เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 87 คราดาราน้อยๆโดนหมีจับกิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 87 คราดาราน้อยๆโดนหมีจับกิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2562 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 87 คราดาราน้อยๆโดนหมีจับกิน
แบบอักษร

ตอนที่ 87 คราดาราน้อยๆโดนหมีจับกิน 

“ฟ้าคือทะเล ลมคือพายุ สรรพสิ่งมิใช่เรื่องลวงหลอก แต่ที่ทุกคนสับสนคือความหมายที่ซ่อนในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ต่างหากว่ามันคือภาพวาดหรือภาพถ่าย ความซับซ้อนแห่งสันสีโทนขาวดำ ความรู้สึกที่ปรากฏจากม้วนฟิล์มไร้เสียง บางครั้งเสียงนั้นอาจไม่ใช่เสียงที่มันอยากกรีดร้อง แต่เป็นเสียงอ้อนวอนของหัวใจอันแปลกพิกลของเหล่าคุณหมาป่าต่างหาก อาเร๊ะ น่าสนใจนะ” 

“จิตวิญญาณตัวนั้นโลดแล่นตามภาพประดับ เก็บกู้ และค้นคว้าจิตนาการมากมาย” 

 

เสียงตะเกียงไฟกระโดดถีบหนังหัวหมีปีศาจดังปานเสียงพัดกระดาษตี โซฟีตะลึงมิใช่เพราะเสียง แต่เพราะเจ้าหมีปีศาจไม่บาดเจ็บเลยสักนิดทั้งที่นางอุสาสละชีพตะเกียงไฟ รู้เช่นนี้ขว้างแคนดี้ดีกว่าเยอะ 

“กรรร” 

“พวกเจ้าระวัง!!” 

คนจริงต้องทุ่มด้วยโต๊ะต่างหาก เมื่อครู่พลูโตกลิ้งๆไปชนตู้ใส่แผ่นวางแก้ว ซาลาเปาน้อยมึนชั่วครู่กระทั่งนางคืนสติ เห็นเพื่อนกำลังตกที่นั่งลำบาก ซาลาเปาน้อยรวบรวมพลังรีบหาของปาใส่ศัตรู ของที่นางคิดว่าเหมาะทุ่มใส่สัตว์ตัวใหญ่ก็ต้องชิ้นใหญ่ๆเหมือนกัน อย่างโต๊ะไม้ จับ ยก เหวี่ยง และปล่อยมันลอยละลิ่วข้ามหัวโซฟี ฟิ้ว 

โครม 

แรงปะทะ บวกน้ำหนักโต๊ะผลักเจ้าหมีปีศาจถอยร่นไปอีกห้อง สบจังหวะโซฟีรีบใช้อุ้งมือแคนดี้ดึงฟางหรง และพวกนางม้วนหาง เผ่นหนีอย่างรวดเร็วปานวิ่งหนีคุณแม่ นักเชิดหุ่นน้อยมองซ้ายมองขวาหาสถานที่หลบภัยใกล้ๆ กระนั้นห้องแต่ละห้องลักษณะมิแตกต่างกันมากนัก ผนังแลเปราะบางพังง่าย พินิจแล้วคงมิอาจปกป้องพวกนางจากหมีปีศาจ ฟางหรงหน้านิ่งปานลูกพังพอนคิด นางครุ่นคิด และเสนอแผน “ลองขึ้นชั้นบนกันเถิด” “หา” 

พลูโตหอบหายใจพลางมองบันไดที่พัง ไม่มีส่วนเชื่อมชั้นบน  และชั้นล่าง 

“ปีนบ่ไหวเด้อ” 

โซฟีฟังคำพลูโต ครั้นนักเชิดหุ่นน้อยคิดวิเคราะห์ ช่วยไม่ได้นะ 

นางกำหมัดเหมือนลำบากใจจะพูด แต่โซฟีขอเสนอให้แยกร่างแคนดี้แล้วมัดเป็นเชือกเหมือนที่เจ้าหญิงในนิทานทำเวลาหนีลงจากหอคอยสูงๆ 

