archi_10_001

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

YOUR PRESENT Part 023 THE END PART of [Special Real End]

ชื่อตอน : YOUR PRESENT Part 023 THE END PART of [Special Real End]

คำค้น : Fiction Jr. Nakamaru Yuichi Yamashita Tomohisa UP Yamapee Akanishi Jin Kamenashi Kazuya Nishikido Ryo Uchi Hiroki Akame Akakame Ryo Chi YOUR PRESENT archi_10_001 จินเมะ เรียวจี้

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 687

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2558 10:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
YOUR PRESENT Part 023 THE END PART of [Special Real End]
แบบอักษร

 

 

Story   :YOUR PRESENT

Cast   : [Nakamaru Yuichi] [Yamashita Tomohisa]

[Akanishi Jin]        [Kamenashi Kazuya]

: [Nishikido Ryo]      [Uchi Hiroki]

 

Part : 023 THE END PART of [Special Real End]

 

By : archi_10_001

 

นี่มันที่ไหนกันนะ...ขาวเชียว ร่างบางได้แต่นึกไปเรื่อยเปื่อยกับภาพที่ตนมองเห็นอยู่ในขณะนี้ ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ขาวจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่างแม้กระทั่งพื้นที่เจ้าตัวเหยียบย่ำอยู่ ร่างบางยังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าพื้นผิวของมันเป็นอย่างไร ทั้งที่แน่ใจนักหนาว่าตนไม่ได้สวมรองเท้าหรือแม้แต่ถุงเท้าก็ตามที ทุกอย่างทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน

“.....โมะ......โทโมะ.......โทโมะ...........” เสียงแว่ว ๆ มาจากทิศไหนสักทาง ร่างบางหันรีหันขวางมองหาต้นเสียง แต่สิ่งที่เจอนั้นก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่าสีขาวโพลนไปหมดทั่วทั้งบริเวณ เค้ามองไม่เห็นอะไร ใครเรียกเค้าอย่างนั้นรึ

มาหาผมสิ...ผมอยู่ตรงนี้....ตรงนี้ไงฮะ มองเห็นผมรึเปล่า.....หาผมเจอ     รึเปล่า....อย่านะ....อย่าทิ้งผมเอาไว้ตรงนี้คนเดียว มาสิ...ผมอยู่ตรงนี้ไงฮะ โทโมะอยู่ตรงนี้ ยามะพีพยายามที่จะเปล่งเสียงพูดของตนออกไป แต่เท่าที่ทำได้นั่นก็คือร่ำร้องเรียกหาเจ้าของเสียงนั้นแต่เพียงในใจเท่านั้น ริมฝีปากบาง ๆ เผยอพยายามจะออกเสียงอย่างเต็มความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจต้องการ

ที่นี่มันคือที่ไหน....กันแน่นะ ..... อ๊ะ.....ลมเหรอ.....แรงจัง แรงมาก.....เหมือนว่าตัวกำลังจะปลิวไปกับกระแสลมนี้เลย อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา.......’

 

 

คนไข้หายใจแล้วครับเสียงคุณหมอที่เพิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉิน เหนื่อยเหลือเกินสำหรับคนไข้เคสนี้....ทั้งที่ดูท่าทางว่าจะรอดยาก แต่ในที่สุดก็กลับมา....แล้วสินะ

อ๊ะ....เหรอฮะ โธ่....พีจัง คิดยังไงของเค้ากันนะร่างบางผู้เป็นเพื่อนรักวิ่งเข้ามาหาคุณหมอ ยิ้มออกมาทันทีทันใด เมื่อคุณหมอออกมาบอกว่าเพื่อนรักมีโอกาสจะรอด...พีจังหายใจอีกครั้งหัวใจก็เริ่มเต้นอีกครั้งเช่นกัน

อ๊ะ....ขะ...ขอบคุณมาก ๆ เลยนะฮะร่างบางโค้งสุดตัวขอบคุณคุณหมอประจำตัวเพื่อนรักของตน พลางมองหาคนรักที่รุดหายไปที่ไหนก็ไม่รู้แล้วป่านนี้

“.....” คุณหมอโค้งรับน้อย ๆ ยิ้มให้ด้วยท่าทางใจดี ก่อนจะขอตัวไปทำหน้าที่ของตนต่อ

เฮ้อ.....ขอให้ปลอดภัยนะ...พีจัง พยายามเข้านะคาเมะมองลอดช่องกระจกใสที่เป็นรูปวงกลมขนาดกลางๆบนประตูส่งกำลังใจของตนไปให้เพื่อนรัก

ไม่ต้องให้กำลังใจโทโมะใกล้ขนาดนั้นก็ได้ ยอมหายใจแล้วนี่ เดี๋ยวก็คงฟื้น อีกไม่นานหรอกจินเดินมาจากไหนไม่รู้ ร่างบางไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด จนกระทั่งสัมผัสถึงวงแขนอบอุ่นนั้นพร้อม ๆ กับต้นเสียงนี่แหละถึงได้รู้ถึงความมีตัวตนของร่างหนา

จินบอกบ้านโน้นรึยังฮะ คุณลุงว่ายังไงบ้างฮะคาเมะถามขึ้น ยอมถอยห่างมาจากหน้าประตูห้องฉุกเฉินที่ยึดเป็นสถานที่ส่วนบุคคลอยู่เป็นนานสองนานตั้งแต่พาเพื่อนรักเข้ารับการรักษา ตาเรียวรีช้อนมองเสียงหนาขาวๆของคนรักเมื่อต้องการได้ยินคำตอบจากปากคนตัวใหญ่

ไม่ได้บอกหรอก บอกแต่เจ้าเรียวน่ะ ถ้าบ้านนั้นรู้พี่เขยชั้นคงไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นักหรอก อีกอย่างโทโมะก็คงจะรู้สึกตัวในอีกไม่นานนี้แล้วแหละ คงไม่มีอะไรที่น่าหนักใจอีกแล้วจินอธิบายให้คนรักของตนฟังช้า ๆ ร่างบางก็เป็นผู้รับฟังที่ดีอีกตามเคย

คาเมะไม่ได้คัดค้านอะไรกับการกระทำครั้งนี้ เพราะเจ้าตัวก็ไม่ต้องการให้ใครคนอื่น ๆ รับรู้เกี่ยวกับเรื่องการฆ่าตัวตายของเพื่อนรักของตนเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ของ ฮิโรกิ รวมไปถึงแม่ของตัวเองด้วยเช่นกัน

