mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 เรื่องทั้งหมด [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 เรื่องทั้งหมด [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 105.9k

ความคิดเห็น : 463

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2558 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 เรื่องทั้งหมด [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 21

เรื่องทั้งหมด

 

        ผัวะ! ผัวะ!

          ปลายหมัดชกใส่ใบหน้าของคนที่เรียกได้ว่าน้องชายจนเกิดเสียงฮือฮา เสือถอดถุงมือสีขาวแล้วขว้างทิ้งก่อนพุ่งเข้าไปซัดเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอีกครั้งหากคราวนี้ทางนั้นก็ตอบโต้กลับมาจนได้เลือดที่มุมปากเช่นกัน นัยน์ตาคมประสานเข้ากันด้วยความฉุนเฉียว ปลายหมัดอัดเข้าใส่กันรุนแรง ในจังหวะที่วิ่งเข้าใส่กัน คนเป็นพี่ที่เร็วกว่ารีบจับสิงห์ทุ่มลงกับพื้นก่อนซัดด้วยอารมณ์เดือดที่พุ่งพล่านในอก

        “กระเทยทุกคนรุมตบมันเลยค่ะ!!!”เสียงของกิ้งดังขึ้น เมื่อคนเป็นเพื่อนก็เกิดอาการเดือดขึ้นมาเช่นกัน เพื่อนของตัวเองโดนขนาดนี้ไม่ตบมันไม่หายแค้น เหล่าสาวประเภทสองปะปนสาวแท้รีบรุมเข้าไปหามันตา ที่ยังนั่งอยู่ตรงกลางก่อนทั้งจิกทั้งตบพร้อมจับแขนทั้งสองข้างของมันเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้

          ทั้งชกทั้งตบจากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงสร้างความชุลมุนไปทั่วงาน หลายคนรีบวิ่งหนีก่อนจะที่ตัวเองจะโดนลูกหลง  

          “มึงอยากได้เมียกูมากนักใช่ไหม สัส!!!

          ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

          สี่หมัดถูกชกเข้าเบ้าหน้าของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายติดต่อกัน จนเพื่อนที่เห็นว่าท่าไม่ดีแล้วอย่างพังค์กับบอลและเหล่าวิศวะอีกจำนวนหนึ่งรีบปรี่เข้ามาดึงร่างสูงให้ออกจากห่างจากน้องชาย ทว่าทุกคนที่เป็นคนดึงเสือออกมาก็โดนสะบัดรุนแรงจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทางกันเกือบหมด เสือเดินเข้าไปหาสิงห์ที่เพิ่งยันตัวขึ้นมา จัดการผละน้องชายลงพื้นแล้วคร่อม ขณะเอื้อมหมัดจะชกอีกรอบทว่าโดนเสียงอันคุ้นเคยดังขัดขึ้นให้การกระทำนั้นหยุดชะงักลงเสียก่อน

        “เสือ!!!

ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆเงยหน้าขึ้นพอเห็นเจ้าของเสียงก็เบิกตากว้าง ริมฝีปากบางค่อยๆเอ่ยนามออกมาอย่างยากลำบาก

“คุณย่า”

“ลุกขึ้นมาจากน้องเดี๋ยวนี้เสือ!!” เสือวางมือที่กำหมัดลงก่อนค่อยๆลุกขึ้นตามคำสั่ง

เพี้ยะ!!

ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงตบ แม้มันจะไม่ได้เจ็บมากทางร่างกายแต่ทางจิตใจส่งผลมากเลยทีเดียว คุณย่าไม่เคยโกรธเขา ปกติแล้วตามใจเขาตลอดอย่าว่าแต่ตบแค่ตียังไม่เคยด้วยซ้ำ

เพี้ยะ!!

ฝ่ามือบางฟาดลงใบหน้าหลานชายเป็นครั้งที่สอง

เพี้ยะ!! เพี้ยะ!!

ตามด้วยครั้งที่สามและสี่ ให้ครบจำนวนหมัดที่ชกสิงห์ไปเมื่อครู่

คุณหญิงศิริวรรณมองใบหน้าของหลานชายที่แดงเพราะแรงตบ เธอไม่อยากตบ เธอเลี้ยงหลานคนนี้มาเองกับมือ แม้จะประคบประงมแต่โชคดีที่เสือไม่เหลวไหล ยอมเชื่อฟังและเป็นเด็กดีอยู่ตลอด แต่วันนี้ที่เธอตบเพราะเสือทำรุนแรงเกินไปจริงๆแม้จะผิดแค่ไหนแต่นั่นก็เป็นถึงน้องชายร่วมสายเลือด

“นั่นน้องชายเรานะเสือ” น้ำเสียงแหบพร่ากล่าวขึ้น “นั่นน้องชาย”

“แต่มัน!!

“อย่าเถียงย่า” คำสั่งทำให้ร่างสูงต้องนิ่งเงียบ ยอมไม่พูดไม่เถียงอะไรแม้จิตใจจะร้อนรนเต็มที เสือเม้มปากแน่นฉับพลันสายตาบังเอิญเหลือบไปมองใบหน้าของน้องชายที่กำลังนอนเลือดกลบปากอยู่ที่พื้นและมันกำลัง

แสยะยิ้ม

“เหอะ”

ก็ว่าแล้วเชียวว่าทำไมมันปล่อยให้ตัวเองโดนขนาดนั้น

ฉลาดจังเลยนะมึงน่ะ

คุณหญิงศิริวรรณไม่พูดอะไรปล่อยให้เวลามันล่วงเลยไปนับห้านาที จนในที่สุดเมื่อเธอเริ่มมั่นใจนิดหน่อยแล้วว่าหลานชายตัวดีทั้งสองคนสงบลงบ้างแล้วจึงพูดขึ้น

“เสือกลับไปได้แล้ว พาเด็กคนนั้นกลับไปด้วย” นัยน์ตาสีดำมองไปยังร่างเล็กที่ล้มตัวอยู่บนพื้นโดยมีชายหนุ่มที่มีท่าทีว่าจะเป็นเพื่อนประคองอยู่ เธอรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้อย่างประหลาดเหมือนเคยเห็นที่ไหน “แล้วกลับบ้านใหญ่ไม่ต้องกลับคอนโด เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว!! ส่วนเรื่องของที่นี่ย่าจะเป็นคนจัดการให้เอง”

“ครับ” เสือตอบรับก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนหมุนตัวไปอุ้มธามที่นัยน์ตาเหม่อลอยคล้ายคนไร้สติขึ้นจากพื้น ก่อนเดินจากมาเขาได้ยินคุณย่าพูดกับน้องชายอยู่ประโยคหนึ่ง

“เล่าเรื่องทั้งหมดให้ย่าฟังทีสิงห์”

 

“จะไปไหนครับนายท่าน”

“กลับบ้านใหญ่”

