email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes △ {13}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes △ {13}
แบบอักษร

 

 

 

Diamond eyes 

 

 

{13} 

 

 

 

 

ความเจ็บล้าของสองแขนที่ขึ้นรอยช้ำยังไม่เท่าความเจ็บจากแผลสดที่ผิวเนื้อฉีกขาดบนข้อเท้าซ้าย เตียงตั่งที่แม้ไม่ได้นุ่มมากแต่ก็ยังพอรองรับการนอนได้ ทว่ายามนี้ให้ความรู้สึกหยาบแข็งเพราะทั้งเนื้อตัวบอบบางของแองเจลโล่ไวต่อการรับรู้มากยิ่งขึ้น 

 

โอเมก้าต้องสาปคิดว่าตัวเองกำลังเข้าสู่อาการป่วย พิษไข้รุมเร้าเพราะความบาดเจ็บทางร่างกาย 

 

และมีความเจ็บร้าวทางจิตใจส่งผลร่วมด้วยอีกอย่าง 

 

"อื้อ" 

 

"เจ็บหรือ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มถามทันทีเมื่อร่างผอมหดขาซ้ายหนี ยามที่ปลายนิ้วหยาบแตะสมุนไพรบดละเอียดผสมน้ำจนข้นหมาดลงพอกแผลให้  

 

จีนไม่ได้ตอบกลับ เพียงแค่ซบหน้ากับหมอนหนุนใบเขื่องดวงตาโตทอดมองร่างสูงใหญ่ที่สวมเพียงเสื้อแขนกุดเนื้อนุ่มกับกางเกงผ้าหนาสีทึม เป็นชุดลำลองที่ชี้แจ้งว่าเจ้าชายแห่งนอร์ธคงมิออกไปนอกกระโจมอีกในค่ำคืนนี้ 

 

อาจเพราะกำลังตั้งอกตั้งใจที่จะใช้สมุนไพรดูแลรักษาแผลบนร่างกายให้กับโอเมก้าคู่แท้ของตนเอง 

 

แผลที่ส่วนหนึ่งตนเองเป็นผู้ก่อ 

 

จีนละดวงตามามองฝ่ามือทั้งสองของตน ยามขยับยังรู้สึกเจ็บลามไปถึงต้นแขน บนผิวขาวตอนนี้ยังมีรอยแดงให้เห็นจาง ๆ แม้ตอนที่ตีอัลฟ่าเดฟจะใช้อีกมือประคองซ้อนใต้มือจีนไว้ทำให้ร่างน้อยไม่ร่วงหล่นตามแรงฉุดตี ทว่าความเจ็บก็ไม่ได้น้อยเลย 

 

อัลฟ่าคนนี้ใช้แรงเยอะ ๆ ตีจีน แล้วก็ใช้แรงที่มีเยอะของตนเช่นเดิมในการอุ้มจีนกลับเข้ามาในกระโจมสมุนไพร ซึ่งมีสมุนไพรเหลือแค่ไม่กี่กระสอบ 

 

"ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้า จีน เจ้าถึงไม่ยอมเอ่ยปากคุยกับข้า" เดฟเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเฉกเช่นที่ชนชั้นเจ้าชายฝึกปรือ แม้ว่าหัวใจใต้แผ่นอกนั้นร้อนรนห่างไกลจากคำว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอย่างมากก็ตาม 

 

"ที่ข้าตีเจ้า ข้าจะไม่ขอโทษ มันเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วเพราะเจ้าทำเรื่องที่ไม่สมควร" เดฟพูดออกมาโดยน้ำเสียงไม่เปลี่ยน ขณะที่ปลายนิ้วก็นวดทายาสมานแผลลงกับข้อเท้าผอมด้วยความถนอมอย่างที่สุด 

 

"ท่านทำในสิ่งที่ท่านคิดว่าถูกต้องที่สุด ข้าก็ทำในสิ่งที่ข้าคิดว่าถูกต้องที่สุดเช่นกัน" จีนเอ่ยกลับ สายตาจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ยามนี้ยังเหลือร่องรอยจากการร้องไห้เป็นสีแดงจาง ๆ ในดวงตาเรียวคม 

 

การเป็นโอเมก้าต้องสาปของจีนได้ผล 

 

บรรดาอัลฟ่าและเบต้าทหารรับจ้างและโจรป่าที่บ้าคลั่งจากผลกลิ่นยั่วเย้าของโอเมก้าต้องสาปนั้นวิ่งเข้ามาในป่าทางฝั่งของเจ้าชายเดฟอย่างกระหาย 

 

เสียงดังและความวุ่นวายทำให้ชาวเมืองลอบมองผ่านกำแพงและได้เห็นคนของฝั่งเจ้าชายจาคอบกรูเข้าโจมตีเจ้าชายเดฟก่อน 

 

หน่วยทหารที่รออยู่ก่อนแล้วของทางฝั่งเจ้าชายเดฟจึงยิงธนูเข้าใส่ฝูงชนป่าคลั่งพวกนั้นที่วิ่งวนวุ่นวายไปทั่วเพื่อหาตัวของสาเหตุกลิ่นหอมหวานก่อนจะหมดฤทธิ์จากการกระตุ้น ซึ่งจีนที่ผ่านประตูมิติมาถึงค่ายปักหลักอยู่นี้แล้วนั้นยังส่งกลิ่นหอมจาง ๆ  

 

จนเมื่อเข้าสู่กลางดงสมุนไพร ซึ่งต่อให้น้อยกว่าเดิมไปมากแต่ก็ยังคงส่งผลให้กลิ่นของโอเมก้าต้องสาปที่จางลงถูกสกัดกั้นไว้ 

 

