เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 98 รางวัลจากเสาหิน

ชื่อตอน : บทที่ 98 รางวัลจากเสาหิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 225

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2562 00:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 98 รางวัลจากเสาหิน
แบบอักษร

ถังเฟยหู่ที่สวมใส่หน้ากากอาวุธจิตวิญญาณครึ่งใบหน้ากำลังขยับร่างกายทุกส่วนของตนด้วยความยากลำบากเพื่อปีนป่ายขึ้นไปด้านบนของเสาหินโบราณ แต่ด้วยขนาดอันใหญ่โตของมันกลับทำให้เขารู้สึกราวกับตนไม่สามารถมองเห็นจุดหมายปลายทางได้เลยแม้แต่น้อย 

             และยิ่งเขาขึ้นไปสูงเท่าไหรก็ยิ่งสร้างภาระให้กับร่างกายมากเท่านั้น พลังอันลึกลับที่กดมันยังร่างของเขาพยายามขัดขวางและสร้างความยากลำบากให้เขาทุกชั่วขณะ แม้เขาจะอยู่ในทะเลจึงทำให้ไม่มีเหงื่อไหลออกมาชโลมกาย แต่เขารับรู้ได้อย่างแน่นอนถึงความร้อนที่ถ่ายเทออกไปจากร่างเพราะการโหมแรงใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง 

             แต่เขาก็ยังคงไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะยอมแพ้เพียงเท่านี้ เมื่อเขาหันหลังกลับไปก็พบว่าเขาได้ขึ้นมาสูงหลายลี้แล้ว คนของทั้งสองสำนักด้านล่างกลับดูเล็กจ้อยราวกับมดเพียงเท่านั้น ด้วยความสูงขนาดนี้หากเขาพลาดตกลงไป ไม่ต้องคิดถึงพลังอันลึกลับของบททดสอบอันนี้ เพียงร่างกายของคนธรรมดาก็เละเป็นเต้าหู้เสียแล้ว 

             ยิ่งเมื่อผนวกกับแรงดึงอันพิสดารอันลึกลับที่บังเกิดขึ้นเมื่อร่างกายห่างออกจากเสาหินโบราณแห่งนี้ ร่างของเขาที่ถูกดึงลงไปคงยิ่งรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ด้วยแรงและความเร็วที่พุ่งลงไปเช่นนั้นคงหนีไม่พ้นความตายที่หลงเหลือเพียงเลือดกองหนึ่ง 

             นิ้วทั้งห้าของเขาที่ใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กอย่างต่อเนื่อง ปลายนิ้วของเขาออกแรงบีบเพื่อยึดเกาะไปยังพื้นผิวอันขรุขระของเสาหินโบราณตรงหน้า เขาได้ปีนขึ้นไปต่อเนื่องกว่าหลายวันจนผ่านความสูงกว่าหนึ่งร้อยลี้จากพื้นเบื้องล่างมาได้แล้ว ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เขาไม่มีเวลาแม้แต่ที่จะหยุดพัก 

             เขาได้มองขึ้นไปเบื้องบนก็พบว่าเงาดำทั้งเก้าด้านบนยิ่งห่างไกลขึ้นไปอีก เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเขาจึงได้เร่งรีบปีนขึ้นไปด้วยความเร็วมากกว่าเดิม กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาถูกพลังอันลึกลับจู่โจมเข้ามาตลอดเวลา ยิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหรก็ยิ่งลำบากมากเท่านั้น แต่เขากลับหาได้หวาดกลัวเรื่องเหล่านั้นไม่ กลับกัน! เขากลับเผยรอยยิ้มอันน่ายินดีออกมา! 

