Loucetta Marino

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EPISODE 31 ; DO YOU FEEL THE SAME? OR AM I ONLY DREAMING... 100%

ชื่อตอน : EPISODE 31 ; DO YOU FEEL THE SAME? OR AM I ONLY DREAMING... 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 167.9k

ความคิดเห็น : 648

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2558 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EPISODE 31 ; DO YOU FEEL THE SAME? OR AM I ONLY DREAMING... 100%
แบบอักษร

 

 

 

 DO YOU FEEL THE SAME? OR AM I ONLY DREAMING...

 

 

แฟนอาร์ตสวยๆ >< 
เหมือนพี่พอร์ชจะหอมแก้มน้องเฟอร์เลย แอร๊ยยย

cr. Mr.Hangover 

 

 

 เที่ยงคืนเลยมาแล้ว... ผมยังอยู่ที่บ้าน

สามวันเลยมาแล้ว... ผมยังไม่กลับไป

หึ... คนอย่างเฟอร์รารีทำไมต้องทำตามไอ้คนเอาแต่ใจพรรค์นั้นด้วยวะ!

ผมนอนหลับตาอยู่บนเตียงนุ่มก่อนจะกดปิดโทรศัพท์ด้วยความอารมณ์ดี อยากรู้นักว่าใครอีกคนจะกระวนกระวายไหม จะโทรมาบังคับผมตามเคยหรือเปล่า ไอ้คนโรคจิตอย่างมันน่ะ ทนได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวแม่งก็คงโทรมาเอาแต่ใจกับผมอีกตามเคยนั่นแหละ

แต่ก็ไม่... ตอนเช้าในวันรุ่งขึ้น ก็ไม่มีวี่แววของการติดต่อมาหากันเลย ผมเม้มปากแน่น...

มึงจะปล่อยเอาไว้อย่างนี้เหรอวะ... เหี้ย...ผมบ่นเบาๆในตอนแต่งชุดนิสิตเตรียมไปเรียน

แมร่ง! ไม่ตามกู กูก็จะทิ้งมึงไว้อย่างนั้นเลยสัด!

ผมหงุดหงิดมาก ไอ้เวรนั่นหายเงียบไปจนผมรู้สึกหน่วงๆในใจ เพิ่งรู้ว่าวันไหนไม่ได้กัดกับมันผมหงุดหงิดเป็นบ้า แม่งเอ๊ยยยยย!

ไม่รู้กระทั่งเมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกว่าตัวเองขาดมันไม่ได้...

โอ๊ยกูหงุดหงิด!!!

พยายามทำใจให้สงบเป็นปกติก่อนเข้าเรียน แต่มันก็ทำได้ยากเสียเหลือเกินเมื่อขณะนี้ผมรู้สึกเหมือนเคว้งคว้าง ไม่มีอะไรเป็นหลักยึด วูบโหวงในใจแปลกๆ

วันนี้ทั้งวันผมเหมือนคนบ้า โทรศัพท์ที่ปกติจะเก็บในกระเป๋ากางเกงถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะแล้วมองมันทุกห้านาที

เงียบ... ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีข้อความ

ผมเรียนไม่รู้เรื่อง รู้สึกประสาทแดกจริงๆ ไอ้เซนต์กับไอ้มอลต์ชวนผมไปกินข้าวเย็นที่ร้านหลังมหาลัย ผมก็ไปนะ แต่...

ไอ้สัด เดินดีๆสิวะ เหยียบตีนกูแล้วเนี่ย เหม่อเชี่ยไรมันด่า ผมเลยก้มมองพื้น เออ ผมเหยียบตีนแม่งอยู่จริงๆด้วย

โทษๆ ไม่ได้ตั้งใจ

ไอ้เฟอร์มึงโอเคไหมวะเนี่ย ไม่สบายเปล่าเป็นไอ้มอลต์ที่ถามอย่างเป็นห่วง

ปะ เปล่า...

ไปหาหมอไหม หมอหมาน่ะนะ ฮ่าๆๆไอ้เชี่ยเซนต์กวนตีนใส่ เลยเตะข้อเท้ามันไปที แม่งบ่นว่าผมโหดแล้วแกล้งวิ่งไปหลบหลังไอ้มอลต์ที่หัวเราะร่วน

มานี่เลยมึงอ่ะ! กูไม่ได้เป็นหมานะเว้ย!ผมก็แกล้งไล่จับมันเป็นด็กๆไป

ทันทีที่จะคว้าตัวมัน ก็เผลอนึกถึงตอนนั้น...

ตอนที่ไอ้เหี้ยพอร์ชมันวิ่งไล่จับผมในห้องนั่งเล่น...

ฮึกก...

ไม่ไหว...

ไม่ไหวแล้วกับความรู้สึกนี้...!!!

ไอ้เฟอร์มึงเป็นไรเปล่า ไม่ไล่จับกูแล้วเหรอมันชะโงกหน้ามาถาม ผมมอง

อกเหมือนจะระเบิดเลย...!

พวกมึง กูขอโทษนะ กูต้องกลับแล้วล่ะผมบอก

อ่าวเฮ้ยๆๆ มึงจะรีบกลับไปไหนวะ ยังไม่ถึงร้านข้าวเลยนะเว้ย!

เออ กูขอโทษจริงๆ ไว้คราวหน้ากูเลี้ยงแล้วกันนะพูดจบผมก็วิ่งออกมาอย่างร้อนรน

เออ สัญญาแล้วนะเว้ยมันตะโกนไล่มา ผมหันไปชูนิ้วกลางใส่ก่อนจะรีบไปที่รถของตัวเอง สตาร์ทเฟอร์รารีคันโปรด ต่อสายหาที่บ้าน

ป้านวล วันนี้ผมไม่กลับนะครับ เปล่านะ ไม่ได้ไปเที่ยว เปล่าครับ... โอเคครับ เดี๋ยวผมจะกลับมาอีกทีนะผมวางสายก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เหยียบคันเร่งอย่างแรงโดยมีจุดหมายปลายทางเป็น...

แกร๊ก..!

ประตูอัตโนมัติถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ดสำรองในมือผม เพียงแค่ยืนอยู่ข้างหน้า ผมก็ใจเต้นแรงโครมคราม มือไม้เย็นเฉียบๆพอๆกับริมฝีปากที่สั่นระริก ก้าวเท้าเข้าไปอย่างไม่มั่นคง

ตื่นเต้น...

ใจมันสั่นไปหมด...

ถอดรองเท้าวางไว้ที่เดิม มันมีรองเท้าอีกคู่วางอยู่ก่อนแล้ว รองเท้าคู่โปรดที่ใครบางคนมักใส่เป็นประจำ ผมค่อยๆเดินเข้าไปในห้องโถงก่อนจะพบว่าใครคนนั้นนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว

พะ... พอร์ช...

ภาพตรงหน้าทำให้ผมชะงัก...

