ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 9 น้ำตาจากสภาวะที่อ่อนแอ

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2558 11:07 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 9 น้ำตาจากสภาวะที่อ่อนแอ

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 9

 

 

 

 

บนพื้นถนนกว้างยามวิกาล รถสปอร์ตหรูสีขาวซึ่งถูกขัดเงามาอย่างดีขับเคลื่อนด้วยความเร็วเข้ามายังหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง คนบนรถที่สะอื้นไห้มาตลอดทางเดินลงมาจากรถที่จอดทิ้งไว้ริมถนนแล้วมุ่งเข้าไปในตัวบ้านด้วยความสงบเงียบ แม้ร่างกายจะยังสั่นเทาอยู่บ้างและน้ำตายังคงไหลอาบแก้มลงมาไม่หยุดแต่เขาก็พยายามเก็บเสียงร้องของตัวเองเอาไว้

 

 

 

ครืดดด

 

ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับร่างโปร่งที่เดินเข้าไปในตัวบ้าน คนที่นั่งรอน้องชายผู้เป็นที่รักผงะไปนิดเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูแล้วหันไปมองน้องชายที่เดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาหาคนตัวโตซึ่งนั่งรออยู่บริเวณห้องรับแขก

 

 

 

"เลย์...?" คนตัวโตยันตัวลุกขึ้นมองร่างของคนรัก คิ้วสองข้างขมวดมุ่นสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของน้องชายที่แปลกๆไป

 

 

 

"บอกผมมา..." เลย์พึมพำถามคนรักเสียงแผ่วเบาจนคนตัวโตไม่ได้ยิน นทีที่เห็นเห็นว่าคนรักกำลังร้องไห้อยู่ผวาเข้าไปคว้าร่างโปร่งเอาไว้ทันทีด้วยความตกใจเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่ม แต่ไม่ทันที่นทีจะได้เอ่ยปากถามอะไรร่างทั้งร่างก็ต้องชะงักลงไปทันทีเมื่อเลย์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือหนาที่กำลังกระชับต้นแขนทั้งสองข้างของเขาแน่นด้วยแววตาที่แสนเจ็บปวด

"บอกผมมามันไม่จริงใช่มั้ย" เลย์เพิ่มเสียงพูดดังขึ้นจนนทีได้ยินชัดเจนและรับรู้ถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือของคนรักได้เป็นอย่างดี

 

 

 

"เกิดอะไร..."

 

 

 

"บอกผมมาสิว่าพี่ไม่ได้ปิดบังอะไรผมไว้ใช่ไหม!" เลย์ตวาดใส่คนตรงหน้าเสียงดังจนนทีชะงักนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามของเด็กหนุ่ม คำพูดนี้ของคนรักทำให้เขาคิดว่าเลย์ต้องได้รู้อะไรมาแน่นอน

 

 

 

"หมายความว่าไง" เจ้าของเสียงทุ้มถาม ถึงน้ำเสียงของเขาจะดูราบเรียบราวกับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยก็ตามแต่สายตาของเขากลับกำลังมองคนรักด้วยแววตาที่สั่นไหว เลย์กอบกุมคอเสื้อของพี่ชายไว้แน่นและซกหน้าลงไปร้องไห้สะอื้นอยู่กับอกแกร่ง เนื้อตัวของเขาสั่นเทาจนน่ากลัวสำหรับนที แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้คนเป็นพี่ชายไม่มีความกล้าพอที่จะกอบกอดเลย์เอาไว้

 

 

 

"ฮึก...ฮือ บอกกูสิว่าคุณแม่โกหก คุณแม่โกหกเรื่องที่มึงเป็นพี่กูใช่ไหม มันไม่จริงมึงบอกกูสิ แค่กๆ มันเป็นไปไม่ได้ ฮืออ" เลย์เขย่าตัวพี่ชายแรง ใบหน้าหวานแหงนเริ่ดขึ้นสบตากับคนตัวโตผ่านม่านน้ำตาที่ไหลลงมาไม่มีหยุด คนตัวโตก้มมองคนรักด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวด เพราะอะไรทำให้น้องชายของเขาต้องร้องไห้หนักขนาดนี้ เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องถามเลย มันก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนที่ทำให้เลย์เสียใจคือใคร...มันก็คือตัวเขาเอง

