email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes {5}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes {5}
แบบอักษร

Diamond eyes 

#ดมอบีนยอง 

 

{5} 

 

 

"ฮึ่ย อัลฟ่าบ้า นิสัยไม่ดี ไม่ดีเลย ไม่ดี ๆ " ริมฝีปากอิ่มตึงสีแดงสดขยับบ่นกับตัวเองยามเดินเท้าเปล่ามาแต่งตัวหลังจากนอนหลับลึกไปตั้งแต่กลับมาถึงโรงเรียน 

 

 

ต่อให้นอนไปหลายชั่วยามจนมาตื่นเอาตอนโพล้เพล้ของวันแบบนี้ ได้อาบน้ำเป็นหนที่สองหลังจากถูกอัลฟ่าใจร้ายรังแก แต่ความเจ็บหน่วงทั้งสะโพกและแผ่นหลังก็ยังเล่นงานจีนได้อยู่ตลอดทุกครั้งที่ลงน้ำหนักเท้ามากเกินไป 

 

 

แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ปลดชุดคลุมอาบน้ำสีขาวออกจากตัว จ้องมองเงาสะท้อนของเรือนร่างอ้อนแอ้นมีส่วนโค้งส่วนเว้าน่ามองอย่างที่โอเมก้าชายทุกคนปรารถนาจะมี ทว่ายามนี้ผิวนุ่มลื่นมีรอยจ้ำสีเขียว สีม่วงกระจายไปทั่วตัว โดยเฉพาะตรงไหปลาร้าและก้นนุ่มเด้ง ฟ้องให้จีนรู้เลยว่าอัลฟ่าคนนั้นเค้นมือลงแรงกับเนื้อตัวตนมากแค่ไหน 

 

 

แล้วสะโพกเขาเป็นรอยขนาดนี้ ต้องขย้ำสนุกมือเท่าไหร่กัน ก้นเขาไม่ใช่ของเล่นนะ 

 

 

"ฮึ่ย น่าโมโหจริงเชียว น่าจะทุบอีกสักสองที ใจร้ายนัก" จีนทำหน้ามุ่ยจนปากเบะ เดินไปแต่งตัวเป็นเสื้อคอบัวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีครีมเพื่อลงไปดูว่าเหลืองานอะไรให้ตนสะสางที่ห้องสมุดหรือไม่ เพราะรู้ดีว่าตนหายไปจากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเกือบวันเต็ม 

 

 

ก้อก ก้อก 

 

 

"แองเจลโล่" เสียงคุ้นหูที่ตามเสียงเคาะห้องมาติด ๆ ทำให้จีนเร่งติดกระดุมเสื้อ เท้าขาวจ้ำเดินไปเพื่อเปิดประตูให้กับแขกที่มาเยือน 

 

 

"สายัณห์สวัสดิ์ขอรับครูใหญ่" แองเจลโล่โค้งทักทายครูใหญ่เกเบรียล อีกฝ่ายโครงศีรษะรับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ดวงตาเรียวสวยสองสีหลังแว่นกรอบบางรูปจันทร์เต็มดวงกวาดมองโอเมก้าที่เคยเป็นนักเรียนของตนตรงหน้า ก่อนจะเดินมานั่งเก้าอี้ที่จีนหยิบมาให้ ส่วนอีกฝ่ายนั้นนั่งลงบนเตียงนุ่ม 

 

 

"อัลฟ่าผู้นั้นได้ป้อนยาผงขาวให้เจ้ากินใช่ไหม แองเจลโล่" คำถามตรงไปตรงมาจากครูใหญ่เกเบรียลทำให้จีนหน้าม้านขึ้นมาทันที ทว่ารู้ดีว่าครูใหญ่ห่วงใยตน จึงพยักหน้ารับเพื่อตอบคำถาม 

 

 

"เช่นนั้นข้าก็เบาใจได้หน่อย แล้วเจ้าสบายดีหรือไม่ยัง เจ็บเนื้อเจ็บตัวอยู่ไหม" 

 

 

"ขอรับ ยัง ยังมีตรงที่เจ็บ" จีนบอกเสียงแผ่ว แก้มเนียนนุ่มขึ้นสีแดงเรื่อ กลิ่นหอมของโอเมก้าต้องสาปนั้นทวีขึ้นมาอีกเล็กน้อยจากความร้อนในกาย ทว่าก็น้อยกว่าคืนวันก่อนที่หอสมุดมากนัก 

