email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes △ {9}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes △ {9}
แบบอักษร

 

 

 

 

Diamond eyes 

 

{9} 

 

 

 

 

ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม บรรดาขบวนรถม้าก็แห่แหนกันมาที่บริเวณบ้านพักแห่งนี้ หากมองจากหน้าต่างและคำบอกเล่าของเจ้าของสถานที่เช่นเจ้าชายอัลฟ่าแห่งนอร์ธ จีนได้รับรู้ว่าที่นี่มีอาคารด้วยกันสามหลัง 

 

โดยที่หลังใหญ่สุดคือที่นี่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมของสหพันธ์ด้วย เพราะเป็นห้องที่ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยเก็บทั้งเสียงและกลิ่นได้ดีป้องกันการสอดแนม ห้องซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน ที่มีทางลงเป็นห้องนั่งเล่นธรรมดา ๆ ห้องหนึ่งใกล้กับสวนสวยงามของฝั่งตรงข้ามกับห้องของจีน 

 

โอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์ยังไม่แน่ใจนักว่างานสำคัญของตนที่ครูใหญ่ขอให้ติดตามมากับเจ้าชายอัลฟ่าด้วยนั้นคืออะไร แต่คงไม่ได้เกี่ยวกับการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ ๆ  

 

เพราะตลอดสองวันที่ผ่านมาจีนนั้นอยู่เพียงแต่ในห้องนี้เท่านั้นไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยแม้แต่ก้าวเดียว ยิ่งรับรู้ได้จากเสียงซึ่งการมาถึงของบรรดาแขกเหรื่อมากมายที่เป็นอัลฟ่าซึ่งตนไม่รู้จักมักคุ้น โอเมก้าต้องสาปก็ไร้ความคิดที่จะออกไปนอกห้อง ส่วนอาหารหากไม่ใช่เจ้าชายเดฟที่นำมาส่งมอบให้ถึงปาก ก็จะมีคนเอามาวางไว้หน้าห้องพร้อมเสียงเคาะประตูที่จีนจะรอมันเงียบไปสักครู่แล้วไปหยิบเข้ามา 

 

เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและส่วนรวม 

 

การมีเวลาว่างมากขนาดนี้ ทำให้จีนอ่านหนังสือที่เตรียมมาหมดไปอย่างรวดเร็ว ยังดีว่าที่นี่มีห้องเก็บหนังสือซึ่งคนตัวโตรู้ใจไปขนหนังสือมาให้อีกหลายเล่ม จีนเริ่มคิดแล้วเช่นกันว่าหากมีจังหวะเหมาะ ๆ จะขนกระสอบสมุนไพรตามตัวเองไปที่ห้องเก็บหนังสือนั่นพร้อมที่หลับนอนแล้วอยู่โยงในห้องนั้นแทนห้องนี้เสียเลย 

 

 

ในห้องสมุดย่อมเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคยกว่า ส่วนเจ้าของบ้านจะตามไปนอนด้วยกันเช่นที่นอนร่วมเตียงอย่างสองคืนที่ผ่านมาหรือไม่ก็แล้วแต่ จีนไม่ได้นึกจะห้าม รู้ว่าห้ามไปก็ไม่ฟังกันหรอก เจ้าชายเดฟน่ะ เพราะเหตุผลนี้จริง ๆ นะ จีนคอยบอกตัวเองเสมอยามที่เผลอคิดถึงอัลฟ่าตัวโตขึ้นมา 

 

การประชุมที่ถูกเก็บเป็นความลับวันแรกคงเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

จีนได้ยินเสียงการพูดคุยดังเซ็งแซ่ยามเมื่อผู้คนจำนวนไม่น้อยเดินออกมาในสวน ปลายนิ้วขาวเกี่ยวเส้นริบบิ้นให้คั่นหน้าหนังสือที่กำลังติดพัน แม้จะค่อนข้างเชื่อมั่นในบรรดากระสอบสมุนไพรที่ว่างกระจายอยู่รอบกาย ทว่าจีนก็ดึงถุงที่ใกล้ตัวที่สุดตามมายามเดินเข้าชิดริมหน้าต่างห้องด้วย 

 

จีนไม่นึกเสี่ยงใด ๆ เมื่อได้อยู่ใกล้อัลฟ่าและเบต้าจำนวนมากขนาดนี้ 

 

แก้วตาวาวใสของโอเมก้าต้องคำสาปลอบมองผ่านซี่รั้วเหล็กลงไปที่สนามหญ้าสีเขียวชุ่มฉ่ำ น้ำพุขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาจากรูปปั้นที่สร้างสรรค์เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์งดงามใต้สายน้ำที่สะท้อนแสงแดดเป็นสีรุ้ง 

 

มีชายร่างสูงใหญ่ สตรีที่ดูน่าเกรงขามหลายคนเดินผ่านสายตาของจีนไป ทว่าดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วก่อนจะหยุดลงเมื่อเจอสิ่งที่ต้องการ 

 

เบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ 

 

มันไม่ใช่การคิดอย่างตั้งใจมาตั้งแต่ต้นว่าต้องการที่จะมองหาอัลฟ่านัยน์ตาเพชรผู้นั้น ทว่ามันเป็นสิ่งที่จีนเคยชินและสบายใจไปเสียแล้วที่จะทำอย่างไม่รู้ตัว เมื่อไปในที่ใหม่ เปลี่ยนจุดวางสายตา การได้เห็นอัลฟ่าเดฟเป็นสิ่งแรก ดูจะทำให้ตนรู้สึกเข้ากับที่นั่นได้ง่ายขึ้น 

 

จีนไม่รู้ตัวชัดเจนว่ากำลังเป็น คล้ายกับอาการชาที่ปลายนิ้ว ซึ่งต้องรอให้มันชาหนึบไปทั้งแขนถึงจะรู้สึกตัว 

 

ทว่าความรู้สึกนี้มันกำลังเกิดขึ้นและค่อย ๆ กลืนกินเนื้อที่ภายในหัวใจของโอเมก้าต้องสาป 

 

"ขนาดมองจากตรงนี้ก็ยังตัวใหญ่กินพื้นที่ขนาดนี้เลยหรือ ท่านเดฟเนี่ย" น้ำเสียงนุ่มหวานกระซิบกับตัวเอง มองตามร่างสูงใหญ่และแผ่นหลังกว้างที่สังเกตเห็นได้ง่ายของเจ้าชายเดฟต่อไป 

 