"มันไม่จริง ฮึก ก็พี่สัญญากับผมไว้แล้วนิ ใช่ไหม พี่สัญญากับผมแล้วว่าจะไม่มีอะไรปิดบัง เพราะงั้นเรื่องที่คุณแม่บอกมันไม่ใช่เรื่องจริง อึก ใช่ไหมครับ..." เลย์พยายามฝืนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มือหนาเอื้อมขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ข้างแก้มให้คนรักช้าๆโดยที่เขายังไม่ได้พูดอะไรออกไปซักคำเดียว ยิ่งเห็นเลย์ร้องไห้มากมายขนาดนี้มันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดจนทำอะไรไม่ถูก

 

 

 

"ครับ" นทีเอ่ยคำแรกออกมา เลย์ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาทันทีอย่างนึกโล่งใจ โดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของพี่ชายเลยแม้แต่น้อยเพราะม่านน้ำตาที่เอ่อล้นทำให้เขาเห็นภาพคนตรงหน้าพร่ามัวเกินกว่าจะรับรู้ถึงสีหน้าของพี่ชายได้

"ที่คุณแม่พูดน่ะ คือความจริง" นทีพูดต่อให้จบ สิ่งที่หลุดออกมาจากปากนี้เหมือนดาบเล่มใหญ่ที่ปักลงมากลางใจของเด็กหนุ่ม รอยยิ้มและความดีใจเมื่อกี้ของเลย์ค่อยๆเหือดแห้งลงไปจนไม่เหลือแม้แต่ความสดใสจากบนหน้าหวาน น้ำตาที่เกือบจะหยุดลงก่อนหน้านี้ค่อยๆไหลอาบแก้มลงมามากกว่าเก่า ทุกสิ่งที่เขาได้ยินและความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันราวกับกำลังถูกแช่อยู่ในน้ำแข็งที่แสนเย็นเฉียบและเจ็บปวด

 

 

 

"ฮึก ฮึก...อึก ไม่จริง! ฮืออ ก็..พี่สัญญากับผมแล้ว ฮืออ พี่อย่ามาโกหกผมสิ! ฮืออ มันไม่จริง ฮือออ" เลย์ทั้งร้องห่มร้องไห้และทุบอกแกร่งของพี่ชายแรงๆอย่างดื้อรั้นเพราะไม่ต้องการยอมรับความจริง

 

 

 

"มันคือความจริง พี่เป็นพี่ชายของเลย์ เป็นลูกชายพี่สาวแม่เลย์ เราสองคนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกั..."

 

 

 

"ไม่!! ฮืออ!" ก่อนที่นทีจะได้พูดจบเลย์ก็ทนฟังไม่ได้ มือบางทุบที่อกแกร่งอย่างแรงแล้วร้องไห้สะอื้นหนักกว่าเดิม

 

 

 

"พี่ขอโทษ เลย์..." นทีข่มตาลงห้ามน้ำตาตัวเองเอาไว้ในใจ มือแกร่งค่อยๆปล่อยจากตัวน้องชายออกมาด้วยความรู้สึกผิดแล้วกำหมัดแน่นไว้แนบกาย เขาอยากจะต่อยตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยจริงๆ เขามันเห็นแก่ตัวที่คิดว่าหากปิดเลย์ไว้คงจะรักษาคนรักเอาไว้ได้โดยไม่เสียเขาไป เพราะถึงจะรู้แก่ใจว่าเลย์เป็นน้องชายแต่เขาก็ห้ามใจตัวเองเอาไว้ไม่ได้เลย แต่เขาไม่เคยได้คิดเลยว่าคนที่จะเจ็บปวดและเสียหายที่สุดเมื่อรู้ความจริงจะเป็นเลย์