แคนดี้ใคร่สถบภาษาตุ๊กตา @$@# ถมตัดพ้อเสียงเศร้าว่าเจ้านายจะเอาฮาตอนนี้ไม่ได้นะ 

ไม่รอให้แคนดี้โดนจับแยกร่าง ฟางหรงเดินอุ้ยอ้ายไปหยิบแผ่นกระดานไม้ยาวๆในห้องพัก นำออกมาผูกเงื่อนทำเป็นสะพานใช้เชื่อมระหว่างบันไดที่พัง พลูโตมองแผ่นกระดานแล้วน้ำตาจักไหลหลั่งริน ดูก็รู้มันรับน้ำหนักนางมิไหว กระซิกๆ 

“ให้ข้าลองก่อน” 

รัชทายาทน้อยวางแผ่นกระดานหยาบๆ จัดให้เป็นระเบียบให้มั่นใจมันจักไม่พังย่อยยับ ครั้นฟางหรงแบกร่างกายอวบอ้วนน้ำหนักเกือบร้อยเดินเหยียบแผ่นกระดานค่อยๆไต่ขึ้นไปชั้นบน โซฟีเห็นภาพนางไต่แล้วเสียวแทน ถ้าก้าวพลาดตกลงมาเนี่ย 

นางรับไม่ไหว  

“…” 

ตุบ 

“ฟู่…”  

นักเชิดหุ่นน้อยถอดหายใจโล่งอก ยังดีที่เรื่องไม่ซวยมากนัก ฟางหรงปีนขึ้นสำเร็จ เหลือพวกนาง โซฟี และพลูโตด้านล่าง “ส่งมือมา” ฟางหรงพลิกตัว และส่งมือให้พวกโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยใช้แคนดี้ดันๆพลูโตขึ้นไปก่อน ซาลาเปาน้อยกระอักกระอ่วน ยอมจับมือฟางหรง “หนักนะ” “อือ” รัชทายาทน้อยนิ่วหน้าเหมือนไม่ใส่ใจน้ำหนักเพื่อนที่หนักกว่านาง ฟางหรงออกแรงดึง พลูโตพยายามผลักตัวเอง 

“เอาฮึบ” 

ใช้เวลานานพอสงควร โซฟียืนระวังหลัง มองปลายความมืด ณ สุดปลายทางเดิน ครั้นนางแว่วยินเสียงฝีเท้าดังตึกตัก 

“หมีมาแล้ว!!” 

“ไม่นะ” 

พลูโตน้ำตาแตกแล้ว จะมาเยี่ยมอะไรยามนี้คุณหมี ฟางหรงขมวดคิ้วหนาพยายามช่วยดึงพลูโต ด้วยความรีบร้อนปานไฟลนก้นทำให้รัชทายาทมีแรงเยอะกว่าปกติ นางเป็นพวกจนตรอกแล้วเก่งกาจ ยิ่งเพลาขับคันนางพร้อมระเบิดพลังกล้ามเนื้อ “เอาฮึบ” ฟางหรงถกแขนเสื้องาม ยอมปล่อยอาภรณ์ยับยู่ และเปื้อนคราบสกปรก แม้นไม่เหลือภาพลักษณ์สูงส่งแล้ว กระนั้นนางไม่สนใจ 

ชีวิตสำคัญที่สุด ต่อให้นางเหมือนลูกพังพอนตกน้ำก็ไม่เป็นไร 

ฟางหรงช่วยอุ้มพลูโตขึ้นสำเร็จ เหลือโซฟี 

เจ้าหมีปีศาจวิ่งหอบทะยานมาอย่างน่ากลัว แววตาทอแสงหิวกระหายสาวน้อย มันอ้าปากเขี้ยวแหลม ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ 

หากโซฟีอ้วนคงไม่รอด แต่ไม่ต้องห่วงนางตัวเบามาก โซฟีคิดว่านะ 

“..” 

