Longhorn

สำหรับเรื่อง Fallen in love พี่ชินกับน้องรัก เป็นเรื่องที่สองต่อจาก พี่ฟินและน้องเวลานะคะ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านหลงมาหรือตั้งใจ longhorn ก็ดีใจค่ะ หวังว่าผู้อ่านจะมีความสุขเวลาอ่านนิยายของ longhorn นะคะ

ชื่อตอน : Chapter 5

คำค้น : หลงรัก ภานุ ดรีม phanu dream

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 182

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2562 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5
แบบอักษร

Chapter 5 

: longhorn  

 

 

 

“อยู่กับกูหน่อยสิ่” ดรีมชะงักก่อนจะทำหน้างง แต่ก็งงได้ไม่นานเมื่อเห็นสีหน้าของภานุวันนี้ดูเศร้ากว่าวันนั้น ทำให้ดรีมรู้สึกอึดอัดในใจมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก เลยขยับตัวให้ภานุเดินเข้ามาในห้อง ภานุยืนรอให้ดรีมเป็นคนเดินนำ คนตัวเล็กก็เดินนำภานุมานั่งที่โซฟา 

 

 

“นาย โอเคไหม” คำถามเดิม และคำถามเดียวกันกับที่เขาถามภานุไปวันนั้นนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถามไปแล้วจะโดนด่าไหม 

 

“…”ภานุไม่ตอบ แต่ส่ายหน้าไปมา ดรีมมองหน้าคมของภานุที่ทำหน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้เต็มที่ก็รู้สึกคันยุ๊บยิ๊บไปทั้งใจ เขาก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร ดรีมเม้มปากตัวเองหน่อยๆ ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ กับภานุ 

 

“…” แล้วดึงภานุเข้ามากอด คนตัวสูงชะงักไปนิดแต่ก็ไม่ได้ขืนตัวออกมา 

 

“ไม่เป็นไรนะ It’s ok, you can cry with me.” อยู่ๆ น้ำตาของภานุก็ไหลลงมาเสียดื้อๆ กับคำพูดของดรีม คนตัวใหญ่ขยับตัวนั่งดีๆ แล้วฝังหน้าลงไปกับไหล่เล็ก ความรู้สึกแปลกๆ ที่เข้ามาในใจกับความอบอุ่นของไหลบางๆ นี่ภานุไม่คิดว่าดรีมจะมีนั้นทำให้ภานุตัดสินใจกอดดรีมกลับไป 

 

ดรีมเองก็รับรู้ว่าภานุนั้นกำลังร้องไห้ เพราะเขาสัมผัสได้จากไหล่ของเขาที่เปียกๆ อยู่นี่ คนตัวเล็กขมวดคิ้วเป็นปมแล้วทำหน้าเครียดขึ้นมา มีความรักที่ไม่ดีแล้วก็เจ็บ เขาถึงอยากจะมีความรักที่ดีดีเป็นของตัวเองบ้างไง เพราะรู้ว่ามันเจ็บเจียนตายแค่ไหนเวลาที่ผิดหวัง ดรีมเลยพอจะเข้าใจอารมณ์ของภานุในตอนนี้ 

 

 

 

 

 

ภานุขยับยืดตัวขึ้นมานั่งดีๆ หลังจากปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหล่ลงมาเรื่อยๆ สักพัก มือเล็กยังคงลูบหลังเขาไปมาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ลูบแรงเหมือนตอนแรก 

 

“…” ก่อนจะสะตั้นไปนิด ‘มันหลับ’ ขนาดมันหลับมือมันยังขยับลูบหลังให้เขาได้ นึกในใจแล้วมองหน้าดรีมที่เอนหัวพิงโซฟาอย่างสำรวจ และขมวดคิ้วตัวเอง ดรีมเป็นผู้ชายที่หน้าหวานดีในความคิดเขา ดูบอบบาง ดูอ้อนแอ้นเหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียอีก ริมฝีปากแดงๆ ของเจ้าตัวกับจมูกที่โด่งหน่อยๆ รับกับใบหน้า ทำให้ใบหน้าขาวดูหน้ามองมากยิ่งขึ้น คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมา 

