ฃัณฑภัฅฆ์/ ภัคมินทร์

ถ้าถูกใจก็อย่าลืมเม้นท์ ให้โหวตกันบ้างนะคะ เม้นท์คือกำลังใจที่ดีที่สุดจากนักอ่านเนาะ รักนักอ่านทุกคน จุ้บๆ

ขย่มรักครั้งที่3

ชื่อตอน : ขย่มรักครั้งที่3

คำค้น : ดราม่า เศร้า ฝาแฝด ข้อตกลง บาสเตียน ลูเซียน ใบชา ขย่มรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.2k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2558 16:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขย่มรักครั้งที่3
แบบอักษร

ขย่มรักครั้งที่3

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/208164/1043460261-member.jpg

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/208164/1526680200-member.jpg

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/208164/2080505549-member.jpg

 

 

เคร้ง...

 

 

 

เสียงของตกจากด้านหลังทำให้คนทั้งคู่ถึงกับนิ่งราวกับถูกสาปไปทันที ใบชาที่บังเอิญเข้ามาได้ยินประโยคนั้นพอดี หัวใจของเธอมันกระตุกวูบราวกับถูกใครบางคนกระชากแล้วนำมาย่ำยีเล่นๆตรงหน้า รู้สึกได้เลยว่าเบ้าตามันร้อนเสียจนต้องยกมือขึ้นมาพัดเพื่อไล่ความรู้สึกนั่น

 

 

 

เมียฉัน?

 

 

บางทีเธอก็อยากให้หูตัวเองฝาดนะ ทว่าสิ่งที่ได้ยินไปมันกลับชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี เมื่อบวกกับท่าทีราวกับโดนเปิดเผยความลับของคนทั้งคู่มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดขึ้นไปอีก

 

 

ทั้งๆที่เมื่อกี๊เธอตั้งใจจะไปปรับอารมณ์ของตัวเองใหม่แล้วแท้ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อกลับมาจะได้ยินประโยคทำให้เธอช๊อคมากขนาดนี้

 

 

“ฮึก ที่ฉันได้ยินเมื่อกี๊มันไม่จริงใช่ไหมคะ” เธอข่มความรู้สึกของตัวเองไว้แล้วตามไปตรงๆ ลูเซียนละแขนที่กอดเข้าหากันออกแล้วหันหน้ามามองเธอด้วยแววตาบางอย่างที่เธอเองก็เดาไม่ออก

 

 

“ชา...” บาสเตียนเรียกเธอเบาๆ ใบหน้าที่เผือดสีของเขามันทำให้เธอยิ่งเจ็บปวดใจ

 

 

“บาส...”

 

 

“ละครน้ำเน่ารึไง” ลูเซียนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสั่นไหว แม้จะใช้คำพูดที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิงก็ตาม

 

 

“เมียฉันที่ว่าคุณหมายถึงใคร...”

 

 

 

บ่อยครั้งที่มีคนบอกว่าเธอนั้นดูไม่ค่อยสนใจโลก หรือให้อภัยกับความผิดพลาดทุกอย่างง่ายเกินไป แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าที่เธอทำไปทั้งหมดนั้นมันก็เพื่อรักษามิตรภาพนั้นไว้ ไม่ว่าจะมีปัญหากับใครเธอก็เลือกจะเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ตลอด ทั้งๆที่สมัยเรียนเธอเองก็เป็นคนที่แข็งกร้าวไม่แพ้ใคร

 

 

เธอเป็นตัวของตัวเองมาโดยตลอด ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าความทรงจำบางส่วนมันหายไป เพราะความรู้สึกขาดๆหายๆในใจนี่มันเป็นตัวบอกเธอได้อย่างดี เธอพยายามยุติปัญหาทุกอย่างและทำใจให้เย็นตั้งแต่แต่งงานมา

 

 

คำบอกเล่าของพ่อแม่ก่อนจะจากไปมันทำให้เธอค้นพบว่าการใช้ชีวิตคู่นั้นมันไม่สามารถเอาอารมณ์เป็นหลักได้ เช่นเดียวกับเวลาที่ใช้วัดความรักไม่ได้ เพราะเป็นเช่นนั้นเธอถึงได้ตกลงปลงใจแต่งงานกับบาสเตียนทันทีที่เรียนจบ ในตอนนั้นเธออายุเพียง21ปี และได้ริเริ่มสร้างคลินิกตามสายการเรียนรู้ที่ศึกษามา ใช่...เธอสามารถจบแพทย์ด้วยเวลาแค่ไม่กี่ปีจากความพยายามของเธอเอง เธอกล้าเสี่ยงกับทุกอย่างเพราะเธอมั่นใจว่าเขาสามารถดูแลเธอได้

