email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes △ {14}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes △ {14}
แบบอักษร

Diamond eyes 

 

{14} 

 

 

 

 

 

 

 

"สองปี" เสียงมากอายุแต่ดุดันเปรยขึ้น

 

"หากเราจัดสรรทองเจ็ดแสนเฟรนที่ยืมมาจากตระกูลเจมส์ได้อย่างประหยัดมัธยัสถ์ที่สุด เราสามารถยืดยื้ออยู่ในสงครามนี้ได้ถึงสองปีเต็ม" แดเนียล อิซิดอร์ช่วยเอ่ยต่อจากคาลเดอร์ เกรแฮมเจ้ากรมทหารแห่งนอร์ธผู้เป็นตาของเจ้าชายเดฟ

 

บรรดาผู้ร่วมในสหพันธ์นี้ทุกคนพยักหน้ารับ ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จะชนะศึกนี้มากขึ้น

 

"ตอนนี้เราสามารถโจมตีฝั่งนู้นได้แล้ว เพราะพวกมันกรูเข้าโจมตีเราก่อนเปิดการปะทะ ข้าว่าหากเราเริ่มจัดการพวกมันคร้านจะสำเร็จหมดจดภายในเวลาไม่เกินสี่เดือน หรือหากมีตัวแปรอื่นให้ยืดเยื้อไม่มีทางเกินแปดเดือน" เบต้าชายผู้เปี่ยมด้วยท่าทางมั่นใจซึ่งดูแลเรื่องเสบียงของกองทัพเอ่ยขึ้น

 

"ยิ่งจบเร็วก็ยิ่งดี ย่อมไม่มีใครอยากให้สงครามกินเวลานาน แต่เราก็ต้องคิดถึงชีวิตของเหล่าทหารด้วย หาได้ควรสูญเสียเกินจำเป็น" เจ้าชายเบเนดิก ไดนาดิน แห่งนอร์ธเอ่ยขึ้นเสียงหนัก ท่าทีที่ยิ่งสุขุมดุดันขึ้นกว่าปกติแผ่ไอเยือกเย็นไปทั้งห้อง

 

มีทั้งคนที่รู้สึกอึดอัด และมีทั้งคนที่มองอย่างพอใจกับความเป็นผู้นำของเจ้าชายเดฟที่โดดเด่นขึ้น

 

ดูเหมือนว่าทันทีที่โอเมก้าต้องสาปย้ายห่างออกไป หลานของตนก็ดูจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นให้เห็นในทันที คาลเดอร์คิดในใจ

 

"แล้วทางตระกูลเจมส์ยื่นข้อเสนอให้เราสามารถติดต่อซื้อสมุนไพรชั้นดีจากร้านของตระกูลเจมส์ที่ใกล้เราที่สุดได้จริง ๆ หรือ เจ้าชายเดฟ" อัลฟ่าร่างผึ่งผายแห่งตระกูลอิซิดอร์ผู้เฝ้าดูแลในด้านนี้ถามย้ำอีกหน

 

สหพันธ์ทุกคนรวมทั้งตนที่เป็นผู้คอยดูแลงบประมาณไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าเจ้าชายเดฟจะใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปเจรจากับตระกูเจมส์โดยใช้เวลาน้อยขนาดนี้ และได้รับข้อเสนอที่ดีมาก

 

"ใช่แล้ว ลีโอนาร์ด เจมส์เป็นผู้เสนอเรื่องสมุนไพรเองเพราะต้องการให้เราชนะและข้าเห็นว่ามันมีประโยชน์สำหรับทหารของเราข้าจึงรับไว้" เดฟยังจำได้ดี ตนแทบจะไม่ต้องใช้วิชาการทูตในการเจรจามากนัก เพียงแค่เอ่ยข้อเสนอหยิบยืม ลีโอนาร์ด เจมส์ก็ตอบรับในทันที

 

คราแรกเดฟคิดว่าจะต้องถูกขูดรีดดอกเบี้ยจำนวนมากจนเมื่อนำมาใช้คืนคงจะเยอะเสียยิ่งกว่าเงินต้น ทว่าใบหน้ามุ่งมั่นที่แววตาเต็มไปด้วยความหมองม่นของลีโอนาร์ด เจมส์กลับส่ายปฏิเสธ

 

ฝ่ายนั้นไม่ต้องการดอกเบี้ยสักเฟรนเดียว แต่ต้องการให้การหยิบยืมนี้เป็นความลับ และสุดท้ายแล้วเมื่อชัยชนะเป็นของฝั่งเจ้าชายเดฟ

 

ลีโอนาร์ด เจมส์ต้องการอำนาจของราชวงศ์นอร์ธเพื่อหนุนหลังตน แค่ตน มิใช่ตระกูลเจมส์ เพราะเงินเจ็ดแสนเฟรนส์นี้เป็นทรัพย์ส่วนตัวจากการปันผลของลีโอนาร์ดเท่านั้น

 

ตระกูลเจมส์ร่ำรวยที่สุดในเฟนเรียร์ดูจะมิใช่แค่คำล่ำลือ

 

"แล้วอำนาจที่คนตระกูลเจมส์นั้นว่าจะเอาไปทำไม มิใช่ว่าจบศึกระหว่างนอร์ธด้วยกัน พวกเราต้องแต่งทหารออกไปรบกับเพิร์ลเพราะตระกูลเจมส์อยากครองเพิร์ลหรอกนะ" อัลฟ่าหญิงถามขึ้นเสียงกังวล ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

 

"ข้าได้ไต่ถามและแจ้งชัดแล้วว่า ว่าการโจมตีเพิร์ลนั้นขัดต่อจุดประสงค์ของทางฝั่งเรา แต่เขายืนยันกับข้าพร้อมเขียนลงในสัญญานามว่าไม่เกี่ยวกับเมืองเพิร์ลแน่นอน เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งจากการสนทนาข้าคิดว่าเป็นเรื่องภายในตระกูลเจมส์เอง" เดฟอธิบายเพิ่มเติมให้ทุกคนคลายกังวลมากขึ้น

