Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

ชื่อตอน : Day 15 วิ่ง!!! 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2559 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Day 15 วิ่ง!!! 100%
แบบอักษร

#

 

วันที่ 15 : วิ่ง!!!

ก่อนพายุจะมา...ท้องทะเลจะเงียบสงบ

ก่อนฝนจะตก...ท้องฟ้าจะนิ่งเฉย

ก่อนฝันร้ายจะมา...พวกเราก็อยู่กันแบบ

.

.

.

.

สันติสุข!!

         

[Sereen : Part]

         

          ตึง!!

            “...!” ฉันสะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมไว้ทั้งวันเริ่มจางหายไปบ้างแล้ว เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อน ถึงแม้จะยังหายไปไม่หมด แต่มันก็เพียงพอสำหรับวันนี้แล้ว

            ตึง!!!

            เสียงเหมือนอะไรบ้างอย่างกำลังกระแทกกันยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง ตอนนี้ฟ้ายังคงมืดอยู่ บรรยากาศที่หนาวเย็นแปลกๆ ชวนให้รู้สึกหวาดกลัวนี่มันอะไรกัน เสียงรอบข้างดูเงียบสนิท...เงียบจนมันดูวังเวง

            เงียบผิดปกติ 

            ตึง!!!!

            เสียงกระแทกดังขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเงียบ

            “อือ...เสียงอะไรนะเซรีน” เสียงงัวเงียของชาลอตร้องถาม ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนจะตื่นกันหมดแล้ว เพราะเสียงนี้สินะ

            ตึง!!!!

          “ทุกคนรีบเก็บของเร็วเข้า!!” ฉันหันไปตะโกนบอกแบบนั้นหลังจากสังเกตเห็นแรงสะเทือนของประตูที่พวกเราช่วยกันลากโซฟาที่มีบนดาดฟ้าไปขวางไว้ มีบางอย่างกำลังพยายามพังประตูเข้ามา...บางอย่างที่ว่าอาจจะเป็นพวกมัน

          ตึง!!!!!

          ประตูดาดฟ้ากำลังจะพัง ชั่ววินาทีที่ประตูกำลังจะล้มลงมา มีควันบางอย่างลอยขึ้นมาจางๆ พร้อมกับรูที่ประตูเหมือนเหล็กที่ถูกกรดกัดกร่อน...?

            “ทุกคน!!! วิ่งเร็ว!!!” ฉันกลับหลังแล้วรีบออกตัววิ่งอย่างเร็ว โดยไม่ลืมคว้ากระเป๋าเป้มาสะพายหลังไว้ด้วย เราทุกคนพากันวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะช้าไปก้าวหนึ่ง...

            “อ่า...อ่ะ...อ่า...!!!!

            พวกคนที่ตายไปแล้วต่างก็กรูออกมาจากประตูที่ถูกพังลงด้วยท่าทางหิวกระหาย บางอย่างในตัวของพวกมันผิดแปลกไป ฉันไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่พวกมันไม่เหมือนเดิม...

            “กรี๊ด!! เซรีนพวกเราจะวิ่งไปที่ไหนกัน” เพราะพวกเราวิ่งออกมาช้าเกิน เลยทำให้ระยะห่างจากพวกมันสั้นเกินกว่าจะหลบหนีไปที่ไหนสักที่พ้น

            ตึง!!! ปัง!!!!

          “อ่า..อ่ะ...อ่า...!!!!

            “กรี๊ด!!

            “ยัยโง่หุบปากกรี๊ดสักทีเถอะ!!!!

