email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes {ุ6}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 17:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes {ุ6}
แบบอักษร

Diamond eyes 

#ดมอบีนยอง 

 

{6} 

 

 

สายตาของสตรีเป็นสิ่งที่เชือดเฉือนนัก 

 

 

นอกจากมารดาของตนกับเหล่าพระสนมของบิดาแล้ว เดฟลงความเห็นว่าสายตาของโจแอนนาและแองเจลล่า ปาร์กเกอร์นั้นช่างจดจ้องทะลุทะลวงได้น่ากลัวยิ่งนัก 

 

 

ทว่าสำหรับเจ้าชายที่อยู่ท่ามกลางสายตาจดจ้องและความคาดหวังปนจับผิดร้อยพัน ต่อให้จะเป็นว่าที่พ่อตาแม่ยายที่ทำเอาใจหวิว ประหม่าไม่น้อยแต่เบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธก็ยังคงยิ้มบางอย่างมอบไมตรีออกมาได้ 

 

 

"เรื่อง เรื่องก็เป็นแบบนี้ ...พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูขอโทษ" น้ำเสียงหวานนุ่มของแองเจลโล่ติดสั่นประหม่าอยู่ไม่น้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มงุด ดวงตาวาวเป็นประกายสวยยามนี้หลุบมองพื้นอย่างไม่กล้าสู้หน้าผู้ให้กำเนิดของตัวเอง 

 

 

หลังจากตนช่วยบิดาดูแลมารดาจนฟื้นคืนสติมาได้ บรรยากาศบ้านผีสิงในร้านก็เปลี่ยนเป็นห้องสืบสวน แองเจลโล่เล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ทั้งหมดออกมาเริ่มจากที่ตนไปช่วยอัลฟ่าที่บาดเจ็บ โดนกัด ถูกปลดจากการเป็นนักเรียนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ และได้เจอกับอัลฟ่าคนนั้นอีกครั้ง 

 

 

แต่ไร้รายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องในหอสมุดที่จีนไม่อาจจะทำใจพูดมันออกมาได้อีกครั้ง จึงจบลงเพียงแค่ได้พบผู้ที่กัดคอตนอีกหน 

 

 

แม้ว่าจะพูดออกมาด้วยปากตัวเองแล้วจีนยังรู้สึกเชื่อไม่สนิทใจกับความจริงที่เพิ่งได้รู้ก็ตาม แต่เจ้าของรอยกัดบนคออย่างพี่ซากกับอัลฟ่าตัวใหญ่โตที่นั่งอยู่ตรงข้ามนั้นเป็นคนเดียวกันก็ยังคงเป็นความจริงอยู่ดี 

 

 

แองเจลล่ายกขวดแก้วสมุนไพรขึ้นสูดอีกหน สบตากับผู้เป็นสามีก่อนทั้งคู่จะจ้องมองลูกชายที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเรา แม้จะไม่มีโอกาสได้เจอลูกบ่อยนักทว่าความรักที่มีต่อลูกชายคนเดียวไม่เคยลดน้อยลง 

 

 

ในภาพจำของทั้งคู่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ยังคงเป็นเด็กชายโอเมก้าตัวเล็กแขนขาเรียวผอมที่ยิ้มตาหยีจนแก้มตุ่ย หรืองอแงจนปากกลมใส่ ไม่ต่างจากเมื่อตอนเก้าขวบที่นำมาฝากกับโรงเรียนโอเมก้าลินน์และได้เจอกันเพียงปีละไม่กี่วันหลังจากนั้น เพราะการเป็นโอเมก้าต้องคำสาปของจีน 

 

 

แบบนั้นมันทำให้ทั้งโจแอนนาและแองเจลล่ายิ่งรู้สึกสับสนและตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่กำลังเผชิญ 

 

 

"ข้าควรจะเริ่มจากอะไรก่อนดี" อัลฟ่าโจแอนนาเอ่ยขึ้นมาในที่สุด ตากลมโตจ้องมองอัลฟ่าชายร่างสูงใหญ่ที่มีบ่ากว้างและดวงตาเรียวคมคู่รอยยิ้มซึ่งยากต่อการอ่านความคิดภายในตรงหน้าตน 

 

 