ฟางหรงจับมือแคนดี้ แคนดี้จับมือโซฟี แม้นมีตุ๊กตาแมวกั้นกลางทำให้เดาน้ำหนักยาก แต่ฟางหรงแอบสะดุ้ง 

“เอาเลย” 

“อือ” 

ฟุบ ฟางหรงทุ่มแรงในคราเดียวยกทั้งร่างแคนดี้ และโซฟีขึ้นมาด้านบนบันได เจ้าหมีปีศาจวิ่งมาถึงพอดิบพอดี มันอยากขึ้นมาด้านบนด้วย แต่พวกโซฟีเตะแผ่นกระดานทิ้งทำลายสะพานเชื่อม ตอนนี้เจ้าหมีปีศาจทำอะไรไม่ได้ หนึ่งเพราะมันมิมีสมอง และสองเพราะมันตัวหนักเกิน กระโดดงับพวกโซฟีไม่ไหว “หึหึ” โซฟีปรายตามองเจ้าหมีด้วยสายตาคนเหนือกว่า มีแววท้าทายด้วย 

แน่จริงตามสิ แบร่ 

นักเชิดหุ่นน้อยขยับปาก แลบลิ้นใส่ แต่ไร้เสียง เจ้าหมีปีศาจตะโกนใส่นางพลางมันวิ่งหนีหายไปในเงามืดอีกครั้ง 

ฟางหรงนั่งพัก ไม่อยากบอกใคร แต่น้ำหนักโซฟีหนักพอๆพลูโตเลย 

“รอดแล้วจ้า” 

ซาลาเปาน้อยจะลงโลงแล้วเด้อ หนีตายกันทุกนาทีปานท่องนิยายสยองขวัญ หากเป็นไปตามโครงเรื่องเช่นนั้น มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่พวกนางจักรอดคือต้องสู้กับหมีปีศาจ เอาชนะมันซะ เฮ้อ 

พวกสาวน้อยนั่งพักเอาแรง โซฟีเสียตะเกียงไฟไปแล้ว นางคงต้องจุดไฟเผาแคนดี้แทน “ไม่ๆยังมีเหลืออีกอัน” ตุ๊กตุ๋นแมวส่ายหูเตือนความจำเจ้านาย อย่าเพิ่งคิดสั้นจุดเผามันสิ โซฟีหน้าตายเหมือนอยากเผาแคนดี้อย่างไม่เหตุผล นางเงียบ และลวงเอาตะเกียงไฟในท้องคู่หูคู่กรรม จุดไฟใหม่ 

แสงสว่างพลันสาดส่องอีกครา และครานี้มันมีแสงอื่นทอประกายด้วย 

“กระทงหรือไม่?” 

พลูนอนหงายท้อง เปิดช่วงล่าง บังเอิญหันหัวไปเห็นแสงสว่างริบหรี่จากที่ไกลๆ โซฟี และฟางหรงมองตาม พวกนางเห็นแสงนะ แต่มิแน่ใจว่าใช่แสงเทียนกระทงหรือไม่ ช่างเถอะ ไปดูเดี๋ยวก็รู้ 

โซฟีกัดฟันยันกายลุก ทว่านางขาอ่อนพลั่งสะดุดพรมร่างเอียงเจียนจะล้มกระแทงพื้นแข็งกระด้าง นักเชิดหุ่นน้อยหลับตาเตรียมใจเจ็บ แต่ผิดคาดเพราะฟางหรงลุก และโยกเรือนร่างรับร่างโซฟีทันท่วงที ปกป้องมิให้นักฆ่าน้อยล้มตัวแตกเป็นชิ้นๆ “ข้ามิใช่แคนดี้ซะหน่อย” จะล้มแล้วตัวแตกได้เช่นไร “เช่นนั้นหรือ” รัชทายาทน้อยรับน้ำหนักอวบๆของโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยซบอก อิงแอบบนกายเนื้อนุ่มนิ่ม สัมผัสความเย็นละมุน และความอุ่นตรงช่วงพุง 

“///” 

ฟางหรงตัวหอมจัง.. 

