email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes △ {16}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes △ {16}
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

Diamond eyes 

 

 

{16} 

 

 

 

 

 

 

 

นั่นมันเจ้าชายเดฟ 

 

เจ้าชายเบเนดิกต์ ไดนาดิน นอร์ธ ไม่ผิดแน่ ไม่ว่าจะดวงตาเรียวคม โครงหน้าหล่อเหลา ทุกสิ่งอย่างที่กอปรเป็นเจ้าชายเดฟนั้นเหมือนในรูปวาดของหนังสือรวบรวมชายรูปงามที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแก่การมาเป็นคู่ครอง ซึ่งตนเปิดดูนับครั้งไม่ถ้วน ยังไม่พอตราสัญลักษณ์บนธงสีครามและรถม้าพวกนั้นเช่นไรก็เป็นของราชวงศ์นอร์ธ หนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเฟนเรียร์ 

 

ทุกสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าเป็นของจริง ทว่ามิอาจทำใจยอมรับความจริงได้โดยง่าย 

 

ไม่จริง ไม่ ขบวนอันสูงศักดิ์จากชายผู้ถูกใครต่อใครปรารถนาคว้าเป็นคู่ครองนั่นมิได้มาที่โรงเรียนโอเมก้าลินน์แห่งนี้เพื่อโอเมก้าต้องสาปผู้นั้น 

 

"จะรีบไปไหนหรือ" 

 

"ภาพหายากแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยหนเสียหน่อย หากเจ้าเมินเฉยน่าเสียดายแย่ แนนซี่" ลูเซียน โรมานอฟพูดเสียงหวานด้วยรอยยิ้มหวานกว่าทว่าไร้ความรู้สึกปรานีปราสัยจากด้านซ้าย เฉกเช่นเดียวกับบิช็อป เจมส์ที่รีบก้าวมาประกบที่ด้านขวาของแนนซี่ 

 

ทั้งคู่สอดส่ายสายตาหาอยู่เสียนานแล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อเห็นแนนซี่ สเวนสันยืนอยู่ชิดขอบรั้วโรงเรียนจ้องมองภาพการพบปะอันหวานซึ้งของอัลฟ่าเดฟและจีนเพื่อนรักของพวกตนไม่ละสายตา 

 

ทว่าในดวงตาคู่กลมวาวคู่นั้นเต็มล้นไปด้วยความชอกช้ำใจที่มิอาจทำใจยอมรับได้อย่างง่ายดาย สำหรับคนซึ่งมีความรู้สึกชิงชังต่อแนนซี่อย่างลูเซียนและบิช็อปเอ่ยได้คำเดียวว่า สาสมแก่ใจยิ่ง 

 

"หรือว่าเข่าอ่อนยืนดูเองไม่ไหว ข้าสองคนก็ยินดีช่วยพยุงเจ้านะแนนซี่" บิช็อปหัวเราะในลำคอและมันเต็มไปด้วยความพอใจเสียจนหากเป็นเวลาปกติแนนซี่คงได้โต้เถียงและลงไม้ลงมือกลับให้เป็นเรื่องน่าอาย ทว่าตอนนี้แนนซี่ สเวนสันรู้สึกจุกอกไปหมด จะเดินหนีไปตรงอื่น บิช็อปและลูเซียนก็ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น 

 

ทั้งคู่พยุงแขนแนนซี่ทั้งซ้ายขวาให้ยืนมองภาพความรักของเจ้าชายเดฟและแองเจลโล่เพื่อนของพวกตนต่อไป หากคนไม่รู้ความมาเห็นคงนึกว่าทั้งสามเป็นเพื่อนกัน ทว่าที่จริงแล้วมันคือการยื่นไมตรีด้วยความเกลียดชังล้วน ๆ  

 

แนนซี่ที่ทำตัวระราน ยิ่งผยองคนนี้น่ะอะไรจะดีไปกว่าการเห็นภาพชีวิตดี ๆ ของโอเมก้าต้องสาปที่นางชิงชังอีกเล่า ในเมื่อเกลียดจีนมาก คอยมาถากถางเพื่อนของเขาไม่เว้น สำหรับลูเซียนในที่สุดเรื่องที่คันคะเยอปากอยากจะเผยให้ถึงไหนต่อไหนก็มีโอกาสได้เชิดหน้าบอกเสียที 

 

