เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

86.2 เดี๋ยวนักฆ่าน้อยไล่ผีเองจ้า

ชื่อตอน : 86.2 เดี๋ยวนักฆ่าน้อยไล่ผีเองจ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 34

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2562 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
86.2 เดี๋ยวนักฆ่าน้อยไล่ผีเองจ้า
แบบอักษร

ชั่วพริบตาอุ้งมือหมีมหึมาตวัดหมายตะปบหัวโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยตอบสนองไว รีบก้มศีรษะ และกลิ้งไถลไปด้านขวา “!!!” รอดตายอย่างหวุดหวิด ประเมินน้ำหนัก และความเร็วเมื่อครู่แล้วถ้าคนธรรมดาโดนมีหวังตัวระเบิดแตกกระจุยแน่นอน โซฟีเมื่อไร้พลังมาโฮก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา ไม่สิ แย่ยิ่งกว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ เหมือนรากต้นมะเขือเทศ“หนีเร็ว!!”

         พลูโตตะโกนเสียงดังลั่น พวกนางไม่สามารถใช้พลังมาโฮได้เช่นกัน หากยังรั้งสู้หมีปีศาจมีหวังพวกนางลงไปอยู่ในท้องมันแน่

         ฟางหรงหรี่ตามองโซฟี หากนักเชิดหุ่นน้อยไม่หนีด้วย รัชทายาทน้อยก็ไม่ทอดทิ้งนาง

         ยังดีโซฟีฉลาด นางประเมินสถานการณ์เห็นแล้วไม่มีโอกาสชนะหมีปีศาจ ถ้าไม่ชนะย่อมต้องเลือกหนีก่อน ถอยทัพ!!

         ทั้งสามคนสะบัดหลัง เรือนผมสาดสยาย และรีบร้อนวิ่งหนีเข้าด้านในอาคารแห่งบาปคนตะกละ หมีปีศาจร้องคำรามเกรี้ยวกราดพลางมันรีบวิ่งไล่ตามก้นพวกโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยเม้นปากอยากเอาขาแคนดี้แทงเจ้าหมี แต่ยามนี้นางไร้ความสามารถใช้งานแคนดี้ น่าเจ็บใจนัก

         ตุบ ตุบ ตุบ

         เมื่อฝ่าหยาดฝนกระทั่งเข้าสู่ด้านในอาคาร ฟางหรงปิดประตู และนำโต๊ะวางจานเคลื่อนมาดันประตูมิให้เจ้าหมีปีศาจเข้าด้านใน พลูโตช่วยเอาวัตถุสิ่งของมาดันด้วย โซฟีสะบัดหัวอย่างอึ้งตะลึง ในใจคิดว่า ของหนักอย่างนั้นยกกันได้อย่างไร นักเชิดหุ่นน้อยเห็นฟางหรงผลักตู้ใส่มณี ดันที่วางแจกันมาดันประตู พลูโตก็ไม่น้อยหน้า ยกเอาโอ่งใส่น้ำมาทับด้วย ประเดี๋ยวนะ

         ..

         แรงเยอะจริงจัง

         ขนาดไม่มีขุมพลังมาโฮช่วยเพิ่มแรงนะเนี่ย โซฟีอ้าปากค้าง แคนดี้รีบบอกให้เจ้านายปิดปากก่อนผีเสื้อบินเข้าปาก ใช้เวลาไม่นานพวกฟางหรงปิดกั้นสกัดเจ้าหมีปีศาจสำเร็จ มันพยายามพังประตูด้วยอุ้งเท้า อุ้งมือ และเอากายกำยำพุ่งชนปานกระทิง กระนั้นเนื่องมีของหนักดันประตูทำให้มันบุกลำบาก มันร้องคำรนโกรธแค้น และกระโจนหายลับไปในสายฝน

         “รอดแล้ว”

