ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 65 ถูกเรียกตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 65 ถูกเรียกตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2562 08:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 65 ถูกเรียกตัว
แบบอักษร

หลังจากสอนการขว้างปาอาวุธลับให้อิทาจิเสร็จเขาก็บอกการบ้านในการขว้างปาวิถีโค้ง ให้เจ้าตัวได้ลองไปฝึกซ้อมด้วยตนเองหลังจากนี้ เขาไม่ได้กังวัลเลยว่าอิทาจิจะทำไม่ได้ เพราะเกรงว่าใช้เวลาขั้นต่ำไม่เกินหนึ่งอาทิตย์อิทาจิน่าจะทำได้แบบเชี่ยวชาญอีกด้วย

 

 

 

จากนั้นขาก็เริ่มสอนชิซุยต่อ ในด้านคาถาเคลื่อนย้ายร่างเขาค่อนข้างเชี่ยวชาญ เนื่องจากพลังเนตรสังสาระเขาจึงพอเข้าใจการเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตาในระดับสูง 

 

 

 

ถ้าเขาได้สอนชิซุยในตอนนี้เชื่อได้ว่าฉายาชิซุยเคลื่อนย้ายร่างจะเพิ่มขึ้นมา หลักการคาถาเคลื่อนย้ายร่างมันไม่ได้ต้องการร่างกายที่แข็งแกร่งอะไรมากมาย

 

 

 

แต่มันต้องการปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเกินสามัญสำนึกเสียมากกว่า ซึ่งมันค่อนข้างคล้ายคลึงกับวิชาเทพอัสนีเหินของรุ่นที่สองและพี่ชายมินาโตะที่มีปฏิกิริยาตอบสนองไวกว่าเกินคนอื่นๆหลายเท่า

 

 

 

วิชาจำพวกความเร็วหรือคาถามิติไม่ใช่ว่าใครก็ใช้ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมคาคาชิและโอบิโตะที่เป็นอัจฉริยะถึงใช้เทพอัสนีเวหาของมินาโตะไม่ได้ ทั้งที่มินาโตะก็มีหลักการที่เขาพัฒนาไปไกล

 

 

 

นั่นเพราะการตอบสนองของทั้งคู่ไม่เพียงพอ อย่าว่าแต่คาคาชิและโอบิโตะเลย แม้แต่คาซึยะที่มีระดับเทพนินจาก็ตามความเร็วระดับเหนือเสียงเกือบเข้าสู่ระดับแสงของมินาโตะไม่ทันเช่นกัน

 

 

 

แต่ถึงเขาจะไม่สามารถใช้เทพอัสนีเวหาได้ ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เชี่ยวชาญคาถาเคลื่อนย้ายร่าง วิชานี้ใช้ปฏิกิริยาตอบสนองมากก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าเทพอัสนีเวหาที่เป็นคาถาประเภทมิติ แต่อย่าได้คิดดูถูกคาถาระดับดีโดยเด็ดขาด

 

 

 

ความเร็วหรือระยะของคาถาเคลื่อนย้ายร่างอาจจะด้อยกว่าเทพอัสนีเวหา แต่ถ้าฝึกจนถึงขีดสุดน่าผู้ใช้อาจจะเข้าสู่โลกแห่งความเร็วเหนือเสียง ในต้นฉบับมีชิซุยที่โตเป็นหนุ่มเท่านั้นที่ใช้วิชานี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ

 

 

 

เขาสามารถใช้การเคลื่อนย้ายร่างราวกับใช้วิชาก้าวพริบตาของพวกยมทูตในโลกเทพมรณะ ดังนั้นถ้าใช้หลักการแบบเดียวกันน่าจะทำให้การก้าวเท้าเกิดความเร็วที่มากขึ้น

 

 

 

เขาเริ่มอธิบายหลักการและแนวความคิดส่วนใหญ่ที่เขาได้วิจัยด้วยตนเองให้ชิซุยได้ฟังทั้งหมดโดยไม่มีการหวงแหนวิชา ไหนจะการสาธิตคาถาเคลื่อยย้ายร่างที่รวดเร็วกระพริบไปกระพริบมันจนเกิดเป็นภาพติดตาทิ้งไว้

 

 

 

"การเคลื่อนย้ายร่างด้วยความเร็วสูงจะทำเกิดให้ภาพติดตา ถ้านำประโยชน์ทางนี้มาใช้จะทำให้เราสามารถเบียงเบนความสนใจ ลอบโจมตีในยามศัตรูเผลอได้ แบบนี้"

 

 

 

ร่างของคาซึยะกระพริบโผล่ยืนอยู่ด้านหลังของชิซุยก่อนจะใช้นิ้วจิ้มที่แผ่นหลังเพื่อแสดงให้เห็นประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ของคาถานี้ อิทาจิก็รู้สึกสนใจแต่น่าเสียดายที่เขายังไม่สามารถใช้จักระได้

 

 

 

"บางทีเราอาจจะใช้บางสิ่งเป็นตัวแทนเพื่อบดบังสายตาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความเร็ว เช่นเจ้าเอจากคุโมะลูกชายของเอไรคาเงะรุ่นที่สาม ที่ใช้อาภรณ์สายฟ้าและคาถาเคลื่อนย้ายร่างทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มมากขึ้นจนไต่ระดับเข้าสู่โลกแห่งความเร็วอันดับที่ห้าในโลกนินจา"

 

 

 

"แต่ผมไม่มีวิชาอาภรณ์สายฟ้านะท่านพี่..."