 

 

 

"ฮืออ ทำไมอ่ะ ฮือ ทำไมพี่โกหกผม ฮืออ ทั้งๆที่พี่รู้ ฮึก ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้กับผม ฮือออ พี่มาทำให้ผมรักทำไมกัน ฮืออ" ร่างโปร่งสะอื้นไห้ต่อว่าคนรักไม่หยุดก่อนที่เขาจะผละออกจากคนตัวเองแล้วถอยห่างออกมา

"ฮึก ผมเกลียดพี่...พี่มันเลวที่สุด ผมเกลียดพี่!!" เลย์ตวาดใส่คนรักทั้งน้ำตา แววตาหวานที่อาบไปด้วยความเจ็บปวดจ้องคนรักของตนเขม็ง ร่างโปร่งยังคงสั่นสะอื้นอยู่ไม่หยุดและคนเป็นพี่ชายก็ทำได้เพียงแค่ยืนมองคนรักเจ็บปวดเท่านั้น เขาเป็นคนที่ทำให้เลย์เจ็บเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิที่จะปลอบเลย์ไหม...ไม่สิ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่มีสิทธิที่จะทำอย่างนั้น

"พอกันที เรื่องโกหกหลอกลวงแบบนี้ ฮึก เราจบกันแค่นี้เถอะ ผมพอแล้ว ผมไม่เอาแล้ว" เลย์ปาดหลังมือเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเองไปพร้อมๆกับยื่นคำขาดทั้งๆที่หัวใจไม่ได้ต้องการแบบนั้น ก่อนจะกลับหลังหันเดินออกไปจากคนรัก นทีเอื้อมมือเข้าไปหาคนรักหวังจะรั้งตัวเขาเอาไว้แต่พอใกล้จะได้สัมผัสถูกตัวอีกฝ่ายเขาก็ต้องหยุดการกระทำตัวเองลง และได้แต่หักห้ามใจมองคนรักเดินจากไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย...

 

 

 

"แบบนี้แหละดีแล้ว" นทีเผยยิ้มออกมาอ่อนๆเมื่ออดีตคนรักเดินจากไปจนลับตา

"ต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ...น้องพี่" นทีเอ่ยบอกคนที่ไม่ได้อยู่ฟังประโยคพวกนี้อีกแล้วด้วยรอยยิ้มบาง เขาเจ็บมากจริงๆแต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว เพราะตอนนี้มันกำลังไหลรินอยู่ในใจของเขาเอง ได้แต่หวังว่าเลย์จะเข้มแข็งพอที่จะลืมพี่ชายเลวๆอย่างเขาลงได้ซักวันและไปหาคนใหม่ที่ดีกว่านี้ได้ การที่เขาจะรั้งน้องไว้มันคง...เห็นแก่ตัวเกินไป

.

.

.

.

.

.

 

 

 

ผมเคยคิดว่าความรักมันเป็นเพียงแค่ความโง่เขลาของคนที่หลงไปกับคารมหลอกลวงที่ซักวันก็หมดไป ความคิดแบบนี้มันผุดขึ้นมาในหัวของผมตั้งแต่ที่ผมเลิกกับแฟนคนแรก เธอคือ คาราเมล น้องสาวต่างพ่อที่พลัดพรากจากครอบครัว โลกมันช่างแคบที่ทำให้เราสองคนหันมารักกันเองโดยที่ไม่รู้ถึงตัวตนของกันและกันเลย และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย...ทำให้ชีวิตคู่ของเราจบลง ผมเริ่มเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับความรักไปตั้งแต่วันนั้น จนกระทั่งได้รู้ความจริงของครัวและรู้ว่าพี่ทีที่ผมรักต้องพบกับอะไรมาบ้าง ความช็อคสะสมพวกนี้ทำให้ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนกลายเป็นเสือผู้หญิงไป

 

