Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 13

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 83

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 13
แบบอักษร

13. 

เฉินเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นนาย ครุ่นคิดถึงแผนการอยู่ในหัว สักพักก็ตัดสินใจล้วงโทรศัพท์ออกมา ทำเป็นรับโทรศัพท์ทั้งที่ไม่มีใครโทรมา

“...คุณลี่ชิงเข้าโรงพยาบาลงั้นหรือ” เฉินแสร้งพูดเสียงดังราวกับตกใจ พอเหลือบมองเฟิงหลงที่ทำงานอยู่ที่โต๊ะก็พบว่าอีกคนมองมาตาขวาง “ขอโทษครับ”

เขากำลังจะเดินออกจากห้อง แสร้งเดินช้าๆ เพราะรู้ว่ายังไงเจ้านายก็ต้องรั้งเอาไว้

“เดี๋ยว!” ยังไม่ทันจะก้าวขาก้าวที่สองเสียงเรียกก็ดังขึ้นทันที “ก็คุยไปสิ!”

เฉินลอบถอนใจ นึกเหนื่อยใจไม่น้อยกับการต้องทำอะไรแบบนี้เพราะมีเจ้านายเป็นคนปากแข็ง

เดี๋ยวรายงานไปก็จะบอกว่าไม่ได้ถามอีก

โทรศัพท์ถูกเอากลับมาแนบหูเช่นเดิม

“เห็นรูปมาจากอินสตาแกรมเหรอ...อืม โอเค” คุย (กับตัวเอง) เสร็จก็ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ

“ว่ายังไง” เฟิงหลงถามอย่างไม่สนใจงานตรงหน้าอีกต่อไป

“นายจะให้ผมรายงานเรื่องคุณลี่ชิงใช่ไหมครับ”

เฉินถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“เมื่อกี้แกคุยโทรศัพท์เรื่องอะไรล่ะ” เสียงนั้นแทบจะเป็นเสียงตวาด

“คือ...คุณลี่ชิงอัปรูปในอินสตาแกรมครับ เป็นรูปห้องพักในโรงพยาบาล”

“แล้วไปเช็กรายละเอียดหรือยัง”

“ยังครับ นายไม่ได้สั่ง เอ็ดดี้แค่โทรมาเล่าให้ฟังเฉยๆ”

“เรื่องแบบนี้คิดกันเองไม่เป็นรึไง!” ร่างสูงใหญ่ของเฟิงหลงลุกพรวด มองหน้าลูกน้องคนสนิทด้วยความโมโห ร้อนรุ่มในอกจนอยากจับมายิงเรียงตัว

“ฉันต้องรู้ว่าลี่ชิงอยู่โรงพยาบาลไหนภายในห้านาทีนี้!!!”

--

“แม่ว่า...เขาจะเห็นไหม” คนที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วยถามขึ้น โทรศัพท์ในมือถูกหมุนไปมา

ผ่านมากว่าชั่วโมงแล้วหลังจากที่อัปภาพลงไอจีสตอรี่ ทว่าก็ยังไร้สิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงสายจากแกเรน ข้อความจากทีมงานและเพื่อนในวงการนายแบบที่เคยร่วมงานกัน

“เห็นแน่นอนอยู่แล้ว หูตาของคนอย่างเฟิงหลงกว้างขวางจะตาย”

“เห็นแล้วเขาจะสนใจหรือเปล่า”

ลลิตายิ้ม ไม่กล้ายืนยันนักทั้งที่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น

แกร๊ก

ปากที่กำลังจะเอ่ยพูดเป็นอันต้องชะงัก เมื่อหันหน้าไปทางประตูลลิตาก็เบิกตากว้าง หันกลับมามองหน้าลูกตัวเองก็พบว่ามีสีหน้าแทบไม่ต่างกัน

ลี่ชิงใจเต้นรัว สองมือกำแน่นเพราะความตื่นเต้น ยามร่างสูงก้าวตรงมาหยุดอยู่ข้างเตียงก็เลื่อนสายตาไปทางอื่นอย่างไม่อาจทนไหว

เขามาจริงๆ

เป็นห่วงจริงๆ งั้นเหรอ

“ไหน่ไนบอกให้มาดู...ลี่ชิงเป็นอะไรครับ”

ถึงอย่างนั้นคนปากแข็งก็ยังหาข้ออ้าง ลลิตาเผลอทำหน้าเหวอเมื่อก่อนหน้าเพิ่งคุยกับไหน่ไน และอีกฝ่ายก็ยืนยันว่าจะไม่บอกเฟิงหลงเพราะอยากรู้ผลการทดสอบเช่นเดียวกัน

“ก็...ร่างกายอ่อนเพลียน่ะจ้ะ พอดีมาตรวจสุขภาพหมอก็เลยให้แอดมิตหนึ่งคืน”

เฟิงหลงขมวดคิ้วมุ่นยามหันไปมองคนบนเตียง

“เป็นยังไงบ้าง”

เฟิงหลงอยากรักษาฟอร์มทว่าความเป็นห่วงมันรุนแรงเกินกว่าจะอดทนเอาไว้ได้ ภาพร่างเพรียวอยู่ในชุดคนป่วยเสียดแทงใจให้รู้สึกอึดอัด

พอได้ครอบครอง ความรู้สึกก็รุนแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ

เป็นห่วง เขายอมรับกับตัวเองอย่างไม่มีข้อแม้ แต่การแสดงออก...