 

 

 

"พี่ชายเขาแนะนำตัวอย่างเท่านั้นนะชิซุย"

 

 

 

โดนอิทาจิขัดใบหน้าของชิซุยก็เขินอายทันที จริงอย่างที่อิทาจิพูดเขาหันมองไปทางพี่ชายของเขาที่กำลังยกยิ้ม และพูดบางสิ่งที่น่าสนใจออกมาที่แม้แต่ชิซุยก็คาดไม่ถึง

 

 

 

"ถึงเธอจะไม่มีอาภรณ์สายฟ้า แต่เธอยังมีพันปักษาอยู่นะ ลองคิดดูสิทำไมพอใช้พันปักษาช่วงแรกๆถึงต้องใช้ผนังไม่ก็พื้นดินชะรอความเร็ว"

 

 

 

"เพราะมันรุนแรงมากเกินไป ?"

 

 

 

"ผิดเพราะแรงถีบและแรงดันที่หนักหน่วงต่างหาก"

 

 

 

กรี๊ดดดดด!

 

 

 

เสียงกรีดร้องของนกกานับพันดังมาจากมือขวาของคาซึยะ กระแสสายฟ้าสีเงินแผ่ขยายออกมาทั่วแขนของเขา ชิซุยมองการกระทำของคาซึยะอย่างสับสน

 

 

 

จนกระทั่งพริบตาเดียวที่คาซึยะเคลื่อนไหวร่างกายของคาซึยะก็พุ่งออกไปราวกับจรวดจนเกิดคลื่นเสียงทำลายล้าง และไหนจะการเคลื่อนไหวที่พริ้วไหว ซิกแซกไปทางซ้ายทีไปทางขวาที

 

 

 

"เมื่อเกิดแรงถีบแสนหนักหน่วง ช่วงเวลานี้ถ้าเรานำแรงถีบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเราจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก"

 

 

 

สายฟ้าในมือของคาซึยะค่อยๆสลายหายไป และเขาก็เริ่มอธิบายหลักการที่โดดเด่นของพันปักษาให้ชิซุยได้ฟัง พร้อมกับคาถาเคลื่อนย้ายร่างควบคู่กันไปพอกล่าวจบคาซึยะก็โบกมือลาเด็กชายทั้งสอง

 

 

 

"ฉันหวังว่าเธอจะสร้างวิชาของตัวเองได้ในสักวันนะชิซุย"

 

 

 

กล่าวจบร่างกายของคาซึยะก็เริ่มกลายเป็นเพลิงสีแดงกลืนกินร่างของเขาก่อนจะหายไปจากสายตาของเด็กทั้งคู่ราวกับภูติผี ทิ้งให้เด็กสองคนแปลกใจกับวิชาเมื่อครู่ ใช่แล้วเมื่อกี้เขาใช้คาถาเคลื่อนย้ายร่างผสานกับคาถาไฟ ทำให้ตอนใช้วิชาร่างกายของเขาจะมอดไหม้และหายไปราวกับไม่มีตัวตน

 

 

 

"ดีละฉันจะลองสร้างวิชาของตัวเอง!"

 

 

 

"ฉันก็จะช่วยชิซุยด้วย"

 

 

 

มองเด็กที่กำลังตื่นเต้นอยู่ในที่ห่างไกลคาซึยะก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะคิดเรื่องคิมิมาโร่และยูกิมิที่เป็นลูกน้องและลูกศิษย์ ทั้งสองก็อายุสี่ห้าขวบแล้วคงใกล้ถึงเวลาที่จะฝังอักขระสาป

 

 

 

'แต่ไม่ใช่วันนี้ วันนี้พี่จะพัก!'

 

 

 

คาซึยะเริ่มเดินร่อนหาอะไรทานตามทาง และก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่เคยไปร้านราเม็นในตำนานเลยสักครั้งว่าแล้วก็จัดเสียหน่อยเขาเดินทางไปที่ร้านอิจิราคุราเมน

 

 

 

"โอ้ยินดีต้อนรับ"

 

 

 

"ลูกพี่เอาชาชูราเมนแบบซุปเปอร์ฉามหนึ่ง"

 

 

 

"ได้เลย!"