เคยมีคนบอกว่าที่ผมเป็นแบบนี้...อาจเป็นเพราะผมต้องการใครซักคนมาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป สาเหตุที่ส่วนใหญ่ผมคบแต่คนอายุมากกว่าเพราะผมยังจดจำเรื่องของน้องสาวตัวเองไม่ลืม และสาเหตุที่ทำให้ผมเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าก็เพราะ...ผมกำลังตามหาใครซักคนที่จะมารักษาแผลใจให้ได้ แต่พอพวกเขาไม่มีทีท่าว่าจะรักษามันได้ผมก็จะทิ้ง... นี่แหละครับ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมหลงรักอาจารย์คนหนึ่งซึ่งบอกเรื่องพวกนี้กับผมมากจนมีความสัมพันธ์กับเธอเกินครูศิษ

 

ผมรู้ว่ามันเป็นความผิดแต่ผมก็ยังรักเธอจนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงของผมกับพี่ชายได้ก่อกำเนิดขึ้น ตลอดมาผมคิดเพียงแต่ว่ายังไงเราก็ไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ ไม่เป็นไรหรอก...ถึงผมจะคบกับเขาก็ไม่เป็นไร เพราะผมรักเขามากจริงๆ มากกว่าเมลที่เป็นรักแรกของผม และมากกว่าอาจารย์วิด้าที่เป็นเสมือนผู้หญิงคนแรกที่รักษาแผลใจผมได้ ผมรักพี่ทีมากในหลายๆเหตุผล เขาไม่ใช่แค่รักษาบาดแผลให้ผมได้ แต่เขายังสามารถปกป้องและโอบกอดผมไว้ได้ตลอดเวลา ผมหลงไหลในตัวเขามากกว่าใคร...แต่ดูเหมือนมันคงได้เวลาที่ต้องตัดใจจากเขาแล้ว...

 

 

 

ครืนนนน

 

รถสปอร์ตหรูวิ่งเข้ามาในตัวบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ ผมเคลื่อนรถไปจอดไว้ที่โรงรถแล้วเร่งฝีเท้าเดินดุ่มๆเข้าไปในบ้านทันที ผ่านลูกน้องของพ่อเลี้ยงหลายต่อหลายคนที่โน้มศีรษะสวัสดีเพราะรู้ว่าผมเป็นใคร โชคดีหน่อยที่ระหว่างทางเดินมีแค่แสงไฟสลัวๆเท่านั้นจึงทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้าของผม แต่พอเข้ามาในตัวบ้านที่ส่องสว่างไปด้วยแสงไฟผมคงปิดมันจากใครไม่ได้แล้ว เพราะถ้ามีคนมาเห็นเข้าก็ต้องรู้ทันทีแน่ๆว่าผมกำลังร้องไห้

 

 

 

"เลย์" เสียงเรียกของพี่ชายทำให้ผมสะดุ้งโหยงไปในทันที ผมเงยหน้ามองไปทางต้นเสียงก็เห็นว่าพี่ชายกำลังเดินลงมาตามขั้นบันไดที่กว้างพอจะเดินขึ้นลงได้หลายคน

"เป็นอะไร?" พี่เวย์ถามเสียงตื่นเมื่อสังเกตเห็นว่าผมกำลังร้องไห้ คนตัวโตเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ น่าแปลกที่ผมยิ่งพี่เวย์เข้ามาใกล้มันยิ่งทำให้ผมอยากร้องไห้ออกมาอีก...ทำไมกัน ทำไมผมเห็นภาพพี่ทีกับพี่เวย์ซ้อนทับกัน

 

 

 

"พี่..." ผมโผเข้ากอดพี่ชายคนโตทันทีที่เขาเดินลงมาถึงตัว

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น" พี่เวย์ที่ชะงักนิ่งไปชั่วขณะเพราะอยู่ๆผมก็โผเข้ากอดเอ่ยถาม ผมได้แต่ร้องไห้สะอื้นอยู่กับไหล่ของพี่ชายเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไรซักคำ ในเวลาแบบนี้คนที่ควรกอดผมคือพี่ที แต่เขาคงไม่อยากกอดผมแล้วและผมเองก็ไม่กล้ากอดเขาด้วย ไม่ปฏิเสธว่าทำไมผมถึงได้กอดพี่ชายคนโตที่ตัวเองไม่ค่อยชอบขี้หน้าแบบนี้...เพราะผมแอบหวังว่าเขาคือพี่ที...