         พลูโตทรุดเข่าทันที ต่อให้แรงเยอะ แต่ให้วิ่งเร็วๆไกลๆก็ไม่ไหวนะ ต้องยกของอีกด้วย ซาลาเปาน้อยยกมือทาบแก้มกลมเหงื่อริน กระเป๋ายังถือไว้ในมือมั่น ฝ่ายฟางหรงไม่แสดงสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเท่าเพื่อน กระนั้นโซฟีเห็นแววความเมื่อยในดวงตาอีกฝ่ายจางๆ ส่วนฝั่งโซฟีทำอะไรไม่ถูก จะให้นางช่วยยกของทั้งที่ตัวเองแรงเท่าลูกกระต่ายก็ไม่โอเคนะ ถ้ามีขุมพลังมาโฮช่วยก็ว่าไปอย่าง

         รีดเค้นพลังมาโฮไม่ได้ แม้แต่สัมผัสพลังยังมิไหว

         “เขตแดนปิดกั้นหรือ..เฮ้อ”

         ตามตำนานโบราณ สรรพสิ่งล้วนมีจุดอ่อน และศัตรูทางธรรมชาติ ไม่เว้นแม้แต่ขุมพลังมาโฮ ขุมพลังมาโฮมีอยู่ในทุกสิ่ง มันคือพลังวิเศษคู่ชีวิต และหากวันหนึ่งเราสูญเสียขุมพลังมาโฮ ก็เปรียบดั่งชีวิตตายลงแล้ว เขตแดนปิดกั้น[โค้ดโซน]คือพื้นที่พิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสลายขุมพลังมาโฮทั้งหมดทั้งปวง มิว่าในมาโฮธรรมชาติ แม่น้ำ ต้นมะม่วง หรือในตัวบุคคลอย่าพวกโซฟี ในพื้นที่พิเศษนี้ไม่สามารถใช้ขุมพลังมาโฮใดๆ

         นึกว่าเป็นเรื่องตลกในตำนานหลอกเด็กซะอีก โซฟีหงุดหงิดอย่างเอาหัวชนพุงพี่สาว ทำไมนางดวงซวยเช่นนี้ เฮ้อ

         “..”

         ฟางหรงลอบมองโซฟี เห็นนักเชิดหุ่นน้อยสีหน้าอยากฆ่าคน รัชทายาทน้อยแอบหวั่นไหว แอบรู้สึกผิดมิน้อยที่ลากโซฟีมายุ่งด้วย

         รัชทายาทน้อยหลุบตาซ่อนความเจ็บปวดแพรวพราว นางกำมือ และยื่นมือให้โซฟีจับเพื่อช่วยอีกฝ่ายลุกจากพื้นเย็นเยียบ ซึ่งตอนนี้นักเชิดหุ่นน้อยทุดเข่านั่งแปะพื้นเพราะหมดแรงขาอ่อน โซฟีแหงนหน้ามองอุ้งมือนิ่มนุ่ม แววตาสีแดงทับทิมสาดประกายความเย็นชาเป็นนิจ เห็นแล้วน่าสะพรึง และน่าเกรงขามอย่างยิ่งยวด ฟางหรงจำแววตานี้ได้มิมีวันลืม แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ แข็งกร้าว และเดือดดาล

         โซฟีใช่คนที่ช่วยพวกนางจากกลุ่มเด็กหนุ่มอมนุษย์สัตว์มิผิดแน่

         ฟางหรงมั่นใจแล้ว

         “ไหว..”

         ไหวหรือไม่.. นางยังพูดไม่ทันจบ โซฟีก็ปัดมืออีกฝ่ายทิ้งดื้อๆอย่างไร้เยื่อใย ไม่สน ไม่อยากจับ นางลุกเองได้ แค่นี้เอง

         โซฟีปฏิเสธน้ำใจฟางหรงอย่างไม่คิดแยแส นักเชิดหุ่นน้อยใช้ดันแคนดี้อัดพื้นเพื่อใช้แรงผลักยันขาตนเองลุก เมื่อครู่โซฟีทำให้ฟางหรงกลัวแล้ว ตอนนี้..นางไม่อยากคิดอะไรเกี่ยวกับอีกฝ่าย

         นางลุก และลากแคนดี้ไปยืนห่างจากลุ่มสาวน้อยอวบอ้วน ท่าทางสันโดษ เดี่ยวดาย และไม่อยากมีส่วนร่วมเท่าไหร่ ฟางหรงเห็นแล้วหน้าชาเล็กน้อย พลางเก็บอุ้งมือแนบลำตัว รู้สึกเจ็บมือมิน้อยเลย..