พวกที่เคยปรามาสจีนไว้ ครานี้ได้เห็นกันหมดแล้วว่าพ่อของลูกเอย คู่แท้แห่งโชคชะตาเอย คู่ชีวิตเอย ผู้ที่ฝากฝังรอยกัดไว้บนต้นคอของจีนนั้นเป็นใคร มิใช่คนไร้หัวนอนปลายเท้าทว่าคือคนจากราชวงศ์นอร์ธอย่างไรเล่า 

 

คู่ควรพอหรือไม่ 

 

"เจ้าไม่เคยบอกข้าเพราะเช่นนี้เองสินะลูเซียน คนรักของจีนคือเจ้าชายเดฟ ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ " บิช็อปเอ่ยขึ้น ใจนางมิได้อิจฉาเพื่อนที่นิสัยดีอย่างจีนแต่ตั้งใจปลุกปั่นให้แนนซี่ สเวนสันที่พวกตนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งรู้สึกตอกย้ำช้ำใจ 

 

"ใช่แล้วล่ะ นี่แหละน้า คนดีก็ย่อมมีรักดี ๆ " ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นหน้าตาของแนนซี่ยิ่งบิดเบี้ยวทั้งผิดหวังทั้งเคืองแค้น 

 

ทำไมพวกตนจะไม่รู้ว่าแนนซี่ได้รับภารกิจสำคัญใดจากตระกูลสเวนสันกัน สิ่งนั้นคือการเชื่อมสัมพันธ์กับเมืองใหญ่หรือตระกูลมีชื่อร่ำรวย และหากมองกันในแง่มุมไหน ๆ ชายผู้ไร้คู่หมายเป็นที่น่าหมายปองนั้น เจ้าชายเดฟก็ย่อมอยู่อันดับต้น ๆ ทว่าครานี้ตกเป็นของจีนไปเสียแล้ว 

 

ยิ่งฟังเสียงเย้ยหยันขนาบข้างแนนซี่ก็ยิ่งขมไปทั้งใจแผ่ซ่านไปทั้งตัว โมโหโกรธเกรี้ยวมากล้น ทว่ามันจุกในอกชนิดที่จะกรีดร้องกระทืบเท้าแรง ๆ ระบายอารมณ์ยังทำออกมามิได้ 

 

การต้องยอมรับว่าพ่ายแพ้แก่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์เลวร้ายเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ทว่าคุณหนูตระกูลสเวนสันมิอาจหลีกหนีมันได้พ้นอีกแล้วในครานี้ 

 

 

 

ครั้งเมื่อเดินทางมาเมืองลินน์นั้น มาด้วยความว่องไวดุจสายลมควบเร่งม้าศึกฝีเท้าดีโดยมิแม้แต่มองด้านหลัง ทว่าครั้งเมื่อเดินทางกลับจากโรงเรียนโอเมก้าลินน์เพื่อไปสู่ราชวังแห่งเมืองนอร์ธนั้น เบเนดิกต์ ไดนาดิน นอร์ธ ผู้ซึ่งครานี้เลื่อนจากเจ้าชายขึ้นเป็นราชาแห่งนอร์ธนั้นค่อย ๆ เดินทางด้วยรถม้าเคลื่อนตัวเอื่อยเฉื่อยไปตามเส้นทางที่ทอดยาว 

 

เพราะคนท้องมิควรต้องเร่งรีบเคลื่อนที่มิใช่เหรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ท้องแก่มากขนาดนี้แล้ว กลับไปถึงนอร์ธช้ากว่าที่คาดการณ์สักสองสามวันด้วยเหตุจำเป็นเช่นนี้ย่อมยอมรับได้ 

 

"ข้าอยากให้เจ้าตัวน้อยดิ้นอีกไว ๆ ทว่าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็จะเจ็บใช่ไหมจีน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม ทั้งสองมือหนาใหญ่ที่แนบประกบหน้าท้องนูนอย่างถนอม ราชาคนปัจจุบันแห่งนอร์ธนั่งอยู่แทบพื้นรถม้า ใบหน้าคมคายวางทาบชิดกับแหล่งหลบภัยของเจ้าตัวน้อยไม่ห่าง 

 

"เจ็บเพียงไม่มากหรอกท่านเดฟ ข้าชินเสียแล้ว" จีนเอ่ยบอกเสียงหวาน ความสุขล้นเพียงแค่ได้เจอกับคนที่เป็นผู้ครอบครองหัวใจตน ยิ่งอัลฟ่าหนุ่มแสดงออกชัดเจนว่ายินดีมากเพียงไหนที่ได้รู้ว่าตนกำลังตั้งท้อง ที่ได้เจอตนกับลูก จีนก็ยิ่งรู้สึกหัวใจพองโตมากเท่าทวี 