ทำไมไอ้เหี้ยพอร์ชถึงเป็นแบบนั้น?!

ร่างสูงที่ยามปกติจะดูสง่างามและหล่ออย่างเหลือร้าย บัดนี้มีสภาพเหมือนเป็นคนละคน!

ขวดเหล้าตั้งอยู่บนโต๊ะ แล้วยังกระป๋องเบียร์เกือบสิบใบถูกโยนทิ้งเกลื่อนพื้น เสื้อสูทถูกวางกองไว้ยับๆเหมือนเจ้าของจะไม่ได้ใส่ใจ

ไอ้พอร์ชนั่งพิงโซฟาในขณะที่หลับตาอยู่ถึงได้ไม่รู้สึกถึงการมาของผมเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ผมเดินเข้าไปใกล้เพื่อมองใบหน้าหล่อคมก็ต้องตกใจนิดๆ

บ้าจริง!

ทำไมมันปล่อยตัวเองให้โทรมทุเรศแบบนี้วะ!!

หนวดเครานี่ก็ปล่อยให้ขึ้นแบบไม่สนใจจะโกน ขอบตาแม่งก็เป็นแพนด้า ไหนจะริมฝีปากสีซีดกับหน้าตาที่ดูทรุดโทรมนั่นอีกล่ะ!

พรึ่บ!

เฮือก...!

เฟอร์รารี!

ผมสะดุ้ง ไอ้พอร์ชจู่ๆก็ลืมตาขึ้นมาแล้วเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงตกใจมาก ตาคมเบิกกว้างเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า

ไอ้เฟอร์... มึงจริงๆด้วย!ร่างหนาลุกพรวดพราดขึ้นมายืนโอนเอนเล็กน้อย ผมรีบเข้าไปพยุงร่างสูงไว้ กลิ่นเหล้าดีกรีแรงที่โชยมาแตะจมูกทำให้ผมเบิกตานิดๆ

ไอ้เหี้ยพอร์ชมันเมา!!

มึงกลับมาหากู...มือหนากอดรัดผมแน่นไม่ให้ผมตั้งตัว จมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอขาว สูดหายใจเข้าเหมือนจะสูดกลิ่นกายผมเข้าไปเต็มปอด พูดข้างหูย้ำๆว่าผมกลับมาหามันแล้ว ใจผมยิ่งเต้นแรงเป็นเท่าตัว แต่มือผมดันร่างหนาออกแล้วเหยียดยิ้ม

ที่กูมาที่นี่ เพราะกูจะมาให้คำตอบในสิ่งที่มึงถามกูผมพูดด้วยเสียงเรียบๆทำให้ไอ้เหี้ยพอร์ชมันหยุดการกระทำ อะไรบางอย่างทำให้ผมอยากจะพูดอะไรก่อนสักหน่อย

“...”

กูกลับไปคิดดูแล้ว กูว่ามันเหลือเชื่อมากที่มึง... เอ่อ... รักกู

“...”

แต่ความจริงก็เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ กูเป็นผู้ชาย มึงก็เป็นผู้ชาย ความรักระหว่างผู้ชายด้วยกันมันจะยั่งยืนแค่ไหนกัน...

ไอ้เฟอร์...เสียงต่ำครางออกมา ผมเหลือบมอง เห็นมันหน้าเสีย ซีดไปเลย

กูเป็นที่รู้จักในสังคม มึงเองก็ด้วย คิดว่าคนจะยอมรับหรือไง! คิดว่าจะมีคนเข้าใจเหรอ!!ผมว่า มันมองผมด้วยสายตาเจ็บปวด ใจผมกระตุกวาบแต่พูดต่อไป

ไอ้เฟอร์ กู...

มึงต้องเข้าใจกูนะพอร์ช!ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแทบจะขึ้นเสียง

ใช่ เป็นความจริงอย่างที่ผมพูดทุกประการ...

ทั้งผม ทั้งมัน เราเป็นผู้ชายเหมือนกันทั้งคู่ เป็นคนมีชื่อเสียงในแวดวงสังคมเหมือนกัน คิดเหรอว่าจะมีใครเห็นดีเห็นงามด้วย คิดเหรอว่าจะไม่มีใครนินทาลับหลัง

ความรักที่ผิดปกติแบบนี้... เป็นไปได้ยากจริงๆนั่นแหละ

จู่ๆไอ้เหี้ยพอร์ชก็พุ่งเข้ามารวบตัวผมแล้วผลักลงไปบนโซฟาอย่างแรง ดวงตาสีดำขลับฉายแววคมกร้าวดุดัน ทั้งโมโห ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บปวด

อื้อ...!ริมฝีปากร้อนทาบทับลงมาอย่างจาบจ้วงรุนแรง ขบเม้มด้านนอกก่อนจะล่วงล้ำเข้าไปภายใน สอดปลายลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดอย่างเอาแต่ใจจนผมหอบถี่ ร่างหนาจูบอีกครั้งซ้ำๆไม่หยุด

อะ อย่า!มือหนาพยายามกระชากเสื้อผมออกโดยที่ผมขัดขืนไม่ได้เลย

ตอนนี้ไอ้พอร์ชมันน่ากลัวมาก...

เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังสังหารเหยื่อยังไงอย่างงั้น มันไม่สนใจเสียงผมที่ตะโกนร้องห้าม ความมึนเมาจากฤทธิ์เหล้าทำให้การกระทำของมันดูป่าเถื่อนไม่ต่างอะไรกับการขืนใจผมในครั้งแรก

อาจจะน่ากลัวกว่า... เพราะคราวนี้มันทั้งรักทั้งโกรธ...

ไม่นะ! อะ... อย่านะ!ผลักคนตัวโตกว่าออกอย่างแรง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกตรึงข้อมือไว้เหนือหัว ผมเบิกตากว้างเมื่อมือหนาคว้าเข็มขัดมาถือไว้ขณะที่สายตาคมดุเยิ้มๆของคนเมาจ้องมองผมเหมือนจะกลืนกินไม่ให้เหลือซาก

มึงฟังไว้เลยนะเฟอร์รารี! ต่อให้มึงไม่ยอมคบกับกู กูก็จะข่มขืนมึงไปเรื่อยๆจนกว่ามึงจะยอม! ให้มันรู้ไปสิวะ ว่าร่างกายมึงจะขาดกูได้ไหม!!!

อย่านะ! อ๊ะ... ปล่อย!!ผมพยายามดิ้น แต่ขยับตัวไม่ได้เลยเมื่อร่างอีกคนทับผมไว้จนหมด เข็มขัดหนังสีดำราคาแพงนั่นทำให้ผมอดผวาไม่ได้ ไอ้เหี้ยพอร์ชยิ้มร้าย

ข่มขืน... คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มึงเป็นของกู

ไม่! ไม่นะ...!!ผมโวยวายสุดเสียงในตอนที่ไอ้พอร์ชจะเอาเข็มขัดนั่นมามัดข้อมือเล็ก ผมรีบบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของการกลับมาออกไปก่อนที่จะถูกทำบ้าๆแบบนั้นเข้าจริงๆ

กูบอกมึงสักคำหรือยังว่าจะไม่คบน่ะหา!!!

