เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

87.2 ความเชื่อมั่นของนักมายากลน้อย

ชื่อตอน : 87.2 ความเชื่อมั่นของนักมายากลน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2562 13:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
87.2 ความเชื่อมั่นของนักมายากลน้อย
แบบอักษร

หลายชั่วโมงผ่านไป 

         หยดพิรุณร่วงหล่นโปรยปราย

         วิญญาณปักษามรณาโบยบินล่องลอยรอบอาคาร

         ซุ่มเสียงเปาะแปะ เปาะแปะดังเมื่อฝนสาดกระทบแผ่นกระจงมีฝาเกาะพร่ามัว

         โซฟีตื่นแล้ว นางนั่งกอดแคนดี้หลังพิงผนังลายวอลเปเปอร์เถาวัลย์เลื่อย เหนือศีรษะมีกระจงหน้าต่าง ด้านข้างไหล่ซ้ายมีโต๊ะเครื่องแป้งเก่าโบราณ ด้านข้างบไหล่ขวามีชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่า บนชั้นมีหนังสือมากมายจัดวางเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อย นักเชิดหุ่นน้อยนั่งเล่นตุ๊กตาแมวรอพวกฟางหรงตื่น นางว่างนัก เบื่อด้วย หากไม่ติดข้างนอกมีหมีปีศาจเฝ้ารอจับพวกนางกินลงท้อง โซฟีคงเปิดประตูแล้วกลิ้งไปเล่นในอาคารเพื่อหวังพบสมบัติบางอย่าง นางมิใช่นักล่าสมบัติ มิมีความกระหายอยากขุดดินด้วย นางรักสงบ และโซฟีอยากปลูกต้นไม้

         แม้นไม่มีความฝันใดให้พยายามไขว้คว้า กระนั้นเวลานี้นางควรคิดถึงมันแล้วหรือไม่

         “ว่างเนอะแคนดี้..”

         ว่างขนาดต้องคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยหรือ… โซฟีหลุบตาสีฟ้าใสราวหยาดน้ำค้าง นางไม่อยากให้ตัวเองว่างเลย เพราะว่างเมื่อไหร่นางชอบคิดเพ้อเจ้อ ถ้าไม่คิดเรื่องอดีต และปัจจุบันอันเลวร้าย นางก็มิรู้จักคิดเรื่องใดอีก อ่อ แอบคิดเรื่องแคนดี้บ่อยๆด้วย

         ตุ๊กตาแมวโดนเล่นแขนจะกลายเป็นขาแล้ว มันเสนอให้เจ้านายเล่นอย่างอื่นบ้าง

         “เล่นอะไร”

         โซฟีแผ่วถามเจ้าตุ๊กตาแมวเหมียว แคนดี้ตอบกลับด้วยเสียงละมุนอย่างที่นักเชิดหุ่นน้อยคิดว่านะ

         “วิ่งไล่จับ”

         ..

         .

         .

         โซฟียิ้ม และค้อนให้คู่หูน่าหมั้นไส้ เอ่อ ให้ข้าวิ่งไล่จับตัวเองหรือ!! นี่เอาฮาใช่ไหม

         แคนดี้ขอโต้ด งั้นเล่นเป็นคณะตลกดีหรือไม่

         “เงียบเถอะก่อนมันจะหนักกว่านี้”

         นักเชิดหุ่นน้อยหน้าดำทะมึนปานก้นหม้อ นางเกลียดแคนดี้ละ ความคิดมันนับว่าวันยิ่งหลุดขอบโลก

         บรรยากาศหนาวเย็น แม้นเมื่อครู่ยังอบอุ่นอุ่นไอพุง โซฟีแอบมองพวกฟางหรงด้วยสายตาขวยเขิน พวกนางสองสาวอ้วนนอนอิงแอบกอดเกี่ยวรัดพันกันบนเตียง แม้นไม่รู้ว่าพวกนางไปนอนบนนั้นอย่างไร กระนั้นโซฟีไม่อยากปลุกสองสาวอวบตอนนี้ รอให้พวกนางตื่นเองดีกว่า ทว่าหากนอนนานเกิน โซฟีขอสมบทคุณแม่ใจดี ยกถังน้ำแล้วสาดใส่ลูกสาวซุกซนให้ตื่นสะดุ้งจากความฝันหวานละไม ปลุกให้ตื่น สั่งลงมากินข้าว และไปช่วยคุณพ่อดำนาซะ