 

 

 

จนกระทั่งเขาพาเธอมาที่ลาสเวกัสเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอเริ่มลืมความเจ็บปวดของการเสียครอบครัวไป แต่เพราะงานคาสิโนมันเสี่ยง เธอเลยรู้ว่าเขาต้องการให้เธอมาอยู่ที่บ้านของพี่ชายที่เป็นมาเฟียเพื่อซ่อนจากอันตรายในวงการธุรกิจ การอยู่กับลูเซียน แมคคาไลน์ในระยะแรกมันก็ไม่ได้แย่อะไรนัก แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เธอก็รู้ว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ แต่เพราะไม่อยากมีปัญหาเธอเลยก้มหน้าก้มตาทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร แม้บางครั้งจะแอบหวาดกลัวกับการกระทำของเขาไม่น้อย

 

 

เธอเลือกจะตัดปัญหาเหล่านั้นด้วยการเมินเฉย...

 

 

 

เธอจะกลัวอะไรล่ะ ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนที่เป็นคนแรกของเธอก็ยังเป็นคนรักของเธอแบบบาสเตียนอยู่ดี

 

 

 

มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถแยกสองคนนี้ออกเพราะความเหมือนกันในทุกๆด้านแบบนี้ แต่เธอกลับสามารถแยกพวกเขาออกอย่างแม่นยำ เพราะความรู้สึกของตัวเอง

 

 

แต่ในตอนนี้ความมั่นใจมันเริ่มสั่นคลอน

 

 

“ว่ายังไงล่ะคะ ที่คุณพูดมันหมายความว่ายังไง!

 

 

 

“มันก็หมายความว่า..”

 

 

 

“อย่าพูดออกไปนะ!!!!” จู่ๆคนที่เงียบมาตลอดแบบบาสเตียนก็ตวาดขึ้นกลางวง นัยน์ตาสีอ่อนนั่นมองไปที่พี่ชายสลับกับคนร่างบางของใบชาด้วยสายตาเจ็บปวด “อย่าพูดออกไป...”

 

 

“บาส...” เธอมองใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

“ขอร้องล่ะ...” เขาทำไม่ได้จริงๆ เขาถอนตัวจากใบชาไม่ได้จริงๆ ยิ่งคิดว่าต่อจากนี้ไปเขาจะไม่มีสิทธิ์เขาก็ยิ่งทนไม่ได้ เธอเป็นภรรยาของเขาแล้วนะ ทำไมเขาต้องเสียเธอให้พี่ด้วยล่ะ

 

 

ความคิดด้านมืดมันเริ่มโต้แย้งอีกครั้ง หลังจากที่ในตอนแรกนั้นเขาสามารถทำใจได้บ้างแล้ว แต่พอเห็นหน้าของเธอ ความพยายามนั้นก็ไร้ความหมายทันที ลูเซียนมองสีหน้าของน้องชายแล้วต้องกัดฟันกรอด แล้วข่มใจให้นิ่งลง ท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของใบชา

 

 

“อย่าพูดได้ไหม...”

 

 

 

“บอกแล้วไง ว่าอย่าขอในสิ่งที่ไม่เคยให้คนอื่น”

 

 

“ผมขอร้อง...”

 

 

 

“ทำไมฉันต้องฟังนายด้วยล่ะ บาสเตียน” ลูเซียนยกยิ้มร้ายกาจขึ้นมา ในที่สุดโอกาสที่เขารอคอยก็มาถึงแล้วสินะ ไม่คิดเลยว่าใบชาจะมาได้ยินประโยคนี้พอดี เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเธอเกิดรู้ความจริงของเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น “ในเมื่อฉันยังไม่เคยได้รับสิ่งนั้นจากนายเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

 

 

เขาจะไม่ยอมเจ็บอยู่คนเดียวแน่!

 

 

“อยากรู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใบชา” เสียงของลูเซียนทำให้ใบชาต้องละสายตาจากคนรักหันไปเขาทันที

 

 

“คุณจะเล่าใช่ไหม?”

 

 

“แน่นอนอยู่แล้ว...”

