-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.7k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 3,153
× 36,900
แชร์ :
ตอนที่ 18 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 18

ย้อนความ

ภายในห้องที่มีแต่รอยเลือดและข้าวของที่แตกกระจายทั้งเศษแก้วและกระจก สมุดเล่มบางที่ถูกเขียนไปด้วยเลือดร้องขอความช่วยเหลือด้วยลายมือเด็กๆ

ช่วยด้วย...

เสียงร้องที่ไม่มีใครได้ยิน แค่ดูก็รู้ว่าโดนหนักขนาดไหน ลูกชายที่เกือบลืมเลือนถูกทำร้ายโดยคนที่ไว้ใจ โดยพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลแทน

“เธอทิ้งลูกได้ยังไง!” แพร เธอเป็นน้าของแม็ค และเป็นเพื่อนกับแม่ของแม็ค เธอพูดด้วยความเจ็บปวดและสีหน้าที่แสดงในเชิงตำหนิในตัวชายหญิงตรงหน้า

เธอกับแม่ของแม็คเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน แต่พอต่างคนต่างแต่งงานก็ต่างแยกย้ายกันไป แพรไปอยู่ที่เหนือเพื่อทำธุรกิจกับสามีลงมาทำธุระที่กรุงเทพฯ เลยเข้ามาเยี่ยมหลานชายที่ไม่ได้เจอหน้านาน แต่พอมาถึงก็เจอสภาพที่แม็คกำลังถูกทำร้ายอย่างแสนสาหัส

ถ้าหากว่าวันนั้นเธอไม่มาล่ะก็ ป่านนี้แม็คจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เด็กผู้ชายตัวเล็กขนาดนี้แต่กลับต้องมาทนเจ็บปวดเพราะความเอาแต่ใจของผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักหน้าที่ ภาพที่เธอเห็นในตอนนั้นช่างน่าสังเวช


เสียงโทรศัพท์ดังที่ข้างหูทำให้แม็คแค่เพียงวัยห้าขวบต้องตื่นเสียให้ได้ รู้สึกเจ็บไปทั่วร่างแต่ก็ต้องขยับตัวให้ลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์มาดูก็ทำให้ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

“...คุณพ่อ”

[แม็ค เป็นไงบ้างลูก]

“แม็คสบายดี...คุณพ่อ...”

[ว่าไง]

“แม็คคิดถึงพ่อคับ คิดถึงแม่ เมื่อไหร่จะกลับบ้าน” เด็กน้อยพูดด้วยเสียงที่เบา บอกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

[ลูกอยู่ที่นั่นไปก่อนนะ แม็คร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอีกอย่างพ่อกับแม่ก็ทำงานอย่างหนัก เพื่ออนาคตลูก อีกอย่างพ่อกับแม่ก็อยู่ต่างประเทศ คงไปหาแม็คไม่ได้ พ่อทำทุกอย่างเพื่อแม็คนะ]

เพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยคจากที่ไม่มีน้ำตากลับไหลออกมาง่ายๆ ถูกปิดไว้ด้วยมือเล็กๆ ไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไปให้คนเป็นพ่อได้ยิน

[พี่เลี้ยงเขาเองก็ทำเพื่อลูก แม็คต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังจะได้หายไวๆ]

“แค่นี้ก่อนนะ แม็คง่วงแล้ว”

แม็คกดวางสายทันที จากนั้นก็เขวี้ยงโทรศัพท์ไปที่กำแพงอย่างโมโห ก่อนที่จะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาจากลำคอ คำซ้ำๆ ที่ได้ยินทุกครั้ง แต่มันกลับทำให้เขาต้องทน ต้องถูกซ้อมเพราะไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจอยากให้มาหามาเยี่ยม อยากกอดอยากอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ

แม็คกอดตัวเองไว้แน่นรู้สึกเหงาจับใจร้องไห้สะอึกสะอื้นตามประสาเด็กที่กดดัน มองดูใบหน้าและร่างกายตัวเองมีแต่รอยเขียวช้ำไปทั่วทั้งตัว รอยแผลและเลือดสามารถบ่งบอกได้ดีว่าโดนกระทำขนาดไหน กลัวที่จะต้องถูกทำร้ายถ้าไปบอกคนอื่น กลัวไปหมดทุกอย่างจนแทบจะเหมือนคนเสียสติ

แม็คชะเง้อคอมองไปนอกประตูรั้วของบ้าน มองเด็กคนอื่นที่ได้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานเสียจนน่าอิจฉา อยากเป็นส่วนหนึ่งในเสียงหัวเราะที่ดังชัดจนได้ยิน

“ดูอะไรอยู่เหรอคะคุณแม็ค...”

