ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 8 ของขวัญกับความเจ็บปวดที่ยากจะยอมรับ

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 12:02 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 8 ของขวัญกับความเจ็บปวดที่ยากจะยอมรับ

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 8

 

 

 

 

"คุณจะบอกผมได้รึยังเกี่ยวกับเรื่องนั้น" เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มเอ่ยถามผมอย่างเกรี้ยวกราดในสิ่งที่ผมไม่อยากจะตอบ ซึ่งผมเอาแต่เงียบและปิดปากตัวเองโดยไม่ได้บอกอะไรเขามานานหลายวันแล้วตั้งแต่ที่เจ้านทีมาที่นี่

 

 

 

"ฉันบอกให้แกไปถามหมอนั่นเองไง" ผมเอ่ยปัดอย่างรำคาญใจแล้วยกแก้ววายที่ถืออยู่ในมือขึ้นดื่มขณะมองออกไปนอกระเบียงบ้านผ่านกระจกใสในยามค่ำคืน มันเป็นเพียงแค่บ้าน 2 ชั้นที่ไม่ได้สูงจนสามารถเห็นวิวทิวทัศมากมายเสมือนอยู่บนตึกสูงระฟ้า แต่แค่ผมได้มองท้องฟ้ายามค่ำคืนในมุมนี้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

 

"ถ้าทีมันยอมบอก ผมคงไม่มาตื้อถามคุณอยู่แบบนี้หรอก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปิดบัง ตกลงทีมันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงไม่ยอมบอกเกี่ยวกับพ่อแม่ที่แท้จริงของมันให้พวกเรารู้" เด็กหนุ่มแย้งถามอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งผมก็ยังคงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเช่นเดิม

 

 

 

"เวย์...ยังมีเรื่องราวมากมายที่แกไม่ควรรู้และยังไม่ควรรู้มันนะ" ผมพูดได้เพียงเท่านี้

 

 

 

"ทำไมล่ะครับ ทำไมผมถึงไม่ควรรู้เรื่องน้องชายของผมเอง ถึงจะไม่ใช่น้องชายแท้ๆก็เถอะ" เด็กหนุ่มย้อนถาม ผมเข้าใจสิ่งที่เขาสงสัยดี เขาคงกังวลว่าผมจะวางแผนทำเรื่องไม่ดีกับเพื่อนของเขาอีกโดยใช้พ่อแม่ของเจ้าทีเป็นข้อบังคับนั่นแหละ ซึ่งจริงๆแล้วผมไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นเลย เขามาที่นี่ มาขอรู้ทุกอย่างด้วยตัวของเขาเอง และผมก็พูดอะไรไม่ได้ด้วยถ้าหากเด็กคนนั้นไม่เป็นฝ่ายบอกความจริงกับทุกคนเอง ซึ่งผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะบอกเรื่องนี้กับใคร...ถ้าหากเขารักเลย์มากจริงๆ

 

 

 

"วางใจเถอะ ฉันไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แกก็ควรไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันด้วยเหมือนกัน"

 

 

 

"หึ อย่าให้ผมรู้ว่าคุณคิดจะทำร้ายน้องทั้งสองคนของผมอีกแล้วกัน" เจ้าเวย์มองผมสายตาดุดันก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกไปจากห้องอย่างอารมณ์เสีย

 

 

 

 

พอได้อยู่คนเดียวแล้วผมถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ ดูเหมือนเขาจะไม่เคยมองผมในแง่ดีเลยสินะเนี่ย...ช่างเถอะ ให้เขาคิดแบบนั้นแหละดีแล้ว อีกอย่าง ผมคิดว่ามันคงอีกไม่นานหรอกที่ความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผย ความสะเพร่าของเมย์อาจทำให้ผมและเธอพลาดไปด้วยกัน มันก็สมควรแล้วที่ผมจะได้รับผลกรรมของตัวเอง แต่ที่น่าห่วงมากกว่านั้นคือ...เด็กสองคนนั้นจะเป็นยังไงหลังเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น เจ้าเวย์ไม่เท่าไหร่หรอก ผมห่วงเจ้าทีกับเจ้าเลย์ที่ดันหันไปรักกันเองแบบนี้ต่างหาก ถ้าหากพวกเขาไม่ได้รักกันแบบนี้การที่จะบอกว่าพ่อแม่ของนทีคือใครมันคงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนอย่างในตอนนี้หรอก

 

เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังทำตอนนี้...มันผิด

'

'

'

'

'

'

'

 

 

 

 [Lay Part]

 

หลังจากทานอาหารด้วยกันเสร็จ...

