เด็กหญิงเย็นชา

หลงเข้ามารึเปล่าไม่รู้ แต่ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร๊าาาา

ชื่อตอน : Re : 13 ผลกระทบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.9k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2560 03:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Re : 13 ผลกระทบ
แบบอักษร

13

ผลกระทบ

                ขนมผิงไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับเครื่องมือเก็บข้อมูลชิ้นเล็กที่ได้รับมาจากปิญญ์ชานนท์ดี ตาคู่สวยจ้องมองแฟรชไดรฟ์นิ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลึกๆแล้วใจของเขากำลังกลัวกับสิ่งที่อยู่ข้างใน ลมหายใจร้อนพรูออกมาเมื่อรูปแฟ้มสีเหลืองปรากฏอยู่บนหน้าจอ นานแล้วที่เขาเอาแต่ชี้เม้าท์ไปที่รูปแฟ้มแต่ก็ไม่เปิดมันดูสักที เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นตลกอะไรกันแน่

                และในที่สุดขนมผิงก็ชั่งใจคลิกเปิดแฟ้มนั้นเพราะความอยากรู้ และทันที ภาพลามกมายมายก็ปรากฏสู่สายตาทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยหากว่าคนที่อยู่ในรูปพวกนั้นจะไม่ใช่เขา หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะกับสิ่งที่ได้เห็น ร่างกายด้านชาราวกับถูกสาดซัดด้วยน้ำเย็นจัดจนแทบกระดิกนิ้วไม่ได้

                มันช่างเป็นการกระทำที่สุดแสนจะสกปรกและต่ำช้าที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ มือผอมค่อยๆกดปิดภาพตรงหน้าราวกับว่ามือนั้นแทบจะไร้เรี่ยวแรง คนอย่างปิญญ์ชานนท์สกปรกเกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้จริงๆ สามารถที่จะเอาชนะและเหยียบย่ำคนอื่นให้อยู่เบื้องล่างโดยไม่เลือกวิธีการที่จะทำ เขาแทบอยากจะตะโกนร้องออกมาสุดเสียงกับอารมณ์ที่มันอัดอั้นอยู่ในเวลานี้

                ก๊อก ก๊อก!!

                แต่แล้วเสียงเคาะประตูห้องก็เรียงให้ร่างสูงโปร่งสะดุ้ง พับปิดโน้ตบุ๊คแล้วดึงเอาอุปกรณ์เก็บข้อมูลอันเล็กออกมาทันที

                “แม่กับเด็กๆเข้าไปนะผิง”เสียงของลำดวนดังขึ้นมาพร้อมกับประตูห้องนอนที่ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ

                “มีอะไรเหรอครับ ผิงว่าจะลงไปพอดีขนมผิงถามพลางจ้องมองเด็กๆที่พากันแอบอยู่ด้านหลังของมารดาพลางชะโงกหน้ามองมาทางเขากล้าๆกลัวๆ

                “แม่นะไม่มีอะไรหรอก แต่วันนี้หยุดแม่อยากให้ผิงพาเด็กๆออกไปเที่ยวเล่นผ่อนคลายนอกบ้านบ้าง อยู่แต่ในบ้านเด็กๆจะอุดอู้เอา

                “แต่วันนี้ผิงไม่อยากไปไหน ผิงอยากจะพักผ่อน

                อารมณ์ของเขาในเวลานี้มันแปรปรวณจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลย รูปที่ได้เห็นมันยังคงติดตาของเขาไม่หาย ใจของเขาคิดถึงก็แต่รูปที่ถูกตัดมาจากวีดีโอพวกนั้น ขนมผิงไม่รู้เลยว่าปิญญ์ชานนท์ต้องการอะไรจากตัวเองกันแน่ แต่ถ้าหากว่าปิญญ์ชานนท์ต้องการที่จะให้เขาเจ็บล่ะก็ ปิญญ์ชานนท์ทำสำเร็จ เพราะตอนนี้เขาเจ็บจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก หากภาพพวกนั้นหลุดออกไป ชื่อเสียงของเขาก็จะเสียหายแค่ไหน แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญเท่ากับชื่อเสียงของครอบครัวที่เขารักมากที่สุดเลย

                “อะไรกัน ช่วงนี้เราเป็นอะไรน่ะผิง แม่ไม่เห็นว่าผิงจะคุยกับเด็กๆบ้างเลยนะ หรือว่าเครียดเรื่องงาน แม่อยากให้ผิงตั้งใจทำงานเอาแต่พอดี เด็กๆกำลังโตผิงน่าจะเอาเวลามาใส่ใจกับเด็กๆมากกว่า

                “ผิงก็ไม่ได้ทิ้งลูกไปไหนนี่ ผิงก็กลับมาหาลูกทุกวัน แล้วเรื่องงานแม่ไม่ต้องห่วง ผิงรู้ว่าผิงทำอะไรได้บ้างพูดพร้อมกับผลุดลุกขึ้นจากเตียงทันที ไม่ลืมที่จะคว้าแฟรชไดรฟ์อันเล็กติดมือมาด้วย

                “นั่นผิงจะไปไหน!! แล้วเด็กๆล่ะ”

                “วันนี้ผิงไม่ว่างแล้ว ผิงจะไปทำงาน”