 

 

 

เขามองชายเทอุจิที่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีตลอดเวลาเดินไปทำราเมน แม้ในต้นฉบับตัวตนของเทอุจิจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่คาซึยะกลับชอบตัวละครนี้ เขาเป็นตัวละครซัพพอตที่ทำให้นารูโตะไม่อดตายในตอนเด็กเชียวนะ

 

 

 

'ชายที่จริงใจ เข้าใจ และมีความคิดแตกต่างจากผู้อื่น'

 

 

 

"ได้แล้วซุปเปอร์ชาชูราเมน"

 

 

 

เทอุจิยกฉามที่ใหญ่ราวกาละมังมาให้คาซึยะ เจ้าตัวมองชาชูแผนที่สไลด์บางๆ เป็นเครื่องตกแต่งจนน้ำลายสอ ก่อนจะจับตะเกียบและตะโกนร้องด้วยความเคยชิน

 

 

 

"ทานแล้วนะครับ"

 

 

 

ทันทีที่เส้นเข้าไปความหวาน ความเหนียวนุ่มของเส้นทำให้คาซึยะถึงกับหลับตาเพลิดเพลิน กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าเขากำลังสดน้ำซุปในถ้วยจนหมด อร่อยเกินไป! มันอร่อยราวกับเขากำลังถูกสะกดจิต

 

 

 

'เจ้านี่มันแอบใส่ก้าน...ชาหรือเปล่า ?'

 

 

 

คาซึยะที่หลงไหลแอบคิดแบบไม่เข้าท่า แต่ความอร่อยระดับนี้ช่างน่าสงสัยมากเกินไป เทียบกับอาหารจากภัตรคารห้าดาวชื่อดังแล้ว ซุปเปอร์ราเมนถ้วยเดียวเหนือกว่าอาหารพวกนั้นไปหลายขุม แถมราคาก็ไม่แพง...จึงไม่แปลกที่เขาจะคิดเรื่องพิเรน

 

 

 

"เป็นยังไงบ้างหวังว่าจะถูกปากนะ"

 

 

 

"แน่นอน"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

"ท่านคาซึยะ รุ่นที่สามเรียกตัวครับ"

 

 

 

เอ็นบุโผล่ออกมากระซิบที่ข้างหูของเขาทำให้คาซึยะเกาหัว ก่อนจะส่งเงินค่าราเมนไปให้เทอุจิ และรีบเดินทางไปที่สำนักงานแห่งไฟ ฮิรุเซ็นกลับมาแล้วแต่ตอนไหนกัน ไม่เห็นได้ข่าว ไม่นานเขาก็มาถึงห้องทำงานของโฮคาเงะ

 

 

 

"สงครามกับทางซึนะจบแล้วหรอปู่ ?"

 

 

 

"ใช่ เกิดเรื่องไม่คาดคิดนิดหน่อย คาเสะคาเงะรุ่นที่สามหายตัวไป ทางซึนะจึงขอสงบศึกกับพวกเรา ฟู่ววว~"

 

 

 

ฮิรุเซ็นกล่าวและพ่นควันจากกล้องยาสูบ เขาจ้องมองคาซึยะด้วยรอยยิ้ม ที่เขาสามารถเข้าร่วมสงครามได้ก็เพราะมีเด็กคนนี้ช่วยดูแลหมู่บ้านแทนเขา

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง แล้วเรียกผมมาเพราะ ?"

 

 

 

"ฉันมีงานให้เธอทำ! ทำยังไงก็ได้ให้สงครามครั้งนี้จบลงให้เร็วที่สุด แม้สงครามอาจจะเหมือนพึ่งเริ่มแน่นี่ก็เกิดสงครามมาเกือบเจ็ดปี เราจะไม่ให้คนของหมู่บ้านเกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว แถมดูเหมือนสงครามจะมีใครสักคนแอบชักใยอยู่เบื้องหลัง ยังไงก็ฝากตรวจสอบให้ด้วย"

 

 

 

คาซึยะแอบหน้ามุ่ย พี่ชายคนนี้จะหยุดพักผ่อนสักเดือนสองเดือน ไม่คิดเลยว่าตัวเขาจะถูกขัดขวางได้รวดเร็วขนาดนี้ อุส่าคิดแผนชวนแฟนสาวไปเที่ยวปีนเขา ลงห้วย ดำน้ำดูประการังใต้ก้นทะเล แช่ออนแสนในบ่อรวมแบบสองต่อสองของฉัน!

 

 

 

"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคาซึยะ ?"

 

 

 

"กึด มะ ไม่มีอะไรเลยครับ"

 

 

 

หันหน้าตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ถ้าสังเกตุดีๆจะพบว่าใบหน้าของเขากำลังอาบไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าโศก จินตนาการในวันคืนที่แสนหวานแหววและบ้าระห่ำบนฟูกนอนของเขาและฮินะถูกทำลายลงไปเสียแล้ว!

 

 

 

"ดีถ้าอย่าง้้นเธอควรเดินทางไปหาที่ชายแดนระหว่างแคว้นสึจิโนะคุนิที่มินาโตะและเพื่อนของเธอระวังเฝ้าอยู่ ตอนนี้สงครามทางด้านนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที คงถึงเวลาแล้วที่เธอจะเคลื่อนไหว คาซึยะ"

 

 

 

"รับทราบ"

 

 

 

'บังอาจมาขัดความสุขพี่ พี่จะเหยียบพวกแม่มให้จมธรณีเลย ไอ้พวกเวร!'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น