 

"ลูกพ่อ เจ้าคงหลับอยู่ใช่ไหมเด็กดี" 

 

"มือของท่านอุ่นมากคงกล่อมเจ้าตัวเล็กให้หลับสบาย" จีนกล่าว และนั่นเรียกรอยยิ้มจากอัลฟ่าได้เป็นอย่างดี ไม่พอยังนำพาให้ร่างสูงใหญ่ชันเข่ากับพื้นและรอยยิ้มนั้นก็ประทับลงบนแก้มขาวนุ่มของโอเมก้าแสนรักของตน 

 

“แล้วเจ้าเล่าจีนที่ผ่านมาหลับสบายหรือไม่ แพ้ท้องหนักไหม เจอเรื่องที่ทำให้ไม่สบายมากหรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของอัลฟ่านุ่มเจือความรักและอ่อนโยนไว้มากล้น ทว่าไม่เท่าดวงตาคู่เรียวที่จ้องมองหน้าคนรัก ทำไมตนจะไม่อาจเดาได้ว่าการที่โอเมก้าซึ่งตั้งท้องเพียงลำพังต้องย้อนคืนมาที่โรงเรียนเพียงลำพังเช่นนี้จะเจอความรู้สึกลำบากใจเพียงใด 

 

“ข้าแพ้ท้องไม่มากนัก ดูเหมือนลูกก็จะชอบหนังสือเช่นที่ท่านและข้าชอบ โดยเฉพาะกลิ่นเปลือกไม้อ่อน ๆ จากกระดาษ ข้าหลับสบายดี มีเรื่องวุ่นวายบ้างตามประสา ทว่าข้าก็มีมิตรสหายที่ดี ตลอดเวลาที่ข้ารอพบท่านอีกครั้ง นอกจากความคิดถึงที่ท่านก็คงมีมากไม่ต่างจากข้าแล้ว ข้าสบายดีท่านเดฟ มิต้องกังวลหรือรู้สึกผิดหรอกนะ” มือนุ่มลูบผิวแก้มของราชาแห่งนอร์ธเชื่องช้า น้ำเสียงหวานของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ยังคงปลอบประโลมเดฟได้ดีเสมอ 

 

“ข้าถามได้หรือไม่จีน ...เจ้าลืมกินยาผงขาวหรือว่า” น้ำเสียงฉะฉานดุดันกลับหายไปในลำคอ ดวงตาคมหลุบลงต่ำ หากพูดกันตามจริงเดฟก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่าเจ้าตัวน้อยจะกำเนิดขึ้นด้วยชะตานำพาแล้วจีนผู้ต้องโอบอุ้มสิ่งมีชีวิตใหม่นั้นจำต้องไหลตามน้ำไปเพียงเท่านั้น 

 

สองมือของโอเมก้าตัวขาวประคองใบหน้าคมคายให้เงยขึ้นมาสบตาตน ดวงตาโตของจีนนั้นเต็มไปด้วยความจริงจัง 

 

“ท่านเดฟ ยาผงขาวที่ท่านให้ข้ามานั้นยังเหลืออีกหลายชิ้นนัก ทว่าเป็นข้าเองที่คืนนั้นซึ่งเราไปชมบ่อน้ำเรืองแสงด้วยกัน เป็นข้าที่พินิจแล้วว่าหากไม่กินยาผงขาวสักหนคงไม่เป็นไร เพราะหากต้องตั้งท้องกับท่าน ข้านั้นยินดี ยินดีแล้วที่ได้เป็นผู้ดูแลความรักของท่าน” เป็นถ้อยคำที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีแค่ไหน คนพูดได้รับรู้มันจากดวงตาเรียวคมที่เป็นประกายทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มกว้างของเดฟนั้นก็อีก 

 

“ทว่าคงต้องยอมรับข้านึกว่าจะต้องไม่กินยาไปสักห้าหกหนจึงจะตั้งท้อง ไม่นึกว่าครั้งเดียวที่ไร้ยาควบคุมก็จะเป็นเช่นนี้ ดีที่ท่านส่งข้าคืนมาสู่โรงเรียน มิเช่นนั้นต้องทำท่านลำบากในสงครามแน่” เมื่อแรกย้อนคืนมาสู่โรงเรียนโอเมก้าลินน์จีนยังนึกตัดพ้อน้อยใจปนอยู่บ้างแม้เข้าใจเหตุผลของอัลฟ่าเดฟ ทว่าเปลี่ยนเป็นความรู้สึกขอบคุณมากขึ้นทุกวันที่ลูกน้อยในท้องเติบใหญ่ 