 

 

"ข้านำยามาให้ ดื่มอีกสักสามหนคงจะหายเจ็บทั้งหมด ทว่ารอยช้ำคงต้องรอเวลาสักระยะ" มือเรียวสวยวางถุงยาลงบนโต๊ะ  

 

 

"ขอบคุณมากขอรับครูใหญ่ ท่านมีเมตตาต่อข้ามากจริง ๆ " จีนลุกขึ้นโค้งให้อีกรอบ 

 

 

"เห็นเจ้ากลับมาได้ปลอดภัยดี เช่นนี้ข้าจะได้ไปบอกลูเซียนเพื่อนของเจ้า ฝ่ายนั้นหลังจากหายฮีทไล่เลี่ยกับคนอื่น ๆ ที่ข้าพากลับมาจากหอสมุดก็เอาแต่เป็นห่วงเจ้า ต่อล้อต่อเถียงกับบิช็อปและแนนซี่จนเสียงดังโหวกเหวกไปทั่ว" เกเบรียลเอ่ยถึงเด็กนักเรียนในความดูแล จีนพอเดาได้ว่าตนต้องสร้างความเดือดร้อนไม่น้อยแน่ในคืนนั้น 

 

 

"ข้าขออภัยอย่างยิ่งขอรับครูใหญ่สำหรับ ‘เหตุขัดข้อง’ ในคืนนั้น" 

 

 

"ช่างเถอะ เจ้าก็ไม่ได้ตั้งใจนี่ ดูแลตัวเองให้ดีก็พอจีน" 

 

 

"ขอรับ" จีนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าสดชื่นมากขึ้น 

 

 

"จะเป็นอะไรไหมขอรับถ้าข้าจะไปหาลูเซียน" 

 

 

"ให้พรุ่งนี้เช้าลูเซียนมาหาเจ้าก่อนจะออกไปเตรียมงานที่หอสมุดเถอะ ตอนนี้กลิ่นอัลฟ่าบนตัวเจ้าชัดเจนเกินไป" คำแนะนำของครูใหญ่ชัดเจนและจีนรู้ดีว่าควรทำตาม 

 

 

"ครูใหญ่ขอรับ เป็นไปได้หรือไม่ขอรับที่จะมีอัลฟ่าเป็นเช่นเดียวกับข้า เป็นอัลฟ่าที่ทำให้โอเมก้าใกล้ชิดฮีท เช่นที่ข้าส่งผลแบบนั้นกับอัลฟ่าและเบต้า" น้ำเสียงนุ่มหวานของจีนทำให้เกเบรียลยั้งฝีเท้าของตนเองที่จะลุกจากไป 

 

 

ใบหน้าซึ่งอ่อนเยาว์จนแว่นซึ่งสวมทับแทบไม่ช่วยอะไรให้ดูชราขึ้น แม้ความจริงแล้วตนจะอายุสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดปีแล้วก็ตาม แม่มดผู้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนโอเมก้าลินน์หันมามองหน้าของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ด้วยความเอ็นดูปนสงสาร 

 

 

ที่ตนเคยบอกกับโอเมก้าวัยเพียงสิบเก้าผู้นี้ว่าเป็นโอเมก้าต้องสาปนั้น หาใช่เพียงการเปรียบเปรย ทว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ  

 

 

เป็นเรื่องที่ตนได้ข้อมูลและแน่ใจมาตั้งแต่เด็กน้อยมาอยู่ที่นี่ได้สามปี และตนเคยคิดว่าจะแจ้งบอกเมื่อยามที่แองเจลโล่เรียนจบโดยมีผู้ปกครองของโอเมก้าน้อยร่วมรับฟัง 

 

 

"แองเจลโล่ เจ้ารู้เรื่องตำนานการกำเนิดโลกแห่งนี้ใช่หรือไม่" ครูใหญ่เกเบรียลผู้มีอายุยืนนานดังเช่นแม่มดเอ่ยถาม โอเมก้าน้อยซึ่งเป็นหนอนหนังสือตัวฉกาจพยักหน้ารับจนแก้มนุ่มสั่นเบา ๆ  

 

 