 

 

ยามะพียังคงถูกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโดยส่วนใหญ่คนที่จะมารับหน้าที่ในการดูแลนั้นเป็นของฮิโรกิและคาเมะ ซึ่งทั้งสองก็ยินยอมพร้อมใจกันรับหน้าที่นี้เอาไว้ บางวันจุนก็จะเข้ามาเยี่ยมเยียนพร้อมกับยูจิที่ตลอดเวลาที่มาเยี่ยมนั้นเจ้าตัวเล็กเอาแต่เล่านั่นเล่านี่ให้ยามะพีฟังไม่ยอมหยุดผูกขาดการสนทนาของยามะพีเอาไว้เพียงคนเดียวเลยก็ว่าได้ โชก็เป็นผู้รับหน้าที่ไปรับ ไปส่ง ลูกชายของตนรวมไปถึงคุณพี่เลี้ยงอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

ยามะพีไม่ค่อยพูดเลยในแต่ละวัน เวลาที่ร่างบางอยู่กับยูจินั้นดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงช่วงเดียวเท่านั้นที่คนๆนี้กลับมาเป็น ยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนเดิม ไม่ใช่เพียงแค่คนไข้ที่มีอาการเซื่องซึมทุกขณะจิตอยู่แบบนี้ ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสคู่นั่นไม่สดใสอย่างที่เคยอีกแล้ว หากแต่มันกลับเหม่อลอยไร้จุดหมายจนคนดูแลทั้งสองแบบหวั่นใจเล็ก ๆ

ยามะพีรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนี้มากว่า 2 อาทิตย์ ร่างกายภายนอกนั้นไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเลยสักนิด บาดแผลที่ข้อมือของร่างบางนั้นค่อย ๆ ผสานกันจนแนบสนิทช้า ๆ แต่สำหรับสภาพทางจิตใจนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกลับทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ต้องการบำบัดมัน ไม่สนใจจะรับรู้ขั้นตอนปฏิบัติรักษาตัวของทางคณะแพทย์เลยสักนิด.....อย่างนี้ทำการรักษา บำบัดยังไงก็คงไร้ประโยชน์

โทโมะ...ทานอีกนิดนะ เดี๋ยวฮิโระป้อน ผอมลงไปตั้งเยอะ ถ้าคุณยูจิมาจะว่าเอาอย่างครั้งที่แล้วนะ โทโมะน้ำเสียงอ่อนโยน เอาใจใส่ของน้องชายเรียกให้พี่ชายที่นั่งเหม่อลอยบนเตียงนั้นหันมาให้ความสำคัญกับข้าวต้มในมือบาง ๆ นั้นอีกนิดหน่อย ก่อนจะส่ายหน้าอิ่มที่จะรับข้าวต้มชามนั้นเสียแล้ว ทานอย่างนี้แล้วคงจะพอหรอก ฮิโรกิเชื่อเลยว่าแมวดมยังเยอะกว่าที่โทโมะทานในแต่ละมื้อหลายเท่านัก

น้องชายหน้าหวาน ๆ ของคนป่วยได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง มองสภาพพี่ชายที่นับวันยิ่งผอมลง ๆ เรื่อย ๆ นั้นอย่างอ่อนใจเป็นที่สุด อยากเค้นคอคนรักของตนให้บอกเรื่อง นากามารุซังนักเชียวไม่รู้ว่าปิดเอาไว้อย่างนี้มันดีแล้วรึยังไง เค้าเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า นากามารุซัง ไม่ได้มีใจให้กับพี่ชายของตนเลย....ให้ตายก็ไม่มีทางเชื่อเรื่องนั้นแน่ ๆ

 

 

เฮ้อ.....ทำไมไม่ยอมบอกสักทีว่า นากามารุซัง อยู่ที่ไหนฮิโรกิบ่นกับตัวเองเมื่อจำต้องหลบฉากเข้ามาที่เคาน์เตอร์ อีกด้านที่โดนจัดไว้สำหรับส่วนที่เป็นครัวของห้องพักฟื้นสุดหรูภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ นึกห่วงสภาพร่างกายของพี่ชายของตัวเอง ถ้าขืนไม่ยอมทานอะไรอย่างนี้ท่าทางอาการทรุดหนักลงทุกทีเป็นแน่

ทั้งเรียวจัง ทั้งคุณน้าเลยทีเดียว จะปิดกันไปถึงไหนก็ไม่รู้ฮิโรกิบ่นออกมาอีก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดอกขัดใจ ยิ่งเมื่อหันกลับไปมองร่างผอมบางบนเตียงนั้นก็ยิ่งนึกห่วงพี่ชายเข้าไปอีก...ทางด้านคนรักนี่ก็อยากจะฆ่านัก...เข้าใจหรอกว่าไปสัญญาเอาไว้กับเพื่อน แต่ในเมื่อพี่ชายของเค้าเป็นขนาดนี้ ไม่ยอมบอกอะไรเลยอย่างนี้มันจะไม่ใจแข็งเกินไปหน่อยแล้วรึยังไงกัน

อะไรกันครับ คนสวย คิดถึงเรียวจังขนาดนั้นเลยรึไง หืมมมมมมเรียวเดินเข้ามาสวมกอดร่างคนน่ารักเอาไว้จากทางด้านหลัง คืนนี้เป็นหน้าที่ของฮิโรกิที่ต้องมาดูแลคนป่วยหน้าสวยอย่างยามะพี ยิ่งท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างนี้ ไม่ต้องเดาเค้าก็รู้ว่าคนตัวบางๆนี่กำลังแอบนินทา...ไม่สิด่าเค้าอยู่เลยทีเดียวแหละ หึๆ...แต่ถึงยังไงมันก็น่ารักอยู่ดีแหละในสายตาของเค้า

ระ...เรียวจัง มาเมื่อไหร่ฮะ ตกใจหมดเลยฮิโรกิสะดุ้งตัวน้อย ๆ ภายใต้วงแขนแข็งแรงของคนรัก ขยับแก้มหลบริมฝีปากอิ่มนั่นเล็กเมื่ออีกคนกำลังแสดงอาการคุกคามสวัสดิภาพของร่างกายเค้าอย่างเปิดเผย แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่จะหลบให้พ้นนั้นก็คงยากเต็มทีนั่นแหละ