 

เมื่อนึกถึงตรงนี้แล้ว ดูเหมือนภายในตระกูลร่ำรวยนั่นจะมีปัญหาไม่น้อย และมากพอให้คลื่นลูกเก่าต้องการกวาดล้างคลื่นลูกใหม่

 

"พวกทหารรับจ้างและโจรป่าที่ทางฝั่งของเจ้าชายจาคอปจ้างมาบาดเจ็บจากการวิ่งตามหาสิ่งกระตุ้นของเราจำนวนไม่น้อย" เฮเลนเอ่ยคำว่าสิ่งกระตุ้นด้วยความเจือละอายต่อสหายตั้งแต่วัยเยาว์ของตนเช่น เจ้าชายเดฟ และภายใต้สีหน้าการทูตเรียบนิ่งนั้น เฮเลนก็เห็นว่าแววตาของเดฟเปลี่ยนไปชั่วครู่อย่างไม่ชอบใจ

 

เดฟมิพอใจ ทว่าทั้งสหพันธ์นั้นชื่นชมกับการใช้สิ่งกระตุ้นเพราะเพิ่มน้ำหนักในการชนะของฝั่งตนได้มากขึ้น เจ้าชายที่ใครต่อใครคิดว่าถูกเทิดทูนไว้สูงส่งแค่นยิ้มในใจตัวเอง แม้แต่สิ่งที่เจ้าชายผู้นี้รักที่สุดยังมิถูกเหลียวแลเลยสักนิด

 

"ข้าเสนอว่าเราควรบุกโจมตีซ้ำก่อนกลุ่มใหม่จะมาสมทบทัน เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นครั้งแรก แล้วคอยดูสถานการณ์" เฮเลนกางม้วนกระดาษที่ตระเตรียมแผนยุทธศาสตร์ซึ่งร่วมวางแผนจากหน่วยสังกัดของตน

 

"ข้าเห็นด้วย จากแผนนี้เราจะใช้แผนที่เวทมนต์เสริมแต้มต่อของเราอย่างไรได้บ้างไหม" ทาคิส โรมานอฟ เจ้ากรมตุลาการเอ่ยถามผู้เป็นบุตรสาว

 

"เอ่อ ขณะนี้เรามิมีแผนที่นั้นในครอบครอง"

 

"ได้อย่างไร! มันไปไหน" คาลเดอร์ถามเสียงดังขึ้นอย่างกังวล โอ้ แผนที่นั่นช่วยได้มาก หากตกไปอยู่ในมือฝั่งจาคอปย่อมแย่แน่

 

"ข้าให้ไอรีน่าพกติดตัวไปด้วยในการพาแองเจลโล่ไปส่ง เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน" เดฟตอบออกมาเสียงนิ่งสงบ ทว่าทำให้คนฟังฉุนเฉียวกว่าเก่า

 

"เจ้าชายเดฟเจ้าทำแบบนั้นได้อย่างไร แผนที่นั่นเป็นของเรา เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เหตุใดนำไปใช้กับธุระที่ได้มิคุ้มเสียกัน" คาลเดอร์มุ่นคิ้ว จับจ้องมองผู้เป็นหลานชาย

 

"ใช่ มันมิลำเอียงไปหน่อยหรือท่านที่จะใช้แผนที่เพื่อแองเจลโล่ผู้นั้นคนเดียว" เบต้าชายอีกคนเอ่ยถาม เดฟกระตุกยิ้ม ทว่าดวงตาเชือดเฉือน

 

"ทำไมจะมิได้เล่า ในเมื่อแผนที่นั้นไม่เคยใช่ของเรา แต่เป็นของเขา"

 

คำย้อนของเดฟทำให้เกิดความเงียบในห้อง ทุกคนรู้ดีว่าโอเมก้าต้องสาปผู้นั้นเป็นผู้นำสารแบกแผนที่ออกมาจากโรงเรียนโอเมก้าลินน์ ทว่าในความหมายของเดฟ นั่นคือแผนที่ของเอสเทียร์ ซินเวียร์ เจ้าจีนย่อมเป็นเจ้าของที่แท้จริงอยู่แล้ว

 

"ยามนี้เราควรจะประชุมกันต่อให้คุ้มค่าแก่เวลามากกว่า พวกท่านทุกคนว่าเช่นนั้นไหม" เดฟทำตัวเป็นเจ้าชายเช่นที่ถูกเสี้ยมสอนมา ระบายยิ้มทั้งที่ใจหมองหม่น ใช้คำปราสัยเชื้อชวนทว่าแฝงความกดดันให้คนฟังรู้สึกไม่คู่ควร ราวกับมีอำนาจอยู่ล้นมือ ทั้งที่ความจริงเดฟรู้ดีว่าเป็นเช่นไร

 

ทว่ามีน้อยมีมากไม่สำคัญ ใช้ให้เป็นก็พอ

 

"ข้าอยากรู้แผนการรบในวันพรุ่งนี้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องอธิบายอย่างละเอียด และขอให้พวกท่านทุกคนร่วมกันถกเถียงและชี้นำให้การโจมตีแรกของเราสมบูรณ์ที่สุด" สิ้นคำเอ่ยของเดฟทุกสายตาที่แฝงไปด้วยความกดดันและพร้อมตำหนิติเตียนหาช่องโหว่ก็พุ่งไปหาเฮเลน โรมานอฟที่แม้จะมิหวั่นกลัวคมหอกคมดาบ ทว่าไม่ถูกโรคกับสายตาคาดคั้นและความกดดันจากการติติงของมนุษย์ด้วยกันเอาเสียเลย

 

เดฟซึ่งเป็นสหายมานานย่อมรู้ดี และรู้ดียิ่งกว่าว่าเหล่าสหพันธ์จะชำแหละ เชือดเฉือนแผนการรบของเฮเลนจนอีกฝ่ายเจ็บหยอกยิ่งกว่าโดนห่าธนูจากศัตรูรุมยิง

 