"ขอรับ ข้าชอบตำนานนั้น อ่านสนุกยิ่งนัก อ่านจากทุกตำรับตำรา แม้ต่างกันไปเล็กน้อยแต่ใจความเรื่องล้วนตรงกัน เมื่อหลายพันปีก่อน โลกแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดนอกจากพื้นทะเลว่างเปล่า 

 

 

เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ไม่โปรดที่มันเป็นเช่นนั้นจึงส่งเทพผู้สร้างลงมาที่โลกแห่งนี้สิบสี่ตน เทพผู้สร้างทั้งสิบสี่สร้างพื้นดิน สร้างน้ำจืดและสารพัดสิ่งมากมาย รวมทั้งสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ทั้งในน้ำ บนฟ้า ใต้ดิน บนดิน 

 

 

และสิ่งสุดท้ายที่เทพผู้สร้างทั้งสิบสี่จะสร้างเพื่อเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ตนเคารพรัก คือสิ่งมีชีวิตที่มีรูปลักษณ์คล้ายเทพีของพวกตน 

 

 

เทพผู้สร้างทั้งสิบสี่ใช้น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนดราโกเลี่ยน นำมาผสมกับหยาดเลือดของพวกตนกำเนิดเป็นอัลฟ่า ตัดเส้นผมลงไปกำเนิดเป็นเบต้าที่มีจำนวนมากที่สุด และสุดท้ายปล่อยหยาดน้ำตาให้รินไหลลงไปเป็นโอเมก้า ซึ่งมีจำนวนน้อยที่สุดเพราะงดงามเช่นเทพีจนพวกตนหวงแหน 

 

 

สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นทั้งสามสถานะมีจำนวนมาก แต่ยังขาดการเรียนรู้ เทพผู้สร้างทั้งสิบสี่จึงแบ่งผู้คนไปทั้งห้าดินแดน ให้ครอบครองทั้งเจ็ดอาณาจักร และเทพผู้สร้างกระจายตัวอยู่ในแต่ละอาณาจักร แห่งละสองตน คอยดูแลและสั่งสอนเหล่าอัลฟ่า เบต้า และโอเมก้า จนผ่านไปพันปีจึงกลับคืนสู่สวรรค์เบื้องบนที่จากมา 

 

 

ทว่าเทพผู้สร้างทั้งสิบสี่นั้นยังตัดความเป็นห่วงไปไม่ได้ จึงตัดเสี้ยววิญญาณของตนทิ้งไว้เป็นชีวิตใหม่ที่จะคอยอยู่บนพื้นดินทั้งห้าดินแดน เจ็ดอาณาจักร 

 

 

สิ่งมีชีวิตใหม่นั้นคือแม่มด แม่มดผู้มีพลังวิเศษ แม่มดในทุกรุ่นล้วนจะเป็นชายหรือว่าหญิงก็ได้ ทว่ามีเพียงโอเมก้าทั้งสิ้น เพราะคือตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์และการให้กำเนิดซึ่งล้ำค่ากว่าสิ่งใด" แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์เล่าด้วยสุ่มเสียงนุ่มนวลขึ้นสูงต่ำน่าฟังแววตาทอประกายความสุขเมื่อเอ่ยถึงเรื่องเล่าโปรด 

 

 

"เป็นนิทานและเรื่องแต่งที่ข้าชอบที่สุดเลยขอรับ บางทีก็นึกอยากให้มีแม่มดจริง ๆ ขนาดแค่นักแปรธาตุเช่นที่ครูใหญ่เป็นข้ายังอดตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นใช้พลังไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าเถอะ ขนาดไม่มีแม่มดจริง ๆ เป็นเพียงตำนานเรื่องเล่ายังมีคนเชื่อเป็นตุเป็นตะจนตั้งสมาคมล่าแม่มดกันเมื่อราวสองพันปีก่อน นิสัยไม่ดีกันมาก ๆ เลย" จีนเบ้ปากเมื่อคิดถึงเรื่องที่ตนเคยอ่านจากหนังสือ ดวงตาโตฉายแววตำหนิติเตียนอย่างชัดเจน 

 

 

เกเบรียลกอดอกจ้องมองโอเมก้าต้องสาปตรงหน้าตน 

 

 

ตนเองคือหนึ่งในแม่มดของอาณาจักรแห่งนี้ รู้ดีว่าแม่มดมีอยู่จริง และตำนานนั้นแม้จะไม่ตรงตามที่จีนเล่าออกมาทุกประการแต่ก็จริงไปเกินครึ่ง ทว่าสิ่งหนึ่งที่จีนไม่รู้คือสมาคมล่าแม่มดนั้น หนึ่งในสมาชิกย่อมเป็นคนตระกูลปาร์กเกอร์อย่างแน่แท้ 