สิ้นเสียงผม การกระทำทั้งมวลก็หยุดชะงัก ไอ้พอร์ชผงกหัวขึ้นมองผมด้วยสายตาอึ้งๆ

มึงว่าไงนะ...

ลุกออกไป!ผมสั่งเสียงแข็ง ร่างหนาที่คร่อมทับอยู่ทำให้ผมหายใจไม่ออก ไหนจะไอ้การที่มันลวนลามผมไม่ยอมหยุดอีกล่ะ

ไม่! จนกว่ามึงจะพูดมาให้ชัดๆว่าเมื่อกี๊มึงพูดอะไรผมเม้มปากนิดๆ เสมองไปทางอื่น ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนลวกด้วยน้ำร้อนๆ

ออกไป... แล้วจะบอกผมดันอกหนา ไอ้เหี้ยพอร์ชมันขยับออกไปแต่โดยดี ทว่าพอผมลุกขึ้นนั่งมันก็คว้าแขนผมมาจับไว้ทั้งสองข้างแล้วเผชิญหน้าเข้าหากัน สายตาคมที่คาดคั้นเอาคำตอบทำให้ผมอยากจะมุดพรมหนีออกไปจากห้อง

ไอ้เฟอร์...ถึงมันจะเมาแต่แม่งก็ยังฟังรู้เรื่อง มันมองผมด้วยแววตาจริงจัง จริงจังกับความรักครั้งนี้มากจริงๆ...

แมร่งเอ๊ยทำไมกูไม่กล้าสบตามันเลยวะ!

กูไม่ได้มาที่นี่... เพื่อปฏิเสธมึง...ผมตอบอ้อมแอ้มเสียงเบาสุดๆ ตั้งแต่เกิดมากูยังไม่เคยรู้สึกไม่มั่นใจกับอะไรเท่านี้มาก่อนเลยเหอะ

อะไรนะ

กูรู้ว่ามึงไม่โง่! แค่นี้ก็น่าจะเดาได้นี่ว่ากูกลับมาหามึงเพราะอะไรน่ะไอ้เวร!!ตอบเลี่ยงอ้อมโลกสุดๆ พูดไปนี่โคตรอายเลย!

 “มึงบอกว่ามึงไม่ได้ปฏิเสธกู... แปลว่า... ไอ้เหี้ยพอร์ชช็อค มันนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ๆก่อนจะเขย่าตัวผมแล้วพูดเสียงสั่น มึงยอมแล้วใช่ไหม มึงยอมคบกับกูแล้วใช่ไหมเฟอร์รารี!

“...” ผมหันหน้าหนีไปทางอื่น ยอมรับเลยว่าอายมาก ทั้งเขินทั้งอายสุดๆ

มึงยอมเป็นแฟนกูแล้วจริงๆใช่ไหม มึงไม่ได้หลอกกูนะ!มันดูดีใจมากเลยครับ มันยิ้มกว้างออกมาแล้วเขย่าตัวผมอย่างแรง ถามย้ำเหมือนให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป

“...” ผมเงียบกริบ หัวใจเต้นรัวแรง จู่ๆไอ้พอร์ชก็ทำหน้าสลด

แต่... เมื่อกี๊มึงพูดเหมือนจะไม่คบกับกูเลย

เมื่อกี๊กูแกล้งมึงเล่น

ไอ้เฟอร์!มันดึงผมไปกอดแน่น ซุกหน้าลงกับไหล่ผม มือหนาลูบแผ่นหลังผมไปมา อย่าล้อแบบนั้นอีก กูกลัวจะแย่อยู่แล้ว!

กลัวอะไร

กลัวว่ามึงจะไม่กลับมา กลัวว่ามึงจะปล่อยกูไว้คนเดียว กลัวว่ามึงจะไม่ยอมคบกับกู กลัวว่า...

พอๆๆ ไม่ต้องกลัวแล้ว กูกลับมาแล้วนี่ไง...ผมยกมือขึ้นกอดตอบ ลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ ไม่คิดว่าแค่คิดแผนมาแกล้งมันนิดๆหน่อยๆ แกล้งไม่กลับมาทันเวลา แกล้งพูดเหมือนจะหักอกอีกฝ่าย ไอ้คนตัวโตก็ใจเท่ามดเสียแล้ว ผมรู้หรอกน่าว่ามันกลัวว่าผมจะตอบไม่ ไม่งั้นมันจะพยายามข่มขืนผมเหรอ

แมร่ง ไอ้หื่นเอ้ย!!

อันที่จริงผมก็ไม่รู้สึกผิดหรอกนะ เพราะมันน่ะทำกับผมไว้เยอะ ไม่เอาคืนซะบ้างอย่ามาเรียกผมเฟอร์รารี!

อืม ขอกูกอดแบบนี้สักพักนะมันไม่ยอมปล่อยผมเลย ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอก หัวใจที่เต้นแรงกลับอุ่นวาบ เหมือนมีเตาผิงอุ่นๆมาอังไว้ละลายความเหน็บหนาวของการที่ต้องอยู่คนเดียวมาตลอด

อืมผมปล่อยให้มันกอด ไม่สิ... ต้องบอกว่าเรากอดกันสักพักถึงได้ผละจากกัน ทันทีที่ผมขยับตัวออก ไอ้พอร์ชก็ยิ้มสยอง

แต่อย่าคิดนะว่ากูจะไม่ทำโทษมึงน่ะผมสะดุ้ง รีบทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

ทำโทษอะไร กูไม่มีความผิด

ก็ที่มึงไม่กลับมาหากูตรงเวลาไง แถมยังทำให้กูกลุ้มใจตั้งสามวันอีก มานี่เลยมึงมือหนาจะคว้าตัวผม แต่ผมกระโดดผลุงไปยืนหลังโซฟาได้ทัน

ไม่ให้!

กูจะเอา

กูไม่ให้!

ก็กูจะเอา

ก็บอกว่าไม่ไง!

กูไม่ยอม

ไอ้...กูทนไม่ไหวแล้วนะ ในหัวมึงนี่คิดแต่เรื่องแบบนี้ตลอดเวลาเลยนะไอ้เหี้ย!

ทำไม?”

เอาไว้ก่อน

...จบศึก...

ไอ้พอร์ชมันทำหน้าเซ็งสุดๆเลยครับ ถ้าเมื่อครู่เห็นไม่ผิด ตอนเรากอดกัน... น้องมันโด่ด้วย

สมน้ำหน้า!!!