แม้จะอยู่ท่ามกลางอัลฟ่าทว่าชายผู้นั้นก็ยังดูตัวใหญ่จนมองครู่เดียวก็เจออย่างโดดเด่น 

 

เดฟเดินไปในสวนสีหน้ายิ้มแย้มยามพยักหน้าทักทายหญิงและชายคู่หนึ่ง จีนจำได้ดีว่าทั้งคู่คือท่านพ่อท่านแม่ของลูเซียน 

 

มารดาของลูเซียนยิ้มหวานและมอบอ้อมกอดต้อนรับทักทายให้กับเดฟเต็มอ้อมแขนเล็ก ๆ ของเบต้าหญิงเช่นเธอ เจ้ากรมตุลาการ บิดาของลูเซียนก็กอดเดฟและบีบบ่ากว้าง ก่อนจะโค้งเคารพกลับคืนให้เดฟเช่นกัน 

 

ดูผูกพันมากกว่าหวั่นกลัวในอำนาจของเจ้าชาย เป็นภาพที่ทำให้จีนอมยิ้มได้ไม่น้อย 

 

หลังจากพูดคุยกับผู้นำตระกูลโรมานอฟทั้งสองได้ครู่หนึ่ง เจ้าชายเดฟก้าวเดินต่อไปข้างหน้า มอบรอยยิ้มน่าดึงดูดใจปนน่าเกรงขาม จับมือเพื่อทักทายอย่างเป็นมิตรกับอีกหลายคนที่จีนไม่รู้จัก 

 

กระทั่งถึงหญิงในชุดสีขาว เธอมีใบหน้าที่สวยแม้จะเรียบนิ่งมากนัก จีนรู้สึกสะดุดใจกับเธอเป็นพิเศษเพราะรอยยิ้มที่มีมาตลอดการพบปะของเดฟหายไป เจ้าชายอัลฟ่ามีสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้ดุดันขึ้นเพียงแค่นิ่ง ร่างสูงใหญ่ค้อมตัวลงต่ำเพื่อทักทาย 

ระยะห่างของทั้งคู่ราวสองก้าวยามที่สนทนากัน 

 

"..." แล้วทั้งคู่ก็หันมองตรงมาทางนี้ จีนตั้งตัวไม่ทัน มือน้อยเก้งก้างพยายามดึงผ้าม่านมาปิดซ่อนตัวเอง แต่ก็ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรนัก เมื่อเดฟโบกมือทักทายอย่างเปิดเผย คนอื่น ๆ เริ่มมองตามขึ้นมาบ้าง 

 

จีนถูกจ้องมองมาเสมอ เพราะกลิ่น เพราะรูปลักษณ์ แต่ก็ไม่เคยจะชินกับมันได้ 

 

สิ่งที่โอเมก้าต้องสาปเลือกทำก็คือม้วนตัวเข้าไปอยู่ในผ้าม่านบาง ๆ สีชมพูอ่อนให้ห่อตัวเองไว้ภายในเป็นปราการในการหลบพ้นจากการจ้องมอง 

 

 

 

ทว่าผ้าม่านก็คือผ้าม่านไม่ใช่รังของดักแด้ที่จะเป็นที่ซ่อนตัวได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่สำหรับแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ 

 

ไม่กี่นาทีให้หลังเสียงเคาะพร้อมกระแสทุ้มนุ่มคุ้นหูของเดฟก็มาทักทายที่หน้าประตูห้อง ก่อนจะเปิดเข้ามา 

 

เป็นช่วงเวลาที่จีนเอาตัวเองออกจากม่านบาง ๆ ได้พอดี ผมสีดำเงาจึงยุ่งเล็กน้อยให้เจ้าชายอัลฟ่าจัดทรงให้ ตอนนั้นเองที่จีนสังเกตเห็นว่าเดฟไม่ได้มาเพียงลำพัง 

 

ผู้หญิงในชุดสีขาวเธอเดินตามเข้ามา เมื่อมองใกล้ ๆ จึงเห็นว่าใบหน้าของเธอมีร่องรอยบอกอายุที่มากกว่าตนไปหลายสิบปี ทว่าก็ยังคงงดงาม ลำคอระหงของเธอประดับด้วยสร้อยเส้นเล็ก ๆ ห้อยจี้สีชมพูใส เธอไม่ใช่โอเมก้าและจากรัศมีบางอย่างจีนคิดว่าเธอเป็นอัลฟ่า 

 

เธอจ้องมองมามีรอยยิ้มที่ทำให้เธอยิ่งสวยมอบให้กับจีน 

 

"อรุณสวัสดิ์ขอรับ ข้า ข้าแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์" โอเมก้าต้องสาปโค้งคำนับยามแนะนำตัว เธอพยักหน้ารับ 

 

"ฉันรีเบกการ์" และตอบกลับ 

 

"จีน นี่ท่านแม่ของข้า พระสนมรีเบกการ์" เดฟแนะนำหญิงตรงหน้าอย่างเป็นทางการเธอเปิดวงแขนกว้างขึ้นเพื่อจะกอดทักทาย โอเมก้าน้อยเลิ่กลั่กอย่างประหม่า 

 

"ข้า ข้ามิได้จะหยาบคาย แต่ข้าเป็น โอเมก้า เอ่อ ข้าต้องสาป ท่าน อ่า กลิ่นของข้า ไม่ดีต่อท่าน" โอเมก้าตัวผอมอธิบายด้วยใบหูที่แดงมากขึ้นเพราะตื่นเต้น ไม่เคยเลยที่จะต้องมาอธิบายเรื่องเช่นนี้ พระสนมรีเบกการ์หัวเราะน้อย ๆ ไม่ว่าอะไรและกอดนั้นก็เปลี่ยนเป็นลูบผมของจีนอย่างเอ็นดูแทน 

 

"เจ้าคือโอเมก้าผู้นั้นสินะ ที่อยู่ในโรงเรียนโอเมก้าลินน์" พระสนมรีเบกการ์ยิ้มยามที่พูด น้ำเสียงใจดีนั้นมอบให้กับจีน 

 

"ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ" 

 

"ใช่สิ เจ้ามีชื่อเสียงไม่น้อยนะ หากไม่ใช่ว่าทุกคนรู้ดีว่านอกจากโอเมก้าแล้ว ไม่ควรมีผู้ใดเข้าใกล้โรงเรียนโอเมก้าลินน์ คงมีอัลฟ่า เบต้ายอมเสี่ยงไปยลโฉมเจ้าไม่น้อย และต้องไม่ผิดหวังแน่เมื่อได้เห็นหน้าเจ้าแองเจลโล่" รีเบกการ์หัวเราะเล็กน้อย 