 

 

 

"ผมขอยืมเสื้อผ้าซักชุดได้มั้ย ผมไม่ได้เอาอะไรมาเลย" ไม่นานผมก็เป็นฝ่ายผละกอดออกแล้วยืนก้มหน้าปาดน้ำตาตัวเอง นี่มันน่าอายจริงๆที่ต้องให้ไอ้พี่คนโตมาเห็นผมร้องไห้แบบนี้

 

 

 

"อืม เดี๋ยวเอาไปให้" พี่เวย์บอก ผมจึงออกตัวเดินดุ่มๆขึ้นห้องตัวเองไปทันทีโดยไม่มองหน้าของพี่ชายแม้แต่เสี้ยวเดียว พอขึ้นมาถึงห้องผมก็มานั่งร้องไห้คนเดียวต่อ ไม่นานพี่เวย์ก็เคาะประตูห้องและเปิดประตูเอาเสื้อเข้ามาให้

 

 

 

"ขอบใจ" ผมปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าออกแล้วยื่นมือรับเสื้อผ้า 1 ชุดมาจากพี่ชาย ซึ่งมีครบทั้งเสื้อ กางเกง และกางเกงในของใหม่ที่ยังไม่ได้แกะใช้

 

 

 

"กินอะไรมารึยัง" พี่เวย์ยืนเงียบมองผมที่นั่งก้มหน้ามองเสื้อผ้าในมืออยู่ซักพักก่อนจะถามขึ้นทำลายความเงียบในห้อง

 

 

 

 

ผมตอบด้วยการส่ายหน้าไปมา

 

 

 

"งั้นไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวกูหาอะไรมาให้กิน" พี่เวย์บอก ผมพยักหน้าแล้วลุกเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเผื่อจะสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่ตลอดทั้งช่วงเวลาที่ผมเข้ามาอาบน้ำสมองก็เอาแต่คิดย้อนไปมาถึงภาพคุณแม่ที่ไปกับผู้ชายอื่นและเรื่องเกี่ยวกับพี่ทีที่ตัวเองได้รับรู้ จะว่าไปบางทีที่ผมร้องห่มร้องไห้หนักขนาดนี้อาจไม่ใช่แค่เพราะเรื่องที่พี่ทีปิดบังผมก็ได้ แต่คงรวมถึงเรื่องของคุณแม่ด้วยที่คอยมากรีดหัวใจผมตลอดเวลาที่นึกถึงมัน

.

.

.

.

.

 

 

 

 

**-Way-**

 

หลังจากออกมาจากห้องเลย์ผมก็ต้องลงมาหาอะไรให้น้องทานในห้องครัว โชคดีที่มีข้าวสวยเหลืออยู่ในหม้อผมจึงเลือกที่จะทำข้าวผัดง่ายๆให้น้องทานด้วยตัวเองเพราะไม่อยากไปยุ่งยากเสียเวลาตามหาแม่บ้าน

 

 

 

ครืดดด ครืดดด

 

ในระหว่างที่ผมกำลังเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร อยู่ๆโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น ผมวางมือจากทุกอย่างแล้วล้วงมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายจากไอ้เพื่อนตัวดีที่ผมอยากโทรหามันพอดีหลังจากนี้ แต่ดูเหมือนมันจะโทรมาหาผมก่อน

 

 

 

"ว่าไงมึง มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย" ผมรับสายแล้วถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างหนึ่งไป จัดเตรียมอาหารด้วยมืออีกข้างที่ยังว่างไป

 

 

 

[...] ปลายสายเงียบไม่พูดอะไรซักคำ ทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้วมุ่น

 

