เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18/2 เหตุการณ์ไม่คาดคิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 18/2 เหตุการณ์ไม่คาดคิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2562 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18/2 เหตุการณ์ไม่คาดคิด
แบบอักษร

หญิงสาวรวบช้อนทำให้ชยากรเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ เขาจึงรีบถามขึ้น “อย่าบอกนะว่าคุณอิ่มแล้ว” 

“ก็ฉัน...” เธอนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะพูดใหม่ “บัวทานตั้งเยอะแล้ว แน่นไปหมดแล้วค่ะ อยากจะเข้าห้องน้ำ” 

ชยากรอมยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายยังแดงซ่านไม่หาย เขาจึงพยักหน้ารับรู้เบา ๆ 

พออีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้ ชายหนุ่มรีบดึงมือของเธอเอาไว้ทันที “บัว…” 

“ค่ะ” บัวบงกชพูดไม่เต็มเสียงนัก  

“อย่าไปนานนะ ผม…คิดถึง วันนี้คุณสวยจนหัวใจผมจะละลาย” นอกจากจะเป็นประโยคที่แสนหวานแล้ว เขายังลุกจากเก้าอี้ พร้อมกับฉวยโอกาสจูบภรรยาตัวเอง พอถอนจูบยังกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ “ชื่นใจที่สุด” 

คนที่ไม่เคยอ้อนเมียแม้จะเขอะเขินอยู่บ้าง แต่ทุกถ้อยคำมันออกมาจากหัวใจและความรู้สึกของเขาจริง ๆ  

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้อง เธอจึงเอ่ยกับเขาเบา ๆ “นี่คุณหัดอายเสียบ้าง คนอื่นมองกันใหญ่แล้วนะ” 

“จะอายทำไมครับ ผัวเมียจะจู๋จี๋กันนี่ครับ ดีเสียอีกคนอื่นจะได้อิจฉาผมที่มีเมียสวย” 

พอได้ยินแบบนั้นเธอรีบสลัดมือออกด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะตีที่ท่อนแขนเขาพร้อมกับเอ่ยโดยไม่กล้ามองหน้าของอีกฝ่าย “คนบ้า…” 

ชยากรกลั้นยิ้มและหัวเราะถูกใจ นับว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ หลังจากแต่งงานกันมาเพิ่งจะสวีทหวานกับภรรยาเป็นครั้งแรก ในช่วงเวลาแห่งความสุขทำให้เขาลืมมีนตราไปเสียสนิท พักหลังเขางานยุ่งและไม่ได้แวะไปหาเธอที่คอนโดเลย กอรปกับบิดาไม่สบายทำให้ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น แต่ทว่ามันกลับทำให้เขามีความสุขมากขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อบัวบงกชมันแน่ชัดขึ้นทุกวันและมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าได้พ่ายแพ้ต่อผู้หญิงที่เคยหยาบเกียรติว่าเธอหน้าเงินเสียแล้ว วันนี้ได้รักเธออย่างเต็มหัวใจ จึงอยากจะชดเชยในสิ่งที่เคยทำกับเธอเอาไว้ 

เขานั่งมองนาฬิกาอยู่หลายรอบและรู้สึกถึงความผิดปกติ แวบนั้นความห่วงใยปนกังวลเกิดขึ้นทันที ชยากรรีบลุกจากเก้าอี้และเดินไปที่ห้องน้ำหญิง พลันเจอเข้ากับคู่แข่งทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะทักทายและยังกระแอมเสียงดัง 

“ไม่เจอกันนาน นายสบายดีนะ” วิศรุตเอ่ยทักทาย 

“ก็ตามอัตภาพ” ชยากรตอบเสียงเรียบ 

แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่เจอวิศรุตที่นี่ แต่อยากตัดความรำคานจึงพยายามหาทางที่จะตัดบท ไม่อยากเอ่ยความยาวสาวความยืดให้เปลืองเวลาแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่รามือง่าย ๆ ยังหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน 

“เพิ่งจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้นักธุรกิจอย่างแกสวีทหวานก็เป็นด้วย” 

“ผัวเมียจะสวีทหวานกัน มันแปลกตรงไหน” 