"เจ้าก็คือคนที่กัดคอตีตราพันธะสัญญากับลูกของข้าสินะ" เบต้าแองเจลล่าเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นมาก่อน น้ำเสียงทั้งสั่นหวิวทว่าเจือปนความโกรธ ทว่าเจ้าชายอัลฟ่าหุบยิ้มไม่อยู่ทันทีที่ได้ฟัง 

 

 

ดวงตาเรียวคมชำเลืองมองใบหน้างดงามหวานล้ำของโอเมก้าตัวขาวอย่างแองเจลโล่ที่นั่งก้มหน้างุดเหมือนเด็กกลัวถูกดุอยู่ตรงหน้าไม่กล้าแม้จะเงยหน้าสู้บิดามารดาที่ให้กำเนิดมา 

 

 

แต่ก็ยังเด็กอยู่นั่นแหละนะ เด็กดื้อเสียด้วย 

 

 

เดฟหันกลับไปจ้องมองผู้ใหญ่ทั้งสองคนตรงหน้า 

 

 

"ใช่แล้ว รอยกัดบนคอจีนเป็นของข้า เป็นเพียงข้า และจะมีแค่ข้าเท่านั้น" คำตอบที่แสนมั่นอกมั่นใจนั้นเหมือนจะตอบคำถามอีกข้อที่ทั้งมารดาและบิดาของจีนสงสัยในใจได้ลาง ๆ จนแองเจลล่ากำขวดแก้วที่อัดแน่นด้วยสมุนไพรขึ้นมาสูดดมลึก ๆ อีกครั้ง 

 

 

"แล้ว .... ตอนที่เจ้ากัด มัน... ข้าทำใจถามไม่ไหว เมียจ๋าช่วยที" โจแอนนายอมแพ้ส่งไม้ต่อให้ภรรยาสุดที่รัก กุมมือขาวของแองเจลล่าเพื่อจะดมสมุนไพรในขวดแก้วที่อีกฝ่ายถือด้วย 

 

 

"เจ้ากัด ...อัลฟ่า เมื่อเจ้ากัดลูกข้า ตอนนั้นเจ้าทั้งสองได้ ....เจ้า ..." เบต้าแสนสวยอย่างแองเจลล่าก็พูดออกไม่ได้เช่นกัน ทว่าคนฟังเหมือนจะเข้าใจคำถามปริศนานี้ 

 

 

"พวกท่านหมายถึง ข้ากับจีนได้มีสัมพันธ์ทางกายกันตอนที่ข้ากัดตีตราพันธะสัญญาหรือไม่ใช่ไหม" เดฟพูดคำถามออกมาหน้าระรื่น 

 

 

"ตามที่จีนเล่า เมื่อกัด ข้าเพียงแค่กัดเพราะรู้สึกถึงการพบเจอคู่แท้แห่งโชคชะตา" สิ้นคำตอบของอัลฟ่าชายตัวโต ผู้ให้กำเนิดทั้งสองของจีนพรูลมหายใจอย่างโล่งอกออกมาพร้อม ๆ กัน 

 

 

อย่างน้อยทางกายลูกรักของพวกตนก็ยังปลอดภัยดี 

 

 

"แต่หลังจากนั้นไม่นาน เราก็มีความสัมพันธ์ทางกายกัน ใช่แล้วล่ะที่หอสมุดนั่นตอนเจอกันหนที่สอง ข้ามีอะไรกับลูกของพวกท่านแล้ว" 

 

 

เพล้ง 

 

 

ขวดแก้วสมุนไพรร่วงลงพื้นเมื่อประโยคต่อไปตามต่อมาติด ๆ  

 

 

จีนนั้นทั้งอายทั้งรู้สึกผิด แล้วก็โกรธเจ้าอัลฟ่าผิวหน้าหนาเกินจะทนขึ้นมาอีกแล้ว ปลายเท้าที่ถูกห่อด้วยถุงเท้านุ่ม ๆ สีครีมเตะขาแข็งแรงของอัลฟ่าที่นั่งตรงข้ามไปหนึ่งที แต่ฝ่ายนั้นกลับยิ้มกว้างใส่ให้จีนยิ่งเบะปากใส่ใบหูแดงจัด ตากลมเหลือบตามองหน้าบิดามารดาตนแล้วก็ได้แต่รีบหลบตา 

