email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes △ {11}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes △ {11}
แบบอักษร

 

Diamond eyes 

 

{11} 

 

 

 

 

แสงไหวจากปลายเทียนสะท้อนเงาผ่านผ้าใบผืนหนา แม้จะกันฝนและลมหนาวได้แต่มิมั่นคงพอที่จะปกป้องอันตรายต่อโอเมก้าต้องสาปที่อยู่ภายในได้ดีดังควร หากจะให้ทหารหาญมายืนเฝ้าดูอยู่เคียงใกล้ นั่นก็ยิ่งทำให้น่าห่วงมากกว่าคลายกังวล  

 

เจ้าชายแห่งนอร์ธจ้องมองประตูผ้าตรงหน้าพลางคิดในใจ 

 

จะเป็นตนที่มาอยู่โยงเฝ้าเองก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แม้นั่นจะเป็นทางที่ชวนให้วางใจได้ที่สุดก็ตาม 

 

เพราะเดฟยังตระหนักรู้ว่าหากละเลยหลายสิ่งมาเพื่อโอเมก้าเพียงคนเดียวย่อมไม่ดีแน่ 

 

เวลานี้ใกล้ล่วงเข้าเที่ยงคืนเต็มทน แองเจโล่ ปาร์กเกอร์ จะยังรอนอนพร้อมตนเช่นที่ขอไปหรือไม่ 

 

ร่างสูงใหญ่เดินลอดผ่านเข้ามาในประตูผ้าใบ จ้องมองร่างน้อยบอบบางซึ่งซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา แก้มขาวนวลซุกซบกับหมอนใบโต ตั่งเตียงที่แม้กว้างทว่าไม่นุ่มนิ่มเท่ากับเตียงซึ่งเคยนอนที่เมืองเซียร์หรือแม้แต่โรงเรียนโอเมก้าลินน์ ซึ่งโอเมก้าตัวน้อยจากมาก็ตาม 

 

อัลฟ่าเดฟไล้หลังมือหนา ไปตามผิวแก้มนุ่มนวล เปลือกตาที่พริ้มหลับฟ้องชัดว่าจีนถูกห้วงนิทราขโมยตัวไปแล้ว แม้จะดูใจร้ายที่ต้องรุกล้ำในห้วงเวลาแห่งฝันดี แต่เดฟก็ต้องปลุกร่างน้อยขึ้นมาอยู่ดี 

 

"จีนตื่นเถอะ จีน นี่ข้าเอง ตื่นเถอะ" 

 

"อื้ออ ท่านเดฟหรือ" แขนขาวบอบบางยันตัวเองลุกขึ้นตามแรงดึงรั้งของอัลฟ่า ดวงตากลมปรือบวม มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความฉงนสงสัย 

 

"ข้ามีที่ที่อยากพาเจ้าไป" 

 

"ตอนนี้หรือ" 

 

"ใช่แล้วล่ะ มากับข้าจีน" 

 

แม้จะสร้างความสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดถึงได้ถูกพาออกมาจากที่หลับนอนในยามค่ำคืนเช่นนี้ ทว่าด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งหมดทั้งสิ้นที่มีโอเมก้าน้อยสวมเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนกระชับให้พอดีร่าง 

 

พร้อมทั้งสะพายย่ามใส่สมุนไพรใบเก่งติดตัวไปด้วย สองขาเดินตามแผ่นหลังกว้างซึ่งยามนี้เดฟสะพายกระสอบสมุนไพรอันใหญ่ไว้สองใบก็ชวนแปลกตาดี 

 

และยิ่งทำให้จีนรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีกว่าที่แห่งใดที่เดฟจะพาตนไป ทว่าในเวลาเดียวกันก็รู้สึกเบาใจได้ที่มีสมุนไพรระงับอาการคลั่งและระงับอาการฮีทติดตัวมาด้วยมากมายขนาดนี้ 

 

อัลฟ่าเดฟที่เดินอยู่ข้างหน้าคอยหันมามองโอเมก้าตัวน้อยอยู่เป็นระยะ เมื่อก้าวผ่านพ้นก้อนหินข้ามลำธารที่เดินได้เพียงเรียงหนึ่งเรียบร้อยก็กอบกุมฝ่ามือน้อยของจีนเพื่อเดินเคียงข้างกัน 

 

ขายาวก้าวช้า ๆ ให้คนตัวผอมเดินตามได้อย่างทันท่วงที เส้นทางตรงหน้าตัดลึกเข้าไปในป่าของเมืองนอร์ธ สำหรับจีนไม่ว่าจะทางไหนก็ดูเป็นป่ามืด ๆ ไม่ต่างกันสักนิด 

 

ทว่าสำหรับอัลฟ่าเดฟที่เป็นคนพื้นเมืองและมีจุดประสงค์แน่ชัดในการเดินมาทางนี้ นั้นเลือกเส้นทางตามอย่างใจตนได้อย่างแม่นยำและเหมาะสม ไม่มีความลังเลใจราวกับว่าแผนที่ของทางที่จะไปถูกสลักอยู่ในความทรงจำ 

 

"นี่มันทางตันนี่ท่านเดฟ" จีนเอ่ยถามเมื่อจ้องมองสุมทุมพุ่มไม้ตรงหน้า อัลฟ่าตัวโตกระตุกยิ้ม ก่อนที่จะเดินอ้อมไปหลังต้นไม้ใหญ่ ออกแรงขยับอีกเล็กน้อยทำให้จีนเห็นเถาวัลย์คดโค้งเปิดออกเป็นช่องซึ่งมีกอหญ้านุ่ม ๆ หนาตาบังไว้ 

 

อัลฟ่าตัวโตมุดผ่านเข้าไป พร้อมกับกุมมือของจีนให้ข้ามตามเข้ามา เพียงครู่เดียวเท่านั้นร่างน้อยก็ทะลุกำแพงต้นไม้ ด้านในนี้แตกต่างจากฝั่งด้านนอกอย่างน่าตื่นตา 

 

เบื้องหน้าเป็นลานทุ่งหญ้า ตรงกลางมีบ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่นักตั้งอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าเรืองแสงไม่ว่าจะต้นไม้หรือดอกไม้ก็ตาม มันถูกรอบล้อมไว้ด้วยต้นไม้หนาสูงใหญ่ราวกับว่าเป็นช่องเว้นเวิ้งที่แสงจันทร์สะท้อนลงมา 

 

"โห สวยจัง" จีนพึมพำกับตัวเองปลายนิ้วขาวแตะกลีบดอกไม้สีเหลืองเรืองแสงอย่างหลงใหล 

 

และเมื่อแตะดูก็ได้เห็นว่ามันมิได้เพียงแค่สะท้อนแสงจันทร์ ทว่าตัวดอกไม้นั้นมีแสงเรืองรองออกมาจริง ๆ จีนกวาดตามองไปรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ 

 

หาใช่เพียงแค่ดอกไม้หลากสีและเวิ้งน้ำตรงหน้าเท่านั้นเพราะเหล่าแมลง ผีเสื้อที่โบยบิน หมู่ภมรที่กลางสะบัดปีก อยู่จนทั่วบริเวณนี้ทุก ๆ ตัวล้วนเรืองแสงสวยงามชวนให้จ้องมอง 