“ครับ” รอยด์รับคำสั่ง นัยน์ตาสีฟ้าเข้มเหลือบมองกระจกหลังทีหนึ่งก่อนออกรถ

เสือปลดกระดุมด้านบนของชุดออก ก่อนจะหันมามองคนข้างกาย มือหนาค่อยๆถอดหน้ากากครึ่งหน้าของธามออกช้าๆก่อนบรรจงแนบริมฝีปากเข้าหาอีกฝ่าย ไม่นานนักสัมผัสอุ่นๆก็กระทบที่หน้า ของเหลวแบบนี้เดาได้ไม่ยากเลยมันคือ น้ำตา

“ร้องไห้ทำไม” นิ้วเรียวรีบปัดหยาดน้ำตาออกทว่าปัดออกเท่าไหร่ก็มีแต่ไหลลงมาเพิ่มจนแก้มเนียนเปียกแฉะทุกครั้ง เสือจึงละความพยายามตรงนั้นรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดแล้วจูบเม้มที่ขมับและบริเวณหน้าผากกว้างแทน “ไม่ร้องตี้ไม่ร้อง”

“ฮือ”

“พอละหยุดๆ”

“แต่คลิปมัน

“ตี้” เสียงทุ้มพูดเบาขณะเกยคางบนศีรษะของอีกฝ่าย “ไม่ต้องสนใจเรื่องคลิป ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้นเลยเมีย  รู้เอาไว้แค่ว่า

“กูรักมึงก็พอ”

 

หลับไปแล้ว

เสือมองคนที่ร้องไห้จนหลับ ร่างสูงเดินลงจากรถเมื่อรถคันหรูขับมาจอดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ที่เขาไม่ได้มานับหกเดือนได้แล้ว มือหนาค่อยๆช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นในท่าเจ้าหญิงก่อนพาเดินเข้าคฤหาสน์ นัยน์ตาสีครามเข้มมองสาวใช้ในชุดเมดและเหล่าพ่อบ้านนับยี่สิบคนที่เรียงตัวกันเป็นแถวตามสองข้างทางเข้าซึ่งทุกคนล้วนเงียบและก้มหน้ามองพื้น จากปกติแล้วจะมักทักทายว่าสวัสดีแต่วันนี้เงียบกันทั้งหมดเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาให้รอยด์เข้าไปบอกกับทุกคนก่อนเพราะคนตัวเล็กในอ้อมกอดหลับอยู่ไม่อยากให้มีเสียงรบกวนมาปลุกให้อีกฝ่ายตื่น

ประตูห้องหรูหราถูกเปิดออก เสือมองไปรอบๆเขาไม่ได้มาที่นี่เกือบหกเดือนแต่ห้องของเขายังสะอาดและเหมือนเดิมทุกอย่างบ่งบอกว่าคุณย่าคงให้คนมาทำความสะอาดที่นี่อยู่บ่อยๆ ห้องขนาดใหญ่ที่แบ่งแยกออกเป็นโซนต่างๆ ร่างสูงเดินผ่านส่วนที่เป็นพื้นที่หน้าทีวีตรงดิ่งมายังเตียงนอนหรูหราสีขาวขนาดคิงไซส์ ก่อนบรรจงวางร่างบางลงบนเตียงด้วยความแผ่วเบา

เสือตั้งใจจะปลดชุดออกเพราะมันอาจจะทำให้ระคายเคืองแล้วนอนไม่สบายแต่เห็นท่าทีของคนที่กำลังนอนหลับพลิกตัวหนีคล้ายบอกว่าไม่อยากให้มีใครมารบกวน ความคิดนั้นจึงล้มเลิกไป มือหนาดึงผ้านวมราคาแพงห่มกายอีกคนจนถึงหน้าอก ก่อนก้มหน้าจูบเบาๆที่ริมฝีปากก่อนผละออกมาทำธุระส่วนตัวของตนบ้าง

 

“อือ” เสียงร้องในลำคอจากร่างเล็กดังขึ้นท่ามกลางความมืด แม้มันจะเบาราวเสียงกระซิบแต่ก็สามารถทำให้คนตัวโตที่นอนกอดอยู่ข้างกายรีบเปิดเปลือกตาขึ้นมาดูเผื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้น เสือจ้องใบหน้าเรียวเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปรกติจึงแนบริมฝีปากเข้าที่แก้มขาวเบาๆ ทว่านั่นกลับเป็นการปลุกให้อีกฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย

“หือ”

ธามลืมตาขึ้นก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะอยู่ในที่มืดแต่ความรู้สึกมันบอกว่าที่นี่ไม่ใช่คอนโด พอสายตาเริ่มปรับโฟกัสจึงได้รู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหนสักแห่งที่มีห้องใหญ่ เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงยันตัวขึ้นจากเตียงแต่ก็โดนใครสักคนดึงตัวให้กลับมานอนราบดังเดิม ทีแรกเกือบจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่เห็นนัยน์ตาสีครามเข้มของเสือที่อยู่ข้างกายเสียก่อนเลยถอนหายใจแทน

อยู่ไหน แค่กๆ น้ำเสียงแหบพร่าพูดได้เท่านั้นก็ต้องไอออกมา ก่อนรู้สึกถึงลำคอที่แห้งผากและเจ็บแสบเวลาพูด เสือมองอีกฝ่ายก่อนมือหนาจะไปเปิดไฟที่หัวเตียงเผยให้เห็นถึงห้องขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่าห้องนอนที่คอนโดสักสามเท่า ร่างสูงยันตัวขึ้นหันไปหยิบเหยือกน้ำที่เตรียมไว้ก่อนหน้าเทลงแก้วแล้วยื่นมันมาให้ธามที่ยังไอค่อกแค่กไม่หยุด มือบางรับแก้วน้ำไปอย่างเร็วไวก่อนดื่มมันลงคอ ความชุ่มฉ่ำของน้ำช่วยให้ลำที่เคยแห้งเริ่มดีขึ้นจนในที่สุดอาการไอก็หายไป “

และภายในห้องขนาดใหญ่ก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เนิ่นนานจนกระทั่งคนที่เคยไอไม่หยุดพูดขึ้น

“เหนียวตัวจัง” น้ำเสียงเบาราวกระซิบ “อยากอาบน้ำ”

ร่างสูงไม่พูดอะไรหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีสามสี่สิบห้าแล้วลุกขึ้นจากเตียง ก่อนมุ่งดิ่งเข้าไปยังห้องๆหนึ่งหลังประตูหินอ่อนบานใหญ่ที่ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นห้องน้ำ ส่วนอีกคนนั่งรออยู่บนเตียง นัยน์ตากลมเผลอเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของตนเองที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ไกลนักจึงเอื้อมมือไปหยิบมันมา พอกดปลดล็อคก็พบว่าแอพเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียของเขาถูกลบออกเกือบหมด เดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นฝีมือใคร เสือคงจะไม่อยากให้เขาเข้าดูโลกออนไลน์สักพักล่ะมั้ง