แน่นอนว่าเดฟตั้งใจ ในเมื่ออำนาจเจ้าชายของเดฟมันแสนจะเจือจางในที่แห่งนี้ ฉะนั้นก็ต้องรู้จักใช้อำนาจของสหพันธ์ให้เกิดประโยชน์

 

ถือเสียว่าเป็นการลงโทษเฮเลน โรมานอฟที่ควรค่าแก่ความผิดที่พาเจ้าจีนขอเดฟไปเสียอันตรายขึ้นมาสักหน่อยก็แล้วกัน

 

 

เสียงล้อบดถนนและการโคลงเคลงในจังหวะซ้ำเดิมของรถม้าเมื่อก้าวล่วงเข้าชั่วยามที่สาม จีนก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับมันมากขึ้น

 

รถม้าที่ไอรีน่าเป็นผู้ดูแลเลือกผ่านชายป่าฝนเทา เพื่อตรงไปที่โรงเรียนโอเมก้าลินน์ให้ไวที่สุด ต้นไม้ที่เริ่มรกหนาขึ้น กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ ปนกลิ่นผลไม้เปรี้ยวหวานสดชื่นโชยมาเป็นระยะนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างจากป่าของเมืองนอร์ธชัดเจน

 

โอเมก้าต้องสาปเคยได้ยินถึงป่าฝนเทาที่มีขนาดผืนป่ารวมแล้วใหญ่กว่าบางเมืองในเฟนเรียร์ด้วยซ้ำ ทว่าไม่เคยเห็นของจริง จึงอาศัยโอกาสนี้ในการเปิดหน้าต่างและจ้องมองเข้าไปด้วยความใคร่รู้

 

ทว่าก็เห็นแต่แมกไม้แน่นขนัดและหมอกควันจาง ๆ ราวกับว่าภายในป่าฝนเทานั้นเยือกเย็นตลอดปี

 

กึก กึก กึก

 

รถม้าเริ่มเร็วมากขึ้นอย่างที่จีนรู้สึกได้

 

"อะ อ๋า" และเร็วมากจนภายในรถม้าสั่นคลอนไปหมดจนเกินทรงตัว จีนเอนล้มไปหาเบาะอีกได้ดีที่ดึงผ้าม่านไว้ได้ทันจึงไม่กระแทกอะไรให้ได้เจ็บ

 

เหตุใดรถม้าจึงได้เร่งฝีเท้าขึ้นเช่นนี้กัน

 

ปึก!

 

ลูกธนูที่ปักทะลุเข้ามาจากผนังรถม้าด้านหลังดูเหมือนจะอธิบายทุกอย่างได้ชัดเจน และเมื่อมีดอกแรก ดอกที่สอง สาม สี่ ก็ปักทะลุตามเข้ามา

 

โอเมก้าต้องสาปดึงเปิดช่องหน้าต่างระหว่างคนซึ่งกุมบังเหียนรถม้าและตนที่อยู่ภายใน ไอรีน่าและคาร่ามีสีหน้าที่กังวลไม่แพ้กัน

 

"พวกท่าน! มีธนูทะลุเข้ามาในรถแล้ว" จีนตะโกนบอกฝ่าเสียงลมจากการพุ่งทะยานของม้าที่เร่งควบ

 

"เจ้าระวังตัวด้วย แองเจลโล่" ไอรีน่าตะโกนกลับมาเพียงเท่านั้น ก่อนจะส่งเชือกบังเหียนในฝั่งตนให้คาร่าถือแทน เบต้าสาวผู้มีใบหน้างดงามหยัดตัวยืนบนรถม้าที่โคลงเคลง ยามสองมือน้าวคันธนู

 

ฟิ้ว!

 

เสียงลูกธนูแหวกย้อนไปด้านหลังและมันปักเข้ากลางอกของผู้บังคับม้าที่ไล่ตามมา พอได้ย้อนมองกลับแบบนี้ ไอรีน่าจึงได้เห็นว่ามีผู้ที่ตามไล่ล่าตนมาถึงห้าคน และหนึ่งในนั้นก็กลิ้งตกลงไปกับพื้นป่าจากคมธนูตนจนผ้าโพกหน้าหลุดออก

 

"..! .."

 

"คาร่า เจ้าบังคับให้มันพุ่งตรงไป" ไอรีน่าตะโกนเสียงดัง มือเรียวสวยดึงห่อผ้าสีน้ำเงินออกมาจากอกเสื้อ นั่งลงคืนสู่ที่เดิมก่อนจะเปิดห่อเพื่อใช้ของด้านใน

 

จีนมองจากช่องหน้าต่าง ตนจำห่อผ้านั้นได้ทันทีว่าเป็นแผนที่เวทมนต์ซึ่งตนดูแลมาตามคำสั่งของครูใหญ่เกเบรียล

 

และในยามนั้นเองแสงแดดที่ตกกระทบกับผ้าก็สะท้อนตัวอักษรสีเงินวาววับจากเนื้อผ้าสีน้ำเงิน เป็นชื่อที่จีนไม่เคยได้ยิน

 

-เอสเทียร์-

 

ทว่ารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

 

ตึง!

 

เสียงกระแทกดังขึ้นโครมใหญ่บอกชัดว่ามีคนกำลังกระโดดขึ้นมาบนรถม้า เป็นจังหวะเดียวกันกับประตูวงแหวนเวทมนต์สีเทาตามพลังของเบต้าขยายกินพื้นที่กว้างอยู่เบื้องหน้า จีนเห็นยอดหอคอยของโรงเรียนโอเมก้าลินน์รำไรในอีกฝั่งของประตูมิติ

 

รถม้าพุ่งทะยานผ่านเข้าไป และพาตัดช่วงระยะทางให้พ้นวิถีการโจมตี

 

คาร่าส่งเชือกให้ไอรีน่า ก่อนจะปีนย้อนขึ้นไปบนหลังคารถม้า พลั่ก! ยันเท้าเข้ากลางอกของเบต้าชายที่ลอบโจมตี ร่างของมันลอยละลิ่วย้อนกลับเข้าไปในช่องประตูเวทที่กำลังจะปิดตัวลง

 

