winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 34

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2562 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21
แบบอักษร

เบธไม่ได้ตอบคำถามที่ฝนต้นเมษาถาม แต่เลือกที่จะหยิบกล้องมากดถ่ายรูป เดินวนรอบตัวฝน หมุนกล้องแนวตั้ง แนวนอน มุมช้อน มุมเงย ถ่ายแบบเต็มตัว ครึ่งตัว ถ่ายจนนางแบบเริ่มจะรู้สึกเขินผู้คนที่เดินผ่านไปมา

“พี่คะ รบกวนถ่ายรูปหนูคู่กับแฟนให้ทีค่ะ ขอบคุณค่ะ”

แถมยังจะประกาศให้คนอื่นรู้อีกว่า ผู้หญิงสวยๆ คมๆ คนนี้เป็นอะไรกับตัวเอง แล้วก็ทำหน้าเหมือนภูมิใจที่สุด ที่มีเธอคนนี้เป็นอีกครึ่งของหัวใจ

จากนั้นเบธก็จับมือฝนต้นเมษาเดินไปชมความน่ารักของบรรดาสัตว์อีกครึ่งที่เหลือ ขอเก็บเรื่องที่มันไม่ค่อยจะดีกับหัวใจซ่อนมันไว้ก่อน ฝนต้นเมษาก็ไม่อยากจะทำให้เสียบรรยากาศ ก็เลยทำเป็นลืมเรื่องที่คุยกันไว้ก่อนหน้า ปล่อยให้หัวใจตัวเอง ได้สัมผัสกับความสุขอย่างเต็มที่

จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน

เบธจอดรถไว้ที่หน้ารั้วบ้านฝน แล้วเดินมาส่งเธอแค่ที่หน้าประตูรั้ว ไม่อยากจะเดินเข้าไปในบ้านของเธออีก เพราะกลัวว่าตัวเองจะงอแงไม่ยอมกลับไปนอนบ้านตัวเอง

“เดี๋ยวเบธส่งรูปมาให้นะ ฝนจะเอาทุกรูป หรือว่า จะให้เบธคัดรูปสวยๆ ให้”

“คัดมาให้ดีกว่าค่ะ”

“อันเบลอๆ กับถ่ายซ้ำ ไม่เอาเนอะ”

“ไม่ค่ะ ฝนจะให้เบธคัดเฉพาะรูปที่มีเบธมาให้”

เบธกะพริบตาปริบๆ ไม่แน่ใจว่า ฝนพูดผิด หรือว่าตัวเองฟังผิด

“ไม่เข้าใจที่ฝนพูดเหรอคะ”

“เอ่อ หมายถึงยังไงคะ”

“เอาแต่รูปแฟนฝน โอเคนะคะ ทหาร”

เบธอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอมยิ้ม น้ำตาคลอนิดๆ แล้วก็พยักหน้าด้วยความดีใจ เบธดีใจจนพูดอะไรไม่ออก

“ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ”

เบธยังคงอมยิ้ม และพยักหน้า

“เขินฝนเหรอคะ ปกติทหารไม่เคยเขินนี่นา”

เบธก็ยังคงอมยิ้ม แล้วก็มองไปที่ดวงตาของฝน ฝนก็อมยิ้ม แล้วมองคืนมาเช่นกัน

“เข้าบ้านแล้ว รีบอาบน้ำ รีบนอนนะคะ ห่มผ้าหนาๆ โอเคมั้ย” เบธเอ่ยออกมาเบาๆ

“แค่นั้นเหรอคะ หรือว่า นอกจากนั้นแล้ว ฝนยังต้องทำอะไรอีกมั้ย”

เบธสบตาเธออีก เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วจับมือฝนขึ้นมาทั้งสองข้าง จับเบาๆ อุ่นๆ ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป

“คืนนี้ฝันถึงเบธนะ ทำให้เบธได้มั้ย”

