แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #34 การกลับมาของหัวใจ (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #34 การกลับมาของหัวใจ (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.9k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2559 21:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #34 การกลับมาของหัวใจ (RW)
แบบอักษร

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #34 การกลับมาของหัวใจ

 

            หลายวันผ่านไปใครว่าชีวิตผมไม่วุ่นวายอย่าทายแบบนั้นเพราะว่ามันผิดช่วงนี้เจไดติดผมเป็นพิเศษไม่ว่าใครจะมาเยี่ยมก็หวงผมไปซะหมดทำหน้าที่แทนพ่อเขาได้ดีมากๆ เลยละครับ นี่ไม่นับรวมคำพูดนะ

“แม่เป็นของป๊าคนเดียวคนอื่นห้ามเข้าใจ ชิส์ๆ”

นี่ไงคำพูดติดปากขนาดพี่โรมิโอยังโดนมาแล้วด้วยดูสิว่าเด็กตัวร้ายคนนี้แสบแค่ไหน?

“เย้ๆ ผมชนะ ฮาๆ”

รวมถึงตอนนี้ที่ผมกำลังนั่งมองเจไดวิ่งเล่นอยู่ในส่วนกับพี่เหนือและพี่ใต้แพ้เด็กจนหมดคราบความเข้มไปเลยทีเดียวละครับ ก็ดันมาวิ่งไล่จับกับพวกเด็กๆ ตั้งแต่เช้ากันแบบนี้

“แม่ผมชนะ”

เจไดเรียกผมซะดังพร้อมกับรอยยิ้มดีใจ ไม่ใช่ว่าชนะแบบสวยๆ หรอกครับเพราะเด็กตัวร้ายดันขี้โกงแถมออกวิ่งก่อนพอจะแพ้ก็ทำเป็นร้องไห้จนพี่เหนือกับพี่ใต้ต้องหยุดแล้วเข้าไปช่วย พอทั้งสองตั้งตัวไม่ทันตัวเองก็ออกวิ่งต่อ

เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อ

ติดนิสัยพี่ไอสูรย์มาเต็มๆ

“แม่ไปวิ่งกัน”

“ไม่ไหวหรอกครับน้องคงไม่อยากวิ่ง” ผมว่ามองลงไปยังหน้าท้องที่นูนขึ้นมาของตัวเองอีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วสินะ

จุ๊บ

“งั้นเดินก็ได้นะครับ” เจไดก้มลงมากดจูบที่หน้าท้องของผมเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

“ก็ได้ครับ”

ผมลุกขึ้นยืนโดยมีเจไดช่วยจับมือก่อนจะพาเดินไปรอบๆ สนามส่วนพี่เหนือกับพี่ใต้ก็นั่งพักเอาแรงเพราะโดนเด็กแกล้งไปซะเยอะ เจไดพาผมเดินมารอบๆ สนามหน้าบ้านก่อนที่เด็กตัวร้ายจะวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ จนบางครั้งผมก็กลัวว่าจะหกล้มเพราะความซนนี่แหละ

“เจไดเดี๋ยวก็ล้มหรอกลูก โอ๊ะ!

“แม่เป็นอะไรครับ” ผมรู้สึกจุกจนบอกไม่ถูกเพราะจู่ๆ ลูกก็ดิ้นแรงมากจนแทบยืนไม่อยู่ดีนะครับที่เจไดวิ่งเข้ามาจับมือเอาไว้แม้ว่าจะช่วยไม่ได้เยอะก็ตาม

“น้องดิ้นนะ”

“น้องนิสัยไม่ดี” เจไดว่าลูบท้องผมไปมาแต่ปากกลับยิ้มซะงั้น “รีบๆ ออกมานะพี่รออยู่”

คำพูดของเจไดแต่ละคำทำให้ผมยิ้มออกทุกครั้งเลยละครับ เพราะโดยส่วนมากเจไดมักจะเรียกร้องหาน้องตลอดเวลาเลยทีเดียว