 

ชายขอบสงครามกับคนท้องดูจะไม่เหมาะนัก 

 

“ขอบคุณเจ้าเหลือเกินจีน ขอบคุณที่เจ้าเสียสละเพื่อข้าถึงเพียงนี้ ขอบคุณเจ้าจริง ๆ ” เดฟกุมสองมือจับมือน้อยที่ช้อนใบหน้าตัวเองไว้ เป็นความอุ่นใจที่เติมเต็มและเยียวยาตนจากความทารุณของสงคราม 

 

“แล้วท่านได้อ่านจดหมายของข้าหรือยังท่านเดฟ” น้ำเสียงของจีนเจือความประหม่าไว้เล็กน้อย 

 

“ข้ายังไม่ได้อ่าน” เดฟเอ่ย และเมื่อเห็นแก้มกลมชัดขึ้นเพราะโอเมก้านั้นทำปากมุ่ยก็หอมเข้าจนจมลึก 

 

“ข้าจะอ่านพร้อมเจ้าที่นอร์ธ” แต่พอได้ฟังถ้อยกระซิบตามมา จีนก็ระบายยิ้มได้อีกหน เดฟลูบผมนิ่มของจีนไม่ห่างมือ ตนนึกอยากอ่านจดหมายฉบับสำคัญของจีนในเวลาที่เหมาะสมที่สุดตามที่จีนได้เคยเอ่ยบอกไว้ 

 

และอ่านโดยมีผู้เขียนอยู่ในอ้อมกอดตน ย่อมดีที่สุด 

 

"ทว่าพวกเราออกมาเช่นนี้โดยมิรอเจอครูใหญ่เกเบรียลก่อนจะดีหรือท่านเดฟ" แม้ออกเดินทางจากเมืองลินน์มาได้หลายชั่วยามแต่จีนก็ยังอดกังวลไม่ได้ ครูใหญ่มีพระคุณและน้ำใจต่อตนมาก การจะจากลาไปโดยไม่บอกท่านต่อหน้าก่อน ฝากไว้เพียงจดหมายฉบับเดียวดูไม่ถูกต้องอย่างไรมิรู้ 

 

"หาเป็นไรไม่เจ้าจีน ครูใหญ่มิถือโทษโกรธเคืองเจ้าหรอก และตามที่เจ้าเอ่ยบอกข้าเมื่อออกจากรั้วโรงเรียนแล้วยามนี้เจ้ามิอาจเข้าไปได้อีก" เดฟบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มชวนให้คนฟังคลายกังวลได้อย่างดี 

 

ซึ่งแท้จริงแล้ว เดฟเองนั้นรีบร้อนเร่งมาหาทว่าก็ต้องรีบกลับไปเช่นกัน ยังมีหลายสิ่งอย่างให้จัดการ ทว่ามิอาจรอจนทุกสิ่งสิ้นสุดได้ 

 

เดฟจึงตัดแบ่งจากช่วงเวลาที่จำเป็นเหล่านั้นมาใช้กับสิ่งที่จำเป็นเสียยิ่งกว่าคือการพบหน้าและดึงรั้งแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์คืนสู่อ้อมกอดตน 

 

และจะมิยอมให้เราสองนั้นแยกจากอีก 

 

"ครานี้ท่านมิต้องกังวลเท่าแต่ก่อนนะท่านเดฟ ดูเหมือนการเป็นโอเมก้าต้องสาปของข้าจะมิได้รุนแรงเท่าเก่าแล้ว สงสัยกลิ่นของลูกในท้องจะช่วยบิดเบือนไปได้บ้าง" มือน้อยลูบใบหน้าคมสันของคนรักยามเอ่ย ส่วนเดฟได้แต่กดยิ้มรับ 

 

"ข้ารู้จีน" รู้ในสิ่งที่เจ้ามิรู้ 

 

ทว่ามีเรื่องราวมากกว่าเรื่องนั้นที่จีนจำเป็นต้องรู้ 

 