             นั่นเพราะสภาวะเช่นนี้กลับทำให้เขาสามารถฝึกฝนความแข็งแกร่งของร่างกายไปได้ด้วย แม้แต่วิชาดัชนีเหล็กซึ่งเป็นวรยุทธ์ระดับสี่ซึ่งสำเร็จไปนานแล้วกลับเริ่มมีพัฒนาการที่เหนือขึ้นไปกว่าขอบเขตสูงสุดของวิชานี้ ด้วยความชำนาญและความเข้าใจทำให้เขาบัญญัติขอบเขตใหม่ของวิชาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 

             ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็หาใช่ว่าจะไม่มีเลยในยุทธภพ ในโลกอันกว้างใหญ่สิ่งต่างๆมากมายได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่มากก็น้อย มีคนหลายคนที่ฝึกวิชาเดิมๆซ้ำไปมาจนสามารถทำให้วิชาเหล่านั้นทลายขีดจำกัดของผู้บัญญัติวิชาและก้าวล้ำหน้าไปได้ แต่ส่วนมากสิ่งเหล่านั้นจะเกิดกับวรยุทธ์ในขั้นที่ไม่สูงมากนัก 

             เพราะวรยุทธ์ในขอบเขตที่ยิ่งสูงเท่าไหรก็ยิ่งทำความเข้าใจ บรรลุ หรือแม้แต่ฝึกให้สำเร็จได้ยากมากแล้ว การที่จะบรรลุเกินขอบเขตของผู้บัญญัติวิชายิ่งยากเข้าไปอีกราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์ก็ไม่ปาน ซึ่งการที่ถังเฟยหู่สามารถทำความเข้าใจและพัฒนาวิชาดัชนีเหล็กให้ก้าวหน้าขึ้นจึงไม่แปลกมากเท่าไหรนัก 

             หลังจากที่ถังเฟยหู่ปีนข้ามผ่านระดับความสูงสองร้อยลี้ ในที่สุดคนของสองสำนักเบื้องล่างก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว มู่หยงหลินที่เป็นผู้นำของกลุ่มสำนักแปดดาราได้นำพาผู้คนส่วนหนึ่งของสำนักปีนขึ้นไปบนเสาหินโบราณ ส่วนคนที่ไม่อาจข้ามผ่านความกลัวของตนมู่หยงหลินก็หาได้บังคับพวกเขาเหล่านั้นขึ้นไป เพราะไม่ว่าอย่างไรหากมีคนทำพลาดและพลัดตกลงมาจากเสาหินโบราณขณะปีนอยู่คงหนีไม่พ้นชะตากรรมแห่งความตาย ซึ่งมู่หยงหลินไม่ต้องการเห็นศิษย์น้องของตนตายไปเช่นนั้น ส่วนทางด้านสำนักเสียงสวรรค์เองที่แยกย้ายออกเป็นหลายกลุ่มก็เริ่มปีนเสาหินโบราณเช่นกัน 

             ส่วนหยางถิงนั้นมิได้ปีนเสาหินโบราณขึ้นไปตามคนอื่น นางกลับอยู่ด้านล่างเพื่อดูแลศิษย์พี่น้องที่ตัดสินใจไม่ปีนขึ้นไป อีกทั้งนางยังมีอีกเหตุผลซึ่งนั่นก็คือการรอคอยถังเฟยหู่อยู่ที่นี่ เมื่อเข้ามายังแดนลับทะเลปีศาจ สิ่งแรกที่เจ้าจะเห็นย่อมต้องเป็นเสาหินโบราณที่แทงขึ้นด้านบนราวกับค้ำห้วงทะเลแห่งนี้ไว้ 

             เพราะเหตุนั้นหากถังเฟยหู่ยังมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็มีโอกาสมากกว่าหลายส่วนที่จะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ หยางถิงกวาดสายตาของนางออกไปมองสถานที่รกร้างโดยรอบเพื่อพยายามตามหาเงาร่างที่คุ้นเคยของศิษย์น้อง แต่พวกนางได้เดินทางมาถึงนานหลายวันแล้วแต่กลับไม่เห็นวี่แววของถังเฟยหู่แม้แต่น้อย 

             สีหน้าของหยางถิงเต็มไปด้วยความกังวลใจ นางทอดสายตามองออกไปไกลสุดขอบฟ้าเท่าที่สายตาของนางจะสามารถมองได้เพื่อที่จะสามารถเห็นทุกสิ่งได้อย่างถนัดตา นางได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง “ศิษย์น้องถัง…เจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่นะ…” 