 

 

“ชา! อย่าไปฟังมันนะ” บาสเตียนพยายามเข้าไปดึงร่างบางให้ออกห่างจากพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อปืนสีดำเป็นประกายวาววาบนั่นเลื่อนมาจ่อที่หัวของเขาอีกครั้ง

 

 

 

แกร๊ก...

 

 

 

“แค่เรื่องความเลวที่แกทำไว้แค่นี้ จะให้เมียสุดที่รักรู้หน่อยไม่ได้รึไงล่ะ บาสเตียน” เขาดันปืนของตัวเองไปจ่อหัวน้องชายตัวเองด้วยรอยยิ้ม

 

 

“บาส!!!” ใบชามองภาพนั้นด้วยความตกใจเมื่อบาสเตียนถูกเอามัจจุราชนั่นจ่อหัวเอาไว้

 

 

 

“เอาล่ะ เราควรหันหน้ามาคุยกันหน่อยใช่ไหม”

 

 

 

 

ปึง...

 

 

 

มือเรียวตบปืนตัวเองลงกับโต๊ะอาหารแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งในฝั่งตรงข้ามกับบาสเตียน ท่าทีนิ่งเฉยของคนตรงหน้ามันทำให้บาสเตียนอดรู้สึกเจ็บใจไม่ได้ มันจะพังแล้วเหรอ สิ่งที่เขาอุตส่าห์สร้างมานาน!

 

 

“ลูเซียน! พี่คิดจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหม” เขาตะโกนขัดขึ้นมากลางโต๊ะอย่างไม่อาจห้ามใจไหว เขายอมไม่ได้จริงๆที่จะให้เธอกลายไปเป็นของใคร ทั้งๆที่เขาลุงทุนไปขนาดนั้นแล้ว ทำไมแผนของเขามันถึงได้พังง่ายลงแบบนี้ล่ะ! เขาเดินเกมส์อะไรผิดงั้นเหรอ...

 

 

“บาสเตียน นั่งลงเถอะค่ะ” แววตาของใบชามันนิ่งเสียจนเขาเริ่มหวั่นใจ ท่าทีแบบนี้ของเธอไงที่ทำให้เขาพูดไม่ออก “ถ้าเราไม่หันหน้าคุยกัน เรื่องทุกอย่างมันคงไม่คลาย ถึงฉันจะรู้อะไรไป ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ของเราจะถูกคลอนนี่นา หรือว่าจริงๆแล้วคุณมีอะไรปิดบัง”

 

 

“ชา...”

 

 

“หึ ใจเด็ดมากสาวน้อย” ถึงเขาจะอายุเท่ากับบาสเตียนแต่เพราะเขาเป็นลูกชายคนโต อารมณ์แบบผู้ใหญ่เลยมีมากกว่า ซ้ำยังผ่านโลกมามากกว่าน้องชายที่ถูกประคบประหงมจากครอบครัว แต่เพิ่งจะออกมาเผชิญโลกกว้างได้ไม่นานเท่าไหร่

 

 

คนแบบนี้ไม่มีทางเอาชนะเขาได้อยู่แล้ว นัยน์ตาสีอ่อนไม่ต่างกับหมาป่ากดลงมองน้องชายราวกับอีกฝ่ายเป็นศัตรู

 

 

 

“ที่ฉันพูดไปเมื่อกี๊ว่าเธอกับฉันเป็นคนรักกันมาก่อนนั่นเป็นเรื่องจริง”

 

 

 

“ไอ้เวรเอ๊ย...” เขามองท่าทีหัวเสียของบาสเตียนที่อยู่ไม่นิ่งหลังจากที่ความลับจะถูกเปิดเผยออกมา คนที่มีชนักติดหลังแบบหมอนี่ไม่กล้าทำอะไรหรอก เขารู้ดี ยิ่งตอนนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้วด้วย คนที่อารมณ์เด็กน้อยแบบหมอนี่น่ะ ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

 

 

“...” ร่างบางตรงหน้าเขายังคงนั่งนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่แววตากลับสื่อได้เป็นอย่างดีว่าเธอตกใจมากแค่ไหนกับเรื่องที่ได้ยิน

 

 

“และเธอกับฉันก็วางแผนจะแต่งงานกันตั้งแต่ที่เธอยังเรียนอยู่ด้วยซ้ำ”

 

 

“แต่ฉันกลับจำคุณไม่ได้เลยเนี่ยนะ” ใบชาแย้งขึ้นมาทันที ถ้าหากเธอเป็นคนรักกับเขาจริงอย่างน้อยเธอก็ควรมีความทรงจำอะไรกับเขาบ้างสิ แต่นี่เธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเสียเหลือเกิน

 

 

“เรื่องนี้น่ะ...เธอลองถามคนที่รักมากดูเอาสิ” เขาปรายตาไปมองฝาแฝดของตัวเองกัดปากตัวเองจนเป็นห้อเลือดอย่างสะใจ “ว่าเหนื่อยไหมที่ต้องพยายามแกล้งทำตัวเป็นคนอื่นน่ะ”

 

 

เอาสิบาสเตียน นายจะกลับกลอกเล่นมายากลอะไรอีกล่ะ!