“ป๊าว!” อีกฝ่ายร้องเสียงสูง มองอย่างไม่ละสายตาแถมยังเอ่ยต่ออย่างกวนประสาท “ปกติจะชอบกินของหวานนอกบ้านไม่ใช่เหรอ ว่าแต่เลิกกินจิ้มจุ๋มที่กองถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่วะ หรือว่ารสชาติมันเริ่มจืดชืดก็เลยหันมากินข้าวที่บ้านแทนหรือว่าเสืออย่างแกเริ่มสิ้นลายแล้ว”  

ทว่าชยากรกลับไม่สนใจคำพูดนั้น มันก็แค่คำครหาเท่านั้น ก่อนจะตอกกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“นายอยากพูดอะไรมันก็เรื่องของนาย” ชายหนุ่มสบตาคู่แข่งธุรกิจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ “สงสัยวันนี้คงเป็นคราวซวยของฉันที่เจอนายที่นี่” 

“ทำไงได้ละคนโสดอย่างฉัน จะหิ้วสาว ๆ มานอนคุยกี่คนก็ได้ โดยเฉพาะดาราหน้าใหม่แกะกล่อง รสเด็ดเป็นบ้าเลยว่ะ เบื่อเมื่อไหร่ค่อยคายทิ้ง” พูดจบวิศรุตก็เดินเฉียดไหล่ออกไปทันที  

วิศรุตมาทำอะไรที่นี่คนเดียว มันเป็นคำถามที่ดังก้องอยู่ในใจแต่สุดท้ายก็สลัดความคิดนั้นออก พอคิดอะไรขึ้นมาได้จึงยิ้มกว้างขึ้นทันทีและเดินไปยังห้องน้ำหญิงด้วยหัวใจพองโต ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย 

“พี่ถามว่ามาทำอะไรที่นี่” บัวบงกชเอ่ยเสียงสั่น 

สภาพของอีกฝ่ายดูโรยราอ่อนแรง เผ้าผมยุ่งเหยิงจนแทบดูไม่ได้ และไม่ได้ยินคำถามของผู้เป็นพี่สาวสักนิดแถมร่างกายยังเริ่มสั่น บัวบงกชเริ่มใจไม่ดี รู้สึกหงุดหงุดเมื่อเห็นสภาพของน้องสาว อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมภาวินีถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้  

“ภา…พี่ถามทำไมไม่ตอบ” 

เสียงของบัวบงกชดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไม่มีการตอบสนองของน้องสาวเธอชักโมโห แต่พอดึงสติกลับมาได้เห็นคนเดินเข้าห้องน้ำและมองภาวินีแปลก ๆ และนึกขึ้นได้ว่าภาวินีกำลังมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปท่าจะไม่ดีแน่ ๆ จึงลากน้องสาวออกไปอีกทางที่ลับตาคนที่สุด 

ชยากรเห็นแบบนั้นจึงรีบหลบและแอบมองอยู่เงียบ ๆ สภาพของภาวินีในตอนนี้เหมือนคนติดยาไม่มีผิด เหงื่อที่ซึมตามท่อนแขนของเธอ ท่าทางหวาดระแวง เนื่อตัวเริ่มสั่น คงหนีไม่พ้นสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้แน่ ๆ และแวบนั้นทำให้เขานึกถึงวิศรุตขึ้นมาทันที หรือดาราหน้าใหม่แกะกล่องอย่างที่วิศรุตกล่าวอ้างจะเป็นภาวินี คงไม่แปลกอะไรที่เพลย์บอยสายเปย์จะไม่รู้จักผู้หญิงที่เข้าวงการทุกคน ที่สำคัญล้วนแล้วแต่ผ่านมือมาแทบทุกคน 

“ภามีสติหน่อยสิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ไม่มีเสียงตอบรับของอีกฝ่ายเช่นเคยและบัวบงกชเริ่มทำอะไรไม่ถูก พยายามรวบรวมสติ หากปล่อยไว้แบบนี้ไม่เป็นผลดีนัก “ภา…ได้ยินพี่ไหม” 

เมื่อเห็นท่าไม่ดีชยากรจึงรีบเข้ามาช่วย “ผมว่ารีบพาน้องสาวคุณไปที่รถเถอะครับ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว” 