            “เฮ้ ถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าวิ่งหลงกันละ”

            ใจฉันตอนนี้มันสั่นระรัวเลยละ ทันทีที่เราวิ่งมาดาดฟ้าของอีกตึกหนึ่ง ประตูก็ถูกพังออกพร้อมๆ กับร่างนับสิบที่วิ่งพุ่งมาหาพวกเราด้วยความหิวโหย เสียงกรี๊ดของชาลอตเมื่อครู่เหมือนจะทำให้เกลหัวเสียจนต้องตะคอกกลับ เสียงเอ่ยร้องทักของโจชัวเมื่อเห็นว่าสองแฝดกำลังจะเริ่มวิ่งออกห่างไปจากกลุ่ม ร่างเนื้อที่ไม่มีความรู้สึกอะไรนอกจากความกระหายวิ่งตามพวกเรามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ซึ่งแตกต่างจากพวกเราทุกคน ความเหนื่อยล้าที่แรกเริ่มจางหายไปกลับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ความเร็วในการวิ่งเอาตัวรอดเริ่มลดน้อยลง ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนต่างก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน คงไม่มีใครสามารถปรับตัววิ่งเร็วๆ และนานๆ ได้ทันทีหลังจากผ่านไปได้แค่หนึ่งวันหรอกนะ ถ้าขืนยังวิ่งหนีกันแบบนี้อยู่อีก ฉันคิดว่าพวกเราคงไม่มีใครรอดแน่ๆ

          ตึง!!! ปัง!!!!

          “อ่า..อ่ะ...อ่า...!!!!

            ประตูของตึกรอบข้างถูกพังออกมาพร้อมๆ ร่างของพวกมันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่คิดในตอนแรกว่าจะวิ่งอ้อมไปหาทางหนีทางนั้น กลับถูกบีบให้ต้องวิ่งตรงไปข้างหน้าลูกเดียว พระเจ้า!!! ฉันควรจะทำยังไงดีกับสถานการณ์ตอนนี้ดี!!!

            “เซ...เซรีน ฉัน...วิ่งไม่ไหวแล้ว” คาเรนบอกเสียงหอบพร้อมๆ กับเริ่มลดความเร็วลง สภาพตอนนี้ฉันเองก็ไม่ต่างกันกับเธอสักเท่าไร  ทุกคนเองก็ด้วย

            “ให้ตายสิ! พวกเธอไม่ออกกำลังกายกันบ้างเลยรึไง” ดูเหมือนว่าจะมีเพียงคนเดียวที่ยังคงวิ่งต่อไปไหวอยู่ ผู้ชายเพียงคนเดียว สีหน้าของเขาคล้ายกับกำลังสนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แววตาดูแล้วกลับว่างเปล่า

          ตึก...ตัก

            .

            ตึก...ตัก

            .

            ตึก...ตัก

          .

            ตึก...ตัก

            .

            ตึก...ตัก

            .

            เสียงหัวใจเริ่มเต้นแรง ความคิดหน้าคิดหลังที่จะเอาตัวรอดเริ่มเปลี่ยนเป็นความบ้าบิ่นตึกข้างหน้าที่พวกเรากำลังจะวิ่งไปถึงคือโรงยิม ดาดฟ้าดึกนั่นถ้าฉันจำไม่ผิดมันจะมีกระจกปูไว้อยู่ สิ่งที่ฉันกำลังจะทำต่อไปนี้ ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองคิดดีแล้วแน่หรอ

            “เซรีน มะๆ ไม่นะ!! เธออย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ!” คาเรนที่ดูเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังจะทำอะไรร้องห้ามพร้อมกับพยายามดึงแขนฉันเอาไว้

            “ทุกคนโดด!!!” เพราะไม่มีใครนอกจากคาเรนที่สังเกตเห็นทางข้างหน้า เมื่อฉันตะโกนบอกว่าโดด ทุกคนก็พร้อมใจกันโดดตามมากันหมด

            เพล้ง!!!

          “กรี๊ดดดด!!!

            “เธอะพาพวกเรามาตายรึยังไง!!!

            “...!!!

            เสียงร้องเสียงหลงของทุกคนดังขึ้นพร้อมๆ กัน เมื่อรู้ว่าฉันพาทุกคนกระโดดลงมาจากตึก

            โรงยิมถ้าเทียบความสูงแล้ว ก็สูงเท่ากับตึกสิบสามชั้น ที่ๆ พวกเรากระโดดลงมาคือส่วนของสระว่ายน้ำ ความแสบบริเวณหัวเข่าทำให้ฉันรู้ว่าได้แผลใหม่มาเพิ่มแล้ว

            ตู้ม!!