“โอ๊ะ! ผมร้องครางอีกครั้งหลังจากที่ลูกดิ้นส่วนเจไดก็ขมวดคิ้วหน้าเสียไปเลยเหมือนลูกกำลังดีใจอะไรสักอย่างแนะครับ

ฟอดดดดดดดด

ให้ตายสิแก้มผมจะว่าเจไดก็ไม่ใช่แถมคนที่ขโมยหอมแก้มก็กอดเอวผมเอาไว้จนแน่นเหมือนกำลังช่วยพยุงไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น เจไดเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนด้านหลังของผมตาแป๋วเลยทีเดียว

“ป๊า”

ผมยิ้มดีใจทันทีก่อนจะค่อยๆ หันไปมองเขา พี่ไอสูรย์ยิ้มกว้างก่อนจะกดจูบที่ปลายจมูกผมอีกครั้งอย่างอ่อนโยน

ผมรู้แล้วว่าทำไมลูกถึงดิ้นนักก็เพราะเขารู้นะสิครับว่าพ่อตัวร้ายกลับมาแล้ว...

“คิดถึงจังเลย” เค้าว่าน้ำเสียงอ่อนโยนจนผมน้ำตาแทบไหลก็คนมันดีใจนี่ครับไม่ได้เจอกันตั้งนานแถมจะกลับมาทั้งทียังไม่โทรบอกอีก

“งื้ออออ! แล้วเจไดละครับป๊า”

“คิดถึงเหมือนกันแต่เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันนะข้อหาทำเกินหน้าที่” พี่ไอสูรย์นั่งยองๆ คุยกับเจไดทั้งสองคนกอดรัดกันนัวเนียเชียวครับส่วนเจไดก็เฉไฉไม่ยอมมองหน้าพี่ไอสูรย์

“เปล่านะ”

“อะไร! เราตกลงกันแล้วนะคนนี้ของป๊าส่วนในนี้ของเจได” พี่ไอสูรย์บอกกับเจไดพร้อมทั้งชี้มาทางผมและบริเวณหน้าท้องนั่นก็หมายถึงลูกที่อยู่ข้างในตัวผมตอนนี้

“ชิส์! ผมหวงแทนป๊านะครับ”

“น้อยๆ หน่อยเจ้าตัวแสบป๊าก็หวงนะ”

“แบร่ๆ ก็ป๊าชักช้าไม่ยอมกลับมาสักทีรู้ไหมว่าเมื่อวันก่อนมีคนมาอุ๊บ!

ผมรีบก้มไปหาเจไดทันทีก่อนที่จะเอามือปิดปากเอาไว้เพราะรู้แน่นอนว่าคำพูดต่อไปของเจไดคืออะไรมีหวังงานนี้ยาว

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ผมร้อนเราเข้าบ้านกันเถอะแถมลูกดิ้นอีกแล้ว” ว่าไปนั่นที่จริงอยากจะเปลี่ยนเรื่องที่เจไดจะพูดซะมากกว่าให้ตายสิไหนเราตกลงกันเอาไว้แล้วนี่แต่เจไดดันมาทำร้ายผมซะได้

“ครับ” พี่ไอสูรย์ก็ว่าง่ายซะก่อนที่เขาจะช่วยพยุงผมให้เดินเข้าบ้านส่วนเจไดก็วิ่งนำไปซะแล้วภาวนาให้เด็กน้อยลืมมันไปซะ

หลังจากที่เข้ามาในบ้านผมก็มานั่งพักที่ห้องนั่งเล่นแถมลูกก็ยังดิ้นไม่หยุดส่วนพี่ไอสูรย์กับเจไดนะเหรอเอาแต่เถียงกันเรื่องผมกับลูกนี่แหละครับไม่รู้ว่าจะขำหรืออยากร้องไห้ดี

“พี่ผมปวดท้อง” ผมร้องเรียกพี่ไอสูรย์นิ่วหน้าเจ็บปวดทันที ลูกดิ้นแรงไปหน่อยหรือเพราะดีใจที่พี่ไอสูรย์กับมากันแน่นะเนี่ย

ดีใจจนไม่ห่วงแม่เลยนะ

“ไปหาหมอไหม?”