“แย่...” ลี่ชิงหันมาตอบเสียงเรียบ

“แย่ยังไง แย่ตรงไหน” เฟิงหลงถามกลับทันที

“เหนื่อย” คำตอบนั้นหมายถึงทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา

เหนื่อยกับคนใจร้าย

เหนื่อยกับเรื่องพ่อ

เหนื่อยกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น

เหนื่อย

เฟิงหลงขมวดคิ้วกับแววตาของลี่ชิง ก่อนจะหันไปปรับเตียงลงให้แล้วเอ่ยบอก

“เหนื่อยก็พัก”

“แม่ฝากเฟิงหลงดูลี่ชิงหน่อยได้ไหม พอดีจะกลับไปเอาของที่บ้านน่ะจ้ะ” ลลิตารีบเปิดโอกาสให้คนทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน พลางส่งสายตาหาลี่ชิง พอลูกพยักหน้าให้จึงหันกลับมาหาคนข้างกาย

“ครับ”

“ขอบคุณจ้ะ...แม่ไปแป๊บเดียว มีอะไรก็โทรมานะ” ประโยคหลังหันไปพูดกับคนบนเตียงแล้วโน้มตัวไปจูบหน้าผากของลี่ชิงเบาๆ จากนั้นจึงหันไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่อทั้งห้องเหลือเพียงสองคนก็มีเพียงความเงียบ เฟิงหลงเริ่มต้นด้วยการถอดเสื้อสูทที่ร้อนรนจนไม่ได้ถอดไปพาดไว้บนพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชิงก็เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไร

ก๊อก ก๊อก

ทว่าเวลาที่ควรจะได้อยู่ด้วยกันกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู ไม่นานนักมันก็ถูกเปิดเข้ามาโดยพยาบาล มีหมอเดินตามหลัง

คุณหมอประจำตัวลี่ชิงเหลือบมองร่างสูงใหญ่ แล้วก็ยิ้มบางๆ เมื่อเดาได้ว่าเป็นใคร

“หมอมารายงานผลตรวจเลือด”

ไม่เพียงแค่คนไข้ที่ตั้งใจฟัง แต่ใครบางคนก็หูผึ่งรอฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อหมอรายงานเฟิงหลงก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าค่าที่สูงต่ำต่างๆ มันส่งผลให้เกิดอะไรบ้าง

“ผลโดยรวมไม่ค่อยดีนะ คงเพราะลี่ชิงป่วยแล้วก็ไม่ได้กินยาไปหลายวัน”

สายตาคมจับจ้องคนป่วยไม่วางตา คิ้วผูกเข้าหากันเพราะความสงสัย คำพูดที่เพื่อนบอกว่าร่างกายลี่ชิงอ่อนแอกว่าคนทั่วไปมากดังขึ้นในหัว

ไม่ได้กินยาอะไร

“เพราะงั้นเดือนนี้ก็เหมือนเดิมนะ” คนเป็นหมอเลี่ยงคำว่ายาเอาไว้เมื่อเห็นสัญญาณจากสายตาของลี่ชิง

เมื่อรายงานผลเสร็จหมอก็เดินออกไปให้ทั้งห้องกลับมาเหลือเพียงคนสองคนเช่นเดิม

“ยาอะไร” เฟิงหลงถามในสิ่งที่สงสัย

“...ยาบำรุงร่างกาย”

“ทำไมต้องบำรุง”

“บำรุงเฉยๆ”

“หมอบอกว่าผลไม่ค่อยดี คือยังไง”

คนถูกซักขมวดคิ้วมุ่น ด้วยกลัวว่าเมื่ออีกคนถามมากกว่านี้จะตอบไม่ถูกจึงเป็นฝ่ายถามกลับ สีหน้าราบเรียบแต่ใจเต้นโครมคราม

“เป็นห่วงหรือไง”

“...” เฟิงหลงชะงักกึก ปากที่หนักอึ้งไม่ขยับทั้งที่มีคำตอบอยู่แล้วในใจ

ขณะที่ลี่ชิงก็แอบคาดหวังว่าคำคำนั้นมันจะออกมาจากปากของคนตรงหน้า อยากได้ยินมันชัดๆ ไม่ใช่แค่จากปากของคนอื่น

เป็นห่วงจริงๆ ใช่ไหม

Rrrrrr

แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะให้ลี่ชิงต้องเม้มริมฝีปากกลั้นความผิดหวัง ด้านเจ้าของโทรศัพท์ก็หันหลังไปรับสาย