            “ทุกคน รีบว่ายขึ้นฝั่งเร็ว!!!” เมื่อเห็นว่าพวกมันที่วิ่งตามพวกเรามาต่างก็กระโดดตามลงด้วย เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเริ่มทำให้เคลื่อนไหวลำบาก แต่ดีที่จุดที่พวกเราตกมันใกล้กับขอบสระมากเลยพอจะขึ้นฝั่งได้ไม่ยากนัก

            ตู้ม!! ตู้ม!!! ตู้ม!!!!

          ยังไม่ทันที่พวกเราจะขึ้นฝั่งดี พวกมันก็พากันกระโดดลงมา สายตาของฉันเหลือบไปเห็นบางอย่าง ฉันไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว รีบขึ้นจากฝั่งแล้วขว้าสิ่งนั่นมาไว้ ก่อนจะผลักลงสระไป สิ่งนั้นที่ว่าก็คือฮีตเตอร์ปรับอุณหภูมิ

            “หนี!!” สิ้นเสียง ฉันก็รีบเสียบปลั๊กของฮีตเตอร์ทันที

            “อ่ะ...อ่า...อ่ะ!!!!!!” กระแสไฟฟ้าถูกส่งจ่ายไปยังฮีตเตอร์ทันทีที่เสียบปลั๊ก ภาพที่ทุกคนคงนึกออก น้ำในสระว่ายน้ำตอนนี้กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะแรงส่งจากคลื่นไฟฟ้าที่ถูกปล่อยจากฮีตเตอร์ กลิ่นสาบเนื้อไหม้ที่ถูกย่างสด ร่างเนื้อที่ถูกไฟช็อคจนไหม้ค่อยๆ ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำเกลื่อนกลาด

            “เฮ้อ...” ฉันถอดหายใจอย่างโล่งอก ต่อให้พวกมันจะกระโดดตามลงมา จุดจบก็คงจะเป็นเหมือนร่างที่กำลังลอยน้ำอยู่

          “ฉันรู้ว่าเธอบ้า แต่ไม่คิดว่าเธอจะบ้าขนาดนี้หรอกนะ” เสียงเกลที่หอบหายใจข้างๆ ดังขึ้น ทำเอาฉันอดหัวเราะไม่ได้

            “ฮะๆ ช่วยไม่ได้นินะ ยังไงก็เถอะ ฉันว่าพวกเรารีบไปต่อกันก่อนที่พวกมันจะมากันอีกเถอะ” ฉันเดินไปฉุดเกลลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปหาคาเรนและชาลอตที่อยู่ไม่ไกล เลเองก็เดินไปหาสองแฝดอยู่เหมือนกัน

            “เธอนี่มันเกิดความคาดหมายจริงๆ ด้วยเซรีน” ฉันเดินผ่านโจชัวเพื่อไปหาสองสาว ไม่รู้หรอกว่าเขากระซิบอะไรเบาๆ

            “ปลอดภัยกันดีมั้...” ฉันเดินไปหาคาเรนและชาลอตที่ตอนนี้กำลังพยุงกันยืนขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะถามจบประโยค ฉันก็ต้องตะลึ่งกับสิ่งที่เห็น...!!! ข้างหลังของสองคนนั้น!!!

       .

            .

            .

            .

            “มอร์แกน!!!!!"

 

<<จบแล้วววว สำหรับบทนี้ ขออภัยท่านรีดทั้งหลายจริงๆ ที่อัพช้านะคะ เนื่องจากว่าตัวไรท์นั้นอยู่ปีหนึ่ง งานของเทอมนี้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แถมสิ่งยั่วยุอย่างวันพีชทำเอาแทบไม่เป็นอันแต่งนิยายกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าไม่พูดมากแย้ว 555 บทหน้าเป็นบทของมอร์แกนแย้ววว ใครที่อยากรู้จักมอร์แกนกันมากกว่าเดิมก็รอเจอกันบทหน้านะคะ ((ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเวลาอัพเมื่อไร TT)) ขอบคุณทุกคนที่ยังคงรอ ยังคงติดตามอ่านนิยายเรื่องนี้น๊าาา ขอบคุณงับ ><>>

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น