                “แต่วันนี้วันหยุดไม่ใช่รึไง”

                “ผิงต้องวางแผนงานล่วงหน้าจะได้ทำงานง่ายขึ้น ขอโทษนะครับ แต่ผิงไม่ว่างจริงๆขาบอกด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบกับมารดา

                “ปะป๊า”เสียงเล็กแผ่วเบาเรียกพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามอง

                “อยากอยู่กับปะป๊า”

                เสียงเรียกและคำอ้อนวอนของเด็กๆทำให้เขาแทบใจสลาย ใบหน้ากลมแป้นที่เคยยิ้มแย้มโชว์เหงือกสีสดบัดนี้กลับเศร้าหมองไม่ร่าเริงเหมือนเก่า

                “เอาไว้วันหลังนะครับ วันนี้ปะป๊าต้องไปทำงาน

                พูดจบก็เดินออกมาจากห้องนอน ทิ้งให้เด็กๆที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของคุณยายหันมามอง ท่าทีที่ห่างเหินไม่เหมือนเก่านั้นทำให้ขนมผิงเริ่มรู้สึกผิด จากเดิมที่ลูกๆจะวิ่งเข้าหาเขาตอนนี้ได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆ

                แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เขาไม่ต้องการจะอยู่ใกล้กับเด็กๆทั้งที่ยังมีเรื่องรบกวนใจอยู่ และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ได้วาดเอาไว้เขาจำเป็นที่จะต้องเสียสละในส่วนเล็กๆไปเพื่อที่จะได้ส่วนที่ใหญ่ที่สุดมาครอบครอง

 

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg

               

                ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุง ปิญญ์ชานนท์จอดรถอยู่ด้านหน้าตึกของโรงพยาบาลด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เขานึกเจ็บใจกับเรื่องงี่เง่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนอยากจะบึ่งรถไปหาขนมผิงแล้วบีบขย้ำอีกฝ่ายด้วยมือเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ความเหนื่อยที่รุมเร้าในเวลานี้ทำให้เขาแทบเดินไม่ไหว ความเมื่อยล้าความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจากเครื่องช็อตไฟฟ้าเมื่อคืนนั้นทำให้ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจากอาการไข้จับ

                ถึงระดับไฟฟ้าที่โดนจะไม่แรงพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด แต่มันก็ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและทำให้เขาสลบได้ พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั่งพิงผนังห้องน้ำอยู่โดยที่มีพนักงานทำความสะอาดเป็นคนมาปลุกก็เมื่อเวลาผ่านเกือบไปค่อนคืน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือตอนนี้เขายังรู้สึกตกใจไม่หายที่ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลของเขามันมาจากขนมผิงเพียงคนเดียว คนที่เขาเอาแต่ดูถูกดูแคลนและเหยียดหยาม

                ปึง!!

                เขาทุบพวงมาลัยรถตัวเองสุดแรงด้วยเรี่ยวแรงที่มีไม่มากนัก เขาต้องการที่จะระบายเรื่องราวที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไปให้หมด มันเหมือนกับว่าตอนนี้เขากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับคนที่เคยดูถูกมาตลอด พวงมาลัยรถคันหรูถูกกระหน่ำทุบนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อรองรับอารมณ์ของเจ้าของที่ระบายออกมาในรูปแบบของการใช้กำลัง

 

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg               

 

                “ไม่มีอะไรมากนะครับไม่ต้องกังวลไป กล้ามเนื้อของคุณที่อ่อนล้าจากการถูกไฟฟ้าอ่อนๆช๊อต จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมในอีกไม่ช้า ส่วนเรื่องอาการปวดศีรษะไข้ขึ้น หมอคิดว่ามาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วก็เกิดจากความเครียด เดี๋ยวหมอจะให้ยาไปทานแล้วก็พักผ่อนเยอะๆนะครับ

                “จำเป็นที่จะต้องพักผ่อนด้วยเหรอครับ แค่ให้ยาที่ทำให้หายจากอาการก็พอ ผมไม่มีเวลาว่างมาพักผ่อนหรอกปิญญ์ชานนท์ตอบด้วยท่าทางหงุดหงิด เขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่าจะต้องป่วยจนเข้าโรงพยาบาลอย่างคนอ่อนแอแบบนี้

                “ไม่มียาแบบนั้นหรอกครับ การพักผ่อนคือยาดีที่สุดแล้วสำหรับการรักษาโรค แต่หมอคิดว่าคุณคงจะเครียดเกินไปถึงได้อาการหนักขนาดนี้ ทางที่ดีคุณน่าจะพักจากเรื่องเครียดๆสักระยะ

                หมอเจ้าของไข้เอื้อมมือมาดึงมือของชายหนุ่มไปจับอย่างเบามือก่อนจะพลิกไปมา มือที่มีรอยช้ำจนเกือบจะปริแตกถูกจับแล้วกดเบาเบาทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งแล้วชักมือกลับด้วยความเจ็บ

                “ผมไม่ได้ต้องการให้หมอดูมือ ผมต้องการรักษาอาการไม่สบายเพื่อที่ผมกลับไปทำงานได้เร็วที่สุดเท่านั้น เรื่องอื่นผมไม่สนใจ