“ว่าไงแกเรน”

กึก

เมื่อรู้ว่าใครโทรมาลี่ชิงก็ชะงัก ความรู้สึกอยากเป็นคนสำคัญกว่าคนอื่นวิ่งปราดเข้ามา ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเปิดประตูออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก ปากก็ส่งเสียงร้องไปก่อนที่สมองจะนึกอะไรออก

“โอ๊ย”

“เป็นอะไร”

แล้วอีกคนก็วางสายโทรศัพท์ก่อนจะปราดมาหาโดยไม่ได้บอกลาปลายสาย

“...” ลี่ชิงนิ่งเพราะคิดคำตอบไม่ทัน กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้คนถามร้อนรนกว่าเดิม

“ลี่ชิง เป็นอะไร!”

พานให้คนถูกถามร้อนรนยิ่งกว่าเพราะนึกอะไรไม่ออก วินาทีที่มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวลี่ชิงก็รู้สึกว่ารอดตัวแล้ว

“อยู่ดีๆ ก็รู้สึกจี๊ดๆ ที่หน้าอก”

พึ่บ

ลี่ชิงอ้าปากค้างเมื่อมือหนาเอื้อมไปกดปุ่มเรียกหมอกับพยาบาลทันที ทั้งยังกดย้ำซ้ำๆ ราวกับเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่นานนักประตูห้องก็เปิดพรวด พยาบาลกับหมอที่เพิ่งออกไปมีสีหน้าตื่นตระหนก

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“ลี่ชิงรู้สึกจี๊ดๆ ที่หน้าอก” เฟิงหลงรีบบอก

ลี่ชิงมองหน้าหมอแล้วพยายามส่งสัญญาณให้รับรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร

“งั้นหมอตรวจการเต้นของหัวใจหน่อย”

คนเป็นหมอหยิบหูฟังที่ห้อยอยู่บนคอมาสอดเข้าไปทางคอเสื้อ ทว่ายังไม่ทันจะถูกวางลงตรงตำแหน่งมือหนาก็คว้าข้อมือเอาไว้ ทั้งยังกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ

“จะทำอะไร” เฟิงหลงถามเสียงเข้ม ดวงตาวาวโรจน์ ไม่พอใจกับการแตะเนื้อต้องตัวนั้นอย่างไม่อาจห้าม การกระทำไปเร็วกว่าความคิด

“ฟังอัตราการเต้นของหัวใจครับ” คุณหมอตอบด้วยเสียงฉงน ทั้งงุนงงและเจ็บ

ขณะที่ลี่ชิงก็ไม่ต่างกัน สายตาที่มองคนร่างสูงมีความไม่เข้าใจ กระทั่งเจ้าของมือรู้ตัวและตั้งสติได้จึงค่อยๆ ปล่อยมือออก ถึงอย่างนั้นบนข้อมือที่ถูกกำก็ยังขึ้นรอยแดง

เฟิงหลงขยับถอยออกไปเพราะกลัวทำอะไรโดยไม่รู้ตัวอีก ยามมือของหมอสอดเข้าไปทางคอเสื้อคนป่วยอีกครั้งสองมือก็กำแน่นเข้าหากันจนขึ้นข้อขาว สะกดกลั้นความหวงแหนเอาไว้สุดความสามารถ

ด้านลี่ชิงก็กำลังสื่อสารกับหมอประจำตัวผ่านทางสายตา กระทั่งเหมือนอีกฝ่ายรับรู้จึงย่นคิ้วใส่เป็นการเตือนแล้วผละออกห่าง

“ตอนนี้หายเจ็บแล้วนะ”

ลี่ชิงพยักหน้ารับ

“ทุกอย่างปกติ คงเป็นเรื่องกล้ามเนื้อบริเวณอก แต่ไม่ได้มากมายหรือเป็นอันตรายอะไร ก่อนหน้านี้ลี่ชิงอาจจะใช้แรงตรงบริเวณแขนหรือส่วนอก หรืออาจจะเพราะออกกำลังกายหนักก็เป็นได้...ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ” ประโยคหลังหันไปพูดกับคู่หมั้นของคนแสร้งป่วย

“ขอบคุณ” คำขอบคุณเจือความไม่พอใจจนคนถูกขอบคุณงุนงงเล็กน้อย

“งั้นหมอไปแล้วนะ”

ลี่ชิงกล่าวขอบคุณหมอ จากนั้นหมอและพยาบาลก็เดินออกจากห้องพักไปอีกครั้ง

เฟิงหลงสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อลดความกรุ่นร้อนในอก ใช้เวลาอยู่สักพัก เมื่อเริ่มดีขึ้นจึงเดินกลับไปข้างเตียง

“พักผ่อนเถอะ”

“อืม”

ลี่ชิงรับคำพลางขยับตัวนอนให้ได้ที่ ปิดเปลือกตาลงเป็นการปิดกั้นทุกคำถาม จากนั้นไม่นานสติก็ดำมืด ดำดิ่งลงไปในห้วงนิทราโดยมีใครบางคนนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงกระทั่งคนเป็นแม่กลับมา