         โซฟีไม่เคยเจอคนนอนเก่งเช่นนี้เลยนะ นอกจากพี่สาว

         นักเชิดหุ่นน้อยมิรู้ตัวเลยว่าตัวเองนอนเก่งเช่นกัน

         “เฮ้อ..”

         รู้เช่นนี้นอนต่อดีกว่ากระมัง.. ทำไมโซฟีต้องตื่นก่อนพวกด้วยนะ ตื่นแล้วพบว่าเพื่อนยังหลับอยู่เนี่ย มันรู้สึกหนุบๆหนับๆใจจังเลย เอาเถอะ โซฟีถอนหายใจเบาๆ และโยกศีรษะตุ๊กตุ๋นตัวนุ่มนิ่ม โซฟีมองรอบห้องมิเจอสิ่งใดน่าสนใจนอกจากหนังสือบนชั้นข้างๆ นักเชิดหุ่นน้อยลุก และอุ้มแคนดี้ไปสำรวจดูชั้นหนังสือว่ามีหนังสือเล่มไหนน่าอ่านบ้าง บางทีเจ้าของห้องอาจซ่อนหนังสือโป๊ไว้ในชั้นก็ได้

         “จะเป็นไปได้อย่างไร”

         โซฟีขบขันความคิดบ้าๆครั้นอุ้งมือน้อยหยิบหนังสือบนชั้นลงมาพินิจ

         ปรากฏมันคือหนังสือโป๊…

         “….”

         “…”

         โซฟีเงียบ แคนดี้ก็เงียบ แล้วทั้งห้องพลันเงียบกริบปานป่าช้า

         แม่สาวน้อยทำทีเหมือนจักวางคืนที่เดิม แต่ก็ไม่ นางยอมรับว่าตัวเองมีความสนอกสนใจเนื้อหาด้านใน มองซ้ายสลับมองขวาแล้วพบว่าไม่มีใครแอบดูนาง โซฟีเปิดหนังสืออ่านอย่างระทึกขวัญ อ่านบทนำแล้วติดใจ ให้พลิกกระดาษอ่านเกือบครึ่งเล่ม “ว้าว” แคนดี้อ้าปากร้องตกใจ โซฟีเบิกตากว้าง แล้วหุบลง แล้วสีหน้าแตกตื่นอีกรอบ สีหน้าสับเปลี่ยนร้อยแปดแบบเลยแหละ แม้นส่วนมากจักร้อง อ่อ น่าสนใจ

         “อือ”

         ฟางหรงส่งเสียงครางคล้ายจักตื่น โซฟีสะดุ้งเฮือกรีบปิดหนังสือแล้วยัดใส่ท้องแคนดี้

         ไม่เก็บคืนที่เดิมนะ เพราะนางจักเอาไว้อ่านต่อวันหลัง

         “..ฟู่”

         สรุปแล้วรัชทายาทน้อยแค่ละเมอ นักเชิดหุ่นน้อยโล่งอก นางหันหน้ากลับมองสำรวจชั้นหนังสือ สืบเสาะหาหนังสือใหม่ที่มีเนื้อหาน่าสนใจอ่านฆ่าเวลา โซฟีมิใช่พวกหนอนหนังสือ นางกินหนังสือไม่เป็น กระนั้นหากมีหนังสือที่น่าอ่าน และเนื้อหาถูกใจโซฟี นางมิรีรอจักหยิบมัน และยกไปนอนอ่านบนเตียง ถ้าเนื้อหาไม่ล่อแหลมเกิน โซฟีอนุญาตให้แคนดี้อ่านด้วย บางครั้งนางสอนให้แคนดี้อ่านหนังสือ แต่มันขี้คร้านมาก ไม่อ่านไม่พอ ยังขอให้โซฟีอ่านให้มันฟังอีก น่าจับเอาหนังสือฟาดใส่ซะจริง  