                “หมอคิดว่าคุณเครียดเกินไปแล้วนะครับคุณปิญญ์ชานนท์

                “ผมไม่ได้เครียด

                “ก็เหมือนกับคนบ้านั่นแหละครับ ที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองบ้า

                “ผมก็ไม่ได้บ้าเหมือนกัน รีบๆตรวจให้เสร็จดีกว่า ผมต้องกลับไปทำงานชายหนุ่มหงุดหงิด

                หมอเจ้าของไข้ถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคนไข้ที่ดูน่าจะมีภาวะทางอารมณ์จากหน้าที่งานการที่ต้องควบคุมคนมากมายกลายเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผลเดียวที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็คงจะมาจากความเครียด

                “งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่าครับ หมอจะไม่ก้าวก่ายเรื่องภาวะทางอารมณ์ของคุณ แต่หมอจะให้นี่ไป เมื่อไรที่คุณคิดว่าคุณกำลังหงุดหงิดหรืออยากระบายอารมณ์ คุณอาจจะต้องการคนรับฟังหรือให้คำปรึกษาคุณหมอในชุดกราวน์สีสะอาดหยิบนามบัตรในลิ้นชักแล้วยื่นให้

                มือใหญ่รับนามบัตร์ใบเล็กมาแล้วพบว่ามันเป็นนามบัตรของจิตแพทย์ นั่นทำให้เขายิ่งโกรธจนแทบอยากต่อว่าหมอที่อยู่ตรงหน้าออกไปซะเดี๋ยวนั้น หากแต่คำพูดเตือนของหมอเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์ของเขานั้นมันทำให้เขาฉุกคิดและเลือกที่จะกำมือที่ถือนามบัตรเอาไว้แน่น จนนามบัตรนั้นยับยู่ยี่

                “ไม่ต้องห่วงครับ ข้อมูลทุกอย่างของคนไข้จะเป็นความลับทั้งหมด คุณไม่ต้องกังวลว่าความลับของคุณจะถูกเผยแพร่ให้คนอื่นรู้ คุณสามารถไว้ใจหมอได้ครับ

                “ผมจะเก็บเอาไปคิดดู

                นามบัตรยับย่นถูกสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท

                “เดี๋ยวผมจะให้พยาบาลพาคุณไปทำแผลแล้วก็ไปรับยา หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้เอาใบนัดมาติดต่อผมได้เลย เรียบร้อยแล้วนะครับ อาการไม่น่าเป็นห่วง เหลือแค่คุณต้องให้เวลากับตัวเองเพื่อพักผ่อนบ้าง

                “ขอบคุณปิญญ์ชานนท์ตอบรับก่อนจะเดินออกมาจากห้องตรวจเพื่อไปทำแผลต่อ

                นามบัตรที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋ากำลังถูกเก็บไปครุ่นคิดว่าเขาควรจะพึ่งมันดีหรือไม่ แต่เขาไม่ได้เป็นผู้ป่วยทางจิต ไม่ใช่คนบ้าหรือคนโรคจิต ทำไมเขาจะต้องคุยกับจิตแพทย์ด้วย

                ไม่มีทาง!!

                เข้าตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องเอาคืนขนมผิงให้เจ็บแสบ จะต้องให้ขนมผิงยอมเชื่องเหมือนสุนัขที่ถูกฝึกมาอย่างดีให้ได้ สุนัขที่ไม่เชื่องจะต้องถูกสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่มาแว้งกัดเขาแบบที่กำลังทำอยู่

                ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คันหรูก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องแพงขึ้นมากดหาเบอร์โทรที่เขาเสียเงินเพื่อที่จะซื้อมันมาในราคาแพง และกรอกเสียงลงไปเมื่อทางด้านนั้นกดรับ

                “ไง เงียบไปเลยนะหรือว่ากำลังกลัวอะไรอยู่ล่ะเขาหัวเราะในลำคอราวกับต้องการจะเยาะเย้ย

                ‘คุณโทรมาทำไม!!’

                และอีกฝ่ายก็เงียบไปพักใหญ่ราวกับว่ากำลังตกใจที่รู้ว่าเขาคือใคร

                “นึกว่าจะจำเสียงผัวชั่วคราวไม่ได้ซะอีกเขายอมรับเลยว่าค่อนข้างพึงพอใจเมื่อเสียงปลายสายดูตกใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเป็นเขา

                ‘ใครบอกว่าผมจำได้ล่ะครับ ผมก็แค่เดาเอาเพราะมีไม่มีคนที่น้ำเสียงจะส่อถึงความสกปรกที่แสดงออกมาก็แค่นั้นอีกฝ่ายตอบกลับมาในแบบที่เจ็บแสบทำเอาเขาแทบจะทุบมือลงกับพวงมาลัยรถเพื่อระบายอารมณ์ที่คุกรุ่นอีกครั้ง

                หากแต่ผ้าพันแผลนั้นเป็นสิ่งเตือนใจให้เขาหยุดมือค้างเอาไว้และโต้ตอบกลับไป

                “นั่นสินะ ฉันก็ลืมไปว่าคนอย่างนายมันเป็นพวกได้ไม่เลือกหน้า คงจะเยอะจนแทบจำไม่ได้สินะ

                ‘มันก็แล้วแต่คุณจะคิดนะครับ แค่รู้เอาไว้ก็พอ ว่าคุณเองก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นเหมือนกัน

                “ปากดีนักนะขนมผิง!! อย่าคิดจะเอาฉันไปเหมารวมกับพวกชั้นต่ำที่หลงเสน่ห์คนอย่างนายเชียว!!”