 

 

ผลจากคำสาปซึ่งแฝงเร้นมาเนิ่นนานนับพันปี จากแม่มดแห่งอาณาจักรเอร์เวน เรื่องราวของนางน่าช้ำชอกพอที่เกเบรียลเข้าใจว่าทำไมฝ่ายนั้นถึงได้ลงคำสาปไว้ คำสาปที่ไม่บอกว่าจะปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ ในรุ่นไหน สร้างความกลัวจากการไม่รู้ในหมู่คนที่คิดล่าและหักหารน้ำใจแม่มดแห่งเอร์เวนมาเนิ่นนาน 

 

 

จนถูกลืมเลือน 

 

 

และมันก็ปรากฏขึ้นที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ 

 

 

ในฐานะแม่มดและครูใหญ่ตนจึงคอยดูแลโอเมก้าต้องสาปผู้นี้เท่าที่ตนจะพอมอบความเมตตาให้ได้ 

 

 

"เจ้าเป็นโอเมก้าต้องสาปจีน และมีเพียงเจ้า มิมีอัลฟ่าที่เป็นเช่นนั้นหรอก ข้ายืนยันได้" เกเบรียลเอ่ย ดวงตาวาวใสของจีนจ้องมองกลับมา มันบริสุทธิ์ราวกับน้ำค้างที่กลิ้งอยู่บนกลีบดอกไม้อ่อนบาง 

 

 

"ขอบพระคุณครูใหญ่ขอรับ" จีนยืนขึ้นโค้งลาครูใหญ่อีกหน เมื่อเงยหน้าขึ้นแม้ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู ทว่าครูใหญ่ก็หายไปจากห้องแล้ว 

 

 

ตากลมโตผินมองไปที่กระจก จีนพินิจรอยคมเขี้ยวบนคอของตนเอง เขี้ยวซึ่งถูกย้ำกัดจากพี่ซากฝังแน่นชัด และเขี้ยวอีกรอยที่ใหม่กว่ายังคงจ้ำเขียวติดผิวจาง ๆ  

 

 

"เช่นนั้นเหตุใดข้าถึงยินยอมตกลงในอ้อมกอดและรสจูบของอัลฟ่าผู้นั้นกัน" ถ้อยเสียงนุ่มหวานกระซิบกับตนเอง คล้ายรู้ถึงสาเหตุทว่าทำเป็นมองผ่านความจริงไปเสีย 

 

 

"จะเพราะเหตุใดก็ช่าง ข้าไม่ยอมรับอัลฟ่าที่ข่มเหงข้าหรอก รักก็มิได้รัก สนทนากันก็ไม่เคย แถมยังใจร้ายใส่จนข้าช้ำไปทั้งตัว" บ่นว่าจนปากกลมเป็นลูกเป็ด ทว่าในห้วงคำนึงก็แอบลอบคิดเมื่อสบตากับแสงจันทร์ถึงเสี้ยวหน้าคมคายที่ตนได้มองตลอดช่วงที่อีกฝ่ายอุ้มตนมาส่งหน้าโรงเรียน 

 

 

ใช่จีนไม่รู้สึกถึงความเคยคุ้นในตัวอัลฟ่าเดฟ มันมีอยู่ไม่น้อย 

 

 

แต่สภาพพี่ซากในวันนั้นยังติดตา หากรอดก็แกร่งเกินคน …เป็นไปไม่ได้หรอก 

 

 

คนตายแล้วก็คือคนตายแล้วมิใช่หรือ จะยัดเยียดให้ยังมีชีวิตอยู่ได้เช่นไรกัน 

 

 

 

 

 

ผีหลอกกลางวันแสกๆ  

 

 

จะกล่าวแบบนั้นก็ไม่ผิดเลยสักนิดสำหรับอาการของลูเซียน โรมานอฟในตอนนี้ 

 

 

"ท่าน ...ท่าน ท่าน..." ริมฝีปากบางสวยของลูเซียนพะงาบ ๆ เปล่งเสียงเดิมออกมาติดกันสามครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ มือน้อย ๆ ทาบอก ในใจภาวนาของความช่วยเหลือจากเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว 