 

 

"เฮ้ย พูดอะไรหน่อยสิวะ" ผมเรียกปลายสาย พร้อมๆกับเริ่มลงมือทำอาหาร

 

 

 

[มันคงไปที่นั่นสินะ] เสียงทุ้มๆของไอ้ทีดังขึ้นให้ผมได้โล่งใจหลังจากเงียบไปนาน ดูจากคำพูดแล้วคิดว่าเจ้านั่นคงจะหมายถึงเลย์ ซึ่งผมคิดว่ามันคงรู้ด้วยว่าเลย์เป็นอะไรมา และการที่มันไม่ตามมาหรือไม่ได้อยู่กับไอ้เลย์ในสถานการณ์แบบนี้ก็เดาได้อย่างเดียวว่ามันต้องมีปัญหากัน

 

 

 

"เออสิ มันร้องไห้เข้ามากอดกูซะแน่นเลยนะเว้ย ฮ่าๆ มึงไปทำอะไรให้มันน้อยใจมารึไง ห้ะ อย่าบอกนะว่านอกใจน้องกูน่ะ" ผมแกล้งแหย่มันเล่นเผื่อมันจะนึกหึงหวงและตามมาง้อไอ้เลย์เร็วๆเพราะน้ำเสียงของไอ้ทีมันดูเครียดมากเกินปกติจริงๆตอนนี้ ถึงปกติเสียงมันจะเครียดๆแบบนี้อยู่แล้วก็เถอะ

 

 

 

[ดีแล้ว...ฝากดูแลมันด้วยนะ] ทันทีที่พูดจบอีกฝ่ายก็ตัดสายทิ้งไปทันที

 

 

 

"อ้าว เฮ้ย!?" ผมร้องตามสายที่ถูกตัดไปแล้วถึงจะรู้ว่าไม่ทันก็ตามก่อนจะวางหูลงแล้วกลับมาตั้งใจทำอาหารต่อจนเสร็จจึงจัดใส่จานแล้วยกถาดข้าวผัดและนมอุ่นๆไปให้ไอ้เด็กขี้แยข้างบนห้อง คิดว่าป่านนี้มันคงอาบเสร็จแล้วแหละ

 

 

 

แกร๊ก

 

ซ่า ซ่า

 

พอผมเปิดประตูเข้ามาในห้องของเลย์แต่กลับไม่เห็นใคร มีเพียงเสียงน้ำในห้องน้ำที่ยังดังแว่วๆอยู่เท่านั้น น่าแปลกจริงๆที่มันยังอาบไม่เสร็จ ผมมองไปที่ประตูห้องน้ำนิ่งไปซักพักพลันนึกหวนถึงภาพของน้องชายที่ร้องไห้ให้ผมเห็นในวันนี้แววตาหม่นลงชั่วขณะ ก่อนที่ผมจะถอนหายใจหนักๆแล้ววางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียง นั่งรอซักพักเสียงน้ำก็หยุดลง

 

 

 

แกร๊ก

 

ร่างสูงราวๆ 179-180 ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงนอนขายาวสีเทาอ่อนเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าซีดขาว กรอบตาสวยแดงก่ำกว่าตอนที่ผมเห็นมันครั้งแรกเสียอีก คิดว่าที่เลย์มันอาบนานขนาดนี้คงเพราะเข้าไปร้องไห้ต่อในห้องน้ำแน่ๆ

 

 

 

"ตกใจอะไร กูพี่มึง ไม่ใช่ผัวมึง" ผมแหย่น้องชายเล่นๆเมื่อเห็นว่ามันสะดุ้งโหยงไปเมื่อหันมาเห็นผมนั่งรออยู่บนขอบเตียง และพอผมพูดจบใบหน้าหวานของเขาก็เศร้าลงทันทีก่อนที่น้ำตาใสจะไหลอาบแก้มลงมาอีกครั้ง ทำเอาผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

 

 

 