 

 

 

 

 

21.00 

 

ครืด~ ครืด~~ 

 

คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นเพราะแรงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า ก่อนจะขยี้ตาตัวเองอย่างงัวเงียแล้วล้วงมือถือออกมา 

 

“ฮัลโหล~” 

 

(“ดรีม! อยู่ไหนเนี่ยทำไมเสียงเป็นแบบนั้นอ่ะ อย่าบอกนะว่าพึ่งตื่น”) 

 

“พอตเตอร์ อ่าาโทษทีเราเผลอหลับอ่ะ” 

 

(“โธ่เอ้ยดรีม รีบมาคุ้มกันเราเดี๋ยวนี้เลยนะ โต๊ะข้างๆ จะข่มขืนเราอยู่แล้ว ว๊ากก!!”) 

 

“พอต!! โอเคๆ ทำใจดีดีไว้ก่อนนะ เราจะรีบไป” เสียงโวยวายในสายดังออกมาอีกและพอตเตอร์ก็ไม่ได้ตอบกลับ ดรีมเลยรีบวางสายแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะชะงัก ‘ไอ่ยักษ์’ 

 

“กลับไปแล้วหรอ” พูดพึมพำแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาภานุแต่ก็ไม่เจอ ดรีมเลยคว้ากุญแจห้องใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมานอกห้อง 

 

 

Dear_dream : นายกลับไปแล้วหรอ 

 

เดินไปพรางแชทไอจีไปถามภานุด้วยพราง เมื่อภานุไม่ได้ตอบกลับมาดรีมเลยไม่ได้ถามต่อและคิดว่าภานุคงกลับห้องไปแล้ว เขาเองก็จะไปร้านเหล้าที่นัดไว้กับเพื่อนเหมือนกัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนตัวสูงตื่นขึ้นมาแต่เช้าตามปกติโดยที่ไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก ขอบตาคล้ำลงไปนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนเขาเฮิร์ตจนนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าเสียใจหรือเจ็บใจที่โดนหลอกหรือผิดหวังหรืออะไรสักอย่างนั่นแหละเขาเองก็หาประเด็นไม่ได้ เอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่กางไว้บนเตียงมาปิดแล้วลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ เพื่อไปมหาวิทยาลัยในตอนเช้า 

 

 

 

เที่ยง 

 

ปุ ปุ ไหล่แกร่งสะท้านไปกับแรงตบให้กำลังใจจากเพื่อนรัก เอี้ยวหน้าตึงๆ มามองหน้าตัวการก่อนจะถลึงตาใส่  

 

“ฝ่ามือแห่งความรัก มันก็จะเจ็บแบบนี้แหละ” รักพูดออกมาด้วยท่าทีปกติ ตอนนี้เป็นเวลาเลิกคลาสและพักเที่ยงพอดี 

 

“ลองฝ่ามือแห่งความรักของกูบ้างไหม”  

 

“ไม่ได้ต้องเป็นของพี่ชินเท่านั้น” ภานุถอนหายใจก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ รักเองก็ถอนหายใจเหมือนกันเมื่อเห็นท่าทีของภานุ 

 

“ยังเฮิร์ตอยู่หรอวะ” รักถามแต่ภานุกลับส่ายหน้าไปมาทั้งที่ยังฟุบหน้าอยู่ อันที่จริงเขาก็ยังเจ็บอยู่นะ เขาถึงได้นิ่งงันแบบนี้ มันไม่อยากจะทำอะไร ไม่อยากจะรับรู้และรู้สึกอะไรอีกเลยจริงๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนของเขาคิดมากเกินไป เพราะเขาก็พอจะมีวิธีและสามารถจัดการกับอารมณ์ของเขาได้เหมือนกัน 

 

“กูเหนื่อยใจ” ภานุเลยตอบรักกลับไป 

 

“เหนื่อยใจกับเขา” 

 

“กับมึงเนี่ยแหละ!” 