 

 

"ข้า ข้าจะเป็นลม เมียจ๋า" โจแอนนาตาลอยหงายหลังลงไปแทนจนผมยาวที่รวบมัดเป็นหางม้าแทบตกลงบนเบาะ แองเจลล่าดึงไหล่สามีไว้ ส่วนจีนก็รีบดึงสมุนไพรในถุงยามที่พอมีฤทธิ์ช่วยอาการวิงเวียนขึ้นมาให้บิดาดมแทนขวดแก้วที่เพิ่งตกไป 

 

 

"พ่อจ๋าไม่เป็นไรนะ หนูขอโทษ ฮึก แม่จ๋าดมนี่ แม่จ๋าอย่าเป็นลมอีกนะ" โอเมก้าตัวขาวผุดลุกผุดนั่งหันซ้ายหันขวาส่งสมุนไพรให้อย่างเป็นกังวล ช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาเดฟ และก็เป็นแบบนั้นเช่นกันในสายตาของผู้ที่ให้กำนิดมา 

 

 

"พ่อจ๋าไม่เป็นไรแล้วเจ้าจีน โอ๋ลูกโอ๋" โจแอนนาลูบผมสีดำสนิทของลูกชายปลอบโยน 

 

 

"แม่จ๋าก็ดีขึ้นแล้ว" แองเจลล่าเองก็จูบขมับลูกรักให้เบาใจเช่นกัน ว่าแม้เรื่องที่ได้ฟังมันจะน่าตกตะลึงแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเจ้าจีนเลย 

 

 

คนที่ควรจะโดนโกรธมันต้องเป็นอัลฟ่านี่ไม่ใช่หรือไง 

 

 

"...." สายตาเชือดเฉือนสองคู่จ้องมาอีกครั้ง และเจ้าชายแห่งนอร์ธก็ได้แต่ทำหน้าเป็นมิตร ไม่ทุกข์ร้อนรับอีกหนทั้งที่ลอบกลืนน้ำลายฝืดคอก็ตาม 

 

 

"ท่านโจแอนนา ท่านแองเจลล่าไม่ต้องห่วง ข้าพร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของทุก ๆ ส่วนในใจข้า" เดฟแสร้งสลดเล็กน้อยเพื่อให้ได้รับเมตตาจากผู้ใหญ่ทั้งสอง แม้ในใจจะลิงโลดมากนัก 

 

 

ถ้าเป็นท่านพ่อตากับแม่ยาย รวมทั้งมีลูเซียนอีกคน จีนจะหลีกลี้หนีหายปฏิเสธตนได้อย่างไรล่ะ 

 

 

"...." แองเจลล่าสบตากับคนรัก พวกตนไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ความโกรธในใจก็มีไม่น้อยแต่การที่โอเมก้าต้องสาปเช่นลูกชายของตนออกมานั่งอยู่ข้างนอกรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์ได้เพราะอัลฟ่าผู้นี้ก็ทำให้คิดหนัก 

 

 

ไหนจะเรื่องที่ว่าเป็นคู่แท้แห่งโชคชะตาและเป็นคู่ตีตราพันธะสัญญากันอีกเล่า 

 

 

มันทำให้พวกตนหวนคิดถึงเรื่องที่เคยคุยกับครูใหญ่เกเบียล 

 

 

"ข้าฟังในเรื่องที่ข้าต้องทำใจมากโขในการรับรู้มันแล้ว แต่ข้ายังไม่รู้ชื่อของเจ้าอัลฟ่านี่เลย" แองเจลล่าเอ่ยถาม ทว่าสายตาผู้เป็นแม่นั้นมองไปที่ลูกชายให้แนะนำว่าที่ลูกเขยที่เหมือนจะโดนบังคับให้รับไว้ตรงหน้า 

 

 

"อ่า ..เขา" จีนรู้สึกได้ถึงสายตาที่ท่านพ่อท่านแม่มองเช่นกัน  

 

 

"อัลฟ่าผู้นี้ ชื่อเดฟ" และก็ตอบได้เพียงเท่านี้ เพราะสิ่งที่ตนรู้เกี่ยวกับคนที่เคยหลับนอนด้วยก็มีเพียงเท่านี้ 