 

 

 

"เลย์...ไปที่ที่หนึ่งกับกูหน่อยสิ" พี่ทีเอ่ยบอกหลังจากที่เห็นผมวางช้อนส้อมในมือลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม ผมเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าสงสัยก่อนจะยกยิ้มออกมา

 

 

 

"อื้อ ไปสิ ฮ่าๆๆ" ผมหัวเราะร่าดีใจ แน่ล่ะ พี่ทีต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์แน่ๆเลย ซึ่งผมรอมาตลอดทั้งวันแล้ว นึกว่าจะแค่พามาทานอาหารเลี้ยงวันเกิดเฉยๆซะอีก ความจริงผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก แค่นี้ก็ดีใจมากแล้วแต่ที่ถามหาแต่ของขวัญนี่ก็เพราะอยากเอาแต่ใจกับเขาบ้างเท่านั้นเอง...ถึงตลอดมาจะเอาแต่ใจมามากแล้วก็เถอะ ฮ่าๆๆๆ

 

 

 

และหลังจากนั้น...

พี่ทีพาผมออกจากร้านหลังจากเช็คบิลจ่ายเงินเรียบร้อย เขาขับรถมุ่งหน้าพาผมมายังสถานที่ซึ่งผมรู้จักดีเพราะเคยพาพี่ทีมาเมื่อวานนี้เอง แถมยังได้ความทรงจำไม่ดีไปจากที่นี่ด้วย แต่ทำไมล่ะ? ทำไมพี่ทีพาผมกลับมาที่นี่?

 

 

 

"พี่ทีพาผมมาที่นี่ทำไมอ่ะ" ผมเอ่ยถามเมื่อรถสปอร์ตหรูเคลื่อนมาจอดที่หน้าสำนักงาน พี่ทีไม่ตอบอะไร เอาแต่ทำหน้านิ่งๆแล้วเปิดประตูลงไปจากรถ ผมจึงได้แต่ตามลงไปเท่านั้น

"พี่...?" ผมมองคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาจับมือผมแล้วพาเดินเข้าไปข้างในหมู่บ้านด้วยอาการมึนงง ในใจก็นึกตื่นเต้นขึ้นมาแปลกๆเมื่อพี่ทีกำลังพาผมเดินไปยังบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ที่มีชื่อบ้านว่า Moon ice house เพราะเป็นบ้านที่ผมชอบและอยากได้ อยู่ๆพี่ทีก็พาผมมาที่นี่แบบนี้มันทำให้ผมแอบหวังอยู่ลึกๆในใจเลยล่ะว่าบางทีเขาอาจ...จะยอมช่วยจ่าย...

 

รึเปล่านะ...

 

"เดี๋ยวสิพี่ เข้าไปได้หรอ" ผมผวาถามเสียงตื่นเมื่ออยู่ๆพี่ชายก็เปิดประตูรั้วบ้านออกแล้วจูงมือผมเดินเข้ามาภายในอย่างถือวิสาสะ ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วตวัดหน้ามองไปรอบๆเพราะกลัวว่าจะโดนผู้จัดการต่อว่าเอาที่เขามาในบ้านของเขาแบบนี้ ถึงมันจะมืดแต่ผมก็ยังกลัวว่าจะมีคนมาเห็นว่าเราบุกรุกพื้นที่เขาอยู่ดีอ่ะ

 

 

 

"เลย์...สุขสันต์วันเกิดนะครับ" สิ้นเสียงพี่ทีไฟรอบๆบ้านก็ส่องสว่างขึ้นราวกับถูกเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนนี้ผมกับพี่ชายยืนอยู่บริเวณริมสระซึ่งพอทอดมองออกไปจะเห็นบ้านหลังใหญ่โตที่มีสระน้ำกว้างขวางส่องประกายสีฟ้าครามอยู่บริเวณหน้าบ้าน ระยะที่เราทั้งสองคนยืนอยู่นั้นห่างจากตัวบ้านออกมาอีกจึงทำให้สามารถเห็นบ้านหลังใหญ่ได้อย่างเต็มหูเต็มตา

 

ภาพเบื้องหน้าของผมคือ ป้ายสวยงามที่ถูกเขียนติดไว้หน้าบ้านด้วยคำว่า

'สุขสันต์วันเกิด เลย์'

และตามด้วยอีกข้อความคือ

'นี่ของขวัญวันเกิดจากพี่...บ้านใหม่ของเรา'