คราวนี้มาแปลกมาก มันขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดแต่ทำอะไรผมไม่ได้เพราผมไม่ยอมจริงๆนะวันนี้

แสดงให้กูเห็นสิ ว่าที่มึงต้องการคบกับกู ไม่ใช่เพราะแค่ต้องการเรื่องบนเตียงผมเลิกคิ้วแต่พูดจริง

เซ็กซ์อาจจะเป็นส่วนประกอบในการแสดงความรักต่อกัน แต่บางครั้งความรักก็แสดงออกด้วยวิธีอื่นได้ดีและลึกซึ้งไม่แพ้กันหรอก

เออ ก็ได้โห... ผมทำตาโตเท่าไข่ห่าน

ไอ้เหี้ยพอร์ชเนี่ยนะจะไม่ปล้ำผม!!!

เฮ้ย!!! ตัวปลอมป่ะเนี่ย!!ผมตกใจนะเนี่ย

ปลอมเหี้ยไรล่ะ กูจะแสดงให้มึงเห็นไงว่ากูต้องการหัวใจมึงจริงๆ ไม่ได้ต้องการร่างกายมึงแค่อย่างเดียว

เพียงแค่นี้หัวใจผมก็เต้นแรงอีกครั้งอย่างไม่อาจห้าม

อืมผมยิ้มนิดๆ อดดีใจไม่ได้ที่มันเข้าใจ บางทีมันก็มีมุมดีๆเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

แต่คืนนี้กูขอนอนกอดมึงนะไอ้เฟอร์

เหี้ยยยยย! ผม... ผมเขินชิบหายเลยว่ะ! -///////-

มะ... มึงก็ไปอาบน้ำก่อนสิ! กูไม่นอนกับคนตัวเหม็นกลิ่นเหล้า!

งั้นถ้ากูอาบมึงต้องให้กูจูบทั้งตัวด้วยนะมันยิ้มกริ่ม

สัด! อย่ามาหื่น!ผมด่า หน้าร้อนจัด

หึ... มึงก็น่าจะชินแล้วนี่ ผัวหื่นๆอย่างกูมึงชอบไม่ใช่เหรอ J

ไอ้หื่นนนน! ไปอาบน้ำเลยไป๊!ผมไล่

ตกลงมึงคบกับกูจริงๆแน่นะมันถามย้ำเป็นรอบที่ร้อย ปากมันนี่ยิ้มจนจะถึงขมับอยู่แล้วนั่น

กูไม่รู้แหละ! แต่ถ้าขืนมึงยังไม่รีบไปจัดการสภาพทุเรศของตัวเองให้เรียบร้อยก็อย่าเสือกไปบอกใครนะว่า เป็นแฟนกู อายเค้า!

ถ้ากูพูดแบบนี้แล้วมึงไม่เก็ทก็ไปหาหญ้ามาแดกซะเถอะไอ้บ้า!!

ไอ้เหี้ยพอร์ชตาโต เสียงทุ้มหัวเราะชอบใจแล้วรวบตัวผมไปกอด มันก้มลงดูดปากผมแรงๆทีหนึ่งก่อนจะเดินผิวปากหวือไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ไม่รู้ว่าไอ้คนตัวใหญ่มันหน้าแดงเพราะฤทธิ์เหล้าหรืออะไรกันแน่ แต่แม่ง... ผมไม่เคยเห็นมันดูมีความสุขเท่านี้มาก่อนเลย

ผมนั่งลงบนโซฟาด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด เหมือนมันจะหลุดออกมาข้างนอกเลย...

บ้าเอ๊ย...ผมยิ้มไม่หยุด ยิ่งตอนที่บอกออกไปว่าอีกฝ่ายเป็น แฟนผมแทบบ้าตายให้ได้

มึงทำกูเป็นแบบนี้ๆๆๆๆ ไอ้พอร์ชงี่เง่า ไอ้พอร์ชหื่น ไอ้พอร์ชโรคจิต โว้ยยยย!

แปลกใจตัวเองไม่หาย เผลอไปใจเต้นแรงกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ไอ้อาการของก้อนเนื้อที่มันขยับรัวเร็วในอกข้างซ้ายมันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ยิ่งพักหลังๆมานี้เวลาเข้าใกล้มันทีไร ไอ้ก้อนเนื้อบ้านี่มันก็ไม่เคยอยู่สุขได้เลย

ถ้ามึงหมายถึงอาการตกหลุมรักล่ะก็... อืม... ถ้าตามที่กูรู้สึกนะ หัวใจเต้นแรงมาก รู้สึกร้อนที่หน้าเวลาเขามองมา ทำอะไรก็ตื่นเต้นไปหมด อยากอยู่ใกล้ๆ ขาดไม่ได้ ประมาณนี้แหละ

คำพูดของไอ้เซนต์ดังก้องในหัวผมอีกครั้ง...

ถ้าเป็นอย่างที่มันพูดจริง... การที่ผมหัวใจเต้นแรงมากถึงมากที่สุด ร้อนที่ใบหน้าทุกครั้งที่ร่างสูงอยู่ใกล้หรือสบตากัน ทำอะไรก็ไม่ค่อยถูก มือไม้มันเกะกะไปหมด แถมยังขาดมันไม่ได้อีกเนี่ย... ก็แปลว่าผมต้องรักมันมากแน่ๆเลย!!!

ไอ้เฟอร์มึงตกหลุมมันแล้วสัด!!!

อ๊ากกกกกก! คนอย่างไอ้เฟอร์รารีเนี่ยนะแพ้ใจไอ้เหี้ยพอร์ชโรคจิตนั่น!

ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างไม่ยอม แต่สุดท้ายแล้วทำไงได้ล่ะครับ ไอ้หลุมเวรๆที่ไอ้พอร์ชมันขุดไว้เนี่ย ลึกเอาการซะด้วยสิ...

ไม่ไปอาบน้ำเหรอร่างหนาเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพโคตรเซ็กซี่ ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะแผ่นอกพราว

อาบดิผมเดินแก้มแดงเข้าห้องน้ำไปอีกคน พอออกมาก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องนอนแล้ว

ผมแต่งตัวด้วยชุดนอนกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดหลวมๆอย่างเคย สอดตัวเข้าในผ้าห่มผืนใหญ่ ร่างหนานอนหันหลังอยู่ คิดว่าคงหลับไปแล้ว

เฮ้ยผมคิดผิด... มันยังไม่หลับ ไอ้เหี้ยพอร์ชพลิกตัวมาอีกด้าน มือหนาดึงตัวผมไปปะทะอกแกร่งก่อนจะหอมแก้มดังฟอดใหญ่ๆ

มีความสุขว่ะผมก้มหน้างุด ไม่กล้ามองมันเลย

อืม

หึๆ ในที่สุดกูก็ได้มึงเป็นแฟน ไม่สิ... เป็นเมีย

“...”