พวกเบต้าและอัลฟ่าที่ถูกกระตุ้นทางฝั่งเจ้าชายจาคอบเริ่มได้สติ แต่ก็เกิดผลเสียหายมากมาย ทั้งบาดเจ็บไปไม่น้อยจากการบุกวิ่งเข้าป่าอย่างไม่สนสิ่งใดนอกจากกลิ่นหอมยั่ว ทั้งที่ถูกคมธนูจากทหารยิงใส่ ฝั่งเจ้าชายจาคอบคงต้องเตรียมรับมือใหม่มากพอดู 

 

และตอนนี้ทางสหพันธ์ก็กำลังประชุมอย่างเคร่งเครียดเพื่อจัดกระบวนทัพบุกเข้าโจมตีฝั่งเจ้าชายจาคอบซ้ำ ก่อนที่ทหารรับจ้างและโจรป่าชุดใหม่จะมาถึงเพื่อเสริมกำลัง 

 

ความได้เปรียบเกิดขึ้นกับฝั่งเจ้าชายเดฟอย่างชัดเจน 

 

พอคิดถึงตรงนี้แล้วจีนก็ยังเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นไม่ได้ผิด 

 

"...." 

 

จีนช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคมคายเมื่อร่างสูงใหญ่ขยับจากปลายเท้ามานั่งข้างตัว มือใหญ่ช้อนมือผอมไว้ในความดูแล น้ำมันจันทร์หอมที่ใช้คลายเมื่อยล้าจากการบาดเจ็บไร้บาดแผลถูกแต้มและนวดคลึงให้อย่างเบามือ 

 

เพราะทิฐิที่มีในใจของทั้งสองฝ่ายจึงมีเพียงเสียงผิวเนื้อที่สัมผัสกันผ่านน้ำมันลื่น เสียงลมหายใจ เสียงธรรมชาติที่ลอดผ่านจากนอกกระโจม ไร้ซึ่งเสียงสนทนา 

 

"ท่านคงมิได้ลงโทษท่านเฮเลน ท่านไอรีน่า ท่านคาร่ารุนแรงใช่หรือไม่" ในที่สุดจีนก็เอ่ยขึ้น 

 

ท่านพี่ทั้งสามคนเป็นนักรบที่กล้าหาญและพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งสามคนปลอดภัยด้วยหนีผ่านประตูมิติมาเช่นกัน และจีนก็กลัวว่าท่านทั้งสามคนนั้นจะเจอเหมือนจีน 

 

ปลอดภัยจากผู้ร้ายแปลกหน้า ทว่าต้องมาเจ็บทั้งกายใจจากคนใกล้ตัว 

 

"ข้าลงโทษน้อยกว่าที่พวกเขาควรโดนเสียอีก" เดฟเอ่ยตามจริง สันกรามคมขึ้นชัดเมื่อบดกัดเข้าหากันจนแน่น 

 

ทั้งสามนั้นถูกโบยคนละสิบห้าที โดนเดฟตำหนิ และแม้ทั้งสามคนจะขอรับโทษมากกว่านี้แต่เดฟรู้ดีว่าไม่อาจทำได้ 

 

เพราะแม้ทั้งสามคนจะลงมือปฏิบัติโดยไม่ขอเดฟก่อน แต่ความเห็นชอบจากการกระทำนี้เป็นความคิดที่ตรงกันจากทั้งสหพันธ์ และผลจากการกระทำมองเช่นไรก็เป็นสิ่งกล้าหาญ เป็นนักรบที่มีคุณค่าต่อศึกครั้งนี้ หากเสียไปย่อมขาดแรงกำลังดี ๆ ไปอย่างไม่ควร 

 

มันแย่ก็แค่เพียงกับใจที่แสนเป็นห่วงของเดฟเท่านั้น 

 

เดฟรู้ดีว่าตัวเองนั้นก็เป็นเพียงหุ่นเชิดหนังหน้าไฟที่ใช้ในการต่อกรกับเจ้าชายจาคอบเพราะเป็นตัวเลือกที่ดูทัดเทียมที่สุด อำนาจที่แท้จริงของเจ้าชายเช่นเดฟก็คือแรงสนับสนุนจากเจ้ากรมต่าง ๆ ในสหพันธ์ที่คอยหนุนหลังอยู่ 

 

อำนาจที่มีจะใช้กับใครก็ได้ ทว่ามิใช่กับสิ่งที่สหพันธ์ทั้งหมดเห็นชอบ 

 

เดฟรู้ดี รู้มาเสมอ ว่าตนและจาคอปหาได้ต่างกันไม่ 

 

เป็นเพียงหมากหนึ่งตัวที่ดูสำคัญในเกมกระดานแห่งนอร์ธ แต่แท้จริงการมีอยู่ของเราเป็นแค่หมากที่ถูกใช้แทนสองขั้วอำนาจที่เลือกหนุนหลังแต่ละฝ่าย 

 

เป็นแค่ปลายหอกสองด้ามที่พุ่งปะทะกัน จากการถือจ้วงแทนของผู้อื่น 

 

"ฟู่ว.." เสียงเป่าแผ่วเบาพร้อมลมหายใจอุ่น ๆ ที่อังลงบนฝ่ามือผอมของตัวเองทำให้จีนยิ่งตาอ่อนแสงลง 

 

"ขอให้หายไว ๆ อย่าได้เจ็บไข้เลย" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยปลอบ จีนรู้สึกตัวดีว่าทิฐิที่เกาะรอบหัวใจตนนั้นอ่อนไหวปลิดปลิวตามแรงลมไออุ่นซึ่งปะทะผิวขาวยามที่เดฟกดจูบปลอบโยนลงบนมือที่ท่านเขาตีจนขึ้นสี 

 