 

 

“บาส..?”

 

 

 

“ตอบไปสิบาสเตียน” สายตาของลูเซียนมองมาที่เขานิ่งราวกับคาดหวัง ทำให้เขาต้องข่มความเจ็บปวดไว้ในส่วนลึกของหัวใจแล้วแสดงท่าทีในตรงกันข้ามทันที เขาก้มหน้าแล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดเรียกสติให้กลับมา พอกันที...เขาขอเลวแค่นี้ก็พอแล้ว!!

 

 

“ใช่.. มันเหนื่อยโคตรๆเลยล่ะครับการต้องมาแสดงสีหน้าเป็นคนดีแบบคุณน่ะ ลูเซียน” เสียงแหบเสน่ห์ที่เปล่งสำเนียงแปลกหูออกมาจากริมฝีปากที่เธอคุ้นเคยทำให้ใบชาถึงกับเบิกตากว้าง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั่นหรี่ลงน้อยๆมองคนตรงหน้า โดยที่ไม่คิดจะละไปจากหน้าสวยของใบชา “ตกใจใช่ไหมล่ะครับ ชา”

 

 

“บาส...” เธอมองสีหน้าที่ยกยิ้มร้ายให้เธออย่างไม่อย่างเชื่อสายตา เขากล้าแสดงท่าทีแบบนี้ได้อย่างธรรมชาติต่างจากปกติราวกับนี่คือตัวตนจริงๆของเขาอย่างนั้นแหละ

 

 

 

“ไม่เอาสิครับ ทำสีหน้าแบบนั้นผมนี่ยิ่งรู้สึกเศร้าใจจนต้องซับน้ำตาเลยแหละ นี่ผมต้องปลอบคุณหรือเปล่า” ลูเซียนมองท่าทีของน้องชายตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา หมอนี่...

 

 

คิดจะทำให้ใบชาเกลียดตัวเองงั้นเหรอ?

 

 

“นี่คือตัวตนของนายงั้นเหรอบาส” เสียงหวานนั้นสั่นจนคนที่แสดงบทร้ายกาจแบบเขาเผลอสะดุดไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกได้ว่าสิ่งควรทำคืออะไรจึงยกยิ้มให้ราวกับที่ผ่านมาไม่ได้รูสึกอะไรเลย

 

 

“คิดว่าไงล่ะครับ?” ยิ่งเขายิ้มแบบนั้นมันยิ่งทำให้เธอรับรู้ในตัวตนของเขามากขึ้น

 

 

“นายมาแต่งงานกับฉันทำไม”

 

 

“ทำไมน่ะเหรอ” เขาหัวเราะในคอ “หมั่นไส้ไงมีอะไรไหม ทั้งๆที่เป็นฝาแฝดกันแต่หมอนั่นกลับได้ผู้หญิงดีๆแบบคุณไปครอง ในขณะที่ผมต้องอยู่คนเดียว ผมเกลียดคุณที่เข้ามาแยกสัมพันธ์ฝาแฝดของเรา ผม-เกลียด-คุณ เหตุผลแค่นี้มันชัดพอหรือเปล่า”

 

 

“ไม่จริง...”

 

 

 

“เผื่อจะทำให้คุณสมองสว่างขึ้นบ้าง ก็ขอบอกความจริงอีกซักข้อแล้วกันผมเป็นคนส่งคนไปทำร้ายคุณจนความจำเสื่อมเองแหละ” บาสเตียนตัดสินใจตอบไปตามความจริง หลังจากที่ทบทวนเรื่องราวต่างๆในใจ เขาเลวมามากพอแล้วหรือยังนะ ถ้าเขาหยุดมันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นไหม? หลังจากนี้เขาจะได้กลับไปเป็นคนเดิมซักที บทคนดีน่ะมันไม่เข้ากับผู้ชายสารเลวแบบเขาเอาเสียเลย “เป็นไงครับ เซอร์ไพรซ์พอไหม?”