 

“หึหึ ตอนเย็นไปกินข้าวกับกูปะ” แล้วภานุก็หันมามองหน้าเพื่อนตัวเองแบบคอแทบเคล็ด ปกติมันเคยชวนที่ไหนถ้าไปกับพี่ชินด้วยน่ะ เมื่อเห็นความหวังดีของเพื่อนภานุก็เลยพยักหน้ารับไป 

 

 

 

 

 

“ถ้าเขายังตามมารังควานพอตอีกก็บอกเรานะ” คนตัวเล็กยืนพูดอยู่กับเพื่อนตัวเองที่หน้าห้องเรียน สาเหตุเพราะเมื่อคืนพอตเตอร์โดนรุม (รุมปล้ำ) และตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว 

 

“ขอบใจนะดรีมถ้าไม่ได้ดรีมช่วยไล่คนพวกนั้นให้เรา เราคงแย่แน่ๆ” ดรีมหัวเราะขำกับท่าทางขนลุกของพอตเตอร์ พอตเตอร์น่ะตัวใหญ่นะแต่ใจของพอตเตอร์น่ะเล็กมากเลย 

 

“งั้น เรากลับก่อนนะ” ดรีมบอกเพื่อนตัวเองแล้วหันหลังเดินออกมาเมื่อพอตเตอร์ยิ้มให้ เขาตั้งใจจะไปซื้อข้าวก่อนแล้วกลับขึ้นห้องเลยเพราะเขาก็มีงานที่จะต้องเคลียร์ส่งอาจารย์ให้ทัน 

 

 

 

 

21.00 

 

Phanu เออกูกลับมาแล้ว 

 

ดรีมที่นั่งบนพื้นและกำลังตัดต่อวิดีโออยู่ตรงโต๊ะหน้าทีวีก็เลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความจากโทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือน ก่อนจะหยิบมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากภานุที่ตอบเขากลับมา ‘เขาถามไปตั้งแต่เมื่อวาน’ 

 

Dear_dream พรุ่งนี้ค่อยตอบก็ได้ เราไม่ถือ 

 

Phanu แล้วก็ไม่บอกกูจะได้ยกเลิกข้อความ 

 

Dear_dream ประสาทว่ะนาย ว่างๆ ไปหาหมอซะบ้าง 

 

Phanu กูมีเรื่องจะถาม 

 

ดรีมขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นข้อความภานุ มีเรื่องอะไรจะถามเขาอย่างนั้นหรือ ดรีมไม่ได้พิมพ์ตอบกลับไปแต่รอภานุพิมพ์กลับมา 

 

Phanu เอาไลน์มึงมาดิ้ 

 

Dear_dream เรื่องอะไรล่ะ นายก็พิมพ์มาดิ่ 

 

Phanu กูขี้เกียจพิมพ์ เร็วๆ อย่าให้กูพิมพ์มาก 

 

“อะไรอ่ะ” พึมพำกับตัวเองแต่ก็พิมพ์ไอดีไลน์ส่งไปให้ภานุอยู่ดี คนตัวเล็กส่ายหน้าหน่อยๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงก่อนจะหันหน้ามาสนใจกับจอคอมของตัวเองที่ทำงานค้างไว้ 

 

 

 

22.30 

 

ครืด~ ครืด~  

 

แรงสั่นจากโทรศัพท์ของดรีมดังขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปคว้าแล้วกดรับสายเลยไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนโทรมาเพราะกำลังตั้งใจดูวิดีโอที่ตัวเองกำลังตัดต่ออยู่ 

 

“ฮัลโหลครับ” 

 

(“มึงพูดเพราะจังวะ กูจั๊กจี้หูอ่ะ”) ดรีมขมวดคิ้วฉับเอาโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออกมาดูก่อนจะตาโตเมื่อเห็นภานุโทรไลน์เข้ามาหาเขาที่รับแอดไปตั้งแต่ชั่วโมงครึ่งที่แล้ว 

 

“โทรมาทำไม! มีธุระอะไรไม่ทราบ!”  