 

 

"เจ้าอยู่ที่โรงเรียนแทบตลอด อาจจะลืมไป ข้าเจ้าชายเดฟ เบเนดิก ไดนาดิน นอร์ธ" อัลฟ่าร่างสูงใหญ่ตรงหน้าแนะนำตัวอีกรอบพร้อมลุกขึ้นโค้งให้อย่างมีมารยาทเสียจนลูเซียนต้องรีบยืนขึ้นและโค้งกลับ 

 

 

ใครจะไปลืมเจ้าชายของเมืองตนได้ลง ถึงจะไม่ค่อยได้เข้าวังหลวงอย่างพี่ ๆ แต่กับเจ้าชายที่ตระกูลตนสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา ลูเซียนย่อมจำหน้าได้อยู่แล้ว แม้จะแปลกใจสักหน่อยว่าทำไมวันหยุดหลังงานเลี้ยงเลิกเช่นนี้ตนถึงต้องมาพบเจ้าชายอัลฟ่าก็ตาม 

 

 

แต่ที่ทำเอาสติเตลิดไม่ใช่เพราะได้เจอหน้าเจ้าชายเดฟ ทว่าเพราะเรื่องที่อีกฝ่ายบอกกันเมื่อครู่ต่างหาก 

 

 

"ท่าน ...ท่านคือพี่ซากอย่างนั้นหรือ" ลูเซียนลอบถามเสียงแผ่ว แม้ในชั้นล่างหอสมุดนี้จะมีแค่ตน เจ้าชายและพี่เฮเลน่าซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลก็ตาม 

 

 

"ใช่แล้ว" เจ้าชายเดฟตอบด้วยรอยยิ้มที่ยิ่งขับดันใบหน้าหล่อเหลา แต่ลูเซียนนี่สิคอแห้งผาก ก่นด่าพี่ซากไปก็เสียหลายยก 

 

 

"และท่านก็คืออัลฟ่าที่กกกอดจีนเพื่อนของข้าเมื่อวันก่อน" 

 

 

"ใช่ อีกเช่นเดียวกัน" 

 

 

กรณีนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ขนาดไม่ได้ฟังเรื่องราวละเอียดจากจีนนัก ลูเซียนทั้งด่า ทั้งสาปส่งอัลฟ่าสารเลวนั่นไปยกใหญ่ ไม่ได้สิ ๆ ไม่ด่าแล้ว 

 

 

ใครจะไปคิดกันว่าดวงตาที่เป็นเพชรสีดำที่จีนเอ่ยถึงพี่ซากนั้นจะเป็นเพชรสีดำเดียวกับราชวงศ์นอร์ธ กลิ่นเปลือกไม้นั่นที่หอมฟุ้งรอบตัวจีนก็อีก กลิ่นเดียวกับบนตัวเจ้าชายในตอนนี้ ทว่าก่อนหน้านี้ใครมันจะไปจำได้ ตนใช่สนิทสนมกับเจ้าชายเดฟเสียหน่อย 

 

 

เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ช่วยข้าด้วย ฮึก 

 

 

"ข้า ข้าขอดื่มน้ำหน่อยนะ" ลูเซียนยกน้ำแก้วสวยตรงหน้าขึ้นจิบด้วยมือที่สั่นไปไม่น้อย เดฟจ้องมองโอเมก้าตัวขาวตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ 

 

 

ที่จริงแล้วความเป็นเจ้าชายของเขา อำนาจในตอนนี้ก็มาจากการสนับสนุนของฝ่ายพันธมิตรทั้งหลายที่เพิ่งร่วมประชุมลับไปด้วยกัน โดยแกนอำนาจสำคัญคือตระกูลโรมานอฟของเจ้ากรมตุลาการ กับท่านตาของเขาที่เป็นเจ้ากรมทหารก็เท่านั้น 

 

 

เช่นเดียวกับที่จาคอบได้รับการสนับสนุนจากเจ้ากรมการคลังและขุนนางระดับสูงอีกหลายคน ความเป็นเจ้าชายจะเรืองอำนาจหรือไม่ แท้จริงคงต้องดูที่อำนาจซึ่งสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง 

 

 

ขั้วอำนาจที่ยื้อแย่งจุดยืนและทางซึ่งไร้สิทธิ์ในการเลือกเดิน 

 

 