"ฮะๆ โทษที มันไหลออกมาเอง" เจ้าตัวแสบแค่นหัวเราะออกมาแล้วลนลานปาดน้ำตาตัวเองออก ผมมองท่าทีของมันนิ่งๆไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจกลับบวกความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ ปกติเลย์มันอ่อนไหวง่ายขนาดนี้เลยหรอ ผมจำได้ว่าเลย์มันเป็นเด็กเข้มแข็ง เวลาโดนไอ้ทีใจร้ายใส่มันร้องไห้แค่แป๊บเดียวก็กลับมาเริงร่าต่อได้แล้ว แต่นี่มัน...ดูไม่ค่อยปกติ

 

 

 

"กูทำข้าวผัดมาให้ รีบๆกินจะได้รีบกินนมก่อนที่มันจะไม่อุ่น" ผมหยิบถาดอาหารมายื่นให้น้องชายตัวเอง เลย์มองถาดอาหารในมือผมนิ่งไปซักพักก่อนจะรับมันไว้แล้วนั่งลงขอบเตียงข้างๆกับผม ซึ่งผมก็คอยสังเกตท่าทีมันอยู่ตลอด

 

 

 

"แค่กๆ ขอบใจ" เลย์ไอแล้วเอ่ยขอบคุณผมออกก่อนที่จะเริ่มตักข้าวในจานกินทีละคำ

 

 

 

"ไม่สบายรึเปล่า ทำไมมึงสระผม" ผมถามขึ้นเพราะเห็นเลย์ไอเมื่อกี้ แถวสีหน้ามันก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย มือหนาเอื้อมขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนไหล่ของไอ้ตัวแสบขึ้นไปพาดลงบนหัวทุยแล้วขยี้เช็ดผมที่เปียกจนมีน้ำหยดเปียกคอเสื้อไปหมดให้

 

 

 

"ไม่เป็นไรพี่ ผมเช็ดเอง" เลย์ยกมือขึ้นมาจับมือผมออกเช็ดผมตัวเองลวกๆก่อนจะกลับไปตักอาหารก่อนต่อเงียบๆ

 

 

 

"บอกได้รึยังว่าเป็นอะไร" ผมตัดสินใจถามออกไปในที่สุดเมื่อเห็นเลย์ทานข้าวมาจนใกล้จะหมดแล้ว เลย์เงียบไม่ตอบอะไรผมแล้วยกนมขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

"ปกติมึงไม่เศร้ากับเรื่องอะไรนานขนาดนี้นิ" ผมถามต่อ เลย์เงียบนิ่งไปซักพัก

 

 

 

"พี่...รู้เรื่องของแม่อยู่แล้วใช่ไหม" เด็กหนุ่มถาม ผมขมวดคิ้วมุ่นทันที

"วันนี้ผมไปเจอคุณแม่ที่โรงแรมมา ผมเห็นเขาเข้าไปในห้องกับผู้ชายคนนั้น..." เลย์พูดไปน้ำตาที่เออล้นอยู่กรอบตาก็ค่อยๆไหลอาบแก้มลงช้าๆ

"ทำไมไม่เคยมีใครบอกอะไรกับผมเลยล่ะ...ทำไมคุณแม่ถึงเป็นแบบนั้นกัน ทำไมคุณแม่ถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น ทำไมอ่ะ" ผมถามด้วยน้ำเสียงที่แสนเจ็บปวด ผมมองใบหน้าหวานของน้องชายด้วยแววตาอ่อนลง ใช่ ผมรู้เรื่องนี้แต่ผมไม่อยากให้เลย์รู้ก็เพราะแบบนี้ นี่สินะเหตุผลที่ทำให้น้องชายของผมอ่อนแอลงถึงขนาดนี้...