มึงจะไม่พูดอะไรกับแฟนมึงหน่อยเหรอวะเฟอร์รารี

กะ... ก็จะให้กูพูดอะไรเล่า! กูอายชิบหายอยู่เนี่ย!!

ไม่

งั้นมึงฟังกูเฉยๆก็ได้... มึงรู้ไหม มึงเป็นแฟนคนแรกของกู

!!!!

อะไรนะ มึงเมาแล้วล่ะผมเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่อยากเชื่อหู

นี่ผมได้ยินอะไรผิดไปเปล่าวะเนี่ย ผมเนี่ยนะแฟนคนแรก?!

ถ้าจะบอกว่ามันเมาก็ใช่อยู่ แต่แววตาจริงจังนั่นบอกได้เลยว่ามันไม่ได้โกหก

กูไม่เคยจริงจังกับใครมาก่อน มึงเป็นคนเดียวที่ทำให้กูคิดว่าอยากอยู่กับใครสักคนไปตลอด รักว่ะ...ร่างสูงค่อยๆขยับตัวมาใกล้ มือหนายันตัวเองให้ขึ้นคร่อมผมไว้ช้าๆ ไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด มันแค่จะจูบ...

จูบแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยได้รับ...

ริมฝีปากอุ่นประทับลงอย่างนุ่มนวล บดคลึงริมฝีปากสีสดช้าๆ ขบเม้มบนล่างสลับกันก่อนสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปหยอกล้อภายในเชื่องช้า มือใหญ่ประคองใบหน้าผมให้รับจูบก่อนจะผละออกให้ผมได้หายใจแล้วประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง และอีกครั้ง

อื้ออ... แฮ่ก...ผมหอบหายใจถี่ ไม่ใช่ว่าขาดอากาศหายใจ แต่เป็นเพราะหัวใจมันเต้นรุนแรงซ้ำยังร้อนวูบวาบไปหมด

ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนตรงหน้าจะมีจูบที่อ่อนโยนและอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้...

มึงก็เป็นแฟนคนแรกของกูเหมือนกันผมบอก

จริงเหรอ!

อะ... เออ!คนอย่างผมก็ไม่ต่างกัน ผมอาจจะมีอะไรกับผู้หญิงไปเรื่อยแต่ไม่เคยคบใครจริงจังเลยสักคนตั้งแต่เกิดมา

ดีใจว่ะ

อืมผมอมยิ้ม มองตรงเข้าไปในดวงตาที่ทอแววรักใคร่ มีหลายอย่างที่ผมยังไม่เคยสัมผัส มีหลายอย่างไม่ผมไม่เคยเห็น...

ผู้ชายคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่...

บางครั้งก็รุนแรงเร่าร้อนเหมือนเปลวไฟ บางครั้งก็เย็นเหมือนสายน้ำเย็นฉ่ำ บางครั้งก็อ่อนโยนเหมือนปุยนุ่น...

ผมไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆ... เขาคนนั้นคือไอ้เหี้ยพอร์ชของผมนี่แหละ

ขอกอดนะไม่รอฟังคำตอบ ร่างหนาของอีกคนก็ทิ้งตัวทับผมไว้ครึ่งหนึ่งไม่ให้ผมหนักเกินไปก่อนจะซบหน้าลงกับแผ่นอกบาง

มือบางยกขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายเบาๆไปมา เวลามันอ้อนก็น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย แม่งต่างกับตอนโหดลิบลับอย่างเทียบไม่ติดเลย เชื่อเถอะว่าใครไม่เคยเห็นมุมนี้ของมัน ร้อยทั้งร้อยต้องบอกว่าไอ้เวรนี่น่ากลัวมากแน่ๆ

พอร์ช...

“...” เงียบ...

พอร์ช...เรียกอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับก็ยังเป็นความเงียบ ผมเอะใจเลยเขย่าตัวหนาๆดู

พอร์ช... ขยับลงไปหน่อย กูหนักแล้วผมบอกแต่อีกฝ่ายหลับนิ่งสนิทจนผมต้องเขย่าอีกครั้ง

แล้วก็พบว่า... มันหลับไปแล้ว!

หลับคาอกผมเลย!

จริงๆเลยนะมึงเนี่ย หลอกกูให้คุยให้กอด สุดท้ายชิงหลับไปก่อนซะงั้น

ผมถอนหายใจเบาๆขณะระบายยิ้มนิดๆ ดันตัวมันลงไปนอนข้างๆแล้วดึงผ้ามาห่มให้ดีๆ

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาสะท้อนให้เห็นโครงหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายยามหลับ มันหล่อมาก ถึงจะยังไม่ยอมโกนหนวดตามที่ผมสั่งก็เถอะ มันก็ยังหล่อชิบหายวายวอดอยู่ดี

ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามกรอบหน้าได้รูปแผ่วเบา...

จุ๊บ...

อ๊ากกกกก! นี่กูทำอะไรลงไป!!

นึกได้อีกทีก็ตอนทำลงไปแล้ว นี่ผมแอบจุ๊บมันเหรอวะเนี่ย!!

มึงโคม่าแล้วไอ้เฟอร์รารี!!!

ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง มันหลับๆๆๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า บอกตัวเองอย่างนั้นแต่ก็อดเขินไม่ได้อยู่ดี นับวันผมชักจะเหมือนคนบ้าไม่ต่างจากมันเข้าไปทุกทีเลยว่ะ

ฝันดีนะ

 

 

 

เสียงท้องร้องจ๊อกทำให้ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานตอนเย็นยังไม่ได้กินอะไรก็รีบมาที่นี่ซะแล้ว

มือหนาที่กอดเอวผมแน่นทำให้รู้ว่าไม่ได้นอนคนเดียว

ผมกับไอ้เหี้ยพอร์ชเป็นแฟนกันแล้ว

ไม่อยากเชื่อเลย!

ไอ้เหี้ยพอร์ชเป็นแฟนผม

ผมยอมเป็นแฟนมัน

อ๊ากกกกก!!!

เอาเถอะ ผมปฏิเสธต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆว่าไม่ได้รู้สึกอะไร

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเหมือนโชคชะตาเล่นตลก ผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟค อย่างคุณชายเฟอร์รารีดันมีแฟนเป็นผู้ชาย ซ้ำยังเป็นฝ่ายรับด้วย!!!

พัง! พังหมด!! พังหมดแล้วแมร่ง!!!

แผนการแก้แค้นที่เคยประกาศกร้าวไว้พังไม่เป็นท่าไม่มีชิ้นดี!!!

จากแก้แค้น กลายเป็นตกหลุมรัก...

บ้าที่สุดเลย!!!

ไอ้เหี้ยพอร์ชหลับสนิทและไม่มีวี่แววว่าจะตื่นในตอนนี้ ใบหน้าคมคายยังดูหล่อเสมอแม้ในยามหลับ เท่านั้นแหละเหตุการณ์เมื่อคืนก็แว้บเข้ามา...