 

 

"ใช่แล้วข้าชื่อเดฟ" เดฟนิ่งคิดไปชั่วครู่ ตนตั้งใจไว้ว่าจะไม่เผยเรื่องราวเกี่ยวกับสถานะที่แท้จริงของตัวเองก่อนเวลาอันควร ทว่าหากจะได้รับการยอมรับจากพ่อตาแม่ยายโดยไม่แลกข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ไปก็คงจะไม่ได้ 

 

 

"ลูเซียนเจ้าช่วยไปบอกให้เจ้าของร้านปิดม่านและตรวจดูรอบร้านนี้ที" เดฟเอ่ยสั่งคุณหนูตระกุลโรมานอฟที่พยายามยืนตัวลีบ ๆ อยู่มุมห้องเลี่ยงสถานการณ์นี้ ลูเซียนรีบเคี้ยวขนมที่เพิ่งเอาเข้าปาก พยักหน้ารับแล้ววิ่งจี๋ไปทันที 

 

 

เพียงครู่เดียวทั้งร้านก็มืดลงกว่าที่เคยและมีแสงจากตะเกียงหินไฟขึ้นมาแทน 

 

 

โจแอนนามองอัลฟ่าหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้า ลูเซียนเป็นถึงคุณหนูสุดท้องของตระกูลโรมานอฟที่มีอำนาจในเมืองนอร์ธ ชายที่สั่งให้ลูเซียนทำตามได้ทันทีเช่นนี้จะต้องมีอำนาจอยู่ในจุดไหนกัน 

 

 

"ท่านคงประสงค์ที่จะรู้นามและตัวตนของข้า" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น และไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใหญ่ทั้งสอง ทว่าจีนเองเงยหน้าขึ้นจ้องมองชายตรงหน้าไม่ละสายตา เพราะเรื่องนี้ตนเองก็ไม่เคยรู้เลยเช่นกัน 

 

 

"นามของข้าคือเบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ แต่นามที่คนสนิทเรียกขานก็คือเดฟ" ผู้ถูกฝึกฝนในการวางตัวมาตลอดแย้มยิ้มกว้างทว่าก็แผ่อำนาจกดดันผู้ที่พบเห็นในคราเดียว 

 

 

“....” การที่มีชื่อกลางคู่กับสกุลตระกูลผู้ปกครองนอร์ธเช่นนี้ 

 

 

ไม่ใช่สิ่งที่สรุปได้ยาก ทว่าความจริงข้อนี้ดูจะใหญ่ไปเสียหน่อยที่จะยอมรับและเข้าใจโดยง่ายได้ 

 

 

"ใช่อย่างที่พวกท่านกำลังคิด ข้าเป็นเจ้าชายแห่งนอร์ธ แต่การที่พวกท่านเจอข้าคงต้องขอให้เก็บเป็นความลับ มันเป็นเหตุผลภายในของนอร์ธน่ะ" เดฟหัวเราะไร้ความจริงใจตบท้ายประโยคอีกนิด ทว่าคนตระกูลปาร์กเกอร์ทั้งสามคนนั้นนิ่งค้างกับสิ่งที่ได้ฟัง 

 

 

โดยเฉพาะแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ 

 

 

มีแต่เรื่องให้ตกใจและยิ่งย้ำว่าตนรู้เกี่ยวกับอัลฟ่ากลิ่นเปลือกไม้หอมนี่น้อยมากเหลือเกิน 

 

 

“....”  

 

 

ท่ามกลางความคิดของทั้งสามคนที่ยังติดค้างในความงุนงงและจัดลำดับเหตุผลไม่ทัน เจ้าชายอัลฟ่าไม่รอช้าทันทีเมื่อเห็นช่องว่างของโอกาสให้ตนได้ฉกฉวยในสิ่งที่ปรารถนา 

 

 

"แล้วหากพูดถึงการรับผิดชอบคงเป็นไปไม่ได้แน่หากข้าจะทำแบบนั้นโดยที่จีนไม่อาจออกมาหาข้าได้ ทว่าการจะพาคนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ออกมาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าจะชดใช้และรับผิดชอบจีนได้อย่างไร" เสียงทุ้มนุ่มของเจ้าชายเมืองนอร์ธเอ่ยขานต่อ 