"ท่านก็เช่นกัน อย่าได้บาดเจ็บ" จีนเอ่ยบอกเสียงหวานนุ่มลึก ร่างน้อยขยับตัวลุกขึ้น แก้มขาวแนบซบกับผิวกล้ามเนื้อต้นแขนแน่นหนั่น 

 

แสงจากตะเกียงหินไฟส่องสว่างเรืองแสงนวลตาไปทั่วกระโจม ทำให้จีนมองเห็นแววเหนื่อยล้าและอบอุ่นจากดวงตาเรียวคมของเดฟได้ไม่ต่างจากที่อัลฟ่าคู่แท้เห็นความห่วงใยจากดวงตากลมโตของจีน 

 

มีเพียงแค่คนคนนี้ เพียงแค่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ที่เป็นความอุ่นใจให้เดฟได้มีตัวตนจริง ๆ  

 

"ข้าจะต้องแข็งแรงดี จะต้องมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อเจ้าจีนของข้า" ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ผิวแก้มนิ่ม ใบหูกลมมนที่ให้สัมผัสเย็น สอดผ่านเส้นผมสีดำขลับนุ่มมือ 

 

"ข้าอยากให้เจ้าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อข้าเช่นกัน เจ้าจีน" 

 

"อื้อ" จีนไม่รู้จะเอ่ยออกมาอย่างไร ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกุมในใจไม่น้อยที่ทำให้อีกฝ่ายได้ห่วง จึงเพียงครางรับเสียงแผ่ว ซุกซบหน้าไปกับแผ่นอกแข็งแรงที่ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ และกลิ่นเปลือกไม้ที่ตนชอบมากขึ้น 

 

"ท่านเดฟ" 

 

"หืม" 

 

"ที่ท่านเอ่ย เมื่อตอนที่ดุว่าข้า" จีนเงียบไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อความอยากรู้มีมากกว่าสิ่งใดจึงกล่าวออกมา 

 

"ว่าท่านชดใช้ที่ทำให้ข้าติดอยู่ในชีวิตเช่นนี้ ที่ท่านพูดเช่นนั้น ท่าน...หมายความว่าอย่างไรหรือ" โอเมก้าตัวน้อยเอ่ยปากถามตามตรง 

 

ถามเพราะอยากได้ยินคำว่ารักย้ำบอกจากคนตรงหน้าอีกสักครั้ง 

 

ย้ำเพื่อปัดความคิดน้อยใจที่รุมล้อมให้ตกไป 

 

เพียงคำว่ารักจากอัลฟ่าผู้นี้ แค่สักครั้งเดียวเท่านั้น จีนจะยอมรับ ยอมเผยว่าความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจตนให้ท่านเขาได้รับรู้ ว่ามันเป็นเพียงแค่ของคนคนนี้ไปแล้ว 

 

"...." เดฟทำได้เพียงแค่จ้องใบหน้างามล้ำที่ช้อนตามองมา 

 

"มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ข้าควรบอกให้เจ้ารู้..." ลำคอของเดฟแห้งผาก ความสับสนและว้าวุ่นในใจปะทะกัน 

 

ตนควรจะเอ่ยเล่าเรื่องนั้นออกมาแล้วหรือไม่ 

 

"ข้า..." อัลฟ่าเม้มริมฝีปากหยักบางของจนเข้าหากัน 

 

"เจ้าจีน ...เจ้า" 

 

"...." 

 

"ข้าจะส่งเจ้ากลับไปที่โรงเรียนโอเมก้าลินน์ทันทีที่อรุณรุ่งมาเยือน" 

 

ในที่สุดเดฟก็เลือกเอ่ยในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จีนถาม ทว่าบอกในสิ่งที่ตนตั้งใจจะทำแทน 

 

"กลับหรือ? " ดวงตาของจีนไหวสั่นและถูกฉุดรั้งให้จมลงในหยาดน้ำตาแทบทันที หัวใจที่คราแรกเต้นรัวยามนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันทว่าทิ้งความเจ็บริ้วไว้กลางอกของร่างน้อย 

 

จีนอยากได้คำว่ารักที่ย้ำบอก ไฉนเลยกลายเป็นการผลักไสให้ห่างออกไป 

 

"ใช่แล้ว ในยามนี้มิมีที่ใดเหมาะกับเจ้ามากกว่าในรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์ เจ้าเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง" เดฟย้ำบอกเสียงมั่นคง แม้ใจตนจะเจ็บไม่ต่างกัน 

 

เดฟไม่เคยอยากห่าง ไม่เลยแม้สักนิด 

 

แต่มันจำเป็น 

 

"ทำไมกัน ทั้งที่ข้าก็อยู่กับท่านมาได้นานแสนนาน ฮึก เพราะข้าเป็นภาระ ข้าอ่อนแอใช่ไหม เพราะโอเมก้าต้องสาปอย่างข้ามีแต่จะเป็นปัญหา มีแต่จะสร้างความลำบากใจให้ท่าน ให้กับทุกคน ฮึก" จีนสะอื้นไห้ออกมาเสียงสั่นไม่ต่างจากแผ่นหลังผอมบางที่ไหวโยกอย่างน่าสงสาร สองแขนแกร่งจึงกระชับกอดร่างน้อยไว้ในอ้อมแขน 

 

เพื่อปลอบโยน ทั้งโอเมก้าแสนรัก ทั้งใจตน ...ก่อนลาจาก 

 

"เพราะเจ้าสำคัญมากต่างหากจีน" ปลายนิ้วต้อนช้อนหยาดน้ำตาออกจากใบหน้างดงาม 

 

"สำคัญเกินกว่าที่ข้าจะยอมเสี่ยงให้เสียไปได้" 

 

"...ฮึก" 

 

"มีเพียงแค่ภายในรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์เท่านั้นที่เจ้าจะปลอดภัย" 

 