ฝนต้นเมษาที่เปิดประเด็นถามขึ้นมาเอง บัดนี้ยืนหัวใจไหวๆ อยู่ตรงหน้าเบธ รู้ทั้งรู้ ว่าเบธขี้หยอดและขี้อ้อน แต่ทำไมก็ไม่รู้ เธอถึงต้องระทวยไปเสียทุกครั้ง เลยไม่ได้พูดอะไรกลับไป ได้แต่พยักหน้าเบาๆ

เบธยืนไล้หลังมือนุ่มๆ อยู่สักพัก ก็คืนสองมือให้เจ้าของเค้าไป แล้วก็ขึ้นรถกลับบ้าน ฝนต้นเมษายืนมองจนรถของเบธลับตา จึงได้เข้าบ้านไปอย่างมีความสุข

เบธขับรถออกไปได้ไม่นาน ก็จอดรถนั่งพิมพ์ข้อความแล้วส่งไปหานางอันเป็นที่รัก

‘ที่เบธไม่ตอบคำถามนั้นของฝน เพราะเบธรู้ว่า ฝนไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น ไม่ว่าจะตั้งใจ จะเผลอ หรือจะพลาด ก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ คนที่คิดถึงผู้อื่น และเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ ถ้าต้องทำอะไรแบบนั้น มันจะปวดหัวใจแค่ไหน เบธมั่นใจ และจะไม่มีแผนสำรองอื่นใดมาเผื่อไว้ค่ะ  

ที่อยากจะบอกอีกก็คือ ตราบที่เบธยังคงมีลมหายใจ เบธจะไม่มีทางไปจากฝนได้เลย ใจมันอยากจะอ้อนฝนตลอดเวลา 

คิดถึงอีกแล้วนะคะ คิดถึงอีกแล้ว’  

 

เบธอมยิ้มให้กับหน้าจอมือถือ ก่อนจะวางลงแล้วขับรถไปต่อ แต่ก็ขับไปได้อีกไม่นาน ก็ต้องจอดอีก เพราะ

“เฮ้ย ! แม่ง! ”

เบธมองไปเห็นว่าที่ป้ายรถเมล์ มีผู้ชายสามคนกำลังรุมทำรายผู้ชายคนนึงอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้ชายที่ถูกทำร้ายคนนั้นนอนตัวขดอยู่บนพื้น รับแรงจากฝ่าเท้าของสามคนนั่น เบธบีแตรรถอย่างดัง และรัวๆ ก่อนจะเอารถเข้าไปเทียบ

“หยุดนะเว้ย นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ! ”

เบธตะโกนออกไปแบบนั้น ผู้ชายสามคนก็วิ่งหนีไปทันที เบธมองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ร้ายที่ไหนอีก จึงลงไปหาผู้เคราะห์ร้าย เดินเข้าไปใกล้ๆ ยิ่งจ้องก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายที่นอนอยู่ มันคุ้นหน้าคุ้นตาบอกไม่ถูก

“เฮ้ย! อาชขวัญ”

ใช่แล้ว หนุ่มน้อยผู้โชคร้ายคนนั้น คืออาชขวัญ น้องชายของแก้วตาขวัญ

“พี่ ช่วยผมด้วย”

นายอาชร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงบางเบา โชคดีที่เขายังมีสติ เบธก็เลยเข้าไปพยุงตัวขึ้นมา พาขึ้นรถแล้วรีบนำไปส่งโรงพยาบาลทันที

เบธรออยู่ตั้งแต่ที่หน้าห้องฉุกเฉินจนกระทั่งนายอาชถูกเคลื่อนย้ายไปที่หอผู้ป่วยใน แต่เพราะนายอาชได้รับยาไป จึงทำให้หลับใหล เบธไม่สามารถสอบสวนอะไรได้ เบธใช้ความคิดอยู่นาน ว่าจะทำอย่างไรดี ก็เบธตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ติดต่อกับแก้วอีก แต่เบธก็ไม่มีเบอร์มือถือของตาขวัญ อีกอย่าง ตาขวัญควรจะรู้เรื่องนี้ไหม หากจะโทรไปให้เมธช่วยจัดการ มันก็ไม่น่าจะใช่ แล้วมันก็ดึกแล้ว และเมธก็ยังเด็ก