 

 

"เช่นนั้นแล้วเรื่องนี้เห็นทีนอกจากตกลงกับท่านโจแอนนาและท่านแองเจลล่า ข้าคงต้องได้พูดคุยกับครูใหญ่เกเบรียลเป็นการส่วนตัว เพื่อให้สิ่งที่จีนเสียให้กับข้าไม่เสียเปล่า พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่" เดฟเอ่ยหว่านล้อมเพื่อเก็บเกี่ยวสิ่งที่ตนต้องการทั้งสองอย่างมาไว้ในมือด้วยประโยคเดียว 

 

 

แม้ศักดิ์และสิทธิ์แห่งเจ้าชายเมืองนอร์ธจะเป็นสิ่งติดตัวตั้งแต่เกิด อย่างไร้ทางให้เลือก แต่ในเมื่อเป็นมาเสมอเขาย่อมใช้งานมันให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 

 

 

และสายตาที่ฉายแววคล้อยตามของท่านพ่อตาแม่ยายนั้นก็ทำให้เดฟวาดรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายได้อย่างไม่ต้องเสแสร้งทำ 

 

 

 

 

 

กึก กึก กึก 

 

 

เสียงล้อรถของรถม้าบดก้อนกรวดไปตามถนน นี่นับว่าเป็นการออกนอกเมืองลินน์ครั้งแรกโดยที่มิใช่การกลับไปเยี่ยมบ้านตระกูลปาร์กเกอร์ ทว่าแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ไม่ได้รู้สึกยินดีและตื่นเต้นเท่าที่ควร 

 

 

ใบหน้าขาวนวลนั้นมู่ทู่ ปากกลม ๆ พองตัวขึ้นอย่างน่ารักน่าชังกว่าปกติ ไม่แพ้ดวงตาและเนื้อแก้มที่นุ่มฟูขึ้นมาจากการทำหน้าตาแสนงอนของเจ้าตัว ยิ่งดวงตาวาวตวัดไปสบมองกับอัลฟ่าร่างสูงใหญ่ตัวโตที่นั่งกินอาณาเขตอยู่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ยิ่งตวัดหน้าหนีไปอีกทาง สองแขนกอดถุงสมุนไพรบนตักจนแน่น 

 

 

ยิ่งเห็นเจ้าชายบ้านั่นยิ้ม จีนยิ่งไม่อยากจะมอง 

 

 

คิดเรื่องนี้แล้วจีนก็ยิ่งหงุดหงิด 

 

 

ไม่ใช่แค่เรื่องที่ตนรู้เรื่องเกี่ยวกับอีกฝ่ายน้อยมาก ๆ แต่เป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบของเจ้าชายนิสัยไม่ดีคนนี้ร่วมด้วย 

 

 

ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยซ้ำชีวิตจีนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เริ่มจากที่แม่จ๋าพ่อจ๋ารู้เรื่องรอยกัดบนคอของตน เจ้าชายนี่ไปพบครูใหญ่เกเบรียลที่ห้องรับรองใกล้รั้วโรงเรียนซึ่งสร้างไว้ให้ผู้ปกครองที่ไม่ใช่โอเมก้าได้พบกับลูกหลานของตัวเอง 

 

 

วันนั้นจีนถูกให้ออกมากับลูเซียนก่อนตอนที่แม่จ๋าพ่อจ๋าและเจ้าชายตัวใหญ่ยักษ์เป็นเสาค้ำกลางหอสมุดนี่คุยกับครูใหญ่อยู่นานสองนาน แล้วก็ออกมาพร้อมบทสรุปว่าจีนจะได้ออกไปนอกรั้วโรงเรียนโอเมก้าลินน์พร้อมสมุนไพรหลายกระสอบเพื่อทำธุระให้กับครูใหญ่เกเบรียล 

 

 

"เจ้าทำหน้าบึ้งตึงไปไย มิชอบหรือได้ออกมานอกโรงเรียนแบบนี้" คำถามของคนตรงหน้าฟังแล้วจีนยิ่งหน้างอ 

 

 