 

"ที่นี่มันที่ไหนกันท่านเดฟ" จีนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น 

 

ตนอ่านหนังสือมามากมาย เรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่คล้ายเช่นนี้นั้นมีแต่ในนิยายปรัมปราหรือเรื่องแต่งที่ชวนเกินจริงเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสถานที่ซึ่งทั้งสัตว์และดอกไม้ใบหญ้าล้วนเรืองแสงเช่นนี้ 

 

จีนกวาดตามองไปทั่วบริเวณแอบสันนิษฐานในใจว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่องแสงได้คงด้วยอิทธิพลของบ่อน้ำตรงหน้าที่เรืองแสงเป็นแน่ 

 

"นี่คือสถานที่ลับของข้า" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดใบหูพร้อมวงแขนแกร่งที่จับคว้ามือน้อยพาเดินตรงไปใกล้กับแอ่งโขดหินขนาดใหญ่ใกล้ริมแม่น้ำซึ่งถูกวางตำแหน่งอย่างดี ราวกับว่าสร้างมาเพื่อให้สามารถนั่งพักผ่อนดูเวิ้งน้ำได้อย่างใกล้ชิดและปลอดภัย 

 

เดฟถอดกระสอบสมุนไพรกองวางไว้ข้างตัวยามที่กวักวักน้ำขึ้นมาในมือ 

 

มันเรืองแสงส่องประกายราวกับมีหิ่งห้อยนับพันอยู่ในนั้น ราวกับว่าดวงดาวบนท้องนภาตกลงสู่ใจกลางอุ้งมือหนา จีนยื่นหน้าเข้ามาดูน้ำในมือของเดฟใกล้ ๆ ด้วยความใคร่รู้ 

 

"ข้าพบเจอสถานที่นี้โดยบังเอิญ เมื่อตอนที่ข้าเป็นเด็กเดินหลงทางมาไกลจนถึงแถวนี้ แล้วเจอเข้ากับหมาป่า ข้าคิดว่าคงแย่แน่ ๆ พลันความกลัวทำให้วิ่งเตลิดมุดเข้ามาในช่องที่เราผ่านมาเมื่อครู่แล้วก็เจอกับสถานที่แห่งนี้" เสียงทุ้มนุ่มเล่าให้ฟังอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหมดจดหวานล้ำของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์จ้องมองคนเล่าแทบไม่ละสายตา 

 

"ข้าเก็บมันไว้เป็นความลับกับตนเองและยิ่งผ่านไปนานวันเข้า ก็ทำให้ข้าได้รู้และมั่นใจว่าสถานที่นี้เป็นความลับจริง ๆ ไม่มีใครล่วงรู้ถึงมันนอกจากตัวข้า มันเป็นที่ที่ข้าสบายใจทุกครั้งที่ได้มาและเมื่อมาเยือนเคียงใกล้ที่นี่แล้ว ข้าก็อยากพาเจ้ามาชื่นชมความงดงามนี้" 

 

"ที่นี่สวยจริง ๆ ท่านเดฟ" ดวงตาคู่กลมโตสะท้อนสิ่งเรืองแสงรอบกายเป็นประกายระยิบระยับ 

 

"ใช่ สวยจริง ๆ” และในแววตาเรียวคมของเจ้าชายแห่งนอร์ธนั้นสะท้อนเพียงภาพของคนตรงหน้า 

 

"ขอบคุณท่านเดฟมากเลยนะที่พาข้ามาที่สวย ๆ แบบนี้" 

 

ความคิดที่ชัดเจนและสลักลึกลงในใจของเดฟนั้นวนเวียนอยู่ภายในยามดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับ มองเครื่องหน้างดงามลงตัวของโอเมก้าต้องสาป 

 

เดฟอยากจะชดเชยให้สำหรับทุกสิ่งที่ตนเคยทำให้เสียใจ ทุกสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดและชิงชังต่อโลกใบนี้ 

จะไม่ทอดทิ้งให้โอเมก้าผู้นี้ต้องผิดหวังอีก 

 

"จีน.." 

 

"..." ลมหายใจอุ่นจากปลายจมูกโด่งรดผิวแอ่งเนื้อเหนือริมฝีปากนุ่ม 

 

"ข้าขอจูบเจ้าได้หรือไม่" ยามที่เอ่ยคำขอผิวปากหยักบางก็เกลี่ยผ่านริมฝีปากอิ่มตึง ให้ต่างฝ่ายต่างได้ใจวูบหวิว 

 

"อื้ม" 

 

เพียงเสียงตอบรับแผ่วเบา 

 

"...." 

 

รสจูบที่เฝ้าปรารถนาก็สอดประสานจมลึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ลิ้นร้อนชื้นสอดผ่านเข้าหาริมฝีปากอันแสนหอมหวานของโอเมก้า ซึ่งควานหากลิ่นหอมจำเพาะลึกล้ำได้อย่างที่กลิ่นสมุนไพรซึ่งวางโอบล้อมอยู่รอบตัวนั้นไม่อาจสำแดงเดช 

 

สองฝ่ามือผอมของจีนจิกยึดช่วงไหล่กว้างไว้แน่นจนเสื้อผ้านุ่มลื่นสีดำบิดริ้วไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นให้ล่องลอยจากจูบเพียงจูบเดียว ซึ่งเดฟทั้งปรนเปรอป้อน ทั้งตักตวงจนผิวเนื้ออ่อนนุ่มของโอเมก้าต้องสาปร้อนฉ่าไปทั้งตัว 

 

"อะ อาาา..." เสียงหอบหายใจสอดประสานกันยามคลายผิวกลีบปากออกจากกัน ปล่อยคืนลิ้นของอีกฝ่ายให้หวนคืนถิ่น แสงเรืองรองรอบกายสะท้อนผิวท่อนขาขาวที่เกี่ยวเกยผ่านช่วงเอวหนา ซึ่งยามนี้ถูกปลดเปลือยให้เจ้าของผิวขาวเช่นจีนได้เห็นกับตาตน 

 

ว่าถูกช้อนอุ้มเกยสะโพกอวบนุ่มขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทั้งผ้าคลุมผิวขาวก็ไม่อยู่ติดตัวไปเสียแล้ว 

 

ทว่ามิมีสิ่งใดที่สะท้อนให้เห็นและสะกดจีน เท่าแววตาเรียวคมของเดฟที่เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์ลึกล้ำ กลิ่นเปลือกไม้หอมรอบกายที่เด่นชัดในการรับรู้ของจีน 

 

มากยิ่งกว่ากลิ่นของสมุนไพร กลิ่นของธารน้ำ กลิ่นของไอดินและผืนหญ้า 

 

"...." ปลายนิ้วเรียวสวยแตะไต่ไปตามเครื่องหน้าคมคายหมดจด จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเรียวคมที่ยามนี้กลายเป็นเพชรสีดำระยิบระยับสะท้อนเล่นแสงรอบข้าง 

 

ดวงตาที่ชายผู้เป็นเจ้าของเคยต้องเจ็บช้ำจากการไม่ได้รับความรักของมารดาเพราะมีไว้ในครอบครอง 

 