เดฟแน่ใจในข้อเท็จจริงข้อนี้มากขึ้น แม้การพาจีนกลับคืน อาจจะนำมาซึ่งความไม่พอใจของครูใหญ่เกเบรียลที่ตนทำผิดเงื่อนไขทว่าก็ต้องทำ 

 

สิ่งที่ตนกลัวไม่ใช่แค่ผลจากคำสาปของจีนจะทำอะไรได้บ้าง แต่เป็นคนรอบข้างตนจะฉวยโอกาสจากสิ่งเหล่านี้ไปทำอะไรอีกบ้างต่างหาก 

 

อาจมีสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้เกิดขึ้นก็เป็นได้ หากจีนยังอยู่ที่นี่ต่อไป 

 

เดฟรู้ว่าตนไม่อาจคอยเฝ้าดูแลได้ตลอดเวลา และยิ่งยามนี้สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว 

 

มันอันตรายเกินไป 

 

"เจ้าเข้าใจข้าใช่หรือไม่จีน" 

 

"อึก ฮึก... ฮึก" มีแค่เสียงสะอื้นไห้เป็นคำตอบจากคนในอ้อมกอด 

 

แองเจลโล่รู้ตัวว่าตนนั้นเข้าใจดีในสิ่งที่เดฟต้องการจะบอก ทว่าความเสียใจและน้อยใจก็มิได้ดีขึ้นเลย ตนไม่อยากจากไป ...อยากอยู่ อยู่ใกล้ ๆ  

 

แต่หากคนคนเดียวที่อยากให้จีนอยู่ที่นี่ต้องการให้ไป 

 

คงไม่มีทางที่จีนจะฝืนอยู่ได้ 

 

 

△△△△△ 

 

 

 

"ข้าจะดูแลแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ให้ถึงโรงเรียนโอเมก้าลินน์ โปรดวางใจ" ไอรีน่า โรมานอฟเอ่ยบอกกับเจ้าชายแห่งนอร์ธผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตนเสียงมั่นคง ก่อนจะโค้งลงต่ำคำนับเช่นที่เบต้าคาร่าทำ 

 

ไอรีน่าและคาร่า ได้รับภารกิจในการดูแลโอเมก้าต้องสาปให้กลับคืนไปสู่รั้วโรงเรียนโอเมก้ามีชื่ออย่างปลอดภัย ส่วนเฮเลนแม้จะขันอาสาไปช่วยด้วย ทว่าตำแหน่งหัวหน้าแม่ทัพทำให้ต้องคอยอยู่ดูที่ค่ายแห่งนี้เพื่อเตรียมรับมือกับการปะทะที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ 

 

"เจ้าจีน" เดฟเอ่ยเรียกคนที่นั่งอยู่ในรถม้า ร่างใหญ่โตยืนอยู่บนพื้นด้านนอก ความสูงของร่างกายทำให้ระดับของใบหน้าทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน เมื่อจ้องมองอีกฝ่ายผ่านบานหน้าต่างที่ยังไม่ถูกปิด 

 

"ยังไม่หายโกรธข้าอีกหรือ" เดฟเอื้อมมือมาแตะพวงแก้มนุ่มนิ่มของโอเมก้าน้อย จีนไม่ได้ถอยหนีหรือสะบัดตัวออกห่างอย่างแสนงอน ทว่าก็ยังมิได้เอ่ยคำใดกลับไป 

 

"หากต้องห่างกันนานโดยที่ไม่แม้แต่ได้ยินเสียงเจ้าสักครั้งก่อนจาก หัวใจข้าคงเหี่ยวเฉา" คำเอ่ยนี้ของเดฟทั้งเย้าแหย่ และทั้งจริงในเวลาเดียวกัน 

 

แกรก 

 

"หืม" เดฟจ้องมองซองกระดาษสีเปลือกไข่ซึ่งถูกปิดผลึกที่มือน้อยยื่นมาให้ตรงหน้าด้วยความแปลกใจและแน่นอนว่าเปี่ยมล้นด้วยความปิติยินดี 

 

"จงเปิดอ่านเมื่อท่านได้ชัยชนะ" จีนเอ่ยออกมาเสียงมั่นคง ดวงตากลมวาวปะปนทั้งความมุ่งมั่นและหวั่นกลัว 

 

"ข้าอยากให้ถึงวันที่ได้เปิดอ่านจดหมายของเจ้าเร็ว ๆ เจ้าจีน" เดฟยิ้มกว้างจนดวงตาคมเรียวหยี มือหนาเอื้อมมารับซองจดหมายบอบบาง พลางกอบกุมมือนุ่มแนบแน่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจาก สูดดมกลิ่นหอมหวานจากร่างน้อยที่ดูแล้วคงจะถูกปะปนจากกลิ่นสมุนไพรสมานแผลจนต่างไปจากที่เคยคุ้นอยู่บ้าง แต่ก็ยังชื่นใจเดฟนัก 

 

"ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าจะปลอดภัย" 

 

"...อื้ม ข้าสัญญา" เจ้าชายอัลฟ่าตอบกลับ 

 

"ข้าเชื่อใจท่าน" จีนเอ่ยย้ำออกมา ร่างกายรู้สึกร้อนเมื่อน้ำตาเอ่อขึ้นมาถึงขอบตาอีกครั้ง 

 

กุบ กุบ 

 

เสียงม้าย่ำฝีเท้ากับที่ซ้ำ ๆ บอกได้ดีว่า ไอรีน่าและคาร่าเตรียมรถม้าพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว และภารกิจนี้สำคัญมากพอที่ไอรีน่าจะเป็นผู้ครอบครองแผนที่เวทมนตร์เพื่อใช้ในยามจำเป็น 

 

เพราะสิ่งที่ต้องนำส่งคืนโรงเรียนโอเมก้าลินน์ สำคัญยิ่งอย่างที่สุดสำหรับเจ้าชายของพวกตน 

 

"ท่านจะจูบข้าได้ไหม ท่านเดฟ" 

 

คำเอ่ย ในใจความคำถามที่เดฟเป็นผู้ถามเสมอมา 

 

"...." 