                ‘หึหึ ทำไมล่ะครับ หรือว่าคุณจะไม่ยอมรับว่าหลงเสน่ห์ผมเหมือนกัน

                “อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลย นายมันก็แค่หมาที่เลี้ยงไม่เชื่องที่กลับมาแว้งกัดเจ้าของเขากัดฟันจนกรามขึ้นนูน

                คำพูดของขนมผิงมันจี้ใจดำของเขาจนอยากจะกระชากอีกฝ่ายเข้ามาบดขยี้หากว่าอีกฝ่ายนั้นยืนอยู่ต่อหน้าเขา

                ‘ถ้าผมมันเป็นสุนัขที่ไม่เชื่อง ทำไมทำไมคุณไม่ลองเปลี่ยนมาเป็นสุนัขของผมบ้างล่ะ บางทีผมอาจจะทำให้คุณเชื่องก็ได้นะ

                “อย่ามาพูดพล่อยๆ!! นายต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายที่ยอมรับความพ่ายแพ้ นายก็น่าจะรู้ดี

                เขาพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังปะทุ แล้วหยิบยกอาวุธที่เก็บเอาไว้ขึ้นมาข่ม แล้วก็ได้ผลเมื่อเสียงปลายสายขาดห้วงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดังเดิม หากไม่จับสังเกตให้ดี

                ‘งั้นก็ว่าธุระของคุณมาสิ ผมไม่มีเวลามาเล่นขายของเล่นกับคุณนะครับ คุณปิญญ์

                “เดี๋ยวนายก็จะได้รู้ว่าเล่นหรือไม่เล่นน่ะ

                ‘คุณต้องการอะไร!!....หรือว่าต้องการเงิน เงินที่คุณชอบน่ะ

                “เงินน่ะ ฉันมีเยอะแล้ว ฉันแค่อยากจะสั่งสอนหมาที่ไม่เชื่องกับเจ้าของก็แค่นั้น วันพรุ่งนี้หกโมงเย็นมาเจอฉันที่หมู่บ้านล่ะ อ้อ แล้วก็มาคนเดียวด้วยล่ะ ถ้านายเอาชู้ของนายมาด้วย ฉันไม่รับประกันว่าภาพเคลื่อนไหวของนายที่กำลังร้องเหมือนพวกติดสัตว์จะถูกปล่อยออกไป

                ‘เพล้งงง!!!’

                เสียงของแตกจากปลายสายก่อนจะตัดไปทำให้อารมณ์หงุดหงิดของปิญญ์ชานนท์แทบจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง ริมฝีปากหยักแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

                น่าแปลกที่เขากลับอารมณ์ดีที่ทำให้ขนมผิงหงุดหงิดได้

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg

 

 

                แกไปไหนมา ฉันโทรเข้าไปที่ออฟฟิตไม่เจอแก พลอยฟ้าบอกว่าแกยังไม่ได้เข้าไปในออฟฟิต แต่ฉันเห็นว่าแกออกไปตั้งแต่เช้า

                เสียงแข็งกร้าวถามขึ้นเมื่อปิญญ์ชานนท์เดินเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ บ้านของตระกูลอนันตไพลินที่เขาภูมิใจนักหนา

                “ผมไปทำธุระมานิดหน่อยเขาไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย และตอบกลับชายสูงวัยที่นั่งอยู่บนวิลแชร์ราคาแพง ด้านหลังมีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

                “แล้วนั่น มือแกไปโดนอะไรมา!!”อาทิตย์ถามลูกชายด้วยน้ำเสียงแข็งคล้ายจะกำลังไม่พอใจ

                “แค่อุบัติเหตุน่ะครับ พ่อไม่ต้องใส่ใจมันมากหรอกครับ

                “แกจะไม่ให้ฉันใส่ใจมันได้ยังไงในเมื่อแกเป็นคนที่จะต้องสืบทอดอนันตไพลินกรุ๊ป ถ้าแกเป็นอะไรไปใครจะเป็นคนสืบทอดมันล่ะ

                “เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว พ่อไม่ต้องย้ำมากก็ได้ ผมคิดว่าผมฟังมาบ่อยมากพอแล้ว ขอตัวนะครับ ผมต้องการพักผ่อน ผมเหนื่อย

                ถึงจะต้องการทำงานต่อ แต่ถ้าหากเขาฝืนเขาคงจะถึงขั้นนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลแน่ เวลานี้อาการปวดหัวเริ่มรุนแรงมากขึ้นเพราะตั้งแต่เช้ามีเพียงกาแฟแก้วเดียวเท่านั้นที่ตกถึงท้อง

                “อาทิตย์หน้าฉันจะไปหาฤกษ์หายามกำหนดงานแต่งงานของแกกับหนูเดหลี แกก็หาเวลาว่างไปด้วยกันล่ะ คุณเชตุพลเองมาบอกกับฉันว่าแกไม่ค่อยมีเวลาให้กับหนูเดหลีเลย

