่อเลยว่าคงหายเป็นปลิดทิ้ง..

“ผมขอโทษครับ” ฮานะหลุบตามองต่ำ

“ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” แกเรนยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปวางไว้บนศีรษะของอีกฝ่ายแล้วลูบไปมา “ไม่ร้องไห้แล้วนะ...ถ้าพีทรู้ว่าคุณร้องไห้ต้องเสียใจแน่ๆ” ไม้ตายสุดท้ายถูกหยิบออกมาใช้เพราะรู้ดีว่าคนที่กล่าวถึงมีอิทธิพลต่อฮานะมากขนาดไหน

...พูดก็พูดเถอะ แม้แต่กับอเล็กซ์เองก็ไม่เคยเห็นฮานะมีท่าทีแบบนี้เลยด้วยซ้ำไป

...คงไม่ต้องเปรียบเทียบให้เสียเวลาว่าใครที่สำคัญมากกว่ากัน..

“ขอบคุณครับคุณแกเรน” ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดคราบเปียกชื้นออกไปจากใบหน้า

ดูสิ ตาบวมเชียว

“มากอดที” แกเรนยิ้มกว้างอ้าแขนรอรับ โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาทั้งร่างก็ถูกโถมกอดเอาไว้แน่น เรียกสายตาจากนางพยาบาลและญาติผู้ป่วยที่อยู่บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี

“ทุกอย่างจะต้องโอเค” เขากอดตอบพร้อมโยกตัวไปมาเหมือนอย่างที่ชอบทำในตอนที่ต้องปลอบลูกชาย “กลับเข้าไปหาพีทกันเถอะ” แกเรนชวนเมื่อรู้สึกว่าพวกเขาออกมานานพอสมควรแล้ว

ฮานะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไป แล้วก็ได้เห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นแล้วเป็นที่เรียบร้อยและทันทีที่เห็นว่าคนรักของตนเดินเข้าไปในห้อง แววตาที่เอื่อยเฉื่อยก็พลันเปลี่ยนเป็นทอประกาย นี่ถ้ามีหูกับหางพีทก็คงไม่ต่างกับโกลเดนท์รีทีฟเวอร์ที่กำลังดีใจเพราะเห็นเจ้าของ

...อืม...แต่ก็เหมือนจริงๆ น่ะนะ เพิ่งจะเห็นด้วยกับฮานะก็วันนี้..

“ฮานะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกในตอนที่เอื้อมมือออกมาหา “ไปไหนมาครับ” แววตาคู่นั้นฉายแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนทำให้แกเรนต้องยืนกอดอกลอบยิ้มอยู่อย่างนั้น

...อ้อนเก่งเหมือนกันนะเนี่ย..

“ออกไปคุยธุระกับคุณแกเรนมาน่ะ” ฮานะยิ้มตอบพร้อมกับกอบกุมกระชับมือข้างนั้นเอาไว้ก่อนจะเบี่ยงตัวออกให้ได้เห็นว่ามีเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้อีกคน พีทตั้งท่าจะยกมือขึ้นไหว้แต่ถูกเขายกมือห้ามเอาไว้ก่อน

“ฮานะบอกอาการคุณให้ผมรู้แล้ว” เขาเดินเข้าไปใกล้ “ผมต้องขอโทษและเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยจริงๆ”

“ไม่เป็นไรครับคุณแกเรน” พีทยิ้มรับอย่างเข้าใจ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาไม่คิดที่จะโทษใครเพราะเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

“ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนที่ผมควรจะทำ” แกเรนย้ำ “ไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้เอง ในระหว่างนี้คุณก็พักรักษาตัวจนกว่าอาการจะหายดีก็แล้วกัน...ส่วนเรื่องงาน ผมจะให้เกรซกลับมาดูแลคิวงานทุกอย่างให้เองทั้งหมด ฮานะจะได้มีเวลาอยู่กับคุณมากขึ้น”

“หมายความว่ายังไงครับ” ฮานะถามขึ้นอย่างสงสัย…ไม่ใช่ว่าคุณเกรซต้องดูแลอเล็กซ์หรอกหรือ

“ก็ตามที่ผมพูดไป...แค่ฮานะทำในส่วนของแผนกคอสตูมก็หัวหมุนมากแล้ว ให้เกรซเข้ามาดูแลช่วยในช่วงนี้จะได้แบ่งเบาภาระลงไปได้บ้าง”

“อันที่จริง...ดูแลพีทมันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับผมอยู่แล้ว” ฮานะยืนยันพร้อมกระชับมือข้างที่จับกันเอาไว้ให้แน่นขึ้น