"ท่านมีดวงตาที่งดงามมาก ท่านเดฟ จงอย่าได้เสียใจที่มีมัน" น้ำเสียงนุ่มหวานเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจใต้แผ่นอกหนาเต้นโครมครามมากกว่าที่เคย 

 

"ขอบคุณ จีน" เสียงทุ้มนุ่มสั่นแผ่ว มือผอมถูกกอบกุมรับจูบที่ฝังลงแนบแน่นกลางฝ่ามือผอม ไล่ย้ำทิ้งรอยแดงเล็กบ้างใหญ่บ้างขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงหัวไหล่ผอม 

 

แอ่งชีพจรที่สูบฉีดเลือดร้อนผ่าว เชือกที่รัดรอบคอของโอเมก้าซึ่งถูกปลดออกอย่างแผ่วเบา 

 

..และไร้การท้วงติง 

 

ไม่ต่างจากเหล่าผีเสื้อภมรที่โบยบินปีกเรืองแสงคอยจับจ้องมองอยู่ไม่ห่างไป ริมฝีปากไล่ประทับบนผิวเนื้อนุ่มหวาน หยุดอยู่ไม่ห่างริมฝีปากอิ่มที่น่าดูดกัดให้ได้ช้ำขณะเดียวกันก็ควรค่าแก่การค่อย ๆ กระเซ้าเย้าจูบช้า ๆ จนร่างน้อยบิดเขินอยู่ใต้การกกกอดอย่างน่าเอ็นดู 

 

"ข้าขอจูบเจ้าอีกได้หรือไม่ จีน" ขอแม้ว่าหากบอกปัด ก็ไม่อาจรับปากว่าจะทำตามได้หรือไม่ 

 

"ท่านเดฟ... ท่านจะขอ หรือ ...ท่านจะจูบ " 

 

แน่นอนอยู่แล้วว่า เจ้าชายแห่งนอร์ธผู้มีสติปัญญาเลื่องชื่อในหมู่เจ้าชายเมืองเดียวกัน ย่อมเลือกในสิ่งที่ใจตนก็ปรารถนา 

 

"อื้อ" 

 

แผ่นหลังผอมของจีนเอนพิงกระสอบสมุนไพรซึ่งมือหนาใหญ่ดึงสอดรับให้แนบชิดได้โดยร่างผอมบางไม่ต้องกระทบบดเบียดกับโขดหินให้ได้เจ็บ 

 

เพราะยิ่งจูบก็ยิ่งโน้มดันร่างน้อยให้ถอยรับแรงถาโถมชิดแนบมากยิ่งขึ้น ทว่าโอเมก้าแห่งตระกูลปาร์กเกอร์ก็มิได้ล่าถอยเฉกเช่นกระต่ายขนปุยที่จ้ำสี่เท้าหนีสัตว์นักล่า 

 

แต่เจ้าลูกกระต่ายใจกล้าโน้มตัวเข้าหา ทั้งตัวหอมนุ่มบดเบียดกับแผ่นอกแข็งแกร่งจนเดฟยิ่งอยากจะโถมร่างแทรกตักตวงความหอมหวาน ทั้งจูบที่จีนตอบกลับได้อย่างละเอียดครบถ้วนเช่นที่เคยเรียนรู้มาจากเดฟซึ่งป้อนสอนด้วยริมฝีปากในทุกครั้งที่จูบกัน 

 

แคว่ก 

 

เสียงกระดุมซึ่งกลัดยึดเสื้อเนื้อดีของเจ้าชายอัลฟ่าไว้หลุดออกจากกันจนร่วงกราวตามแรงเหนี่ยวรั้งของสองมือผอมที่จิกขยุ้มกำปกเสื้ออยู่ ปลายนิ้วผอมจิกขูดลงกับผิวเนื้อหนั่นแน่นของช่วงบ่ากว้างระบายความเสียวสะท้าน 

 

เพราะร่างน้อยถูกลิ้นร้อนทั้งดูดกลืน ทั้งขบกัดไปทั่วผิวเนื้อขาวและยอดอกสีหวานสะท้อนใต้แสงจันทร์ 

 

"อะ ดะ เดฟ" เสียงหวานผะแผ่วสะท้านห้วงหายใจ เมื่อมือใหญ่ซุกซนเริ่มรูดรั้งตระเตรียม และกดส่วนปลายร้อนเร่าเข้าเก็บเกี่ยวความหอมหวานจากร่างน้อยเป็นของตน 

 

กลิ่นกระดังงาแสนหอมหวานหาได้แค่ยั่วเย้าให้อัลฟ่าคู่แท้แห่งโชคชะตาถูกมอมเมาจนคุ้มคลั่ง ทว่ายังล่อหลอกให้เหล่าผีเสื้อและหมู่ภมรโบยบินกางปีกเรืองแสงมาบินวนเพื่อเฝ้าพิศดู และเชยชมกลิ่นหอมหวาน 

 

บินวนเวียนอยู่ไม่ห่างนับร้อยชีวิต 

 

ราวกับดวงดาวถูกร้อยเป็นสาย สยายปีกอยู่เหนือแค่สุดหนึ่งเอื้อมแขน 

 

"..จีน ..อาา จีน" 

 

เสียงทุ้มนุ่มกระเส่าเรียกถี่กระชั้น สองคู่เข่าของโอเมก้าตัวผอมแยกออกจากกันกว้างขึ้นเพื่อรองรับเรี่ยวแรงที่ถาโถมเข้าใส่  

 

หยาดน้ำใสในบ่อกว้างกระเซ็นขึ้นมาโดนผิวของจีนบ้างยามที่สองร่างเคลื่อนขยับถูไถกระสอบสมุนไพรที่รองหนุนครั้งแล้วครั้งเล่าจนเศษหิน เศษไม้ตกลงไป ทำให้รู้สึกเย็นวาบผ่านผิว 

 

ต่างจากความรู้สึกของน้ำอุ่นร้อนที่ถูกกระตุ้นจนเปรอะเลอะหน้าท้องขาว และอีกมากมายนักที่ถูกบีบเค้นจนกระฉอกสำลักเข้ามาในร่างหอมของโอเมก้าต้องสาปอยู่หลายต่อหลายระลอก 

 

ขยับแนบ ถอดถอนคืน ก้าวล่วงลึก เคล้าเสียงครวญหวานและหยาดเหงื่อของทั้งสองที่อาบห่มร่างใต้แสงเรืองรองของธรรมชาติรอบกาย 

 

 

"..! .." 