พอได้เห็นทุกอย่างดังนั้นแล้วผมก็โผเข้ากอดคนข้างกายทันที ใบหน้าหวานซบลงกับไหล่แกร่ง แก้มสองข้างมันร้อนผ่าวขึ้นมาจนแทบหลอมละลายหัวใจผมลงได้ในตอนนี้ ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ที่พี่ทียอมให้ผมได้ขนาดนี้

 

 

 

"พี่ไม่ได้โกหกผมใช่ไหม ไม่ได้แกล้งให้ผมดีใจเล่นๆใช่ไหม" ผมถาม พี่ทีกระชับกอดผมแน่นขึ้น

 

 

 

"หึ ไม่มีเค้กชุดที่สองให้หรอกนะ" พี่ทีบอก

 

 

 

"อื้อ ไม่เป็นไร พี่ก็พาผมไปเป่าเค้กในร้านอาหารมาก่อนแล้วนิ ขอบคุณนะครับ"

 

 

 

"พี่หมดตัวแล้วนะ คงให้เลย์ได้เท่านี้แหละ" พี่ทีบอก ผมค่อยๆถอนกอดออกจากอีกฝ่ายแล้วเงยหน้ามองพี่ทีตาแป๋ว

 

 

 

"พี่ซื้อมันหรอ" ผมถาม

 

 

 

"ครับ"

 

 

 

"งั้นเดี๋ยวเลย์คืนส่วนที่เลย์จะออกให้ก็ดะ..." ไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบริมฝีปากของคนตัวโตก็ประกบจูบแผ่วเบาลงมาที่ริมฝีปากของผมทันทีก่อนที่เขาจะผละออกไปโดยที่ไม่ได้ลุกล้ำใดๆ เป็นจูบที่มอบให้ด้วยความรักและห่วงใยล้วนๆ

 

 

 

"ไม่ต้องหรอก แค่เลย์เป็นเด็กดีของพี่ก็พอแล้ว" พี่ทีบอก มือหนาลูบเบาๆอยู่ตามข้างแก้มที่ร้อนผ่าวของผมด้วยสัมผัสที่แสนอ่อนโยน ในพื้นที่ที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆนี้ ถึงภาพที่ผมเห็นมันจะไม่สว่างชัด แต่ผมก็รู้ได้ว่าพี่ทีกำลังยิ้ม ยิ้มออกมาด้วยแววตาและสีหน้าที่แสนอ่อนโยนผิดกับพี่ทีคนที่ผมรู้จักลิบลับ นี่สินะ...ตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของเขามาตลอด

 

แท้ที่จริงแล้วพี่ทีเป็นผู้ชายที่ใจดี อบอุ่นและอ่อนโยนมาก

 

 

 

"ถามจริง พี่เป็นคนที่ปิดตาแล้วจูบผมตอนนั้นใช่ม่ะ" ผมฉุกถามขึ้นเพราะจูบเมื่อกี้ของเขามันทำให้ผมนึกถึงจูบเมื่อตอนนั้นมาก ถึงจะพอเดาๆออกจากสัมผัสที่ผ่านๆมาก็เถอะ แต่ก็อยากให้เขายอมรับมันออกมาเองมากกว่าล่ะนะ

 

 

 

"อืม" พี่ทียอมรับแต่โดยดี แถมยังทำหน้าเหยเกใส่ราวกับไม่อยากจะยอมรับอีกด้วย

 

 

 

"ฮ่าๆๆ ทำไมอ่ะ" ผมถามถึงเหตุผล แต่พี่ทีก็เงียบแล้วหันหน้าหนีไปตามนิสัย

"ขอบคุณนะครับ ตอนนั้นพี่ต้องเจ็บตัวเพราะผม พี่ดูแลผมมาตลอดเลย ผมได้พี่ช่วยชีวิตเอาไว้ตั้งหลายครั้ง เรื่องบนดาดฟ้าตอนนั้นพี่ก็ฝืนตัวเองดึงผมขึ้นมาทั้งๆที่แขนเจ็บด้วย ไม่ได้พี่ผมคงไม่ได้มีวันนี้แน่ๆเลย" ผมยิ้มขอบคุณเขาออกมาจากใจจริง

 

 

 

"ขอโทษ" พี่ทีที่มองผมนิ่งไปซักพักก็เอ่ยขอโทษออกมา

 

 

 

"ขอโทษอะไรอ่ะ" ผมเบิกตาโตถามสงสัย

 

 

 

"ตอนเด็กๆกูทำไม่ดีกับมึงไว้เยอะ เคยทำให้มึงตกอยู่ในอันตรายตั้งหลายที และทำร้ายมึงคืนนั้น" พี่บอก อืม มันก็จริงนะ ผมยังจำความเลวร้ายที่เกิดขึ้นได้ดีเลยแต่ว่า...มันเป็นแค่อดีต ตอนนี้ผมรักพี่ทีและพี่ทีก็รักผมแล้วด้วย