 

 

พอกันทีกับความหลอกหลวง...เขารู้ดีและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วล่ะว่าเขาสู้พี่ชายไม่ได้จริงๆ ไม่คิดเลยว่าลูเซียนจะเอาคืนเขาด้วยไม้นี้ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาได้บทเรียนมาซักข้อล่ะนะ

 

 

“ความทรงจำที่เป็นคนดีอะไรนั่นตอนสมัยเรียนนั่นไม่ใช่ผมหรอกครับ ถึงคุณจะหลอกตัวเองซักแค่ไหนแต่ก็รู้ดีใช่ไหมล่ะครับ ว่าผมมันไม่ใช่คนเดียวกับคนในความทรงจำของคุณน่ะ” ใช่...เขาพูดได้ถูกทุกประการเลยล่ะ แม้เธอจะอยู่กับบาสเตียน และเห็นเขาเป็นคนดีมากแค่ไหน แต่ความรู้สึกจริงๆแล้ว เธอก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่

 

 

แต่ความจริงที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดแบบเขาพ่นออกมาทำให้ทั้งห้องตกในความเงียบทันที ใบชารู้สึกได้เลยว่าร่างกายมันหมดแรงจนแทบจะทรุดลงทั้งๆที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้

 

 

“คนที่คุณรักมาตลอดน่ะ...คือลูเซียน” ใบหน้าหล่อเหลานั่นเงยหน้าขึ้นไปมองพี่ชายของตัวเอง “คุณรักลูเซียนไม่ใช่ผมหรอก ใบชา”

 

 

น้ำตาหยดใสไหลออกจากดวงตาสีดำสนิทของใบชาทันทีที่ได้ยินสิ่งนั้น หมายความว่ายังไงกันน่ะ...เธอรักบาสเตียนไม่ใช่รึไง ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ล่ะ

 

 

“ผมเหนื่อยเต็มทีแล้วที่จะต้องทำตัวเป็นคนดีเหมือนกับหมอนั่น” ดวงตาสีเดียวกันจ้องกันนิ่งราวกับกำลังลองเชิงซึ่งกันและกัน ท่ามกลางคนที่สับสนแบบใบชา ยอมรับว่าบาสเตียนเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องพูดสิ่งนั้นออกมา แต่เพราะรักเธอมากเขาจึงเลือกเลิกปิดบังความลับนั้น

 

 

“ฮึก...” มือบางยกปิดปากตัวเองเพื่อกลบเสียงของตัวเอง โดยไม่ลืมปาดน้ำตาไปด้วย

 

 

“ผมเป็นคนพรากคุณมาจากลูเซียนเอง ผมทำเพื่อเกมส์เท่านั้นแหละ ความจริงอีกข้อก็คือผมไม่เคยรักคุณ” ทั้งๆพูดไปแบบนั้น แต่ก็รู้ดีว่าสิ่งที่พูดไปนั้นมันตรงข้ามกับความจริงมากแค่ไหน เขาเริ่มรู้สึกว่าหน้าของตัวเองเริ่มเปียกไปด้วยของเหลวบางอย่าง เมื่อลองแตะดูถึงได้รู้ว่า

 

 

มันคือน้ำตา

 

 

“บาสเตียน” ลูเซียนเรียกชื่อน้องตัวเองเบาๆ ความรู้สึกใจหายมันวิ่งเข้ากระแทกใจของเขาทันทีที่เห็นน้ำตาของน้องแท้ๆ

 

 

 

ครืด...

 

 

 

“ถ้านาย ฮึก ไม่ได้รักฉันแล้วนายจะร้องไห้ทำไม” เสียงสั่นเครือของเธอยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด เธอเลื่อนเก้าอี้ขึ้นแล้วยืนเต็มความสูงมองคนตรงหน้า ลูเซียนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกปวดร้าวไม่ต่างกัน เขาหลับตาเพื่อหนีจากภาพตรงหน้า ทว่าเสียงที่ยังรบกวนโสตประสาทมันกลับทำให้หัวใจของเขาเริ่มบีบคั้นขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

“ผมบอกไปแล้วไงว่าผมไม่ได้รักคุณ!!!” บาสเตียนตะโกนใส่ใบชาเสียงดัง ทั้งที่ยังห้ามน้ำตาไม่ได้ “ผมแค่อยากชนะพี่เท่านั้น คุณได้ยินไหม ว่ามันก็แค่เกมส์น่ะ! ผมเกลียดคุณ...”