             แต่หยางถิงกลับหาได้รู้ไม่ว่าคนที่นางกำลังตามหากลับอยู่ใกล้เพียงเอื้อม เหนือขึ้นไปด้านบนของห้วงทะเลปีศาจแห่งนี้ ที่ความสูงสองร้อยลี้ของเสาหินโบราณอันน่าพิศวง ร่างเงาของถังเฟยหู่ยังคงขยับร่างกายเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง 

             และโดยที่เขาไม่รู้ตัว พื้นฐานทางร่างกายของเขายิ่งเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม พลังกายของเขาถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยอุปสรรคที่ถูกสร้างโดยเสาหินโบราณแห่งนี้ จนเมื่อผ่านความสูงระดับห้าร้อยลี้มาได้จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น 

             ด้วยร่างกายของเขาที่สูญเสียพลังอย่างต่อเนื่องจึงถูกบีบคั้นให้ใช้พลังปราณเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างต่อเนื่อง และผลพวงนั้นทำให้พลังปราณทั้งหมดที่ถูกใช้ไปจำต้องดึงดูดพลังวิญญาณของห้วงทะเลปีศาจมาเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นพลังปราณภายในร่างอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน 

             กระบวนการทั้งหมดที่ถูกบังคับให้ใช้ปราณทั้งหมดและเติมเต็มตันเถียนอย่างต่อเนื่องนั้นราวกับเป็นการฝึกตนประเภทหนึ่งเช่นกัน ความหนาแน่นของลมปราณรวมถึงขอบเขตที่สะสมได้ถูกขลัดเกลาอย่างต่อเนื่องด้วยเวลาตลอดหลายวันที่เขาปีนป่ายขึ้นไปบนเสาหินโบราณแห่งนี้ 

             ซึ่งหลังจากผ่านความสูงห้าร้อยลี้มาได้ก็ทำให้ขอบเขตการฝึกตนของเขาก้าวเข้าสู่ปราณขั้นเก้าระดับสูงอย่างสมบูรณ์ ถังเฟยหู่ถึงกับดีใจเป็นยกใหญ่ สำหรับเขาที่บังเอิญหลงเข้ามาในแดนลับทะเลปีศาจแห่งนี้กลับเหมือนเป็นโชคใหญ่จากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน เขาเร่งรีบปีนป่ายและใช้พลังกายออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเผาผลาญปราณทั้งร่างของตน 

             อีกทั้งบางคราเขายังใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารของลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อพยายามพัฒนาขอบเขตของวิชา แต่ดูเหมือนว่านอกจากความชำนาญแล้วก็ไม่ค่อยมีสิ่งใดก้าวหน้าเสียเท่าไหร 

             หลังจากนั้นก็ได้ผ่านไปอีกถึงกว่าครึ่งเดือน ถังเฟยหู่ได้ก้าวผ่านความสูงระดับแปดร้อยลี้มาได้ด้วยความยากลำบาก แต่ผลของมันก็ช่างคุ้มค่ามากยิ่งนัก นั่นเพราะสภาวะโดยพื้นฐานของร่างกายส่วนมากถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอีกทั้งขอบเขตพลังของเขายังก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล 

             ถังเฟยหู่คาดเดาว่าหากเขาสามารถข้ามผ่านความสูงหนึ่งพันลี้ไปได้อาจจะทำให้เขาสามารถเข้าสู่ขอบเขตปราณขั้นเก้าระดับสุดยอดเลยก็ได้ แม้การฝึกตนเช่นนี้จะแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก แต่อาจจะเป็นเพราะพลังลึกลับที่ถูกกดทับมายังร่างของผู้ปีนป่ายบนเสาหินโบราณแห่งนี้จะเพิ่มตามความสูงที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้ 

             นั่นจึงทำให้ผู้ปีนป่ายเสาหินโบราณแห่งนี้ถูกบีบคั้นให้พัฒนาความสามารถของตนเองอยู่ตลอดเวลา หาไม่แล้วก็คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รอคอยอยู่เบื้องหลัง ไม่มีทางที่คนผู้หนึ่งจะปีนเสาหินโบราณแห่งนี้แล้วจะชินชากับพลังที่กดทับมาเพียงเท่านั้น ยิ่งสูงขึ้นก็มีแต่ยิ่งยากลำบากขึ้นเท่านั้น และหากปล่อยมือทั้งสองข้างรวมถึงทิ้งร่างกายของตนออกห่างจากเสาหินโบราณแห่งนี้ก็จะถูกพลังอันลึกลับเหล่านั้นดึงรั้งสู่ความตาย! 