--

วันต่อมาที่ออกจากโรงพยาบาลใครบางคนไม่ได้มารับ แต่ส่งบอดี้การ์ดมาพร้อมคำสั่งที่ให้พากลับเพนต์เฮาส์ ลี่ชิงตั้งตัวไม่ค่อยทันกับการดูแลนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกเป็นสุขอย่างที่ไม่เคยเป็น

ดูเหมือนว่าแผนการของแม่จะได้ผล

“ทีนี้ได้คำตอบชัดแล้วใช่ไหม” ลลิตาถามยิ้มๆ ขณะวางแก้วน้ำบนโต๊ะให้ลูก

“...ยังไงก็ไม่ชัดเท่าสิ่งที่ออกมาจากปาก” ลี่ชิงตอบเสียงเบา

“บางทีเราก็ต้องเข้าใจตัวตนของเขา อย่าไปคาดคั้นให้เขาต้องอึดอัดเลย...แม้แต่ลูกเองก็ยังไม่ได้ชัดเจนเลยไม่ใช่หรือ”

“...” คนเป็นลูกชะงัก คำพูดของแม่ทำให้คิดได้ว่าตัวเองเผลอคาดหวังจากคนอื่นทั้งที่ยังทำไม่ได้

นั่นสินะ บางทีอาจเป็นเขาที่ต้องชัดเจนก่อน

“พักผ่อนให้เต็มที่นะ วันจันทร์ก็ต้องทำงานแล้ว อู้มาตั้งสองอาทิตย์เลย” ลลิตาลูบหัวลูกพลางยิ้มให้บางๆ

ลี่ชิงนั่งรอใครบางคนอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ทว่าหนังที่เปิดเอาไว้กลับไม่ได้รับความสนใจเมื่อความคิดล่องลอยไปกับเรื่องในหัว เหตุการณ์ที่ผ่านมาถูกทบทวนช้าๆ

เสียงก๊อกแก๊กจากหน้าประตูเรียกสติให้กลับมา ร่างเพรียวลุกพรวด สับสนอยู่ชั่วครู่ก็รีบก้าวไปทางห้องครัว เทน้ำเย็นๆ ใส่แก้วแล้วถือไปหาคนที่เพิ่งกลับมา

คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นแก้วน้ำถูกยื่นมาตรงหน้า แล้วความกระหายซึ่งไม่ทราบที่มาก็ทำให้เอื้อมมือไปรับมาดื่มจนหมด พอส่งแก้วคืนอีกคนก็รับไปวางไว้บนโต๊ะเล็กๆ แล้วเดินกลับมาหา

“มีอะไร” เฟิงหลงถามขึ้นเมื่อท่าทางของลี่ชิงดูผิดแปลกไปจากทุกวัน

“เปล่า” คนถูกถามปฏิเสธอย่างกระอักกระอ่วน รู้สึกเหมือนมือไม้เกะกะไปหมดจนสุดท้ายก็เอื้อมไปหยิบเสื้อสูทบนท่อนแขนมาถือไว้อย่างที่ตั้งใจแต่แรก

สองสายตาประสานกันโดยไร้ซึ่งคำพูด ลี่ชิงไม่ได้อธิบายการกระทำนั้นและเฟิงหลงก็ไม่ได้ถาม สายตาคมมองตามร่างเพรียวที่เอาเสื้อขึ้นไปเก็บบนห้องโดยที่ความแปลกใจยังไม่คลายลง

ถึงจะแปลกใจ แต่ก็...ปากอยากจะยิ้มละนะ

“คุณ...กินอะไรมาหรือยัง” ลี่ชิงเอ่ยถามคนที่เดินเข้าห้องนอนมาตามหลัง

“อืม”

“จะอาบน้ำเลยหรือเปล่า”

“อืม” เฟิงหลงตอบคำเดิมพร้อมทั้งเริ่มขมวดคิ้ว

“แล้ว...”

“เป็นอะไร หายดีแล้วหรือไง” ท่อนขาก้าวยาวๆ ไปหาลี่ชิง สายตาจับจ้องที่ใบหน้าเรียวพลางลอบสำรวจอาการด้วยสายตา

“อื้ม” เสียงรับคำในคอดังขึ้นพร้อมกับการพยักหน้า

“แล้ววันนี้เป็นอะไร ท่าทางแปลกๆ”

“ไม่ได้เป็นอะไร คุณไปอาบน้ำเถอะ”

เฟิงหลงย่นคิ้ว ร่างกายยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้ขยับไปไหน ก่อนจะชะงักเมื่อคนตรงหน้าค่อยๆ เอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อให้ การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรกลายเป็นอีกแบบสำหรับคนถูกกระทำ กลิ่นหอมอ่อนรบกวนจิตใจและสมาธิหนักขึ้น ความรู้สึกที่ติดอยู่ในหัวทุกวินาทีกระตุ้นความคิดด้านร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ

“กำลังยั่วฉันอยู่หรือไง”

ดวงตาเรียวช้อนขึ้นมองคนถามทันใด ปากอ้าค้างน้อยๆ กับความคิดนั้น มือพลันหยุดนิ่ง

“ที่คุณคิดแบบนั้นเพราะคิดอะไรหรือไง”

“อืม...ฉันคิด” เฟิงหลงไม่เพียงแค่ตอบ แต่ท่อนแขนยังวาดโอบหลังเอวบางแล้วรั้งให้ร่างเพรียวขยับเข้ามาใกล้

“ดะ...เดี๋ยว” ลี่ชิงเอ่ยพูดเสียงสั่นกับการกระทำที่ไม่ได้ตั้งตัว ความใกล้ชิดส่งผลให้ได้กลิ่นหอมเย็นมาจากร่างสูง ภาพร้อนแรงที่เคยเกิดขึ้นพลันวาบขึ้นมาในหัว

กลิ่นของคุณเฟิงเป็นกลิ่นเมนทอล หอมเย็น คล้ายกับน้ำแข็ง

“เธอยั่วฉันเอง”

เสียงทุ้มกระซิบ ปลายจมูกโด่งแตะลงบนซอกคอขาวที่วันนี้ไร้สิ่งใดป้องกัน ขณะที่คนถูกสัมผัสตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นถี่

มันแตกต่างจากตอนฮีตเพราะต่างฝ่ายต่างมีสติครบถ้วน เมื่อรู้ตัวอยู่ทุกขณะลี่ชิงก็กระดากอายกับการกระทำอันลึกซึ้ง ไม่รู้จะตอบสนองกลับไปอย่างไร

“ผมไม่ได้ทำแบบนั้น...อือ” เสียงปฏิเสธดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางในลำคอเมื่อริมฝีปากได้รูปออกแรงดูดดึง ความเสียวซ่านค่อยๆ ก่อตัว

แล้วเสียงร้องด้วยความตกใจของลี่ชิงก็ดังขึ้นเมื่อร่างกายถูกช้อนอุ้ม สองมือเกาะอยู่บนบ่ากว้าง รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็แนบอยู่กับเตียงนอน ด้านบนคือใบหน้าคร้ามคมที่เจือด้วยอารมณ์แห่งความต้องการ

เปลือกตาสีอ่อนหลับลงเมื่อคนด้านบนโน้มหน้าลงมาใกล้ แล้วก็แหงนหน้าขึ้นรับเมื่อริมฝีปากได้รูปบดเบียดแนบชิด เกิดแรงขบเม้มดูดดึง จากนั้นลิ้นร้อนก็ไล้ไปตามกลีบปากบาง เมื่อลี่ชิงเผยอปากก็รุกล้ำเข้าไปข้างใน เกี่ยวพันปลายลิ้นกับลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนความอ่อนหวานวาบหวาม

เฟิงหลงไม่ใช่คนใจเย็นโดยธรรมชาติ ยิ่งในเวลานี้ยิ่งยากจะคงความค่อยเป็นค่อยไปเอาไว้

กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายขาวเนียนมันยั่วเย้าให้ต้องลงมือ ลมหายใจร้อนดั่งคนเป็นไข้ น้ำลายสีใสยืดเป็นเส้นเล็กๆ เมื่อผละริมฝีปากออกจากกัน

ปลายจมูกโด่งไล้ลงมาตามลำคอ สูดดมกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่บรรยายไม่ได้ของลี่ชิงเข้าปอดลึก

กลิ่นที่เย็นนิดๆ แต่ก็มีความฟลอรัลเจือมาในตอนท้าย มีทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนหวาน เหมือนนิสัยเจ้าตัว

“อะ...อ๊ะ” ฟันซี่คมครูดกับผิวเนื้ออ่อน บ้างก็ออกแรงกัดเบาๆ คล้ายกับคนคันฟัน

เฟิงหลงรู้สึกมันเขี้ยวคนใต้ร่าง อาการอยากกัดคอไม่ได้มากจนเกินควบคุม ทุกอย่างยังสามารถคอนโทรลได้เพราะมีสติสัมปชัญญะเต็มร้อย

เสื้อนอนของลี่ชิงถูกปลดกระดุมอย่างรีบร้อน ตามด้วยกางเกงที่ถูกรั้งออกไปทั้งชั้นนอกและชั้นใน

“อื้อออ” เสียงร้องเพราะความขัดเขินดังขึ้น สองขาหนีบเข้าหากัน ขณะที่ดวงตาเรียวทอดมองคนที่ผละออกไปจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง

เฟิงหลงกระชากเสื้อที่เหลือกระดุมอยู่เพียงสองเม็ดออกจากกัน จากนั้นก็ปลดเข็มขัด ปลดกระดุมกางเกง รูดซิป รั้งลงทีเดียวร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อก็เปลือยเปล่า

ลี่ชิงหันหน้าหนีในจังหวะสุดท้าย แต่ถึงอย่างนั้นหางตาก็ยังเหลือบเห็น‘บางส่วน’

“หันหน้าหนีอะไร”

คนที่กลับมาคร่อมอยู่ด้านบนถามขึ้น ปลายนิ้วแข็งแรงดันคางเรียวให้ต้องหันหน้ากลับไป

“...”

