เหม่อลอย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 : สัญญา

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : สัญญา

คำค้น : มัจฉา เหนือ มนุษย์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 31

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2562 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : สัญญา
แบบอักษร

 

------มัจฉา-----

 

“ตรงนั้นคือสำนักงานใหญ่ของเมืองที่ท่านราจิตทำงานอยู่  น้อยคนที่จะได้เข้าไปถ้าไม่จำเป็น  เพราะชั้นบนของตึกนั้นเป็นที่พักอาศัยของท่านราจิตด้วย” แทนชี้ให้ฉันดูตึกสูงตระหง่านสีเทาเข้มซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของเมืองแห่งนี้

 

เราสองปั่นจักรยานสำรวจรอบ ๆ เมืองมาหลายจุดจนถึงที่นี่ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันกำลังสงสัยก็คือ.....ทำไมฉันถึงไม่เห็นโรงพยาบาลอยู่ที่นี่เลย  แล้วคนที่เจ็บป่วยเขารักษาอาการกันยังไง

 

“แล้วทำยังไงเราถึงจะได้เข้าไปที่สำนักงานใหญ่นั้น” ฉันเอ่ยถามแทนออกมาเมื่อเราอยู่กันที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ 

 

“ก็พวกที่เริ่มมีอาการป่วยน่ะ ใครก็ตามที่เริ่มป่วยจะถูกส่งตัวไปยังสำนักงานใหญ่นั้น และก็ไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย ท่านราจิตบอกว่าคนคนนั้นติดเชื้อ เชื้อมันเพิ่งฝักตัว ฉันเองก็ยังแอบแปลกใจเหมือนกัน” แทนเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอยพลางทำสีหน้าครุ่นคิด มันทำให้ฉันสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าถ้าเราเป็นผู้ปลอดเชื้อจริง ๆ เราจะสามารถมีเชื้อแล้วฝักตัวได้อีกจริงเหรอ

 

ที่นี่ไม่มีโรงพยาบาลแต่เมื่อเจ็บป่วยกลับต้องมารักษาตัวที่สำนักงานใหญ่แทน แต่กลับไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย ทำไมที่นี่ถึงมีเรื่องที่ทำให้ฉันสงสัยเต็มไปหมดเลย

 

“แบบนี้ทุกคนในเมืองนี้ก็มีสิทธิ์ที่เชื้อจะฝักตัวอีก  ใช่หรือเปล่า” ฉันถามออกไปอย่างคนสงสัยใคร่รู้

 

“ฉันคิดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นนะ” แทนเงยหน้ามองไปยังตึกสีเทาตรงหน้าและเอ่ยตอบฉันเสียงเบา

 

“ก็คงงั้น แล้วพื้นที่หลังเมืองล่ะ นายเคยไปไหม” ฉันที่ทนเก็บความสงสัยไม่ได้อีกต่อไป จึงลองเชิงถามแทนถึงเรื่องพื้นที่ต้องห้ามที่หลังเมืองอีกครั้งหนึ่ง

 

“ก็เคยไป แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ แต่ก็มีบางอย่างที่หน้าแปลกเล็กน้อย…….” แทนเอ่ยก่อนจะเอียงหน้าพลางทำสีหน้าอย่างครุ่นคิด

 

“ยังไงเหรอ” ฉันเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว 

 

“ทำไมเธอถึงขี้สงสัยจังเลย เธอเป็นคนแรกที่ชอบถามอะไรที่ฉันเองก็คิดคำตอบไม่ออก แปลกแฮะ!!  แปลกมาก ๆ แปลกตั้งแต่ที่เธอเพิ่งมาที่เมืองนี้ครั้งแรกแล้วเธอก็เลือกงานส่งของทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองแห่งนี้เลย แปลกคนจริง ๆ เธอน่ะ” แทนว่าฉัน 

 

ทำไมพวกเขาไม่คิดสงสัยอะไรอย่างที่ฉันสงสัยกันบ้างเลยหรือไง ในเมื่อเมืองนี้เต็มไปด้วยความสงสัย เมืองที่ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่เมือง หรือฉันคิดมากไปเองกันนะ  ส่วนเรื่องงานฉันมานั่งคิด ๆ ดูแล้วถ้าฉันจะต้องการหาคำตอบทั้งหมดในสิ่งที่ฉันสงสัย งานส่งของก็ดูจะเป็นประโยชน์ไม่ใช่เหรอ.....เพราะฉันสามารถไปที่ไหนในเมืองก็ได้อย่างไม่ต้องมีใครสงสัย 

 

“แล้วนายไม่สงสัยอะไรพวกนี้เลยหรือไง หรือว่านายจำเรื่องก่อนหน้าที่นายจะมาอยู่ที่นี่ได้” ฉันถามเขาออกไป แทนมองฉันอย่างสงสัยก่อนที่เขาจะเงียบไป

 

นับจากวินาทีแรกที่ฉันก้าวเข้ามาในเมืองแห่งนี้ สิ่งแรกที่ข้องใจเลยก็คือ...... ฉันจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ

 

“……….. ฉันจำอะไรไม่ได้หรอก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทนเนี่ยมันคือชื่อฉันจริง ๆ หรือเปล่านะ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าฉันจะต้องอยู่ที่นี่ไปเพื่ออะไร  นอกจากสิ่งที่ท่านราจิตบอกว่าเราคือผู้รอดชีวิตจากเชื้อที่คนนอกเมืองของเราติดเชื้อนั้น แค่เรารอดชีวิตแล้วต้องอยู่ไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมายแค่นั้นเองน่ะเหรอที่ฉันต้องการ?” แทนหันมาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาสับสนพลางเอ่ยอย่างตั้งคำถามกับตัวเอง ฉันจ้องมองเขากลับไป มองลึกลงไปยังนัยน์ตาสีอัลมอล์ของเขาที่สะท้อนเงาของฉันอยู่ 

 

แต่!!!!….. ทำไมนะ! 

 

ทำไมดวงตาของเขาถึงไร้ซึ่งแววตาที่วาววับเช่นนี้

 

“มองอะไร” เสียงเข้มของเขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งมันเหมือนเป็นการดึงสติของฉันให้กลับมา

 

“ปละ…..เปล่า แค่ชอบสีดวงตานายน่ะ” ฉันโกหกออกไป  “มันสวยดี....”

 

“อืม” แทนเพียงตอบฉันกลับมาสั้น ๆ 

 

“แล้วนายอยู่ที่นี่มานานแล้วงั้นเหรอ นายมีนัมเบอร์นี่ นัมเบอร์ที่เท่าไหร่เหรอ” ฉันเอ่ยถามเขาอย่างสงสัย  อย่างเทญ่าเธออยู่ที่นี่ก่อนฉันหนึ่งปีกว่า หมายเลขแปดสิบเจ็ดแล้วที่เมืองนี้จะมีผู้ที่ปลอดเชื้อถูกส่งมาในทุกหนึ่งเดือน หรือ ทุกครั้งที่มีคนป่วยติดเชื้อจากไป ก็จะมีคนถูกส่งลงมาแทนที่คนนั้น

 

“ฉันนัมเบอร์หกสิบเก้า ฉันมาอยู่หลายปีแล้วแหละ” แทนเอ่ยออกมาอย่างคนเบื่อหน่าย เป็นฉันก็คงเบื่อนั่นแหละเขาคงมาอยู่ก่อนฉันประมาณสามปีได้มั้ง

 

เดี๋ยวนะ! สามปีเลยเหรอ! ทำไมนานขนาดนั้น

 

“แล้วนายเคยคิดอยากออกไปจากที่นี่ไหม” ฉันเอ่ยถามเขาออกไป

 

“อยากสิ!  เคยแอบออกไปครั้งหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องกลับเข้ามา  มันเป็นอย่างที่เธอเห็นนั่นแหละ ประตูที่พวกเราเข้ามามันเหมือนภาพลวงตา  ฉันหาทางออกไปไม่ได้” แทนหันหน้ามาบอกฉันอย่างคนจนปัญญา  

 

ก็จริงขนาดฉันที่เพิ่งเข้ามาแค่หันหลังกลับไปมองประตูบานนั้นก็หาบานประตูไม่เจอแล้ว

 

“ถ้าเราลองมันอีกครั้งหนึ่งล่ะ?” ฉันหันหน้าไปมองแทน เขาหันมาจ้องมองฉันอย่างตกใจเช่นกัน

 

“เธอไม่อยากอยู่ที่นี่เหรอ?” แทนถามฉันกลับ

 

“การอยู่ที่นี่มันก็ดีนะ ถ้ามันมาพร้อมกับการที่ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นใครและอยู่มันไปเพื่ออะไร หรือว่านายก็ไม่อยากรู้ว่านายเป็นใคร” ฉันเลิกคิ้วถามเขากลับ

 

“อยากรู้สิ!  แล้วถ้ารู้.....มันจะได้อะไร ถ้าเราไปจากที่นี่ได้เราก็ต้องตายอยู่ดี เพราะนอกจากเมืองนี้ที่เหลือก็มีแต่เชื้อเต็มไปหมด” แทนตอบกลับมาอย่างคนลังเลใจเล็กน้อย

 

“ถ้ามีคนส่งเราลงมาที่เมืองนี้ได้ งั้นก็แสดงว่ามันต้องมีที่อื่นที่ปลอดเชื้อเหมือนกันสิ จริงไหม?” ฉันหยั่งเชิงถามแทนกลับไป  เขาเงียบเหมือนกำลังครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่เขาจะตอบกลับมา

 

“จริงอย่างที่เธอพูด! งั้นเราไปจากที่นี่กัน!” แทนเอ่ยเสียงหนักแน่นกลับมาหาฉัน ฉันยิ้มตอบเขาพลางยื่นมือออกไปจับกับเขาเป็นการทำสัญญาระหว่างเราสองคนว่าเราจะพากันออกจากที่นี่กัน……..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น