เดี๋ยวริสะจะเข้ามาพร้อมยูจินะ รอรับมือด้วย เพราะคืนนี้สองตัวยุ่งนั่นคงวิ่งวุ่นให้ฮิโระดูแลอีกแล้วนั่นแหละเรียวกระซิบบอกคนรักของตัวเอง กระชับอ้อมกอดของตนเข้ามาอีกหน่อยยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นรอยยิ้มจากคนตัวบางนั้น แอบรู้สึกอิจฉาน้องชายของตนอยู่เหมือนกัน เพราะเริ่มรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวเล็กนั่นจะได้รับความเอ็นดูจากคนรักของเค้ามากเกินไปจนออกนอกหน้านอกตา

เหรอฮะ อ๋า....จริงสินะ วันนี้วันศุกร์นี่เนอะ....ท่าทางคงวุ่นวายจริงๆอย่างที่เรียวจังบอกนั่นแหละนะฮะ คิดถึงริสะจังเลย ไม่ได้เจอกันมา....3 วันแล้วสินะเนี่ยร่างบางยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย นึกถึงเมื่อ 3 วันก่อน น้องชายของเรียวมาเยี่ยม    ยามะพีพร้อมกับตน หน้านั่นมุ่ยยับเชียวแหละที่ไม่เห็นเพื่อนตัวเล็กของตัวเอง ริสะนี่ท่าทางคงรักคุณยูจิจริง ๆ อย่างนั้นสินะ

เก็บอาการหน่อยไม่ได้รึไง ถึงเจ้านั่นจะเป็นน้องชาย แต่ชั้นก็หวงแฟนตัวเองนะ นี่...แอบกิ๊กกันรึเปล่านี่เรียวบอกทั้งน้ำเสียงฟึดฟัดน่าดู ยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดรอบวงแขนแข็งแรงนั้นขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเชียว ปากอิ่มแดงนั้นยื่นงอนแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเปิดเฉย.....

คิดไปได้นะเนี่ย....แต่เป็นจริง ๆ นั่นแหละ งั้นเรียวจังปล่อยฮิโระซะทีสิฮะ เดี๋ยวริสะเข้ามาเห็นจะไม่พอใจขึ้นมาอีก ต้องง้อนะ.....นานนนนนน อืออออออ เรียวจัง.....อืมมมมมมร่างบางรับมุขคนรักรวดเร็วทันใจ แต่อธิบายต่อไปยังไม่ครบประโยคดี คำพูดประชดกึ่ง ๆ แกล้งอำของคนร่างบางก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเสียแล้ว จูบงอนง้อเอาใจจากเรียวประทับลงที่กลีบปากสวยด้วยความรวดเร็ว

 

รู้ว่าหึง ก็ชอบแหย่ชั้นจริงนะ ฮิโระเรียวดุคนรักเบา ๆ ไม่อยากให้เสียงดุดันของตนนั้นลอดล้ำเข้าไปรบกวนคนป่วยที่นั่งอยู่บนเตียงห่างออกไปสักระยะ สายตาดุๆปาดมองคนหน้าหวานอย่างคาดโทษ แต่สองแขนยังคงโอบรอบเอวบาง ๆ นั้นไม่ปล่อย ทิ้งศีรษะของตนพิงแผ่นหลังบอบบางช่วงไหล่ของคนรักอย่างออดอ้อน....ครั้งนี้รู้ดีว่าตัวเองผิดเต็มประตูที่แหย่ร่างบางก่อน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดุกับคำพูดเมื่อครู่ของฮิโรกิ

ก็เพราะใครกันเล่า อยากให้ไปที่อื่นนักก็บอกสิ จะได้ไปจริง ๆ เลยร่างบางกระแทกเสียงจนอีกฝ่ายจับรู้สึกได้ด้วยความแง่งอนระคนน้อยใจกับคำแหย่ของคนรัก

ไม่ให้ไปหรอก เรื่องอะไร ถ้าคิดหนีล่ะก็ ชั้นจะตามจนเอานายกลับมาให้ได้นั่นแหละเรียวกระซิบสารภาพเสียงอ่อนหวาน ทำเอาร่างบางใจอ่อนยวบยอมพยักหน้ารับคำอีกฝ่ายแต่โดยดีท่าทางนั้นทำเอาเรียวยิ้มออกมาอีกครั้ง คนรักของเค้าน่ารักอย่างนี้นั่นเองสินะ เค้าถึงได้หลง

 

 

จินคิดจะส่งพีจังไปรักษาตัวที่อังกฤษจริงๆเหรอฮะ แล้วพีจังจะยอมเหรอ ดูเหมือนว่าจะห่วงคุณยูจิซะขนาดนั้นคาเมะถามคนรักที่นอนกอดคนนิ่งอยู่บนเตียง จินกำลังจะส่งตัวยามะพีไปรักษาตัวที่อังกฤษ ทั้งที่ยังไม่ได้บอกให้เจ้าตัวรับรู้เรื่องราวต่างๆเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าคิดอะไรของเค้ากันนะ

หมอว่า โทโมะอาจจะอาการดีขึ้นถ้าไม่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ เราต้องแยกโทโมะให้ห่างจากยูจิ แล้วที่อังกฤษโทโมะก็อยู่มาตั้งแต่เด็ก ชั้นก็วางใจ เพราะคงให้โทโมะกลับไปพักที่ห้องเดิมนั่นแหละ ส่วนเรื่องจะยอมไม่ยอมนั้น ชั้นเป็นคนตัดสินใจทั้งหมดจินบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขน ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วงหลานชายของตน แต่นี่คงเป็นทางเดียวที่จะทำให้ยามะพียอมรับความจริงข้อนี้ได้เสียที

อ๊ะ...อย่างนั้นหรอกเหรอฮะ คาเมะว่าเวลาที่พีจังอยู่กับยูจิแล้วดูเป็นพีจังที่สุดเลยนะ....แต่ก็ ถ้าคุณหมอบอกอย่างนั้นก็คงต้องว่าตามกันนั่นแหละนะร่างบางคิด ๆ แล้วก็พูดกับตัวเอง สิ่งที่เห็นนั้นไม่น่าจะเป็นอย่างที่จินบอกเลย แต่....ก็....คงต้องเชื่อคุณหมออย่างที่จินว่าอย่างนั้นสินะ

ดึกแล้วนะเนี้ย นอนเถอะนะครับคนดี....รึจะให้จินกล่อม ยินดีเสมอเลยนะครับร่างหนากระซิบเสียงซ่าน การได้แกล้งคนตัวเล็กข้างกายนี่คงจะเป็นกิจวัตรใหม่ของเขาเสียแล้วสินะนี่.....