             ถังเฟยหู่ได้โคจรสายเลือดที่กลายพันธุ์ของตนเองด้วยญาณแห่งโลหิตเพื่อใช้วิชาสายเลือดดวงตาออกมา ดวงตาสีม่วงดำกลับแปรเปลี่ยนไปคล้ายตาของเหยี่ยวและเรืองรองด้วยแสงปราณ สายตาของเขาทอดยาวออกไปเพื่อสำรวจสถานะการณ์ต่างๆของผู้ที่กำลังปีนเสาหินโบราณแห่งนี้เหมือนกับเขา 

             เบื้องล่างอันห่างไกลนั้นคือเงาร่างของคนจากสำนักแปดดาราและสำนักเสียงสวรรค์ที่กำลังปีนขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่ก็มีคนผู้หนึ่งที่สามารถปีนขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเหนือกว่าผู้อื่นยิ่งนัก 

             ซึ่งคนผู้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมู่หยงหลินแห่งสำนักแปดดารา ชายผู้นี้ได้ปีนขึ้นมาจนถึงระดับความสูงสามร้อยลี้แล้ว ถังเฟยหู่ได้ดึงรั้งสายตาของตนเองกลับมาก่อนที่จะมองขึ้นไปสำรวจด้านบน ในตอนนี้เขาไม่สามารถเห็นเงาร่างทั้งเก้าที่นำขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้เลย เขายังไม่แน่ใจว่าคนเหล่านั้นไปถึงยอดแล้วหรือว่าคนพวกนั้นได้ปีนอยู่อีกฝั่งของเสาหินโบราณซึ่งเป็นจุดอับสายตาจึงทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นกันแน่ 

             “…มีแต่ต้องก้าวไปข้างหน้าเท่านั้นแล้ว เมื่อขึ้นหลังเสือก็ยากจะลงได้ แต่เมื่อข้าได้ขึ้นเสือตัวนี้มาแล้วก็ขอใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ก็แล้วกัน!” ถังเฟยหู่เอื้อมมือออกไปและใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กจากนิ้วทั้งห้าเพื่อคว้าจับไปยังส่วนที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก 

             แม้นิ้วทั้งห้าของเขาจะใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กตลอดเวลาก็ตามที แต่พลังลึกลับของเสาหินโบราณที่บดทำลายร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้นิ้วทั้งห้าของเขาบาดเจ็บอยู่เหมือนกัน แต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งร่างเขาเอาไว้ได้ 

             ส่วนผู้อื่นด้านล่างนั้นเมื่อบาดเจ็บเช่นเดียวกันกับถังเฟยหู่เพราะหักโหมร่างกายของตนเพื่อปีนป่ายขึ้นไปกลับหาได้เลือกวิธีการเช่นเดียวกันไม่ พวกเขาจะหยุดร่างไว้สักหลายวันที่จุดเดิมเพื่อพักฟื้นร่างกายและรักษาอาการบาดเจ็บอย่างยากลำบาก 

             นั่นจึงทำให้ความเร็วการเดินทางของถังเฟยหู่เป็นไปอย่างรวดเร็วเหนือกว่ามู่หยงหลินที่อยู่ในขอบเขตเหนือกว่าหลายขั้น ซึ่งถังเฟยหู่เองก็ยังคงเดินทางขึ้นไปด้านบนด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนกับตอนที่ฝึกฝนร่างกายด้วยลมปราณเก้าเยือกแข็งภายใต้น้ำตก สภาวะโดยรอบต่างทุบทำลายร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลาซึ่งเขาจำต้องเหนือกว่าพลังที่กดทับลงมาเหล่านั้นตลอดเวลา ข้อกระดูกของเขาต่างเลือนลั่นปานฟ้าร้อง กล้ามเนื้อบีบรัดด้วยความเจ็บปวด 

             ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดร่างของเขาก็ได้มาถึงยังระดับความสูงเก้าร้อยลี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ขอบเขตพลังปราณของเขาบรรลุเข้าสู่ปราณขั้นเก้าระดับสุดยอดโดยสมบูรณ์…รวดเร็วกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก แต่ในตอนนั้นเองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น เขาค้นพบถึงไอวิญญาณแปลกประหลาดจากเสาหินโบราณ 

             “…นี่มัน อาคมเช่นนั้นเหรอ?” ถังเฟยหู่กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ แต่ในตอนนั้นเองที่พื้นผิวของเสาหินโบราณได้เกิดลำแสงอาคมสีฟ้าเรืองรองออกมา ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่เผยสีหน้าจริงจังออกมา เขาไม่ทราบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น หรือว่านี่จะเป็นกับดักที่เจ้าของแดนลับทะเลปีศาจสร้างขึ้นกัน! 

             พริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่พลันโคจรลมปราณขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เส้นสายอาคมบนเสาหินโบราณได้ขยับเคลื่อนไหวและเข้าปกคลุมร่างกายของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็วราวกับพวกมันมีชีวิต พวกมันคล้ายกับรยางค์หรือเถาวัลย์ที่เข้ารัดร่างเขา 

             “บ้าเอ้ย! เป็นกับดักจริงๆอย่างงั้นเหรอ!” ถังเฟยหู่พยายามฉุดกระชากแขนข้างขวาของตนอย่างแรงเพื่อจะให้หลุดออกจากการพันธนาการนี้ แต่เขาไม่อาจขยับตัวอะไรได้มากนักเพราะร่างของเขาอย่างไรก็อยู่เหนือพื้นเบื้องล่างถึงกว่าเก้าร้อยลี้! 

             แต่การดิ้นรนของถังเฟยหู่ดูจะไม่เป็นผลเสียเท่าไหรนัก และในช่วงเวลานั้นเองที่เส้นสายอาคมสีฟ้าเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว มันได้พุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาอย่างไม่อาจป้องกันได้! 

             เส้นสายอาคมเหล่านั้นพุ่งเข้าสู่ใจกลางของตันเถียนอย่างรวดเร็วและบุกรุกเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขา อาคมสีฟ้าเรืองรองราวกับคลื่นทะเลอันบ้าคลั่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มันบุกรุกเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาจากนั้นจึงค่อยพุ่งเข้าใส่จุดหนึ่งในห้วงวิญญาณของเขา เป้าหมายของมันก็คือตรารูปมังกรวารีสีฟ้ากระจ่าง เส้นสายอาคมสีฟ้าได้หน่วงเหนียวเกี่ยวพันตราสีฟ้านั้นไว้ ในตอนนั้นเองที่ญาณแห่งวารีนั้นได้ดึงดูดเอาเส้นสายอาคมเหล่านั้นเข้ามาอย่างกระหาย! 

             ญาณแห่งวารีในรูปตรามังกรวารีสีฟ้ากระจ่างได้เปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองออกมา บัดนี้ภายในห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่ได้สงบลงอีกครั้งพร้อมกับเส้นสายอาคมจากเสาหินโบราณที่ได้จากหายไปเป็นที่เรียบร้อย 

             ถังเฟยหู่ได้เผยรอยยิ้มของตนออกมาอย่างดีใจหลังจากสำรวจภายในห้วงวิญญาณของตนเอง “ญาณแห่งวารีของข้ากลับเข้มแข็งขึ้น! นี่มิใช่กับดัก กลับแต่เป็นของรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถท้าทายบนทดสอบของผู้สร้างได้! ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก!!” ชายหนุ่มรู้สึกยินดีเป็นยิ่งนัก นั่นเพราะหากเขาปีนต่อไปเรื่อยๆย่อมได้รับสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าแน่ 

             มือทั้งสองของถังเฟยหู่พลันตะกุยออกไปทางด้านบนเพื่อเร่งรีบปีนต่อไป ในครานี้เขากลับรวดเร็วมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียอีก ในตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าเสาหินโบราณแห่งนี้เป็นเหมือนบททดสอบบางประเภทที่มอบรางวัลให้แก่ผู้สำเร็จ 