บัวบงกชพยักหน้าก่อนที่ชยากรจะอุ้มภาวินีไปที่รถของตัวเอง โดยที่เธอก็ตามไปติด ๆ ด้วยความเป็นกังวลเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้มาก่อน ไม่คิดว่าน้องสาวจะทำตัวเละเทะขนาดนี้ 

“บัวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวกันแน่” พอถึงรถเธอก็ถามอย่างร้อนรน 

“ก่อนที่คุณจะเจอกับน้องภา คุณเจอใครหรือเปล่า” ชยากรตอบไม่ตรงคำถาม 

“เปล่าค่ะ” เธอมองหน้าเขาเล็กน้อย “มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“เปล่าหรอก ผมแค่แปลกใจเฉย ๆ ว่าน้องภามาทำอะไรที่นี่คนเดียว เพราะอาการแบบนี้มันเป็นอาการของคนติดยา เป็นไปไม่ได้ที่จะมาคนเดียว” 

“อะไรนะคะ!”  

บัวบงกชร้องขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือด “ติดยางั้นหรือ” เธอทวนคำด้วยความรู้สึกโหวง ๆ  

ไม่คิดว่าน้องสาวจะเสียผู้เสียคนถึงขั้นพึ่งยาเสพติด แล้วใครกันเป็นผู้ชักนำให้ภาวินีเข้ามาอยู่ในวังวนนี้ จนตกเป็นทาสของมัน ตั้งแต่น้องสาวเข้าวงการบันเทิงเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าเส้นทางมายาเป็นเส้นทางที่ภาวินีใฝ่ฝันมานาน แต่ไม่คิดว่าจะหลงผิดจนทำร้ายตัวเอง  

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอกบัว”  

“ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้” 

“แต่มันเป็นไปแล้ว อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ครับ สังคมมายาหากหลงผิดไปนิดเดียวโอกาสที่จะพลาดก็มีสูง” 

“ปกติภารังเกียจเรื่องการติดยาจะตายไป แต่ทำไมถึงมาเสพเสียเอง ไม่รู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” 

เมื่อพูดถึงบิดาทำให้เธอสีหน้าไม่ดีนัก เพราะไม่อยากให้ท่านกังวลใจ ที่ผ่านมามีเรื่องให้ท่านเครียดมามากพออยู่แล้ว หากรู้เรื่องของภาวินียิ่งจะทำให้ท่านเครียดหนักกว่าเดิม เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ตอนนี้สมองของเธอตื้อไปหมด ไม่รู้จะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง และคงจะปิดท่านได้ไม่นาน 

 “อาการตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง ยังรักษาได้ทัน คุณอย่ากังวลใจไปเลย ท่านจะรู้หรือไม่รู้มันสำคัญแล้วละ ตอนนี้คุณต้องมีสติแล้วก็รีบพาน้องไปบำบัดก่อนที่จะแย่ไปมากกว่านี้” 

“แต่บัวห่วงความรู้สึกคุณพ่อ กลัวว่าท่านจะเครียด ที่ผ่านมาท่านก็เครียดมามากพอแล้ว” ประโยคสุดท้ายเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เธอตัดสินใจไม่ผิดที่แต่งงานกับผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ แม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่เธอได้ตอบแทนบุพการีและช่วยให้ครอบครัวผ่านวิกฤตนั้นไปได้ 

“อย่าคิดมากสิครับ คุณไม่ได้ตัวคนเดียวสักน้อย อย่างน้อยก็มีผมอยู่ข้าง ๆ เพียงแค่ขอให้เชื่อใจผมแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง บางทีคุณพ่อคุณอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้” 

“ตายจริง!” เธออุทานขึ้นเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “แล้วเรื่องที่โรงแรมคุณจัดการเรียบร้อยแล้วหรือคะ” 

“เรียบร้อยครับ ส่วนเรื่องรถของน้องภาผมให้กรกฎจัดการแล้วคุณไม่ต้องห่วง ตอนนี้ต้องรีบพาน้องสาวออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ผมให้กรกฎติดต่อหมอให้แล้ว รับรองไม่เป็นข่าว” 