เพลากลางคืนดึกดื่นมีฝนตกโปรยปรายข้างนอกหน้าต่าง ฟางหรง พลูโต โซฟี และแคนดี้ พวกนางอยู่ในอาคารโดยไม่มีทางเลือกให้ออกไปเดินเล่นข้างนอกอีก เพราะมีหมีปีศาจแอบเฝ้ารอสังหาร และจับกิน หากใครออกนะ ไม่รอดแน่ โซฟีมีทักษะการต่อสู้นิดหน่อย นางมั่นใจว่าตัวเองเอาตัวรอดได้ หากทุ่มสมองคิดแผนสักหน่อยก็มีสิทธิโค่นหมีปีศาจ หากจนตรอกจริงๆก็ต้องใช้ไม้ตายก้นหีบ

ส่งแคนดี้ให้หมีปีศาจเขมือบซะ รสชาติแคนดี้แย่เหมือนน้ำมัน หมีปีศาจกินแล้วท้องเสียตายแน่ๆ  

         “เตรียมใจไว้เลยแคนดี้”

         โซฟีจิกตาสีแดงเลือดเย็นใส่คู่หูคู่ชวย แคนดี้เตรียมใจเสียสละเพื่อเจ้านายตั้งนานแล้ว มั่นใจว่าเวลานั้นมันจักหักหลังโซฟี และส่งเจ้านายให้หมีปีศาจกินแทน

         “โซฟี..”

         พลูโตยกกระเป๋าประดับเพชรระยิบระยับ และร้องเรียกโซฟีอย่างหวาดหวั่น ซาลาเปาน้อยมิรู้โซฟีเป็นคนเช่นไรกันแน่ เพราะตอนเจอกันครั้งแรกนางยังดูน่ารักน่าชังเหมือนกระต่ายน้อย แต่ตอนนี้นางเหมือนแม่เสือมากกว่า สีหน้าแววตา และออร่าระดับนี้มันฝาแฝดหมีปีศาจชัดๆ พลูโตแอบหวั่นๆกลัวนาง กระนั้นคิดว่าโซฟีอาจมีปัญหาทางจิตก็ได้ นางอาจป่วยแล้วมีสองขั้วอารมณ์ หากปล่อยไว้โซฟีอาจไม่รอด

         ต้องใช้ความอวบเข้าช่วย

         กอดกัน

         “คิดทำอะไร”

         โซฟีถอยร่นหนีอ้อมแขนพลูโตที่พยายามกอดนาง ซาลาเปาน้อยน้ำตาซึมเมื่อโดนดุ ขณะสองสาวน้อยเล่นอะไรไม่รู้ ฟางหรงก็เสนอให้กลุ่มเดินไปทางซ้าย

         “พอรู้เกี่ยวกับตำนานอาคารแห่งบาปคนตะกละ เสียเวลามากแล้ว พวกเรารีบหาทางออกกันเถิด”

         จู่ๆฟางหรงเปลี่ยนท่าทีจากที่แอบสนใจโซฟีอย่างอยากรู้อยากเป็นเพื่อนด้วย รัชทายาทน้อยกล่าวอย่างหนาวเย็น ฟังมิออกว่ารู้สึกเช่นไร กระนั้นโซฟียินแล้วแอบเศร้าหนึ่งส่วน ในน้ำเสียงเย็นๆราวลมหนาวนั้นไม่เหลือเยื่อใยต่อนางอีกแล้ว..