 

"จีนเป็นคู่แท้แห่งโชคชะตาของข้าขอรับท่านแม่ เช่นนั้นยามนี้จึงออกมากับข้าได้ขอรับ" เจ้าชายอัลฟ่าเอ่ยแถลงต่อทันที ไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่แนบไม่ห่างแผ่นหลังทำให้จีนรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ใกล้ ๆ ของอีกฝ่ายชัดเจน 

 

พระสนมรีเบกการ์ขยับตัวเดิน กวาดมองไปรอบห้องนอนโอ่อ่า 

 

"กลิ่นสมุนไพรในนี้แรงมากทีเดียว ข้าได้กลิ่นพวกมันตั้งแต่อยู่ข้างล่าง ขึ้นมาในนี้ก็อัดแน่นจนรู้สึกเหมือนจมูกแทบชา เจ้าอยู่กับมันตลอดหรือ เก่งจริง แองเจลโล่"  

 

"ที่จริงข้าก็คิดว่าจมูกของข้าตายด้านแล้วเช่นกันขอรับ ปกติข้าจะไม่ค่อยได้กลิ่นอะไร ยามอาบน้ำก็รู้สึกได้แค่กลิ่นตัวเอง มีกลิ่นของท่านเดฟด้วย แต่กลิ่นของคนอื่นข้าแทบไม่รู้สึกเลยล่ะขอรับ" โอเมก้าแห่งตระกูลปาร์กเกอร์พูดในสิ่งที่ตนเผชิญให้ฟัง และเมื่อพระสนมรีเบกการ์เริ่มหัวเราะจนตาหยี จีนก็ทำตัวไม่ถูกจนหันไปมองหน้าเดฟว่าตนทำอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า รอยยิ้มปลอบประโลมว่าทำได้ดีแล้วจากเดฟทำให้เบาใจได้หน่อย 

 

"เช่นนั้นเมื่อไม่อาจตัดสินด้วยกลิ่น เจ้าคิดว่าข้าเป็นอะไร" รีเบกการ์เอ่ยถาม 

 

"อัลฟ่าหรือไม่ขอรับ" จีนตอบไม่ดังนัก หญิงงามพยักหน้ารับ 

 

"เก่งนี่ จีน" ตาคู่สวยกับรอยยิ้มยังคงมอบให้กับโอเมก้าน้อย 

 

"เจ้าโชคดีนี่เจ้าชายเดฟ" พระสนมรีเบกการ์เอ่ยขึ้นโดยไม่เปลี่ยนวิถีสายตาไปที่อื่น 

 

"ข้าคงต้องกล่าอำลาแล้ว เสียดายที่เจ้ามาร่วมโต๊ะมื้อเย็นนี้ด้วยกันไม่ได้นะแองเจลโล่" อัลฟ่าหญิงในชุดขาวลูบผมของจีนอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป และเป็นเจ้าชายอัลฟ่าที่เดินไปปิดประตูห้องนอนของตัวเอง 

 

"ท่านแม่ของท่านสวยมากเลย ท่านเดฟ" จีนเอ่ยปากชมในทันที เดฟพยักหน้ายิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก ดวงตาโตจ้องมองไปนอกหน้าต่าง 

 

"ใช่ ท่านเป็นเช่นนั้น" ก่อนจะละสายตากลับมามองโอเมก้าผู้เป็นคู่แท้ของตัวเอง 

 

"ขอข้ากอดหน่อยได้หรือไม่ จีน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขอ ความเหนื่อยล้าในแววตาทำให้จีนไม่อยากดื้อใส่เหมือนทุกที แต่เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เจ้าชายที่มีภาระงานเสียเวลากับเหตุไม่สมควรในเวลานี้ มือน้อยจึงลากกระสอบสมุนไพรสองอันใหญ่ไปวางขนาบเดฟไว้ 

 

"แค่ครู่เดียวนะ" ปากอิ่มเอ่ยเงื่อนไข สองมือผอมกอดเข้าช่วงเอวสอบแข็งแรง เดฟยิ้มกว้างอย่างไร้รอยปรุงแต่ง สองแขนแกร่งกระชับกอดร่างน้อยตรงหน้า จมูกโด่งซุกไปกับเส้นผมนุ่มกดหอมซ้ำ ๆ ไปทั่วผิวแก้มของโอเมก้าผิวนุ่ม 

 

แม้จะถูกหอมเพิ่มมาทั้งที่แค่ขอกอด แต่จีนก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร เพราะตนก็ยังติดค้างในสิ่งที่ตัวเองคิด คิดหลังจากสิ่งที่ได้เจอ  

 

พระสนมรีเบกการ์มีรอยยิ้มและท่าทางที่เป็นมิตรกับจีนอย่างมากจนไม่รู้สึกเกร็งอย่างที่คิด ต่างจากสีหน้าและแววตาไร้รอยยิ้มที่ในสวนนั่นสิ้นเชิง 

 

และหากจีนมองไม่ผิดไป พระสนมรีกเบกการ์แทบไม่มองไปที่บุตรชายของตัวเองเลย ไม่เลยแม้กำลังสนทนาด้วย 

 

"จีน เจ้าเคยคิดถึงตอนที่เจ้าไม่ได้เป็นโอเมก้าต้องสาปแล้วหรือไม่" คนที่ยังคงไม่คลายอ้อมกอดถามชิดใบหู โอเมก้าน้อยช้อนใบหน้าขึ้นมอง แก้มกลมยุ้ยเกยที่บ่ากว้าง ดวงตากลมวาวมองด้านข้างของใบหน้าคมคาย 

 

"ถ้าข้าไม่ได้เป็นโอเมก้าต้องสาปหรือ อื้มม ข้าคงไปตลาด ใช่แล้วล่ะข้าอยากไปตลาดที่สุดเลย แล้วก็พวกงานเทศกาล ลูเซียนเคยเล่าให้ข้าฟังเรื่องงานวณิชย์วารีที่เมืองเพิร์ล มันใหญ่มาก ๆ ถนนหลักของทั้งเมืองจะปิด มีผู้คนจากเมืองต่าง ๆ แม้แต่ดินแดนห่างไกลขนของมาขาย มีการแสดง มีแสงสี มีอะไรเต็มหมดเลย" พูดไปดวงตาของโอเมก้าตัวผอมก็เป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มวาดกว้าง จนเดฟต้องคลายอ้อมกอดเพื่อจะได้มองเห็นใบหน้าเปี่ยมสุขนี้ชัด ๆ  