“เอาวะ แม่ง ไม่มีทางเลือก”

เบธพึมพำกับตัวเอง แล้วก็กดมือถือโทรออกไป

 

“หืม”

เมื่อแก้วตาขวัญเห็นว่า คนที่โทรมา คือคนที่หายหน้าไปจากชีวิตเธอได้สักระยะแล้ว ก็แปลกใจนิดหน่อย แล้วก็กดรับด้วยมืออันสั่น

แต่พอแก้วได้รับฟังข่าวจากเบธ มือที่ว่าสั่น ก็ยังสั่นไม่เท่ากับหัวใจของเธอ

แก้วตาขวัญรีบออกมาจากบ้าน โดยหลอกตาขวัญว่า ลูกค้านัดรับต้นไม้ ไม่นานนักก็มาถึงเตียงที่อาชขวัญนอน เมื่อเห็นสภาพน้องชาย แก้วก็ทรุดตัวลงกับพื้น น้องชายคนเดียว ที่เธอช่วยพ่อเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก แม้ผิวพรรณของเค้าจะหยาบคล้ำดำเพราะแสดงแดด หรืองานหนัก แต่ที่ผ่านมา มันไม่เคยบวมปูด ช้ำเลือดแบบนี้

“ฮือออ อาช ใครทำอาชแบบนี้ ฮือออ”

แก้วร้องไห้ตัวสั่น นั่งลงไปกับพื้น เบธเหมือนจะเข้ามาพยุงขึ้น แต่ก็หยุดการกระทำนั้นไว้ ตัดสินใจยืนรอให้แก้วลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ระหว่างที่ยืนรอ เบธก็ฉุกคิดเรื่องยาเสพติดขึ้นมาได้ เบธประติดประต่อเรื่องในหัว แล้วก็คิดไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ต้องเป็นฝีมือของพวกส่งยาแน่ๆ คิ้วของเบธขมวดขึ้น อารมณ์ก็ขึ้นตาม แต่ก็พยายามเก็บทุกอย่างไว้ในใจ รอจนกระทั่งแก้ว มีสติ แล้วลุกขึ้นมายืน

“พี่เบธ แก้วขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ช่วยชีวิตนายอาชไว้ พี่เบธกลับไปพักผ่อนที่บ้านนะคะ เดี๋ยวที่เหลือ แก้วจัดการต่อเอง”

“แก้ว ออกไปคุยกับพี่ก่อนได้มั้ย”

“คะ”

“พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

แก้วพยักหน้า ก่อนจะเดินนำเบธออกไปที่ระเบียงด้านนอก เบธมองหาที่ที่ปลอดคน แล้วพาแก้วไปยืนคุยกัน

 

“พี่เบธ สบายดีมั้ยคะ ไม่ได้เจอกันนานเลย” แก้วเอามือเช็ดน้ำตาตัวเองออก แล้วยิ้มจางๆ ให้เบธ

“พี่สบายดี”

“เห็นน้องเมธบอกว่า พี่เบธกับพี่บรรณารักษ์คนนั้น ตกลงคบกันเป็นแฟนแล้ว แก้วยินดีด้วยนะคะ พี่เค้าสวยมากจริงๆ”

“แก้ว”

เบธหายใจลึกๆ แล้วปล่อยออกมายาวๆ แล้วก็พูดต่อ

“ที่อาชขวัญเป็นแบบนี้ เพราะคนที่มารับซื้อแคคตัสของแก้วไปเยอะๆ ใช่มั้ย” เบธไม่ได้ตอบอะไรเกี่ยวกับเรื่องของฝนต้นเมษา แล้วมุ่งเข้าประเด็นทันที