         ช่างเถอะ..

         ด้านในอาคารแห่งบาปคนตะกละมีสภาพการตกแต่งเฉกเช่นเดียวกับอาคารแห่งบาปคนตะกละที่โลกของพวกโซฟี ทว่าสภาพที่นี้แลหมองมัว มืดสลัว มีกลิ่นอับชื้นราวน้ำท่วม ซึ่งมันมีบางจุดที่น้ำท่วมขังจริงเสียด้วย เหมือนเดินเล่นในเรือร้าง เรือผีสิง เรือสำราญที่จู่ๆคืนหนึ่งคนหลายร้อยพันอันตรธานหายไปอย่างลึกลับด้วยโดนอำนาจบางอย่างเล่นตลก โคมไฟพังชำรุด แจกันแตกร้าว ซากผ้าม่านขาดหลุดลุ่ย เก้าอี้ขาหักยับเยิน โต๊ะที่ติดบนเพดานอย่างน่าสงสัย ภาพวาดปักษาโดนตัดแขน ภาพแขวนผนังโดนกรีดด้วยมีดคมกริบ รอยกรงเล็บสยอง และรอยโลหิตบนพรมสยด

         กลิ่นอายพิศวงอบอวลทั่วบริเวณราวป่าช้ารกร้าง หน้าต่างมีฝนสาดกระแทงส่งเสียงดนตรีผลักให้หัวใจหวาดประหวั่นพรั่นพรึงต่อความจริงที่ไม่มีใครรู้ว่าด้านในอาคารมีปีศาจหรือวิญญาณร้ายแอบหลบซ่อนหรือไม่ โซฟีตาดีสามารถปรับสายตามองผ่านความมืดชัดเจน ผิดกับฟางหรง และพลูโตที่พวกนางคงเป็นพวกลูกคุณหนูกระมัง เสื้อผ้า และเครื่องประดับ รวมท่าทางการเดินอย่างหงส์นั้น

         แม้นอวบอ้วน แต่ก็แลเปราะบาง

         พวกนางเดินจับกลุ่มกันประเดี๋ยวหนึ่ง กระนั้นเพราะสถานที่มืดทะมึนมองมิเห็นสิ่งรอบข้าง พลูโตอยากจุดไฟ แต่ปกติพวกนางใช้พลังมาโฮจุดไฟ ตอนนี้ไม่มีพลังมาโฮแล้ว เศร้าเลย

         ซาลาเปาน้อยแอบมองรัชทายาทน้อย เห็นเพื่อนยังนิ่งสงบคล้ายมิเกรงกลัวสิ่งใด พลูโตพลันส่ายหน้าระอา

         “โซฟีรู้วิธีจุดไฟหรือไม่”

         ทักษะเอาตัวรอดของพวกฟางหรงต่ำเท่านกน้อยยังบินมิเป็น โซฟีหรี่ตาขวางกอดแคนดี้ ทำหน้าเหมือนไม่อยากตอบ แต่ปากก็ตอบ

         “ไร้ประโยชน์..”

         แววตาสีแดงเย็นชาราวน้ำแข็ง ไม่มีแววใจดีหรือไออุ่นสักกระผีก

         ห หา พลูโตสะอึก เหมือนโดนโซฟีด่าว่าพวกนางทำอะไรไม่เป็นเลย ไม่มีค่าอะไรให้โซฟีเหลียวแล คนฟังแล้วเจ็บสุดๆ พลูโตพลั่งอยากร้องไห้ ขอโทษที่นางกินเก่งอย่างเดียว  