แม็คสะดุ้งตัวเมื่อมีเสียงเอ่ยออกมากระซิบแนบใบหู ใบหน้าเล็กที่เหม่อลอยแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนแทบไร้เลือด หันมองหญิงสาวอีกคนที่ได้ชื่อว่าพี่เลี้ยง

ด้วยความกลัวสุดหัวใจหลุบตาลงกับพื้นมองไปที่เท้าตัวเอง สองมือเล็กสั่นเทาถูกจับประสานกันเพื่อให้กำลังใจตัวเอง พูดด้วยเสียงแผ่วเบาไม่กล้าแม้แต่จะหันมามองหน้าอีกฝ่าย

“ผม เปล่า...คับ...โอ๊ย!”

เสียงร้องดังขึ้นด้วยความเจ็บปวดถูกจับกระชากผมด้านหน้าให้แม็คต้องหันมาสบตา เห็นรอยยิ้มเหี้ยมถูกส่งมาให้ก่อนที่จะลงมือลากเข้าไปในบ้านเหมือนเดิม เขามองอีกคนด้วยน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้าเพราะความเจ็บ

“ผมเจ็บ ฮือ”

“รู้ไหมเด็กโกหกต้องถูกลงโทษ”

เพียะ

ไม่มีเสียงเตือนหญิงสาวตบไปที่ใบหน้าอย่างจังจนร่างกายที่เล็กและอ่อนแอต้องล้มลงไปตามแรงกระแทก เพียงแค่ครั้งเดียวก็เจ็บและจุกไปทั่วทั้งตัวจับไปที่ใบหน้าตัวเอง

ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวก็ถูกเตะไปที่ลำตัวอย่างจังจนร่างทั้งร่างกระเด็นไปอีกมุมหนึ่งของห้อง เจ็บจนร้องไม่ออก พี่เลี้ยงสาวยิ้มอย่างซะใจ ไม่มีการร้องเตือนก็ลงมือซ้ำจัดการเตะไปที่ลำตัวอีกครั้งอย่างไร้ความปราณี ไม่ใช่ว่าจะไม่อยากห้ามแต่เคยทำแล้วกลับไร้ผล ถูกขู่สารพัดไม่ให้บอกใครไม่อย่างนั้นจะเจอหนักมากกว่านี้ ถึงจะบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อเพราะต่อหน้าทุกคน เธอคือพี่เลี้ยงที่ใจดีและรักเด็กแต่หลับหลังกลับไม่ใช่อย่างที่เห็น ไม่มีใครอยู่บ้านทั้งพ่อและแม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่

แม็คต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำไปทั่วตัว กัดปากตัวเองแน่นเพื่อกันเสียงร้องไห้ ถูกซ้อมบ่อยจนชินชาและไร้ความหวังที่อีกคนจะหยุดง่ายๆ ยิ่งร้องไห้ยิ่งอ้อนวอนก็จะยิ่งเจ็บตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตา แม้จะเจ็บแต่ก็ต้องทน จนกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ

เขาหลับตาลงด้วยความช้ำใจเสียงหัวเราะที่อยากได้ยินกลายเป็นเสียงหัวเราะของซาตาน ได้แต่ภาวนาในใจขอให้หยุดเสียที นอนแน่นิ่งไม่มีแม้แต่จะขัดขืน ไม่มีการป้องกันตัวหรือแม้แต่จะลุกมาปกป้องตัวเอง ปล่อยตัวไปตามชะตากรรม

‘พ่อแม่มึงเขาไปมีครอบครัวใหม่ มีลูกใหม่กันหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาไม่ทิ้งมึงให้อยู่กับกูเป็นปีๆ หรอก’

‘ไอ้ลูกที่ไม่มีใครรัก ไอ้ลูกถูกทิ้ง’

เด็กน้อยน้ำตาไหลริน เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกกรอกเข้าหู ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนเป็นเหมือนการสะกดจิต หัวใจของเด็กน้อยต่อต้าน ทว่าผิดกับร่างกายที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

เกลียด...

สักวันจะเอาคืน...

จะทำให้เจ็บเหมือนอย่างที่ต้องเจ็บ...

แต่ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ ร่างกายที่เล็กกว่าไม่อาจสามารถต่อต้านกำลังของผู้ใหญ่ได้ พอสักทีกับความหวังที่คนอื่นจะมาช่วยตัวเอง ถ้าไม่สู้ผมก็คงจะต้องตาย

มีด...

“แกจะทำอะไร ไอ้แม็ค!”

แม็ครู้สึกดีที่ตอนนี้เห็นผู้หญิงคนนี้กำลังกลัวทันทีที่ เขาหยิบมีดออกมาจากใต้หมอน มีดที่ซ่อนเอาไว้ ถ้าเขายังคิดหนีผมก็คงไม่มีทางรอด

แม็คในวัยห้าขวบคิดร้าย...

เขามองดูผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาไร้ความรู้สึก มือของเขาก็สั่น ขาของเขาก็สั่น จากนั้นสิ่งที่รู้สึกคือความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

เป็นอีกครั้งที่เขาถูกทำร้ายจากคนเป็นพี่เลี้ยง

จบย้อนความ

หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์แม็คก็ไปหาเป็นหนึ่งที่บ้านทันที แต่พบเพียงแต่ความว่างเปล่ามีแต่เพียงแม่บ้านเท่านั้นที่อยู่ ทั้งถามทั้งขู่สารพัดแต่กลับไร้ผล เขาเดินเข้าบ้านด้วยหัวใจห่อเหี่ยวและสิ้นหวัง ยกยิ้มให้กับตัวเองอย่างสมเพส ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมีวันนี้ได้

แม็คเลือกกลับมาที่บ้านแทนที่จะไปอยู่คอนโดเหมือนเดิมเพราะว่าอาจทนเห็นภาพวันวานที่เคยอยู่ร่วมกันไม่ได้ แม้จะมีแต่ความทรงจำที่ตนคอยทำร้ายเป็นหนึ่งแต่ทุกสัดส่วนในห้องกลับมีกลิ่นอายชวนให้คิดถึง

“พ่อ...ช่วยผมหน่อย ช่วยผมตามหาเป็นหนึ่งที จะทำยังไงก็ได้...ผมอยากให้พ่อตามหาเป็นหนึ่ง”

“แม็คลูกแน่ใจแล้วเหรอ” มอสถามเพื่อความมั่นใจว่าลูกชายอยากให้เขาช่วย

“ถ้าพ่อไม่ช่วย ผมจะตามหาของผมเอง แล้วคราวนี้พ่อจะไม่เห็นหน้าผมอีก” แม็คพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นหันมาสบตากับมอสเพื่อให้รู้ว่าตัวเองพูดจริง จากนั้น

“ได้”

แม็คได้ฟังคำตอบก็เดินกลับไปขึ้นห้องโดยไม่มีแม้แต่เสียงเอ่ยขอบคุณ

มอสมองตามหลังลูกชายที่เดินจากไป อย่างน้อยตอนนี้แม็คก็เปิดใจให้เขามากขึ้นยอมร้องขอความช่วยเหลือ มีเพียงแค่นี้เท่านั้นที่เขาจะชดเชยให้ได้กับความผิดที่ละเลยแม็คมาตลอด นับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เขากับภรรยาก็หย่าขาดจากกัน และเขาก็ได้สิทธิ์การเลี้ยงดูแม็ค พอหวนคิดถึงวันที่เจอแม็คในโรงพยาบาลก็อดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ละเลยและใส่ใจทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้

มอสนึกถึงคำวินิจฉัยของหมอในวันนั้น มันฝังรากลึกมาจนถึงทุกวันนี้

‘ลูกของคุณเป็นโรค Bipolar Disorder’

*********************************


ร่างสูงมองรูปภาพในมือด้วยความรู้สึกหลายหลาย ใบหน้าร่างเล็กที่ไม่ได้เห็นมานานเกือบสองเดือนทำให้รู้สึกคิดถึงไม่น้อย

ทุกกิริยาบทของเจ้าตัวถูกบันทึกในรูปภาพจากนักสืบมืออาชีพที่แอบตามลับๆ มาตลอดวันเต็มๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าภาคภูมิใจ

“เพราะธุรกิจที่ต้องมาติดต่อทำให้คุณมอสที่เป็นคุณพ่อของคุณเป็นหนึ่งย้ายมากะทันหันเมื่อเดือนก่อนโดยที่พาคุณเป็นหนึ่งมาด้วย ส่วนคุณเคียวที่เป็นพี่ชายมาอยู่ด้วยช่วงแรกๆ แค่สองอาทิตย์แล้วก็กลับไปอยู่ที่ประเทศไทยเหมือนเดิม ส่วนที่อยู่...นี่ครับ”

แม็ครับแผ่นกระดาษซองหนาจากนักสืบที่ว่าจ้างทอดมองไปยังแผ่นกระดาษที่อยู่ในมือ มีทั้งที่อยู่และสถานที่ที่เป็นหนึ่งเข้าไปเรียนรวมทั้งตารางเรียนของวันและเวลาเลิก

“ขอบใจมาก”

“ครับ”

สิ้นเสียงคำสั่งผู้ถูกจ้างก็เดินออกไปทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้อีกคนพูดซ้ำ

แม็คมองไปที่รูปภาพอีกครั้งเมื่อคิดถึงคนที่หนีหาย ตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านยอมรับว่าแทบไม่เป็นอันกินอันนอน แค่เห็นรูปก็นึกหมั่นขี้ยวอยากจะจับมาลงโทษซะให้เข็ด!!!

แม็คยืนขึ้นเต็มความสูงของตัวเองคว้ากุนแจรถก่อนที่จะสาวเท้าเดินอย่างเร็วจนแทบวิ่ง

‘ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเป็นหนึ่ง’

*****************

Bipolar Disorder คืออาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รวดเร็ว

อ้างอิงจากเว็บ

https://www.pobpad.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%99

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น