"จีน ปลายทางที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปคือเมืองนอร์ธ และยามนี้ข้านั้นกำลังเป็นราชา" มือหนาบีบสองมือขาวผ่องไว้จนแน่น ดวงตาเรียวคมที่จ้องมองมาเอ่ยบอกบางสิ่งแสนลึกซึ้งที่จีนรับรู้สึกความรักและความเป็นห่วงเอ่อล้นได้ 

 

"จีนมีบางเรื่องที่เจ้าจำเป็นต้องรู้" เดฟเอ่ยด้วยเสียงไม่ดังนักทว่าฉะฉานมั่นคง โอเมก้าผู้เป็นคู่แท้พยักหน้ารับ มือน้อยบีบกลับไปแน่นขึ้นให้ได้เบาใจ 

 

ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม เดฟจะมิเดียวดาย เคียงข้างกันจะมีตนอยู่เสมอ 

 

"ไม่ว่าท่านกังวลสิ่งใดก็ตาม ข้านั้นอาจจะไม่สามารถช่วยท่านแก้ไขได้ ทว่าข้ายินดีจะรับฟังในทุกสิ่ง" 

 

"ขอบคุณเจ้าเหลือเกินจีน" อัลฟ่าผู้ยังคงคุกเข่าอยู่แทบพื้นรถม้า รั้งมือหอมนุ่มที่จับอยู่ขึ้นจูบก่อนจะเอ่ยปากบอกในสิ่งที่ตนจำต้องเอ่ย 

 

และคาดหวังว่า แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์จะยังยืนอยู่ข้างกัน 

 

กับบางเรื่องราวที่คงมิได้อภิรมย์นักสำหรับเจ้าจีน 

 

 

 

 

 

"ขบวนที่เดฟแต่งออกไปกำลังย้อนกลับมาแล้วหรือ" 

 

"ขอรับท่านคาลเดอร์ คาดว่าอีกสามวันจะเทียบประตูวังขอรับ" ทหารคนสนิทเอ่ยปากยืนยันอีกหน คาลเดอร์ เกรแฮมผู้ซึ่งเป็นตาแท้ ๆ ของราชาแห่งนอร์ธคนปัจจุบันพยักหน้ารับ ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยทว่ายังดูแข็งแรงทอดสายตามองไปเบื้องหน้าตน 

 

เมืองนอร์ธจากหน้าต่างห้องว่าราชการนี้นั้น มองเห็นทั้งบ้านเรือน ธารน้ำ แนวป่าทอดยาวจากสีเขียวที่สุดสายตาเริ่มกลายเป็นสีขาวของหิมะเข้าปกคลุม ประปรายกระทั่งขาวโพลน เห็นยอดเขาห่างไปลิบตาซึ่งเป็นที่ตั้งของวังหิมะ 

 

เป็นมุมที่ดีและงดงาม 

 

"แล้วที่เจ้าเอ่ยเมื่อครู่ โอเมก้าต้องสาปผู้นั้นกำลังตั้งท้องหรือ" 

 

"ขอรับท่านคาลเดอร์ ลูกของท่านเดฟขอรับ ยามนี้ก็ท้องแก่มากแล้วขอรับ" ท่านคนสนิทเอ่ยด้วยเสียงหนักใจ คาลเดอร์ครางเสียงรับในลำคอ ดวงตาคมโตยังคงลุ่มลึกมิเปลี่ยน 

 

ดูหมือนทหารที่ตนสั่งให้ไปจัดการสังหารแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์แล้วทำงานไม่สำเร็จนั้นจะมีประโยชน์มากกว่าที่คิดเอาไว้ 

 

"เช่นนี้แล้วพิธีผูกชะตาและการแต่งตั้งท่านเฮเลน โรมานอฟเป็นราชินีแห่งนอร์ธล่ะขอรับท่านคาลเดอร์" คนสนิทย้ำถามสิ่งที่กังวลแทนผู้เป็นนาย ตนรู้ดีว่านายเหนือเช่นเจ้ากรมทหารผู้นี้นั้นตั้งใจวางหมากดึงให้ตระกูลโรมานอฟของเจ้ากรมตุลาการมาอยู่ในเงื้อมือแน่นแฟ้นกว่าเก่า 

 

สิ่งใดจะเชื่อมสองตระกูลเข้าหากันได้ดีไปยิ่งกว่าการแต่งงาน 

 