กริ๊ก

นัยน์ตากลมโตเหล่มองไปทางต้นเสียง พบว่าประตูบานใหญ่ถูกเปิดพร้อมคนที่เดินออกมาจากด้านใน เสือเดินมาที่เตียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ไปอาบน้ำกัน”

 

ห้องน้ำสีขาวอมเทาขนาดใหญ่ทรงกลมที่มีส่วนพื้นและกำแพงเป็นหินอ่อนล้วน รอบๆห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างอื่นวางตั้งอยู่ ธามเดินตรงดิ่งไปยังสระน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ใจกลางห้อง นัยน์ตากลมมองน้ำสีใสโรยด้วยกลีบกุหลาบก่อนปลดชุดคลุมที่สวมทับเรือนร่างอยู่ออกแล้วปล่อยให้มันหล่นไปถึงปลายเท้า ขาเรียวสัมผัสผืนน้ำก่อนปล่อยตัวลงไปในสระที่มีน้ำอุ่นกลิ่นหอมของกุหลายรองรับ มือบางวักน้ำขึ้นลูบหน้าก่อนเอียงคอไปยังทางที่มีร่างสูงยืนพิงกำแพงเอามือกอดอกมองเขาอยู่

“พี่เสือ”

“อาบน้ำให้ธามหน่อย” น้ำเสียงใสราวกำลังอ้อนวอน เสือพยักหน้าตอบรับแล้วเดินตรงดิ่งมายังใจกลางห้อง ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกก่อนหย่อนตัวลงสระน้ำหรูหราตามอีกคน มือหนาจับเอวคอดเข้ามาใกล้ก่อนวักน้ำใส่อีกฝ่ายเบาๆ เสือเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดให้สบู่เหลวถูกปล่อยลงสระ ไม่นานนักสระหินอ่อนราคาแพงก็เต็มไปด้วยฟองสบู่ เสือจับตัวของอีกฝ่ายถูไถทุกซอกทุกมุม มือหนาลูบไล้ผ่านลำคอระหงลงหน้าอกและบริเวณเอวคอดไปถึงต้นขาเรียวจนเจ้าของกายเริ่มส่งเสียงร้องฮือพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ใบหน้าหวานเอนพิงบ่าของคนที่อยู่ทางด้านหลัง

ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งร่างสูงลุกจากสระไปใส่ชุดคลุม ก่อนจะถือผ้าขนหนูผืนหนามาห่อร่างของอีกฝ่ายขึ้นจากสระเสียงหวานจึงพูดขึ้น

“พี่เสือ”

“หืม”

พอขานตอบรับแต่อีกคนกลับส่ายหน้า

“เปล่า ไม่มีอะไร”

ร่างบางถูกวางไว้บนเตียงในขณะที่เสือเดินไปใส่เสื้อผ้าให้ตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วเดินกลับมาหาอีกฝ่ายพร้อมเสื้อผ้าในมือ ผ้าขนหนูอีกผืนอยู่วางแปะลงบนเส้นผมสีน้ำตาลโดยมีมือหนาขยี้ให้เบาๆ จากนั้นจึงโดนจับใส่เสื้อผ้าที่ไม่รู้ว่าถูกเตรียมเอาไว้ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เป็นชุดสีฟ้าเสื้อเชิ้ตธรรมดากับกางเกงสีขาวผ้านุ่ม

“ตีสี่แล้ว” เสียงทุ้มพูดขึ้น ใบหน้าหวานหันไปทางนาฬิกาที่บอกเวลาตีสี่สิบห้านาที “นอนต่อดีไหมตี้”

“ไม่ อยู่ไหน” ธามถามขึ้นอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าคำถามนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ

“บ้านใหญ่”

“บ้านใหญ่ ?” เจ้าของนัยน์ตากลมทวนคำก่อนเสือจะพยักหน้าหนึ่งทีแล้วอธิบายเพิ่ม

“บ้านที่คุณย่าเลี้ยงกูมา”

“อ๋อ” ธามตอบรับ “พาออกไปเดินดูหน่อยสิ” เพราะไม่มีอะไรให้ทำจึงพูดไปแบบนั้นแต่เสือก็พยักหน้าก่อนจะมาพยุงตัวเขาขึ้นโอบเอวแล้วพาเดินออกจากห้อง เห็นทางเดินที่ทอดยาวออกไปไกลจนต้องเบิกตากว้าง หลังจากที่สังเกตดูแล้วกำแพงจะเป็นหินอ่อนเกือบทั้งหมด ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาวส่วนเรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึง เสือพาเดินผ่านห้องต่างๆจนกระทั่งมาถึงทางบันไดลงไปยังชั้นล่าง เป็นบันไดขนาดใหญ่ที่สร้างเอาไว้ตรงกลาง คล้ายบันไดที่สร้างมาไว้ให้เจ้าหญิงเดินลงมา พื้นที่ด้านล่างคล้ายเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ด้านบนมีโคมไฟหรูหราห้อยส่องแสงระยิบระยับลงมาแต่มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

สถานที่ใหญ่โตแบบนี้ โคมไฟหรูหราแบบนี้ มันเหมือนกับว่าเขา

“เหมือนเคยมาที่นี่เลย”

เสียงหวานพูดขึ้นก่อนจะหันใบหน้าไปหาร่างสูง ประโยคดังกล่าวทำให้ใบหน้าหล่อเหลาต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ต้องเคยมาอยู่แล้ว”

“ทำไมล่ะ”

“พวกงานสังคม ตอนเด็กแม่ของมึงคงพามาที่นี่”

งั้นนี่คงเป็น สถานที่ในความฝัน

แล้วเด็กสองคนนั้นล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็น

“คุณหนูคะ” เสียงแหบพร่าของหญิงสาววัยย่างเข้าห้าสิบปีดังขึ้นความคิดขึ้นเสียก่อน นัยน์ตากลมโตมองร่างออกท้วมอาจเป็นเพราะอายุที่สูงวัยขึ้นในชุดเมดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณเสือ”

“แม่นม” เสือว่าเสียงเบาก่อนจะเดินเข้าไปกอดหญิงสาวตรงหน้า

แม่นม ?