กลิ่นมะลิชวนฝัน ราวดึงดูดนางให้จมลงสู่ห้วงนิทรา 

ฟางหรงก้มคาง เห็นโซฟีเคลิบเคลิ้มบนกายตนก็ให้ยินดีปรีดา แต่ก็ต้องตกใจหนัก  

นางรีบผลักนักเชิดหุ่นน้อยออกห่างกาย โซฟีตื่น เครื่องหมายคำถามกระเด้งเหนือหัวเพราะจู่ๆโดนผลักไส้ 

“..ขออภัย” 

ฟางหรงหลบตาโซฟีอย่างมีเงื่อนงำ รัชทายาทน้อยถอยห่างไปไม่ไกลแสงไฟ นางหันแผ่นหลัง และแอบๆหยิบของบางสิ่งจากกระเป๋าเสื้อ โซฟีแอบสังเกตดูว่ามันคืออะไร แต่นางมองมิเห็นเพราะฟางหรงใช้ตัวอวบอ้วนบังมิด  

ฝ่ายรัชทายาทน้อยรับรู้สายตาคนอยากสืบ นางพยายามเอาตัวบัง และหยิบยาประจำตัว ทว่าไม่มีใครทันสังเกต แม้นแต่ตัวเจ้าของ 

“..!” 

ยา..ไม่มี ฟางหรงหวาดวิตก ใจตกลงถึงตาตุ่ม คิดว่าเมื่อตอนวิ่งหนีหมีปีศาจ นางคงเผลอทำถุงยาตกระหว่างทาง 

“มีอะไรหรือ” 

โซฟีกะพริบตามอง และถามฟางหรงอย่างเย็นชา ทว่าคนฟังรู้อีกฝ่ายกำลังห่วงใยตน กระนั้นฟางหรงส่ายหน้า บอก “ไม่มีอะไร” 

อือ มีแน่ๆ สัญชาตญาณลูกผู้หญิงมันฟ้องโซฟี แต่เอาเถิด นางไม่อยากพูดก็ไม่ต้องฝืนบังคับนางหรอก เพราะหากเป็นเรื่องสำคัญจริงๆฟางหรงคงเลือกที่จักบอกโซฟี สาเหตุที่นางยังมิบอกตอนนี้คงเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวมิอยากให้ใครรู้ นักเชิดหุ่นน้อยถอนหายใจ ฝั่งซาลาเปาน้อยที่นั่งพักเงียบๆมาตลอดแอบเห็นท่าทีรัชทายาท เดาๆแล้วหรือว่า 

“..ตายละว้า” 

คำอุทานของพลูโตทำให้ใจที่วางลงแล้วของโซฟีกระเด้งขึ้นสูงอีกรอบ “เจ้าไม่สบายหรือ” 

นักเชิดหุ่นน้อยหันหน้ารีบเอ่ยถามฟางหรง ถ้าเรื่องส่วนตัวนางก็ปล่อยผ่าน แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย โซฟีไม่อาจนิ่งดูดาย 

พลูโตรีบยกมือปิดปาก ฟางหรงหน้านิ่ง กลืนมิเข้าคายมิออก นางเลือกตอบเพียงว่า “ไม่เป็นหรอก” และยกอุ้งมือลูบๆไหล่โซฟีบางๆให้นักเชิดหุ่นน้อยวางใจลง ฟางหรงไม่ได้ป่วยร้ายแรง “จริงหรือ” โซฟีต้องการคำยืนยัน แววตาสีแดงทับทิมทอแสงเรืองรอง และด้านในนัยน์ตานั้นมีความห่วง ความรักมากมายราวดวงดาว 

ฟางหรงมองตาแล้วรู้สึกใจเต้น อบอุ่นเมื่อรู้ว่ามีคนห่วงนางจริงๆบนโลกนี้ 

“ไม่ต้องห่วง..ข้าสบายดี” 

ฟางหรงโอบกอดโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยเหนื่อยแล้วเช่นกัน.. นางไม่ชอบเลยนะ วิ่งโดยไม่พึ่งพลังมาโฮเนี่ย 

“..///” 