             เพียงแต่ไม่ทราบว่าเมื่อปีนต่อไปเรื่อยๆรางวัลที่เสาหินโบราณมอบให้แก่เขายังจะเป็นการเพิ่มพลังให้แก่ญาณแห่งวารีอีกหรือไม่ หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่มีค่ามากยิ่งกว่า ในตอนนั้นเองที่ปราณมรณะภายในกายของเขาได้ปะทุขึ้นมา รอยสักมารแห่งเคล็ดกายหยาบมารพลันปรากฏขึ้นมาบนร่างของเขา 

             กายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจวังวนมาร! 

             รอยสักมารบนร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปคลื่นวังวรอันแปลกประหลาดที่ครอบคลุมไปยังแขนทั้งสองข้าง พลังกายของเขาพลันเพิ่มขึ้นกว่าแปดเท่า แต่พลังของหมึกปีศาจตัวเขาไม่อาจใช้ได้นานมากนัก พลังปราณมรณะจะถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็วราวกับถังน้ำที่มีรูขนาดใหญ่และทำให้น้ำรั่วตลอดเวลา 

             ปราณมรณะของเขาก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับน้ำในถัง และกายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจก็เป็นเหมือนรอยรั่วขนาดใหญ่ มือทั้งสองของถังเฟยหู่พลันคว้าจับออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อปีนป่ายสู่จุดที่สูงยิ่งขึ้นไป กายหยาบมารของเขาใช้ได้ในเวลาไม่นานจากนั้นจึงค่อยสิ้นสูญไปพร้อมกับปราณมรณะที่หมดลง เขาจำต้องรอคอยให้ปราณมรณะฟื้นกลับคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่งจึงค่อยใช้ออกอีกครั้ง 

             ถังเฟยหู่เริ่มกลับมาใช้ปราณของตนอีกครั้ง พลังทั้งหมดล้วนใช้ออกมาอย่างหมดสิ้น และถึงแม้พลังทุกหยาดหยดจะหมดแล้วก็ตามเขาก็ยังคงใช้แรงกายแรงใจของตนเพื่อต่อต้านอุปสรรคตรงหน้าเพื่อรอคอยพลังทั้งหมดกลับคืนอีกครั้ง! 

             กระบวนการทั้งหมดยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม พลังถูกส่วนถูกใช้ไปและเติมเต็มเข้าไปใหม่ด้วยพลังวิญญาณอันมหาศาลของห้วงทะเลปีศาจ พลังของเขายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่มิใช่เพียงถังเฟยหู่เท่านั้นที่พลังของเขาเพิ่มขึ้น คนอื่นที่ปีนป่ายขึ้นมาต่างก็เพิ่มพลังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน 

             มู่หยงหลินหรือแม้แต่คนของพรรคอสูรที่ลอบเข้ามาต่างก็ได้รับประโยชน์จากเสาหินโบราณแห่งนี้เช่นกัน เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปกว่าสองเดือนอย่างรวดเร็ว ร่างของถังเฟยหู่ได้ปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆไม่หยุดพร้อมกับขอบเขตพลังที่เพิ่มขึ้น ปลายนิ้วทั้งสิบของเขาต่างห่อหุ้มไว้ด้วยพลังที่เปลี่ยนนิ้วของเขาเป็นสีโลหะผสมเงิน 

             วิชาดัชนีเหล็กของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากมายนัก นิ้วของเขาที่เมื่อใช้วิชานี้จะคล้ายกับเป็นโลหะกลับกลายเป็นสว่างขึ้นและคล้ายกับเงิน เขาได้ทลายขีดจำกัดของวิชาดัชนีเหล็กมากขึ้นอีกหลายก้าว ในตอนนี้วรยุทธ์นี้ดูคลับคล้ายว่าใกล้จะเหนือกว่าขั้นสี่เข้าไปทุกที ถังเฟยหู่เชื่อว่าหากเปลี่ยนนิ้วทั้งหมดให้กลายเป็นสีเงินได้ก็จะเท่ากับสำเร็จวิชาใหม่ 