“อีกหน่อยก็ต้องมากกว่าแค่มอง”

“คุณเฟิง” ลี่ชิงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตกใจ ทว่าในหัวกลับคิดภาพตามอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ แต่เมื่อภาคปฏิบัติแทบเป็นศูนย์ ในใจจึงมีแต่ความไม่กล้าและขัดเขิน

“อะไร” คนถูกเรียกขานรับ “หรือจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้”

แล้วสะโพกสอบก็แนบชิดลงมาถูไถบางส่วนเข้ากับหน้าขา

ลี่ชิงตัวแข็งทื่อ ตาเบิกค้าง ความรู้สึกที่แสนชัดเจนทำให้ใจเต้นรัว ร่างกายร้อนผ่าวจากตรงนั้นแล้วลามไปทั่วจนผิวแดงก่ำ

มะ...มัน...

“ไม่เอา” ใบหน้าเรียวส่ายไปมา สายตาเจือความเว้าวอนแบบที่คนมองอยากหลุดยิ้มเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน “ทำไม่เป็น”

ความเอ็นดูมากขึ้นไปอีกเมื่อเฟิงหลงได้ยินประโยคถัดมา

ทำไม่เป็นงั้นเหรอ

เป็นประโยคง่ายๆ แต่ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

มันสื่อถึงความใสซื่อ บริสุทธิ์ บ่งบอกว่าเป็นเขาเพียงคนเดียวที่ได้แตะต้องร่างกายนี้

“อื้อ ครั้งหน้า...นะ” ลี่ชิงออดอ้อนเมื่ออีกคนขยับสะโพกหนักขึ้นจนรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงอุ่นร้อนซึ่งเป็นสัญญาณของความต้องการ

เฟิงหลงยกยิ้มแล้วรับคำ

“ได้”

ครั้งหน้า...หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นอีก แค่ได้ยินก็อารมณ์ดี

ริมฝีปากได้รูปฉกวูบลงไปทาบบนปากบาง บดขยี้ ดูดดึงอย่างเร่าร้อนแตกต่างจากก่อนหน้าจนลี่ชิงแทบตามไม่ทัน

เฟิงหลงไม่ใช่คนใจเย็น ไม่ใช่เลยสักนิด

ร่างกายขาวเนียนถูกลูบไล้ฟอนเฟ้น เริ่มจากซอกขาเรียว ไล่มาที่เอวบาง จนกระทั่งถึงแผ่นอก จากฟอนเฟ้นขยำกลายเป็นบีบบี้ จนเม็ดตุ่มไตเล็กแข็งสู้มือ เสียงครางหวานดังขึ้นเป็นระยะ

เฟิงหลงหลงใหลร่างกายนี้ มันกระชับและมีกล้ามเนื้อซึ่งเป็นผลจากความมีวินัยในเรื่องการกินและออกกำลังกาย ชอบจนรู้สึกลูบไล้เท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

ริมฝีปากร้อนไล้ลงไปยังลำคอขาว คราวนี้ตั้งใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เพื่อไม่ให้ลี่ชิงสามารถเปิดเผยร่างกายนี้ในการทำงาน

ไม่ให้ใครได้เห็นมันอีก...

“อ๊ะ” เสียงเรียกเพราะความเจ็บแปลบดังขึ้น “คุณเฟิง...อย่า”

ลี่ชิงร้องขอเมื่อนึกได้ว่าร่องรอยนี้จะส่งผลต่อการทำงานเพียงใด

ทว่าคนถูกร้องขอไม่คิดฟัง เฟิงหลงดูดดึงจนผิวขาวขึ้นรอยช้ำ กระทั่งพอใจจึงเลื่อนปากลงมาที่หน้าอกบาง ครอบครองเม็ดเล็กสีสดด้วยปาก ดูดดึงไม่ต่างจากตรงลำคอ

“อื้ออออ” แต่มันแตกต่างสำหรับลี่ชิงเพราะความเสียวซ่านที่มีมากกว่า ร่างกายส่วนบนแอ่นขึ้น เปลือกตาปิดลงรับความเสียวซ่าน

ข้างหนึ่งถูกดูด ข้างหนึ่งถูกบีบบี้...ใครจะทนไหว

ถ้าเทียบกันที่ความเชี่ยวชาญ ลี่ชิงคือเด็กอนุบาลที่ได้แต่นอนอ่อนระทวยให้คนระดับมหาวิทยาลัยชักนำ

แผ่นท้องเกร็งจนเห็นร่องสิบเอ็ดเมื่อริมฝีปากได้รูปลากเลื่อนลงไปหาแล้วใช้ปลายลิ้นไล้ไปมา

