ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 177 เหตุเกิดที่ไหหลำ02

ชื่อตอน : ตอนที่ 177 เหตุเกิดที่ไหหลำ02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2562 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 177 เหตุเกิดที่ไหหลำ02
แบบอักษร

ตอนที่ 177 เหตุเกิดที่ไหหลำ02 

 

อั้มกำลังแอบมองด้วยความสนใจว่าใครกันที่มาไล่ฆ่ากันอยู่บนเกาะเล็กๆ แบบนี้ ใจจริงก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่นิสัยชอบเผือกมันก็มีอยู่ในทุกคนแม้แต่อั้มที่เคยเป็นถึงจักรพรรดิมาแล้วก็ตาม ในตอนแรกอั้มก็ฟังที่คนเหล่านั้นพูดกันไม่รู้เรื่อง แต่ที่เขาก็มีเครื่องแปลภาษาติดไว้ในช่องเก็บของอยู่ด้วย ถึงแม้คนส่วนใหญ๋จะนิยมมาใช้ภาษาไทยอันเนื่องมาจากไทยกุมอำนาจระดับโลกไว้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะพูดได้หมดเป็นภาษาเดียวเสียเมื่อไร ก็ไม่ต่างอะไรที่ก่อนหน้านี้จะบอกว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลของโลกแต่คนพูดได้ไม่ถึงครึ่งกัน ด้วยเหตุนี้เครื่องแปลภาษาก็ยังมีการพัฒนาและนิยมใช้กันมาอย่างแพร่หลายนั่นเอง 

 

“ยอมจำนนเสียเถอะท่านประธานาธิบดี ท่านไม่มีที่ให้หนีหรอกนะ” 

 

“ไอ้พวกกบฏระยำกล้ามาลอบกัดถึงเกาะส่วนตัวกูเลยนะ” 

 

“โอกาสที่ท่านจะไม่มีการ์ดคอยติดตามมันหาได้ยากนี่นา ฮ่าๆๆ” 

 

ฟุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ………. 

 

ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายต่างตะโกนตอบโต้กันไปมา อาวุธภายในมือก็ยังคงกระหน่ำใส่กันไม่ยอมหยุด แล้วเสียงเหมือนอะไรผ่านอากาศที่อั้มได้ยินมาก่อนหน้านี้ก็คือเสียงของการระเเบิดกระสุนอิเล็กตรอนของปืนอิเล็กตรอนพวกนี้นี่เอง  

 

ด้วยความที่ปืนอิเล็กตรอนนั้นไม่ใช่อาวุธประเภทดินขับที่มีเสียงระเเบิดหนวกหูดังโป้งป้างแบบสมัยก่อน การจะพูดคุยกันไปด้วยในระหว่างสู้จึงสามารถทำได้โดยไม่ยากเย็นอะไร เสียงของปืนอิเล็กตอรนนั้นยังเบายิ่งกว่าปืนแบบดินขับที่ใส่อุปกรณ์เก็บเสียงเสียอีก เสียงหอบหายใจและเสียงพูดคุยกันก็ดังยิ่งกว่าเสียงระเบิดกระสุนของปืนอิเล็กตรอนอีก 

 

หูฟังแปลภาษาได้มีการแจ้งเขาว่าเสียงที่กำลังได้ยินอยู่นั้นเป็นภาษาจีน พร้อมกับแปลภาษาจีนให้เป็นภาษาไทย ทำให้อั้มสามารถรู้เรื่องได้ไม่ยากว่ากำลังคุยอะไรกัน แล้วด้วยตำแหน่งของคนที่ถือปืนสั้นได้ถูกกลุ่มคนติดอาวุธเรียกเช่นนั้นก็ทำให้อั้มสนใจขึ้นมา เขาจึงได้เปิดฟังชั่นเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตของนาฬิกาจากนั้นก็สอบถามจากอากู๋ 

 

สิน จิ้นผี ประธานาธิบดีลำดับที่ 9 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน” (สี จิ้นผิง ปัจจุบันเป็นลำดับที่ 7 หากไม่นับรวมคณะปฏิวัติ หรือ คนที่ถูกปลดจากตำแหน่ง) 

 

รูปภาพพร้อมประวัติตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันได้แสดงขึ้นบนหน้าจอโลโลแกรมของนาฬิกามิติของอั้ม และเมื่ออั้มพิจารณาเทียบกับรูปแบบก็มีความคล้ายคลึงกันกับคนที่ถือปืนสั้นอย่างมาก ผิดก็แต่ตัวจริงดูโทรมและเขละฝุ่นมาก ไม่ได้มีสง่าเหมือนคนใส่สูทในรูปโฮโลแกรมเเเท่าไรนัก แต่ยืนยันได้แน่แล้วว่านี่คือตัวจริง 

 

ผู้นำสูงสุดของประเทศมหาอำนาจอันดับสองของโลกที่เป็นรองแค่เพียงประเทศไทยกำลังถูกกองกำลังบางกลุ่มไล่ล่าอยู่ แล้วดูจากจิตสังหารที่พวกนั้นปล่อยออกมาก็คิดว่าคงไม่เอาประธานาธิบดีไว้แน่นอน คำสั่งน่าจะเป็นจับตาย ส่วนที่บอกให้ยอมแพ้ก็คงแค่จะให้ออกมาให้ยิงทิ้งง่ายๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังดีที่สินจิ้นผียังฉลาดพอที่จะไม่ออกไปตาย 