                “ผมไม่ได้มีเวลาว่างเหมือนเขานี่ครับ ผมต้องทำงาน พ่อก็น่าจะรู้ว่าไม่ทำงานก็ไม่มีเงินอย่างที่พ่อชอบพูด

                “แกจะพูดว่าอะไรฉันไม่สนหรอกนะ อาทิตย์หน้าแกต้องไปด้วยกันกับฉัน นี่คือคำสั่ง!! แกห้ามปฏิเสธ

                “ตามใจพ่อก็แล้วกัน ผมก็บอกไปแล้วว่าผมไม่แต่ง แต่ถ้าพ่อต้องการผมก็ไม่ขัด ผมไม่มีสิทธิเลือกอยู่แล้วนี้เขาแสยะยิ้มราวกับกำลังดูแคลนตัวเอง

                “ยังไงซะแกก็ต้องแต่ง ฉันจะไม่รอให้แกทำอะไรตามใจชอบเหมือนเก่าอีกแล้ว

                “นั่นสินะ พ่อก็แค่ต้องการคนที่จะสืบทอดเงินทองมากมายนี่ต่อจากผม ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะทำตามที่พ่อสั่งทุกอย่าง ยังไงพ่อก็ชอบเลือกนั้นเลือกนี่ให้ผมอยู่แล้ว ผมเหนื่อย ผมขอตัวเขาตัดบททิ้งให้ผู้เป็นพ่อมองตามด้วยความไม่พอใจ

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg

               

 

                เพล้งงงง!!

                เครื่องมือสื่อสารถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังห้องทำงานอย่างรุนแรง แม้ว่าขนมผิงจะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่มีอยู่ทุนเดิมและตอบโต้กลับอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำที่ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ปิญญ์ชานนท์หยิบยกขึ้นมาขู่นั้นเลี่ยงไม่ได้เลยที่เขาจะระเบิดอารมณ์ออกมาและระบายมันออกมาในรูปแบบความรุนแรงที่เขาแสนจะเกลียดชัง

                โทรศัพท์เครื่องที่ใช้อย่างทะนุถนอมอย่างยาวนานตอนนี้กลับแตกร้าวและนอนอยู่บนพื้นราวกับของไร้ค่า ในที่สุดเรื่องสกปรกที่เขากลัวมาก็ถูกหยิบยกขึ้นมาข่มขู่จนได้ ขนมผิงจะไม่ใส่ใจเลยสักนิดหากเรื่องนี้มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว

                กระดาษที่เต็มไปด้วยรายชื่อของผู้เสนอขายหุ้นในราคาถูกที่พึ่งจะปริ้นท์ออกมาถูกฉีกกระชากจนยับและเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี

                เขาต้องทำยังไงกันเพื่อที่จะตัดความรู้สึกราวกับคนเป็นบ้านี้ออกไป จะต้องทำยังไงให้คนอย่างปิญญ์ชานนท์แพ้ให้เร็วที่สุดแล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนปกติอย่างที่ควรจะเป็น

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg

               

 

                และเมื่ออารมณ์นั้นไม่สามารถดับลงในเร็วไว ขนมผิงก็พาตัวเองมายังห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากที่ทำงานสักเท่าไร ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อสำนึกได้ว่าตนเองนั้นระบายอารมณ์กับสิ่งของจนเสียหาย เขาน่าจะควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้!! กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเสียเวลาในการทำงานเพื่อมาซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่จากการบัลดาลโทสะอันไร้สาระของตัวเอง

                ขนมผิงเลือกเครื่องมือสื่อสารเครื่องใหม่เสร็จเรียบร้อยก็ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงาน ทว่าเสียงแหลมขึ้นจมูกก็ทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันไปมองเล็กน้อย

                “ที่สั่งไว้มารึยังค่ะ จ่ายเงินไปตั้งเยอะหวังว่าคราวนี้จะไม่มีการเลื่อนกำหนดการรับของนะคะคำพูดถือตัวที่ทำให้นึกถึงปิญญ์ชานนท์ทำให้ขนมผิงอดเหนื่อยใจแทนพนักงานไม่ได้

                และขนมผิงไม่แปลกใจเลยว่าทั้งคำพูดและท่าทีที่เย่อหยิ่งถือตัวนั้นจะคลับคล้ายคลับคลากับปิญญ์ชานนท์ ที่แท้ก็เป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ อนันตไพลิน คำพูดที่ว่ากันว่าพวกเดียวกันมักจะเหมือนคงจะเป็นจริงเข้าวันนี้

                ขนมผิงจ้องมองใบหน้าที่สวยหวานเมื่อระลึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังจะหมั้นกับปิญญ์ชานนท์ ช่างเป็นคู่ที่ดูเหมาะสมกันดีจริงเชียว

                คุณ? คุณผิงใช่รึเปล่าค่ะอาจจะเป็นเพราะว่าขนมผิงมองเธอนานไปหน่อย เธอจึงหันมาจ้องตอบเขา