“ไม่อะ”

“นี่เด็กน้อยป๊ากลับมาแล้วนะอย่าทำร้ายแม่นักสิจุ๊บ!” พี่ไอสูรย์ก้มลงไปกดจูบที่หน้าท้องเท่านั้นแหละครับเจ้าตัวเล็กที่อยู่ข้างในก็หยุดดิ้นลงกะทันหันจนเหมือนจะไม่ดิ้นอีกเลย

ให้ตายสิทีกับผมละดิ้นจังแต่พอเจอคำพูดพี่ไอสูรย์ไปนิ่งเลย

“สงสัยจะงอนที่ป๊าลืมจุ๊บทักทาย” ผมก็คิดว่างั้นแหละครับพอพี่ไอสูรย์กดจูบเท่านั้นแหละยอมหยุดดิ้นเลย

“ป๊าไหนบอกว่าคนนี้ของเจไดห้ามแตะนะครับ” เจไดกระโดดเข้ามานั่งข้างๆ ผมก่อนจะกอดเอวไว้จนแน่นส่วนพี่ไอสูรย์ก็นั่งหน้าเหวอไปเลยดันพูดกับลูกไว้เองแท้ๆ

“น้องยังไม่คลอดและอีกอย่างยังอยู่ในตัวแม่”

“ไม่เกี่ยวนะ! ป๊าบอกเองว่าคนนี้ของผม”

“ก็

“ไม่รู้ละต่อไปป๊าห้ามจุ๊บน้องนะผมหวง!

“แสบแต่เด็ก” พี่ไอสูรย์แอบบ่นก่อนจะลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ผมเราสองคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มให้กับท่าทาของเจได

เจไดหวงจริงๆ นะเนี่ยถึงขนาดกอดผมไว้จนแน่นเลย

เราสองคนนั่งคุยกันไปเรื่อยในขณะที่เจไดก็เผลอหลับไปข้างๆ ผม พี่ไอสูรย์บอกว่าธุรกิจราบรื่นดีส่วนพ่อกับแม่ท่านอยู่เที่ยวต่อแต่เหมือนจากคำบอกเล่าแล้วแม่จะถูกพ่อบังคับให้อยู่ต่อซะมากกว่านะครับแต่ก็ดีเหมือนกันพวกท่านจะได้พูดจากันดีๆ บ้างหรือไม่ก็ทะเลาะกันหนักกว่าเดิม

“พี่เจไดหลับแล้วอุ้มไปนอนเถอะครับ”

“แล้วเราละอยากพักผ่อนไหม” ผมครางตอบออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินตามพี่ไอสูรย์ที่อุ้มเจไดอยู่ เด็กวัยกำลังโตพอเหนื่อยก็หลับนี่แหละครับความสุขเล็กๆ แถมพี่ไอสูรย์กลับมาแบบนี้ท่าทางที่บ้านจะวุ่นวายเพิ่มขึ้นเพราะต่างฝ่ายต่างหวงผมและลูกกันทั้งคู่แบบนี้

รับรองคนที่เหนื่อยไม่พ้นอ๋องน้อยหรอก

“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”

“คุณหมอถามว่าจะอัลตร้าซาวด์ไหม” ผมเอียงคอไปมองพี่ไอสูรย์ที่นั่งเอนหลังพิงหัวเตียงอยู่ส่วนเจไดก็นอนอยู่ข้างๆ ผม ส่วนบนตักพี่ไอสูรย์ก็มีเจ้าขนปุยมานอนอ้อนท่าทางจะคิดถึงเจ้านาย

“แล้วว่าไง”

“ผมบอกรอพี่”

“งั้นพี่ว่ารอลุ้นดีกว่าอยากให้ลูกคลอดเร็วๆ แล้วสิ”

จุ๊บ!