“พี่เบธ”

แก้วแทบหยุดหายใจ เมื่อเบธพูดถึงเรื่องนี้ เพราะแก้วมัวแต่ตกใจกับสภาพของน้องชาย จนลืมคิดถึงเรื่องสาเหตุที่ทำให้นายอาชถูกทำร้าย  แก้วเพิ่งจะบอกคนรับซื้อแคคตัสว่า ต่อไปจะไม่ขายของให้อีก เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มันก็เป็นไปได้ว่า พวกนั้นจะไม่พอใจ แล้วก็เลยมาทำร้ายนายอาช  คิดได้ดังนั้น แก้วรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด ก็เลยเซๆ นิดๆ

“แก้ว เป็นอะไรหรือเปล่า”

“กะ แก้ว ไหวค่ะพี่เบธ”

แก้วสูดลมหายใจลึกๆ เอามือจับขอบปูนที่ระเบียงเอาไว้

“บอกพี่มาตรงๆ เลยนะแก้ว คนที่มารับซื้อแคคตัส ที่ทำร้ายแก้วพวกนั้น เค้าไม่ได้เอาต้นไม้ไปขาย แบบขายให้คนรักต้นไม้ จริงๆ ใช่มั้ย”

น้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาของแก้วทั้งสองข้างทันที

“ตอบพี่มาตรงๆ นะแก้ว เรื่องมันจะง่ายขึ้น”

แก้วเริ่มสะอึกสะอื้น เรื่องราวทุกอย่างมันเริ่มฉายภาพขึ้นในโสตประสาทของแก้ว ความกดดัน ปัญหาต่างๆ มันเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมเธอ

แต่ในที่สุดเธอก็ยอมพูดมันออกมา

“ร้านต้นไม้ที่พ่อสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่แก้วยังไม่เกิดด้วยซ้ำ มันกำลังจะพังลงไป คนมาซื้อของที่ร้านน้อยลงทุกๆ วัน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมันมีแต่เพิ่มขึ้น พ่อแก้วต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ อีกไม่นาน พ่อต้องผ่าตัดใหญ่ ใช้เงินเป็นจำนวนมาก ไหนจะค่าใช้จ่ายของนายอาช แก้วไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ พี่เบธ แก้วไม่รู้จะทำยังไง ฮือๆ ๆ ๆ”

เบธอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ที่ผ่านมาเห็นแก้วยิ้มแย้มมีความสุขดี ไม่คิดเลยว่า เธอจะแบกภาระทุกอย่างไว้มากมายแบบนี้ เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว

“แต่แก้ว ใครๆ เค้าก็ลำบาก แต่ไม่ใช่ว่าพอลำบาก แล้วจะต้องทำอะไรแบบนี้ มันมีหนทางอีกตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ” แม้เบธจะสงสาร แต่ความถูกต้องมันก็ต้องมาก่อน จะให้เบธบอกว่า เข้าใจ แล้วปล่อยผ่านไปก็คงจะไม่ได้

แต่ก็ทำให้แก้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมด้วยความรู้สึกผิด

“แก้วลองคิดดูนะ ว่าสิ่งที่แก้วทำ มันทำให้ชีวิตของแก้วเดินต่อไปได้ แต่มันต้องแลกกับชีวิตใครอีกหลายๆ คน ยาเสพติด แก้วก็รู้ ว่ามันไม่ได้ทำร้ายแค่คนเสพอย่างเดียว แต่มันทำร้ายทุกอย่าง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ”

แก้วที่นั่งก้มหน้าร้องไห้ เงยหน้ามองเบธอย่างทันควัน ใบหน้าเธอซีดขาว ดวงตาเบิกกว้าง เหมือนตกใจสุดขีด