         หลายครั้งที่โซฟีผล็อยหลับระหว่างอ่านหนังสือ ตื่นมาตอนเช้า น้ำลายก็เปื้อนหนังสือซะแล้ว… เพราะแคนดี้แท้ๆไม่ยอมปลุกนาง และดูดีๆมันน้ำลายตุ๊กตาแมวชัดๆ

         โซฟีไม่ยอมรับว่าตัวเองนอนน้ำลายไหลพอๆกับเรื่องฉี่รดที่นอน แคนดี้กลัดกลุ้มใจมาก  

         ช่างเรื่องสมัยโน่นเถอะ โซฟีบอกให้แคนดี้หยุดคิดซะเดี่ยวนี้

         นาง และเจ้าตุ๊กตาแมวน้อยช่วยกันเลือกหนังสือ และขณะเลือกไม่ถูกจักอ่านเล่มไหน บังเอิญหนังสือนิทานปริศนาอยากให้พวกโซฟีอ่าน มันเลยกระโดดลงจากชั้น ตกลงปัก กระแทงอัดหัวโซฟี โป๊ก!!!

         “อิไต..”เบาๆเหมือนเสียงเมรัย

         โซฟีโดนหนังสือนิทานทำร้ายเพราะอะไร นางทำอะไรผิดหรือ.. นักเชิดหุ่นน้อยโอดครวญในใจพลางยกอุ้งมือแคนดี้ถูๆลูบๆกลางหัวบริเวณที่โดนสันหนังสือปักเต็มๆ พลังโจมตีรุนแรพอๆกับเวลาเอานิ้วก้อยเท้าไปชนกับขาโต๊ะเลยง่ะ

         “หนังสืออะไรตีแรงจัง”

         ทรุดเข่า และใช้อุ้งมือแคนดี้หยิบหนังสือ โซฟีกลัวหนังสือกัดนางเหมือนที่เมื่อครู่มันลอบตกใส่หัวนาง นักฆ่าน้อยต้องระมัดระวังตัวก่อน เผื่อคุณหนังสือเป็นเพื่อนคุณหมีปีศาจ โซฟีกะพริบตาปริบๆปานลูกกวางกลัวหนังสือกัด นางค่อยๆลากหนังสือมาดู มันคือหนังสือนิทานเล่มสีดำราวเขม่าควันไฟ ปกมีชื่อหนังสือเขียนว่า “นักมายากลน้อยกับปีศาจนักล่าความฝัน” เขียนโดย..

         “อาเร๊ะ ชื่อผู้แต่งหนีไปแล้วหรือ”

         โซฟีพลิกหนังสือเพื่อหาชื่อคนเขียน ทว่านางหาไม่เจอ ปกติมันควรอยู่บนปกหนังสือนะ

         “หรือโดนฉีกเช่นนั้นหรือ”

         อุ้งมือน้อยลูบบริเวณขอบหนังสือที่มีรอยขาดส่วนหนึ่ง มั่นใจส่วนที่ขาดคือชื่อผู้แต่ง

         ไม่รู้เพราะเหตุใดมันจึงขาด กระนั้นมันช่างน่าสนใจเหลือเกิน โซฟีเก็บความสงสัยไว้ในใจลึกๆพลางลองพลิกกระดาษเพื่ออ่านเนื้อเรื่องนิทาน “มืดจัง” ภาพวาดแต่ละแผ่นวาดด้วยสีดำ ระบายด้วยสีดำ และขีดเส้นร่างรูปด้วยสีดำ ตัดเส้นด้วยสีขาวจางๆ แลมัวหมองราวจิตใจอันดำมืดของมนุษย์ และก้นมหาสมุทร โซฟีเห็นแล้วอึดอัด คิดว่ามิเหมาะให้เด็กน้อยอ่าน กระนั้นพอพลิกๆไล่อ่านทีละหน้าจักพบว่ามันค่อยๆปรากฏแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏแสงสีครีม สีขาวอ่อนๆราวแสงสว่างที่เริ่มปรากฏท่ามกลางความมืดมิด

         เรื่องราวของนักมายากลตัวน้อยในเมืองใหญ่ การแสดงที่มิมีใครมองนาง ยกเว้นเพียง..