                ในตอนแรกแววตาของหญิงสาวนั้นไม่ค่อยพอใจที่รู้ตัวว่าถูกจ้องมอง แต่เมื่อนึกขึ้นได้กับใบหน้าที่คุ้นเคยเธอก็ชะงักแล้วยกยิ้มขึ้นมา

                คงจะเหมือนกันหมด กับการเลือกที่จะใส่หน้ากากกับเฉพาะคนมีฐานะ

                “ครับ ยินดีที่ได้พบครับคุณเดหลี”ขนมผิงแสร้งยิ้มรับก่อนจะถามออกไป “สั่งของเอาไว้เหรอครับ

                “ค่ะ สั่งของเอาไว้ พอดีรุ่นนี้ยังไม่นำเข้ามาเดหลีเลยสั่งพิเศษ แต่ว่าครั้งที่แล้วของดันไม่มาตามกำหนด กะว่าจะลอใช้ของใหม่สักหน่อยน่ะค่ะ

                “นั่นสินะครับ ใครใครก็ชอบลองของใหม่ที่ดีกว่าขนมผิงบอกอย่างแฝงความนัยน์

                “แหมคุณผิงล่ะก็ รู้ความคิดเดหลีได้ยังไงกัน ถ้าของเก่ามันน่าเบื่อก็ต้องเปลี่ยนใหม่ที่มันดีกว่านั่นแหละค่ะ แล้วนี่มาซื้อใหม่เหมือนกันเหรอค่ะเธอตอบด้วยคำตอบที่แฝงความนัยน์เช่นเดียวกัน

                “ครับมาซื้อใหม่ พอดีซุ่มซ่ามทำหล่นแตกน่ะครับโกหกพลางปั้นยิ้ม

                แหม ซุ่มซุ่มจริงเชียวนะคะ ไม่รู้ว่าเรื่องอื่นจะซุ่มซ่ามรึเปล่า ว่าแต่ภรรยาไม่มาด้วยเหรอค่ะ แล้วก็เด็กผู้ชายน่ารักๆอีกสองคน ไปไหนซะแล้วล่ะ

                “ภรรยาผมเสียไปนานแล้วล่ะ ส่วนเด็กๆก็อยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ผมน่ะ วันหลังถ้าคุณว่างอยากจะไปเล่นกับเด็กๆก็ได้นะครับ เด็กๆน่าจะดีใจที่มีคนแวะไปเล่นด้วยขนมผิงกำลังโกหก เขาจงใจที่จะให้คนอื่นๆรับรู้ในเรื่องที่เขาปั้นแต่งว่าเขามีภรรยาและภรรยาได้เสียไปในตอนคลอดลูก

                “เสียใจด้วยนะคะ เดหลีไม่น่าถามเลย ขอโทษนะคะที่เดหลีถามอะไรที่ไม่น่าถามออกไป”หญิงสาวยกมือขึ้นป้องปากท่าทีตกใจ แต่แววตาของเธอนั้นกลับไม่ได้แสดงออกตามท่าทีของเธอเลยสักนิด

                เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พนักงานยื่นบัตรเครดิตคืนให้กับขนมผิงและพนักงานอีกคนเอาโทรศัพท์เครื่องให่มาให้เธอเช็ค ขนมผิงจึงยกยิ้มก่อนจะยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้งแล้วกระซิบบอกพนักงานในขณะที่เธอกำลังสนใจกับมือถือเครื่องใหม่

                “นึกว่าจะไม่มาตามนัดอีกรอบซะแล้วเธอหันมาบ่นเบาๆ

                มือเรียวสวยหยิบบัตรเครดิตสีทองของตัวเองออกมาก่อนจะยื่นให้กับพนักงาน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อพนักงานตอบใสสิ่งที่ทำให้เธอให้ประหลาดใจ

                “สินค้าตัวนี้รับชำระเงินมาแล้วนะค่ะพนักงานโบกมือไม่รับบัตรจากเธอ

                “อะไรกัน ฉันยังไม่ได้จ่ายเลยนะ ทำงานยังไงกันเนี่ยเธอเริ่มหงุดหงิด

                “คือคุณผู้ชายท่านนี้เขาจ่ายให้คุณผู้หญิงแล้วค่ะพนักงานรีบตอบ และนั่นก็ทำให้เดหลีหันมามองด้วยความตกใจ

                 “เป็นของขวัญการพบกันอย่างไม่เป็นทางการครับขนมผิงยิ้ม

                “จะดีเหรอค่ะ แหมเดหลีเกรงใจจังเลย งั้นถ้าไม่รังเกียจให้เดหลีเลี้ยงข้าวสักมื้อเป็นการตอบแทนนะคะ ห้ามปฏิเสธนะคุณผิง ไม่งั้นเดหลีโกรธจริงๆด้วย

                “ก็เอาสิครับ ผมไม่คิดจะขัดอยู่แล้ว

                “ปากหวานเชียวนะคะเนี่ย นอกจากจะหล่อรวยแล้วยังจะใจดีอีก อย่างนี้ผู้หญิงคงหลงกันเยอะแน่เลย

                “ไม่มีหรอกครับผู้หญิงที่จะมาหลง แต่ตอนนี้ก็เริ่มจะอยากลองมีอย่างที่คุณบอกดูบ้างแล้ว