“อา”

มากไปกว่านั้นคือมือหนาที่เลื่อนลงไปกลางกาย ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ ก่อนจะกอบกุมไว้ทั้งหมด

“อึก” เมื่อมือนั้นขยับ ความเสียวซ่านอีกระลอกก็ถาโถมเข้าหา

ร่างเพรียวเปลือยเปล่าบิดเร่าน้อยๆ เหมือนจะดิ้นหนี แต่ส่วนล่างกลับแอ่นขึ้น เว้าวอนขอสัมผัสที่มากกว่านั้น

เวลานี้การกระทำอยู่เหนือความคิด มันขยับและเป็นไปตามความต้องการ...เพียงแค่ขาด้านในถูกแตะ มันก็แยกออกเพื่อเปิดทางให้มือใหญ่เข้ามาสัมผัส

เฟิงหลงผละออกไปนั่งตัวตรง มือจับขาเรียวให้ตั้งชัน ปลายนิ้วกดคลึงอยู่ที่ปากทางเข้าเป็นการเตือน เมื่อลี่ชิงลืมตาขึ้นมองช่องทางแคบก็ถูกรุกรานทันใด

“อะ...อื้อออ”

เฟิงหลงมองใบหน้าเรียว ผมสีเทาไล่ระดับกระจายเคลียไปกับหมอน มีเพียงบางเส้นที่ระอยู่กับกรอบหน้าเล็ก เป็นภาพที่ทำให้นิ้วแข็งเคลื่อนไหวเร็วขึ้น

ดวงตาเรียวรีคลอไปด้วยน้ำ มันควรจะดูน่าสงสาร แต่กับคนมองกลับดูน่าแกล้งให้ดิ้นเร่า

เพียงแค่คิด มือก็ทำทันใด

“อ๊าาา”

เฟิงหลงงอนิ้วเล็กน้อยแล้วกระแทกเสยใส่ผนังอ่อนนุ่มตรงที่เป็นจุดอ่อนของร่างเพรียว ลี่ชิงถีบขาไปมา สองมือกำผ้าปูที่นอนจนยับย่น

ครั้งก่อนทุกอย่างเป็นไปอย่างรีบร้อนเพราะสัญชาตญาณ คราวนี้มันจะช้าลงกว่านั้น...แต่รุนแรงไม่ต่าง

เสียงการเสียดสีฟังดูชื้นแฉะเพราะช่องทางแคบมีน้ำมาหล่อลื่นตามธรรมชาติ พาให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างลื่นไหล เสียงการขยับนิ้วดังถี่รัว คละเคล้ากับเสียงครางและเสียงหอบหายใจหนักๆ

“คุณเฟิง...” ลี่ชิงได้แต่เรียกชื่ออีกคนเสียงอ่อนอ่อยเพราะความเสียวเกินจะทานทน

คนถูกเรียกเข้าใจว่าคนเรียกต้องการมากกว่านี้จึงดึงนิ้วออกแล้วขยับส่วนใหญ่โตถูไถตรงปากทาง ขณะที่ระหว่างนั้นเฟิงหลงก็เตรียมตัวให้พร้อมเต็มที่

แปะ แปะ

ทดสอบความแข็งขึงไม่กี่ครั้งก็ดันมันเข้าไปในความคับแน่น

“อึก”

“อืม”

เสียงครางดังขึ้นจากคนทั้งสอง ส่วนใหญ่โตร้อนผ่าวพาความอึดอัดเข้าไปกระทั่งถึงจุดที่ลึกสุด นิ่งค้างให้ร่างเพรียวได้ทำความคุ้นเคยสักพักจึงเริ่มขยับ

สะโพกสอบถอยออกช้าๆ จนลี่ชิงรู้สึกขัดใจ ก่อนที่ปากจะอ้าค้าง ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดเพราะการเคลื่อนไหวกลับมา

ปึก

คล้ายได้ยินเสียงเหมือนตอกอะไรสักอย่างในคราเดียว

เป็นความช้าที่แสนเสียวซ่าน ลี่ชิงไม่กล้าขัดใจอีกเลยแม้แต่นิด

ความเชื่องช้าที่แทบขาดใจค่อยๆ เปลี่ยนไปเพราะเฟิงหลงอดทนได้ไม่นาน สองมือวางลงบนเข่าลี่ชิง พลันสะโพกก็เสียบเสยเน้นหนักรัวเร็ว

“อะ อา อ๊า” เสียงครางดังระรัวไม่ต่างจากเสียงของการเสียดสี

สมองของลี่ชิงว่างเปล่า รับรู้เพียงความเสียดเสียวที่ไม่อาจรับมือ ขนอ่อนในกายลุกชัน ใบหน้าส่ายสะบัดไปมา

มันมากเกินไป...