เหลือเพียงท่อนแขนซ้ายที่โบกสะบัดดิ้นไปมาอยู่บนพื้นไม่ต่างจากปลาไร้น้ำเพราะถูกแยกออกห่างจากตัวเมื่อย้อนกลับเข้าประตูเวทคืนที่เดิมไปได้ไม่หมด

 

"เจ้าปลอดภัยดีนะ แองเจลโล่" ไอรีน่าถามผ่านช่องหน้าต่าง จีนพยักหน้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

 

จีนปลอดภัยดีมีขัดหยอกนิหน่อยเพราะความโคลงของรถม้าที่เร่งรีบ ทว่าความรู้สึกที่ควรจะตื่นเต้นกว่านี้นั้นกลับลดทอนลง

 

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จีนไม่รู้เลย ทำไมตนเอาแต่คิดทบทวนสนใจชื่อบนผ้าห่อแผนที่เวทมนต์มากกว่าเหตุการณ์เสี่ยงตายเมื่อครู่เสียอีก

 

"นั่นใช่หรือไม่ โรงเรียนที่ลูเซียนอยู่" ไอรีน่าเอ่ยถามถึงน้องชายโอเมก้าของตน จีนจ้องมองโรงเรียนที่คุ้นตา บรรยากาศที่คุ้นเคยของเมืองลินน์ทำให้ตนปล่อยวางเรื่องราวอื่น ๆ ไปโดยง่ายดายและคืนสู่สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า

 

 

 

กึก

 

รถม้าหยุดลงเมื่อมาถึงหน้ารั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์ จีนทั้งรู้สึกดีใจและรู้สึกใจหายในเวลานี้ โอเมก้าน้อยเม้มริมฝีปากที่ยังรู้สึกถึงรสจูบของอัลฟ่าเดฟ ผิวกายในร่างของจีนทุกส่วนยังรู้สึกถึงอ้อมกอดจากสองแขนแข็งแรง

 

เป็นความรู้สึกคิดถึง

 

มิได้ร้ายแรง แต่ก็ทำให้ใจหนาวสั่นได้พอสมควร

 

"ถึงแล้วสินะ" โอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์พึมพำกับตัวเองเมื่อก้าวลงจากรถม้า

 

ไอรีน่าและคาร่าเองก็เดินลงมาอยู่เคียงข้าง สัมภาระในการเดินทางกลับมาของจีนมีน้อยนิดเพียงแค่ห่อผ้าหนึ่งห่อกับย่ามอีกใบเท่านั้น ส่วนกระสอบสมุนไพรในรถเมื่อเข้าไปในรั้วโรงเรียนก็คงมิจำเป็นอีกต่อไป

 

"จีน จีนนนน เจ้ากลับมาแล้ว" เสียงหวานตื่นเต้นคุ้นหูของลูเซียนดังลั่นให้ได้ยิน ทำให้จีนยิ่งรู้สึกว่าตนกลับมาถึงโรงเรียนโอเมก้าลินน์แล้วจริง ๆ

 

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมาลูเซียน" แองเจลโล่วิ่งตรงไปที่รั้วโรงเรียนเช่นที่ลูเซียนวิ่งมาเกาะรั้วจากด้านในด้วยความตื่นเต้น

 

"ก็พี่ซากน่ะ ส่งนกเอาจดหมายมาให้ข้า บอกว่าเจ้ากลับจะกลับมาหา ให้ข้าดูแลเจ้าด้วย เนี่ยข้าก็นั่งรอ นอนรอตั้งแต่เช้าแล้ว" ลูเซียนยิ้มแฉ่งบอก เรียกนามเจ้าชายของเมืองว่าพี่ซากได้เต็มปากเต็มคำ เพราะเจ้าชายเดฟเองนั่นแหละที่บอกให้เรียกแบบนี้ เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ตัวตนจริง ๆ ของตน ย้ำครั้งเดียวลูเซียนก็จำได้แม่น

 

"พี่ซากบอกงั้นหรือ" จีนทวนคำแล้วก็อมยิ้ม รู้สึกอบอุ่นในใจปนคิดถึงมากกว่าเดิม อัลฟ่าผู้นั้นช่างน่ารักและใส่ใจ

 

"มิคิดจะทักทายข้าบ้างเลยหรือ ลูเซียน"

 

"โถ พี่สาวคนสวยของข้า ข้าคิดถึ๊งคิดถึงท่าน ท่านพี่ไอรีน่า" ลูเซียนยิ้มเผล่โค้งทักทายพี่สาวร่วมอุทรอย่างรู้งาน

 

"ท่านคาร่าก็ด้วย รูปงามกว่าคราก่อนที่เจอกันเสียอีก" แล้วก็ทักทายสหายร่วมรบของพี่สาวอย่างไม่ให้เสียทีน้องเล็กผู้เป็นมิตรแห่งตระกูลโรมานอฟ

 

"หากเจ้ามีลูเซียนแล้ว ข้าก็เบาใจว่าภารกิจของข้าลุล่วงไปด้วยดี" ไอรีน่าเอ่ยขึ้น จีนพยักหน้ารับ

 

"ขอบคุณท่านทั้งสองมาก" โอเมก้าตัวขาวโค้งคำนับขอบคุณจากใจให้แก่นักรบหญิงทั้งสอง

 

"พวกท่านรีบเดินทางกลับเถิด มิต้องกังวลเกี่ยวกับข้า มิมีที่ไหนเหมาะกับข้ามากกว่าโรงเรียนโอเมก้าลินน์แห่งนี้อีกแล้ว"

 

"เช่นนั้นก็ขอให้เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์เคียงข้างเจ้า แองเจลโล่"

 

"ท่านทั้งสองเช่นกัน เดินทางปลอดภัย" จีนโค้งอีกหน พลางโบกมือล่ำลาให้กับไอรีน่าและคาร่าที่พารถม้าห่างออกไป

 

จะเชื้อเชิญให้เข้าพำนักก่อนย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะหญิงทั้งสองเป็นเบต้าย่อมมิอาจผ่านเข้ารั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์มาได้