 

เปลือกตาบางเปิดโพลงขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกจากห้วงฝัน ใบหน้าจิ้มลิ้มพราวด้วยหยาดเหงื่อก่อนจะกระพริบตาโตปริบ ๆ หลายทียามลำดับความคิดของตัวเอง 

 

ในกระโจมเดิมซึ่งตนเอนร่างลงนอนเมื่อตอนหัวค่ำ 

 

ผิวแก้มขาวเริ่มลามไหม้ด้วยสีแดงเมื่อคิดถึงเมื่อใกล้รุ่งที่ตนนอนคุดคู้อยู่ในอ้อมแขนของเบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ ยามที่โอบอุ้มพามาส่งถึงตั่งเตียงนอน 

 

ไม่ จีนไม่ได้หมดสติ หรือถูกกอดรัดกัดกินความหอมหวานจนม่อยหลับ ทว่าก็อ่อนแรงเกินกว่าจะจ้ำเดินกลับมาด้วยสองเท้าของตัวเองไหว และแม้จะเหลือแรงกำลังให้เจื้อยแจ้วตลอดทางแต่ก็เลือกจะไม่เอ่ยคำใดให้ยิ่งขัดเขิน 

 

เพียงแค่แนบหูฟังเสียงหัวใจใต้แผ่นอกแกร่งมาตลอดทางแทน 

 

'หากไม่รู้จะฝันถึงอะไร ก็ฝันถึงข้านะ จีน' แล้วประโยคที่เอ่ยไว้ก่อนจะกดจูบที่หน้าผากยามทิ้งตัวนอนข้างกันนั้นอีก 

 

มันยังทำเอาจีนรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำแม้แต่ในตอนนี้ 

 

"นี่ เมื่อคืนพวกเจ้าฝันแปลก ๆ ไหม" 

 

"วันนี้ข้าได้ยินอัลฟ่าบ่นเรื่องฝันมาสามคนแล้ว อย่าบอกนะว่าเจ้าก็ฝันหอมเมื่อคืนนี้" เสียงแว่วสนทนาของทหารที่เดินผ่านกระโจมเก็บสมุนไพรซึ่งเป็นที่นอนของจีนดังเข้ามาด้านในเช่นปกติ 

 

"ใช่ ๆ มีคนฝันแบบข้าอีกหรือ ฝันประหลาดแต่ข้าตีว่าเป็นฝันดี ฝันดีมาก ๆ เชียวล่ะ เป็นฝันที่หอม หอมมาก ๆ หอมหวาน เป็นกลิ่นอ่อน ๆ ลอยมาตามสายลม เหมือนมีดอกไม้มายอบกายยั่วเย้าอยู่ตรงหน้าข้า" 

 

"โห มันขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าอยากจะฝันหอม ๆ อย่างเจ้าบ้าง คิดอะไรก็ก่อนนอนหรือถึงได้ฝันเช่นนั้น" 

 

"ข้าก็ไม่รู้ ก็นอนหลับปกติ พูดแล้วข้าก็เสียดายที่ได้กลิ่นแบบนั้นแค่ในฝัน เฮ้ออ อยู่เมืองนอร์ธมาหลายปี แต่ดันมาได้กลิ่นหอมที่อยากดมซ้ำอีกโชยมาจากไหนไม่รู้ในฝัน แบบนี้สู้ไม่ฝันถึง ไม่เคยรับรู้ว่ามีอยู่ยังจะดีเสียกว่าอีก" เสียงคุยของทหารแว่วไปไกลคล้ายเรื่องสรรพเพเหระทั่วไป 

 

ทว่าครั้งนี้จีนกลับคิดว่า สาเหตุกลิ่นหอมในฝันเมื่อคืนนี้ต้นเหตุอาจจะไม่พ้นเรื่องที่เกิดขึ้นริมแอ่งน้ำลึกลับนั้นก็เป็นได้ 

 

ยิ่งฟังยิ่งคิด ยิ่งทำให้จีนยิ่งหน้าร้อน ตัวร้อน จนผิวแดงไปหมด 

 

แต่ก็มิอาจแดงสู้รอยขบกัดอย่างสนุกปากที่อัลฟ่าเดฟตั้งใจทิ้งไว้บนผิวเนื้อหอม 

 

ความสวยงามของสถานที่เมื่อคืนนี้ยังชัดแจ้งในความทรงจำ ความอุ่นจากอ้อมกอดของเดฟยังคงชัดเจนรอบตัว รสจูบยังทำให้ริมฝีปากนึกถึงความหวาน ความร้อนที่แทรกลึกเข้ามาในกายยังทิ้งไว้ซึ่งความอุ่น 

 

หรือจะถ้อยคำที่จีนเร้าให้อีกฝ่ายเริ่มจูบก็ยังจำได้ไม่ลืม 

 

"โอยย บ้าจริง" จีนพึมพำกับตัวเองซุกใบหน้ากับกองผ้านวมผืนอุ่น เมื่อคิดถึงลีลาและการขยับเยื้องกายที่เอาแต่เชื้อเชิญอัลฟ่าผู้นั้นให้กลืนกินตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

จะโทษอาการฮีทได้อย่างไรในเมื่อกระสอบสมุนไพรที่โอบรอบกายทำให้จีนฮีทเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่หมดสิ้นการยึดเหนี่ยวสตินึกคิดไปเช่นคราวอื่นเสียหน่อย 

 

แต่หากอัลฟ่าเดฟมาไล่ต้อนถามแซวเรื่องนี้ล่ะก็ จีนก็จะยังกล่าวโทษอาการฮีทไปเสียบ้าง 

 

เมื่อคืนตนยินยอมเข้าสู่อ้อมกอดของอัลฟ่าคู่แท้ด้วยใจอ่อนโอนมากแค่ไหน แค่คิดก็หูร้อน หน้าแดงแล้ว นี่หากต้องทวนย้ำด้วยปากตัวเองอีกคงได้เขินจนตัวไหม้ก่อนพอดี 

 

ทว่าแม้ไม่เอ่ยปากบอกให้ได้รู้แน่ชัด 

 

แต่จีนก็เชื่อจากความลึกซึ้งที่เราจ้องมองกันผ่านแววตา จากสองมือที่สัมผัสและกอบกุมกัน 

 

ว่าเดฟรู้ รู้ว่าตอนนี้จีนคิดกับอีกฝ่ายเช่นไร 

 

 

 

△△△ #ดมอบีนยอง △△△ 

 

 

กระโจมเก็บสมุนไพรที่ถูกตั้งไว้ไกลจากทุกคนมากที่สุด ยกเว้นแค่กระโจมนอนของเจ้าชายเดฟเป็นกระโจมที่ทหารทุกคนรู้ดีว่าไม่ควรจะผ่านไป 

 

แรกเริ่มเดิมทีทหารหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่พอมีข่าวลือว่าในกระโจมนั้นมีภูติสวรรค์หน้าตาจิ้มลิ้มซ่อนอยู่เพราะมีทหารหลายคนเห็นเดินออกมาอยู่บ้างในบางขณะก็ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุทำให้ยิ่งอยากเข้าไปใกล้กระโจมสมุนไพร 

 

จนมีคำสั่งออกมาว่าห้ามไปวนเวียนแถวนั้นเด็ดขาดหากไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ  

 

คำสั่งนี้แน่ชัดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ฝันหอมที่เหล่าอัลฟ่าเป็นกันเมื่อห้าวันก่อน ยิ่งหัวหน้าแม่ทัพอย่างท่านเฮเลนที่บอกว่าใครเข้าไปใกล้ไม่ใช่แค่จะโดนโทษทางวินัยแต่ว่าจะโดนสาปด้วย เพราะในนั้นมีสิ่งมีชีวิตต้องสาปอาศัยอยู่ด้วยสีหน้าจริงจังทำเอาทหารทุกคนกลัวหัวหด 

 

จำให้ขึ้นใจว่าถ้าไม่จำเป็นก็อย่าได้ไปใกล้ 

 