         โซฟีไม่สนใจคนอื่นคิดอย่างไร นางลองหาของในท้องแคนดี้ แม้นสมัยนี้มีคนจุดไฟด้วยไม้ขีดน้อยมาก แต่โซฟีก็ชอบจุดไฟด้วยไม้ขีดไฟ ถามว่าทำไมนางชอบ บอกตรงๆว่านางรู้สึกดีมากเวลาเอาไม้ขีดไฟขีดกับที่จุด ว้าว โซฟียังมีจุดอ่อนลับๆคือนางใช้พลังมาโฮปริมาณน้อยๆไม่ได้อย่างเช่นคนอื่น ตัวอย่างหากคนอื่นจักจุดไฟก็จุดดวงไฟเล็กๆให้พอเหมาะกับงาน แต่ของโซฟีจุดทีนี้ไฟพร้อมเผาบ้านเผาเมือง เผาแคนดี้ด้วย

         หยิบตะเกียงจากท้องแคนดี้ หยิบเทียน และจุดไฟใส่ตะเกียงสีดำทรงสี่เหลี่ยม

         พลันแสงสว่างสีทองส่องไสวท่ามกลางความมืดมิด อบอุ่น และอ่อนโยน 

         ราวแสงนำทางของภูตตะเกียง

         “ถือหรือไม่”

         โซฟีส่งตะเกียงไฟให้ฟางหรง และพลูโตอย่างดุร้าย ให้พวกนางเลือกใครจะถือ ซาลาเปาน้อยส่ายหน้าระรั่ว นางกลัวไฟไหม้กระเป๋า ฝ่ายฟางหรงขยับปาก แต่ไม่พูดสักคำ

         นักเชิดหุ่นน้อยเห็นท่าทีสองคนแล้วแอบเดาะลิ้น อยากเอาตะเกียงไฟฟาดใส่ เฮ้อ

         “..”

         จุดเอง ถือเอง นี้ทำไมข้าต้อง.. โซฟีเม้นปากโมโห

         โมโหตัวเองสุดๆ

         เมื่อมีไฟแล้ว โลกอันมืดราวฝันร้ายพลันปรากฏแสงสว่างสาดส่องให้เห็นสีสันต่างๆของวัตถุรอบด้าน ส่องแสงวาบผ่านดอกพวยแพง กระทบผิวน้ำใสเรืองรอง โซฟีถือตะเกียง ถือตุ๊กตาแมวเหมียวเหมียว และเดินนำกลุ่มอย่างผู้นำทีมช่วยเหลือเด็กติดถ้ำ แม้นนางตัวจิ๋วกว่าเพื่อนก็เถอะ แต่ใจนางเหมือนพร้อมต่อยทุกอย่างที่ขวางทางอ่ะ ต่อยหมีปีศาจไม่ว่า แต่นี้เหมือนจะต่อยเพื่อนสาวอ้วนด้วย แววเนตรนางแลทมิฬ

         กระนั้นเหมือนนางใส่ใจคนอื่นมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย..

         แคนดี้รู้นะ

         ตุ๊กตาแมวรู้ลึกๆแล้วโซฟีกำลังปรับตัวให้ยอมรับ และทำตามหัวใจสั่ง ภายนอกนางแลดุปานเสือ แต่ภายในนางอ่อนโยนเหมือนหมีโคอาล้าชอบเกาะกิ่งไม้

         สาเหตุที่โซฟีมีสองบุคลิกเป็นเพราะเมื่อก่อนนางโดนแกล้งจากกลุ่มเพื่อนในวิหารปักษา แกล้งจนนางเจ็บปวดเกินรับไหวทำให้นางต้องสร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เสียสติหรือเจ็บปวดมากกว่านี้ คนที่สามารถสู้ และเอาคืนคนที่ทำร้ายนาง นิสัยที่แข็งแกร่ง และกล้าทำในเรื่องต่างๆโดยที่ไม่สนใจศีลธรรม คุณงามความดี นั้นคือนิสัย และโซฟีอีกคนหนึ่งที่มีดวงตาสีแดงทับทิม

         นางเกิดมาเพื่อกล้าพูด กล้าตี กล้าเอาชีวิตรอดในโลกที่พร้อมฆ่านางทุกเมื่อ

         กระนั้นเพราะใจจริงแล้วนางไม่ใช่คนเช่นนั้น โซฟีที่มีดวงตาสีฟ้านภาจึงยังไม่หายไป

         เพราะยังเชื่อ ไม่สิ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนเช่นนี้

         คนที่อยากดูแลคนอื่น และอยากสนุกกับสิ่งดีๆในโลกที่นางเชื่อว่ามันไม่เลวร้ายเสียทั้งหมด..