ทะลึ่ง...ลามกไม่เลิกเลยนะ...คุณลุงคาเมะตอกกลับ สายตาหวาน ๆ มองไปที่คุณลุงยังหนุ่ม อมยิ้มเล็ก ๆ กับท่าทางกระเง้ากระงอดไม่ได้ต่างกับยูจิหลานชายตัวแสบของเค้าเลยสักนิด ไม่สิ...ต้องบอกว่าไม่ต่างจากพีจังหลานชายหน้าหวานของคุณลุงนี่มากกว่า

ว่าแฟนตัวเองเป็นลุงอย่างนี้ต้องโดนทำโทษให้เข็ด...แต่ถ้าเป็นตาลุงลามกแล้วได้นอนกอดเต่าหน้าหวานตัวนี้ทั้งชีวิตล่ะก็ จินยอมเป็นตาลุงลามกของคาเมะตลอดทั้งชาติเลย เอ้า...” จินจูบริมฝีปากบางหนัก ๆ อย่างหมั่นเคี้ยว วงแขนของเจ้าตัวยังกอดรัดเอวเล็กคอดของร่างบางเอาไว้ไม่ห่าง

ก่อนที่จะกระซิบถ้อยคำหวานๆที่ทำเอาคนฟังได้แต่ก้มหน้างุดกับแผงอกแกร่งของตนไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองคนพูดเลยแม้แต่น้อย

 

....แล้วคืนนี้คนทั้งสองก็เคลิ้มหลับไปพร้อมคำสารภาพหวาน ๆ จาก

ตาลุงลามก

หน้าหล่ออย่าง อาคานิชิ จิน คนนี้แล....

 

 

แล้วคืนนั้นฮิโรกิก็เหนื่อยเข้าขั้นอย่างที่เรียวคิด เด็กน้อยทั้งสองจับกลุ่มคุยกับคนป่วยแทบทั้งคืน เพราะเจ้าเด็กตัวป่วนไม่ต้องไปโรงเรียนพรุ่งนี้เลยอยู่เป็นเพื่อนคุยกับยามะพีจนเกือบเที่ยงคืน กว่าเด็กน้อยทั้งสองจะผล็อยหลับมันบนเตียงคนไข้นั่นแหละ เดือดร้อนให้ฮิโระต้องอุ้มริสะให้ไปตอนกับตน แต่ด้านยูจินั้นยามะพีขอเป็นคนดูแลเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย

นอกจากยูจิแล้วยามะพีแทบจะไม่พูดกับใครเลยสักคน แม้กระทั่งจิน คนที่ร่างบางสนิทสนมที่สุด ซึ่งทางด้านจินนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรนัก เฉยเสียจนคนอื่นตกใจเลยทีเดียวนั่นแหละ ทั้งสองเอ่ยปากพูดคุยกันแทบนับคำได้ทั้งแต่ยามะพีฟื้นมากว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้

 

สนามบินระหว่างประเทศของอังกฤษ เด็กหนุ่มร่างบาง ๆ กำลังลาก ๆ จูง ๆ กระเป๋าเดินทางใบโตของตนเพื่อมุ่งหน้าไปยังอพาร์ทเม้นท์ส่วนตัวของตนและเพื่อนรักซึ่งเคยอยู่ด้วยกันมากว่า 15 ปี

ไม่รู้ว่าจะไล่มาทำไมตั้งไกลยามะพีบ่นกับตัวเอง นึกขัดใจในคำสั่งของ   ผู้เป็นน้าชายเรื่องยูจังก็ครั้งหนึ่งแล้วที่จินขัดใจเค้า ถึงจะรู้ว่าจินไม่ผิดเพราะเป็นคำสั่งของยูอิจิ แต่มันน่าให้อภัยที่ไหน เป็นพวกกันอยู่ดี ๆ ก็แปลกแยกซะงั้น...

ด้วยความที่คุ้นเคยกับที่นี่อยู่แล้ว ทำให้ยามะพีมุ่งหน้าไปถึงยังที่พักเดิมของตนด้วยเวลาไม่นานนัก เจ้าตัวจัดการเรื่องขาวของเครื่องใช้ส่วนตัวของตนให้เรียบร้อย เพราะว่าต้องออกไปพบแพทย์ที่รับรักษาอาการป่วยของตนภายในวันนี้ ตามคำสั่งกำชับของน้าชาย อยากขัดใจอยู่หรอกนะ....แต่....เพราะเป็นจินหรอกถึงได้ยอม....เชอะ ๆ อยากจะสะบัดหน้าหนีให้คอเคล็ดกันไปข้าง

 

 

จินนนนน.... คาเมะว่าพีจังถึงที่โน้นแล้วแน่เลยแหละ กี่โมงแล้ว.....น้า....จินว่าพีจังจะเจออายูรึยังฮะ จิ๊นนนนนนนน ไม่เอานะ จั๊กจี้.... อ้า....” ร่างบางเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วตั้งแต่หัวค่ำ ในหัวคิดถึงแต่เพื่อนหน้าหวานที่ถูกส่งตัวกลับไปอังกฤษเมื่อเช้า ก่อนที่ร่างบางจะรับรู้เรื่องราวของ ยูอิจิ ผู้เป็นอาของตน ว่า...