 

"เจ้ารีบเข้ามาเถอะจีน ข้ามีอะไรจะเล่าให้เจ้าฟังเพียบเลย" ลูเซียนรีบเร่งบอกด้วยความสดใสแบที่คุ้นเคย

 

โอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์ควานหากุญแจสำหรับเปิดประตูเข้าโรงเรียนที่ได้รับมาพร้อมกับตำแหน่งบรรณารักษ์ ซึ่งตนขาดหายจากงานที่ทำไปนานพอตัว ด้วยได้รับวันลาจากครูใหญ่เกเบรียลโดยตรง

 

ดูท่าว่าวันลานั้นของจีนจะหมดลงเสียแล้ว

 

ตอนนี้ก็ถึงเวลาย้อนกลับไปสู่ชีวิตเดิม ๆ ทว่าคงต่างไป เพราะดวงใจของจีนเฝ้าคิดถึงเจ้าชายแห่งเมืองนอร์ธ ผู้มีนามว่า เบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธอยู่มากเหลือเกิน

 

กึก กึก

 

 

ประตูรั้วเปิดออกเมื่อกุญแจถูกแนบเข้ากับเสาหินตามที่ควรเป็น จีนเดินตรงเข้าหาช่องว่างเพื่อเข้าโรงเรียนโอเมก้าลินน์ที่ตนอยู่มาทั้งชีวิต

 

"อะ..."

 

"จีน เจ้าติดเหรอ" ลูเซียนมองเพื่อนรักที่เดินเข้ามาได้เพียงครึ่งตัวแต่ก็โดนดันออกไปอยู่กลาย ๆ จนไม่สามารถผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาได้ง่าย ๆ แบบที่เคยเป็น

 

"ข้าไม่รู้ ลูเซียน แต่ข้าเข้าไปไม่ได้" จีนตอบด้วยความงุนงง พยายามโถมตัวเดินดิ่งเข้าไป มันไม่ได้ดีดพลังสะท้อนกลับออกมาเหมือนตอนที่พวกอัลฟ่าพยายามกระโจนเข้าใส่ แต่มันก็ไม่ให้ทะลุผ่าน

 

เหมือนพลังเวทมนต์แห่งการคัดกรองโอเมก้าเพื่อปกปักษ์โรงเรียนนี้ทั้งตอบรับและผลักไสแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ในเวลาเดียวกัน

 

"ทำไมล่ะ มา ๆ เดี๋ยวข้าช่วยดึง" ลูเซียนจับมือของเพื่อนรักพลางช่วยกันออกแรงยื้อ หากจะมีใครที่เป็นโอเมก้าในทุกส่วนที่ควรจะผ่านเข้ามาได้ จีนเพื่อนรักของตนต้องเป็นคนนั้นแน่นอนอยู่แล้ว

 

"พอ ลูเซียน พอก่อน" จีนร้องบอกเมื่อดึงยื้อกันจนเหนื่อยแต่ตนก็ยังติดอยู่ด้านนอกอยู่ดี

 

"อะไรกันประตูนี่ ปกติแค่เป็นโอเมก้าก็เดินทะลุเข้ามาได้แล้วแท้ ๆ เพื่อนข้าก็เป็นโอเมก้าเช่นเดิมมิใช่อัลฟ่าหรือเบต้าสักหน่อย มันเสียหรือ"

 

"มันไม่เสียหรอกลูเซียน"

 

"คุณโดโรธี" บรรณารักษ์ชราแห่งโรงเรียนโอเมก้าลินน์พยักหน้ารับการโค้งทักทายของโอเมก้าน้อยทั้งสอง

 

"มีเพียงกรณีเดียวเท่านั้น ที่รั้วของโรงเรียนโอเมก้าลินน์จะกลายเป็นแบบนี้" ดวงตาสีฟ้าใสของโอเมก้าหญิงแก่ชำเลืองมองใบหน้าหวานล้ำของโอเมก้าต้องสาปที่กลิ่นผิดแผกไปจากเดิม

 

"จีน มันเปิดรับเจ้าที่เป็นโอเมก้า ทว่ามันไม่อาจเปิดรับอัลฟ่าหรือเบต้าในตัวเจ้าเข้ามาด้วย"

 

"...."

 

ดวงตากลมวาวของแองเจลโล่เบิกโพลงด้วยความตระหนก สิ่งที่คุณโดโรธีบอกหมายความว่าอย่างไร แปลว่าในร่างกายของตนกำลังมีสิ่งมีชีวิตอื่นถือกำเนิดอยู่ใช่หรือไม่

 

มือน้อยแตะแนบลงบนท้องของตัวเอง ...จริงหรือ จริง ๆ หรือ

 

"เจ้า เจ้ากำลังท้องเหรอจีน" ลูเซียนกระซิบถามด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

 

จีนไม่อาจตอบได้ ตนเองก็ไม่แน่ใจ แต่ยามนี้ขอบรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์ดูจะยืนยันให้แก่จีนอย่างแน่นอนแล้วว่าตนกำลังตั้งครรภ์

 

และชัดเจนว่าลูกน้อยในท้องของโอเมก้าต้องสาปย่อมมิใช่โอเมก้าอย่างแน่นอน

 

 

 

△△△△△△△

 

 

 

 

 

 

แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์คุ้นตากับสถานที่ซึ่งตนกำลังนั่งหลบพักพิงอยู่ไม่น้อย เพราะมีโอกาสได้มาเยือนอยู่ปีละหลายหน

 

ที่แห่งนี้เป็นห้องรับรอง ซึ่งมีไว้ให้บรรดาญาติมิตรที่เป็นเบต้าและอัลฟ่าของนักเรียนโรงเรียนโอเมก้าลินน์ สามารถพบปะลูกหลานของตนได้โดยที่เหล่านักเรียนโอเมก้าไม่จำเป็นจะต้องออกมาจากรั้วโรงเรียนให้ผิดกฎ

 

เรียกว่ามันเป็นอาณาเขตของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ก็ย่อมได้ หรือจะเรียกว่าไม่ใช่ก็ได้เช่นกัน