 

"แต่ถ้าพินิจไปไกลกว่านั้น ถึงขั้นว่าไม่ได้เป็นโอเมก้าต้องสาปตั้งแต่กำเนิด หากคิดเช่นนั้น ตระกูลปาร์กเกอร์ทำกระดาษเพื่อส่งให้โรงคัดอักษรทั่วเฟนเรียร์ ข้าคงจะตามพ่อจ๋าแม่จ๋าไปส่งกระดาษในแต่ละเมืองทุกครั้งที่พวกท่านไป และคงจะไม่ได้รับการลดค่าเล่าเรียนรายปีจากโรงเรียนโอเมก้าลินน์เพราะครูใหญ่เกเบรียลสงสารเช่นที่เป็นในตอนนี้ คงจะเรียนทักษะต่าง ๆ จากแม่จ๋าพ่อจ๋า แล้วข้าก็จะไปตลาดทุกที่ทุกเมืองในเฟนเรียร์ ซื้อของที่ระลึกสะสมว่าเคยไปตลาดไหนมาแล้วบ้างด้วยล่ะ" จีนพูดจบพร้อมรอยยิ้ม แต่คนฟังนั้นยิ้มกว้างจนเห็นฟันไปแล้ว 

 

"เจ้าดูจะชอบตลาดมาก" 

 

"ก็ข้าไม่เคยไปนี่ ให้ตัวข้าตอนนี้ตอบก็ตอบแบบนี้แหละ" จีนหัวเราะเสียงใส 

 

"แล้วท่านล่ะ ท่านเคยคิดไหมว่าถ้าไม่ได้เกิดมาเป็นเจ้าชายท่านจะไปทำอะไร" โอเมก้าตัวหอมถามกลับ ส่วนคนโดนถามก็ยืนนิ่งไปแทบทันที ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เงียบไปชั่วอึดใจ 

 

"ข้า …ข้าเคยคิดสิ แม้การเป็นเจ้าชายของข้าจะเป็นมาตั้งแต่เกิดและไม่มีวันเปลี่ยนได้ต่อให้ข้าจะเลือกมันหรือไม่ก็ตาม ข้าก็เคยคิด ข้าอยากลองเป็นช่างไม้ ไม่ก็พ่อค้าล่องเรือออกทะเล เป็นนักแปรธาตุหรือหมอก็ดูน่าสนุก นักดนตรีก็ดีนะ ข้าชอบเวลาได้เล่นเปียโน หรืออาจจะทำเครื่องดนตรีข้ามีความรู้ด้านนี้อยู่พอตัว ข้าชอบหนังสือมากด้วยทำงานแบบเจ้าก็น่าจะดี ไม่ค่อยมีอัลฟ่าเป็นบรรณารักษ์เท่าใดนัก" เดฟอมยิ้มเมื่อเอ่ยถึงสิ่งในจินตนาการ 

 

"ท่านอยากเป็นอะไรเยอะจัง ตอนนี้ท่านจะไปไหนหรือทำอะไรก็ได้นี่ ทำไมท่านไม่ทำสิ่งที่อยากทำเหล่านั้นไปด้วยล่ะ" ยามอีกฝ่ายเอ่ยเดฟก็จับจูงโอเมก้าน้อยไปนั่งเล่นกอดเกยกันบนเก้าอี้นอนขนาดใหญ่ 

 

"ข้าทำไม่ได้หรอก ข้าเกิดมาเป็นเจ้าชาย ก็ต้องเป็นเจ้าชาย มีเพียงเท่านี้ที่ต้องทำ มีเพียงข้าที่ทัดเทียมกับจาคอบได้" เดฟยิ้มบาง ๆ ยามตอบ พอตรองดูแล้ว การเกิดมาเป็นเจ้าชายของตนดูจะเป็นคำสาปมากกว่าการเป็นโอเมก้าต้องสาปของจีนเสียอีก 

 

โอเมก้าต้องสาปนั้นยังมีหนทางแก้ไขให้หายได้ ทว่าการเป็นเจ้าชายของเดฟ ของคนที่มีคุณสมบัติทัดเทียมต่อสู้กับเจ้าชายโจนาธาน โดมินิก นอร์ธ หรือจาคอบในพระสนมเซเรน่าได้อย่างตนนั้นไม่มีวันหายไป แม้แต่ยามที่ความตายมาทำหน้าที่ของมันก็ได้ 

 

"ท่านทำหน้าราวกับว่าไม่อยากเป็นเจ้าชาย" 

 

"เจ้าไม่ต้องคิดมาก มันไม่สำคัญหรอก" มันไม่เคยสำคัญ เช่นไรทางเหล่านี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้ก้าวเดิน 

 

"ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า เจ้ามีอะไรจะถามอีกไหม หืม ดูสิหน้าเจ้าย่นเป็นส่วน ๆ แล้วนะ ทั้งระหว่างคิ้วและหางตา" อัลฟ่าตัวโตปรับสีหน้าทันควันไล่เรื่องไม่อยากคิดออกจากหัว นิ้วหนาแตะตามจุดที่เอ่ยล้อโอเมก้าต้องสาป จีนเบะจนปากกลมใส่ มือน้อยไล่จับมือหนาอุตลุด 

 

"เรื่องไร้สาระน่ะ ถ้าท่านรู้ต้องว่า ต้องล้อข้าแน่" 

 

"อย่างนั้นข้าอยากรู้แล้วล่ะจีน ไหนบอกมาสิ" เดฟยิ้มกว้าง สองแขนเกี่ยวเอวคอดของโอเมก้าน้อยมาชิดตัว สูดกลิ่นกระดังงาหอม ๆ ที่สะพัดขึ้นรวมกับกลิ่นสมุนไพร เอนแผ่นหลังแกร่งแนบพิงไปกับพนักบุนวมนุ่ม 

 

"เงียบอีก ไม่บอกข้าจะจูบเจ้าสักห้าหน พอหนที่สี่ข้าก็จะตบะแตกแล้วก็..." 