เหี้ยยยยย ผมจุ๊บมันได้ไงวะ!!!

รู้สึกเหมือนมีไอร้อนๆแล่นไปทั่วใบหน้าจนต้องยกมือขืนลูบ ตั้งสติดีๆ

มึงเป็นแฟนมันแล้ว มึงเป็นแฟนมันแล้ว มึงเป็นแฟนมันแล้ว...

ใช่! มึงเป็นแฟนมันแล้วเฟอร์รารี!! อย่าลืม!!

ใช่! มึงแค่จุ๊บแฟนมึงเฟอร์รารี...

ใช่! มึงแค่จุ๊บไอ้... เหี้ยพอร์ช... T^T เอง...

อ๊ากกกกกกกกกก!!!

ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างคนสติแตกก่อนจะคิดในใจว่าผมนี่มันบ้าเข้าขั้นรุนแรงจริงๆ ไม่รู้ไปเอาความหน้าด้านมาจากไหนถึงได้เข้าหามันก่อน แถมแอบทำตอนมันหลับไม่รู้เรื่องด้วยนี่สิ ลูบอกด้านซ้ายที่มีอะไรบางอย่างเต้นผิดจังหวะเบาๆก่อนจะหายใจเข้าออกหลายครั้ง

ผมหันไปมองร่างหนา อมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่ามันยังหลับสนิทอยู่จริงๆ

เฮ้อ... มึงเนี่ยนะไอ้พอร์ช เวลาไม่หื่น ไม่โหด ไม่ทำตัวโรคจิตนี่ก็โคตรหล่อเลยว่ะ

ผมบิดขี้เกียจสองสามทีแล้วลุกจากเตียงให้เบาที่สุด อาบน้ำให้เสร็จแล้วเดินเข้าไปในครัว กะว่าจะหาอะไรกินสักหน่อย ลองเปิดตู้เย็นดูก็พบว่ามีแยมแช่อยู่ แล้วก็มีขนมปังแผ่นอยู่ในตู้วางของ มันก็พอมีไข่อยู่สามสี่ฟองแล้วก็แฮมกับเบคอนบ้าง แต่ว่าปัญหาสำคัญคือ... ผมทอดไม่เป็น!

แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ผมไม่โง่ขนาดที่จะเสียงปลั๊กกาต้มน้ำร้อนไม่ได้ ดังนั้นอาหารเช้ามื้อนี้ของผมก็คือขนมปังทาแยมสตรอเบอร์รีและแฮมลวกนั่นเอง ครั้นจะสั่งอาหารจากห้องครัวก็ไม่รู้เบอร์โทรอีก วันหลังคงต้องถามไอ้เหี้ยพอร์ชไว้

พูดถึงไอ้เหี้ยพอร์ช มันยังหลับอยู่เลย นี่ก็เพิ่งจะหกโมงครึ่งผมก็เลยไม่ปลุก สักพักมันเดินงัวเงียออกมาด้วยหัวฟูหน่อยๆ ผมแทบขำออกมากับสภาพไม่เต็มร้อยของมัน

ปวดหัวว่ะ

ก็มึงเล่นแดกเหล้าก่อนนอนแบบนั้นนี่ผมยิ้มขำ ร่างสูงเดินมานั่งลงตรงข้าม กาแฟไหม

ว่าไงนะ?!”

กูถามว่า เอากาแฟสักแก้วไหมผมบอกย้ำ ไอ้หน้าตาไม่เชื่อนี่หมายความว่าไงวะ!

มึง... จะชงกาแฟให้กูเหรออ้าวไอ้นี่!

กูต้มน้ำไว้

อืม ขอแก้วนึงผมเลยไปหยิบกาแฟสำเร็จรูปใส่แก้วแล้วกดน้ำร้อนลงไป แฮมก็สุกได้ที่พอดี

กูทำอาหารไม่เป็น ทำได้แค่นี้ผมพูดอุบอิบ ไอ้เหี้ยพอร์ชอึ้ง

มึงทำให้กูเหรอแฮมลวกสี่แผ่นในจานกับขนมปังทาแยมอีกสองแผ่นถูกวางไว้ตรงหน้าร่างสูง พร้อมด้วยกาแฟร้อนๆส่งกลิ่นหอมฉุยอีกแก้ว

เออไอ้เหี้ยพอร์ชช็อค มันมองจานอาหารสลับกับหน้าผมสลับไปมาจนผมด่าเข้าให้ มันเลยได้สติ รีบเอาส้อมมาจิ้มแฮมฝีมือผมกิน อร่อยว่ะ

เว่อร์ไป แค่เอาน้ำร้อนใส่เองสาบานเลยว่าผมยังไม่เคยทำอาหารให้ใครกินมาก่อนเลยนะ เนี่ยครั้งแรก! เพราะฉะนั้นจงดีใจซะ

จะทำยังไง วิธีเหี้ยอะไรช่างมันเถอะ เมียทำก็อร่อยหมด

เหี้ย!!! สาบานดิ๊ว่าไอ้คนตรงหน้าผมคือไอ้เหี้ยพอร์ชตัวจริงน่ะ!!!

ปากโคตรหวานเลย!!

ทำไมมองกูแบบนั้นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นถามผมยิ้มๆ

มึงเป็นใครวะผมหรี่ตามองด้วยสายตาจับผิด ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้เท้ามันจะอยู่ใต้โต๊ะก็ตาม! ตัวปลอมแน่ๆ ไอ้เหี้ยพอร์ชยิ้มมุมปาก

ผัวมึงไง

“...” โอเค แม่งตอบแบบนี้ ยิ้มแบบนี้ ตัวจริงแน่นอน

ทำไม?”

มึงดูแปลกๆไปนะผมพูดบอก มึงไม่เหมือนไอ้พอร์ชที่กูรู้จักเลยว่ะ

ยังไงคิ้วหนาเลิกขึ้น ผมถอนหายใจ

ก็... มึงดูพูดจาหวานเลี่ยนพิกล แล้วก็...

แล้วก็?”

ก็... อ่อนโยน...คำสุดท้ายนี้ผมพูดเสียงเบามาก ใช่ ไอ้เหี้ยพอร์ชมันอ่อนโยนขึ้นมากในช่วงหลังๆนี้ มันทำให้ผมประหลาดใจมากยิ่งขึ้นหลังจากมันบอกรักผม เหมือนเป็นคนละคนเลย

หึ... มานี่มามือหนาตบที่ตักตัวเองเบาๆ ผมชี้หน้าตัวเอง มันพยักหน้า ผมเลยส่ายหัวหวืดเมื่อรู้ความหมาย

ไม่เอา

กูบอกให้มานี่เสียงเข้มย้ำอีกครั้งพร้อมด้วยสายตาดุๆ ผมเม้มปากนิดๆก่อนจะค่อยๆกระดึ๊บเข้าไปใกล้อย่างกล้าๆกลัวๆในสวัสดิภาพของตัวเอง

อ๊ะ!จู่ๆก็ถูกกระชากให้นั่งแหมะบนตักแกร่ง ผมอ้าปากเตรียมจะโวยวาย ทว่าสายตาคมที่จ้องมาทำให้คำพูดถูกกลืนลงไป  มือปลาหมึกนั่นขย้ำแถวสะโพก ผมสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปค้อนวงโต

เอามือมึง...ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี เสียงทุ้มก็แทรกขึ้นเล่นเอาผมชะงัก

กูจะทำแบบนี้เฉพาะกับคนที่กูรัก

!!!!