 

 

 

เพียะ!!!

 

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาของบาสเตียนหันไปตามแรงฟาดของคนตรงหน้าทันที ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นไปทั่วหน้า รสชาติฝาดเค็มของเลือดที่อยู่ในปากทำให้เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อเบือนหน้ากลับไปมองเจ้าของมือเขาก็ยิ่งเจ็บปวดขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อพบว่าเธอเองก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน

 

 

 

 

แหมะ...

 

 

 

มันไหลออกมาจนได้สินะ

 

 

ลูเซียนเบือนหน้าหนีไปอีกทาง น้ำตาหยดแรกมันเริ่มร่วงลงมาคลอใบหน้าคมช้าๆ แต่เขาเลิกจะเก็บมันไว้ภายใต้ความเจ็บปวด นิ้วเรียวปาดน้ำตานั่นออกก่อนที่สองคนนั้นจะหันมาเห็น

 

 

“เกลียดฉันงั้นเหรอ?” เธอทวนคำนั้นเบาๆ แล้วหัวเราะในคออย่างสมเพชตัวเอง ภาพตรงหน้าเริ่มเข้าซ้อนด้วยกันจนเธอเริ่มปวดหัวจี๊ดๆ ก่อนที่ภาพตรงหน้ามันจะเบลอจนเผลอเซ

 

 

 

หมั่บ...

 

 

 

บาสเตียนรับร่างของใบชาที่จู่ๆเซคล้ายกับคนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว เธอก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ กว่าจะรู้สึกตัวมือบางก็ฟาดลงเต็มหน้าของเขาเต็มแรง

 

 

“งั้นก็เกลียดให้พอใจซะ...”

 

 

 

เพียะ!!

 

 

 

“นี่สำหรับที่นายทำให้ฉันสมองเสื่อม”

 

 

 

เพียะ!!

 

 

 

“นี่สำหรับที่นายกล้าทำให้ฉันแตกแยก”

 

 

 

เพียะ!!

 

 

 

“และนี่สำหรับคำหลอกลวงของนาย!!!

 

 

 

 

ปัง!!!

 

 

 

ไวกว่าสิ่งใด ทั้งห้องตกในความเงียบทันที เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ลูเซียนหันหน้ามองอย่างไม่จะเชื่อสายตา

 

 

 

“บาสเตียน!!!” เขาวิ่งเข้าไปหาน้องชายของตัวเองอย่างเป็นห่วง “ชา... เธอทำบ้าอะไร”

 

 

“ทำไมไม่ยิงให้โดนผมล่ะ” ลูเซียนมองพื้นกระเบื้องที่แตกเป็นรอยร้าว แล้วหันกลับไปมองหน้าน้องชายของตัวเองที่มุมปากช้ำและมีเลือดซึมออกมา

 

 

“ใบชา...” แววตาที่เขาคุ้นเคยนั่นทำให้ลูเซียนเรียกชื่อของคนตรงหน้าเบาๆ “เธอกลับมาแล้วงั้นเหรอ”

 

 

“กลับมาแล้วล่ะ...” ความอ่อนโยนนั่นกับแววตาที่มีชีวิตชีวานั่นกลับมาแล้วแต่กลับอาบไปด้วยน้ำตา ตอกย้ำว่าความทรงจำของเธอในตอนนี้ได้กลับมาครบแล้วจริงๆ “กลับมาตั้งแต่ที่ได้ตบหน้าคนสารเลวแบบนายไง เสียแรงที่ฉันไว้ใจนายมากกว่าใคร บาสเตียน”

 

 

“หึ...ต่อให้ความทรงจำคุณกลับมาแล้วมันจะยังไงงั้นเหรอ” บาสเตียนยกยิ้มร้ายเช่นเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา “จะทำอะไรผมงั้นเหรอ ใบชา แมคคาไลน์?”

 

 

          “...”

 

 

 

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับพี่ ของชิ้นนี้ผมใช้จนเบื่อแล้ว พรุ่งนี้ผมจะพาผู้หญิงที่พี่รักนักรักหนาไปหย่า...”

 

 

 

แปะ...