ครานี้ทายาทตระกูลโรมานอฟที่ยังไร้คู่ครองก็มีอัลฟ่าเฮเลนและโอเมก้าลูเซียน ทว่าอัลฟ่าเฮเลนนั้นมีประโยชน์มากกว่าในเชิงการควบคุมทหารใต้สังกัดของนาง จึงเหมาะเป็นราชินีแห่งนอร์ธมากที่สุดในสายตาของเจ้ากรมทหารเช่นนายตน 

 

"ย่อมต้องเป็นตามเดิม โอเมก้าต้องสาปผู้นั้นมิมีประโยชน์นัก ทว่าอาจจะต้องรอทายาทในท้องให้ออกมาลืมตาดูโลกเสียก่อน หากพูดง่ายและไม่ทำให้เดฟแข็งข้อเกินไปก็ทำความสะอาดตำหนักวังหลังสักเรือนให้ไปอยู่ แต่งขึ้นเป็นสนมไปก่อน ทว่าหากเป็นขวากหนามก็คงต้องหาที่เหมาะสมให้อยู่" 

 

และที่เหมาะสมนั้นจำต้องเยี่ยมเยือนอย่างไร้ลมหายใจ 

 

คาลเดอร์เสตามองดาบประดับยศที่ข้างเอวตน ขบคิดเรื่องอดีตเมื่อการก่อน เป็นหนที่สองแล้วที่เจ้าชายซึ่งตนให้การสนับสนุนได้ขึ้นเป็นราชาแห่งนอร์ธ เมื่อคราก่อนนั้นคือราฟาเอลและคามิล  

 

ราฟาเอลได้เป็นผู้ปกครองนอร์ธภายใต้การสนับสนุนของตนและมีบุตรสาวของตนเช่นรีเบกกาเป็นคนที่ราฟาเอลรักสุดหัวใจ ทุกอย่างจึงง่ายไปกึ่งหนึ่ง 

 

ครั้งนี้เป็นเดฟและจาคอป ซึ่งเดฟผู้เป็นหลานของตนนั้นก็ได้เป็นราชาเช่นกัน ทว่ามีสิ่งที่น่ากังวลไม่น้อย เดฟแตกต่างจากผู้เป็นพ่อ และในความต่างนั้นมีสิ่งที่คาลเดอร์มิพึงใจ 

 

เดฟหัวแข็งกว่ามากนัก ควบคุมยากเสียด้วย 

 

ทว่าในยามนี้ เดฟก็กำลังพาจุดอ่อนที่ทำให้ควบคุมเจ้าคนหัวดื้อได้กลับมาด้วย เห็นได้จากก่อนที่จะขึ้นรับตำแหน่งราชาแห่งนอร์ธ คืนนั้นคาลเดอร์ได้บอกหนทางที่เหมาะควรแก่หลานรักว่าจำต้องรวบเอาตระกูลโรมานอฟมาไว้ในมือให้มั่นคงที่สุด ด้วยการแต่งตั้งเฮเลนขึ้นเป็นราชินี 

 

เดฟมิตอบรับ ทว่าก็มิได้ปฏิเสธเงื่อนไขนี้ เพียงบอกว่าหลังจากสวมมงกุฎขึ้นบัลลังก์ตามธรรมเนียมเสร็จจะพาขบวนที่แต่งรอไว้มุ่งไปที่โรงเรียนโอเมก้าลินน์ทันที 

 

เป็นการบอกกล่าวกลาย ๆ ในทางนี้ว่าเดฟยินยอมทำตาม ทว่าแลกกับการไปรับโอเมก้าต้องสาปผู้นั้นมาหาตน 

 

แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์คือจุดอ่อนอย่างที่สุดของเดฟ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคาลเดอร์ไม่น้อย เมื่อหาจุดควบคุมที่ดีที่สุดต่อหลานชายผู้น่ากังวลคนนี้ได้ 

 

แต่มิอาจวางใจได้ทั้งหมด 

 

"ท่านคาลเดอร์ขอรับ แล้วการจิบน้ำชาค่ำนี้ล่ะขอรับ ท่านยังคงไปหรือไม่ ให้ข้าตอบทางนั้นว่าเช่นไรขอรับ" เสียงถามของคนสนิทแผ่วเบาแทบกระซิบ เรื่องนี้มิอาจพูดเสียงดังได้ เพราะคนที่คาลเดอร์จะไปพบก็คือเจ้ากรมการคลัง คามิล เฟริเซีย นอร์ธ ผู้ให้การสนับสนุนเบื้องหลังของเจ้าชายจาคอป 

 