แต่กูลืมไป มึงชอบผัวแบบโหดๆหื่นๆนี่หว่า ไม่เป็นไร คืนนี้กูจัดให้

เหี้ย!ผมกระเด้งตัวขึ้นมาไม่ทัน เหมือนมันจะรู้ดี เลยจับล็อคตัวผมให้อยู่นิ่งๆแล้วแกล้งแหย่ให้ผมได้อาย ผมหน้าร้อนวูบวาบเมื่อมือหนาจับหมับเข้าให้ที่สะโพกมนอีกครั้ง

กูไม่สงสัยแล้ว! แมร่ง! พูดแบบนี้ยังไงก็ไอ้พอร์ชตัวจริงเสียงจริงแน่นอน!

เออ จะว่าไป มึงมาเริ่มเล่นเกมกับกูใหม่เลยนะไอ้เฟอร์

เกมไรอีกล่ะ!

นับคำหยาบของมึงไง เฮ้ย... อย่าขยับตัวยุกยิกแบบนี้บนตักกูสิวะ น้องกูตื่นหมดผมอ้าปากค้าง นี่กูยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ!

ก็ปล่อยกูลงสิผมขยับตัวจะลง ทว่าต้นขาที่กำลังแนบกับอะไรบางอย่างอยู่ทำให้ผมหยุดกึก ถึงตรงนั้นจะไม่ได้แข็งอย่างที่เคยเป็น แต่ผมก็รู้เพราะมันใหญ่มากไง!

ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าขืนผมทำให้มันตื่นขึ้นมาจริงๆจะเป็นยังไง

ไม่ แล้วต่อไปนี้มึงห้ามเรียกกูว่าไอ้ มึงต้องเรียกกูพี่พอร์ช เข้าใจไหมเสียงเข้มพูดอยู่ข้างหู ผมจั๊กจี้นิดๆเลยหดคอ แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือต่อไปครับ

ไม่เข้าใจ! ไม่เรียก! มีไรไหม!ผมแว๊ด

มี!มันทำเสียงดุแล้วคว้าผมไปจูบปากดังจ๊วบใหญ่ๆ เจ่อเลย ผมช็อคก่อนจะอ้าปากค้างพะงาบๆ จะทุบไหล่หนาสักทีแต่ยังไม่ทันได้ลงมือ มันก็จับรวบมือผมไว้ทั้งสองข้าง

จะเรียกไม่เรียก!

ไม่ อื้อ!คราวนี้มันจับผมให้หันไปก่อนจะจูบหนักๆลงมาที่ริมฝีปากนุ่ม บดเบียดเข้ามา แทรกลิ้นร้อนเกี่ยวลิ้นเล็กภายใน น้ำใสๆไหลตรงมุมปาก ผมถูกรุกไล่อย่างหนักจนจนมุม ต้องขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายแน่นประท้วง

ฮื้อ... แฮ่ก...

เรียกเดี๋ยวนี้!ไอ้พอร์ชสั่งมาอีก ผมเชิดหน้า เสียงเริ่มสั่นน้อยๆ

บะ บอกว่าไม่ไง!

จะเรียกไหมห๊ะ!” 

อื้อออ... อ๊ะ... พอผมต่อต้าน มันก็ปล่อยข้อมือผม แต่เลื่อนมาสะกิดยอดอกสีชมพูใต้เสื้อนิสิตแทน ผมสะดุ้งเฮือกแทบตกเก้าอี้ ปลายนิ้วซุกซนไล้วนรอบๆยอดอกผมก่อนจะบีบลงไปเบาๆ เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆแล่นผ่านจุดนั้น ผมเผลอจิกเล็บลงบนหน้าขาอีกฝ่าย

พะ พี่พอร์ช...ในที่สุดผมก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

อะไรนะ ไม่ได้ยิน

พี่พอร์ช...เหี้ยยย ทำไมเสียงผมมันอ่อนแรงขนาดนั้นวะเนี่ย!!

หึๆลิ้นร้อนๆเลียใบหูผมจนขนลุก ซ้ำยังสอดเข้ามาแกล้งกันเล่นอีกต่างหาก ตัวผมสั่นนิดๆ

ไม่ได้การแล้ว! ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปผมก็คงจะ...

พี่พอร์ช!ผมรวบรวมแรงฮึดขึ้นมาก่อนจะเปล่งเสียงเรียกออกไปเต็มเสียงดังฟังชัด

ว่าไงมันตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเล่นเอาผมกัดริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

พี่พอร์ชปล่อยผมเถอะ นะ... ผมต้องไปเรียน...พูดเองยังขนลุกเอง นี่กูขอร้องมึงสุดชีวิตแล้วนะไอ้เวร ถ้ามันไม่ยอมปล่อยผมกะว่าจะศอกเข้าแรงๆที่ท้องแม่งแล้วสะบัดตัวหลุดออกมาเลย

ผิดคาด มันปล่อยผมครับ ผมรีบตะเกียกตะกาลงมายืนที่พื้นทันที มองมันด้วยสายตาคาดโทษ พึมพำด่าในลำคอแบบไม่มีเสียง ไอ้เหี้ยพอร์ชทำหน้าโรคจิตหัวเราะหึๆ ผมมองตามสายตาคู่คมนั่นแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

เหี้ย! กระดุมกูหลุดไปตอนไหนวะเนี่ย!

มือไวชิบหาย แอบปลดตอนไหนผมไม่รู้ตัวเลย! ผมรีบตะครุบเสื้อของตัวเองปิดแผ่นอกเนียนไว้ ขนาดมึงแดกข้าวอยู่ยังจะหื่นได้อีกนะ!

ผมไล่มันไปอาบน้ำหลังจากกินข้าวเสร็จ ไอ้คนตัวสูงก็เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดีแล้วออกมาแต่งตัวเตรียมไปทำงาน เช้านี้เป็นเช้าที่ผมตื่นเร็วกว่าปกติมาก และก็มีอะไรที่ต่างไปจากชีวิตแบบเดิมของผมมากเช่นกัน

อย่างน้อยก็การทำอาหารให้คนอื่น ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่แม้แต่คิดจะทำด้วยซ้ำ

ผมเปลี่ยนไปจนตัวเองรู้สึกได้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะไอ้พอร์ชเข้ามาในชีวิตด้วยนั่นแหละ...