 

"ข้า …ข้าขอโทษครูใหญ่เกเบรียล" โอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์เอ่ยเสียงสั่นหลังจากเงียบมาเนิ่นนาน มือน้อยทั้งสองข้างแนบชิดอยู่บนหน้าท้องของตัวเอง

 

แม้แปลกใจ ทว่าจีนมิได้รังเกียจหรือรู้สึกแย่ที่ตัวเองตั้งท้อง หลังค่ำคืนที่ได้ไปชมเหล่าผีเสื้อและดอกไม้เรืองแสง จีนเป็นคนตัดสินใจเองที่จะไม่กินยาผงขาว การตัดสินใจที่มิได้เอ่ยแจ้งต่อผู้ใด

 

เพียงแค่คิดว่า หากครั้งนี้ไม่ล่ะ เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นจากที่เคยใช้ยาผงขาวระงับการให้กำเนิด

 

ลองดูแค่เพียงครั้ง...แต่เต็มไปด้วยใจที่ยินดี

 

ทว่าเช่นไรจีนก็ยังคิดว่าการตั้งท้องกลับมาทั้งที่ถูกส่งไปทำภารกิจดูแลแผนที่นั้นจะทำให้ครูใหญ่ที่เอ็นดูตนผิดหวัง

 

แต่สิ่งที่จีนคิดนั้นไม่ใช่เลย

 

 

เพราะการตั้งครรภ์ของโอเมก้าต้องสาปกับคู่แท้แห่งโชคชะตานั้นเป็นสิ่งที่แม่มดต้องการ

 

"...." ดวงตาสองสีของเกเบรียล ซินเวียร์จ้องมองอดีตนักเรียนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ ทว่าก็ยังคงเป็นเด็กน้อยในความดูแลของตนอยู่เสมอ

 

ขณะนี้ในห้องรับรองนั้นเป็นอย่างที่มันควรเป็น ตนมิได้ใช้เวทมนต์เปลี่ยนภาพห้องอีกครึ่งเป็นห้องทำงานของตนซึ่งอยู่ด้านในโรงเรียน เหมือนตอนที่พูดคุยกับเจ้าชายเดฟ

 

"สิ่งมีชีวิตในครรภ์ของแองเจลโล่ไม่ใช่โอเมก้าอย่างนั้นหรือ โดโรธี" เกเบรียลจ้องมองแองเจลโล่อยู่อีกครู่ ก่อนจะหันไปสบตากับโอเมก้าหญิงชราผู้เป็นบรรณารักษ์ของที่นี่เช่นโดโรธี

 

"เจ้าค่ะครูใหญ่ ประตูมิยอมรับให้แองเจลโล่ผ่านเข้าไป" โดโรธีย้ำบอก ใบหน้างามล้ำของแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์ถอดถอนหายใจ

 

เกเบรียลตั้งใจส่งจีนไปกับเจ้าชายเดฟเพื่อให้ตั้งครรภ์และคาดหวังให้เจ้าชายผู้นั้นดูแลลูกเมียของตนต่อในทันที ทว่าไฟสงครามแห่งนอร์ธนั้นจะดับลงมิใช่โดยง่าย

 

การที่แองเจลโล่ย้อนกลับมาก็มิได้มีปัญหาอะไรนัก หากมาเฉพาะโอเมก้า

 

"แล้วเจ้าชายเดฟรู้หรือไม่" เกเบรียลถามตามตรง เมื่อได้ฟังชื่อคุ้นเคยจีนอมยิ้มบาง ๆ

 

"ข้าเองเพิ่งรู้ตัว ท่านเดฟก็มิทราบเช่นกันขอรับ"

 

"อย่างนั้นสินะ" แม่มดอายุสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดปีพยักหน้ารับ ความจริงแล้วการที่แองเจลโล่ตั้งท้องนั้นควรจะทำให้เบาใจได้เกี่ยวกับผลของโอเมก้าต้องสาป

 

ทว่ามิใช่ทั้งหมด

หากเป็นเช่นพลังของแม่มด มันจะเกิดขึ้นแบบคาดเดาไม่ได้ เดี๋ยวมาก เดี๋ยวน้อย เดี๋ยวมิส่งผลเลย เดี๋ยวก็ส่งผลรุนแรง และการที่ควบคุมไม่ได้นี้อันตรายเสียยิ่งกว่าเดิม เพราะจะทำให้ประมาท จนกว่าจะคลอดเจ้าตัวน้อยออกมาที่ทุกอย่างจะเข้าสู่เสถียรภาพ

 

"แล้วควรจะทำอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะครูใหญ่" โดโรธีเอ่ย

 

เกเบรียลถอนหายใจ ตนสัญญาไว้แล้วด้วยเกรียติแห่งแม่มดว่าตนจะช่วยเหลือดูแลร่างจุติใหม่ของเอสเทีย ซินเวียร์จนกว่าจะหลุดพ้นซึ่งคำสาปที่สาปใส่ตัวเองไว้

 

และยามนี้แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ก็มิต่างจากนกน้อยหนาวสั่นที่กำลังหาจุดหลบภัย ตนจะใจร้ายได้อย่างไร ในเมื่อสอนสั่งและดูแลมาตั้งแต่ยังเยาว์

 

"เรือนรับรองนี้สิ่งมีชีวิตในท้องเจ้าสามารถอยู่ได้ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้รับการป้องกันจากคาถาอย่างที่พึงมี แม้เจ้าตัวเล็กในท้องเจ้าไม่ใช่โอเมก้า แต่ทว่าก็ยังมิได้มีพลังอะไรมากนักเพราะเป็นเพียงหน่ออ่อนรอเติบโต หากถอนคาถาออกจากรั้วโรงเรียนชั่วครู่ เจ้าก็คงเข้าไปอาศัยอยู่ในโรงเรียนคล้ายแต่ก่อนนี้ได้"

 