 

 

 

"แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดีนะ มันทำให้ผมรู้ว่ากว่าเราจะมีวันนี้กันได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง" ผมพูดบอกแล้วกอดคนตัวโตอีกครั้ง พี่ทีเองก็กอดผมแน่นเช่นกัน ใช่ ถึงมันจะเคยเป็นความทรงจำที่แสนเลวร้าย แต่ตอนนี้มันคือความทรงจำที่ดีสำหรับผม เพราะเหตุการณ์พวกนั้น เพราะเรื่องพวกนั้นผมถึงรู้สึกมั่นคงกับความรู้สึกได้มากขนาดนี้ ผมถึงได้รักกับพี่ทีในวันนี้...

"งั้นคืนนี้เราไปขนของมานอนบ้านใหม่กันเลยเถอะ" ผมเสนอขึ้นเมื่อกอดกับคนรักมาซักพักแล้ว

 

 

 

"ห๊ะ?" พี่ทีผละกอดออกแล้วร้องถามหน้าเหยเก

 

 

 

"ไม่ต้องมาห๊ะเลย กูตื่นเต้นอยากย้ายมาบ้านใหม่จะตายอยู่แล้ว" ผมมุ่ยหน้าบอกคนตัวโต

 

 

 

"หึ บ๊องเอ๊ย กลับบ้านก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยขนของย้ายกัน" พี่ทีเขกหัวสั่งผมหนึ่งที

 

 

 

"ห๊า ได้ไงอ่ะ" ผมร้องโอดครวญน้ำเสียงขัดเคืองใจ พี่ทีลอบมองผมแล้วส่ายหน้านิดๆ

 

 

 

"อย่าลืมสิ เราต้องไปจัดการข้าวของกับลาป้าอิ่มกับโดนัทก่อนนะ อย่างน้อยๆก็ควรไปนอนที่นั่นคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายและบอกพวกเขาเรื่องเราจะย้ายบ้าน" พี่ทีบอกเหตุผล ผมส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจแต่ก็ต้องยอมแต่โดยดีเพราะที่พี่ทีพูดมามันก็ถูก

และหลังจากนั้น เราทั้งคู่ก็พากันกลับไปที่บ้าน ไปพูดคุยกับป้าอิ่มในเรื่องต่างๆและเข้านอนกัน เช้ามาค่อยเก็บข้าวของย้ายบ้าน เพราะผมยังป่วยและพรุ่งนี้ต้องใช้แรงงานหนัก เพราะงั้น...คืนนี้เราจึงได้นอนกันอย่างสงบ...

'

'

'

'

'

'

'

 

 

 

สายวันต่อมา

 

ผมช่วยพี่ทีเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของตัวเองใส่กระเป๋าและสั่งลาพี่อิ่มกับโดนัทเรียบร้อย พวกอุปกรณ์เครื่องใช้ชิ้นใหญ่ๆเราตกลงกันว่าจะออกไปซื้อมาใหม่เพราะฉะนั้นที่ขนใส่รถกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวเท่านั้น และส่วนใหญ่ที่มันเยอะก็เป็นเพราะข้าวของของผมมันมีมากมายก่ายกองและหนังสือของพี่ทีมันก็เยอะด้วยนั่นเอง

 

 

 

"ลานะครับป้า โดนัท" พี่ทีไหว้ลาป้าอิ่มและยิ้มลาให้กับโดนัทที่ยืนทำหน้าเศร้าโบกมือให้เราสองคน

 

 

 

"ลาครับป้าอิ่ม บายโดนัท เดี๋ยวผมแวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะครับป้า คิดถึงพี่ก็ไปหาได้นะนัท แต่อย่าลืมซื้อเค้กไปด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ" ผมกล่าวลาทั้งคู่ยาว

 

 

 

"เดินทางปลอดภัยค่ะคุณหนูทั้งสอง ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะคะ" พี่อิ่มกล่าวลา

 

 

 

"บายค่ะพี่ รักกันมากๆนะคะ พวกพี่ไปแล้วแบบนี้หนูคงไม่ได้ฟินทุกวันอีกแล้ว แต่หนูจะคอยเชียร์อยู่ห่างๆนะคะ" โดนัทพูดจากใจ ผมหลุดขำออกมากับความน่ารักของเธอก่อนจะเดินแยกไปที่รถตัวเอง

 

 

 