 

"พอเลย ๆ ข้าบอกแล้วก็ได้ ท่านเดฟนี่ก็นะ" มือน้อยดันรอมฝีปากหยักที่ตั้งท่าจะกดจูบตัวเองจริง ๆ ใบหน้าน่ารักจ้องมองคนตัวโต 

 

"ข้าแค่คิดว่าทำไมท่านกับพระสนมรีเบกการ์ไม่เหมือนตอนข้าเจอพ่อจ๋าแม่จ๋า ทำไมท่านแม่ของท่านดูจะไม่แตะตัวท่านหรือมองท่านเลย แต่ข้าคิดเพ้อ …เจ้อไปเองแหละ" ปลายเสียงของจีนแผ่วลงเมื่อเห็นกับตาตัวเองว่ารอยยิ้มจนตาหยี อวดฟันขาวของเจ้าชายอัลฟ่าค่อย ๆ หุบลง และเรียบนิ่งในที่สุด 

 

"ข้าพูดอะไรไม่ควรอีกแล้วใช่ไหม ข้าขอโทษนะ" โอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์เอ่ยเสียงขออภัย ลูบแผ่วเบาที่ปลายคางคมสัน 

 

"ข้า ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอกจีน" มือหนาจับมือน้อยที่แตะคางตนไว้ รั้งขึ้นมาแนบที่แก้มของตนเอง เดฟลังเลอยู่ในใจชั่วครู่ ทว่าหากเป็นคนตรงหน้านี้ 

 

หากเป็นแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์มันคงไม่เป็นไร 

 

"เพราะสิ่งที่เจ้าเห็นมันก็เป็นความจริง ท่านแม่ไม่แตะตัวข้าอยู่แล้วไม่ใช่แค่ที่นี่ ที่ไหนเมื่อใดก็ไม่แตะ ใช่ ท่าน ท่านน่ะไม่ชอบที่จะต้องมองหน้าข้า เจ้าเข้าใจถูกแล้วล่ะ" อัลฟ่าตัวโตเอ่ยต่อหลังเงียบไปครู่ใหญ่ 

 

"แม่ของท่านมิสบายหรือ แบบที่ไม่สามารถสัมผัสผู้อื่นได้" จีนถามขึ้น แต่ก็นิ่งคิดไปว่าเมื่อครู่ท่านก็ลูบผมตน ทั้งจะกอดอีกด้วย คำพูดสะท้อนความคิดน่ารักน่าชังของจีนทำให้เดฟหลุดยิ้มออกมาได้ 

 

"เปล่าหรอก มัน ...มันคือ ...ในรถม้าวันนั้น ที่เจ้าเอ่ยถึงการให้กำเนิดเด็กที่เกิดจากการข่มเหง เกิดจากการบังคับจิตใจ " ในแววตาคมลุ่มลึกขึ้นและเจือความขมขื่น 

 

"เด็กนั่น ...เด็กคนนั้น ...ก็คือข้า" เจ้าชายอัลฟ่าเงียบลงอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่ไร้การปรุงแต่งในแววตาและใบหน้าหล่อเหลาทำให้จีนเลือกขยับเข้าไปใกล้ขึ้น ดึงมือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาบีบไว้ 

 

เพื่อบอกว่าตนยังอยู่ตรงนี้และพร้อมจะรับฟังหากอีกฝ่ายต้องการจะเอ่ยต่อ 

 

"ท่านแม่ของข้าเป็นคนสวยอย่างที่เจ้าเห็น ท่านเป็นอัลฟ่าหญิงที่เก่งกาจ และท่านเป็นลูกสาวคนสำคัญของเจ้ากรมทหาร จึงเหมาะควรที่สุดที่จะแต่งงานกับผู้จะครองบัลลังก์นอร์ธคนต่อไป และมันเป็นเช่นนั้น จะให้ท่านลุงเอลตัลมาแต่งแทนก็ไม่ได้ เพราะท่านพ่อข้ารัก ใช่ ท่านบอกเช่นนั้น รักท่านแม่ของข้า 

แต่ท่านแม่ไม่ได้รักท่านพ่อ ไม่ได้ต้องการผูกชะตาด้วย ท่านแม่มีคนรักอยู่แล้วและสิ่งที่ท่านพ่อทำคือส่งคนคนนั้นออกไปจากนอร์ธ บังคับท่านแม่เข้าพิธีผูกชะตาเป็นพระสนมที่สอง ท่านพ่ออยากให้ท่านแม่เป็นราชินี แต่ท่านแม่ไม่ต้องการ ท่านพ่อเริ่มบังคับท่านแม่มากขึ้น มากขึ้น 

จนในที่สุดท่านพ่อก็.... แล้วข้าก็เกิดมา" เจ้าชายแห่งนอร์ธเงียบลงไปชั่วครู่ มือน้อยของจีนไล่ต้อนซับหยดน้ำตาเพียงหนึ่งหยดที่ตกละขอบตาคมลงมาให้อย่างใส่ใจ 

 

"ระหว่างอัลฟ่าไม่มีการฮีท การมีสัมพันธ์ทางกายจึงต้องใช้ความรู้สึกรักอย่างมากมาย เมื่อท่านแม่ไม่ได้รักท่านพ่อและท่านพ่อมิได้คิดจะประนีประนอมและใส่ใจอีกต่อไป มันจึงเลวร้ายอย่างมาก 

ข้าเกิดมาจากการบังคับขืนใจ เกิดมาแบบนั้นและเติบโตขึ้น ตั้งแต่ข้าเจ็ดขวบ เมื่อเปลี่ยนสีตาได้ครั้งแรกท่านแม่ก็ไม่แตะตัวข้าอีก ไม่แม้แต่อยากมอง ท่านมักจะบอกเสมอว่าข้ามีดวงตาที่เหมือนท่านพ่อและท่านเกลียดมัน มันทำให้ท่านคิดถึงเรื่องชั่วช้าที่ท่านพ่อทำกับท่านและยังคงทำในตอนนั้น ท่านจึงเลือกที่จะเฉยชากับข้า ...ข้าก็ไม่โทษท่านแม่หรอก" 

 

"...." 