แล้วพอไม่มีใครแม้แต่จะเดินผ่าน มันทำให้โอเมก้าต้องสาปที่อยู่ด้านในทั้งรู้สึกเบาใจ และรู้สึกเบื่อหน่ายมากในเวลาเดียวกัน 

 

"เฮ้อ เล่มนี้อ่านแล้ว อันนี้ก็แล้ว อ่าา นี่ก็อ่านแล้วเช่นกันหรือ" เสียงหวานบ่นพึมพำอยู่หน้าหีบที่ใส่ของส่วนตัวซึ่งตนยัดหนังสือมาจนแน่นเอียด 

 

อยู่ที่เมืองเซียร์ยังมีห้องสมุดให้ไปอ่านหนังสือมากมาย ยังมีเกมกระดานไม้หลายหลากให้เล่น ยังมีสวนสวยให้ได้ออกไปเดินกินบรรยากาศร่มรื่น 

 

แต่พอมาอยู่ใกล้เขตสงครามเช่นนี้ จีนต้องอยู่อุดอู้แต่ในกระโจมที่มีสมุนไพรระงับอาการอัดแน่น ออกไปไหนก็ไม่ค่อยกล้าออก ได้แต่จ่อมจมอยู่จนอ่านหนังสือที่ขนมาเสียหมดเกลี้ยงแล้ว 

 

กว่าอัลฟ่าเดฟจะว่างมาหาก็ดึกดื่นนู่น 

 

หลายคืนจีนก็หลับไปแล้ว กลายเป็นบางวันนั้นก็ไม่ได้คุยกับใครเลย ทั้งที่มีคนอยู่ไม่ไกลเต็มไปหมด ถ้าหากไม่ติดว่าตนเป็นโอเมก้าต้องสาปคงได้ออกไปเดินสำรวจตรงนั้นตรงนี้เก็บเป็นความรู้แล้วล่ะ 

 

จะว่าไปก็นึกคิดถึงบ่อน้ำเรืองแสงสถานที่ลับที่ท่านเดฟพาไปเมื่อหลายวันก่อน 

 

พอคิดแล้วก็อดไม่ได้จะแก้มแดงขึ้นมาจนถึงใบหู 

 

อยากไปที่สวย ๆ แห่งนั้นอีกจัง 

 

"...." 

 

ตึง! ตึง! ตึง!  

 

เสียงกรูวิ่งของฝีเท้าจำนวนมากทำให้แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ตกอยู่ในอารามตื่นตระหนกกับเหตุที่เกิดฉับพลันไม่น้อย ร่างผอมบางคว้ากระเป๋าย่ามสมุนไพรใบเก่งมากอดก่อนจะรีบวิ่งออกมา 

 

เห็นเหล่าทหารและผู้คนในค่ายชั่วคราวนี้เกือบทั้งหมดกรูไปด้านหน้าเป็นทางเดียวกัน 

 

โอเมก้าต้องสาปรีบวิ่งไปดูเช่นกัน และไม่ลืมที่จะเว้นระยะห่างจากคนอื่นอยู่ไม่น้อย 

 

จากด้านบนนี้ทำให้ได้เห็นว่าลานหญ้ากว้างใกล้กับประตูใหญ่ที่มีไว้เปิดเข้าสู่เมืองนอร์ธนั้นมีกองกำลังจำนวนอย่างน้อยก็เกือบพันเดินแห่ตรงกันออกมาจับจองพื้นที่ 

 

จีนเห็นธงประจำนอร์ธ ถูกถือเดินนำออกมาเหมือนเป็นเป็นการแจ้งจำนงชัดว่านี่คือขบวนทัพของชาวเมืองนอร์ธ แต่เท่าที่จีนเห็นชุดของเหล่าผู้คนมากมายซึ่งแห่ออกมาเตรียมตัวหน้าทางเข้าเมืองพร้อมอาวุธนั้น หลายคนก็มีเสื้อผ้าที่ขาดลุ่ยและดูสกปรกแม้จะมองจากระยะไกลขนาดนี้ก็ตาม 

 

"พวกมันเอากำลังคนมาจากไหนน่ะ ทหารของนอร์ธส่วนมากก็อยู่ที่นี่กับเรา ส่วนพวกที่ขึ้นตรงกับเจ้ากรมการคลังและเจ้าชายจาคอบก็ไม่มีได้มีเยอะถึงเพียงนี้แน่" เสียงของอัลฟ่าคนหนึ่งตะโกนขึ้นดังก่อนจะยกกล้องส่องทางไกลจับจ้องภาพตรงหน้า 

 

"นั่นพวกทหารรับจ้าง" ท่ามกลางความตกใจและว้าวุ่น การได้ยินเสียงทุ้มนุ่มและได้กลิ่นเปลือกไม้ของคู่แท้แห่งโชคชะตาก็ทำให้จีนรู้สึกเบาใจได้มากขึ้น 

 

เดฟสนทนากับเหล่าผู้นำของสหพันธ์ ไม่ได้แม้แต่หันมามองหรือไต่ถามอะไรจีน ทว่าแขนยาวแข็งแรงนั้นวาดโอบไหล่ผอมไว้ในอาณัติของตัวเอง 

 

ให้จีนได้รู้สึกเบาใจมากขึ้น 

 

"ใช่จริง ๆ ด้วย พวกมันจ้างทหารรับจ้างมาสู้ศึกครั้งนี้อย่างนั้นหรือ" เบต้าหญิงที่มีรูปร่างผึ่งผายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงกังวล 

 

"เดิมทีพวกเรามีแต้มต่อในเรื่องของกำลังคน ส่วนทางนั้นมีแต้มต่อในด้านของเงินทองเต็มท้องพระคลังและที่ตั้งซึ่งอยู่ในเมืองนอร์ธมีประชาชนห้อมล้อมไม่ต่างโล่มีชีวิต" เฮเลน โรมานอฟเอ่ยขึ้น 

 

"แต่ครั้งนี้ฝั่งจาคอปใช้เงินแก้ปัญหาเรื่องกำลังคน ยิ่งจ้างพวกทหารเดนตายและโจรป่าพวกนี้มาแทนก็ประหยัดค่าเยียวยารักษาไปได้อีกมากโข" เดฟเอ่ยขึ้นมาในเรื่องที่ทำให้ทุกคนยิ่งตระหนักถึงข้อเสียเปรียบที่กำลังจะเกิดขึ้นกับฝั่งตน 

 

ใช่ที่ว่าทหารซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีใต้การดูแลของเจ้ากรมทหารเมืองนอร์ธย่อมมีทักษะและความซื่อสัตย์อันยอดเยี่ยม ทว่าทุกชีวิตล้วนมีค่า มีครอบครัวที่รออยู่ หากเกิดการปะทะ ได้รับบาดเจ็บย่อมต้องถูกส่งตัวออกมาดูแลรักษาให้ดีที่สุด 

 

ทุกการรักษามีต้นทุน และทุกการบาดเจ็บย่อมเสียมูลค่าในแรงกำลังต่อสู้ 

 