         “ชิ”

         โซฟีเกลียดตัวเองที่อ่อนแอ เกลียดชังสังคม และที่สำคัญนางเกลียดตัวเองเหลือเกิน..

         ทว่ามีคนรักนาง ไม่ต้องพูดถึงอีซีโอเพราะนั้นแค่คนรู้จัก โซฟีสัมผัสความอบอุ่นจากพี่สาว พี่เมรัย

         เพราะพี่สาวกอดนาง และบอกรักนาง

         ความรัก และความหวังที่พี่สาวมอบให้น้องสาวที่เคยเกลียดชังตัวเอง เริ่มเปลี่ยนไปราวฤดูหนาวผลัดเปลี่ยนเป็นฤดูร้อนอันมีดอกพุดน้ำบุศย์มากมายเบ่งบาน

         “ถ้ากลัวผีก็บอกสิ..”

         ภาพวาดผืนผ้าระบายหยดสีน้ำสามสี ภาพนั้นราวขบวนเด็กประถมท่องโลกวิญญาณ โซฟีเดินนำกลุ่ม ฟางหรงเดินตรงกลาง พลูโตรั้งท้าย คนอื่นอาจไม่สังเกต แต่โซฟีสังเกตเห็นนะ พลูโตเป็นเพื่อนฟางหรงจึงรู้ว่ารัชทายาทน้อยแท้จริงเป็นคนกลัวผี กลัวความมืด และสิ่งที่ไม่รู้จักที่ซ่อนใต้เตียงนอน เห็นนางหน้านิ่ง สีหน้าเฉยชาคล้ายไม่กลัวสิ่งใด กระนั้นฟางหรงกลัวผีมากๆเลย กลัวยิ่งกว่าแมลง หรือคนทำขนมลาป่วยซะอีก

         นักเชิดหุ่นน้อยลอบถอนหายใจอุ่นกรุ่นไอร้อนผ่าว คำพูดนางเมื่อครู่ทำให้ฟางหรงสะอึกหนึ่งครั้งพลางแอบเบือนหน้าหนีขวยเขิน สาเหตุที่พลูโตให้ฟางหรงเดินตรงกลางเพราะรู้รัชทายาทน้อยกลัวว่าหากเดินรั้งท้ายแล้ว จะมีผีจับตัวนางไปกิน หายไปโดยที่เพื่อนข้างหน้าไม่รู้ตัว นางกลัวมาก โซฟีเหลียวมองอุ้งมือที่อยู่ไม่สุข แอบสั่นระริก ต่อให้พยายามปิดบังยังไงก็ไม่รอดพ้นสายตานักฆ่าหรอกน้า

         “..”

         โดนจับได้ว่ากลัว ฟางหรงเงียบกริบมิกล้าคุย โซฟีเห็นแล้วเหนื่อยใจเลย

         ทำยังกะข้าจักเอากรงเล็บแคนดี้แทงหัวเจ้าอย่างนั้น.. โซฟีร้อง ฮึ เสียงประชดประชัน

         พลันส่งอุ้งมือแคนดี้ให้ 

         “จับมือแคนดี้สิ”

         “เอ๊ะ”เบาๆ

         โซฟีไม่อยากให้ฟางหรงกลัวหรอกนะ นักเชิดหุ่นน้อยอยู่ตรงนี้ทั้งคนจะกลัวผีทำไม จะบอกให้นะ แค่ผีน่ะ ถ้ามันกล้าโผล่มาหลอก นางจะต่อยมันให้ตายอีกรอบเลย กระทืบซ้ำด้วย แล้วก็เอาพี่สาวมาทำพิธีสวดส่งให้พวกมันไฟไหม้ตายอีกรอบ

         เพราะงั้น!!!...