 

"ตอนข้าเก้าขวบท่านแม่คลอดน้องของข้าออกมา ลอเรน น้องชายข้าเป็นโอเมก้าตัวขาวจ่ำม่ำน่ารัก ข้าคิดว่าการเกิดของน้องข้าคงมีเงื่อนไขที่ดีกว่าข้ามาก ท่านแม่กอดลอเรนอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้ว่าเพราะหลังจากลอเรนเกิดมา ท่านแม่ก็ไม่ต้องทนเจอท่านพ่อเข้าไปในห้องนอนของท่านอีก หรือเพราะลอเรนมีดวงตาเรียววาวขี้อ้อนเหมือนกับท่านยายของข้ากันแน่" ยามเมื่อเอ่ยถึงน้องชายและท่านยายที่เลี้ยงดูตนมาใบหน้าที่โศกเคล้าทุกข์ทนก็เจือด้วยรอยยิ้มออกมาได้ 

 

"ท่านเดฟ..." หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่จีนก็เอ่ยขึ้น 

 

"แบบนี้ใช่หรือไม่ท่านถึงได้ให้ยาผงขาวไว้กับข้า ให้ข้าเลือกเอง เมื่อข้าต้องการ" 

 

"ไม่ควรมีเด็กคนไหนเกิดจากความไม่เต็มใจ ข้าซึ่งเป็นเจ้าชายแห่งนอร์ธรู้ดี" มือหนาโน้มร่างน้อยให้พิงแผ่นหลังบางกับที่วางแขนของเก้าอี้นอนตัวโต ร่างสูงใหญ่นอนทอดยาวและซบใบหน้ากับไหล่บาง สูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวแนบหูฟังเสียงเต้นระรัวจากดวงใจของคู่แท้แห่งโชคชะตาของตน 

 

"ข้าอยากให้เจ้ารักลูกของเราเพราะยินดีที่ได้รักเขาและรักข้า มิใช่เพราะว่ามันจำเป็นที่เขาเคยเติบโตในตัวเจ้า อยากให้เจ้ากอดและลูบผมเขาเพราะเจ้าคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่ข้าทำให้เจ้ามีความสุขเจ้าจึงอยากแบ่งปันความอุ่นนั้นให้ลูกของเรา มิใช่เพราะแค่ควรต้องทำ ฝืนใจทำจนกระทั่งถึงวันที่เจ้าไม่อยากทนทำมันอีกต่อไป ...มันแย่" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นเคล้าโศกเสียจนจีนต้องกระชับสองแขนกอดร่างสูงใหญ่ มือหน้าลูบเส้นผมนิ่มที่ซบบนแผ่นอกของตน 

 

"ลูกของท่านจะควรได้รับสิ่งดีกว่าที่ท่านเคยเจอ ...ท่านเองก็ด้วย" ได้รับความรักและความใส่ใจมากกว่าที่เคยพบผ่านมาในชีวิต แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์เอ่ยขึ้น และหาใช่เพียงแค่ปลอบประโลม ตนมั่นใจแล้วจึงได้กล่าวขึ้นมา 

 

"ลูกของเรา ...สักวันหนึ่งเมื่อเจ้าพร้อม ได้หรือไม่" เดฟเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวคมที่มีริ้วแดงจาง ๆ จ้องมองมาและได้รับรอยยิ้มจากโอเมก้าต้องสาปกลับคืนไป 

 

"สักวัน ท่านเดฟ สักวันหนึ่ง" 

 

 

 

△△△△△△△ 

 

 

 

 

ใบไม้ที่ปลิดปลิวอยู่ปลายหางตาสีแตกต่างไปจากที่คุ้นเคย ใบซึ่งเดิมเป็นสีเขียวสดยามนี้กลืนเป็นสีน้ำตาลแก่และทิ้งตัวโรยราลงมากระจัดกระจายอยู่จนทั่ว 

 

 

สองมือขาวที่นิ้วเรียวยาวทั้งสิบประคองหนังสือเล่มใหม่ที่เพิ่งหยิบมาจากห้องสมุดของที่พักแห่งนี้ไว้ในมืออย่างตั้งใจ 

 

 

เป็นเวลามากกว่าสองเดือนแล้วที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์อยู่ที่นี่จนเริ่มรู้สึกคุ้นเคย 

 

 

อันที่จริงมันไม่ใช่การปรับตัวที่ยากเท่าใดนักเมื่อสถานที่ส่วนใหญ่ที่โอเมก้าต้องสาปเลือกและสามารถจะขลุกตัวได้ก็เป็นห้องขนาดใหญ่ที่อัดแน่นด้วยหนังสือ สภาพแวดล้อมที่ตนแสนจะเคยคุ้น 

 

 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สร้างความเบื่อหน่ายเลย ยามอยู่ในโรงเรียนโอเมก้าลินน์ยังมีหลากหลายแห่งหนให้เดินเล่นอยู่หลังรั้วโรงเรียน และเจ้าของสถานที่เข้าใจความรู้สึกเช่นนั้น อาคารหลังโอ่อ่า สวนสวยขนาดกลางจึงมักไร้ผู้คน หรือหากมีก็เป็นเพียงโอเมก้าไม่กี่คน 

 

 

เพื่อให้โอเมก้าต้องสาปได้มาเดินเล่น หรืออ่านหนังสือในสวนบ้าง 

 

 

ได้ออกจากห้องอุดอู้ โดยเกิดปัญหาน้อยที่สุด 

 

 

"หิวหรือยัง" 

 

 

คำถามมาพร้อมกับจานขนมสีสันสวยงาม ที่ทำเอาหนังสือแสนดึงดูดถูกแย่งความสนใจไปซึ่ง ๆ หน้า แองเจลโล่วางหนังสือลงและพยักหน้าตอบคำถามอัลฟ่าเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงเดินวุ่นวายไปมาอยู่ในตัวอาคารนี้ได้ในวันนี้ 

 

 

จีนและทุกคนรู้ดี ว่าถ้าตนออกมาจากห้องนอนและห้องสมุดเมื่อไหร่ ก็ต้องไม่มีใครอยู่ใกล้บริเวณนี้ นอกจากเบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ 

 

 

ดวงตาเรียวคมของเดฟจ้องมองโอเมก้าผู้เป็นคู่แท้ของตนที่กำลังตักขนมคำโตเข้าปาก มองสิ่งที่ล่อหลอกสายตาได้ดีไม่แพ้ปากสีแดงสดที่อวบอิ่มตึง 

 

 

ลักยิ้มของแองเจลโลนั้นพิเศษมาก มันจะออกมาเฉพาะตอนที่มีอาหารเต็มปากและตั้งใจเคี้ยวตุ้ย ๆ โดยไม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้ลักยิ้มออกมาแสดงตัว ทว่าผู้คนที่ได้นั่งพิศมองนั้นกลับถูกแอ่งบุ๋มน้อย ๆ ข้างแก้มยามใบหน้าหมดจดบดเคี้ยวขโมยสายตาไปแล้ว 