เร็วสิ กูจะสายแล้วนะผมพูดในขณะที่อีกฝ่ายกำลังฉีดน้ำหอมใส่ปกเสื้อ

ไอ้เหี้ยนี่แม่งต้องหล่อตลอดเวลา หมั่นไส้โว้ย!

หล่อแบบนี้กูบอกคนอื่นได้ยังว่าเป็นผัวมึง

มันว่าเสียงเย้าๆพลางทำท่าจัดปกเสื้อเหมือนนายแบบเดินแคทวอล์คที่มิลานไม่มีผิด ผมสตั๊นไปสามวิ เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้อย่างแรง แกล้งนั่งตัวตรงดึงเสื้อเชิ้ตของตัวเองบ้าง หรี่ตามองมันเหมือนเทวดามองแมลงสาบ

เออ มึงก็หล่อดี... แต่น้อยกว่ากูฮ่าๆๆๆ มันอึ้งไปเลยครับ ผมน่ะภูมิใจในหน้าตาตัวเองมากในระดับหนึ่ง... ระดับสูงสุดน่ะนะ หึๆๆ ไม่อย่างนั้นจะมีผู้หญิงเข้าหาเยอะขนาดนับไม่หวาดไม่ไหวเหรอ

กูไม่เคยมองว่ามึงหล่อมันพูดขึ้นเสียงเรียบๆ

ว่าไงนะ! นี่มึงยอมรับความจริงไม่...

กูว่ามึงน่ารักมากกว่า

!!!!

ประโยคที่แทรกขึ้นมาเล่นเอาผมอ้าปากค้าง หน้าร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เหี้ยเถอะ ผมส่องกระจกทุกวัน ยังไงๆก็ดูแล้วหล่อชัดๆ

หึ... มึงนั่นแหละที่ยอมรับความจริงไม่ได้ ไอ้เฟอร์

เหี้ยกูไม่ได้...ผมกำลังจะปฏิเสธว่าผมไม่ได้น่ารักสักหน่อย! ผมเป็นผู้ชายมาชมว่าน่ารักจะให้ดีใจหรือไงห๊ะ!

หนึ่ง

!!!!

หนึ่งเหี้ยอะ...

สอง

!!!!

ครบห้าคำเจอแน่ หึๆ

นี่ยังไม่เลิกเล่นอีกเหรอ!ไอ้เกมนับคำหยาบอะไรเนี่ย ผมนึกว่ามันลืมไปแล้วซะอีก

เกมที่กูได้เปรียบทำไมกูต้องเลิกไอ้เหี้ยพอร์ชตอบพลางกระตุกยิ้ม

แมร่งชั่วมาก!

กูไม่เล่นผมพูดเสียงแข็ง

ถึงไม่เล่นกูก็ข่มขืนมึงได้อยู่ดี J

อะ... ไอ้เหี้ย!!

ผมสบถอย่างหงุดหงิด เอะอะๆก็ข่มขืน ไม่ได้ดั่งใจก็ข่มขืน แต่ถึงได้ดั่งใจก็คงข่มขืนอยู่ดี

แม่งกูยอม...

ยอมแพ้ให้กับความโรคจิตของมึงเลยสัด!

ผมด่ามันทางสายตาก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าเดินนำออกไปจากห้องอย่างไม่พอใจนิดๆ ก็ผมมันเสียเปรียบตลอดเลยนี่ ไอ้พอร์ชเดินตามมา มันสาวเท้ายาวๆเข้ามาใกล้ก่อนจะดึงแขนผมไว้

มึงโกรธกูเหรอ

“...”

ไอ้เฟอร์

“...” ผมยังเงียบ

ไอ้เฟอร์มันเรียกอีกครั้ง ผมถอนหายใจ

เออ! กูไม่อยากให้มึงเห็นหน้ากูแล้วคิดแต่เรื่องเอาๆๆ มึงรู้ไหมว่ากูเสียเปรียบมึงตลอดเลยผมพูดโดยไม่หันไปมองหน้า ไอ้เหี้ยพอร์ชนิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะคลายแรงบีบที่แขนผมลง

เออๆ กูขอโทษ ก็กูอยากให้มึงพูดกับกูเพราะๆบ้าง

“...”

ไม่ต้องเพราะขนาดมีหางเสียงทุกคำก็ได้ แต่แค่มึงพูดดีๆกับกูบ้างก็ยังดีผมชั่งใจสักพักก่อนจะหันไปมองร่างหนาที่มองผมอยู่ด้วยสายตาอ่อนลง

จริง... ร่างสูงไม่เคยพูดคำหยาบๆใส่ผม ไม่เคยด่าผมด้วยคำหยาบ ไม่เคยเรียกผมด้วยคำว่าเหี้ยนำหน้าเหมือนอย่างที่ผมเรียกมัน...

อืม ก็ได้ กูจะพยายามแล้วกันยิ้มบางๆให้

กูยอมถอยให้มึงก้าวนึงแล้วนะ

เพียงเท่านั้นไอ้คนตัวสูงกว่ามันก็ยิ้ม... มุมปาก... กลับมาให้ แต่ผมก็รู้ได้ว่านั่นน่ะก็คือยิ้มสยองๆในแบบของมันนั่นแหละ

อืมมือหนาขยี้หัวผมเบาๆในขณะที่เราเดินลงไปที่รถด้วยกัน ทีนี้ผมก็โวยวายใหญ่เพราะอุตส่าห์เซ็ตผมมาซะหล่อ มันก็แหย่ผมต่อไปตามประสาคนโรคจิต เสียงโวยวายและเสียงหัวเราะของเราดังไปทั่วโถงทางเดินในตอนเช้า มือหนาคว้ามือผมไปจับ ผมขืนนิดๆแต่มันก็บังคับจนได้ ทำให้มือเราประสานกันแน่น  

ก็นะ... นี่อาจจะเป็นสิ่งดีๆอย่างแรกในการเริ่มต้นใหม่ของเราก็ได้

 

 

 

 

 

*** ใครที่ต้องการขยายตัวหนังสือ มองที่มุมขวาของหน้าจอใต้เครื่องหมาย x นะคะหากใช้ google chrome มันจะมี 3 ขีด กดปุ่มนั้นแล้วจะเห็นคำว่าซูม ให้กด + นะคะ จะซูมเท่าไหร่ก็เอาเลย เพราะว่าถ้าให้ไรท์ขยายตัวหนังสือเพิ่มเอง คนที่อ่านในโทรศัพท์มันจะกลายเป็นตัวอักษรขนาดบิ๊กไบท์ไปเลยอ่ะค่า โอเคนะ ถ้าทำไม่เป็น หรือมีปัญหาอะไร ติดต่อหน้าเพจเลยนะจ้ะ

 

 

  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น