“เอาน่า อย่างน้อยๆ การที่มีคุณคอยอยู่ใกล้ๆ พีทอาจจะหายเร็วขึ้นก็ได้นะ” รอยยิ้มล้อเลียนถูกจุดขึ้นเมื่อต้องการแซว “อีกอย่างคนป่วยน่ะต้องการกำลังใจเยอะ...จริงไหมพีท”

เด็กหนุ่มยิ้มรับก่อนจะอาศัยช่วงที่ฮานะเผลอยกมืออีกฝ่ายขึ้นมาจรดจูบเล่นเอาเจ้าตัวเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่ได้อยู่กันเพียงแค่สองต่อสอง

“ถ้าอย่างนั้น...ผมไม่กวนแล้วดีกว่า” แกเรนกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถเพราะไม่อยากให้คนปากแข็งรู้สึกเขินอายไปมากกว่าเดิม...เพราะเท่านี้ใบหน้าของฮานะก็แดงลามไปถึงใบหูเป็นที่เรียบร้อย

...เห็นทีครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้พีทซะแล้ว..

“ให้ผมไปส่งนะครับ” ฮานะเสนอตัวแต่กลับถูกเขายกมือขึ้นปฏิเสธ

“ไม่เป็นไร คนของใหญ่รอผมอยู่ชั้นล่าง ฮานะอยู่กับพีทเถอะ” แกเรนทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะขอตัวกลับเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนและมีเวลาส่วนตัวร่วมกัน “เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะเยี่ยมใหม่...เดี๋ยวพาเจ้าพวกตัวเล็กมาป่วนด้วยสร้างความรำคาญให้พีทซะหน่อย”

ทันทีที่บานประตูปิดลงฮานะก็ก้มลงไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง ซึ่งพีทเองก็มองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว แววตาคู่นั้นฉายแววกังวลออกมาอย่างชัดเจน

“มีอะไร”

“ฮานะร้องไห้” เด็กหนุ่มเอื้อมมือขึ้นไปวางบนแก้มพร้อมกับไล้ปลายนิ้วผ่านความบอบช้ำอย่างอ่อนโยน เรียกรอยยิ้มของคนที่ยืนอยู่ให้ปรากฏขึ้น ฮานะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะกุมมือข้างนั้นเอาไว้แล้วเอียงหน้าซบอย่างออดอ้อน

“ไม่ได้ร้องสักหน่อย” เขาโกหกคำโต...ทั้งที่หลักฐานก็เห็นๆ กันอยู่ ตาบวมฉึ่งขนาดนี้

“แขนเดี้ยงแบบนี้ ผมคงทำอะไรให้ฮานะทานไม่ได้อีกนานแน่เลย” เด็กหนุ่มพูดติดตลกทำให้ถูกบีบเข้าที่แก้มจนหน้ายู่

“ใช่เรื่องที่ต้องมาห่วงไหมเนี่ย” เชื่อเขาเลย

“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับฮานะ...ไม่มีเรื่องไหนที่ผมไม่ห่วง” นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววมั่นคงจนทำให้ผู้ฟังหน้าร้อนขึ้นมาอีกรอบ

“ไม่ต้องมาปากหวานเลย” ฮานะจิ้มเข้าไปที่แก้มแรงๆ จนเจ้าเด็กตัวโตร้องโอดโอยออกมา...เจ็บเกินจริงไปมากไม่ได้จิ้มแรงขนาดนั้นซะหน่อย

“ก็หวานแค่กับฮานะคนเดียว” รอยยิ้มที่ดูเพิ่มระดับความร้ายกาจทำให้ต้องหรี่ตามองอย่างนึกมันเขี้ยว

“จริงเหรอ” ฮานะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปกดจูบที่ริมฝีปากอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว นัยน์ตาคู่สวยทอประกายท้าทายในตอนที่ยกนิ้วขึ้นเกลี่ยตรงมุมปาก “...ไม่เห็นจะหวานเลย โกหกนี่”

พีทนิ่งค้างไปสักพักก่อนใบหูจะขึ้นสีแดงเข้ม...เขินอีกแล้ว~

ฮานะกลั้นขำเมื่อเห็นว่าเรียวคิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเพราะคงยังตั้งตัวไม่ทันที่ถูกขโมยจุ๊บ แต่ไม่ทันไรทั้งร่างก็ถูกเรี่ยวแรงที่มีมากกว่าดึงเข้าไปใกล้ ชั่ววินาทีริมฝีปากก็โดนอีกฝ่ายประกบจูบเอาไว้แนบแน่น มือใหญ่ข้างหนึ่งโอบประคองเข้าหลังท้ายทอยในตอนที่ลิ้นสอดแทรกเข้าไปเก็บเกี่ยวภายในโพรงปากอุ่น