“ขอบคุณนะคะ” ทุกอย่างมันมืดแปดด้านไปหมด หากไม่มีเขาก็ทำอะไรไม่ถูก 

ชยากรมองกระจกเล็กน้อย เห็นความห่วงใยของบัวบงกชที่มีต่อน้องสาวแล้วอดชื่นชมไม่ได้ เห็นเธอลูบเรือนผมของคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนตักแล้วทำให้เขามองเห็นอะไรหลาย ๆ ในตัวเธอไม่ได้   

“ในวงการมายามันเป็นค่านิยมไปแล้วครับ ถ้าหลงระเริงมัวเมา มันก็ยากที่จะถอนตัว ยิ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงก็ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น อีกอย่างนักข่าวก็จมูกไว เราควรป้องกันเรื่องนี้ ก่อนที่ข่าวจะรั่วไหลไปมากกว่านี้ น้องภาจะเสียชื่อเสียงเปล่า ๆ มันไม่คุ้มกัน” 

“ท่าทางคุณรู้ดีจังนะคะ” 

คราวนี้ชยากรนิ่งไปพักใหญ่ เรียกสติของเขาขึ้นมาได้ทันทีและรู้ความหมายในสิ่งที่บัวบงกชพูดดี พลันนึกถึงมีนตราขึ้นมาจนอยากจะตบปากตัวเอง นางเอกสาวที่มีชื่อเสียงและก็ยังเป็นคนที่เขาเคยคบหา ถึงตอนนี้แม้เขาจะไม่ได้แวะเวียนไปหาก็ใช่ว่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายลืมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้ 

“ผมก็แค่พูดตามประสบการณ์เท่านั้น แล้วก็เป็นห่วงน้องสาวคุณ” เขารีบแก้ต่างขึ้นมาทันที 

“แค่นั้นเองหรือคะ”  

ความหึงหวงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ไม่เคยทิ้งลายง่าย ๆ เธอจึงเจียมตัวเสมอว่าตัวเองอยู่กับเขาในฐานะอะไร ขืนทนอยู่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น นอกจากความชอกช้ำใจที่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียว  

“อย่าบอกนะว่าคุณกำลังหึงผมอยู่” ได้จังหวะเขารีบพูดแทรกขึ้นทันที  

“ทำไมฉันจะต้องหึงด้วยละ” 

ชายหนุ่มเหล่ตามองกระจกเล็กน้อย “พูดใหม่ซิ…คุณสัญญากับผมแล้วนะ” 

“ป่าวหึงสักหน่อย คุณจะทำอะไรมันก็เรื่องของคุณ บัวไม่สนใจอยู่แล้วในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของคุณ” สีหน้าของบัวบงกชเศร้าหมองเล็กน้อย โดยที่ชยากรไม่ทันสังเกตุ ความเจ็บปวดมันเกาะกินหัวใจเมื่อเขามีใครมากมายในชีวิต 

เขาจะมีใครสักกี่คน เธอก็ไม่สิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวนอกจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด! 

“เวลาที่คุณงอนน่ารักดีนะครับ” เขารีบผลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้ผมตั้งใจจะสวีทหวานกับคุณสักหน่อย แต่ไม่คิดจะเจอเหตุการณ์นี้ เอาไว้คราวหน้าผมจะแก้มือใหม่” เขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว 

พอถึงโรงพยาบาลก็มีทีมแพทย์และพยายามคอยดูแลภาวินีเป็นอย่างดี ในขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ แพทย์จึงอธิบายถึงแนวทางการรักษาเบื้องต้นเพื่อเตรียมตัวก่อนการรักษา บัวบงกชนั่งฟังรายละเอียดเงียบ ๆ ภายในใจยังกลัดกลุ้มไม่หายไม่รู้น้องสาวจะยอมรักษาหรือไม่ แต่ถึงขั้นนี้แล้วคงต้องใช้มาตรการบังคับเท่านั้น 

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของภาวินีดังขึ้นเธอหันมาสบตากับชยากรเล็กน้อย ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งแต่น้องสาวเข้าวงการเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะคิดว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่อยากไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว 

“ใครกันโทรมาดึกดื่นป่านนี้” บัวบงกชเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่โทรมา “เจ้มอนลี่” 

ชยากรสะดุ้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้ จึงได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นคนเดียวกับที่เขารู้จัก เพราะมอนลี่คือผู้จัดการส่วนตัวของมีนตรา คงจะไม่บังเอิญขนาดนั้นที่ทั้งสองจะมีผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกัน 