 

“ตรวจพบการเชื่อมต่อเน็ตออกไปภายนอกเกาะครับ” 

 

“ไหนว่าไอ้สินจิ้นผีไม่มีอุปกรณ์อะไรติดตัวนอกจากปืนสั้นไง” 

 

“ไม่ใช่ครับ มาจากตำแหน่งอื่นไม่ไกลจากพวกเราแต่ก็ไม่ใช่ตำแหน่งของสินจิ้นผีหรือพวกเราเลยครับ” 

 

“ก็กระจายกำลังกันหาตัวมันซิโว้ย จะรอให้มันเรียกพวกมาช่วยก่อนหรือไง” 

 

เพียงอั้มเชื่อมต่อเน็ตเพื่อถามอากู๋แค่แปบเดียว ก็ถูกตรวจจับได้อย่างรวดเร็ว และเพียงไม่กี่วิที่เสียงคนที่เหมือนจะเป็นผู้นำได้สั่งออกมาก็มีคนมาล้อมอั้มเอาไว้สามคนโดยที่อั้มยังนั่งรอที่เดิมไม่คิดจะขยับหนีไปไหน 

 

“ยกมือขึ้นเหนือหัวแล้วลุกขึ้นมา” 

 

“ใจเย็นครับ ผมไม่มีอาวุธ” 

 

“กูไม่เชื่อ ถอดนาฬิกามิติของมึงออกมาแล้ววางไว้บนก้อนหินซะ ถ้าตุกติกมึงตาย” 

“ถอดแล้วครับ ถอดแล้ว ผมวางไว้นี่นะครับ” 

 

ตลอดเวลาที่อั้มถูกคุมตัวอั้มก็ไม่ได้มีท่าทีซีเรียสอะไร แต่ยังคงยิ้มให้แล้วทำตามแต่โดยดีดุจว่านี่เป็นเรื่องสนุก ไม่ได้มีเกรงกลัวต่อปืนที่กำลังแหย่อยู่แถวหน้าของตนเลยแม้แต่น้อย 

 

“ถอดหูฟังมึงออกด้วย” 

 

“เดี๋ยวเฮีย นี่แค่เครื่องแปลภาษาธรรมดา ถ้าถอดออกผมกับพี่จะคุยกันไม่รู้เรื่องนะ เพราะผมไม่ใช่คนจีน” 

 

“กูบอกให้ถอดก็ถอดมาซิวะ” 

 

“ก็ได้ครับ แต่หลังจากนี้ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็โทษผมไม่ได้นะ” 

 

แม้ว่าอั้มจะถูกขู่แบบกระโชกโฮกฮากก็ไม่ได้ทำให้เขากลัว หรือ อารมณ์เสียขึ้นมา ยังคงยิ้มแย้มปฏิบัติตามเหมือนว่านี่เป็นแค่คำพูดของไกด์นำเที่ยวที่บอกให้มารวมกันตรงนี้เดี๋ยวจะพาเที่ยวจุดอื่นต่อเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่ออั้มส่งให้พวกมันตรวจสอบไม่นานพวกมันก็พยายามทดลองอะไรหลายๆ อย่าง รวมทั้งการพยายามพูดภาษาจีนกับอั้มด้วยซึ่งอั้มก็ไม่ต้องพยายามทำเนียนอะไรเนื่องจากเขาไม่รู้ภาษาจีนมาตั้นแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าไม่นับรวมกับคำว่า ซีอิ๋ว ที่เขาพูดจนติดปากและใช้ทำกับข้าวบ่อยๆ น่ะนะ 

 

ไม่นานพวกมันก็ทำการโยนคืนให้อั้มด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะเหมือนเดิมเท่าไร แต่ก็ไม่ถึงกับเสีย ซึ่งอั้มเมื่อรับมาแล้วก็ใส่ไว้ที่หูเช่นเดิมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย 

 

“เป็นยิ้มที่กวนบาทาจริงพับผ่าซิ...เอ้าเดินไปได้แล้วถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าหินก้อนนี้” 

 

“ครับๆ ไปละครับ พี่ใจเย็นนะ อย่าจ่อปืนมากเดี๋ยวผมเดินไม่ออก” 

 

“ยังจะมาลีลาเล่นลิ้นอีก อยากตายมากใช้ไหมห่ะ” 

 

ถึงอั้มจะมั่นใจในตัวเองว่าสามารถเก็บพวกนี้ได้ในเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าผิวของเขาจะทนกับปืนอิเล็กตรอนไหวหรือเปล่า อีกอย่าง คือ เขาอยากจะรู้สาเหตุที่แน่ชัดมากกว่าจึงได้ทำเป็นยอมตามน้ำไปก่อน  

 

“สินจิ้นผี นี่ใช่คนของแกหรือเปล่า” 

 

“ไม่ใช่ แต่พวกแกเอาชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องมายุ่งด้วยทำไมวะ” 

 

“หึหึ……..งั้นถ้าแกไม่อยากให้ไอ้นี่มันตายก็ออกมามอบตัวเสียดีๆ” 

 

กร๊อดดดดดดดด……… 

 

สินจิ้นผีถึงกับกัดฟันจนเสียงดัง นี่เป็นอะไรที่ตัดสินใจยากยิ่งกว่าการหาทางล๊อบบี้ฝ่ายค้านไม่ให้ค้านการผ่านร่างนโยบายอะไรสักอย่างเสียอีก 

ความคิดเห็น