“ตี้” แล้วหันมาเรียกชื่อเขา “คนนี้แม่นมที่เลี้ยงกูมากับคุณย่า”

“อ๋อ สวัสดีครับ ธามครับ”

“หนูธามงั้นหรือจ้ะ สวัสดีจ้ะ” เจ้าของชื่อแม่นมรับไหว้ก่อนส่งยิ้มมาให้เขา “ทำไมชื่อนี้คุ้นๆจัง หน้าตาหนูก็คุ้นๆเหมือนเคยได้เจอที่ไหน”

“หือ”

“แต่เอาเถอะจ้ะ ตื่นเช้าขนาดนี้คุณเสือจะรับอะไรดีไหมคะ”

ใบหน้าหล่อเหลาหันมาทางเขาเหมือนโยนคำถามให้แทน “ไม่ดีกว่าครับ ยังไม่หิว”

“เอาอย่างนั้นหรือคะ งั้นนมไม่กวนแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

“ครับ” ธามตอบรับขณะเดินไปหาอีกคนแล้วถามเสียงเบา “แม่นมบ้านพี่เสือเขาตื่นเร็วกันขนาดนี้เลยหรือ”

“เมดต้องผลัดเวรกันอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อเฝ้าคุณย่าท่านนะ”

“หรือครับ” พอได้รับคำตอบก็พยักหน้าเบาๆแล้วกลับมาเงียบอีกครั้ง ร่างสูงตั้งใจจะพาเดินลงมาด้านล่างแต่โดนเสียงเรียกของใครบางคนเรียกเอาไว้เสียก่อน

“เสือ ตื่นแล้วหรือหลาน” คำว่าหลานทำให้นัยน์ตากลมโตต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นคุณหญิงศิริวรรณกำลังเดินมาทางนี้จึงโค้งตัวเคารพเล็กน้อย “ย่ามีเรื่องจะคุยด้วยจ้ะ เมื่อคืนเรายังไม่ได้คุยกันนะเสือ” ได้ยินดังนั้นผู้เป็นหลานจึงมีท่าทีกังวลเล็กน้อย เสือไม่อยากปล่อยให้เจ้าของร่างเล็กนี่อยู่คนเดียวแต่ก็ไม่อยากขัดคำสั่งคุณย่า จึงถอนหายใจแล้วหันไปพูดกับธามน้ำเสียงอ่อน

“ไปรอที่ห้องก่อนได้ไหม” มือหนาลูบโครงหน้าเล็กก่อนได้รับคำตอบเป็รการพยักหน้า ริมฝีปากบางจึงแนบลงกับหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายทีหนึ่ง “ไปเล่นรอที่ห้องก่อนนะ”

ธามพยักหน้าอีกครั้งแล้วหันไปโค้งเคารพคุณย่าของเสือแล้วเดินออกจากทั้งสองคนมาแบบเงียบๆ

 

คุยกันนานจัง

ผมคิดขึ้นขณะกำลังเดินเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงขนาดใหญ่รอเจ้าของห้องตัวจริงกลับมา ที่นี่คือบ้านใหญ่เป็นบ้านเกิดของเสือ และห้องนี้ก็เป็นของเสือ

ผมซุกหน้ากับเตียงนอนแล้วสูดกลิ่นเข้าไปเล็กน้อย กลิ่นไม่ได้ต่างจากที่คอนโดสักเท่าไหร่แต่กลิ่นอายความใหญ่โตน่ะใหญ่กว่ามาก ผมมองไปรอบๆห้องและเมื่อสักครู่ได้เดินถึงบันได หลังจากกะพื้นที่ห้องโดยประมาณก็สามารถเดาได้ไม่ยากว่าที่นี่คงเป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่มากพอสมควร ไม่สิ! มันใหญ่มากๆเลยล่ะดูจากห้องโถงด้านล่างยังใหญ่ขนาดนั้น ออกเกินความคาดหมายของผมไปหน่อย ผมไม่คิดว่ามันจะสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังแบบนี้แต่เพราะนั่นแหละทำให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

เสาหินอ่อนแบบนั้นบ่งบอกว่าสถานที่ในความฝันคือบ้านใหญ่หลังนี้แน่นอน

แล้วเด็กในความฝันนั่นคงจะไม่ใช่ว่าเป็น

“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจแล้วยันตัวขึ้นจากเตียง แสงอาทิตย์เริ่มส่องเข้าว่าให้รู้ว่าตอนนี้ใกล้จะเช้าเต็มทีแล้ว ขาเรียวลงจากเตียงก่อนมองไปรอบๆ ผมเดินออกจากส่วนที่เป็นห้องนอนแล้วเริ่มไล่มือไปตามเฟอนิเจอร์หรูหราชิ้นต่างๆเป็นการสำรวจห้องนี้ไปในตัวก่อนจะไปสะดุดเข้ากับกรอบรูป

ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบมันให้มาดู มันเป็นรูปถ่ายรวมของครอบครัวเสือในภาพมีรูปของคนในตระกูลเกือบทุกคน ผมไล่สายตามองคนแรกที่เห็นคือแม่นมที่อยู่ทางซ้ายสุดและอ่อนวัยกว่าในปัจจุบันอยู่มาก คงจะเป็นภาพที่ถ่ายมานานแล้วและแม่นมของเสือคงเป็นคนที่สำคัญมากถึงขนาดไม่ใช่คนในครอบครัวยังเข้ามาอยู่ในภาพถ่ายรวมได้ คนต่อคือคุณย่าที่กำลังโปรยยิ้มหวานส่วนคนที่อยู่ข้างกายคงจะคุณปู่ของเสือ ส่วนคนต่อมาเป็นก็คงจะเป็นคุณพ่อของเสือ ผมเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้พบความจริงว่าพ่อของเสือหล่อมาก หล่อเสียใจทำผมใจสั่นโครงหน้าเหมือนเสือแทบทุกประการแต่ว่าคงจะเป็นตอนที่อายุเริ่มเยอะแล้ว อย่างกับเป็นเสือตอนโต เขาคงถอดแบบได้จากคนพ่อมาเยอะจริงๆ ส่วนคนข้างๆคุณแม่ก็หนีไม่พ้นคุณแม่ คุณแม่ของเสือสวยแบบที่ผมคิดดูอ่อนหวานและนุ่มนวลแค่นี้ก็รู้ได้เลยว่าลูกบ้านนี้เขาได้ยีนส์ดีกันจริงๆ ส่วนคนข้างๆคุณแม่น่าจะเป็นคุณยายกับคุณตาที่ยังไม่เคยเห็นและเสือไม่ได้เล่าให้ฟังสักเท่าไหร่

คราวนี้เลื่อนสายตาลงมาแถวด้านล่างบ้าง เด็กผู้ชายสูงที่สุดน่าจะเป็นพี่ฟ็อก ดูจากรูปร่างได้พ่อกับแม่ผสมกันแต่แววตาออกขี้เล่นโตมาคงจะเป็นคนเจ้าชู้แน่เลย ส่วนเด็กผู้หญิงคนถัดมาเห็นได้ชัดว่าเป็นพี่โอเด็ทสวยเหมือนคุณแม่ไม่มีผิดเพี้ยนแต่น่าจะได้สีตามาจากคนพ่อ และเด็กคนถัดมาทำให้ผมยิ้มออกและพบว่าความคิดของผมนั่นถูกต้อง