 

(“ค่อยลื่นหูหน่อย”) 

 

“โรคจิตว่ะนาย” บ่นภานุไปดรีมก็ได้ยินเสียงภานุหัวเราะขำเขาด้วย นี่ไอ่ยักษ์มันคงเฮิร์ตจนบ้าไปแล้วจริงๆ แน่ๆ 

 

 

(“ดรีม”) ดรีมนิ่งไปนิดเมื่ออยู่ๆ ภานุก็หยุดขำแล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แถมจั๊กจี้หูขึ้นมาด้วยอาการยุ๊บๆ ยิ๊บๆ เกิดขึ้นทั่วร่างทันที 

 

“อ อะไร” 

 

(“…”) ภานุเงียบไป ดรีมเองก็รอคำตอบของภานุเหมือนกัน ก่อนจะงงกับตัวเองว่าแค่ภานุจะพูดทำไมเขาต้องลุ้นและตื่นเต้นขนาดนี้ด้วย 

 

(“มึงรู้เรื่องของเขามาตลอดเลยหรอวะ”) แล้วดรีมก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ภานุพูด เขาที่ภานุพูดนั้นหมายถึงคือใคร ก็คือเธอคนนั้นที่เป็นแฟนภานุนั่นไง 

 

“ป่าวอ่ะ พึ่งเห็นวันที่เราบอกนาย” 

 

(“อ่อ อืม”) เสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นทางฝ่ายภานุเหมือนกับการขยับตัว แต่ดรีมก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะหันหน้ากลับเข้าคอมตัวเอง 

 

 

สักแป็บ 

 

(“เปิดกล้องดิ้”) แทบจะหื้มเป็นเสียงสูงออกมา อะไรของภานุ จะกวนประสาทอะไรเขาอีก 

 

“เปิดทำไม มีอะไรก็รีบพูดมาเราจะทำงาน” 

 

(“บอกให้เปิดก็เปิดซิล่ะ เปิดเหอะนะ”) ภานุพูดสั่งในตอนแรกก่อนจะอ้อนวอนในตอนท้าย แต่ก็ทำเอาคนตัวเล็กไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน ‘นี่มันอะไรกันเนี่ย’ ดรีมเลยคว้าหูฟังมาใส่ก่อนจะเปิดกล้อง กระชับคอเสื้อตัวใหญ่ของตัวเองให้มันเข้าที่เพราะเมื่อกี้ไหล่มันตก แล้วขยับไปวางโทรศัพท์มือถือพิงกองหนังสือไว้ ภาพใบหน้ายุ่งๆ ของภานุปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอแล้วดรีมก็ทำหน้ามุ่ยทันที 

 

“เอาแต่ใจว่ะนาย” 

 

(“อยู่เป็นเพื่อนกูอ่านหนังสือหน่อย”) 

 

“ทำไม…” ‘โตเป็นคุณควายแล้วยังกลัวผีอีกหรือไง’ ยังไม่ได้ทันพูดไปจนจบดรีมก็โดนขัดขึ้นมาก่อน 

 

(“มึงก็จะได้กูอยู่เป็นเพื่อนมึงทำงานไง”) ดรีมขมวดคิ้วฉับทันทีถึงมันจะเมคเซนท์แต่ดรีมก็คิดว่ามันแปลกๆ มันทะแม่งๆ ไปหน่อยล่ะนะ 

 

“ใครเขาขอเถอะ” 

 

(“เถอะน่า ทำงานไปๆ กูจะอ่านหนังสือและ”) 

 