ทว่าเมื่อเป็นทหารรับจ้างและโจรป่าที่ใช้เงินในการจ้างวานมาเช่นนี้ ฝั่งของจาคอบย่อมไม่ต้องคิดถึงงบรักษา ใช้แล้วชำรุดก็ทิ้งขว้างให้ตายไปเสีย นำเงินที่ควรเป็นค่าเยียวยาจ้างโจรกลุ่มใหม่มาออกรบแทนก็ย่อมได้ 

 

"พวกนั้นจะบุกโจมตีพวกเราไหม" จีนถามขึ้นมาอย่างพาซื่อ 

 

"ไม่หรอก" เดฟเอ่ยขึ้น และนั่นทำให้เหล่าสหพันธ์มองตากันด้วยความกังวล เพราะพวกตนก็คิดเช่นเดียวกับเจ้าชายเดฟ 

 

ยิ่งส่องกล้องดูก็เห็นเหล่าเบต้าชายและอัลฟ่าที่ดูกักขฬะดุดันเหล่านั้น แม้จะหันมายิ้มเยาะเย้ยทางฝั่งตน แต่ก็ไม่มีใครก้าวล้ำเขตแดนหน้าเมืองออกมาสักนิดเดียว เพียงแค่ลงหลักปักเสาสร้างที่พักผ่อนชั่วคราวกันเท่านั้น 

 

ยิ่งยืนยันว่าพวกมันเพียงแค่มารอ 

 

"พวกมันจะรอไปเรื่อย ๆ จนกว่าเสบียงของเราหมดและในที่สุดเราก็จะทนไม่ไหวและต้องเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน" เดฟบอกกับจีนเสียงหนักลึก 

 

"คิดหน้าคิดหลัง ดักพวกเราทุกทางแบบนี้ต้องเป็นทหารคิมแน่ที่ช่วยเจ้าชายจาคอบวางแผนนี้ น่าโมโหนัก" อัลฟ่าเฮเลนกัดฟันกรอด นึกแล้วก็เคืองแค้นใจ 

 

"ถ้าเป็นทหารคิมก็อย่าลืมระวังเรื่องยาพิษอีกอย่าง" อัลฟ่าหนุ่มใหญ่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น เบต้าที่ทำตัวลึกลับอยู่เคียงข้างเจ้าชายจาคอบคนนั้นพวกตนก็เคยได้ยินมาว่าแม้แต่ยาพิษสูตรลับประจำราชวงศ์นอร์ธ เช่นบลูไลแลค ทหารคิมก็ยังปรุงมันได้ 

 

"คงเป็นการดีหากฝั่งเราจะมีผู้ที่ใช้สมุนไพรได้เก่งสักเพียงครึ่งของเบต้าผู้นั้น หาใช่เพียงแค่ครอบครองสมุนไพรเกือบทั้งหมดของค่ายไว้" อัลฟ่าเฮเลนเปรยขึ้น แม้ไม่ได้ปรายตามองมาจีนก็พอรู้ว่าเอ่ยถึงตน 

 

และจีนก็นึกเจ็บใจตัวเองอยู่ไม่น้อยเช่นกัน 

 

ตนซึ่งเป็นคนที่เจ้าชายเดฟเลือกให้อยู่ข้างกาย เป็นเพียงโอเมก้าที่ดูจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย 

 

นอกจากทำให้ต้องคอยกังวล 

 

"ตระหนักเพื่อระวังนั้นย่อมดี แต่ไม่ใช่เพื่อข่มขวัญกันเอง" เดฟกล่าวเสียงเคร่ง รอบบริเวณเงียบลงไปชั่วครู่ 

 

"เตรียมตัวให้พร้อม เราคาดเดาว่าพวกนั้นตั้งค่ายรอกดดัน ทว่าก็ไม่มีอะไรแน่นอน ยามนี้ต้องเตรียมตัว แบ่งกะยามระวังการบุกโจมตีอยู่ตลอดเวลา" เสียงหนักแน่นของเดฟไม่ต่างจากคำสั่งที่ทุกคนรับคำและจัดการตามคำบอกทันที 

 

"ส่วนเจ้าจีน" อัลฟ่าตัวสูงผ่อนน้ำเสียงลงเอ่ยกับโอเมก้าน้อยในอ้อมแขน 

 

"เข้าไปอยู่ในกระโจมของเจ้าเถิด ไม่จำเป็นก็อย่าได้ออกมา" เดฟเอ่ยชัดเจน ส่วนจีนเองพยักหน้ารับ เพราะยามนี้เมื่อมองไปรอบตัว เหล่าทหารซึ่งหายตื่นตระหนกจากการเดินหมากของเจ้าชายจาคอบ ก็เริ่มหันมองมาที่ตรงนี้เป็นทางเดียวกัน เพราะกลิ่นเย้าจมูกที่ลอยไปให้ชวนสนใจ 

 

"ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีท่านเดฟ" จีนเอ่ยบอกให้กำลังใจเจ้าชายผู้แบกรับสิ่งมากมายไว้บนบ่า ก่อนจะเดินกอดย่ามสมุนไพรของตนกลับคืนสู่กระโจมที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพรตามเดิม 

 

ดวงตากลมโตสวยจับจ้องมองออกมาผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ  

 

ไม่มีใครหยั่งรู้ได้เลยว่า ฝั่งจาคอบจะเริ่มการโจมตีเมื่อใด 

 

 

 

และการไม่รู้เป็นสิ่งที่กัดกินไม่ต่างจากยาพิษ 

 

เวลาผ่านพ้นไปสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ที่ฝั่งของจาคอบปล่อยให้ทหารรับจ้างและโจรป่าเป็นนักรบแนวหน้าของตน 

 

เป็นเวลาสองสัปดาห์ที่ค่ายทหารของฝั่งเจ้าชายเดฟเต็มไปด้วยความกังวลและระแวง ไม่อาจนอนได้เต็มอิ่มต้องผลัดเวรยามกันเฝ้า หากช่วงไหนวางใจจะนอนให้เต็มอิ่มเพราะมั่นใจแล้วว่าฝั่งทหารรับจ้างนั้นยังไม่โจมตีแน่ 

 

พวกฝั่งนั้นก็จะโห่ร้องเสียงดัง จากที่ตั้งค่ายอยู่อย่างไร้ระเบียบกินนอนไม่เป็นเวลา ดื่มสุราเมามายก็จะลุกขึ้นมาเตรียมซ้อมจับดาบจับอาวุธจนทหารฝั่งเจ้าชายเดฟเตรียมตัวตั้งรับสู้ 

 

ทว่าไร้การโจมตี 

 

มีแต่การข่มขวัญและเร่งเร้าให้เกิดความกังวล กัดกร่อนสุขภาพจิตและการพักผ่อนของเหล่าทหารกล้า 

 

ฝั่งเจ้าชายเดฟจะบุกโจมตีก่อนก็ไม่ได้ ย่อมตกเป็นที่ครหาของชาวเมืองและถูกตราหน้าเป็นผู้เริ่มสงครามเข่นฆ่าสายเลือดนอร์ธกันเอง 

 

ทว่ายิ่งรอคอยไปนานวันเข้า ฝั่งของเจ้าชายเดฟก็ยิ่งเสียเปรียบ 

 