 

 

 

คำพูดทุกอย่างหยุดลงทันทีที่มือแกร่งของพี่ชายถูกวางบนหัวของเขาเบาๆ สัมผัสอ่อนโยนนั่นทำให้บาสเตียนถึงกับนิ่งราวกับถูกสาปทันที

 

 

“ไม่ต้องแล้วล่ะบาสเตียน...” ลูเซียนมองหน้าของน้องชายแล้วคลี่ยิ้มบางๆ มันไม่ใช่รอยยิ้มร้ายกาจแบบที่เขาเคยเห็นอีกแล้ว มันอ่อนโยนราวกับพี่คนเดิมของเขากำลังจะกลับมา “ไม่ต้องพยายามทำอะไรที่มันฝืนใจตัวเองอีกแล้วล่ะ สิ่งที่นายคิดหยุดมันซะ”

 

 

“พี่...” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ

 

 

“ชา...” ลูเซียนเรียกผู้หญิงที่ยืนนิ่งตรงหน้าเขาโดยที่ในมือยังมีปืนกระบอกเดิมคืออยู่เบาๆ

 

 

 

“คะ?” มือบางพยายามปาดน้ำตาที่ไหลคลอหน้าให้ออก เธอจำได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นี่สินะ...สิ่งที่ขาดไปในชีวิตของเธอ ลูเซียนที่เธอลืมเขาไป และความทรงจำสุดท้ายเกี่ยวกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอแบบบาสเตียน

 

 

 

“เธอน่ะ รักบาสเตียนไปแล้วใช่ไหม”

 

 

“ฉันไม่..” ยิ่งเห็นหน้าของลูเซียนเธอก็ยิ่งรู้สึกแย่เหลือเกิน

 

 

“ใช่ไหม?!” เขากดเสียงถามเธออีกครั้ง

 

 

“พี่ครับ หยุดเถอะ...” บาสเตียนเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอึดอัดใจของใบชาจึงเอ่ยขัดขึ้น สมใจแล้วใช่ไหมล่ะบาสเตียน...เธอไม่ได้รักนายอีกแล้ว เสียงร้องตะโกนในใจทำให้เขาต้องก้มหน้ามองพื้นอย่างเจ็บปวด แค่ตอบว่ารักเขา เธอยังไม่กล้าพูดออกมาเลย “ผมไม่...”

 

 

“คนที่ขโมยเมียคนอื่นแบบนายน่ะเงียบไปเถอะ” ลูเซียนหันมาดุเขาเบาๆ จนเขาหุบปากฉับ เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรแล้วจึงลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับใบชา “คำตอบล่ะชา”

 

 

“...”

 

 

 

“แค่ตอบมาตรงๆก็พอ”

 

 

 

“ฉันขอโทษนะลูซ แต่ก็เหมือนที่นายว่านั่นแหละ... ฉันพลาดแล้วล่ะ” เธอยิ้มให้เขาบางๆอย่างที่ไม่เคยเป็น ทั้งๆที่เธอเด็กกว่าผมถึง4ปี แต่ในตอนนี้เธอกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่สาวของเขาก็ไม่ปาน

 

 

เดี๋ยวนะ... เมื่อกี๊ใบชาพูดว่าอะไรนะ?

 

 

“งั้นเหรอ...”

 

 

 

“แต่ฉันยังลืมนายไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ” เธอยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่ “ฉันนี่แย่เนอะ แย่มากๆ ฮึก...”

 

 

“ผมจะไปเอง...”

 

 

 

 

โป๊ก...

 

 

 

“ที่ฉันถามไม่ได้จะหาอาสาสมัครคนออกไปหรอกนะบาสเตียน” ลูเซียนมองหน้าเขาแล้วกระชากให้เขาลุกขึ้นยืน “ที่ฉันถามเพราะอยากทำอะไรบางอย่างให้แน่ใจต่างหากล่ะ”

 

 

“หมายความว่ายังไง” เขามองพี่ชายที่เดินไปยืนใกล้กับใบชาด้วยความไม่เข้าใจ ใบชาส่งปืนกระบอกนั้นไปให้ลูเซียนแล้วยิ้มให้เขาเหมือนเดิม

 

 

สวยจังเลยนะ...

 

 

ใบชาเนี่ย...

 

 

“อยากอยู่กับพวกเราไหมล่ะ?”