"ขับรถดีๆล่ะ" พี่ทีบอกผมเพราะเรามีรถกันคนละคันจึงต้องแยกขับกันไป ส่วนรถบิ๊กไบค์ของพี่ทีเราก็ขับเอาไปไว้ที่นั่นก่อนแล้วรอบหนึ่ง

 

 

 

"อื้อ พี่ด้วย" ผมพยักหน้าก่อนจะขึ้นรถตัวเอง พี่ทีเองก็เข้าประจำรถของตัวเองเช่นกันและเป็นฝ่ายขับออกไปก่อนเพราะรถของพี่ทีจอดบังผมอยู่ ผมจึงออกไปก่อนไม่ได้ พอพี่ทีขับออกไปแล้วผมก็เคลื่อนรถออกจากบ้านตามไปติดๆ

'

'

'

'

'

'

'

 

 

 

ตกเย็น

 

กว่าเราทั้งสองจะจัดบ้านกันเสร็จและจัดการกับเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อมาใหม่ให้เข้าที่เข้าทางได้ก็ปาไปบ่ายกว่าๆและผมกับพี่ทีก็สลบกันลงไปในทันทีที่จัดการทุกอย่างเสร็จด้วยความเหน็ดเหนื่อยจนกระทั่งฟ้ามืด...

 

 

 

ครืดดด ครืดดด

 

โทรศัพท์มือถือสั่นหลายครั้งจนผมตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล ผมลุกขึ้นนั่งและกวาดสายตามองไปรอบๆพบว่าพี่ทีที่นอนแออัดอยู่กับผมบนโซฟาในห้องนั่งเล่นไม่อยู่แล้ว ผมหยิบโทรศัพท์มือถือที่ถูกวางทิ้งไว้บนโซฟาขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์คุ้นตาที่รอคอย

 

 

 

"ฮัลโหล ว่าไง" ผมเอ่ยเสียงเครียดลงเล็กน้อยเมื่อกดรับ

 

 

 

[ดูเหมือนพวกเขาจะนัดพบกันที่โรงแรม XXX ครับ ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นมารออยู่ก่อนแล้ว คิดว่าคุณมณีคงจะตามมาในอีกไม่ช้านี้] ปลายสายบอก ผมขมวดคิ้วฟังจนจบด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวดและขุ่นมัว

 

 

 

"อ่า ขอบใจมาก" ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะตัดสายอีกฝ่าย เขาเป็นสายสืบที่ผมจ้างวานให้ตามดูพฤติกรรมของผู้ชายที่คุณแม่คบอยู่ให้ ผมแอบจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานโดยขอให้พี่เวย์หาคนให้อย่างลับๆ ผมไม่ได้บอกพี่เวย์ว่าจะจ้างนักสืบไปทำอะไร ผมแค่ต้องการนักสืบเท่านั้นเพื่อไปตามสืบเรื่องของแม่ ซึ่งผมได้บอกพี่ทีเรื่องนี้แล้วเพราะไม่อยากปิดบังอะไรเขา

 

 

 

"ตื่นแล้วหรอ" เสียงพี่ทีดังขึ้นทำให้ผมสะดุ้งไปนิดก่อนจะหันไปมองที่ต้นเสียงซึ่งเพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว

"พี่ทำอาหารเสร็จแล้ว จะกินเลย..."

 

 

 

"เดี๋ยวผมขอไปทำธุระก่อนนะครับ แล้วจะกลับมากิน" ผมพูดตัดก่อนที่พี่ทีจะพูดจบแล้วลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่าย

"จะไปหาคุณแม่หน่อย" ผมบอกพี่ชายแล้วทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตูบ้าน แต่ก่อนที่จะได้ไปไหนพี่ทีก็รั้งข้อมือผมเอาไว้เสียก่อน

 

 

 

"พี่ไปด้วย" พี่ทีหน้าเครียดลงไปทันที ผมมองใบหน้าของคนรักนิ่งไปนานก่อนจะเป็นฝ่ายจับมือของพี่ชายออก

 

 

 

"ไม่เป็นไรหรอก พี่รอเลย์อยู่นี่แหละ" ผมปฏิเสธที่จะให้พี่ทีไปด้วย

"นะครับ" ผมขอร้องแล้วสบตากับเขาด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะไม่ยอมง่ายๆ

 

 

 

"เลย์..."