 

++++

 

ไอ้ยูจะโกรธแกกับชั้นรึเปล่าวะ เรื่องที่บอกโทโมะให้ไปหามันถึงโน่นเรียวบ่นระบายความคับข้องใจของตนกับเพื่อนรัก ทั้งที่ยังมีคนหน้าหวานๆอีกสองคนยืนอยู่เคียงข้าง...นั่นหมายความว่า เรื่องของยูอิจิไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป อาของ  คาเมะนั้นรักษาตัวอยู่ที่อังกฤษ...และยามะพีกำลังจะได้เจอกับคนๆนั้น

ชั้นไม่ได้บอก แค่แนะนำหมอให้หลานชั้นไปรักษาตัวเท่านั้น เรื่องอื่นไม่เกี่ยวสักหน่อยจินตอบกลับแบบขอไปที ร่างหนาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเรียวนัก แต่กับคนข้างๆอย่างคาเมะนั้น...ต้องการรับรู้เรื่องนี้อย่างแรง ไม่ต่างจากฮิโรกิ ที่ส่งสายตาคาดโทษให้กับคนรักของตนเช่นกันในตอนนี้

แล้วคนที่ทำหน้าที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้คนตัวเล็กฟังก็ตกอยู่ที่        อาคานิชิ จิน คนนี้อีกตามเคย ตั้งแต่กลับมาจากสนามบินเมื่อเช้าจินยังไม่ได้ทำอะไรเลยนอนจากนั่งเป็นจำเลยให้โจทย์

อย่างคาเมะซักเสียจนสะอาดเกี่ยวกับเรื่องของ ยูอิจิ และ ยามะพี ดีที่ว่า...ร่างบางยังมีใจนึกถึงเรื่องข้าวปลาอาหารให้กันบ้าง

 

++++

 

นี่เลิกคิดถึงโทโมะสักทีไม่ได้เลยรึไง ชั้นเป็นแฟนนายนะ...เจ้าหนู ไม่ใช่  โทโมะสักหน่อยเราคุยเรื่องสองคนนั้นมาตั้งแต่เช้าแล้วไม่เบื่อบ้างรึไงจินตะแคงตัวเข้าหาคนรัก ดวงตาเจ้าตัวมองจ้องลึกลงไปในดวงตาหวานแววใสของร่างบาง หน้าตานี่มุ่ยกว่าทุกครั้งที่เคยเป็น ร่างหนาเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้วเมื่อร่างบางคนรักของตนนั้นให้ความสำคัญกับหลานชายโทโมะมากกว่า อาคานิชิ จิน คนนี้

จินรู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาที่จินงอนอย่างนี้นี่นะ...เหมือนพีจังเปี๊ยบเลย ถอดแบบมาจากกันเด๊ะเลย....เอออออ ยูจิอีกคน...เหอ ๆ น้านนนนน ทำหน้าอย่างนั้นยิ่งเหมือนเข้าไปอีกแล้ว อย่างอนเก่งนักสิฮะ เดี๋ยวแก่เร็วหมดความหนุ่มก่อนวัยอันควรไม่รู้ด้วยน้า....” คาเมะยิ้มตาปิดส่งให้คนรักแล้วก็ยังพูดเรื่องวกวนเกี่ยวกับเพื่อนรักที่อยู่ยังแดนไกลของตัวเองอยู่ดี ทั้งยังเอามาเทียบกับคนตรงหน้ายังให้ร่างหนานั้นไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวี

จะไม่เลิกพูดถึงโทโมะเลยอย่างนั้นใช่รึเปล่า... ดี....คืนนี้ชั้นจะทำให้นายไม่มีเวลาคิดถึงใครเลยสักคนนอกจาก ชั้น....อาคานิชิ จิน คนนี้คนเดียวเท่านั้นจิน บอกอย่างนั้นแล้วตวัดรับร่างบางให้ขึ้นมานั่งบนช่วงเอวของตนอย่างรวดเร็ว

อ๊ะ....คิดจะทำอะไรน่ะ จิน...ชั้นไม่เล่นด้วยหรอกนะ จะ....จะนอนแล้ว...ง่วงจะตายคาเมะเห็นว่าท่าจะเริ่มไม่เข้าท่าเสียแล้ว สายตาจริงจังนักหนาของอีกฝ่ายส่งมานั้นทำเอาจิตใจไหวไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยจริงๆ ให้ตายสิ ทำไมถึงได้ใจง่ายอย่างนี้ คาเมนาชิ

หึ ๆ ๆ ๆ..... เดี๋ยวก็รู้ เจ้าหนูของชั้นจินเอ่ยขึ้น พร้อมขยับตัวมองจูบอ่อนโยนให้คนข้างบน ซึ่งร่างบางก็ตอบรักลิ้นร้อนของร่างสูงเป็นอย่างดี ไม่ได้มีท่าทางขัดขืนอย่างที่แสดงให้เห็นเมื่อสักครู่เลย

 

 

เอ๋....กายภาพบำบัด จิน ประสาทรึไงไม่รู้ร่างบางครางเสียงหวิวๆออกมา เจ้าตัวรู้เพียงแค่ว่าหมอที่ตนจะมาพบนั้นเป็นเพื่อนจินตั้งแต่ก่อนโน้น...........คงนานมากแหละ เป็นคนญี่ปุ่นแต่ดันมาตั้งรกรากอยู่ที่อังกฤษ ไมไม่เคยบอกเค้าเลยสักครั้งก็ไม่รู้ จินคิดไงให้เค้ามาพบแพทย์แผนกกายภาพบำบัด อาการของเค้าควรจะอยู่เทือกๆ จิตรกรรม....แป่วววววววว จิตเวช...ไม่ใช่หรอกเหรอ

 

*ก็อก---ก็อก*

 

รบกวนด้วยครับยามะพีขออนุญาตเข้าด้านในทันทีที่ตัดใจได้ว่าจินคงเบลอไปเอง ยังไงอาจต้องให้เพื่อนจินคนนี้แนะนำแพทย์ แผนกจิตเวชให้สักหน่อย อย่างน้อยเพื่อนจินคนนี้ก็คงรู้จักหมอที่เก่งทางด้านนี้โดยเฉพาะมากกว่าเค้าแหละนะ

เอ๋.....คุณ....เป็นคนญี่ปุ่นเหรอครับ ผม อิมาอิ ซึบาสะ ครับเจ้าของห้องร่างสูงโปร่งพอตัวเลยทีเดียว บนใบหน้าหวานๆนั้นถูกปิดกั้นด้วยแว่นตาตามแบบฉบับเด็กรักเรียนที่เคยเห็นออกบ่อยในการ์ตูน แต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความหวานจากใบหน้าเรียวรูปไข่ของเจ้าตัวสักเท่าไหร่นักหรอก