เด็กชายตัวเล็กในชุดสูทที่กำลังทำหน้าบึ้งคล้ายอารมณ์ไม่ดี

เด็กคนนี้เป็นเสือแน่ๆ รูปร่างหน้าตาไม่คล้ายในปัจจุบันสักเท่าไหร่แต่ความรู้สึกเมื่อได้เห็นภาพมันบอกว่าเป็นหนึ่งในเด็กสองคนในความฝันของผม ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าอีกคนผมเบี่ยงสายตาไปยังเด็กคนข้างๆแล้วเม้มปากก่อนถอนหายใจ

เด็กทั้งสองคนในความฝันของผมนั้น

คือเสือกับสิงห์ไม่ผิดแน่

 

“โดดสักวันก็ได้นะเมีย มาเรียนเลยแบบนี้” ผมถอนหายใจว่าแล้วว่าเชียวต้องได้ยินแบบนี้ เพราะตื่นเช้าเลยมีเวลามากหลังจากที่ได้เดินเล่นอยู่ในห้องรอเสือคุยกับคุณย่ากว่าจะเสร็จผมก็ตัดสินใจได้ว่าวันนี้จะมาเรียนตามปรกติ

“ถ้าโดดมากกว่านี้ก็จะได้ดรอปแทนแล้วเสือ” ผมตอบเขาเพราะไม่อยากโดดขณะเอื้อมมือไปเก็บชีทที่อยู่ด้านหลังใส่กระเป๋า ใบหน้าหล่อเหลาถอนหายใจแล้วคว้าเอวผมเข้ามาใกล้ๆก่อนแนบริมฝีปากลงมา ลิ้นร้อนแทรกซอนเข้ามาตามมือหนาจับศีรษะผมเอียงให้ได้มุมแล้วรุกรานแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจผลักเขาออก “พอแล้วครับ”

มือหนาตามมาลูบไล้ใบหน้าผมอีก

“ตี้”

เขาเรียกชื่อผมสีหน้าบ่งบอกว่าไม่อยากให้ลงจากรถ

“ไม่เป็นไรแล้ว” ว่าจบก็ยืดตัวหอมแก้มอีกฝ่าย “ไปแล้วนะครับ”

จบประโยคผมก็เปิดประตูลงมาทันที แวบแรกมีแต่คนมองมาทางนี้แต่แล้วก็หันไปกลับเหมือนเดิมคล้ายไม่อยากสนใจ ผมขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาตอบรับของทุกคนหลังจากที่ผมโดนแฉไปอย่างนั้น ผมมองรอบตัวอีกทีก็พบว่าไม่ค่อยมีใครสนใจผมสักเท่าไหร่แล้วเพื่อนคนอื่นก็ทักผมอย่างเป็นปรกติ แต่มันปรกติจนผิดปรกติ

“อีธาม!!!” เสียงของกิ้งดังมาแต่ไกลมันกระโดดกอดผมทันที “โอ๊ย!! กูห่วงมึงสุดๆ”

“เออกูรู้แล้ว” ผมว่า “มึงทำไมคนอื่นเขาไม่มองกูแล้วซุบซิบเหมือนที่ชอบทำวะ” ปกติเกิดเรื่องทีไรก็มีแต่มองแล้วซุบซิบกันทุกที อันนี้แหละที่ผมว่ามันปรกติจนผิดปรกติ เกิดเรื่องขนาดนี้แต่สายเม้าท์ในมหาลัยกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณย่าพี่เสือค่ะ อำนาจเลอเลิศมาก เมื่อคืนแกไปพูดอะไรบางอย่างกับอธิการบดีของมหาลัยแล้วก็มีประกาศทางเว็บบอร์ดมหาลัยว่าห้ามพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้เด็ดขาด คือเริ่ดมากอ่ะมึงไม่มีคนกล้าเห่าเรื่องของมึงเลยสักคนเดียว แล้วเมื่อคืนนะพวกกูตบอีมันตาโคตรมันจากเจ้าหญิงเป็นยาจกไปเลยค่ะ”

“โห เกินไปไหม”

“พูดความจริงค่ะ มึงอึ้งอยู่เลยอาจไม่รู้เรื่องแต่ตอนนั้นกูพึ่งเห็นพี่เสือโกรธได้ขนาดนั้นเป็นครั้งแรก พี่แกเอาคืนอีมันสำปะหลังได้โคตรตรงใจกูเลย เอาคืนเสร็จกลับไปซัดน้องชายที่บังอาจมาจูบมึงต่อคือโคตรแบดอ่ะ กรี๊ด อยากได้บ้าง”

“แล้วแฟนมึงอ่ะ”

“แฟนก็ส่วนของแฟนค่ะ แล้ววันนี้มึงได้เอาชีทที่อาจารย์ให้กำกับเอามาป่ะ” พอกิ้งมันทวงผมเลยพยักหน้าแต่เพื่อความแน่ใจเลยเปิดกระเป๋าหาชีทที่ว่าเพราะคิดว่าเอาใส่กระเป๋ามาเรียบร้อยแล้วแต่กลับ ไม่เจอ

“อ้าว! หายไปไหนวะ”

“อะไร ทำหายหรือคะ”

“เปล่าๆ คงจะอยู่บนรถตอนเก็บใส่กระเป๋ามันอาจตกไปด้านล่างเบาะก่อน เพราะกูมั่นใจว่าเอาขึ้นรถมาอยู่” ก่อนมามหาลัยเสือพาผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เพ้นเฮ้าส์ รวมถึงเก็บชีทด้วยผมเลยมั่นใจหน่อยว่าได้ถือมาด้วยแน่ๆ “แต่คงต้องไปเอาชีทว่ะ ใครมีรถให้กูยืมไหมวะ”

ครืน

ว่าถึงรถรถก็มาครับ เฟอร์รารี่สีแดงอันคุ้นตาขับมาถอดเทียบทันทีที่ผมพูดจบ กระจกรถค่อยๆลดลงจนเห็นคนขับที่อยู่ภายใน “เมฆ!!!!!

“เฮ้ย! เป็นไงบ้าง”

“มึงมาพอดีเลยพากูไปคณะแพทยศาสตร์หน่อย” ผมเปิดประตูก้าวขึ้นรถมันทันทีโดยมีกิ้งขึ้นมาตามด้วย ไอ้เมฆทำหน้างงนิดๆแต่ก็ยอมออกรถแต่โดยดี

“แล้วมึงเป็นไงบ้าง” มันถามซ้ำ

“ก็ดี”

“ก็ดี ?”

“เออไม่มีอะไรมากหรอกมึงอ่ะขับไป”

“โห กูก็อุตส่าห์หวังดีจะมาถามไถ่ว่าเป็นอะไรไหมเพราะเมื่อคืนน่ะมึงช็อคจนสติหลุดไปเลยไม่รู้หรือไง”

“ตอนนี้กูโอเคขึ้นมากแล้วแต่ขอบใจที่เป็นห่วง” ผมว่าพร้อมยิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนขับรถ ส่วนผมนั่งเงียบๆฟังเพลงสากลบนรถมันไปเรื่อยๆจนกระทั่งเราผ่านมาถึงคณะบริหารเพราะต้องผ่านคณะนี้ประจำถึงจะไปถึงคณะคุณหมอทั้งหลายได้ แต่ว่ามันแปลกตรงที่

“เมฆๆ เลี้ยวจอดตรงนี้ที”

“อะไรผัวมึงอยู่แพทยศาสตร์แต่นี้มันบริหาร”

“กูรู้อยู่แต่รถผัวกูมันจอดมาอยู่บริหารนี่หว่า!!