 

และขายาวที่ก้าวประชิดรถม้าคันโต พร้อมมือหนาที่ประคองใบหน้าหวานล้ำไว้เนิบช้า ริมฝีปากหยักกดแนบย้ำจูบบนกลีบปากเอิบอิ่มเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด โอเมก้าน้อยเผยอปากเพื่อเชื้อเชิญและน้อมรับลิ้นร้อนชื้นของเดฟที่ตนอยากให้เข้ามาตักตวงความหอมหวาน 

 

แม้แท้จริงแล้วจะรู้สึกเค็มเจือขมปร่าเพราะหยดน้ำตาของเราสองที่ไหลซึมผ่านเข้ามาสู่การรับรสทุกครั้งที่ย้ำจูบ 

 

ไม่ใช่จูบที่หวานล้ำเช่นเคยคุ้น ทว่าก็มิอยากให้จบลง 

 

"ไว้เจอกันครั้งหน้า ข้าจะจูบใหม่ให้อร่อยกว่านี้" เดฟเอ่ยบอกยามผละจูบออกที่เต็มไปด้วยรสน้ำตา หวังว่าจะเย้าแหย่ให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี 

 

"ฮึก ท่านเดฟก็..." แล้วก็ได้ผล เมื่อการลาครั้งนี้แม้จะไม่อยากให้เกิด ทว่าเดฟก็ยังได้เห็นรอยยิ้มแสนงดงามจากแองเจลโล่ 

 

กุบ กุบ กุบ กุบ 

 

เจ้าอาชาทั้งสามตัวย่ำฝีเท้าพารถม้าคันสวยที่ภายนอกดูธรรมดาในคราบของพ่อค้าทั่วไปให้ห่างออกไกลจนสุดสายตา แต่เดฟก็ยังคงจ้องมองอยู่เช่นนั้น 

 

และหวนนึกถึงเรื่องราวที่ตนขบคิดถึงมันอยู่บ่อย ๆ  

 

วันที่ได้เจอกับแม่มดเกเบรียล ครูใหญ่แห่งโรงเรียนโอเมก้าลินน์เป็นครั้งแรก 

 

'เจ้าชาย เจ้าจะบอกว่า เจ้าอยากให้ข้าช่วยเหลืองั้นหรือ นักแปรธาตุปลายแถวเช่นข้าจะช่วยอะไรท่านได้" โอเมก้าชายผู้มีใบหน้างดงามไม่แพ้ใครอย่างเกเบรียลเอ่ยปาก วางคางไว้กับฝ่ามือของตนเอง ดวงตาเรียวรีสองสีมองผ่านแว่นทรงกลมที่มีสายอัญมณีสีฟ้าร้อยห้อยไว้ 

 

'เราต่างรู้ดีว่าท่านคือแม่มดท่านเกเบรียล หนึ่งในสองของแม่มดตัวจริงแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์' เดฟพิงแผ่นหลังกว้างกับพนักเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ มือประสานไว้บนตักหลวม ๆ ดูสบาย 

 

'ที่จริงเราไม่เห็นจำเป็นต้องสนทนาเรื่องนี้ให้เสียเวลา ในเมื่อท่านก็สนใจในการทำข้อแลกเปลี่ยนกับข้าไม่น้อย มิเช่นนั้นคงไม่ยอมให้ข้าเข้ามาพบใช่หรือไม่ท่านแม่มด' เจ้าชายแห่งนอร์ธเจรจาต่ออย่างไม่เสียที 

 

'และที่ข้านึกสงสัย เหตุใดท่านจึงให้ ท่านพ่อท่านแม่ของแองเจลโล่ เข้ามารับฟังด้วย มิใช่ว่าท่านอยากเก็บเรื่องเป็นแม่มดไว้เป็นความลับหรอกหรือ' อัลฟ่าเดฟเอ่ยถามต่อ ไม่ลืมก้มค้อมทักทายท่านทั้งสองที่นั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ตน ทำคะแนนกับว่าที่พ่อตาแม่ยาย 

 

'ในเมื่อเจ้ามิอยากเสียเวลา ข้าเองก็เช่นกัน ฉะนั้นก็มาพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเลยก็ดี' หนึ่งในแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์ยันกายลุกขึ้นเดินตรงไปที่ผนังห้องว่างเปล่า 

 

เกเบรียลแตะปลายนิ้วลงวาดเป็นรูปจันทร์เสี้ยวยามที่ริมฝีปากขยับร่ายคาถา 

 

กึก กึก กึก 

 

ผนังสีขาวเมล็ดงาวูบไหวราวกับสายน้ำ สะท้อนภาพข้าวของมากมายที่อัดแน่นอยู่ข้างในออกมาให้ได้เห็น ก่อนแขนผอมบางจะยื่นเข้าไปและหยิบห่อผ้าสีน้ำเงินขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือตนออกมา 

 

กริก 

 

แม่มดเกเบรียลดีดนิ้วยามเดินตรงมาหาผู้เยี่ยมเยือนทั้งสาม ผนังห้องก็กลับคืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่เคยมีสิ่งแปลกใดเกิดขึ้น 

 

เดฟมองสิ่งที่เพิ่งได้เห็นอย่างตื่นตาตื่นใจ แม้เป็นสายเลือดชนชั้นสูงที่ควรวางสีหน้านิ่งอ่านยากแต่ก็ยังเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ทว่าหญิงงามแห่งตระกูลปาร์กเกอร์ทั้งสองนั้นนั่งนิ่งราวกับว่าไม่ได้เห็นเป็นครั้งแรก 