บัวบงกชกำลังจะอ้าปากพูดแต่ทว่าปลายสายกลับใส่มาเป็นชุด ๆ ชนิดทีเธอไม่มีโอกาสได้พูดเลย จนกระทั่งวางสาย ทำให้เธอรู้สึกใจไม่ดี เมื่อรู้ว่างานอีเว้นต์ที่ภาวินีรับไว้ไม่ได้ไปตามที่ตกลงพลอยทำให้เสียเครดิตไม่น้อยซึ่งผลที่ตามมาก็คือถูกผู้จัดการส่วนตัวโทรมาใส่เป็นชุดและอาจจะถูกถอดจากงานที่มีเข้ามา 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” เมื่อเห็นสีหน้าของภรรยา เขาจึงเอ่ยถามอย่างห่วงใย 

“งานอีเว้นต์ที่ภารับไว้วันนี้ไม่ได้ไปสักงาน ผู้จัดการส่วนตัวโทรมาโวยวาย” 

ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ พอนึกอะไรขึ้นมาได้เขาจึงเอ่ยขึ้น “ถ้างั้นคุณอยู่กับภาไปก่อนนะ เดี๋ยวผมมา” 

“คุณจะไปไหนคะ” 

“ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องรีบจัดการ…เดี๋ยวผมมา” พูดจบชยากรก็ออกจากห้องไปทันที  

ชายหนุ่มรีบโทรหาวราวุฒิทันที เมื่อรู้สึกตะหงิดใจหลายเรื่องและเชื่อว่ามอนลี่ต้องเป็นคนเดียวกันที่เขารู้จักแน่ และเรื่องที่ภาวินีติดยามีนตราต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้ เมื่อเพื่อนสนินไม่ยอมรับสายทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่น้อยแต่ทว่าก็ไม่ละความพยายามจนกระทั่งวราวุฒิรับสาย 

“ทำอะไรอยู่วะ ทำไมรับสายช้านักละ” เขาโวยขึ้นทีเมื่ออีกฝ่ายรับสาย 

“อะไรของแกไอ้กร พอรับสายก็โวยลั่น ฉันกำลังจอดรถอยู่ พอดีมาส่งเพื่อนที่คอนโด แกมีอะไรก็ว่ามา” 

“แกสืบให้ฉันด่วนว่าผู้จัดการของภาวินีเป็นใคร ได้เรื่องยังไงรีบโทรมาบอก” พูดจบชยากรก็ตัดสายทิ้งทันที 

“อะไรของมันวะ” วราวุฒิส่ายหัวไปมาในความร้อนใจของเพื่อนสนิท ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดไปที่หญิงสาวอีกคนที่เพื่อนได้เอ่ยถึงก่อนจะวางสาย เห็นมีนตราอยู่ที่นี่ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย แถมยังมีท่าทีแปลกๆ สัญชาตญาณของนักข่าวทำให้เขาตามเธอไปห่าง ๆ กระทั่งอีกฝ่ายหายเข้าไปในร้าน แต่ตามไปก็ไม่เจอดาราดังอย่างคงต้องปิดข่าวเรื่องคาว ๆ ไม่ให้ใคร วราวุฒิเอาเงินอุดปากพนักงานจนรู้เรื่องว่ามีนตรามาหาใครที่นี่  

“โชคดีของแกแล้วไอ้กรเอ๊ย ที่แต่งงานกับคุณบัว” พูดจบวราวุฒิก็เดินกลับไปที่ลานจอดรถก่อนจะขับออกไป ไม่คิดว่านางเอกที่วางตัวดีมีภาพลักษณ์สวยงามมาตลอดจะมาหาผู้ชายถึงที่ เพราะแบบนี้หรือเปล่านะเขาถึงพูดกันว่าผู้หญิงก็ร้ายผู้ชายก็เลวน่าจะเหมาะกับทั้งคู่ 

++อัพให้อ่านกันต่อค่ะ ชีวิตของภาวินีจะเป็นยังไงต่อฝากติดตามด้วยนะคะ สำหรับหนังสือวิวาห์เร่รัก สนพ.พิมพ์เผื่อเล็กน้อยสนใจทักได้เลยนะคะ ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการติดตามค่ะ++ 

ความคิดเห็น