พี่ไอสูรย์ก้มหน้าลงมากดจูบเบาๆ ที่หน้าผากของผมก่อนจะส่งยิ้มให้ท่าทางของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเห่อลูกมากๆ เลยด้วย

ครืด ครืด

ในระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของพี่ไอสูรย์ก็ดังขึ้นมา ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบโทรศัพท์มาดู

“รินนะ” หัวใจผมเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้หรือว่ารินจะรู้ว่าพี่ไอสูรย์กลับมาแล้ว หมอนี่รู้เร็วดีเหมือนกันนะครับเนี่ย

” ผมไม่ได้ตอบอะไรแค่ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะตะแคงข้างไปหาเจไดแทน ส่วนพี่ไอสูรย์เหมือนจะรู้ว่าผมกำลังงอนแต่ก็นะในเมื่อมันเป็นเรื่องจริงนี่

“พี่ไม่รับหรอกครับ” เขาว่ากระซิบข้างหูของผมก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ กอดผมจากทางด้านหลังถ้ารู้ว่างอนใส่แบบนี้แล้วจะตามใจนะผมจะงอนให้บ่อยเลยคอยดูโทษฐานที่ปล่อยให้คิดถึงได้ตลอดเวลา

“ทำไมละครับเดี๋ยวรินก็งอนหรอก”

“นี่มันเป็นเวลาของครอบครัวครับ” พี่ไอสูรย์กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นส่วนผมก็แอบยิ้มดีใจแต่ก็ไม่ยอมหันกลับไปหาเขา “แถมเมียยังขี้งอนอีกต่างหาก”

“อย่าสนใจสิครับ”

จุ๊บ

“พี่ไอสูรย์”

“ไม่สนใจได้ยังไงครับเมียทั้งคน” พี่ไอสูรย์กดจูบซ้ำไปซ้ำมาที่แก้มของผมเหมือนกำลังแกล้งแต่เขากลับไม่สนใจระบบการเต้นของหัวใจผมเลย

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าอสูรตัวร้ายจะทำตัวน่ารักได้ขนาดนี้...

 

ผมงอแงใส่พี่ไอสูรย์อยู่ตั้งนานจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ครับพอตื่นขึ้นมาอีกทีพี่ไอสูรย์กับเจไดก็หายไปจากห้องแล้วแถมเจ้าแมวขี้อ้อนก็ด้วยครับ

ผมลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทำธุระส่วนตัวจนเสร็จผมก็เดินลงมาด้านล่าง รู้สึกเมื่อยตามตัวไปหมดเลยครับคงเพราะช่วงนี้อายุครรภ์ผมมากขึ้นและใกล้คลอดแล้วมั้ง จะลุกจะนั่งก็โอยไปหมด

ถ้าลูกคลอดเมื่อไหร่ผมสาบานว่าจะไม่ท้องอีกแล้วเพราะมันทั้งเหนื่อยแล้วก็ลำบากมากๆ เลยด้วยไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องระวังไปซะหมดเพราะผมเป็นผู้ชายด้วยละมั้ง

“ป๊าอ๊ะ! ดูสิของผมน่ากินกว่าเยอะ” ผมได้ยินเสียงดังเอะอะมาจากห้องครัวก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยเดินไปตามเสียงนั้นทันที

“ท่าทางน่าสนุกจังเลยนะครับ” แต่ที่ไหนได้ทุกอย่างกลับถูกขัดจังหวะจากน้ำเสียงเล็กที่เดินเข้าไปก่อนผมเหมือนรินจะรู้อะไรไปซะทุกอย่างแถมยังมาที่นี่ได้อย่างรวดเร็วซะเหลือเกิน

“ริน” พี่ไอสูรย์เรียกชื่อของรินเหมือนกำลังตกใจส่วนผมก็ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักกลัวก็แต่เจไดจะอาละวาดนี่แหละครับ

“ครับ รินโทรมาแต่พี่ไอสูรย์ไม่ยอมรับสาย”

“แล้วมาหาพี่มีอะไรรึเปล่า” พี่ไอสูรย์ถามขึ้นซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่ผมอยากจะรู้เหมือนกันครับ