อาาาาา ฮ๊ะ...ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หลานชายจินฮะ ยินดีที่ได้รู้จักครับร่างบางที่อ่อนวัยกว่าแนะนำตัวบ้าง โค้งให้อีกคนสุดตัว เพราะยังไงคนๆนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของน้าชายของตนเลยทีเดียวนะ....ว่าแต่ทำไมหน้าหวานนัก ดูเด็กกว่าจินอีกต่างหาก

อ่าวววววววววว ผู้ชายหรอกเหรอเนี่ย....โทโมะจังสินะ...คงจำชั้นไม่ได้ เห็นจินว่าจะมาฝึกงานเหรอ....ดีเลยจะให้ช่วยดูแลคนไข้เคสพิเศษให้หน่อย....” ซึบาสะอึ้งเล็กน้อยเมื่อยามะพีแนะนำตัว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วร่ายยาวไม่เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสค้านหรือขัดเลยสักนิด ทั้งยังจูงมือนุ่มนิ่มของยามะพีรุดไปยังห้องพักคนไข้เคสพิเศษที่ว่านั่น

จินบอกว่า โทโมะจังเคยดูแลเด็กมาด้วยอย่างนั้นเหรอ ดีเลย คนไข้รายนี้เอาแต่ใจมากๆชั้นเองก็งานยุ่งไม่มีเวลาเอาใจมัน...เอ้ย...เค้าสักเท่าไหร่ ก็นะเป็นหมอก็ต้องการเวลาส่วนตัวบ้าง ช่วยหน่อยแล้วกันนะจ๊ะ ขอบใจมาก................อ้ออออออ ชั้นลืมบอกไปว่า เค้าเดินไม่ได้นะ ต้องกายภาพเช้าเย็น แล้วจะให้พยาบาลเอาข้อมูลมาให้แล้วกันคุณหมอหน้าหวานปัดความรับผิดชอบทันทีที่พาตัวร่างบางหน้าหวานนั้นมาอยู่หน้าห้องคนไข้เคสพิเศษที่ว่านี่

แต่...คำพูดที่ว่าคนไข้ข้างในนั้นเดินไม่ได้นี่เล่นเอายามะพีหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียวหัวใจดวงเล็ก ๆ บีบคลายตัวเองผิดจังหวะอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เจ้าของมันจะค่อยๆผ่อนลมหายใจเพื่อให้จังหวะการเต้นของมันกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แล้วจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปภายใน

แม้จะพยายามบอก พยายามเตือนตัวเองว่าอย่าหวังให้มากนัก...คนไข้เคสพิเศษอาจจะไม่ใช่คน ๆ นั้นก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างนั้นก้อนเนื้อก้อนเท่ากำปั้นเล็ก ๆ นี้กลับไม่คิดเผื่อใจไว้อย่างที่สมองสั่งการออกไปเลยสักนิด ความหวังที่แสนจะริบหรี่นี้ส่องประกายกล้าเสียจนเจ้าตัวหวั่นใจ เพราะถ้าหากต้องผิดหวังอีกครั้ง เค้าคงไม่สามารถยืนหยัดอยู่อย่างนี้ได้อีกเป็นแน่

 

 

ว้าาาาาาาาาาาาา....อดอวดผลงานกับจินเลย ป่านนี้ที่โตเกียวคงดึกแล้วเนอะ ทักกี้คนที่เพิ่งปลีกตัวออกมาจากหลานชายเพื่อนรัก ไม่มี...คนรักของเพื่อนรักอีกคนต่างหาก ทั้งที่กะไว้ว่าจะรีบโทรไปรายงานความคืบหน้าให้จินรับรู้แท้ ๆ....แต่เรื่องคาบเกี่ยวของช่วงเวลาทำให้ซึบาสะยอมรับเรื่องกาลเทศะ

ร่างบางยอมละมือจากเจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวจิ๋ว พร้อมส่งหน้ายุ่ง ๆ ของตนให้กับคนรักดูแลแน่นอนว่าทักกี้ต้องเป็นคนปลอบใจเค้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม...ขอแค่เป็นทักกี้เท่านั้นก็พอ

ว่าไงครับ....คนสวย หน้ายุ่งมาเชียว เรื่องที่ทางโน้นวานมาไม่เรียบร้อยอย่างนั้นรึไงทักกี้รับเอาตัวคนหน้ายุ่งๆนั้นเข้ามากอด ทั้งยังไถ่ถามถึงสาเหตุที่ทำให้คนรักของตนหน้ายุ่งคิ้วขมวดจนแทบจะกลายเป็นกลุ่มปมเดียวกันอยู่แล้ว

เรียบร้อยดี...แต่ไม่ได้อวดจินเลยล่ะ เสียดายจัง....ถ้าจินรู้ต้องชื่นชมในความสามารถของผมแน่เลยทักกี้ร่างบางมุ่ยหน้าเล็ก ๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มหวานบาดใจ ทำเอาคุณหมอจิตเวชชื่อดังอย่างทักกี้หัวใจจะวาย รู้หรอกว่าคนรักตัวเองน่ารัก น่าขย้ำแค่ไหน แต่ถ้าหัดระมัดระวังไม่ทำหน้าตาน่ารักน่ากินพร่ำเพรื่ออย่างนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องดีกว่านะ...

โถ่.....เรื่องแค่นี้เอง คุณโทรไปเมื่อไหร่ ทางนั้นเค้าก็ชมคุณทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทำหน้ายุ่งเป็นยุงตีกันอย่างนี้สักหน่อย ปะครับ จวนได้เวลามื้อกลางวันแล้วทักกี้ยิ้มให้กับความน่ารักของร่างบางในอ้อมแขนตอนอีกครั้ง แล้วจึงถือโอกาสชวนคนรักไปทานมื้อกลางวันคลายเครียดเสียเลย

 

 

นายมาช้านะ ซึบะ...นี่กะจะแกล้งไม่ให้ชั้นหายอย่างนั้นสินะ เลิกเล่นเป็นเด็กสักที ชั้นมีเรื่องที่จะต้องกลับไปจัดการอีกหลายอย่าง ยังไงนายก็ต้องกายภาพให้ขาของชั้นหายโดยเร็วที่สุดเสียงคุ้นเคยที่ยามะพีจำมันได้ดีดังขึ้นแทบทันทีที่ร่างบางเดินเข้าไปภายในห้องนั้นหัวใจดวงเล็ก ๆ ในอกบาง ๆ นี่เต้นเป็นจังหวะถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆโดยที่เจ้าของมันนั้นไม่มีความสามารถพอที่จะปรับแปลงให้มันเต้นช้าลงได้อย่างเมื่อสักครู่ ร่างบางนิ่งนานอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้เตียงคนไข้มากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างของคนบนเตียงนั้นเค้าจำได้ดี นากามรุ ยูอิจิ คนใจร้าย...นั่นเอง