นั่นแหละที่มันแปลกก็เพราะรถของเสือที่ขับมาส่งผมวันนี้มันมาจอดอยู่บริหารได้ยังไงก็ไม่รู้ เห็นอย่างนั้นเมฆจึงเลี้ยวจอดตามที่ผมบอกพอจอดเสร็จผมก็รีบลงจากรถแล้ววิ่งไปใต้ตึกก่อนใครเพื่อนเพราะรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ พอมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นจะมีวี่แววของเสือ และนี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนของนักศึกษาแล้วด้วย ผมจึงวิ่งไปหากลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนแล้วถามคำถามใส่

“ขอโทษนะเห็นพี่เสือไหม” พอพวกเธอมองเห็นผมมีท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะยอมตอบ

“เหมือนจะขึ้นไปชั้นสองนะ เห็นขึ้นไปเมื่อกี้นี้เอง”

“อ๋อ งั้นขอบใจมากๆนะ”

“จ้ะ”

ผมบอกขอบคุณก่อนจะรีบวิ่งแจ้นให้ไปตามที่ผู้หญิงคนเมื่อกี้บอกทันที พอขึ้นบันไดมาก็เจอเหล่านักศึกษากำลังมุงอยู่หน้าประตูคล้ายกำลังดูอะไรบางอย่าง ผมขมวดคิ้วแต่พอได้ยินเสียงผัวะ! เหมือนคนลงหมัดกันก็รีบวิ่งเข้าไปชะเง้อตอดูด้วยทันที

อย่านะ! ขออย่าให้เป็นเหมือนที่ผมคิดนะ!

แต่ดูเหมือนว่าคำขอของผมจะไม่เป็นจริงเมื่อได้ยินเสียงร้องขึ้นมาว่า

 

เหี้ย! เสือใจเย็น กูคิดถูกจริงๆที่มาดักรอมึงก่อนที่บริหาร

พวกน้องเวร มึงก็จับเพื่อนมึงเอาไว้สิ!!!!!! อยากให้พวกมันชกกันหรือไง

 

 

เหมือนจะเป็นเสียงของพี่พังค์กับพี่บอลร้องห้ามให้เสือกับสิงห์ไม่ชกกัน ผมเม้มปากแน่นและในจังหวะนั้นเริ่มมีคนอื่นมองเห็นผม พวกเขาเลยหลีกทางให้ราวอยากจะให้เข้าไปขวาง ตอนแรกผมตั้งใจจะรีบวิ่งเข้าไปถ้าไม่ได้ติดว่าได้ยินบทสนทนาที่ทำให้ผมรู้สึกหน้าชาเสียก่อน

 

จดบันทึกพิเศษเสือ

 

ไม่อยากให้ตี้มา

โดดสักวันก็ได้นะเมีย มาเรียนเลยแบบนี้…”

ถ้าโดดมากกว่านี้ก็จะได้ดรอปแทนแล้วเสือ ตั้งใจจะพูดขึ้นหากอีกคนก็สวนขึ้นมาแถมยังทำเมินไปเอี่ยวตัวไปเก็บชีทจากหลังรถอีก เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วคว้าเอวบางก่อนกดจูบลงไป แต่ไม่นานนักก็โดนผลักออก พอแล้วครับ

ตี้

ได้แต่ส่งสายตาบอกว่าเป็นห่วง ไม่อยากให้มาในวันนี้เลยจริงๆ เพิ่งเกิดเรื่องไปแท้ๆเชียวได้แต่หวังว่าคุณย่าของเขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ แต่อยู่ๆก็โดนอีกฝ่ายกอด “ไม่เป็นไร เลยยกมือขึ้นหัวส่วนธามยืดตัวขึ้นมาหอมแก้ม ไปแล้วนะครับ

ว่าจบคนตัวเล็กก็เปิดประตูลงจากรถทันที

ใบหน้าหล่อเหลาถอนหายใจแล้วค่อยๆเคลื่อนรถหรูออกห่างจากคณะนิเทศศาสตร์ ใบหน้ากังวลจึงเปลี่ยนมาเป็นทะมึนอารมณ์ห่วงหากลับกลายมาเป็นโกรธ จริงๆแล้ววันนี้มันมีอยู่สองสาเหตุที่เขาไม่อยากให้เมียมา หนึ่งคือเป็นห่วง และสองคือ

ตัวรถขับออกได้ไม่ถึงคณะก็เลี้ยวจอดเข้าที่ตึกบริหารพอลงจากรถก็เจอกับเพื่อนทั้งสองที่เหมือนมาดักรอเขาเอาไว้ก่อนแล้ว

“มาทำอะไรที่บริหารครับมึง” พอเขาไม่ตอบพังค์มันเลยเปลี่ยนคำพูดแทน “มึงอย่านะเสือ”

“มึงจะมาเอาคืนน้องชายมึงอีกใช่ไหม”

พวกมันรู้จริงๆด้วยว่าเขาจะมาทำอะไร

ใช่นี้คือเหตุผลที่สองที่เขาไม่อยากให้ตี้มาเพราะไม่อยากให้รู้ว่าวันนี้ตัวเองมา เอาคืนคนเป็นน้องชาย เรื่องจูบแม้จะ(ทำใจ)ยอมให้มันจบๆเพราะคุณย่าขอ แต่สำหรับเสือมันก็ยังเหลืออีกเรื่องอยู่เหมือนกัน

เมื่อวานมันต่อยท้องเมียเขาไป

ตัวเสือยังไม่เคยแม้กระทั่งด่าแล้วมันมีสิทธิอะไรมาต่อย

ยังไงซะก็คาดว่าจะโดนลงโทษอยู่แล้วแม้จะไม่รู้ว่าเป็นโทษอะไรแต่ก็ขออัดน้องชายให้หายแค้นก่อนโดนลงโทษไปเลยก็แล้วกัน

วันนี้เขามั่นใจว่าสิงห์ต้องมา แม้จะโดนหมัดไปขนาดนั้นแต่วันนี้มันมีสอบ

ขาเรียวผลักเพื่อนออกให้พ้นทางทันทีก่อนจะเดินเข้าไปใต้ตึกบริหารโดนมีพวกมันวิ่งมาตามหลัง พยายามจับเขาเอาไว้แต่ก็โดนสลัดทิ้งตลอด พวกมันไม่ค่อยกล้าขัดเวลาเขาโกรธหรอก ปกติเสือเป็นคนโกรธใครไม่บ่อยแต่ถ้าได้โกรธล่ะก็จะเอาช้างมาฉุดก็ฉุดไม่อยู่ จริงๆแล้วเรื่องของมันตาที่จงใจทำให้เมียเขาเสียหายมันก็ยังไม่หายแค้นด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าเป็นผู้หญิงและกิ้งก็คงจะจัดการให้แล้วเลยปล่อยไป