             มือข้างซ้ายของถังเฟยหู่ที่นิ้วเปลี่ยนเป็นสีโลหะเข้มผสมกับสีเงินได้ยึดเกาะไปยังพื้นผิวของเสาหินโบราณตรงหน้า ขาทั้งสองยันผิวหินตรงหน้าไว้เพื่อช่วยในการทรงตัวและมืออีกข้างหนึ่งปล่อยออกไปเพื่อที่เขาจะเอี้ยวร่างของตนมาด้านหลังได้ สายตาของเขากวาดผ่านไปโดยรอบเพื่อพยายามสำรวจสถานการณ์ต่างๆ 

             แต่ในตอนนี้เขาไม่อาจจะสามารถเห็นใครได้สักคน อาจจะเป็นเพราะจุดที่เขาปีนนั้นอยู่คนละฟากฝั่งกับพวกคนที่เหลือ เขาได้แต่ใช้วิชาตาเหยี่ยวพันลี้เพื่อคาดเดาความสูงที่เขาได้ปีนขึ้นมาแล้ว “ดูเหมือนว่าข้าจะปีนขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งพันเจ็ดร้อยลี้แล้ว” เขากล่าวเสร็จก็ได้หันขึ้นไปมองยังด้านบนแต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นจุดหมายปลายทาง ราวกับว่าเสาต้นนี้มีความสูงเทียมฟ้าก็ไม่ปาน 

             หนึ่งพันเจ็ดร้อยลี้… 

             ถังเฟยหู่ได้คว้ามือออกไปด้านบนและออกแรงถีบส่งร่างของตนเพื่อขึ้นสู่จุดที่สูงขึ้นไปด้านบน ในตอนนี้พลังฝึกตนของเขาอยู่ในขอบเขตปราณขั้นสิบระดับต่ำ การฝึกตนของเขาระหว่างการปีนเสาหินโบราณนับว่ามีความเร็วในการพัฒนาสูงที่สุดในหมู่คนที่กำลังปีนขึ้นไปด้านบน 

             หนึ่งพันเจ็ดร้อยยี่สิบลี้… 

             หนึ่งพันเจ็ดร้อยสี่สิบลี้…. 

             หนึ่งพันเจ็ดร้อยหกสิบลี้….. 

             . 

             . 

             หนึ่งพันแปดร้อยลี้!!! ในที่สุดเขาก็มาถึงจุดที่หนึ่งพันแปดร้อยลี้ ซึ่งในตอนนั้นเองที่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น เส้นสายอาคมสีฟ้าได้พุ่งออกมาจากเสาหินโบราณและเข้าเกี่ยวพันกับร่างของเขา เส้นสายสีฟ้าแทรกซึมเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาผ่านทางจุดตันเถียนเหมือนกับตรงจุดความสูงเก้าร้อยลี้ไม่มีผิดเพี้ยน 

             เส้นสายอาคมเหล่านั้นถูกตรารูปมังกรวารีสีฟ้าดูดกลืนเข้าไปอย่างตระกละตระกลาม ญาณแห่งวารีในกายของถังเฟยหู่พลันกล้าแข็งขึ้นอีกหลายส่วน ในตอนนั้นเองเมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ถังเฟยหู่ได้ดีใจอย่างลิงโลด เขาในตอนนี้ย่อมต้องยินดีอย่างแน่นอนที่พลังของตนเองกล้าแข็งขึ้น 

              “ดูเหมือนว่าเงื่อนไขของการได้รับรางวัลจากเสาหินโบราณแห่งนี้ก็คือความสูงที่ปีนขึ้นไปได้ตามที่คิดไว้ในตอนแรก…แต่ดูเหมือนว่าเงื่อนไขของการได้รับจะมีมากกว่านั้น หากคาดเดาไม่ผิดคงจะเป็นเรื่อง…ความสูงเก้าร้อยลี้นั่น ครั้งแรกข้าได้รับการเพิ่มพูนขึ้นของพลังญาณวารีที่ความสูงเก้าร้อยลี้ ต่อมาเมื่อข้าปีนขึ้นไปอีกเก้าร้อยลี้จนมาถึงยังจุดแห่งนี้ก็ยังได้รับอาคมเพิ่มพูนพลังญาณวารีจากเสาหินโบราณอีกครั้ง หึๆๆ แม้ไม่ทราบว่าเสาหินแห่งนี้จะมีความสูงมากเท่าไหร แต่หากที่ข้าคิดเป็นจริง…ไม่ทราบว่าญาณแห่งวารีจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงไหนกัน!” 