นี่นายคิดจะเงียบไปถึงเมื่อไหร่กัน...หา... ชั้นหงุดหงิดนะเว้ย.........” ยูอิจิกำลังจะหันไปตวาดคนที่เพิ่งเข้าห้องมาซึ่งเจ้าตัวนึกไว้เต็มที่ว่าเป็นเพื่อนนายแพทย์ผู้เก่งกาจเกี่ยวกับการกายภาพบำบัด....แต่แล้วกลับไม่ใช่อย่างที่คิด คนที่เข้ามานั้นไม่ได้เป็นคุณหมอที่รักษาอาการป่วยของตน แต่กลับกลายเป็นคนหน้าหวานที่เค้าฝันถึงแทบทุกค่ำคืน ตั้งแต่ตัดสินใจจากมาที่นี่

นายมาได้ยังไงกัน...ชั้นไม่คิดว่าเราจะต้องเจอกันอีกนะ ยามาชิตะเจ้าของห้องปรับสายตาให้เป็นปกติที่สุด ติดจะเย็นชาอยู่มาก เก็บเอาความรู้สึกแสนโหยหาของตนเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่ายังไงเค้าจะไม่ยอมให้คน ๆ ต้องมาจมปลักกับคนพิการอย่างเค้าแน่ ๆ

แค่เห็นหน้าก็ไล่กันเลยเหรอฮะ ยูจัง ฮึก.....” ยามะพีกลั้นสะอื้นเอาไว้ ฝืนใจถามออกไปตามความคิดของตน ถึงแม้จะกลัวกับคำตอบที่จะได้รับ แต่ความรู้สึกของตัวเองในเวลานี้นั้นต้องการจะรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของร่างหนาที่มีให้กับตนบ้างก็เท่านั้น

 

 

::::

 

นากามารุ ยูอิจิ เคยใส่ใจกับความรู้สึกเค้าบ้างรึเปล่า....

นากามารุ ยูอิจิ เคยให้ความสำคัญเค้าบ้างรึเปล่า....

นากามารุ ยูอิจิ เคยต้องการเค้าบ้างรึเปล่า....

นากามารุ ยูอิจิ เคยรู้สึกอะไรกับเค้าบ้างรึเปล่า….

นากามารุ ยูอิจิ เคยรักเค้าบ้างหรือไม่.....

 

::::

 

 

ตอนนี้ คนที่ชั้นไม่ต้องการจะเจอมากที่สุดก็คือนาย ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ออกไปจากที่นี่ซะ ชั้นไม่ต้องการเห็นหน้านายอีกยูอิจิตวาดเสียงแข็งใส่คนตัวเล็ก เบนหน้าหนีออกมาเพราะไม่ต้องการให้ความอ่อนแอภายในจิตใจอยู่เหนือกว่าความคิดของตน

ไม่ไปไหนทั้งนั้น โทโมะไม่ยอมไปไหนแน่ ๆ....ไม่มีวันซะหรอก คิดจะเขี่ยทิ้งก็เขี่ย คิดจะบอกว่ารักก็บอก คิดว่าตัวเองจะทำอะไรกับโทโมะก็ได้อย่างนั้นเหรอ คิดว่าตัวเองสั่งให้โทโมะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นรึไง ไม่ไปไหนหรอก ไม่มีทางยามะพีไม่ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก เสียงที่เอ่ยนั้นทุกถ้อยคำที่ร่างบางพูดออกไปนั้นสั่นจนทั้งสองร่างรู้สึกถึงมันได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ชั้นคิดว่าตัวเองทำได้ ในเมื่อชีวิตนายเป็นของชั้น ยามาชิตะยูอิจิยังมองออกไปทางหน้าต่าง น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไรกับการมีตัวตนของยามะพีเลยสักนิด ก็คน ๆ นี้เป็นแค่สิ่งของที่เค้าจะทำอะไรก็ย่อมได้...

 

::::

 

โทโมฮิสะเป็นแค่เพียงสิ่งของที่.....ตอนนี้เค้าไม่ต้องการอีกต่อไป....

ก็เท่านั้น......

เพียงแค่เท่านั้น.....

 

::::

 

ไม่มีแล้วแหละ ของขวัญชิ้นนั้นมันตายไปแล้ว โทโมะไม่เชื่อยูจังอีกแล้ว ไม่เชื่อหรอก ยูจังโกหก ยูจัง....ฮึก ๆ...ใจร้าย....ใจร้ายที่สุดเลยยามะพีเดินเข้าไปใกล้ร่างหนาขึ้นเรื่อย ๆ แล้วโอบกอดอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง ปล่อยให้น้ำตาของตนรินไหลออกมาจากสองหน่วยตาอย่างห้ามไม่ได้ร่างทั้งร่างของ ยามะพีสั่นสะท้านไปหมดด้วยแรงสะอื้นจากเจ้าตัว สองแขนเรียวเล็กกอดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ปลายเล็กจิกลงบนผิวเนื้อของตนด้วยความลืมตัว

 

 

::::

ลืมไปว่านั่นเป็นร่องรอยของ YOUR PRESENT

ร่องรอยของความทรงจำเกี่ยวกับคน ๆ นี้

::::

โทโมะ....นี่มันอะไรยูอิจิคว้าข้อมือเล็กๆที่ยังถูกทาบพันเอาไว้ด้วยผืนผ้าก็อซหนาแน่นแต่ว่าตอนนี้กลับมีเลือดซึมออกมาจำนวนไม่น้อย ร่างโปร่งพยายามเค้นถามพร้อมกดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกพยาบาลมาทำแผลให้คนตัวเล็ก

 

 

ตลอดเวลาของการทำแผล เจ้าตัวเล็กยังกอดคนป่วยที่เดินไม่ได้บนเตียงนั้นเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะกลัวว่าอีกคนจะหายตัวไปเหมือนครั้งก่อน ทั้งที่หาทางหนีทีไล่เอาไว้หมดแล้ว แต่ในที่สุด ยูอิจิก็หนีออกไปจากที่นั่นได้โดยที่คนเฝ้าไข้อย่างเค้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีกแน่...ไม่มีทาง