                ทุกอย่างมันล้วนแล้วแต่เป็นเกมทั้งสิ้น ขนมผิงไม่แม้แต่จะใส่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันคืออะไร เขาสนเพียงแค่ชัยชนะที่กำลังกระหายอยู่เท่านั้นเอง

 

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg               

 

                เป็นเวลาดึกมากแล้วกว่าขนมผิงจะกลับมาถึงบ้าน มีเพียงความเงียบสงัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าคนในบ้านหลับกันหมดแล้ว เขาถอนหายใจด้วยความเพลียจากการที่ต้องจัดการกับเอกสารกองโตในช่วงเย็น

                ขนมผิงกำลังครุ่นคิดถึงผู้เล่นรายใหม่นี้ของเกมๆเกม หญิงสาวดาราดาวรุ่งในด้านบทบาทของนางร้ายอีกทั้งยังเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอนันตไพลิน

                ใจของขนมผิงตอนนี้แทบจะไม่มีสมาธิจดจ่อกับงานเลยในเมื่อรูปลามกที่ปิญญ์ชานนท์จงใจหยิบยกขึ้นมาข่มขู่ยังคงก่อกวนเขา มือผอมเปิดประตูห้องนอนของเด็กๆอย่างเบามือ กลัวว่าเด็กๆจะตื่นเพราะว่าเขามารบกวนในเวลาดึกขนาดนี้ ตาคู่สวยจ้องมองร่างจ้ำม่ำนอนกอดกันใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าอันไร้เดียงสาเปื้อนยิ้มเล็กน้อยราวกับว่ากำลังหลับฝันดีอยู่ ขนมผิงเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มที่ร่นลงคลุมให้ลูกหมูทั้งสองอย่างเบามือ

                ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่มีเวลาให้กับเด็กๆเหมือนกับเมื่อก่อน เวลาทั้งหมดที่มีเขาเอาไปลงกับงานเพียงอย่างเดียวจนหมด มือผอมเกลี่ยเอาปอยผมเส้นเล็กที่ตกลงมาปรกบนใบกลมอย่างเบามือหน้าเพราะกลัวว่าเจ้าตัวที่หลับในขณะที่กอดคู่แฝดของตัวเองอยู่จะตื่น

                “อือ ปะป๊า”ปลากริมลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะจับมือของขนมผิงเอาไว้แน่นราวกับกำลังกลัวว่าเขาจะหนี

                “นอนต่อนะครับคนเก่ง”ขนมผิงลูบหัวทุยๆนั้นอย่างเบามือ

                “อือ”เจ้าตัวครางอือรับเสียงเบา

                “ปะป๊ารักพวกเรานะครับ”ขนมผิงบอกเสียงเบาเมื่อเจ้าตัวเล็กหลับตาลง

                ขนมผิงไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงของเด็กๆทั้งที่ยังอยู่ในชุดทำงาน โทรศัพท์เครื่องใหม่ในกระเป๋าสั่นเรียกให้หยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัยเพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว

                คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเมื่อเบอร์ที่แสดงบนหน้าจอนั้นไม่คุ้นเคย แต่ถึงเขาจะไม่ได้บันทึกเบอร์นี้เอาไว้ในเครื่องเขาก็จำได้ดีจากเลขท้ายว่าเจ้าของเบอร์นี้คือใคร

                ปิญญ์ชานนท์!!

                ขนมผิงค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกมาจากห้องนอนของเด็กๆด้วยฝีเท้าอันแผ่วเบา จนโทรศัพท์ที่ดับไปแล้วส่องแสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง

                ทำไมปิญญ์ชานนท์ถึงได้โทรมาดึกดื่นป่านนี้!!

                เป็นครั้งที่สามที่หน้าจอสว่างขึ้น แสดงให้เห็นเบอร์เดิมที่โทรเข้ามาราวกับว่าจะไม่หยุดโทรหากว่าเขาไม่ยอมรับ ขนมผิงชั่งใจสูดหายใจเข้าปอดลึกกดรับสายในที่สุด

                คิดถึงผมรึไงครับ ถึงได้โทรมาหาผมในเวลาแบบนี้พยายามที่จะพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าทั้งที่ใจเหนื่อยล้าเต็มที

                ‘อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลย อีกฝ่ายตอบกลับก่อนจะเงียบไปสักพัก  ‘แต่จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ ฉันอาจจะคิดถึงนายจริงๆ และอาจจะคิดถึงเผื่อไปถึงลูกของนายด้วย

                 “หมายความว่าไง!! คุณมีอะไรก็ว่ามา อย่ามายุ่งกับลูกของผม

                ‘ทำไมฉันถึงจะยุ่งไม่ได้ล่ะ หรือว่านายมีอะไรกำลังปิดบังฉันอยู่คำถามที่แทงใจดำทำให้ขนมผิงตัวชาวูบ

                “ผมไม่มีอะไรจะต้องปิดบังคุณ คุณพูดธุระของคุณมาดีกว่าว่าคุณต้องการอะไร หรือว่าคุณเปลี่ยนใจต้องการจะได้เงินขึ้นมาล่ะ

                ‘ฉันบอกแล้วไงว่าเงินน่ะฉันมีเยอะแล้ว

                “ผมไม่มีเวลาจะมาต่อปากต่อคำกับคุณหรอกนะครับ หรือถ้าเหงาก็เอาเงินที่คุณมีอยู่เยอะไปใช้แก้เหงาสิครับ จะได้ไม่ต้องเอาเวลามารังควาญคนอื่นแบบนี้

                ‘หึหึ ปากดีให้ได้ตลอดเถอะนะขนมผิง ฉันก็แค่มาเตือนเผื่อนายจะลืมนัดของเรา แล้วก็…..’พูดค้างเอาไว้ให้คนทางปลายสายถามกลับอย่างร้อนรน

                “แล้วก็อะไร?!”