 

 

 

"ผมแค่อยากไปคุยกับพวกเขาเท่านั้นเอง พี่ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวจะส่งข้อความมาหาเรื่อยๆ" ผมหว่านล้อมจนในที่สุดคนตัวโตก็ยอมพยักหน้าตกลง ผมยิ้มให้พี่ชายเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากบ้านแล้วขับรถตัวเองไปยังสถานที่ดังกล่าว ไม่นานผมก็มาถึง ผมจอดรถในลานกว้างแล้วเดินเข้ามาภายใน สายตาคมดุกวาดมองไปรอบๆเพื่อหาพวกเขาและก็เจอเข้าพอดี

"ทันพอดี..." ผมรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ซึ่งทั้งสองคนกำลังขึ้นไปด้วยกัน แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเมื่อผมวิ่งไปถึงลิฟท์ก็ปิดไปก่อนซะแล้ว ผมมองดูที่หมายเลขชั้นที่คุณแม่และผู้ชายคนนั้นกำลังไปด้วยหัวใจที่แสนร้อนระอุ แล้วกดเปิดลิฟท์อีกตัวข้างๆกัน รอไม่นานนักมันก็เปิดออก

ผมก้าวขายาวเข้าไปข้างในอย่างรีบร้อนแล้วกดขึ้นไปชั้น 19 ถ้าจำไม่ผิดโรงแรมนี้มีภัตตาคารอยู่ที่ชั้น 24 เพราะฉะนั้นตัดเรื่องที่พวกเขาจะไปทานอาหารกันลงไปได้เลย

"โธ่เว้ย! เร็วๆสิวะ!" ผมสบถดังอยู่คนเดียวจนในที่สุดลิฟท์ก็มาถึงชั้นดังกล่าว

"โธ่เว้ย!" ผมสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อออกมาจากลิฟท์แล้วกวาดสายตามองไปเห็นชายหญิงทั้งสองกำลังเปิดเข้าไปในห้องพักด้วยกัน เห็นดังนั้นผมจึงรีบวิ่งเข้าไปหาพวกเขาทันที

 

 

 

หมับ

 

ผั๊วะ!

 

ผมคว้าไหล่แกร่งของชายที่กำลังตามคุณแม่เข้าไปในห้องเอาไว้ก่อนจะสวนหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรงเมื่อเขาหันมาจนคนหนุ่มล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

 

 

 

"มึงเป็นใครวะ ไอ้เหี้ยนี่!" คนที่ถูกต่อยโวยวายลุกขึ้นทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาหาผม

 

 

 

"ว๊าย ตายแล้ว" คุณแม่ที่เห็นเหตุการณ์วิ่งออกมาดูอาการชายคนนั้นทันทีแล้วก็ขวางเขาที่กำลังพุ่งเข้าใส่ผมเอาไว้ด้วย ท่าทางห่วงใยที่คุณแม่มีให้เขาแบบนั้นยิ่งเพิ่มความโกรธของผมให้ร้อนเป็นฟื้นเป็นไฟได้อีก สาเหตุที่ผมไม่ไปพบคุณแม่กับตัวเองเพราะต้องการมาจับพวกเขาให้ได้คาหนังคาเขาแบบนี้แต่ดูเหมือนผมจะคิดน้อยไป เพราะผมลืมไปว่าตัวเองจะสูญเสียความเยือกเย็นไปเมื่อมาเจอสถานการณ์แบบนี้เข้า

 

 

 

"แฮ่กๆ ไอ้เลวเอ๊ย!!" ผมหอบหายใจหนักด้วยความโกรธาแล้วทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ชายที่เพิ่งลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่คุณแม่ก็ยืนขวางผมเอาไว้

 

 

 

"ไอ้เด็กเวรนี่! มันเป็นใคร ผัวเก่าคุณหรอ" พอได้ฟังสกิลปากของคนตรงหน้าที่พูดจากับแม่ผมมันยิ่งทำให้ผมอารมณ์เสียหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาดูไม่ให้เกียรติคุณแม่ผมเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

"ไอ้สัสเอ๊ย! ปากมึงนี่มัน...หมาชัดๆ!" ผมแหกปากว่าอีกฝ่ายอย่างสุดจะทนกับคำพูดคำจาที่เขาใช้กับคุณแม่แล้วทำท่าจะพุ่งหมัดเข้าใส่แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคุณแม่ยืนปกป้องมันอย่างเต็มที่

 

 

 

"ทำอะไรของแกน่ะ ห้ะ!" คุณแม่ตวาดใส่ผมเสียงดัง

 

 

 