         โซฟีอ้าปากอยากตะโกนบอก แต่นางกลับบอกอย่างอ่อนโยนละมุนละม่อมอย่างน่าเหลือเชื่อว่านางที่เปิดดวงตาสีแดงเช่นนี้จะพูดด้วยน้ำเสียงราวมารดาเช่นนี้

         “ไม่ให้ผีตัวไหนรังแกเจ้าหรอก

          สุรเสียงแห่งความหวังจากคนหน้าดุปานยักษ์ ฟังไม่ติดขัดเลยสักนิด กลับกันมันทั้งนุ่มนวล อ่อนหวาน และมีเสน่ห์น่าฟังสุดอย่างมหัศจรรย์ ฟางหรงยินแล้วเบิกตากว้างตกกะใจ ใจโดนขโมยไปแล้ว นางมองโซฟีที่ยื่นตุ๊กตาแมวเหมียวเหมียวเหมียวให้ตนจับไว้ ปกติแล้วถ้าเป็นคนอื่นคงยื่นมือให้ฟางหรงจับ แต่โซฟีไม่ใช่คนปกติ นางไม่กล้าจับมือคนอื่น แตะตัวคนอื่น หรือใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งสัมผัสกับคนอื่น นอกจากพี่สาว

         เมรัยเป็นคนคนเดียวเท่านั้นที่โซฟีย่อมให้นวด ส่วนคนอื่น…นางยังกลัว

         ตอนนี้ไม่กล้าให้ฟางหรงจับ ดังนั้นนะ เอามือแคนดี้ไปจับซะ

         “ขอบคุณนะ

         น้ำเสียงเย็นใสราวน้ำแข็งใสราดน้ำหวาน ฟางหรงก้มหน้างุดเขินแก้มแดงราวดอกท้อ ยอมจับอุ้งมือแคนดี้แต่โดยดี ส่วนอุ้งมือแคนดี้อีกข้างก็ให้โซฟีจับ กลายเป็นโซฟีอยู่หน้า แคนดี้กั้นกลาง ฟางหรงอยู่หลัง และพลูโตยืนหลังสุด ซาลาเปาน้อยเงียบซุ่มมาก นางแบบคนนอกอ่ะ แค่คนที่ยิ้มกว้างงงงงงงง มองละครเขินๆของเพื่อน ว้าย

         “มิตรภาพของเด็กๆ น่าอิจฉาจังน้า”

         ม ไม่ๆนางก็เด็กเหมือนกัน ปุดๆ ซาลาเปาน้อยอมยิ้มสนุกสนามบนความเขินของเพื่อนอวบ

         โซฟีแอบยินเสียงขำพลูโตก็เริ่มเขินเช่นกัน ฝั่งฟางหรงจะไหม้แล้ว

         ว่าแต่พวกนางจะเขินกันทำไมเนี่ย!!

         โซฟีกระแอมแล้วเริ่มก้าวเท้า ทั้งกลุ่มเคลื่อนขบวนหลังหยุดยืนเปิดใจเบาๆ โซฟีไม่รู้ทางแต่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งชี้นำ และดึงดูดนาง ฟางหรงรู้ทางนะ นางบอกโซฟีว่าควรเดินทางไหน กระนั้นทางที่รัชทายาทน้อยบอกเหมือนจะตรงกับทางที่โซฟีรู้สึกเป๊ะๆ อือ เพราะอะไรนะ โซฟีครุ่นคิดพลางสอดส่องสายตาระแวงระระวังรอบด้าน

         มองหาเงาหมีปีศาจ และยังมองสำรวจเผื่อเจอผีด้วย หากเจอนางจักได้ไล่ไปไกลๆ ไม่ให้ใกล้ฟางหรง

         อาคารร้อยชั้น มีห้องมากกว่าห้าสิบ โซฟีไม่อยากเดินเปิดดูทีละห้องเลย กระนั้นฟางหรบอกว่ามีคำใบ้ และเบาะแสที่นำไปสู่จุดหมายซ่อนอยู่ในห้องต่างๆ ฟางหรงลองคิดคำนวณ ประกอบกับเบาะแสที่พวกนางมี “ต้องหาทะเลกระทงก่อน” ทะเลกระทงหรือ โซฟีคิดภาพในหัว อ่อ มันจะไปมีทะเลในนี้ได้ยังไงเล่า!!