ตนมิได้นึกญาติดีถึงเพียงนั้น ทว่าในหนทางนี้มิได้มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร เมื่อจำเป็นก็ต้องหาพันธมิตรที่ดีกว่า ตอนนี้จาคอปและทหารใกล้ชิดถูกจับขังคุกหลวงในข้อหากบฏรอวันตัดสินโทษ ซึ่งคงมิพ้นประหาร เนื่องจากเป็นผู้แพ้ในสงคราม 

 

ความจริงคามิลเองก็ควรถูกขังรวม ทว่าถูกกักบริเวณขังแยกในเรือนพักเดิม ตามคำสั่งของคาลเดอร์ เพราะเมื่อหลายเดือนก่อน ตนกับคามิลได้เจรจาและตกลงเป็นพันธมิตรลับต่อกัน 

 

นอกจากอำนาจที่ต่างกระหาย มีสิ่งหนึ่งซึ่งคาลเดอร์กับคามิลรู้สึกตรงกันคือ เจ้าชายที่เราต่างสนับสนุนนั้นเก่งกาจ มากความสามารถ ฉลาดหลักแหลม - มากเกินไป 

 

สิ่งใดมีเยอะเกินย่อมไม่ดี ราชาที่เกินควบคุมก็เช่นกัน 

 

จากเมื่อเริ่มสองเดือนแรกนั้นเป็นสงครามชิงบัลลังก์ระหว่างเจ้าชาย ภายใต้การสนับสนุนจากสองขั้วอำนาจในราชวังนอร์ธของตนกับคามิลจริง ๆ  

 

ทว่าเมื่อผ่านไป ลองโยนหินถามทางไปหาคามิล หยั่งเชิงกันหลายเดือนตลอดช่วงสงคราม ในที่สุดเราก็ได้นัดพบและเจรจา คามิลคิดเช่นกันว่าจะเดฟหรือจาคอปก็มีคุณสมบัติของราชาที่ทรงภูมิเกินควบคุมทั้งคู่ หากมีทางเลือกอื่นก็ควรเฟ้นหาราชาใหม่ 

 

ที่จะชักใยได้ง่ายดายกว่านี้ 

 

คนที่เราทั้งคู่เห็นพร้อมว่าน่าสนใจเป็นหัวหอกใหม่ ที่ยังโอนอ่อนควบคุมง่ายคือ คือเจ้าชาย ไอเดน เกรเกอรี่ นอร์ธ วัยสิบสองปี บุตรในพระสนมที่หกของราชาองค์ก่อน เช่น สนมมิเชล 

 

มีเป้าหมายใหม่แล้ว ปัญหาคงเป็นการกำจัดของเดิมทิ้ง 

 

แม้เคยนัดแนะกับคามิล สหายชั่วคราวว่าจะจัดการปลิดชีพหมากเดิมเช่นจาคอปกับเดฟในสนามรบ ทว่าเพราะสงครามนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควบคุมได้ง่าย จากเดิมที่คิดยื้อไปอีกสักหกเดือนให้กำลังที่ส่องสุมไว้และทุนที่แอบยักยอกจากทัพของเดฟมาเสริมความแข็งแกร่งมากกว่านี้ แล้วลอบสังหาร 

 

แม้ตอนนี้จะไม่เป็นเช่นแผนเดิม สงครามในตอนนี้นั้นจบลงแล้ว แต่คาลเดอร์กลับเห็นแต่ช่องทางที่ดีสำหรับตน อย่างไรเดฟก็ไว้ใจตนเช่นที่สหพันธ์คนอื่นไว้ใจ จนกุมอำนาจอยู่เกือบเบ็ดเสร็จเช่นนี้ 

 

เช่นไรเดฟก็เป็นหลานของตน แม้ตัดใจว่าจะสังหารทิ้งในฐานะหมากที่สิ้นประโยชน์แล้ว แต่การคว้าเอาทายาทผู้อื่นขึ้นมาควบคุมย่อมไม่น่าชื่นใจเท่าลูกหลานตน 

 

หนนี้เดฟมีเหลนให้ตนแล้ว ทั้งยังขึ้นนั่งบัลลังก์มีอำนาจราชาในมือ หากเดฟสิ้นชีพไปเร็ว ๆ นี้ ย่อมสืบบัลลังก์ต่อให้ทายาท ตนผู้มีสิทธิและศักดิ์เป็นตาทวดย่อมเป็นผู้เลี้ยงดู และแน่นอนว่าครานี้จะจัดวางระบบความคิดของว่าที่ราชาแห่งนอร์ธตั้งแต่ลืมตาเกิดให้เชื่อฟังว่าง่าย 