ทำไมจะไม่ชอบเล่า ตนก็อยากออกไปดูนั่นดูนี่เหมือนกัน แค่ออกมาเดินด้อม ๆ มอง ๆ แถวตลาดนัดเมืองลินน์ก็ตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว นี่จะได้เดินทางไปเมืองเกษตรกรรม ที่ปลูกพืชพรรณธัญหารหลัก เลี้ยงคนทั้งเฟนเรียร์อย่างเมืองเซียร์ตนย่อมตื่นเต้นแน่นอนอยู่แล้ว 

 

 

เกือบจะเป็นเรื่องวิเศษสุด หากมันไม่ใช่การออกมากับอัลฟ่าเดฟผู้นี้ 

 

 

"ทำหน้าแบบนั้นปากกับจมูกเจ้าจะติดกันอยู่แล้วจีน" เสียงทักเจือหัวเราะของอัลฟ่าหนุ่มทำให้จีนรีบเม้มกลืนริมฝีปากตัวเองเข้าทันที ไม่ให้เป็นไปตามใจคนร้องแซวหรอก แต่ทำแบบนั้นกลับยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะพออกพอใจจากเจ้าชายเมืองนอร์ธ 

 

 

"นี่เป็นคำขอของครูใหญ่เจ้าไม่ใช่หรือ จะมาทำท่าปั้นปึ่งโกรธข้าได้อย่างไร หรือเจ้าโกรธครูใหญ่ของเจ้า ใจร้ายจริง" เดฟอมยิ้มในคำถามที่ตั้งใจจี้จุดให้เด็กดื้อเถียงตัวเองกลับมา 

 

 

"โกรธเจ้าต่างหาก ข้าจะโกรธครูใหญ่เกเบรียลทำไมกัน” แล้วจีนก็เถียงเหยง ๆ อย่างหมดมาดได้จริงอย่างที่เดฟคาดเดา 

 

 

“เจ้า ฮึ่ย ท่าน ท่านน่ะไปหลอกอะไรครูใหญ่ข้า" อดีตนักเรียนแห่งโรงเรียนโอเมก้าลินน์ เปลี่ยนสรรพนามที่ควรใช้กับคนตรงหน้าจนสับสนวุ่นวาย แม้จะฝึกใช้มาตลอดสองสัปดาห์ แต่ยามที่เผลอไผลก็มีหลงลืมบ้างเช่นกัน 

 

 

เดิมทีจีนเป็นคนที่มอบความเคารพให้กับผู้ซึ่งอาวุโสกว่าและมีตำแหน่ง อำนาจสูงกว่าตนอยู่แล้ว ขนาดพี่ซากที่มาล่วงเกินกัดคอตีตราพันธะสัญญาโดยไม่ขอก็ยังเรียกพี่ซาก ยกยอให้เป็นพี่ได้อย่างไม่กระดาก แต่เพราะความไม่ชอบใจต่ออัลฟ่าเดฟที่มาข่มเหงตน จีนจึงเรียกแค่เจ้ากับข้า 

 

 

ทว่ายามนี้มารู้ว่าทั้งอัลฟ่าเดฟกับพี่ซากเป็นคนเดียวกันไม่พอ ท่านพ่อท่านแม่ซึ่งรู้พร้อมกันถึงสถานะเจ้าชายของคนคนนี้ก็เห็นสมควรให้จีนปรับปรุงการพูดจาด้วย 

 

 

โอเมก้าน้อยเชื่อฟังผู้ให้กำเนิด ไม่ได้รู้สึกฝืนใจ ทว่ารอยยิ้มชอบใจของคนที่ตนเรียกท่านเดฟที่ฉายให้เห็นชัดเจนนั่นล่ะ ทำเอารู้สึกเหมือนกำลังถูกล้อเลียน 

 

 

“หรือท่านใช้ความเป็นเจ้าชายอะไรก็ไม่รู้ของท่านข่มขู่ครูใหญ่ข้า ท่านเดฟ” โอเมก้าตัวจ้อยคาดเดาต่อไป พลางหรี่ตามองจับผิด 

 

 