 

 

 

“เอ๊ะ/เอ๊ะ?” เขามองหน้าพี่ของตัวเองแบบเหวอๆ เช่นเดียวกับใบชาที่หันหน้าไปมองลูเซียนอย่างมีคำถาม

 

 

“อยากมาเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเราหรือเปล่า บาสเตียน?” ครอบครัวเดียวกับพี่งั้นเหรอ... เขามองไปที่ใบชาที่ยืนอยู่ใกล้พี่ชายของเขาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

 

 

 

“หมายความว่ายังไงครับ”

 

 

 

“เรื่องของนายกับชาน่ะฉันไม่คิดจะห้ามหรอก...” ลูเซียนหน้าไปกระซิบกระซาบอะไรกับใบชาเบาๆ ซึ่งเธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถ้านายไม่รังเกียจ...”

 

 

“ผมไม่มีทางรังเกียจหรอกครับ แต่ว่า...เอ่อ” เขาปรายตาไปมองผู้หญิงร่างเล็กแบบใบชาแล้วต้องทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ

 

 

“เรื่องบนเตียงสินะ” พี่ชายของเขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แค่นายตอบมาว่าอยากเป็นครอบครัวเดียวกับพี่และใบชาหรือเปล่า แค่นั้นพอ”

 

 

“...” จะดีจริงๆน่ะเหรอ ที่จะให้เขาไปแทรกกลางครอบครัวของพี่แบบนี้น่ะ บาสเตียนคิดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “แล้วครอบครัวของพี่...”

 

 

“คำตอบ?” ลูเซียนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

 

“ผมอยากเป็นครอบครัวเดียวกับพี่ครับ...”

 

 

 

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ” ลูเซียนยิ้มให้เขาน้อยๆ “ที่พี่ถามเพราะอยากจะให้นายกลับมาเป็นครอบครัวของพี่จริงๆ แล้วที่นายจะถามคือครอบครัวของพี่จะเป็นยังไงถ้ามีนายเข้ามาใช่ไหม”

 

 

“ครับ ผมกลัวว่า..”

 

 

 

“ถ้าเป็นนายน่ะพี่ไม่เคยคิดรังเกียจหรอกนะเพราะนายเป็นเหมือนคนๆเดียวกับพี่ไง ความเป็นฝาแฝดของเราน่ะนายก็รู้ดีนี่ว่ามันเป็นยังไง แต่ที่พี่โกรธคือนายคิดจะพาคนที่พี่รักไปจากพี่ต่างหาก...” สายตาของพี่ที่มองมามันทำให้เขายิ่งรู้สึกผิด ที่ผ่านมาเขาคิดร้ายกับพี่ชายของเขาได้ยังไงนะ ในขณะที่อีกคนรักเขามากขนาดนี้แต่เขากลับทำร้ายจิตใจของพี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

“ผมขอโทษครับพี่” เขาปรายตาไปมองร่างบางที่ยืนปาดน้ำตาใกล้พี่ชายแบบใบชาด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าขอโทษจากใจจริง ซึ่งเธอเองก็หันมายิ้มให้เขาคล้ายกับแสดงความยินดีด้วย “เพราะความเห็นแก่ตัวของผมเอง ผม...”

 

 

“ช่างเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว...ตอนนี้เราควรไปกันได้แล้ว” ลูเซียนผละจากใบชาเดินมากระซิบกับเขาเบาๆ แล้วกอดคอเข้าไว้แน่น

 

 

“ไปไหนครับ?” เขามองหน้าพี่ชายสลับกับใบชาแบบไม่เข้าใจจนพี่ชายต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

 

“ก็ไปทดลองไง เรื่องบนเตียงที่นายคิดน่ะ” ลูเซียนยักคิ้วหน่อยๆ

 

 

 

“หา?” เดี๋ยวนะ...นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่า เรื่องบนเตียงตอนนี้เนี่ยนะ?

 

 

“หรือว่าจะไม่ไป?”

 

 

“ไปครับ...” ให้ตายเถอะ เขากลายเป็นคนกร่างได้เฉพาะในความคิดตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย!!

 

 

“ชา...” ลูเซียนเรียกร่างบางเบาๆ ซึ่งเธอเองก็หันมาแต่โดยดี “ไหนๆวันนี้ครอบครัวเราก็กลับมาสุขสันต์เหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้น...”

 

 

“คะ?”

 

 

“ไปเตียงกันเถอะ!!!

 

 

“ไม่นะ!!

 

 

 

 

เธอคิดผิดใช่ไหมที่กลับมาคบกับครอบครัวแมคคาไลน์เนี่ย!

 

 

100%

 

 

*~ฃัณฑภัฅฆ์~*

*เชิญชวนมาต้มมาม่ากันอีกซักหน่อย!

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น