 

'ที่โจแอนนาและแองเจลล่า ปาร์กเกอร์มาอยู่ในห้องนี้ด้วยก็เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับทั้งคู่มากพอที่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าชายเดฟ' แม่มดเอ่ยยามที่วางห่อผ้าสีน้ำเงินลงบนโต๊ะไม้ของตน 

 

'ความช่วยเหลือที่ข้าจะให้เจ้าหยิบยืมก็คงมีเพียงแผนที่เวทมนตร์ในห่อผ้านั้น มันจะสร้างความสะดวกมากมายให้เจ้า เพราะมันช่วยย่นย่อประหยัดทั้งเวลาและระยะเมื่อยามเดินทาง' 

 

'แผนที่เวทมนตร์ มูลค่ามันไม่น้อยเลยทีเดียว ...ท่านต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน ท่านเกเบรียล' เดฟถามเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมา 

 

ตนเคยเรียนรู้เกี่ยวกับแผนที่เวทมนตร์มาไม่น้อย มันเป็นสิ่งของล้ำค่าที่สร้างได้ยากจากตำราเก่าแก่ แม้แต่แม่มดในปัจจุบันก็ไม่อาจสร้างใหม่โดยง่าย จึงมีเพียงของที่ตกทอด 

 

เมื่อมันปรากฏขึ้นจึงมีราคานับแสนนับล้านเหรียญทอง และหากไม่แลกมาด้วยเงินก็ต้องเป็นสิ่งอื่นที่มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 

 

'ข้าอยากให้เจ้าพาแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ไปด้วย' 

 

'หืม จริงหรือ' เดฟยอมรับว่าข้อแลกเปลี่ยนนี้นั้นต่างจากที่ตนคาดไว้สิ้นเชิง เจ้าชายอัลฟ่ารีบหันไปมองหน้าของหญิงงามทั้งสองที่เป็นบิดาและมารดาของแองเจลโล่ซึ่งมีสีหน้ากังวลอย่างไม่ปิดบัง 

 

'ท่านทั้งสองเห็นด้วยหรือ ท่านแองเจลล่า ท่านโจแอนนา' เดฟอดไม่ได้จะเอ่ยถาม 

 

'พวกข้าเห็นด้วย หากท่านคือคู่แท้แห่งโชคชะตาของเจ้าจีน เจ้าชาย' เบต้าแองเจลล่าเอ่ยออกมาเสียงนิ่งลึก สองสามีภรรยาบีบมือกันจนแน่น 

 

'แต่จีนเป็นโอเมก้าต้องสาป มันจะเป็นอันตรายต่อจีนเองมิใช่หรือที่จะออกจากรั้วโรงเรียนแห่งนี้ไปกับข้า'" น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นเคร่งเครียดไม่ต่างจากบรรยากาศในห้อง 

 

'ใช่ และ ไม่ใช่ เจ้าชาย' ยกเว้นแม่มดอายุสี่ร้อยสิบเจ็ดปีที่ดูจะผ่อนคลายที่สุด 

 

'แผนที่ที่ข้าจะให้ท่านหยิบยืม เป็นของสำคัญที่ตกทอดมานานและข้าเป็นคนล่าสุดที่มีหน้าที่ดูแลมัน มันมิใช่ของข้าหรือตกทอดมาในสายตระกูลแม่มดของข้า ทว่าเป็นของหนึ่งในแม่มดแห่งเอร์เวน' ดวงตาสองสีของเกเบรียลจับจ้องมองใบหน้าของเดฟ 

 

เงื่อนไขสุดท้าย 

 

'มีเพียงแค่น้ำเสียงและความยินยอมของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์เท่านั้นที่จะปลดอาคมออกจากห่อผ้านี้เพื่อเอาแผนที่เวทมนตร์ออกมาใช้ได้' 

 

'...ท่านหมายความว่าอย่างไร ท่านเกเบรียล' 

 

'เจ้าเคยรู้เกี่ยวกับเรื่องราวช้ำรักของแม่มดแห่งเอร์เวนหรือไม่ เรื่องของโอเมก้าชายผู้นั้นโด่งดังมากในหมู่แม่มด แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลถึงแองกัสก็ยังคงถูกพูดถึง' 

 

'ไม่ ..ข้าไม่เคยรู้' เดฟกล่าว สมองที่ถูกลับคมให้คิดอยู่เสมอเริ่มประติดประต่อเรื่องราว ทว่าก็ยังรู้สึกพิศวงกับสิ่งที่ตนเริ่มเชื่อมโยงได้ 

 

'ข้าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน แม่มดแห่งเอร์เวนผู้นั้นมีนามว่า เอสเทีย ซินเวียร์ แม่มดซึ่งเป็นโอเมก้าชายที่แสนงดงาม อ่อนต่อโลก เอสเทียเป็นมิตรและคอยให้ความช่วยเหลือมนุษย์ทั่วไปอยู่เสมอด้วยดวงใจที่เชื่อมั่นว่ามนุษย์นั่นมิได้น่ากลัวและจิตใจดี 

ทว่าเอสเทียมิเคยระมัดระวังสิ่งที่เรียกว่าตระกูลนักล่า 

ต้นตระกูลปาร์กเกอร์เป็นตระกูลล่าแม่มด พวกนั้นใช้เวลาศึกษาและไล่สังหารแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเนียร์มาเนิ่นนาน แต่ไม่เคยกำจัดแม่มดได้สักครา เพราะแม่มดมิอาจขาดหายไปแม้แต่คนเดียว เราจะไม่มีวันตายจนกว่าจะมีผู้สืบต่อ พลังของแม่มดจะสลายคืนสู่ธรรมชาติและตกทอดสู่ทายาทของเราเพียงหนึ่ง คนที่เป็นแม่มดเช่นกัน หลังจากนั้นเราจะกลายเป็นคนธรรมดาที่จะค่อย ๆ แก่และหมดสิ้นอายุขัยไปกับคู่ชีวิตที่เราเลือกจะมีบุตรด้วย 