อัลฟ่าตัวโตพิงแผ่นหลังกว้างกับเบาะบุนวมอย่างดีที่นั่งพิงอยู่ ทอดสายตามองคู่แท้แห่งโชคชะตาของตนแล้วก็ได้แต่คิดในใจ ว่าตนนี่น่ะหรือจะเอาอำนาจอะไรไปบังคับแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์ได้ 

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นข้อตกลงและการหยิบยืมความสามารถของกันและกันเสียต่างหาก 

 

 

เดฟยังจำบทสนนาที่มีกับแม่มดตัวผอมบางนัยน์ตาสองสีผู้นั้นได้ดี จดจำถึงข้อแลกเปลี่ยนที่มีต่อกันได้ 

 

 

แม้เพียงเล็กน้อยแต่การได้มนต์คาถาของแม่มดแห่งอาณาจักรเฟนเรียร์มาช่วยเหลือก็ย่อมดีกว่าไม่มี เช่นไรเดฟเชื่อว่าฝ่ายจาคอบคงไม่มีปัญญาหาตัวแม่มดแห่งป่าฝนเทาที่เก็บตัวเงียบเจอแล้วเชื้อชวนมาเสริมกำลังในกองทัพอย่างแน่นอน 

 

 

แม้ข้อแลกเปลี่ยนนั้นจะไม่ยากเย็น และทำให้เดฟได้คู่แท้แห่งโชคชะตาติดตัวมาด้วยแบบนี้ ดูแล้วจะเป็นเรื่องดีที่เข้าข้างเดฟไม่น้อย 

 

 

ทว่ามันก็ทำให้อัลฟ่านัยน์ตาเพชรขบคิดไม่หยุด 

 

 

คิดถึงผลที่ตามมา 

 

 

"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านใช้เล่ห์กลใดหลอกครูใหญ่ข้า แต่เมื่อไหร่ที่เสร็จธุระของครูใหญ่ที่ให้ข้ามาช่วยท่านแล้ว ข้าจะกลับไปโรงเรียนทันที ข้ามาก็เพราะครูใหญ่ให้ข้ามาหรอกนะ" จีนเอ่ยสิ่งในใจออกมาอย่างแน่วแน่แม้จะไม่รู้ก็ตามทีว่าตนต้องมาด้วยทำไม ครูใหญ่เพียงแค่บอกว่าให้มาและคอยช่วยเหลือเจ้าชายอัลฟ่าเมื่ออีกฝ่ายต้องการ 

 

 

ดวงตาคมแม้ไม่กลายเป็นเพชร ยังคงเป็นเพียงนัยน์ตาสีดำขลับทว่ากลับระยิบระยับจ้องมองโอเมก้าตัวขาวจ้อยตรงหน้า 

 

 

"เจ้าดูเชื่อใจในตัวครูใหญ่เกเบรียลมาก" 

 

 

"แน่นอนอยู่แล้ว ครูใหญ่ของข้าเป็นโอเมก้าที่งดงาม จะผ่านมากี่ปีก็ยังถนอมผิวพรรณได้สดใส แถมยังจิตใจดี เมตตาข้ามาตลอด ให้ข้าไปอยู่ในโรงเรียนโอเมก้าลินน์เพื่อหลบภัยจากการเป็นโอเมก้าต้องสาปของข้าตั้งแต่เก้าขวบทั้งที่เริ่มรับนักเรียนแรกเข้าปีหนึ่งที่อายุสิบสาม แถมท่านยังเป็นนักแปรธาตุที่เก่งกาจมาก ๆ ด้วย" แองเจลโลพูดจ้ออวยครูใหญ่ของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ใหญ่ ราวกับลืมไปเสียแล้วว่าจะเงียบต่อต้านเจ้าชายอัลฟ่า 

 

 

พอรู้ตัวว่าเผลอไปแล้วก็ใช้มือปิดตะครุบปากตัวเอง ตาวาวเหลือบมองใบหน้าคมคายของเดฟ ดวงตาเรียวคมคู่นั้นยังคงมองจ้องมาจนจีนจำต้องหลบตาในที่สุด 

 

 