ครั้งนี้ต่างกับครั้งก่อนในส่วนของความรู้สึกที่ครบถ้วน ทว่าความเร่าร้อนแทบจะไม่แตกต่าง

จากนั้นไม่นานสะโพกบางก็เริ่มเกร็งกระตุก ช่องทางตอดรัดสิ่งที่เคลื่อนไหวเข้าออกถี่รัว ก่อนที่ร่างกายลี่ชิงจะแอ่นค้าง ปลดปล่อยความต้องการออกมาจนหมดสิ้น

“อาาา”

“อืม”

เฟิงหลงครางอยู่ในลำคอเมื่อแรงตอดรัดถี่รัวนั้นส่งผลให้รู้สึกเสียวจี๊ดขึ้นมา การเคลื่อนไหวถูกหยุดเอาไว้ รอกระทั่งคนที่ปลดปล่อยหายกระตุก

เสียงหอบของลี่ชิงดังไปทั่ว สมองขาวโพลนค่อยๆ ดำมืด ตามมาด้วยสติที่กลับเข้าร่องเข้ารอย

“อ๊ะ” เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อร่างกายถูกจับให้เปลี่ยนท่าทางเป็นนอนตะแคงข้าง ร่างสูงใหญ่ตามมาซ้อนที่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งช้อนขาเรียวขาวขึ้นให้กลางกายเปิดอ้า จากนั้นแก่นกายใหญ่ก็เสียบเสยเข้าไปที่เดิม

มือบางกำขอบเตียงเอาไว้แน่น การปลดปล่อยทำให้สบายตัวได้เพียงไม่กี่วินาที ความอึดอัดรอบใหม่ก็ก่อตัว

สะโพกสอบเคลื่อนไหวต่อจากเมื่อครู่ รัวเร็วจนหัวเล็กสั่นคลอน ส่งผลให้เตียงไหวสั่นตามเบาๆ

เสียงหน้าขากับบั้นท้ายเนียนกระทบกันฟังดูหยาบโลน ขณะที่เสียงครวญครางก็ดังก้องอย่างลืมอาย

“อืม”

ลี่ชิงได้ยินเสียงครางต่ำอยู่ข้างหู ก่อนที่คนด้านหลังจะอ้าปากกัดตรงหลังคอ

“ยะ...อย่า” ลี่ชิงร้องห้ามแล้วก็ต้องโล่งอกเมื่อมันเป็นเพียงแรงขบกัดที่ไม่ได้ฝังเขี้ยวลงไป

ใช่ว่าไม่อยากถูกอีกคนกัด แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...

เสียงหายใจต่ำเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ คล้ายสัตว์ป่ากำลังบาดเจ็บ ส่วนล่างขยับด้วยจังหวะนับไม่ได้ ขณะที่ริมฝีปากก็ทิ้งร่องรอยไว้ทั่ว

“อื้อออ” ลี่ชิงส่งเสียงร้องในลำคอเมื่อความเสียวซ่านรอบใหม่ตีรวนอยู่ในช่องท้อง ปฏิกิริยาจากคนด้านหลังบ่งบอกว่าปลายทางใกล้มาถึง

ท่อนขาเรียวถูกวางลง จากนั้นเฟิงหลงก็ใช้เข่าดันบั้นท้ายให้ลี่ชิงงอตัวมากขึ้น จับเอวบางเอาไว้แล้วเสือกตัวตนไปจนสุด

“อ๊าาา”

ปึก ปึก ปึก

ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นแรงตอดรัดถี่รัวก็รีดเคล้นความต้องการจากส่วนใหญ่โตให้ฉีดพ่นเข้าร่างกายไปจนหมดสิ้น

“อืมมม” สะโพกสอบหยัดค้าง ขณะที่ส่วนในช่องทางแคบกระตุกถี่ เช่นเดียวกับร่างกายของคนด้านหน้า

ลี่ชิงที่ปลดปล่อยเป็นรอบที่สองนอนระทดระทวยอย่างหมดแรง เปลือกตาปิดลง แม้กระทั่งพักจนลมหายใจกลับมาเป็นปกติแล้วถูกอุ้มไปอาบน้ำยังแทบไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทำอะไร

TBC. 

อะแฮ่ม ได้ข่าวว่าเพิ่งกินน้องไปนะคะคุณเฟิง 

เอาอีกแล้วและรุนแรงทากๆๆ>////< 

ห่วงเขาจนออกนอกหน้าก็ยังปากแข็งว่าไหน่ไนให้มาดู 

คนปากแข็งนี่มันปากแข็งจริงๆ เล้ยยยย 

บรรยากาศเริ่มดีขึ้นแล้วน้า อิอิ 

ช่วงนี้มาอัปค่อนข้างถี่เลย 

น่ารักแบบนี้ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยน้า>< 

ฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยนะคะ 

แล้วเจอกันตอนหน้าฮับ 

ปล.วันนี้วันที่ 27แล้วนะคะ Scent Project เปิดจองถึงวันที่ 5 ธันวาคมนี้น้า ใครยังไม่จองก็จิ้มเล้ย> http://www.facainovels.com 

 

ความคิดเห็น