 

"ข้าย่อมไป เจ้าเตรียมน้ำเชื่อมพิเศษให้ข้าด้วยแล้วกัน" 

 

"เอ่อ ให้ท่านคามิลหรือขอรับ" ท่าทีนิ่งสงบของคาลเดอร์ตอบตกลงให้แก่ทหารตนสนิทได้ชัดเจน อีกฝ่ายจึงรีบขอตัวออกไปเตรียมสิ่งที่นายตนต้องการ 

 

น้ำเชื่อมพิเศษในที่นี้ของคาลเดอร์คือบลูไลแลค ยาพิษไร้สี ไร้กลิ่น ไร้รส ที่มีพิษร้ายแรงยากจะถอนแห่งราชวงศ์นอร์ธ ทว่าตนปรับปรุงมันเสียหน่อย เอาผสมน้ำเชื่อมดอกไม้จนได้สีฟ้าอ่อน หอมหวานผสมลงในแก้วชาแล้วเป็นเครื่องดื่มเลิศรส ที่นำมาสู่ความตายแสนโอชา 

 

คามิล ก่อนนี้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นพี่ชายของราชาองค์ก่อน เป็นเจ้ากรมการคลังก็จริง เคยเป็นพันธมิตรลับต่อกันก็ใช่ ทว่าก็อยู่ในการควบคุมของตนในฐานะผู้แพ้สงครามด้วยเช่นกัน 

 

และคาลเดอร์รู้ดี คามิลเหลี่ยมจัดมากเล่ห์ เก็บไว้ก็เป็นหอกข้างแคร่ตนในอนาคต ได้โอกาสเหมาะเช่นนี้กำจัดทิ้งไปเลยเสียดีกว่า 

 

ยิ่งตอนนี้ตนนั้นมีแต้มต่อใหม่เป็นทายาทของเดฟแล้วอีกด้วย ไฉนเลยจะต้องมัวรอรี 

 

ในเมื่อเห็นเหตุ เห็นตัวหมากถูกจัดวางในกระดานความคิดตนแล้ว เมื่อเดฟมอบลูกที่เป็นหมากสำคัญตัวใหม่ให้ตนแบบนี้ ความปรานีที่ตาผู้นี้จะให้แก่เจ้าได้ก็คงเป็นหลังโอเมก้าต้องสาปผู้นั้นคลอดลูกออกมา ก็จะจัดสรรให้ทั้งเดฟและโอเมก้าไร้ประโยชน์นั้นได้ตายเคียงข้างกัน 

 

ส่วนลูกน้อยนั้น ตาทวดคนนี้จะเสี้ยมสอนให้เติบโตอย่างดีเอง 

 

 

 

 

 

การล้มป่วยฉับพลันและถึงแก่กรรมของคามิล เจ้ากรมการคลังนั้นสร้างคลื่นตระหนกระลอกไม่เล็กนักในใจของคนในวังหลวงแห่งนอร์ธ ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น วันแห่งการตัดสินโทษของกบฏเช่นเจ้าชายจาคอปก็มิอาจรอรี 

 

แม้มีบางฝ่ายที่แย้งว่าควรให้ผ่านวันคืนมงคลเช่นการคลอดทายาทของเจ้าชายเดฟ ที่ยามนี้โอเมก้าเช่นแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์กำลังตั้งครรภ์ และมิเกินเดือนคงได้คลอดทายาทให้เป็นที่ชื่นใจแก่ชาวเมือง หลังผ่านช่วงสงครามชิงบัลลังก์ที่สร้างความเครียดสะสมมิน้อยต่อประชาชน 

 

ทว่าเพราะช่วงเวลาแห่งความปีติยินดีเป็นห้วงอารมณ์ที่มักทำให้ตัดสินใจอย่างมีเมตตาเกินไป ทำให้การคิดอ่านมิเด็ดขาดเท่าที่ควร 

 

เช่นนั้นราชาเดฟจึงยืนยันที่จะตัดสินโทษเหล่ากบฏในวันเวลาเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งขึ้นเป็นราชาแห่งนอร์ธ 

 

ซึ่งคือเวลาเช้าตรู่ของวันนี้นั่นเอง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ดมอบีนยอง 

@butterfly8ffect 

ความคิดเห็น