“พะ พี่ เบธ พี่เบธว่า ยังไงนะคะ ยาเสพติด ยาเสพติดอะไร”

“ก็คนพวกนั้น มันเอาแคคตัสของแก้วไปยัดยาเสพติด เพื่อตบตาตำรวจระหว่างที่ทำการขนย้าย แล้วทำไมแก้วทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกนะว่า แก้วไม่รู้เรื่อง”

“แก้วเข้าใจว่า พวกเค้าแค่เอาต้นไม้ที่ไม่มีคุณภาพไปหลอกขายในราคาแพงๆ แก้วไม่คิดว่าพวกเค้าจะทำแบบนั้น เรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง” สรุปว่าแก้ว ไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ 

เบธหลับตา ถอนหายใจยาวๆ ใจนึงมันก็โล่งใจ ที่แก้วไม่รู้เรื่องยาเสพติด แต่อีกใจก็รู้สึกปลงๆ กับโลกมนุษย์ อะไรมันจะบ้าบอแบบนี้

“ตอนนี้ ตำรวจกำลังสืบเรื่องนี้อยู่ มันเป็นคดีใหญ่มากๆ แล้วไม่รู้ว่า แค่คำพูดของแก้ว ที่บอกว่า ไม่รู้เรื่อง ตำรวจจะรับฟังมั้ย” เบธถอนหายใจอีกระรอก

“แปลว่าตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้เรื่องใช่มั้ย พี่เบธ พี่เบธอย่าบอกใครได้มั้ย นะพี่เบธ แก้วขอร้อง ถ้าแก้วถูกจับ ใครจะพาพ่อไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล แล้วใครจะดูแลร้าน พี่เบธปล่อยแก้วไปเถอะนะ พี่เบธ”

“พี่ไม่เข้าใจ ว่าทำไมแก้วต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย แก้วรู้มั้ย ว่าเพื่อนพี่คนนึงติดอยู่ในคุก เพราะถูกใส่ร้าย แล้วถ้าพวกค้ายามันถูกจับกุม เค้าก็อาจจะได้ออกมา แก้วคิดว่า พี่ควรจะทำยัง พี่ควรจะทำยังไงแก้ว”

เบธระบายสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองออกมาบ้าง น้ำตาก็ไหลออกมาเช่นกัน ที่ผ่านมาเบธพยายามจะลืม แต่ในความจริงแล้ว ทุกเรื่องมันวนอยู่ในหัวเบธตลอดเวลา เบธที่รู้เรื่องทุกอย่าง มันก็แสนจะกดดัน และลำบากใจอย่างถึงที่สุด

“พี่ทำเหมือนว่า เราไม่เคยรู้จักกันได้มั้ย พี่ลืมทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มั้ยพี่เบธ แก้วขอร้อง” แก้วร้องให้ตัวสั่น เข้าไปเขย่าตัวเบธ ขอร้องให้เบธปล่อยเธอไป

“พี่อยากลืมแก้ว อยากลืมมันให้หมดทุกอย่าง แต่มันทำไม่ได้ง่ายๆ เลยแก้ว มันไม่ง่ายเลย”

เบธพูดไป เช็ดน้ำตาไป เบธก็เสียใจ เสียใจไม่ต่างอะไรกับทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

“โลกนี้มันโหดร้ายกับแก้วเหลือเกิน ทำไมอะพี่เบธ แก้วไม่เข้าใจ ว่าทำไม ทำไมพี่ไม่เป็นแค่คนที่แก้วแอบรัก ทำไมพี่ไม่เป็นแค่ผูหญิงใจดีคนนึงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแก้ว แล้วก็จากไป ทำไมพี่ต้องมารับรู้เรื่องไม่ดีของแก้ว แล้วก็อาจจะเป็นพี่ ที่เป็นคนพาแก้วเข้าคุก และทำให้ชีวิตของแก้วพังทลายลง อย่างไม่อาจฟื้นคืนมันมาได้อีก” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น