เจ้าชายอัลฟ่าถอนหายใจอีกหน จะไม่ให้เกเบรียล ซินเวียร์ใช้วิชาแปรธาตุเก่งกาจได้อย่างไร ในเมื่อแท้จริงแล้ว โอเมก้าผู้นั้นคือแม่มดเกเบรียล แม่มดเลือกถูกจริง ๆ ที่สอนคนธรรมดาให้เป็นนักแปรธาตุพอใช้วิชาคาถาเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ แล้วก็กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ลดข้อสงสัยและความยุ่งยากในการใช้ชีวิต 

 

 

แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะฝังใจเชื่อว่าครูใหญ่เกเบรียลเป็นแค่นักแปรธาตุ หรือว่ามีเพียงเด็กซื่อที่ไม่เคยเห็นโลกนอกรั้วโรงเรียนอย่างจีนที่เชื่อสนิทใจ 

 

 

ดวงตาเรียวคมไล่มองกลุ่มผมนุ่มลื่นสีดำขลับที่ล้อมกรอบใบหน้างดงามหมดจดของโอเมก้าตัวขาว มองตามสองแขนผอมที่กอดถุงย่ามใหญ่กว่าตัวเองไว้บนตักจนแน่นไม่ยอมคลายออกมาตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงตอนนี้ 

 

 

"เจ้าปล่อยย่ามสมุนไพรระงับอาการนั่นวางบนพื้นรถเถิดไม่ต้องกอดไว้ให้เมื่อยหรอก ทั้งที่แน่นถุงย่าม ทั้งที่ขนมาด้วยเต็มรถม้ากลิ่นอบอวลจนอย่าว่าแต่จะได้กลิ่นเจ้าให้ขาดสติเลย กลิ่นตัวข้าเองข้ายังแทบไม่รู้สึก" เดฟเอ่ยบอก ทั้งอยากให้อีกฝ่ายนั่งรถม้าที่เดินทางอีกหลายชั่วยามนี้ไปสบาย ๆ และทั้งพูดเรื่องจริง สารพัดสมุนไพรที่ถูกบรรจุซองผ้าเอย อยู่ในกระสอบป่านนั้นมากมายสมกับที่พยายามปลอมตัวเป็นพ่อค้าสมุนไพรในการเดินทางครั้งนี้จริง ๆ  

 

 

แต่เด็กดื้อหรือก็คือเด็กดื้อ จีนยังนั่งกอดย่ามบนตักนิ่งไม่ยอมปล่อย 

 

 

"แล้วแต่เจ้านะแต่ข้าจะนอนพักสักหน่อย" อัลฟ่านัยน์ตาเพชรเอ่ยปากก่อนจะเอนกายใหญ่โตกับผนังบุนวมของรถม้าและปิดเปลือกตาลง 

 

 

จีนจ้องมองหยั่งเชิงอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะปล่อยย่ามในอ้อมกอดออก ร่างน้อยขยับตรงไปเกาะหน้าต่างรถม้าดูวิวทิวทัศน์ภายนอกอย่างตื่นตาตื่นใจแม้มันจะเป็นเพียงต้นไม้ใหญ่ที่เห็นดอกไม้หลากสีประปรายบ้างก็ตามที 

 

 

เดฟหรี่ตาเปิดขึ้น จ้องเสี้ยวด้านข้างของใบหน้าขาวที่เครื่องหน้าจิ้มลิ้มประกอบกันอย่างลงตัวจนเป็นแองเจลโล ปาร์กเกอร์ 

 

 

ปากสีสวยที่อิ่มตึงแย้มยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่ขาวเรียงตัวอย่างน่ามอง ตากลมคู่นั้นหยีรีกว่าที่เคยวิบวับมองข้างทางอย่างตื่นเต้น ดื่มด่ำกับความสุขตรงหน้า 

 

 

งดงามและเปราะบาง 

 

 

โอเมก้าน้อยผู้นี้คงมิคาดคิดเลยว่า เดฟไม่ได้ข่มขู่เอาตัวจีนมาจากโรงเรียนโอเมก้าลินน์ ทว่าการเอาโอเมก้าต้องสาปผู้นี้มาด้วยคือหนึ่งในเงื่อนไขที่แม่มดเกเบรียลต้องการให้เดฟทำเสียต่างหาก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่เขาต้องรีบออกตัวว่าเป็นลูกเขย กลัวไม่ได้ลูกเขามาเป็นของตัวเอง 55555 

ความคิดเห็น