"ทำอะไรหรอฮะ ผมต่างหากล่ะที่ต้องถามว่านี่มันอะไร!?" ผมหลุดขึ้นเสียงใส่คนทั้งคู่อย่างสุดจะทนแล้วชี้เข้าไปในห้องที่พวกเขากำลังจะเข้าไปด้วยกันเมื่อกี้ ผมมองเข้าไปภายในห้องก่อนจะหัวเราะเยาะออกมาเมื่อดูยังไงก็เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับคู่รัก ทั้งคู่ที่ดูเหมือนจะแก้ตัวไม่ออก พวกเขานิ่งลงไปและมองกันไปมาอย่างร้อนใจ

"อ่า! เหอะๆ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆๆ นี่คุณแม่ทำแบบนี้ได้ไงครับ" ผมหัวเราะเยาะให้กับความเจ็บใจขอตัวเองอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหันไปถามคนทั้งคู่

"ทำไมครับ ไม่มีอะไรจะอธิบายกับผมเลยหรอ" ผมมองคนทั้งสองสายตาตัดพ้อ ในหัวใจมันบีบรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บปวดไปหมด ผมเจ็บจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาแต่ก็ทำได้แค่พยายามอดกลั้นมันไว้ภายใต้กรอบตาสีแดงก่ำ

 

 

 

"กลับไปซะ" คุณแม่ออกคำสั่ง

 

 

 

"กลับไป!? คุณแม่บอกให้ผมกลับไปแล้วคุณแม่ล่ะครับ จะกลับไปกับผมมั้ย!?" ผมถามเสียงติดจะสั่นๆ ใบหน้าหวานตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโกรธที่มากล้นจนแทบอยากร้องไห้แต่ผมก็ทำไม่ได้เพราะไม่ต้องการให้พวกเขาเห็นน้ำตา

 

 

 

"โทษนะไอ้หน้าหวาน แม่มึงติดธุระกับกูทั้งคืนที่ห้องนี้..."

 

ผั๊วะ!!

 

ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้พูดจบผมก็ชิงต่อยปากหมาๆนั่นเสียก่อนเต็มๆแรงจนใบหน้าหล่อเลวของเขามีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปากเป็นสาย

"ไอ้นี่...!" อีกฝ่ายขู่ด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นเลือดจากปากตัวเองแล้วพุ่งหมัดเข้ามาใส่ผมตรงๆ แต่ผมก็หลบมันได้และสวนคืนกลับไปด้วยการถีบท้องเขาจนล้มหงายลงไปกับพื้นอีกครั้ง

 

 

 

"พอ! พอได้แล้ว!" คุณแม่หันมาตวาดว่าผมหัวเสีย ผมชะงักอึ้งไปทันที หัวใจดวงเล็กที่ร้อนเป็นไฟมาจนถึงเมื่อกี้อยู่ๆก็เหมือนเกือบจะดับวูบลงไปเพราะถูกความเกรี้ยวกราดของคนเป็นแม่สยบลง

"แกอย่าสร้างปัญหาให้ฉันจะได้มั้ย! เลย์!" คุณแม่ตวาดใส่ผมเสียงดัง

 

 

 

"สร้างปัญหาหรอครับ ผมสร้างปัญหาอะไรในเมื่อผมแค่ต้องการให้คุณแม่กลับไปกับผม ผมรู้นะครับว่าคุณแม่กำลังคบกับมัน แต่แบบนี้มันใช่หรอครับ คุณแม่จะบอกว่าคุณแม่คบชู้หรอ?" ผมถามน้ำเสียงตัดพ้อ กรอบตาสวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่เออล้นราวกับกำลังช่วยกันทำลายความแข็งแกร่งที่ผมพยายามสร้างไว้เพื่อไม่ให้พวกเขามาเห็นน้ำตานี้

 

 

 

"ใช่ ฉันคบชู้ แล้วแกจะทำไม แกต้องการอะไรห้ะเจ้าเลย์" คุณแม่ย้อนกลับมา ผมชะงักนิ่งลงไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขาพูดราวกับว่าผมคือตัวปัญหา ตัวน่ารำคาญที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรและไม่มีสิทธิจะห้ามเขายังไงอย่างนั้น

 

 

 

"หยุดเถอะนะครับ ผมขอร้อง" น้ำเสียงที่ผมเปล่งประโยคนี้ออกไปมันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

"แกต้องการอะไรจากฉันห้ะเจ้าเลย์ ขนาดผัวฉันยังไม่มายุ่งวุ่นวายกับฉันแบบนี้เลย อยู่ใครอยู่มันดีกว่าไหมห้ะ แกก็ไปอยู่กับผัวแก ฉันก็จะอยู่กับผู้ชายของฉัน แกยังไม่พอใจอะไรอีก"

 

 

 

"แม่!" สิ้นคำของเธอหัวใจผมแทบแตกสลายลงตรงนี้ น้ำตาที่อดกลั้นมานานค่อยๆไหลอาบแก้มลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่ใช่แม่คนที่ผมรู้จัก เขาเปลี่ยนไปแบบนี้ได้ยังไงกัน คุณแม่ที่ผมรู้จักเธอไม่มีวันพูดจาแบบนี้ออกมาแน่นอน ไม่มีวัน!