"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันขอรับครูใหญ่ ข้าเคยอ่านมาว่าการถอนหรือร่ายคาถาใหญ่ต้องใช้นักแปรธาตุถึงสิบเก้าคน หรือไม่ก็แม่มด แต่เราหาได้มีแม่มดไม่" แองเจลโล่บอกเสียงวิตก

 

ดูเหมือนว่าโอเมก้าต้องสาปก็ยังฝังใจเชื่อว่าเกเบรียลเป็นเพียงผู้แปรธาตุ แม้ตนจะใช้เวทมนต์อย่างไม่เคยระวังเลยก็ตาม คงเพราะไม่เคยเห็นนักแปรธาตุที่แท้จริงว่ามีพลังน้อยนิดเพียงใด

 

"ข้าเป็นแม่มดแองเจลโล่"

 

"จะ จริงหรือขอรับครูใหญ่ ท่าน ... ท่านพูดจริงหรือ"

 

กิก! เกเบรียลดีดนิ้วตัวเองเพียงแค่หนเดียว

 

สภาพแวดล้อมทั้งหมดในห้องกลายเป็นในกระโจมสมุนไพรริมป่าเมืองนอร์ธที่จีนเคยนอน ในกระโจมนั้นบัดนี้มีกระสอบอัดแน่นดังเดิม

 

บนตั่งเตียงหาได้ว่างเปล่าอย่างที่ควรเพราะมีร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าที่กำลังใช้มือหนาแสนอบอุ่นแตะไปตามผิวเตียง

 

อัลฟ่าเดฟยกหมอนใบนุ่มที่จีนหนุนอยู่ทุกคืนขึ้นกอดไว้ในอก จรดจมูกโด่งคมกับหมอนในอ้อมกอดแนบชิดและสุดแสนถนอม

 

สะท้อนชัดว่ามีความคิดถึงอัดแน่นอยู่ในใจชายผู้นี้มากเพียงไหน

 

"ท่านเดฟ..." ดวงตากลมโตวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ มือผอมเอื้อมหาภาพตรงหน้าที่ราวกับเราอยู่ใกล้กันเพียงหนึ่งช่วงแขน ใจคิดว่าแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มลื่นของอัลฟ่าผู้เป็นที่รัก

 

แม้ว่าความจริงจีนจะสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า

 

"ข้าอยากเจอเจ้าเหลือเกิน เจ้าจีนของข้า" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นแผ่วเบาและเจือด้วยความสั่น บอกย้ำได้อย่างดีว่าเต็มไปด้วยอารมณ์ถวิลหา จีนพยักหน้ารับ น้ำตาหยดใสตกละลงบนผิวแก้มเนียน

 

"..ข้า ข้ากับลูกก็คิดถึงท่าน" เอ่ยตอบกลับ ทว่าอีกฝ่ายมิมีโอกาสได้ฟังเฉกเช่นที่ตนมีโอกาสได้เห็นและได้ฟัง

 

กิก ภาพตรงหน้าหมุนวนหนึ่งครั้งก่อนจะกลับคืนสู่ห้อง ๆ เดิม เมื่อแม่มดดีดนิ้วอีกครั้ง

 

โอเมก้าต้องสาปรีบใช้สองมือเช็ดน้ำตาออกจากหน้าตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติและความรู้สึกของตนให้นิ่งมากขึ้น

 

"นั่นคือภาพจริงหรือขอรับ" ทว่าเสียงก็ยังสั่นนัก

 

"ใช่แล้วล่ะ นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง ๆ ในตอนนี้ ณ ที่แห่งนั้น ที่ที่เจ้ากำลังนึกถึงอยู่ในห้วงคิด"

 

"ข้าเชื่อแล้วขอรับ เชื่อแล้วว่าท่านเป็นแม่มดจริง ๆ " จีนบอกด้วยรอยยิ้มจาง ตายังคงจ้องมองไปที่ตำแหน่งซึ่งเคยเป็นใบหน้าของเดฟในภาพเมื่อครู่ แม้ว่าตอนนี้มันจะเป็นเพียงผนังสีเปลือกไข่ว่างเปล่าก็ตาม

 

คิดถึงเหลือเกิน แต่จีนก็รู้ดีว่ามันมากมายเพียงไหนกับภาระที่เจ้าชายผู้นั้นกำลังแบกรับ

 

และจะรอคอยด้วยความเข้าใจ ...มีเจ้าตัวน้อยอยู่เป็นเพื่อน เขาคงจะเหงาน้อยกว่าที่เคยคิดไว้

 

"แล้วการที่ท่านจะคลายคาถาจากรั้วโรงเรียนจะไม่เป็นอะไรหรือขอรับ"

 

"จะว่าไม่มีผลกระทบเลยก็ไม่ใช่ มันจะทำให้มีช่องโหว่อยู่บ้างเพราะเมื่อยามที่ลงคาถาแต่ก่อตั้งใช้แม่มดสองคนในการลงคาถาป้องกันให้สมบูรณ์ หลังจากนี้ก็คงต้องขอให้แม่มดแห่งป่าฝนเทามาช่วยสมานช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้น" เกเบรียลเอ่ยยามที่ดวงตาสองสีจ้องมองรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์ที่ทอดยาวอยู่อย่างสงบ

 

"และที่สำคัญข้าช่วยคลายมนตร์คาถานี้เพราะเห็นใจเจ้าที่กำลังลำบากและจะทำให้เพียงครั้งเดียวให้เจ้าผ่านเข้าไปข้างในได้ ทว่าหากเจ้าออกไปอีกคราข้าจะไม่ลดความปลอดภัยของรั้วโรงเรียนเพื่อเจ้าอีก จนกว่าเจ้าจะมีเพียงตัวเจ้าที่เป็นโอเมก้าถึงจะกลับเข้ามาได้อีกครั้ง"

 

"ขอบพระคุณครูใหญ่มากขอรับที่เมตตาข้า" จีนลุกขึ้นเพื่อโค้งคำนับให้กับผู้ที่คอยช่วยเหลือตนอยู่เสมอ ดวงตาสองสีของแม่มดจับจ้องมองโอเมก้าต้องสาปตรงหน้าตน

 