ตระกูลปาร์กเกอร์เฝ้าศึกษามาเนิ่นนาน จนในที่สุดก็รู้ความลับนี้ เจ้าคิดว่าพวกมันจะทำอะไร เจ้าชาย' 

 

'....พิสูจน์หรือ? ' เดฟตอบเสียงแห้งผาก 

 

'ใช่แล้ว เจ้านี่ฉลาดจริง ทว่าแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์ทั้งสองคนรู้ดีถึงสิ่งที่ตระกูลปาร์กเกอร์เป็น สุดท้ายตระกูลนักล่าจึงต้องเปลี่ยนเป้าหมาย พวกมันเลือกไปตามหาแม่มดที่อาณาจักรข้างเคียง และในเมื่อเอสเทีย แม่มดแห่งเอร์เวนไม่เคยซ่อนตัว พวกมันจึงเจอเขาโดยง่าย 

ตระกูลนักล่ามิได้โง่เขลาพวกมันรู้ดีว่าหากใช้วิธีเดิม ๆ ย่อมไม่ได้ผล มันจึงเริ่มแผนการ 

อัลฟ่าหนุ่มทายาทตระกูลนักล่าในวัยฉกรรจ์รูปโฉมหล่อเหลา ร่างกายสูงใหญ่ถูกเลือกจากคนในตระกูลเพื่อไปเป็นตัวล่อและสานสัมพันธ์กับแม่มดที่พวกมันชิงชัง 

จากแรกพบสบตา สุดท้ายอัลฟ่านักล่าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของแม่มดแห่งเอร์เวน 

เก็บเกี่ยวทุกความหอมหวานจากโอเมก้าชายที่แม้อยู่มาเนิ่นนานนับร้อยปีแต่มิเคยถูกผู้ใดแตะต้อง จนสุดท้ายเอสเทียก็ตั้งท้อง และได้รู้ความจริงว่าชายที่ตนมอบให้ทั้งหัวใจ ใช่เข้ามาหาด้วยความรัก แต่เพื่อทรมานและสังหารตน' เกเบรียลกระตุกยิ้มเมื่อเล่าถึงตรงนี้ 

 

 

'เจ้าคิดว่ามันจะเป็นเช่นไรต่อไปเจ้าชาย' 

 

 

'...เอสเทียคงเสียใจ' 

 

 

'ใช่ เขาเสียใจ เจ็บช้ำและกรุ่นโกรธอย่างมาก เมื่อยามตั้งท้องแม่มดจะมีพลังมากที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย ปกติแล้วพวกเราจะใช้มันร่ายคำอวยพรแก่ลูกทุกคนที่เกิดมาทั้งเป็นแม่มดและคนธรรมดาให้มีความสุขยืนนาน 

แต่เพราะความเจ็บช้ำ ความทารุณที่ได้รับ 

แม่มดแห่งเอร์เวนจึงใช้พลังที่มีมากที่สุดในชีวิตของตนเองเพื่อร่ายคำสาป 

สาปให้ลูกหลานแห่งตระกูลปาร์กเกอร์ถูกย่ำยีจากอัลฟ่าและเบต้าที่ได้เข้าใกล้ เพียงแค่คนเดียว คนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตามคำสาปนี้จะยังคงอยู่รอเวลาที่จะเป็นจริง พวกตระกูลปาร์กเกอร์เฝ้าหวาดระแวงมานับร้อยนับพันปีจนลืมเลือน และสุดท้ายผลแห่งคำสาปนั้นก็ปรากฏ' 

 

'จีน คือผู้ที่ถูกคำสาป' เดฟเอ่ยต่อประโยคที่คาดเดา 

 

'ใช่ แต่มันมีสิ่งเล็ก ๆ ที่น่าสนใจกว่านั้นเจ้าชาย' เกเบรียลดีดนิ้วและในทันทีม้วนกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าก็ตกอยู่ในฝ่ามือผอมบางของโอเมก้าชายที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นกุหลาบ 

 

'แม้จะโกรธและชิงชัง แต่สุดท้ายเอสเทียก็รู้สึกแย่กับคำสาปที่ได้ร่ายไว้ ทว่ามันมิอาจถอนคืน จึงได้อธิฐาน คำอธิฐานต่อเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์แสนสำคัญ ซึ่งถูกรับฟังและทำตาม' 

 

แม่มดเกเบรียลวางห่อม้วนกระดาษลงในมือใหญ่ของเจ้าชายอัลฟ่าจากเมืองนอร์ธ 

 

ดวงตาสองสีที่จ้องมองบอกเดฟว่า จงกระตุกปมเชือกและเปิดออก 

 

แกรก 

 

'แม่มดแห่งเอร์เวนอธิฐานขอให้ตนเป็นผู้ที่รับผลแห่งคำสาปนั้นไว้เองเมื่อเกิดครั้งใหม่ และขอให้คำสาปนั้นคลายสิ้นด้วยเงื่อนไขเดียวกับการสิ้นสุดการครอบครองพลังแม่มด แต่แค่กับชายผู้เดียว ชายผู้ซึ่งเป็นคู่แท้แห่งโชคชะตา' 

 

ม้วนกระดาษถูกเปิดออกด้วยมือของเดฟ และดวงตาเรียวคมจ้องมองค้างกับสิ่งที่เห็น ค้างนิ่งมองรูปเหมือนของคู่รักซึ่งวาดอย่างแสนบรรจง 