         “อาจหมายถึงอ่างอาบน้ำก็ได้”

         ท่วงทำนองเสียงประโยคสาวอ้วนของพลูโตเอ่ยอย่างมีระดับชั้นสูงต่ำ โซฟียังฉงนสงสัยว่านางเอ่ยน้ำเสียงมีทำนองอย่างไร เหมือนนางแสดงละครเลยอ่ะ โซฟีอยากทำบ้าง แต่เก็บไว้ก่อน บอกว่าอ่างอาบน้ำสินะ

         “ฟางหรงชอบลอยกระทงในอ่างอาบน้ำ”

         “อ่อ”

         “ไม่ใช่”

         ฟางหรงรีบเอ่ยแย้งเลยเมื่อเห็นโซฟีเชื่อที่พลูโตบอก รัชทายาทน้อยเคยลอยกระทงในอ่างอาบน้ำจริงๆนั้นแหละ แต่ไม่ต้องบอกโซฟีก็ได้!!

         รัชทายาทน้อยค้อนให้ซาลาเปาน้อย กรุณาหยุดทำลายภาพลักษณ์อันสูงส่ง และดูสุขุมของนางด้วย คนอื่นนางไม่ใส่ใจ แต่โซฟีนางใส่ใจสุดๆ

         นักเชิดหุ่นน้อยไม่คิดว่าแปลกนะลอยกระทงในอ่างอาบน้ำ นางยังเคยเอาแคนดี้ไปลอยแทนกระทงเลย

         แคนดี้บอก ข้าว่ายน้ำไม่เป็นก็ยังเอาไปลอย แถมตัวข้าไม่ลอยด้วย จมน้ำเกือบขาดใจตาย

         “กระทงหรือ..”

         โซฟีมองแล้วไม่เห็นสิ่งใดคล้ายกระทงเลย ช่วยไม่ได้นะ พวกนางคงต้องเดินกันอีกนาน

         ทว่าพายุแห่งความซวยพัดถาโถมใส่มิยั้ง เมื่อจู่ๆหมีปีศาจพังผนังห้อง และโผล่กายขึ้นอย่างอุกอาจอีกครั้ง

         “ว้าย!!!”

         “กรรรร”

         เสียงผนังห้องพังโครมคราม ฟางหรงรีบกระโดดไปปกป้องโซฟี พลูโตสะดุดไขมันล้ม และกลิ้งๆๆๆ ฝั่งโซฟีเบิกตากว้างตกใจเพราะหมีปีศาจดันเล่นโผล่มาตรงหน้านางก่อนเพื่อน กระนั้นแอบตกใจฟางหรงที่เข้าช่วยนางทันทีเช่นกัน

         “…”

         รัชทายาทน้อยหรี่ตา สายตาเฉยเมยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก หากยามนี้นางมีพลังมาโฮละก็

         “หนีเถอะ”

         “แต่ว่า..”

         พวกนางอยู่ในห้องใหญ่ และทางออกมีแค่ประตูเดียวซึ่งเจ้าหมีปีศาจมันยืนบัง

         โซฟีเข้าใจฟางหรงเอ่ยนะ แต่ว่า..

         เป็นไงเป็นกันสิ 

         “นั่งลงซะ!!”

         นักเชิดหุ่นน้อยตะโกนสั่งรัชทายาทน้อย พลันพริบตาโซฟีขว้างตะเกียงไฟ..

         พุ่งเป้าใส่หัวหมีปีศาจ!

         แปะ

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น