‘ก็ได้หรอวะนาย’ พึมพำออกมาเบาๆ แต่ดรีมก็ไม่ได้กดวางสายหรือว่าอะไรภานุต่อ ซึ่งภานุเองก็ได้ยินที่ดรีมบ่นเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ตาคมมองใบหน้าหวานภายใต้กรอบแว่นนิดๆ แล้วเสสายตามาอ่านเทคบุ๊คของเขาต่อ หลังจากกลับมาจากกินข้าวกับรักและพี่ชินแล้วพอได้อยู่คนเดียวอยู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีและไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่แต่พอเขาเปิดไอจีดูแล้วเห็นข้อความจากดรีมเขาก็รู้สึกตัวเบาๆ ขึ้นมา พอได้คุยได้หาเรื่องดรีมแล้วภานุก็ลืมเรื่องเครียดๆ ไปเลย สาเหตุที่ขอไลน์มาโทรหาก็เพราะไอ่แคระนี่มันทำให้หัวสมองเขาโล่งดีนี่แหละ 

 

 

 

“นาย” 

 

(“หืม”) 

 

“ดูอันนี้ให้เราหน่อยสิ่ นายว่ามันดูดีหรือยัง” ดรีมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วแพลนกล้องไปที่วิดีโอที่เขาพึ่งตัดต่อเสร็จไปเมื่อสักพักผ่านหน้าจอคอม หลังจากนั่งพิจารณาคนเดียวมาสักพักแล้วรู้สึกว่าต้องการคนวิจารณ์งานเขาเหลือเกินเพื่อความมั่นใจ ภานุเองก็ละสายตาจากหนังสือมาดูงานของดรีมเช่นกัน 

 

(“สวย”) เสียงทุ้มพึมพำออกมาแล้วดรีมก็พ่นลมออกมาทางปากอย่างโล่งอก ก่อนที่ความรู้สึกดีใจแบบแปลกๆ จะตามมา ‘ทำไมรู้สึกดีขนาดนนี้อ่ะ’  

 

(“มึงเรียนดิจิตอลหรอ”) 

 

“อื้ม ใช่” 

 

(“อ๋ออ ดีจัง”) ภานุพูดออกมาตามปกติทั้งที่ตายังมองหนังสือและไม่ได้มองหน้าดรีมแต่อย่างใด ดรีมกระพริบตาปริบๆ มองหน้าภานุที่ใส่แว่นทรงโบราณอันเท่าบ้านนิ่งๆ ความรู้สึกฟูๆ นุ่มๆ แบบนี้นี่มันคืออะไรกัน 

 

 

(“มึงทำงานเสร็จแล้วหรอ”) ภานุถามออกมาอีกด้วยน้ำเสียงปกติ 

 

“อ อื้อเสร็จแล้ว” 

 

(“มึงจะนอนเลยหรือป่าว”) 

 

“ไม่อ่ะ เราไม่รีบ” ตอบตามความจริงนั่นแหละปกติเขานอนนู่นไม่เที่ยงคืนก็ตีหนึ่งตีสอง แต่วันนี้งานเสร็จเร็วมันก็เลยยังไม่ถึงเวลานอนของเขา 

 

(“ปกตินอนดึกหรอ”) ดรีมเลิกคิ้วนิดๆ เมื่อภานุถามออกมาอีกแถมน้ำเสียงที่ถามออกมานั้นก็ไม่ได้กวนประสาทหรือหาเรื่องเขาแต่อย่างไร มันทุ้มและนุ่มแปลกๆ จนดรีมรู้สึกร้อนวาบๆ ขึ้นมาที่หน้า 

 

“ชะ ใช่” แล้วภานุก็พยักหน้ารับกับคำตอบของคนตัวเล็ก ดรีมยังคงเผลอมองเสี้ยวหน้าของภานุนิ่งๆ แน่นอนว่าภานุไม่ได้เงยหน้ามาตอบเขา ตาของภานุยังคงจดจ้องอยู่กับหนังสือ ดรีมก็ไม่รู้หรอกว่าภานุถือกล้องหรือวางโทรศัพท์ยังไงทำไมเขาถึงได้เห็นภานุทั้งหน้า แต่การที่ได้เห็นหน้าภานุในมุมแบบนี้มันทำให้ดรีมรู้สึกแปลกๆ รู้สึกนุ่มและฟูไปหมดอีกแล้ว 

 

 

 

 

——————————————— 

 

 

 

ทำไมถึงชวนเขาคุยได้เพลินขนาดนั้นอ่ะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น