เขารู้ว่าธัญโดนวางยาเพราะตั้งแต่รู้ว่าธัญเป็นคู่ของธามก็ให้น้องมันมารายงานตลอด

แต่กลับท้องเสียวันงานหลังจากที่สิงห์ชวนไปดื่ม อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนั้นดูแค่นี้ก็รู้ว่าโดนวางยาและสองคนนี้สิงห์กับมันตาก็ตั้งใจวางแผนกันมาตั้งแต่แรก นี้แหละที่ทำให้เขาขึ้น แต่ขึ้นที่สุดคงจะเป็นคำว่าแพศยาที่อีกฝ่ายโดนด่าใส่

ปัง!!!

ประตูห้องเรียนถูกถีบรุนแรงจนทำให้นักศึกษาที่อยู่ในห้องหันมามองจนตาเป็นมัน เสือไล่ทุกคนออกไปจนเหลือแต่สิงห์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อสภาพของน้องชายตัวเอง คิ้วและปากแตก แก้มช้ำจนขึ้นสีแต่โดนขนาดนั้นก็ถือว่าโชคดีที่ใบหน้าไม่เละไปมากกว่านี้ ส่วนเสือมีตรงโหนกแก้มที่ช้ำเล็กน้อยหากมันไม่ขึ้นสี ใบหน้าปรกติทุกอย่างเพียงแค่คนเป็นถึงจะรู้ว่าช้ำเพราะหากเอามือมากดบริเวณนั้นก็รู้สึกปวดเหมือนกัน

Brother” เสียงทุ้มพูดขึ้นเป็นผลให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเข้มคล้ายคลึงกับเขาเงยขึ้นมาจากหนังสือ สบหน้ากันเล็กน้อยแต่ไม่แสดงอารมณ์อะไร

“อะไรกันจะมาเอาเรื่องอีกหรือไง ไม่หายแค้นหรือครับ” น้ำเสียงยียัวดังถามขึ้นแบบที่

“เออ!!” อีกฝ่ายตอบกลับมาแบบสั้นๆทว่าพอจบคำก็ผลักโต๊ะเรียนจนล้มระเนระนาดไปทั่ว ขายาวเดินตรงดิ่งไปหาน้องชายที่ยังคงนั่งนิ่งทว่าพอเขามาถึงมันก็ลุกขึ้นแล้วยกหมัดเตรียมชกเหมือนกัน

ผัวะ!

แต่เขาเร็วกว่า จึงได้ลงหมัดไปยังใบหน้าของมันก่อนแต่พอจะใส่หมัดที่สองตัวเขาก็โดนใครบางคนลากแล้วดึงให้ออกห่างน้องชาย

 

เหี้ย! เสือใจเย็น กูคิดถูกจริงๆที่มาดักรอมึงก่อนที่บริหาร

พวกน้องเวร มึงก็จับเพื่อนมึงเอาไว้สิ!!!!!! อยากให้พวกมันชกกันหรือไง

 

ไอ้พังค์และไอ้บอลรีบแยกพวกเขาออกก่อนจากกัน พวกมันเรียกรุ่นน้องผู้ชายให้เขามาจับเพื่อนเอาไว้ด้วยจำนวนคนในห้องจึงเยอะขึ้นมาอีกพอสมควร

“มึงแย่งของกู” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่พึ่งโดนหมัดจากพี่ชายไปเมื่อสักครู่เป็นคนพูดขึ้นแต่ก็โดนสวนกลับขึ้นมาทันที

“ใครแย่งของมึง ธามของกู” เสือจงใจเน้นคำว่าธาม แทนคำว่าตี้มันจะได้รู้ว่าของที่มันอยากได้น่ะของเขา

“ธามของกู!!!

“ของกู ธามเป็นเมียกู!!!

“แต่เขาเป็นคู่หมั้นกู!!!!

สิ้นประโยคของน้องชาย เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาทันที เสือเม้มปากแน่นพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนสวนกลับไป

“แต่มึงก็เอากับคู่หมั้นกู”

ฮือฮา

“มึงรู้ว่าลินินเป็นคู่หมั้นกู มึงก็ยังเอากับมันในวันเกิดกู” เสือย้ำทุกประโยค ภาพตอนที่เปิดประตูแล้วเจอคู่หมั้นนอนกับน้องชายมันยังติดตาเขาอยู่เลย

“แล้วมึงมาเอากับธามทำไม มึงคิดว่ากูไม่เจ็บหรือไง!!!

“แล้วตอนมึงเอากับลินินมึงคิดว่ากูไม่เจ็บด้วยหรือไง!!!

“แล้วยังไงมึงจะมาเอาธามไปจากกูเพราะอยากแก้แค้นกูที่เอากับลินินใช่ไหม!!!

” เสือยังไม่ตอบไม่ใช่เขาไม่อยากตอบ แต่ตอนนี้กำลังสงบใจไม่ให้วิ่งเข้าไปอัดหน้าน้องชายอีกรอบเสียก่อน ใบหน้าหล่อเหลาสูดลมหายใจเข้าลึกๆกำลังจะเปล่งเสียงออกมาถ้าไม่ติดที่ว่า

“มะ

 

อ้าว ธามมึงจะวิ่งไปไหน เฮ้ย! มึงร้องไห้หรือ

เสียงของกิ้ง!!!!!!

 

นัยน์ตาสีครามเข้มเบิกตากว้าง ราวหัวใจโดนฉุดลงเหวเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของคนที่เขาไม่อยากให้มาเจอที่สุดในตอนนี้

ธาม

ตี้

ผลัก!!!

เสือกับสิงห์รีบผลักเพื่อนออกก่อนวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ขายาวรีบลงบันได นัยน์ตาคมมองไปทั่วก่อนจะเจอกับร่างเล็กที่กำลังวิ่งออกไปทางถนน เสือจึงตัดสินใจตะโกนเรียกขณะกำลังวิ่งดักเอาไว้เสียก่อน

“ตี้อย่าไป!!!