 

 

“เอานี่อีกสิ” แก้วตากลมเหลือบมองขนมอบหอมฉุยที่เจ้าชายเมืองนอร์ธตรงหน้าดันส่วนของตัวเองมาให้ 

 

 

“ท่านไม่กินของท่านหรือ ข้า ข้าจะอิ่มแล้ว” อยากรับน้ำใจแต่ก็กลัวจะถูกมองว่าตะกละตะกลาม แม้ขนมพวกนี้จะอร่อยมากจริง ๆ ก็เถอะ 

 

 

“แค่ชิมก็ได้” พอเดฟบอกแบบนั้นโอเมก้าเจ้าของกลิ่นหอมยั่วเย้าที่มักผสานด้วยสมุนไพรระงับอาการคลั่งขนานใหญ่ไม่ห่างตัวก็ขอบคุณอ้อมแอ้ม ตัดขนมเข้าปากพอดีคำหนึ่งช้อน แม้จะอยู่ร่วมกันมาราวสองเดือน และเดฟเป็นคนที่ตนได้พบเจอบ่อยที่สุด 

 

 

ทว่าเราก็ไม่ได้เจอกันบ่อยนัก 

 

 

ภาระที่เจ้าชายแห่งนอร์ธผู้นี้กำลังดูแลและพยายามทำหนักหนามากพอดู เราไม่ได้เจอะเจอกันทุกวัน หลายหนจีนอ่านหนังสือจบไปแล้วหลายเรื่องก็ยังไม่เห็นอัลฟ่าผู้นี้ในกรอบสายตา 

 

 

เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่านไปเรื่อย ๆ ทว่าจีนก็ชินไปแล้วอย่างไม่รู้ตัวที่จะคอยละหนังสือลงบนหน้าตักแล้วเหลียวมองดูรอบกายว่าอัลฟ่าเดฟผู้นี้อยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ในยามที่นึกขึ้นมาได้ 

 

 

แต่จีนไม่นึกอยากจะระบุชี้ชัดว่าความสัมพันธ์ของตนกับเจ้าชายต่างเมืองตรงหน้านี้นั้นไปในทิศทางใดแล้ว 

 

 

"ชาวเมืองเซียร์ทำขนมพวกนี้ได้เลิศรสที่สุดจริง ๆ " แองเจลโล่พึมพำกับตัวเองเพราะอร่อยก็เลยตักอีกคำ อีกคำ จนขนมในจานของเดฟหายไปเกือบครึ่ง 

 

 

อัลฟ่าร่างโตเท้าคางซ่อนรอยยิ้มหลังฝ่ามือที่ประสานกันไว้หลวม ๆ ดวงตาเรียวคมละไปอื่นนอกจากลักยิ้มเล็ก ๆ นั้นไม่ได้ 

 

 

มีอะไรน่าอร่อยในแผ่นดินเฟนเรียร์อีกบ้าง นึกอยากจะเอามาหลอกล่อเด็กตรงหน้า ให้ลุ่มหลงในความอร่อย เคี้ยวให้เขาดูอย่างนี้ทั้งวัน 

 

 

แค่ได้มาเจอจีนช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ขับไล่ความเหนื่อยล้าและขุ่นข้องหมองมัวออกไปจากใจได้ดีเหลือเกิน 

 

 

แต่ความรับผิดชอบละเลยได้หรือ 

 

 

เดฟรู้ดีว่ายอมไม่มีวันทำเช่นนั้นได้ 

 

 

“เจ้าจีน” สรรพนามคุ้นที่เดฟตู่เรียกเอาเอง ทั้งที่มีแค่พ่อจ๋าแม่จ๋าและคนสนิทเท่านั้นจะขานเรียก จนเจ้าของชื่อเหนื่อยจะค้านและเออออตามไปแล้วปรายตาขึ้นมามอง ทั้งที่สองแก้มยังกลมตุ่ย 

 

 

"ในบรรดาของที่ครูใหญ่ให้เจ้าติดตัวมาด้วย เจ้าพอจะให้ข้าหยิบยืมได้หรือไม่" เสียงทุ้มนุ่มเปรยขึ้น ดวงตากลมวาวสื่อคำถามที่มีในใจได้อย่างดีแทนความสงสัย 

 

 

"ท่านหมายถึงของชิ้นใด" ครูใหญ่เกเบรียลฝากฝังของออกมากับอดีตนักเรียนผู้นี้อยู่หลายชิ้น ทั้งน้ำยาที่หากผสมน้ำสะอาดคอยฉีดพรมสมุนไพรจะทำให้ใช้งานได้นานขึ้น สมุนไพรระงับอาการที่จีนพกมาตอนนี้จึงยังใช้ได้ดีทั้งที่ปกติต้องเปลี่ยนใหม่หมดแล้ว 

 

 

ทั้งของจิปาถะอีกหลายอย่าง 

 

 

"ข้าหมายถึงม้วนกระดาษในห่อผ้าสีครามเข้มในย่ามของเจ้า" เจ้าชายอัลฟ่าระบุเจาะจงมากขึ้น โอเมก้าน้อยครางรับในลำคอ คิดถึงห่อผ้าที่ครูใหญ่เกเบรียลให้มาด้วยพร้อมคำกำชับว่า 

 

 

จงมอบให้แต่เพียงผู้ที่จีนไว้ใจเท่านั้น 

 

 

"เจ้าไว้ใจข้าหรือไม่" เดฟถามคำถามสวนขึ้นมาราวกับว่ารู้ความคิดในหัวของจีนได้ 

 

 

หากพูดกันตามตรงแล้ว จีนคิดว่าอัลฟ่าเดฟนั้นเป็นคนดีมากคนหนึ่ง แม้ว่าจะเอาแต่ใจไปบ้าง หรือชอบทำตัวลามกและไร้ความยับยั้งชั่งไปในบางหน จนซองยาผงขาวที่เคยให้มาตอนนี้ถูกใช้จนเหลือไม่ถึงครึ่ง 

 

 

ทว่าในเรื่องอื่นแล้ว ก็เป็นชายหนุ่มที่ฝากฝังความไว้ใจได้อย่างมาก 

 

 

เช่นที่จีนมอบให้ทั้งยามที่รู้และไม่รู้ตัว 

 

 

"ท่านอยากได้มันหรือ ครูใหญ่บอกว่าเป็นแผนที่" 

 

 