"และพี่รู้มั้ย วันนี้ผมก็ได้รู้ความจริงบางอย่างมาด้วย ฮึก" เลย์พูดต่อโดยที่ผมได้แต่ฟังน้องพูดอยู่เงียบๆ และดูเหมือนยิ่งเขาพยายามพูดต่อไปเขาก็จะยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิมด้วย

"พี่ก็รู้ใช่มั้ย เรื่องของพี่ที เรื่องที่พี่ทีเป็นพี่ของผมอ่ะ เรามีสายเลือดเดียวกันอ่ะ ฮืออ ทำไมพี่ไม่เคยบอกอะไรผมเลย ฮือออ ทำไมทุกคนหลอกผมอ่ะ ฮือออ" เลย์ทั้งพูดทั้งร้องไห้สะอื้นหนักยิ่งกว่าเก่าจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด มือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาตัวเองอยู่เรื่อยๆทั้งๆที่มันไหลลงมาไม่ยอมหยุดเลยซักทีจนผมยังนึกห่วงคนข้างกายขึ้นมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำผมตกใจ...

 

 

 

"พูดเรื่องอะไร สายเลือดเดียวกัน?" ผมขมวดคิ้วถามเพราะเรื่องแบบนี้ผมเพิ่งจะเคยได้ยินจริงๆ

 

 

 

เคร้ง!!

 

เสียงจานและแก้มในถาดตกจากหน้าตักของเลย์ลงไปกระทบพื้นจนแตก ผมสะดุ้งตกใจไปนิดแต่เลย์กลับดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงอะไรเลยด้วยซ้ำเพราะตอนนี้เขาเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเลย

 

 

 

"ก็คุณแม่บอกกับผมเอง! ว่าพี่ทีเป็นพี่แท้ๆของผมอ่ะ ฮืออ! แล้วพี่ทีก็ยอมรับแล้วด้วยว่าเขาเป็นพี่ชายผมอ่ะ ฮืออ ทำไมทุกคนโกหกผม! แค่กๆ ฮืออ ฮืออ"

 

 

 

"ห๊ะ? หมายความว่าไง" ผมขมวดคิ้วถามคนที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นเทาอย่างร้อนใจ หมายความว่าไงที่ว่าเป็นพี่น้องแท้ๆน่ะ หมายถึงทีเป็นลูกพ่อหรือแม่เดียวกับเรางั้นหรอ!?

 

 

 

"เขาบอกว่าเป็นลูกของพี่สาวคุณแม่อ่ะ ฮืออ" เลย์ร้องไห้บอกออก

 

 

 

"ลูกพี่สาวแม่? อ่า" ผมได้ยินดังนั้นก็ค่อยเข้าใจอะไรง่ายลงไปหน่อย ถึงมันจะน่าตกใจอยู่ก็เถอะเรื่องที่เรามีสายเลือดเดียวกัน แต่เล่นมาบอกว่าพี่น้องแท้ๆแบบนี้ก็ทำเอาเข้าใจผิดไปไกลเหมือนกัน

"เลย์ ลูกพี่ลูกน้องไม่ใช่พี่น้องแท้ๆซักหน่อย" ผมพยายามบอกให้น้องชายเข้าใจ เพราะดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปอยู่

 

 

 

"ฮึก ก็คุณแม่บอกกูแบบนั้นอ่ะ แล้วมึงจะให้กูคิดไงล่ะ! ต่อให้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ยังไงก็สายเลือดเดียวกันมั้ยล่ะ! ฮึก แบบนี้กูจะคบกับมันได้ยังไงล่ะ ฮืออ" เลย์เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ท่าเดียวจนผมอดจะนึกสงสารไม่ได้จนต้องเอื้อมมือเข้าไปลูบหัวมันเบาๆ ดูเหมือนคุณแม่จะบอกอะไรเลย์มาผิดๆจนทำให้มันตกใจกลัวขนาดนี้เพราะคิดว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ ถึงความจริงจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ยังไงก็มีสายเลือดเดียวกัน เรื่องนี้ผมก็คิดไม่ถึงจริงๆว่ามันจะเป็นแบบนี้

 

...นี่สินะ เหตุผลที่ไอ้ทีมันไม่ยอมบอกผมเรื่องพ่อแม่ของมัน...

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

 

ชื่อ
ความคิดเห็น