“รินอยากคุยเรื่องของพ่อได้ไหมครับ” น้ำเสียงของรินดูเปลี่ยนไปแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาแกล้งหรือมันเป็นเรื่องจริงกันแน่ เพราะเดี๋ยวนี้รินดูเปลี่ยนไปมากจนน่ากลัวเลยก็ว่าได้

“ป๊า” เหมือนเจไดที่ถูกลืมจะเรียกพี่ไอสูรย์ขึ้นมา ผมกลัวอยู่อย่างเดียวว่าเจไดจะพูด

“พี่ไปคุยกับรินเถอะครับเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” เพราะกลัวว่าเจไดจะพูดเรื่องก่อนหน้านี้ออกไป ผมก็เลยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาทั้งสามคนซะเองก่อนจะบอกให้พี่ไอสูรย์ออกไปคุยกับรินส่วนผมก็เดินเข้าไปหาเจได

“แม่”

“ไหนเราตกลงกันแล้วไงครับ” ผมก้มลงไปกระซิบข้างๆ หูของเจไดเด็กตัวร้ายถอนหายใจก่อนจะยู่หน้าใส่ผม

“พี่ไปเถอะ” พอคุยกับเจไดเสร็จผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ไอสูรย์ต่อ รินมองหน้าผมแล้วยิ้มเหมือนไม่เต็มใจจะยิ้มซะมากกว่าครับเพราะดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้สิ

 

ไอสูรย์

ผมไม่รู้ว่าอ๋องน้อยกำลงคิดอะไรอยู่ถึงปล่อยให้ผมมาคุยกับรินแบบนี้ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะบางทีผมอาจจะต้องเคลียร์เรื่องที่มันค้างคาให้จบลงไปสักทีไม่งั้นรินก็ยังคงเข้ามาวุ่นวายกับผมและอ๋องน้อยอยู่อย่างนี้แน่นอน ซึ่งผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นไปนานๆ หรอกครับเพราะรินเป็นคนที่เข้าใจยากรวมไปถึงอารมณ์ที่ดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้สิครับ

“บอกมาสิจะคุยอะไรกับพี่”

“ถ้าผมไม่เอาเรื่องพ่อมาอ้างพี่ก็คงไม่ออกมาคุยสินะครับ” รินยิ้มเศร้าๆ เดินเข้ามาหาผมที่ยืนมองหน้าเขาอยู่ “พี่พยายามตีตัวออกห่างจากผมจังเลยนะครับ”

“เรามันร้ายกว่าที่พี่คิดนะริน” ผมยืนกอดอกจ้องหน้าริน รู้สึกไม่พอใจสักเท่าไหร่กับอาการที่รินกระทำออกมา

“รินร้ายได้มากกว่านี้อีกครับหรือพี่ไอสูรย์ไม่เชื่อ”

“เชื่อสิ! เพราะนายพยายามทำร้ายครอบครัวฉันอยู่ตลอดเวลา!” ผมถอยหลังเดินออกห่างมาสีหน้าของรินดูตื่นตระหนักนิดหน่อยเมื่อผมเริ่มพูดจาเหมือนกำลังตีตัวออกห่าง

ไม่ใช่เหมือนหรอกครับแต่ผมตั้งใจเลยต่างหาก

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้แต่ที่ไม่พูดเพราะคิดว่านายจะเปลี่ยนได้จริงๆ”

“พี่ไอสูรย์” รินน้ำตาไหลออกมาทันทีเหมือนกัน แต่สำหรับผมน้ำตาที่สามารถยอมแพ้ได้อย่างราบคราบมีแค่คนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือน้ำตาของอ๋องน้อยคนเดียว

“แต่ในเมื่อไม่ยอมเปลี่ยน! ฉันก็จะปกป้องครอบครัวให้ถึงที่สุด”

“ทำไมพี่ถึงไม่รักผมบ้าง” รินร้องถามสะอื้นหนักขึ้นพยายามเดินเข้ามาหาผมที่ถอยห่างออกไปเรื่อยๆ

“เพราะมันไม่ใช่”