 

 

 

"แกจะบอกว่าฉันกำลังทำเรื่องผิดๆอยู่งั้นหรอห้ะ ฉันเป็นแม่แกนะ อีกอย่าง อย่างแกที่คบกับพี่ชายแท้ๆของตัวเองน่ะมีสิทธิอะไรจะมาต่อว่าฉันห้ะ!" คุณแม่ว่าต่อจนคำสุดท้ายที่หลุดออกมานั้นทำให้ผมชะงักไปนิด

 

 

 

"พูดอะไรน่ะครับ ผมกับพี่ทีเราไม่..." ผมพยายามจะปฏิเสธเรื่องที่คุณแม่ว่าเราเป็นพี่น้องแท้ๆกันเพราะก็รู้ๆกันอยู่ว่าพี่ทีเป็นลูกบุญธรรม

 

 

 

"แกกับมันเป็นพี่น้องกัน! นี่แกไม่รู้หรอ หึ เจ้านั่นมันไม่ได้บอกแกล่ะสิ"

 

 

 

"หมายความว่าไงครับ" ผมเบิกตากว้างถามคนเป็นแม่ทั้งน้ำตา ตอนนี้โลกทั้งใบของผมมันเหมือนกับหยุดนิ่งลงไป ผมรู้สึกคุ้นมากกับสถานการณ์แบบนี้ ใช่ ผมเคยเจอมันมาก่อนและผมได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นความจริง

 

 

 

"ไปถามผัวแกดูสิ ว่ามันปิดบังอะไรแกเอาไว้จนป่านนี้ ไปถามมันสิว่าความจริงมันกับแกเป็นพี่น้องกันจริงๆหรือเปล่า ฉันว่าเจ้าทีมันจะให้คำตอบกับแกได้ดีกว่าฉันนะ" สิ้นคำคุณแม่ก็เดินเข้าไปในห้องทันทีโดยทิ้งให้ผมได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกด้วยความช็อคอยู่คนเดียว

 

 

 

"หึหึ รีบๆกลับไปเคลียร์กับผัวน้องนะครับ เดี๋ยวแม่น้องพี่ดูแลเอง ฮ่าๆๆ" ชายคนเดิมพูดจาเยาะเย้ยถากถางผมเพื่อความสะใจส่วนตัวก่อนจะเดินตามคุณแม่เข้าไปในห้อง หลังจากที่พวกเขาเข้าไปกันได้ซักพักผมก็เพิ่งจะได้รู้สึกตัวและพยายามเคาะประตูเรียกคนข้างใน แต่ยิ่งทนรออยู่นานยิ่งรู้ว่าคนข้างในกำลังทำอะไรยิ่งทำให้หัวใจของผมมันปวดร้าวมากขึ้นไปอีกจนในที่สุดผมก็เลือกที่จะวิ่งหนีออกมา

 

 

 

"ฮึก ไม่จริงใช่ไหม ฮึก มันต้องไม่จริง อึก" ผมทั้งร้องไห้ทั้งวิ่งผ่านผู้คนมากมายแต่ก็ไม่ได้สนใจเลยซักนิด ตอนนี้ผมเจ็บปวดจนไม่เหลือแม้แต่ความอับอายในใจแล้วที่ต้องให้ใครมาเห็นน้ำตา ผมอยากเจอพี่ ผมอยากเจอพี่ทีและขอความจริงจากปากเขา...

 

 

...มันต้องไม่ใช่อย่างที่คุณแม่พูด...

 

 

...มันต้องไม่ใช่ความจริง!...

 

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

;-; อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว...ทุกท่านคงจะได้ทราบว่าจริงๆมันคือนิยายแนวค้ำคอร์ (รักต้องห้ามในสายเลือด)

ฝากติดตามต่อด้วยนะคับ หากไม่ใช่แนวของใครโปรดละไว้ในฐานที่เข้าใจซึ่งนี่คือหนึ่งในปมปัญหาของตัวละครที่ได้วางเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ๆแล้ว ที่ออกมาชี้แจ้งเพราะหลายคนอาจไม่ยอมรับเรื่องพวกนี้ แต่...

=.,= พอดีไรท์เป็นสายนิยมแนวนี้ 555+

 

ชื่อ
ความคิดเห็น