 

'คู่แท้แห่งโชคชะตา ที่แม่มดแห่งเอร์เวนขอให้เป็นชายผู้นั้นคนเดียว ชายจากตระกูลนักล่าที่หลอกให้เจ็บช้ำ ขอให้อัลฟ่าคนนั้นกลับมาเกิดใหม่เพื่อเจอกันอีกครั้ง เพื่อชดใช้ทุกความใจร้ายด้วยการมอบความรักให้อย่างสุดหัวใจ'  

 

รูปของคู่รักที่เดฟเห็น แม้จะดูเก่าเพราะคงอยู่มาเนิ่นนานนับพันปี ทว่าคนทั้งสองในรูปนั้น ไม่ผิดแน่ อัลฟ่าชายผู้นั้นเหมือนเดฟอย่างมากต่างเพียงสีผมนั้นดำสนิทไม่ได้เจือน้ำเงินเช่นตอนนี้ และคนที่ตนเองกำลังโอบกอดไว้ในอ้อมแขนนั้นคือร่างผอมบางของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ 

 

'ข้าหรือ'  

 

เดฟเพิ่งเข้าใจคำว่า ทุกสิ่งเป็นไปตามที่โชคชะตาถักทอมากที่สุดก็ในเวลานี้ 

 

คู่แท้แห่งโชคชะตา ครึ่งเสี้ยววิญญาณที่ขาดหายซึ่งเจ้าชายแห่งนอร์ธตามหามาทั้งชีวิต จนเมื่อเจอแม้ยามใกล้สิ้นลมหายใจก็ขอได้กัดตีตราจองไว้ เพราะกลัว กลัวเหลือเกินว่าจะต้องสูญเสีย 

 

'ใช่ เจ้าชาย เจ้านั่นแหละคือผู้ที่หลอกใช้ความรักของแม่มดแห่งเอร์เวน' 

 

'.... ' 

 

'เจ้าคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการเป็นสาเหตุแห่งคำสาปที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ต้องเผชิญ' 

 

คำสาปแห่งความชิงชัง ที่สุดท้ายแม่มดแห่งเอร์เวนขอให้ตนเกิดมาใหม่เพื่อรับผิดชอบมันไว้เอง ทว่าก็เป็นชาติภพที่ขอเกิดมาเพื่อเจอกับชายคนเดิมอีก เจอชายผู้เป็นคู่แท้แห่งโชคชะตาไม่ว่าจะเกิดมาอีกกี่ครั้งก็ตาม 

 

'จีนจะหายจากผลแห่งการเป็นโอเมก้าต้องสาป หากตั้งท้องลูกของข้าหรือ' 

 

'เจ้าเข้าใจถูกแล้ว เจ้าชาย' 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหมะ แหมะ 

 

หยดน้ำที่ร่วงหล่นลงบนซองจดหมายในมือทำให้เดฟรีบเก็บมันเข้าไปในช่องตรงอกเสื้อด้วยความหวงแหนเพื่อรอเปิดอ่านตามเวลาที่จีนย้ำบอกไว้ก่อนเดินทางจากไปเมื่อครู่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเงยขึ้นมองหยาดน้ำฝนมากมายที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า 

 

เรื่องราวที่หวนคิดถึงในอดีตยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวของเบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ 

 

รู้ดีว่าตนเองเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน 

 

แม้รู้มาตลอดว่าแม่มดเกเบรียลส่งจีนมากับตนด้วยก็เพื่อให้เดฟทำลายคำสาปนั้น จากการใกล้ชิดและทำให้จีนตั้งท้อง 

 

ทว่าชายผู้ซึ่งไม่ได้เกิดมาจากความรักหวาดกลัวมากเกินไป เจ้าชายแห่งนอร์ธอยากให้ลูกของตนกับจีนได้รับสิ่งดีกว่าที่ตนเคยเผชิญเสมอมา อยากให้ลูกของเราเกิดมาจากความรัก เกิดมาจากความอารี ความต้องการของผู้เป็นแม่และพ่อ 

 

ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ หรือแค่จำเป็น 

 

เดฟไม่อยากให้จีนเลือกที่จะมีลูกของเรา เพียงแค่อยากพ้นจากคำสาปที่ทำให้โอเมก้าที่แสนน่ารักผู้นี้ ไม่ได้เห็นโลกในมุมที่ใฝ่ฝัน ต้องถูกเก็บซ่อนไว้ห่างไกลจากผู้คน 

 

เขาเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับกับตนเอง และหวังว่าจะได้บอกให้จีนรู้ในวันที่โอเมก้าคู่แท้แห่งโชคชะตารักเขา และได้กลายเป็นแม่ของลูก ด้วยความเต็มใจของจีนเอง 

 

"ท่านเดฟ ข้าอยากให้ท่านมาช่วยดูเรื่องจัดสรรทุนหนุนการรบที่ได้เพิ่มมา" 

 

และมันคงเป็นเรื่องที่โง่มากที่จะมีเด็กสักคนเกิดมาในช่วงเวลาแห่งสงครามเช่นนี้ 

 

"ได้ ข้ากำลังไป" 

 

สักวันเดฟจะยุติการเป็นโอเมก้าต้องสาปของจีน สักวันเราจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ที่สงบและมีความสุขด้วยกัน 

 

สักวันหนึ่งนั้น ที่ทำให้เดฟคิดถึงอยู่เสมอเพื่อให้ตนผ่านพ้นไฟสงครามที่ลามไหม้รอบตัวไปได้ 

 

สักวันที่จีนจะได้รับรู้ทุกอย่างที่ควรรู้ 

 

 

 

 

#ดมอบีนยอง 

ความคิดเห็น