                การที่ปิญญ์ชานนท์พูดค้างเอาไว้แบบนี้ทำให้ขนมผิงเริ่มจะเป็นกังวลกับเล่ห์กลของอีกฝ่าย

                ‘ฉันเปลี่ยนใจแล้ว วันพรุ่งนี้นายต้องมาหาฉันพร้อมกับเด็กๆตามสถานที่ที่บอกเอาไว้ แล้วก็อย่าพาใครมาด้วยล่ะฉันไม่อยากพูดซ้ำ

                “ไม่มีทาง!! ผมไม่มีวันเอาเด็กๆไปด้วยเด็ดขาด ทำไมคุณจะต้องเอาเด็กๆมาเกี่ยวด้วย

                จู่ๆทำไมปิญญ์ชานนท์ถึงได้เบนความสนใจมาที่เด็กๆได้ล่ะ แล้วทำไมถึงได้บอกให้เขาเอาเด็กๆไปด้วยทั้งที่เด็กๆไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เขาจะต้องตกลงกับอีกฝ่ายเลย ความกังวลมีเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวจนขนมผิงแทบอยากจะตะโกนตอกกลับปลายสายไป

                ‘แค่นี้แหละที่ฉันจะบอกนาย หวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะเจอกับเด็กๆพร้อมกับนาย ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับปากว่าภาพเคลื่อนไหวพวกนี้มันจะหลุดออกไปหาใครบ้าง

                “คุณ!!

                ยังไม่ทันที่จะโต้แย้งปลายสายก็ตัดไปซะก่อน

                นี่มันเรื่องบ้าอะไร!! ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้

                ขนมผิงกำโทรศัพท์ที่อยู่ในมือแน่นอย่างแค้นใจ อยากที่จะปามันออกไปเพื่อระบายอารมณ์เหมือนครั้งที่แล้ว แต่เพราะว่าที่นี่คือบ้านขนมผิงจึงทำได้แค่หายใจเข้าลึกๆก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกลั้นอารมณ์

                 “ตาผิง มาทำอะไรเงียบๆตรงที่มืดๆล่ะลูกเสียงของลำดวนทำให้ขนมผิงหันไปมอง

                 “ไม่มีอะไรหรอกครับ เดี๋ยวผิงก็จะเข้านอนแล้ว

                “มีอะไรรึเปล่า พึ่งกลับมาจากทำงานเหรอ ทำไมกลับมาดึกจัง พ่อกับแม่เป็นห่วงนะลูก

                ลำดวนเดินมาแตะแขนผอมของลูกชายเบาๆ หัวใจที่เขาพยายามต่อเติมกำแพงให้สูงพลันก็เจ็บแปลบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้ เขาจะต้องทำยังไงกันนะ ถึงจะปกป้องครอบครัวที่เขารักเอาไว้ได้โดยไม่มีใครต้องเสียใจ

                “เป็นอะไร ร้องไห้เหรอตาผิง!!”ลำดวนถามด้วยความตกใจ

                “ปะ เปล่าผิงไม่ได้ร้องไห้

                รู้ตัวอีกทีขนมผิงก็รีบเงยหน้าขึ้นมองเพดานเมื่อหยาดน้ำอุ่นกำลังคลออยู่ที่หน่วยตา

                “ผิง”คนเป็นแม่เรียกย้ำ

                “ผิงไม่เป็นไร แล้วแม่ทำไมยังไม่นอนอีก ดึกแล้วไม่ใช่รึไง”

                “แม่น่ะนอนหลับไปแล้ว แต่แม่ได้ยินเสียงผิงแม่ก็เลยออกมาดู แต่ถ้าผิงยืนยันว่าไม่เป็นอะไรแม่ก็เชื่อ แต่แม่จะบอกไว้นะว่าพ่อกับแม่ยังรักผิงเสมอไม่ว่าผิงจะเป็นยังไง ปลากริมกับสลิ่มก็เหมือนกัน เด็กๆรักผิงมาก รอผิงจนหลับไปทุกวัน

                ลำดวนดึงลูกขายเข้าไปกอดเอาไว้

                “ผิงรู้”

                “งั้นก็ไปนอนได้แล้ว ดึกมากแล้ว พักผ่อนให้เยอะๆ ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่น

                “ผิงรักแม่นะ

                ประโยคสุดท้ายพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอันเบาโหวงไม่ต่างอะไรกับเสียงลม

                เขารู้สึกผิดที่ให้เวลากับครอบครัวน้อยลงไปทุกที หากแต่ตอนนี้เขาไม่สามารถถอยหลังกลับได้เลย

 

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg               

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น