กว่าจะทำแผลเสร็จก็เกือบ 2 ชั่วโมง เพราะยามะพีทั้งดิ้นทั้งร้องไห้จนคุณพยาบาลอ่อนใจไม่กล้าทำแผลให้ ทั้งแผลยังค่อนข้างลึกอยู่มากทีเดียว คุณพยาบาลเลยต้องผลึกกำลังกันหลายคนอยู่กว่าที่จะจัดการกับแผลที่ข้อมือเล็ก ๆ นั่นได้ พอทำแผลเรียบร้อยแล้ว ยามะพีก็ตกเป็นจำเลย โดนซักจนสะอาด...ไม่ต่างจากที่คาเมะซักผู้เป็นน้าของร่างบางนี่สักเท่าไหร่ ตลอดทั้งเรื่องที่ยามะพีเล่านั้นเจ้าตัวยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด ไม่ยอมคลายอ้อมแขนของตนจากยูอิจิเลยสักนิด

ท่าทางอย่างนั้นทำเอายูอิจิถอนใจ นึกโทษตัวเองที่เอาแต่ใจไม่คิดถึงความรู้สึกร่างบางในอ้อมแขนของตน ทั้งที่ยอมทรมานตัวเองแทบตาย แต่ผลที่ได้รับนั้นทำให้เค้าเกือบเสียยามะพีไปตลอดกาล เค้าไม่ต้องการให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่

ยูจังให้โทโมะอยู่ด้วยนะ...โทโมะไม่ทำให้รำคาญหรอกนะ...นะฮะ อย่าไล่โทโมะเลยนะยามะพีขอร้องยูอิจิเสียงอ่อน แรงสะอื้นของร่างบางยังดังขัดอยู่เป็นระยะ และร่างบางก็ไม่ได้มีทีท่าจะหยุดร้องเลยสักนิด จนยูอิจินึกห่วงสุขภาพของร่างบางในอ้อมแขนตนเสียแล้วสิ

หยุดร้องไห้สักที ตอนนี้นายสร้างความรำคาญแล้วก็ทำให้ชั้นหงุดหงิดมาก ๆยูอิจิอยากจะตบปากตัวเองสักที ไม่เข้าใจว่าคนอย่างเค้านี่พูดจาดี ๆ เหมือนชาวบ้านไม่เป็นเลยรึไงกัน

ฮะ....ฮึก...โทโมะไม่ทำให้ยูจังรำคาญแล้วก็หงุดหงิดแน่นอนร่างบางรับคำเสียงหวานแรงสะอื้นจากการร่ำร้องของร่างบางยังมีอยู่เป็นระยะ ทั้งที่เจ้าตัวก็พยายามกลั้นเอาไว้สุดกำลังแต่การฝืนร่างกายนั้นก็เป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับ      ยามะพี

ปล่อยชั้นได้รึยัง ชุดชั้นชื้นหมดแล้วเนี่ยยูอิจิยังไม่เลิกโวย แต่มือแข็งแรงนั้นก็ยังคงลูบหัว    ยามะพีไม่ห่าง คล้ายปลอบโยนร่างบางไปด้วยในตัว

ไม่ปล่อย เดี๋ยวยูจังก็หนีไปอีก ไม่ปล่อยหรอก ไม่มีทางครั้งนี้ยามะพีไม่ใช่แค่ไม่ปล่อยเท่านั้น แต่ยังกอดคนตัวหนาให้แน่นขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เมื่อสักครู่นั่นอีก

ไม่ไปไหนหรอกน่า เดินไม่ได้อย่างนี้จะมีปัญญาไปที่ไหนกับใครเค้าได้ ไม่มีสมองคิดรึไงยูอิจิไม่ได้ผลักดันอีกฝ่ายให้ออกห่างแต่อย่างใด แต่กับคำพูดคำจานี่สิ ท่าทางคงยากที่จะเยียวยาแล้วนั่นแหละ

ไม่รู้แหละ ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปไหนโดยที่ไม่มีโทโมะ แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำ โทโมะก็ต้องอยู่ด้วยร่างบางยื่นนิ้วก้อยเล็กๆของเจ้าตัวออกมา ทำให้ร่างหนาต้องยอมเกี่ยวก้อยด้วยในที่สุด

 

 

หลังจากวันนั้นยามะพีก็รับหน้าที่ดูแลยูอิจิแทนซึบาสะทั้งหมด ซึ่งร่างบางก็ทำหน้าที่นั้นได้ดีทีเดียว อาการยูอิจิค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังไม่สามารถทรงตัวเดินเองได้ ซึบาสะอนุญาตให้ยูอิจิกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ ทำเอายามะพียิ้มจนแก้มแทบปริ ร่างบางตัดสินใจพายูอิจิกลับญี่ปุ่นทันทีซึ่งทางด้านคนป่วยก็ไม่ได้ขัดใจพยาบาลคนสวยข้างกายแต่อย่างใด

ตลอดเวลากว่าครึ่งปีมานี้ เค้าอดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าชีวิตของตัวเองในแต่ละวันถูกคนหน้าหวานเข้ามาแทรกแซงอยู่แทบทุกช่วงวินาที แต่ถึงอย่างนั้นยูอิจิก็เต็มใจที่จะให้อีกฝ่ายเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตของตน ....

 

 

::::

ไม่สิ!!!!

ต้องเรียกว่า...

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ

คนนี้

เป็นอีกครึ่งชีวิตของเค้า...

ถึงจะถูก

 

::::

::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::

ยูอิจิยังคงหวังว่าสักวันเค้าจะกลับมายืนขึ้นเดินด้วยตัวเองอีกครั้ง

และขอรับของขวัญชิ้นสำคัญนั้นให้กลับมาเป็นของเค้าอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ

และเค้าสัญญาเลยว่าจะดูแลของขวัญชิ้นสำคัญนั้นเอาไว้ด้วยชีวิตทั้งหมดที่เค้ามี

::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::

::::

 

:::MY PRESENT @ YOUR PRESENT - YAMASHITA TOMOHISA:::

 

::::::::::::::::::::::::::

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

THE END PART of [Special Real End] by archi_10_001

ความคิดเห็น