“ปีศาจหรือ”

         และเมื่อมาถึงแผ่นกระดาษหน้าเกือบสุดท้าย โซฟีจับจ้องมองปีศาจร่างเงาดำราวถ่านไฟเก่า มันเอื้อนเอ่ยถามนักมายากาลน้อยด้วยเสียงเย็นยะเยือกราวคมเคียว

         “ท่ามกลางสังคมอันมืดมิด เจ้ายังเชื่อในความฝันอีกหรือ

         สังคมที่โจรแอบแฝงในคราบผู้ปรารถนาดี สังคมที่บอกว่าคนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ความจริงแล้วไม่มีใครมีความสุข ณ ดินแดนแห่งเราที่เปรียบประหนึ่งคำโกหก และชอบพิพากษาตัดสิน การปกครองที่ผู้ทรงอำนาจชี้นิ้วสั่งผู้ต้อยต่ำ ความยุติธรรมหมดสิ้นไม่เหลือซาก ความดีไม่หยั่งยืนเทียบเท่าความโสมมที่ออกข่าวทุกๆวัน คนฆ่ากันตายด้วยเรื่องเงินทอง บ้านเมืองพังพินาศมีลมควันพิษลอยเหนือฟ้ามรณะ ณ ยุคสมัยนี้ ณ กาลเพลานี้ น้อยนักคนเชื่อมั่นในความหวัง พวกเขาพร้อมกล่าวโทษ และว่าร้ายทุกสิ่งที่พวกเขาเห็นเพียงเปลือกนอก แต่ไม่เคยเห็นเนื้อแท้

         ฟังคนอื่น เชื่อคนอื่น ตัดสิน และโทษคนอื่น ไม่เคยเปิดใจ และยอมรับว่าที่สังคมมันพังพินาศก็เพราะตัวเอง

         นั้นคือความจริง..

         เมื่อมองความจริงเช่นนี้แล้ว นักมายากลน้อย “มาย” ยังเชื่อหรือไม่ว่าโลกใบนี้จักยอมรับคนเช่นนาง.. คนที่มัวเมา และหลงละเมอ วิ่งเล่นในทุ้งดอกไม้ ฝันเพียงว่าสักวันนั้นจะกลายเป็นจริง

         “…นักมายากลน้อย”

         โซฟีน้ำตาซึมเมื่อยินคำถาม และคำกล่าวเล่าที่บอกถึงสิ่งต่างๆในเมืองทินตินยามนี้ เมืองที่เป็นฉากหลังของนิทาน เมืองที่มายกำลังอาศัย เมืองที่กำลังพังทลาย และเน่าเฟะเกินกว่าจะมีพื้นที่ให้คนมีความฝัน

         นักเชิดหุ่นน้อยมิกล้าพลิกกระดาษเพื่ออ่านหน้าถัดไป กระนั้นแคนดี้จับมือโซฟี และบอกให้เจ้านายมิต้องกลัว แม้นตอนจบนิทานอาจไม่สวยหรูหราอย่างที่นิทานควรเป็น กระนั้นแคนดี้เชื่อนะ

         เชื่อว่าหากพวกเราจับมือกัน อนาคตภายภาคหน้านั้นจักต้องสวยงาม และมีค่า 

         แม้นโซฟีไม่มีความฝัน กระนั้นนางอยากรู้ว่าตอนจบเป็นเช่นไร

         คำตอบของมาย..

         เมื่อสาวน้อย และตุ๊กตาแมวหลับตา รวบรวมความกล้า และพลิกกระดาษ

         พรึ่บ

         …

         ..

         .