“แล้วถ้าไม่มีอ๋องน้อย?” เป็นคำถามที่ดีนะครับแต่ผมก็มีคำตอบในใจอยู่แล้ว

“ถึงไม่มีนายก็ไม่ใช่เพราะตั้งแต่แรกฉันก็ไม่เคยคิดจะรักใครอยู่แล้ว” นั่นนะสิครับผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นถึงได้พังลงมาแบบนี้ แต่จะว่าไปผมแพ้ทุกอย่างที่เป็นอ๋องน้อยนั่นแหละ

แต่ถ้าไม่มีอ๋องน้อยละ? ผมก็คงเดาไม่ถูกว่าชีวิตตัวเองจะมืดมนขนาดไหน

“พี่มันบ้า”

“ฉันหรือนายที่บ้า!” ผมตรงเข้าไปหารินกระชากร่างเล็กเข้ามาหาตัวเขย่าไปมาจนรินสั่นไปทั้งตัว แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่เจออยู่ตอนนี้รินกำลังเล่นละครหรือเปล่าซึ่งผมก็ไม่อยากจะหลงเชื่ออีกต่อไปแล้ว

“รินเจ็บนะ”

“ฉันขอเตือนนะรินอย่ามายุ่งกับอ๋องน้อยอีก! ถ้าเมียกับลูกฉันเป็นอะไรขึ้นมาก็อย่าหาว่าไม่เตือน”

“พี่รักมันงั้นเหรอ?”

“อ๋องน้อยคือทั้งชีวิตของฉันเข้าใจไหม”

“ได้! ในเมื่อพี่เลือกแบบนี้รินก็จะทำให้พี่เจ็บปวดบ้างจะได้รู้สึกสักที”

“ริน!

จากน้ำตากลับกลายเป็นแววตาและรอยยิ้มที่น่ากลัวก่อนจะเดินจากออกไปและผมเองก็รู้ดีว่าคนอย่างรินทำได้ทุกอย่างแต่ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างได้เหมือนกันในเมื่อสิ่งที่ผมเลือกมันดีที่สุดแล้ว

เฮ้อ! ต่อไปก็คงต้องระวังให้มากขึ้นอีกสินะ

“พี่นี่ใจร้ายจริงๆ เลยนะครับ” น้ำเสียงใสของอ๋องน้อยดังขึ้นมาผมหันไปมองก็เห็นว่าเจ้าตัวยืนอยู่กับเจได

“พี่หรือเราที่ร้ายเราก็ด้วยนะตัวแสบ” ว่าอ๋องน้อยเสร็จก็หันไปสบตากับเจไดพร้อมทั้งคาดโทษเอาไว้ทั้งคู่ ให้มาดูแลแต่ที่ไหนได้แทนที่จะรายงายดันมาช่วยกันปกปิดแล้วแบบนี้ผมจะปกป้องได้ยังไงครับ

“ผมรักแม่...เชื่อแม่” ส่วนนี้ผมดีใจนะครับแต่จะดีใจมากกว่านี้ถ้าเจไดจะขัดคำสั่งอ๋องน้อยแล้วมาบอกผมบ้าง

“แล้วป๊าละ?”

“ก็รักแต่รักแม่มากกว่าแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรแม่กับน้องหรอกครับ” ช่างพูดช่างเจรจาซะจริงๆ เลยเด็กคนนี้ ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ เลยครับอมยิ้มกับตัวเองส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่

“เลิกกอดเมียป๊าได้แล้ว”

“นี่แม่ผมนะครับ”

“เด็กแสบ!” ขยี้หัวเจไดเล่นกันจะหัวเราะรวนกับท่าทางของเจ้าเด็กคนนี้ผมขอคืนคำทุกอย่างเพราะเจไดกำลังจะแย่งเมียผม

“พี่แล้วริน” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองอ๋องน้อยสีหน้าก็บ่งบอกว่ากำลังกลัวแถมยังเศร้าอีกต่างหาก คงจะกังวลเรื่องของรินอยู่สินะเพราะตอนนี้อ๋องน้อยเองก็ใกล้คลอดแล้ว

“เจไดป๊าขอคุยกับแม่หน่อยนะ”