กลิ่นหอมของรสมิ้นต์เจือจางทำให้สมองพร่าเบลอ

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำดิ่งลงลึกความเจ็บแปลบก็แล่นเข้ามาโจมตีบริเวณแขนทำให้เด็กหนุ่มต้องผละออกก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดสภาพ

“พีท” ฮานะเรียกอย่างเป็นห่วง แต่พอเห็นว่าเจ้าตัวกำลังตีสีหน้ายุ่งก็ต้องระบายยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเอ็นดู “เจ็บมากไหม” เด็กหนุ่มไม่ตอบแต่กลับทำเพียงแค่คว้ามือเขาไปจับเอาไว้แน่น...พีทคงรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้

ก็น่าเห็นใจอยู่หรอกนะ...แต่รู้สึกเอ็นดูชะมัดเลย

“นี่” ฮานะเรียก “อย่างอแงสิ เดี๋ยวก็หายแล้ว” เขามองใบหน้าที่ดูจะหงุดหงิดด้วยความเห็นใจก่อนจะยกมือขึ้นลูบไปบนศีรษะของอีกฝ่ายและนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นคุณแม่ของพีทโทรมาหาแต่เขายังไม่ได้แจ้งอาการบาดเจ็บของพีทให้ท่านได้ทราบ “ตอนที่เธอหลับอยู่คุณแม่โทรมาหา ฉันยังไม่ได้บอกท่านว่าเธอได้รับอุบัติเหตุ...เพราะอยากให้เธอบอกท่านเองมากกว่า”

พีทหยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ไม่เป็นไรครับ...ผมไม่อยากให้แม่เป็นห่วง” เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่คิดที่จะบอกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“แต่...”

“ถ้าแม่รู้ก็คงจะเดินทางมาหาผมทันที...อีกอย่างยายก็ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล ผมไม่อยากให้แม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง” เด็กหนุ่มกระชับมือที่กอบกุมกันเอาไว้แน่น

“อืม...ฉันเข้าใจแล้ว” ฮานะยิ้มรับ เขาเข้าใจความรู้สึกของพีทดีว่าการที่ทำให้คนในครอบครัวต้องเป็นห่วงนั้นมันเป็นเรื่องน่าหนักใจแค่ไหน ยิ่งไม่ได้อยู่ใกล้กันด้วยแล้วทุกอย่างก็ยิ่งแย่ “นอนพักเถอะ” ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมถึงช่วงอกเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่พีทจะต้องพักผ่อน

“ฮานะ” เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกในตอนที่เขาก้มลงไปหา

“ว่าไง”

“ขอบคุณนะครับ”

“อืม” รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นหลังจากที่สัมผัสนุ่มหยุ่นกดจูบลงไปบนหน้าผาก “นอนซะ...เด็กดี”

_______________________________

อเล็กซ์ไม่น่าจะใช่บัวใต้โคลนแล้วค่ะ นังนี่มันบัวใต้ชั้นคอนกรีตถมทับด้วยชั้นหินอีกที 

กู่ไม่กลับแล้ว!!! ฉันจะฉาปแก!!! 

เหลืออีกเพียงแค่ 4 ตอนเท่านั้นก็จะจบแล้วค่ะ > <

ฝากเม้นต์และส่งกำลังใจให้น้องพีทได้ทาง #ดอกไม้ของพีท ด้วยนะคะ <3

ขอบอกเลยว่าไม่อยากให้พลาดรอบพรีออเดอร์ Boxset Scentproject จริงๆค่ะ เพราะของแถมดีมากกก

แล้วก็ตอนพิเศษในแต่ละเล่มนั้นจุใจมากๆเลยค่ะ

มารับหนุ่มๆไปอยู่ด้วยกันนะคะะะ > < 

**เพิ่มเติม** 

 

 

 

 

 

 

 

นี่คือหน้าตาของตัวคาราบิเนอร์หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญในการปีนผาจำลองค่ะ

ซึ่งโดยปกติในความจริงแล้วเปอร์เซ็นต์ที่จะสามารถเกิดอุบัติเหตุได้นั้นมีน้อยมากเพราะทางเจ้าหน้าที่จะทำการรีเช็กอุปกรณ์ก่อนขึ้นทุกครั้ง ฉะนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพลาด ยกเว้นก็แต่เป็นอุบัติเหตุที่สุดวิสัยจริงๆค่ะ 

ความคิดเห็น