             เมื่อคิดได้ดังนั้นยิ่งทำให้ถังเฟยหู่รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เขาอยากจะรีบปีนขึ้นไปให้สูงยิ่งกว่านี้! สูงยิ่งกว่าผู้ใดและรับผลประโยชน์ทั้งหมดของเสาหินแห่งนี้! จุดหมายต่อไปของเขาคือความสูงสองพันเจ็ดร้อยลี้! หากเขาไปยังจุดนั้นและยังได้รับอาคมจากเสาหินโบราณอีกครั้ง นั่นก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์สิ่งที่เขาได้คิดไว้ 

             ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่เหนือกว่าความสูงของจุดที่ถังเฟยหู่ปีนอยู่ถึงเกือบกว่าห้าเท่า ร่างเงาของคนทั้งเก้าจากพรรคอสูรได้ปีนขึ้นไปจนถึงความสูงหนึ่งหมื่นลี้เหนือพื้นเบื้องล่าง พวกเขาแต่ละคนต่างก็มีอาคมสีฟ้าเจือจางปกคลุมร่างกันไว้ แม้พวกเขาจะได้รับความลำบากจากพลังลึกลับของเสาหินที่กดทับลงมาแต่ดูคล้ายว่าน้อยกว่าผู้อื่นที่ปีนป่ายขึ้นมาบนเสาหินนี้ยิ่งนัก 

             ที่เอวของแต่ละคนห้อยป้ายหยกสีฟ้ารูปมังกรไว้ และเป็นหยกพวกนั้นที่ได้ปล่อยอาคมเจือจางปกคลุมร่างของพวกเขาไว้ พลังที่กดดันลงมาบนร่างของศิษย์พรรคอสูรได้บรรเทาเบาบางลงไปกว่าหลายส่วนเช่นกัน และอาจเพราะเหตุผลนั้นจึงทำให้พลังฝึกตนของพวกเขาไม่ได้เพิ่มสูงเทียบเท่ากับถังเฟยหู่ 

             ในตอนนั้นเองที่ชายตาเหยี่ยวหมิงเจ๋อได้ตวัดสายตาของตนออกไปสอดส่องผู้คนที่อยู่ด้านล่าง เขาพบเห็นเพียงแต่มู่หยงหลินและคนของสำนักแปดดาราเท่านั้น เขากลับไม่พบเห็นร่างของถังเฟยหู่เลยแม้แต่น้อย 

             หมิงเจ๋อได้เผยรอยยิ้มเหยียดหยันออกมา “พวกซื่อหลิงโง่เง่า คิดจะไปยังวังเจ้าสมุทรด้วยพลังของตน ช่างน่าขัน! พวกเราต้าเซี่ยมีร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกเจ้ายังพยเจอความยากลำบากถึงเพียงนี้ เหอะ! มีหวังพวกเจ้าคงได้ตายก่อนไปถึงเป็นแน่!” 

             อีกหลายคนในกลุ่มต่างก็ยิ้มเยาะเย้ยผู้คนด้านล่างเฉกเช่นเดียวกัน ยกเว้นก็เพียงแต่ซินถงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม นางยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งอันงดงามเช่นเดิม นางหาได้สนใจคำพูดของลูกน้องตนเองไม่ นางสนใจก็เพียงแต่ภารกิจที่ได้รับมาในครั้งนี้ก็เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ต้องช่วงชิงมรดกกลับมาให้ได้ 

             นั่นเพราะนี่คือเหตุของการคงอยู่ของพรรคอสูร! เพื่อช่วงชิงมรดกของบรรพชนแห่งพรรคอสูรกลับคืนมา และเพื่อความรุ่งโรจน์นับพันนับหมื่นปีของแผ่นดินต้าเซี่ย!! 

ความคิดเห็น