"จากที่คาดประเมินไว้ในคราแรกว่าสงครามครั้งนี้ควรจะจบลงภายในสามเดือน แต่ดูท่าจากความยืดเยื้อ กว่าการโจมตีจะเริ่มคงอีกหกเดือน และคงใช้เวลาร่วมปีในการจบลง" เสียงของแดเนียล อิซีดอร์ผู้เป็นพี่ชายของพระสนมที่หกซึ่งเข้าร่วมกับฝั่งเจ้าชายเดฟอย่างชัดเจน เอ่ยการคาดประเมินขึ้น 

 

ทุกคนในสหพันธ์ซึ่งร่วมประชุมอยู่ในกระโจมใหญ่กลางค่ายนี้สบตากันอย่างเป็นกังวล 

 

"นี่มันฝันร้ายชัด ๆ ยิ่งยืดเยื้อพวกทหารของเราก็ยิ่งเสียสุขภาพทางจิตใจ และทุนในการรบของพวกเราก็ยิ่งร่อยหรอ ต่อให้จะประหยัดค่าขนส่งอาหารด้วยการใช้แผนที่เวทมนตร์ช่วยขนอาหารจากเมืองเซียร์มาที่นี่ได้ แต่ถ้ากินเวลานานขนาดนั้นก็มีแต่เราที่ยิ่งเสียเปรียบ" คาลเดอร์ เกรแฮมเจ้ากรมทหารแห่งนอร์ธ ผู้เป็นตาของเจ้าชายเดฟกล่าวขึ้นเสียงหนัก 

 

"จากที่ข้าคำนวณ เงินทุนในการทำสงครามครั้งนี้โดยไม่เกิดความขัดข้องของเราคงได้อีกเพียงแค่สองเดือน" แดเนียลรายงานผลที่ตนตรวจสอบ 

 

ทรัพย์สินของสหพันธ์มีไม่น้อย แต่ทั้งค่าอาวุธ ค่าเลี้ยงดูเหล่าทหารนับพันนาย โดยไม่มีเงินและของมีค่าเต็มท้องพระคลังหลวงซึ่งอยู่ในการดูแลของเจ้ากรมการคลังเช่นคามีลที่สนับสนุนฝั่งเจ้าชายจาคอบมาจุนเจือเลยสักนิด พวกตนย่อมสายป่านสั้นกว่าจนแทบกุด 

 

"งั้นเหลือทางเดียวก็คือการหยิบยืม" เลเวียน โรมานอฟเอ่ยขึ้น 

 

"ข้าเพิ่งได้ข่าวมาว่า ลีโอนาร์ด เจมส์ ผู้ดูแลตระกูลเจมส์คนต่อไปนั้นเพิ่งเดินทางมาพักที่เมืองไคล์เพื่อตามหาคน น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเจรจา" เมื่อเลเวียนเอ่ยถึงตระกูลการค้าที่ร่ำรวยที่สุดเช่นตระกูลเจมส์ ผู้ทำการค้าผ่านเรือเดินสมุทรและเป็นเจ้าของที่ดินของเกาะบิสเซาซึ่งเป็นท่าส่งสินค้าขนาดใหญ่ 

 

ตระกูลเจมส์นั้นมีทรัพย์สินมากที่สุดในอาณาจักรเฟนเรียร์ ว่ากันว่าร่ำรวยเสียยิ่งกว่าราชวงศ์นอร์ธ หรือแม้แต่ราชวงศ์เพิร์ลเองเสียอีก 

 

"เหตุใดตระกูลเจมส์ ซึ่งเป็นตระกูลของคนเมืองเพิร์ลจึงจะต้องให้นอร์ธหยิบยืมเหรียญทองมาทำสงครามด้วยเล่า" อัลฟ่าคนนึ่งเปรยถามขึ้น 

 

"เพราะเรามีข้อเสนอที่ดีให้กับเขา แน่นอนที่สุดว่าที่ผ่านมาเจ้าชายจาคอบแสดงจุดยืนชัดเจนในฐานะพระราชาคนใหม่ของนอร์ธต่อเพิร์ล ว่าจะยกเลิกสนธิสัญญาแห่งความสงบที่เราเคยทำมาด้วยกัน 

 

ตั้งแต่ตั้งเงื่อนไขในการแข่งขันโคล์ดสโตนใช้มนุษย์เป็นรางวัลแทนสิ่งของ หมายจะชิงตัวดวงใจแห่งเพิร์ลเช่นคุณเลอามา 

 

ทั้งสนธิสัญญาห้ามนอร์ธขุดเจาะภูเขาเพื่อเปิดท่าเรือออกทะเลเองนั่นก็เมินเฉยให้คนทำการลอบเจาะช่องแคบภูเขาของนอร์ธจนสร้างความชิงชังให้แก่เพิร์ล ทั้งจะสร้างฝายปิดกั้นน้ำจืดที่เราจะส่งให้ล่อเลี้ยงเพิร์ลจนมีการปะทะกับเพริ์ลหลายหนในช่วงที่ผ่านมา 

 

หากเราย้ำกับตระกูลเจมส์ว่าเราจะคงสมดุลของสองเมืองเช่นเมื่อก่อน ไม่ทำลายพันธะมิตรและความสงบที่เคยมีเช่นที่จาคอบคิดทำ 

 

ตระกูลเจมส์ย่อมให้เรายืมเหรียญทองมาเป็นทุน พันธมิตรจอมปลอมยังดีกว่าสงคราม มิมีผู้ใดต้องการสงครามในยามนี้ โดยเฉพาะเมืองที่รุ่งเรืองจากการค้าในยามสงบเช่นเพิร์ล" เจ้าชายเดฟเอ่ยออกมาได้ครบถ้วนตรงจุด จนทุกคนในกระโจมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย 

 

"เช่นนั้นเราก็ควรรีบไปขอหยิบยืมกำลังทรัพย์จากลีโอนาร์ด เจมส์ในตอนนี้เลย ทั้งเมืองไคล์นั้นปลอดภัยและใกล้เรามากกว่า ทั้งตอนนี้เรายังไม่เข้าตาจนยังพอมีกำลังในการต่อรองอยู่บ้าง" เฮเลน โรมานอฟเอ่ยขึ้น 

 

ทุกคนเห็นด้วยและแน่นอนว่า ผู้ที่ควรจะทำภารกิจสำคัญในครั้งนี้ย่อมเป็นตัวแทนที่มีเกียรติสูงสุดเพื่อให้การต่อรองยืมทุนในการทำสงครามได้รับการยินยอม 

 

และเจ้าชายเดฟก็คือบุคคลสำคัญผู้นั้น 

 

 

 

"ข้าเข้าใจ ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้า ท่านเดฟ" จีนเอ่ยบอกเป็นครั้งที่สิบ พร้อมมือน้อยที่กลัดกระดุมเสื้อคลุมเนื้อหนาสีครามเข้มให้กับอัลฟ่าตัวโตตรงหน้า 

 

ทั้งที่จีนเองก็ใจหายเหมือนกันเมื่อเจ้าชายเดฟมาบอกว่าจำต้องเร่งออกเดินไปเมืองไคล์ในช่วงสายนี้เลยในทันที ทว่าก็เป็นจีนอีกเช่นกันที่ต้องยิ้มแย้มราวกับไม่รู้สึกอะไรเพื่อที่ผู้ซึ่งต้องทำภารกิจเพื่อพวกพ้องตนจะไม่ต้องคอยพะวงถึง 