อ้อมแขนอวบอ้วนมีไขมันหนาร้อนผ่าว โซฟีหลับตาปล่อยให้ฟางหรงกอดหนุบๆหนับๆ 

นักเชิดหุ่นน้อยฝืนจิตใจตัวเองมานานมาก นางไม่เคยเปิดดวงตาสีแดงทับทิมนานเท่านี้มาก่อนเลย… 

“รีบตรวจสอบกันเถิด” 

ฟางหรงดันโซฟีออกจากอ้อมแขน นักเชิดหุ่นน้อยยกมือนวดแก้มที่แนบเต็มๆเนินอกฟางหรง  

โซฟีปิดวงตาสีแดงลงเพราะมิอาจฝืนมากกว่านี้ นางเปิดดวงตาสีฟ้านภา และฉับพลันนั้นนิสัยนางก็เปลี่ยนไป 

“อือ..” 

น้ำเสียงเบาหวิวราวเสียงภูตน้อย ท่าทางขี้อาย กระนั้นไม่กลัวผี ฟางหรงเห็นแล้วใจอ่อนยวบอยากกอดอีก แต่อดใจไว้ก่อน 

พลูโตจับตามองสองสาวน้อย สบตาฟางหรงแวบหนึ่ง ครั้นซาลาเปาน้อยพยักหน้าเข้าใจเพื่อน 

บรรยากาศมืดสลัวมีกลิ่นไอเย็นลอยประปราย เสียงฝนสาดกระทบหน้าต่างดังระงมเขย่าขวัญ พวกโซฟีเดินจับกลุ่มมายังทะเลกระทงซึ่งเป็นลำธารน้ำดำที่ลากยาวไปไกลราวแม่น้ำที่ไหลผ่านอาคาร บนผิวน้ำมีกระทงรูปดอกบัวมากมายลอยเชื่องช้า แสงเทียนบนกระทงส่องสว่างไสวริบหรี่ราวตะเกียงไฟนำทางดวงวิญญาณคนตาย โซฟีมองฟางหรง ฟางหรงมองโซฟี พลูโตมองทั้งสอง พวกนางมองตากันอย่างไม่พูดคำใด 

ครั้นพลูโตเอ่ยอย่างคนไม่ไหวแล้ว “หาที่พักสักแห่งเถิด” 

“อือ” 

โซฟีตอบรับเบาๆ 

หากพวกนางปะทะหมีปีศาจอีก โซฟีในสภาพนี้ไปหาคุณยายคนแรกก่อนเพื่อนแน่ 

ฟางหรงลองอาศัยแผนที่อาคารแห่งบาปคนตะกละในโลกแห่งความจริง จำได้ว่ามีห้องพักห้องหนึ่งสร้างเพื่อป้องกันขโมย และศัตรูคู่อริ ผนังกันกระสุนที่ไม่รู้ว่าจักกันหมีปีศาจไหวหรือไม่ “น่าจะไหวนะ” โซฟีใช้ปากแคนดี้เอ่ยคุยกับฟางหรง ท่าทางเด็กน้อยน่ารักน่าชังนั้นทำเอารัชทายาทน้อยใจละลาย “ไหว” นางยืนยันคำสั้นๆ และพวกนางก็เข้าไปพักในห้องดังกล่าว  

เอาของหนักวางดันประตูเพื่อกันหมีปีศาจ แต่คิดว่ายาก เพราะคราวที่แล้วมันเล่นพังผนังห้องข้างๆเข้ามาเลย 

“เอาจริงข้าไม่วางใจเลย” 

พลูโตเอ่ยอย่างมีท่วงทำนองคนรอบคอบ และกังวล โซฟีฟังแล้วไม่สบายใจ ฟางหรงพยายามนึกวิธี 

 และขณะที่สามสาวน้อยกำลังระดมสมอง 

ปรากฏว่า!!!!! 

.. 

. 

. 

. 

. 

แคนดี้โชว์ความฉลาดในรอบสิบปี มันบอกในห้องนี้มีห้องลับ ลองเดินไปเลื่อนเตียงนอนดูสิ 

โซฟีกำลังจักกรีดร้องไร้เสียงเพราะนึกว่าซวยเจอหมีปีศาจบุกอีกรอบ ที่ไหนได้ เจ้าแคนดี้โง่ แกทำให้ข้าดูแย่!! 