"ใช่ ข้าต้องการมัน" ดวงตาคมของเดฟจับจ้องมองมา และยามนี้จีนไม่รู้แน่ว่าสิ่งใดซ่อนอยู่ในแววตานั้น 

 

 

"เจ้าไว้ใจข้ามากพอที่จะมอบให้ได้หรือไม่" 

 

 

กึก 

 

 

ห่อม้วนผ้าในมือผอมยังคงถูกจับจ้องจากผู้ที่ถือมันไว้ แองเจลโล ปาร์กเกอร์ยังคงไม่รู้แน่ว่าเหตุใดตนถึงต้องถูกพาออกจากรั้วโรงเรียนมากับเดฟด้วย ทั้งที่ตนไม่สมควรจะออกมาสร้างปัญหา 

 

 

จนปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่าเจ้าชายแห่งนอร์ธใช้อำนาจที่มีบังคับข่มขู่ให้ครูใหญ่ต้องมอบตนมาด้วย 

 

 

เมื่อคิดเช่นนั้น สิ่งที่ครูใหญ่เกเบรียลให้จีนติดตัวมาก็คงเป็นสิ่งที่ต้องการมอบให้เจ้าชายเดฟเช่นกัน 

 

 

"ท่านรับไปสิ" และแน่นอนว่าเพราะจีนได้มอบความไว้เนื้อเชื่อใจแก่ชายผู้นี้แล้ว 

 

 

"เจ้าต้องเอ่ยให้มันเปิดออก" ห่อม้วนผ้าถูกยื่นคืนมาอีกครั้ง โอเมก้าต้องสาปมุ่นคิ้วเล็กน้อยติดสงสัย ทว่ายังคงทำตามคำร้องบอก 

 

 

ริมฝีปากอิ่มสวยแนบใกล้ห่อผ้าซึ่งเป็นสีเดียวกับสีประจำราชวงศ์นอร์ธ 

 

 

"จงเปิดออก" และเป็นเช่นดั่งคำของเบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ 

 

 

ปมเชือกที่รัดแน่นคลายตัวทันทีที่สิ้นเสียงนุ่มแผ่ว ห่อผ้าที่เรียบตึงดูผ่อนลงจนเห็นรอยยับของผิวผ้า ราวกับว่าประกาศชัดว่าจากนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถคลี่เปิดออกได้ดั่งใจ 

 

 

จีนจ้องมองห่อผ้าตรงหน้าตนอย่างฉงนตื่นตะลึง อัศจรรย์ราวใช้เวทมนตร์ เป็นอีกคราที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์นึกชื่นชมถึงความสามารถในฐานะผู้แปรธาตุของครูใหญ่แห่งโรงเรียนโอเมก้าลินน์ 

 

 

เดฟกระชับถือห่อแผนที่ในมือให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น 

 

 

"ขอบคุณเจ้ามากจีน" และเร่งเดินจากไปทันที 

 

 

 

 

 

 

สามวัน 

 

 

เป็นเวลาสามวันที่จีนไม่ได้พบเจอหน้าของอัลฟ่าผู้มีบ่ากว้างหนาและรอยยิ้มจาง ๆ ที่คอยมองมาที่ตนเสมอผู้นั้นอีก จีนจึงย้ายตัวเองจากห้องนอนมาอยู่ที่ห้องสมุดทั้งวันทั้งคืนอย่างสมบูรณ์ 

 

 

ห้องสมุดที่มีเก้าอี้นอนตัวโตให้จีนไว้นอนพักได้พร้อมห้องน้ำ และถึงสมุนไพรที่กองเบียดผนัง แต่ทว่าหากอัลฟ่าเดฟมาอยู่ในนี้ด้วยจีนจะเลี่ยงกลับไปที่ห้องนอนเสียทันที 

 

 

มิได้หรอก คงเป็นการไม่ดีแน่หากจะมาเพิ่มความชื้นจากการเบียดเสียดของร่างกายมนุษย์เช่นที่ทำกับหอสมุดเมื่อครานั้น หนังสือตำราหายากเป็นอันได้ชำรุดกันพอดี 

 

 

"เฮ้อ" จมูกโด่งรั้นน่ามองพ่นลมหายใจออกมาอีกหน สมาธิจดจ่อปลิวหายไปไม่ต่างจากใบไม้นอกหน้าต่างที่กำลังถูกลมพัดและโรยราลงในเวลาค่ำคืนเช่นนี้ 

 

 

เพราะอัลฟ่าเดฟเชียวที่เข้ามากวนในความคิดของตน 

 

 

จีนนึกข่อนคอดแต่ดวงตากลมโตก็มิอาจละทิ้งความถวิลหา จีนยังคงติดวนในห้วงคิด 

 

 

แผนที่นั้นต่างจากแผนที่อันอื่นอย่างไร เหตุใดเจ้าชายแห่งนอร์ธจึงมาเอ่ยขอกับตน 

 

 

และอัลฟ่าผู้นั้นรู้ได้อย่างไร ว่ามีเพียงเสียงของจีนที่จะปลดคลายห่อผ้าได้ ทั้งที่จีนก็มิรู้ว่าตัวเองทำได้ 

 

 

เหตุใดจึงมีสิ่งให้นึกสงสัยมากมายเช่นนี้ 

 

 

ปึง ปึง ปึง ปึง 

 

 

"อ๊ะ" 

 

 

ปึก 

 

 

เสียงเคาะประตูดังสนั่นทำเอาหนังสือบนสองมือของโอเมก้าตัวหอมตกลงพื้น จีนมุ่นคิ้วยามลุกตรงไปที่ประตูอย่างนึกสงสัย 

 

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมานอกจากอาหารที่เอามาวางไว้ให้ตรงเวลาทั้งสามมื้อ ก็ไม่มีใครข้องแวะหรือมาหาจีนอีก แม้แต่พี่สาวของลูเซียนเพื่อนรักของตน 

 

 

มีเพียงแค่อัลฟ่าเดฟเท่านั้น 

 

 

ปึง ปึง ปึง 

 

 

ทว่าครั้งนี้จะเคาะเร่งเร้าอะไรถึงเพียงนี้กัน 

 

 

"ท่านเดฟ ท่านมี...." 

 

 

"เร็วเข้าจีน! " น้ำเสียงทุ้มดั่งกระชากเร่งรีบไม่แพ้อาการเหนื่อยหอบและสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย 

 

 

"เจ้าต้องไปเมืองนอร์ธกับข้า ตอนนี้! " 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ดมอบีนยอง 

ความคิดเห็น