 

" แต่ข้าก็เป็นห่วงเจ้าอยู่ดีจีน อยู่ท่ามกลางเบต้าอัลฟ่ามากมาย โดยไม่มีข้าอยู่ด้วย" เดฟกุมมือผอมที่อยู่ตรงอกตนขึ้นมาหอม แต่ก็รู้ดีว่าจะพาจีนไปด้วยยิ่งน่ากังวลกว่า ระหว่างทางจะเจอเหตุขัดข้องอะไรอีกไหมก็ไม่รู้ 

 

"ข้าอยู่ได้ ที่ผ่านมาก็อยู่ได้" จีนย้ำอีกครั้ง 

 

"ท่านรีบไปเถิด ข้าสัญญาว่าจะอยู่รอท่านตรงนี้ไม่ไปไหนเลย" 

 

"ข้าจะรีบกลับมาจีน" 

 

 

 

 

 

ผ่านไปเพียงสองชั่วยามที่อัลฟ่าเดฟออกเดินทางไป จีนซึ่งอยู่ท่ามกลางสมุนไพรที่ตนคุ้นเคยรู้สึกห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเก่า แต่ก็ทำได้แค่หยิบหนังสือซึ่งตนอ่านซ้ำไม่รู้รอบที่เท่าไหร่มาอ่านเพื่อคลายกังวล 

 

กึก กึก 

 

"แองเจลโล่" เสียงเคาะหน้าประตูผ้าใบและเสียงเรียกที่คุ้นหูอยู่ไม่น้อยทำให้ร่างผอมบางของโอเมก้าต้องสาปลุกขึ้นจากตั่งเตียงนอนเพื่อเดินตรงออกมาดู 

 

"ท่านพี่เฮเลน" จีนเอ่ยเรียกพี่สาวอัลฟ่าของลูเซียนตามที่เพื่อนรักนั้นเรียกด้วยสีหน้าฉงน โค้งคำนับให้ทั้งนางและหญิงงามข้างกายอีกคน 

 

"นี่คือท่านพี่ไอรีน่า พี่สาวของข้าและลูเซียน " พออัลฟ่าเฮเลนแนะนำ จีนก็ร้องอ๋อในใจรีบโค้งทักทายอีกหน ลูเซียนเป็นน้องโอเมก้าสุดท้องคนที่สี่ มีพี่ขายเบต้าหนึ่งคน พี่สาวเบต้าหนึ่งคน พี่สาวอัลฟ่าอีกหนึ่งคน  

 

“ยินดีที่ได้พบสหายรักของน้องข้า ข้าไอรีน่า ข้าเป็นเบต้า” น้ำเสียงของไอรีน่าหวานกว่าเฮเลนทว่าฟังดูเด็ดขาดไม่แพ้กัน จีนได้แต่นึกชื่นชมว่าตระกูลโรมานอฟไม่ว่าจะเบต้า อัลฟ่า หรือโอเมก้าก็ล้วนแล้วแต่มีใบหน้าและเรือนร่างงดงามหมดจดยิ่ง 

 

"ท่านพี่เฮเลนและท่านพี่ไอรีน่ามีธุระอันใดกับข้าหรือเปล่า" 

 

"มี ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย" เฮเลน โรมานอฟบอกเสียงนิ่งลึกเต็มไปด้วยความกังวล 

 

"และมีแต่เจ้าที่ช่วยเราได้ แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์"  

 

 

 

"ท่านหมายความ ท่านจะใช้ข้าทำให้พวกทหารรับจ้างและโจรป่าฝั่งเจ้าชายจาคอบเสียสมาธิหรือ" จีนทวนถามจุดประสงค์ของสิ่งที่สองสาวตระกูลโรมานอฟเอ่ยให้ฟังอีกครั้ง 

 

หากพูดกันตามตรงนั้นคือใช้จีนเป็นเหยื่อล่อ 

 

"ข้านึกไม่ออกแล้วว่าจะมีทางไหนบ้างที่จะทำให้ฝั่งนั้นหยุดสงครามประสาทนี้และเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน หากยังรอต่อไปแบบนี้สุดท้ายพวกเราจะแย่ และถูกบังคับให้เป็นฝ่ายเริ่มสงครามนั่นย่อมไม่ดีต่อการขึ้นครองบัลลังก์ของเจ้าชายเดฟแน่" เฮเลนพูดออกมาตามตรง ตนจะไม่บังคับทว่าจะให้เหตุผลและร้องขอ 

 

เป็นการขบคิดที่ใช้เวลามาหลายวัน ซึ่งเฮเลนเชื่อว่าเจ้าชายเดฟก็คิดวิธีนี้ออกเช่นกัน 

 

แต่หากคิด มิลงมือ มัวแต่รอคอยต่อไปเช่นนี้ย่อมไม่ได้การ 

 

"ข้าและหลายท่านเห็นตรงกันว่าเราต้องทำให้พวกนั้นพุ่งมาหาเราก่อน ให้พวกมันเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตี แต่เราจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน นอกเสียจากว่ามีสิ่งกระตุ้นที่เบต้าและอัลฟ่าพวกนั้นมิอาจต้านทานได้" 

 

"....." 

 

"มีแค่เพียงโอเมก้าต้องสาปเท่านั้นที่จะปลุกปั่นให้เบต้าและอัลฟ่าเคียงใกล้นับพันเสียสติและกรูวิ่งจากที่พำนักได้ มีแค่เจ้าแองเจลโล่" 

 

สิ่งที่อัลฟ่าเฮเลนพูดออกมานั้นถูกทุกอย่าง 

 

จีนรู้ดีว่าความเป็นโอเมก้าต้องสาปของตนสามารถส่งผลเลวร้ายและสร้างปัญหาได้มากแค่ไหน 

 

และนี่อาจเป็นเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวตั้งแต่เกิดมาที่ผลพวงจากการเป็นโอเมก้าซึ่งตกอยู่ในคำสาปแสนยั่วเย้าของจีนจะมีประโยชน์ 

 

มีประโยชน์ต่อเจ้าชายเดฟ ผู้แบกรับความคาดหวังของทุกคนไว้ 

 

"มีเพียงเจ้าที่จะช่วยพวกเรา ช่วยทหารทุกคน ช่วยท่านเดฟได้ มีแค่เจ้าจริง ๆ " 

 

สักครั้งที่โอเมก้าต้องสาปเช่นแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์จะไม่สร้างแต่ปัญหา 

 

" ข้าจะช่วยพวกท่าน ข้า ข้าตกลง " 

 

 

 

 

 

แม้จะไม่คัทเรทแยกแต่ก็กินพลังงานคนป่วยไข้ไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ /จิบยาแก้ไอ 

 

 

จะนั่งรอนอนรอ ร้อยสร้อยข้อเท้าเบบี๋รอในแท็ก #ดมอบีนยอง นะเจ้าคะ มามะมาฟีดแบคเติมน้ำมันเรือให้พี่ซากและน้องสวยกัน คิคิคิคิคิ 

 

 

#ดมอบีนยอง 

ความคิดเห็น