ฟางหรงเหมือนฟังภาษาแคนดี้รู้เรื่องนางส่ายสะโพกไปตรวจใต้เตียงนอนตามที่เจ้าเหมียวเหมียวเหมียวเหมียวบอกปรากฏว่าด้านใต้เตียงมีช่องลับจริงซะด้วย “เก่งมากแคนดี้” ฟางหรงชื่นชอบแคนดี้ โซฟีอยากบอกว่าอย่าไปชมมัน เดี๋ยวมันเหลิง 

พลูโตใกล้หมดพลังงานแล้ว นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายช่วยฟางหรงดันเตียง พวกนางเจอประตูกลลับซึ่งต้องแก้กลไกเพื่อเปิด ฟางหรงไม่รู้วิธีแก้ พลูโตทำหน้าระอา โซฟีมองกลไก และลงมือแก้อย่างมืออาชีพ 

เป็นนักฆ่าน่ะ ถ้างัดบ้านไม่เป็นก็แย่สิ 

กริ่ง 

“ค แค่นี้เอง” 

โซฟีเขินแก้มแดง เอ่ยอย่างลำพองหน่อยๆ นางไม่เคยโดนมองชมจากคนอื่นเลย คราพวกฟางหรงมองแล้ว นางเอียงอายม้วนหาง 

แก้กลไกเรียบร้อย เปิดประตู และพวกนางเข้าหลบด้านใน นอนพัก และเฝ้ารอเวลาให้แรงฟื้น  

ด้านในห้องลับมีเตียงขนาดใหญ่ แขวนม่าน และยังมีหน้าต่างแก้วด้วยทำให้เห็นภาพท้องฟ้ายามราตรี และหยาดน้ำฝนตกโปรยปราย โซฟีบอกให้ฟางหรงนอนพักบนเตียงใหญ่กับพลูโต รัชทายาทน้อยอยากมอบเตียงให้โซฟีมากกว่า แต่นักเชิดหุ่นน้อยลำบากมาเยอะแล้ว บางคืนนางไม่มีโอกาสนอนด้วยซ้ำ งานบางครั้งทำให้นางต้องนอนบนผนัง ฉะนั้นคืนนี้นางเอาง่ายๆ นอนมันตรงนี้แหละ!! 

“ราตรีสวัสดิ์”    

         ไม่สนแล้วอีซีโอจะรอหรือหมีปีศาจจะบุก โซฟีขอนอนก่อน เอาแคนดี้หนุนเป็นหมอน 

         ฟางหรงจนปัญญาจักลากนักฆ่าน้อย รัชทายาทน้อยหันหน้ามองซาลาเปาน้อย พลูโตมองเตียงใหญ่แล้วเลือกสละให้เพื่อนตัวโตนอน “ราตรีสวัสดิ์” นางเอ่ยลาอย่างมีน้ำเสียงนุ่มนวลระคนปวดดาก แล้วลากสังขารไปนอนห่างเตียง นอนบนโซฟาเก่า ฝั่งฟางหรงคิดเมื่อเพื่อนยอมสละให้เพียงนี้ นางขอยึดเตียงนอนสบายๆละกัน แอบเหงาๆเพราะเตียงมันใหญ่จังเลย 

         “ราตรีสวัสดิ์…” 

         โซฟีหมดแรงต้องพักเพื่อให้จิตใจมีพลังพร้อมสู้ พลูโตปวดขา ปวดแขน ปวดตัว ปวดมันทุกส่วน ฟางหรงก็เหนื่อยแต่ใจไม่ล้าแต่อย่างใด นางต้องตั้งสติ และพยายามรักษาสติเอาไว้… 

         “แค่งีบ..สัก..ประเดี๋ยว” 

         สติที่อยากรักษาค่อยๆจมดิ่งสู่ความฝัน.. กลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์พลั่งลอยฟุ้งทั่วห้อง..ทำคนนอนใกล้ๆ..”งืมมมมม” 

         กระดุกกระดิก 

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น