         นักมายากลนิ่งเงียบเมื่อยินคำถาม ฉับพลับนางยิ้ม และหมุนควงหมวกนักมายากลพลิ้ว และเอื้อนเอ่ยตอบคุณปีศาจ

         “หากข้าไม่เชื่อในความฝันของตัวเอง แล้วใครจักเชื่อมั่นในความฝันของข้าหรือ? มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ความฝันของข้าที่เรียกร้อง และผลักดันข้ามายืนตรงนี้ สอนให้ข้ารู้ว่ามันไม่ง่ายที่จักเชื่อมั่นในความฝันเหมือนอย่างที่หลายคนคิด ท่านพูดถูก สังคม โลก เมือง และผู้คนในที่แห่งนี้ไม่น่ารักเท่าไหร่นัก กระนั้นข้าเดาว่าในจิตใจ ในหัวใจของชาวเมืองทุกคนยังคงมีแสงสว่าง และความหวัง ชีวิตพวกเขาอาจไม่ต้องการข้า กระนั้นหากพวกเขาหลงทาง และต้องความช่วยเหลือ หากพวกเขาอยากเชื่อมั่นในความฝัน ข้าก็อยากบอกพวกเขาว่าข้ายังยืนตรงนี้ แม่สาวน้อยน่ากอดผู้นี้ยังเชื่อมั่นในความฝัน”

         จากผู้ช่วยนักมายากลตัวน้อยก้าวสู่นักมายากลผู้น่ารักน่าชัง..

         จากคนล้มเหลวกลายเป็นคนที่พร้อมยืนหยัดฟันฝ่าพายุ..

         จากสาวน้อยตัวน้อย…ที่ไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะยืนตรงนี้.. 

         “แล้วท่านปีศาจ ท่านยังเชื่อมั่นในความฝันของตัวท่านหรือไม่”

         นักมายากลเสกกระรอกจากหมวกวิเศษ เจ้าปีศาจนักล่าความฝันฟังถามที่ย้อนกลับมาถามตัวมันเอง…

         คำตอบของคุณปีศาจ..

         ขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย..

         “อ้าว คุณกระดาษแผ่นสุดท้ายถูกปลวกกินหรือ ไม่น่าใช่ แคนดี้ช่วยกันหาสิ”

         ปรากฏว่ากระดาษหน้าสุดท้ายหายง่ะ อาเร๊ะ โซฟีพลิกหนังสือ เขย่าๆ เคาะๆ สวดมนตร์อ้อนวอนต่อพี่สาว ก็ไม่ยักเจอหน้าสุดท้าย “งืมมมมมมม” มันจะค้างอย่างนี้มิได้นะ นักเชิดหุ่นน้อยอยากเอาแคนดี้ฟาดคนเขียนนิทาน มิใช่สิ “เหมือนโดนฉีก” เด็กบ้านไหนมือลื่นฉีกเนี่ย งืมมมม โซฟีแก้มป่อง แก้มแดงปานดอกท้อ นางหรี่ตามองหนังสือนิทาน เอาแล้วสิ

         “มีเล่มอื่นบนชั้นไหมน้า”

         งานนี้ต้องขุดหาแล้ว โซฟีกับแคนดี้ช่วยกันหาหนังสือนิทานเพื่อรู้ตอนจบว่าเจ้าปีศาจตอบกลับเช่นไร กระนั้นพลิกหาทั่วห้องแล้วไม่เจอสักเล่ม สงสัยหนังสือหายากกระมัง นักเชิดหุ่นน้อยหงุดหงิดเบาๆ นางทรุดเข่านั่งบนขอบเตียง และก้มลงมองหนังสือนิทานบนตัก แม้นเป็นเพียงนิทานสั้นๆ และดูไม่มีเนื้อเรื่องน่าสนเท่าไหร่นัก กระนั้นมันทำให้โซฟีนึก และรับรู้ความรู้สึกของกลุ่มคนที่ไล่ตามความฝัน

         คำตอบของนักมายากลน้อย…

         “มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงหรือ”

         โซฟีคิดว่ามันใช่นะ นักเชิดหุ่นน้อยยิ้มละมุนละไมพลางอุ้งมือลูบปกหนังสือเบาๆ ไม่นานหลังจากนั้นพวกฟางหรงตื่นจากนิทรา พร้อมสงสัยว่าทำไมพวกนางอยู่ในชุดวันเกิด  

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น