ทว่า!! ไม่ทัน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูขึ้นรถของใครบางคนที่บังเอิญขับผ่านมาพอดี เสือรีบวิ่งตามเพื่อที่จะหยุดรถแต่เขาช้าไปนิดเดียวเมื่อรถคันนั้นออกตัวแล่นไปอย่างรวดเร็ว

“แม่งเอ๊ย!!” เสือสบถลั่นรีบวิ่งไปขึ้นรถด้วยเอง ก่อนจะถอยจากที่จอดรถแล้วบึ่งตามแอสมาตินสีดำที่ตี้เป็นคนขึ้นไปเมื่อกี้อย่างรวดเร็ว

 

“เฮ้ย!! ธามเป็นอะไรร้องไห้ทำไม แล้วจะให้กูไปที่ไหนล่ะเนี่ย”

“จะไปที่ไหนก็ได้แต่อย่าห้พวกเขาตามทัน!!!!!!!!!

ผมตะโกนตอบกลับธัญในขณะที่น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย

 

แต่เขาเป็นคู่หมั้นของกู!!!!!!!!!’

 

ประโยคนี้ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของผม

หลังจากที่วิ่งหนีออกมาโชคดีที่ธัญขับรถผ่านมาพอดี ตอนแรกผมจะไม่หนีพยายามทนฟังความจริงทุกอย่างแม้จะแทบล้มพับไปกับพื้นยามที่รู้ว่าผมมีคู่หมั้น จนประโยคนี้ดังขึ้นมา

 

แล้วยังไงมึงจะมาเอาธามไปจากกูเพราะอยากแก้แค้นกูที่เอากับลินินใช่ไหม!!!!!!!!!!!’

 

ผมรอ รอ รอให้เสือตอบแม้ความจริงมันจะเป็นแค่ชั่ววินาทีสั้นๆ แต่สำหรับผมแล้วคล้ายยาวนานเป็นปี ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวเลยวิ่งหนีออกมา

ทำไมเสือไม่ตอบ

ผมถามคำถามนี้กับตัวเอง ทำไมเสือไม่ตอบ!!!!!! เกือบร้อยกว่ารอบ ถ้าความจริงมันเป็นอย่างที่สิงห์ว่า

รับไม่ได้หรอกนะถ้าที่ผ่านมาเสือไม่ได้รักผมเลย

ผมเม้มปากใช้มือที่สั่นไหวไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดเบอร์โทรหาแม่

(ว่ายังไงธาม) เสียงของแม่ตอบกลับมา

“ม๊าฮือ” ผมเรียกแม่เสียงสั่นพยายามเก็บน้ำเสียงสะอื้นเอาไว้ในลำคอ “ม๊าม๊าตอบธามมาตามตรงนะ”

(เป็นอะไรธามใครทำอะไรหนู บอกม๊ามาสิ)

“ธามมีคู่หมั้นหรือเปล่า”

()

ทำไมม๊าไม่ตอบ ตอบสิครับ!! ตอบธาม!!!

(มี) คำตอบของแม่บีบรัดหัวใจของผมจนแทบแหกสลาย (คือธามฟังม๊านะ ม๊าขอโทษที่เอาหนูไปหมั้นกับคนอื่น ม๊ารู้ว่ามันเป็นการบีบบังคับจิตใจหนูแต่ตอนที่ครอบครัวเรากำลังจะล้มละลายครอบครัวของเสือเป็นคนช่วยไว้โดยแลกกับต้องเอาหนูมาหมั้นหมาย แต่คู่หมั้นธามก็เป็นเสือนะจ๊ะ)

“หรือครับ” ผมบอกเสียงสั่นน้ำตาไหลลงมามากกว่าเดิม “ฮึก! งั้นม๊ามีใบสัญญาที่ให้ธามหมั้นหรือเปล่า”

(ของแบบนั้นก็ต้องมีสิ)

“งั้นม๊าช่วยไปเอามาอ่านธามฟังที”

(รอแปปนึงนะจ๊ะ) เสียงหวานของแม่หายไปสักพัก แต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมอ่านสัญญาให้ผมฟังจนกระทั่งถึงประโยคที่ว่า (อัครมหาภูวสถิตหมั้นหมายกัน จบแล้วลูก ธามมีอะไรหรือเปล่า)

อย่างนี้สินะ

(ธามลูก)

ในวันนั้นแม่ถึงปล่อยให้ผมไปอยู่กับเสือได้แบบง่ายๆ ทำไมผมคิดตื้นจังว่าจะมีแม่คนไหนสนับสนุนให้ลูกไปอยู่กับผู้ชายขนาดนั้น

(ธามตอบแม่!!!)

ที่แท้ก็เป็นเพราะแม่เข้าใจผิดนี่เอง

(ธามตอบแม่!!! แม่เริ่มใจไม่ดีแล้วนะ!!!)

ติ๊ด!!!

มือบางกดตัดสายก่อนปล่อยโทรศัพท์ให้หล่นลงกับพื้น

“ธามเป็นอะไร อย่าเงียบสิกูใจไม่ดีวะ มึงจะร้องไห้ก็ได้แต่อย่าเงียบ”

“ฮ่าๆ”

“หัวเราะทำไมวะ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ผมหัวเราะลั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องหัวเราะอาจจะเป็นเพราะรู้สึกว่าชีวิตตัวเอง

บัดซบ

ทั้งเรื่องที่คนรักแท้จริงแล้วเขาอาจไม่ได้รักตัวเอง

ทั้งเรื่องที่แม่เขาใจผิดคิดว่าเสือเป็นสิงห์ เพราะในสัญญานั่นมันเขียนเอาไว้ว่า

 

บริษัท XXX ในเครืออภิวัฒน์ยินยอมให้นายศรัตชัย  กรภัควัฒน์ ยืมเงินลงทุนเป็นจำนวน X,XXX,XXX,XXX บาทภายใต้เงื่อนไขที่ว่า เด็กชายศรนารายณ์ กรภัควัฒน์กับเด็กชายราชสิงห์ อัครมหาภูวสถิตต้องหมั้นหมายกัน

 

ราชสิงห์ไม่ใช่พยัคฆา

เป็นสิงห์ไม่ใช่เสือ

ธาม เฮ้ย!! ธามมึงเป็นไร อย่าเป็นอะไรนะเว้ย!!’

เสียงใคร ?

ทำไมรู้สึกเจ็บจัง

เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ

ไม่ไหวมันทรมานเจ็บไปทั้งร่างกายและจิตใจเลย

“เจ็บๆ ฮือเจ็บ”

“เจ็บอะไรธามเป็นอะไร”

“เจ็บไม่ไหว จะตายอยู่แล้ว!!!

“เฮ้ย!!! เป็นอะไรวะ”

“ฮือไม่ไหวเจ็บ!!!!!!!!

“ธาม! ธาม!

ไม่ไหวแล้ว

เจ็บเหลือเกิน

พี่เสือได้โปรด

 

ช่วยธามด้วย

 

 

 

100%

ครั้งก่อนบอกอีกสองวันเจอกันแต่ดันเลทไปอีกหนึ่งเพราะเมื่อวานกลับบ้านตั้งใจว่าจะอัพแต่ดันหลับก่อน

เค้าขอโทษเลทนิดหน่อย (ไม่นิดละแก) ไม่ว่ากันเนาะ555555555

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น