“ได้ฮะ” คราวนี้ว่าง่ายครับท่าทางจะรับรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังตึงเครียด ผมขยับตัวเข้าไปใกล้อ๋องน้อยก่อนจะช่วยพยุงแล้วพาเดินไปนั่งที่ศาลาในสวน พูดเรื่องเครียดๆ ก็ต้องหาบรรยากาศที่ร่มรื่นหน่อย

“ผมกลัว” อ๋องน้อยเริ่มเปิดประเด็นมองผมแววตาเศร้าๆ มือเล็กลูบหน้าท้องนูนของตัวเองไปมา ผมรู้ว่าอ๋องน้อยกำลังเป็นห่วงลูกผมเองก็ห่วงไม่ต่างกันหรอกครับ

“พี่สัญญาว่าปกป้องเราสองคนให้ดีที่สุด”

“แต่สัญญากับพี่ได้ไหมว่าจะไม่ปิดบังกันอีก พี่เองก็กลัวเหมือนกัน” ผมรั้งข้อมือเล็กทั้งสองข้างของอ๋องน้อยเอาไว้ก่อนจะกุมไว้จนแน่นเพื่อให้กำลังใจ ตอนนี้ผมไม่อยากให้อ๋องน้อยเครียดเลยครับ

“ขอโทษแค่ไม่อยากให้พี่คิดมาก”

“อย่าเป็นห่วงแต่ลูก ถ้าไม่ห่วงตัวเองบ้างลูกก็อาจจะแย่ได้เหมือนกันนะครับ” ผมยิ้มออกมาเพื่อให้กำลังใจคนตรงหน้าอ๋องน้อยโน้มตัวเข้ามาหาผมก่อนจะกอดไว้ผมเองก็กอดตอบ

“เด็กดื้อของพี่อย่าขี้แยสิครับ”

“พี่ชอว่าผมขี้แย่อยู่เรื่อยเลย” อ๋องน้อยผละออกจากตัวผมก่อนจะออกแรงตีที่แขนของผม คนตรงหน้าพยายามหลบสายตาผมคงเขินสินะแถมแก้มยังแดงจนน่าจุ๊บ

ฟอดดดดดดดดดด

“พี่ไอสูรย์” ฉวยโอกาสซะเลยครับ

“แก้มเมียพี่นุ่มจังเลย”

“ผมเขินนะครับชอบทำเป็นเล่นตลอดเลย”

“ถ้าไม่ทำแบบนี้เด็กดื้อของพี่ก็ร้องไห้แย่สิครับ” ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะรั้งอ๋องน้อยให้ลุกตามก้มลงไปอุ้มเด็กดื้อขึ้นมาจนเจ้าตัวร้องลั่นเพราะกลัวตก

“พี่ไอสูรย์เล่นอะไรเนี่ยปล่อยผมลงนะครับ”

“ซ้อมไว้ก่อน เผื่อตอนพี่อุ้มเราเข้าห้องหอจะได้ไม่เขิน”

“บ้าเหรอครับ...ผมเป็นผู้ชายนะแถมกำลังจะมีลูกด้วย”

“พี่ไม่แคร์อยู่แล้วครับ”

“ถามผมก่อนสิ” อ๋องน้อยจ้องตาผมก่อนจะยู่หน้าใส่เหมือนเด็กๆ แต่ท่าทางแบบนี้สำหรับผมมันน่ารักมากๆ เลยครับ

“ถามก็ไม่ได้แต่งสิครับ...พี่ว่าเราไปซ้อมฉากบนเตียงกันต่อดีกว่า”

“พี่ไอสูรย์บ้า!

 

เด็กดื้อเขินแก้มแดงกว่าเดิมอีกครับ ผมไม่สนใจก่อนจะอุ้มอ๋องน้อยเดินกลับเข้าไปในบ้านคนในอ้อมกอดไม่มีทีท่าว่าจะดิ้นเหมือนก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไปแถมยังกอดคอผมแน่นกว่าเดิมอีกต่างหาก

 

 

ความคิดเห็น

}