"และลูกของเจ้า เมื่อคลอดออกมาย่อมมิอาจอยู่ในเขตรั้วโรงเรียนนี้ได้ เพราะเขามิใช่โอเมก้า ทว่ารอให้ถึงยามนั้นก่อนแล้วกันค่อยขบคิดกันอีกที" มือเรียวผอมของแม่มดลูบผมของจีน

 

"โดโรธีเจ้าพาแองเจลโล่ไปที่พักเถิด"

 

"เจ้าค่ะครูใหญ่" หญิงชราขานรับ ก่อนจะเดินตามครูใหญ่เกเบรียลออกจากเรือนรับรอง

 

โอเมก้าชายร่างผอมบางที่โชยกลิ่นกุหลาบหอมสะอาดอยู่เสมอ ผายสองมือออกกว้าง ริมฝีปากหยักสีสดสวยขยับไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อร่ายคาถา เปลวไฟสองสีเริ่มลุกขึ้นล้อมปลายเท้า และเปลวไฟแบบเดียวกันนั้นลุกลามแนวรั้วของโรงเรียนโอเมกาลินน์

 

เปลวไฟสีเหลืองและสีเขียวเฉกเช่นเดียวกับสีดวงตาของเกเบรียล ซิลเวียร์

 

หลังการลุกท่วมอยู่หลายนาที อึดใจต่อมาเปลวไฟตรงขอบรั้วที่ใกล้ที่สุดก็มอดลง พร้อมกับบานประตูที่เปิดออก

 

"เข้าไปได้แล้ว" เกเบรียลบอกเสียงนิ่ง โดโรธีบีบมือของเด็กหนุ่มจนแน่นยามที่เดินเข้ารั้วโรงเรียนไปด้วยกัน

 

ความรู้สึกที่มิได้ถูกผลักไสจากโรงเรียนที่เป็นดั่งบ้าน ทำให้จีนรู้สึกอุ่นใจได้มากขึ้นจริง ๆ

 

"แล้วครูใหญ่ล่ะขอรับ คุณโดโรธี" เสียงหวานถามหญิงชราข้างกายถึงแม่มดที่ยังคงยืนตากอากาศหนาวอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง คุณโดโรธีแย้มยิ้มบาง ๆ

 

"ท่านเกเบรียลจะต้องอยู่ร่ายคาถาใหม่เพื่อปกปักษ์โรงเรียนโอเมก้าลินน์จากสิ่งอื่นที่มิใช่โอเมก้าไปอีกทั้งคืน ท่านยังไม่เข้ามาหรอก"

 

"เช่นนั้นหรือขอรับ" คำตอบของคุณโดโรธียิ่งทำให้จีนรู้สึกผิดและรู้สึกขอบคุณ ที่โรงเรียนแห่งนี้เมตตากับตนถึงเพียงนี้

 

จีนมิรู้เลยว่าจะชดใช้อย่างไรได้เสมอกับความช่วยเหลือที่ได้รับตลอดมา

 

 

กึก กึก กึก

 

เสียงควบฝีเท้าของม้าดังเป็นจังหวะ เคล้ากับเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงของสัตว์กลางคืนยามที่รถม้าเคลื่อนตัวอย่างโดดเดี่ยวผ่านชายป่าเมืองไคล์เพื่อที่จะตรงกลับไปสู่กองทัพฝั่งของตนที่นอร์ธโดยไม่แม้แต่หยุดพัก

 

นักรบหญิงผู้เป็นเบต้าทั้งสองต่างเงียบและจมอยู่ในการขบคิดของตัวเองตั้งแต่ยามที่เคลื่อนรถม้าออกจากโรงเรียนโอเมก้าลินน์

 

ไอรีน่า โรมานอฟชำเลืองมองสหายร่วมรบเช่นคาร่าที่นั่งอยู่ข้างกาย

 

"เจ้าเห็นเหมือนข้าใช่หรือไม่" ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาอย่างสุดจะอัดอั้นในใจเพียงลำพัง

 

"พวกที่โจมตีเราเมื่อตอนเดินทางมา" สิ่งที่ไอรีน่าพูดทำให้คาร่าถอนหายใจหนัก เมื่อเป็นสิ่งเดียวกับที่ตนกำลังคิด

 

"ข้าเห็น" คาร่าพยักหน้ารับ และในเมื่อเราทั้งสองต่างเห็นตรงกันยิ่งน่าหนักใจ

 

พวกที่ตามไล่ล่าเราและมีเจตนาเพื่อสังหารแองเจลโล ปาร์กเกอร์นั้นเมื่อไร้สิ่งปิดบังใบหน้าแล้ว น่ากังวลยิ่งนักเพราะตนทั้งสองต่างก็รู้จักมัน

 

พวกนั้นคือทหารของนอร์ธ ทหารผู้เข้าร่วมกับสหพันธ์ ทหารที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน

 

นี่ไม่ใช่เกลือที่เป็นหนอน ทว่าน่าเจ็บปวดใจยิ่งกว่าสำหรับเจ้าชายเดฟ

 

"ท่านคาลเดอร์"

 

"ใช่ พวกที่โจมตีเราเป็นทหารระดับสูงใต้สังกัดของท่านคาลเดอร์โดยตรง"

 

คาลเดอร์ เกรแฮม ผู้ซึ่งเป็นตาแท้ ๆ ของเจ้าชายเดฟ

 

"เราควรจะบอกท่านเดฟเรื่องนี้ไหม" คาร่าถาม

 

"ข้ามิขอตัดสินใจ เห็นควรไปปรึกษากับเฮเลนก่อน" ไอรีน่าอ้างถึงน้องสาวของตน อัลฟ่าหญิงที่เป็นแม่ทัพสำคัญของศึกครั้งนี้

 

คาร่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของไอรีน่า

 

และก็ได้แต่ขบคิด ว่าการมีชีวิตอยู่โดยมิอาจไว้ใจคนในครอบครัวได้ จะต้องเจ็บปวดมากเพียงไหนกัน

 

 

 

#ดมอบีนยอง

ความคิดเห็น