แต่ตนเป็นเจ้าชายมาตั้งแต่เกิด ถูกเสี้ยมสอนและเรียนรู้มาอย่างดี ว่าควรจะใช้ความเป็นเจ้าชายอย่างไรให้เกิดประโยชน์ 

 

 

โดยเฉพาะในสิ่งที่ตนปรารถนามากเพียงนี้ 

 

 

"ลูเซียนเรื่องที่ข้าจะคุยด้วยนั้นล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับจีนเพื่อนของเจ้า" เดฟใช้ดวงตาคมกริบจ้องมองโอเมก้าตัวขาว 

 

 

"เจ้าจะช่วยเจ้าชายของเจ้าได้หรือไม่ลูเซียน" พอเห็นความลังเลในสายตากลมวาวของลูเซียนก็เปลี่ยนดวงตาของตนเป็นเพชรสีดำประกายแวววาวชี้ชัดถึงการใช้พลังของอัลฟ่าแฝงความข่มขู่เล็กน้อยอย่างจงใจ 

 

 

"ขะ ขอรับ" ลูเซียนพยักหน้าหงึกหงัก ร่างที่เดิมผอมอยู่แล้วยิ่งห่อตัวจนดูเล็กลงไป ถ้อยคำตกลงนั้นเรียกรอยยิ้มจากเจ้าชายอัลฟ่าแห่งนอร์ธได้เป็นอย่างดี 

 

 

 

 

 

สิ่งที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์รู้สึกคุ้นเคยมากกว่ากลิ่นกระดังงาของตัวเอง ก็คงเป็นกลิ่นกระดาษเก่ากับชั้นไม้ที่อัดแน่นอยู่ในห้องสมุด 

 

 

แม้การมองไปที่ตู้ชั้นไม้ของห้องสมุดโรงเรียนโอเมก้าลินน์จะคล้ายคลึงกับตู้ไม้ในหอสมุดประจำเมืองไปบ้าง ทว่ามันก็ยังไม่ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมความคิดไปมากถึงเพียงนั้น 

 

 

กึก 

 

 

ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองตัวอักษรสีทองของสันหนังสือและหยิบมันมาไว้ในอ้อมแขน ก้าวเดินออกไปรอตรงโต๊ะไม้ด้านหน้าทางเข้าห้องสมุดเพื่อคอยดูแลคนที่เข้ามาใช้บริการ 

 

 

แม้ว่าวันนี้น่าจะมีคนเข้ามาน้อยกว่าปกติมากก็ตาม 

 

 

เมื่อวานนี้เป็นวันที่มีการจัดงานเลี้ยงของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ที่ชั้นสองของหอสมุดประจำเมือง หลังจากเสร็จสิ้นงานซึ่งเตรียมมาอย่างเหนื่อยยาก นักเรียนปีสุดท้ายทุกคนจะได้รับวันหยุดสองวันเต็ม โดยมากแล้วก็จะใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของแต่ละคนที่ถูกเชิญมาร่วมงาน 

 

 

อย่างลูเซียนเพื่อนรักของตนก็อยู่สังสรรค์ต่อกับตระกูลโรมานอฟของเจ้าตัว หากไม่กลับมาเย็นนี้ก็คงไปจนครบวันหยุด 

 

 

จีนดีใจกับเพื่อนที่ได้พบครอบครัว ต่างจากเขาซึ่งไม่กล้าจะเขียนจดหมายหาท่านพ่อท่านแม่เสียด้วยซ้ำ และแอบเสียดายเล็กน้อยที่ยังไม่ได้ปรึกษาเรื่องคืนนั้นกับลูเซียนอย่างละเอียด เพราะทุกคนวุ่นวายกับการเตรียมงานเลี้ยงให้เรียบร้อยมาตลอดสองวัน 

 

 

งานนี้เชิญบรรดาครอบครัวและญาติพี่น้องของเหล่าโอเมก้าที่เข้ารับการศึกษาในชั้นปีสุดท้ายมาเกือบทั้งหมด จะเลื่อนไปเพราะเกิด ‘เหตุขัดข้อง’ จนทำให้จัดงานล่าช้าย่อมเป็นไปไม่ได้ 

 

 

จีนเองได้แต่นึกขอโทษอยู่ในใจ เพราะยังไม่ได้มีโอกาสไปขอโทษทุกคนที่ก่อ 'เหตุขัดข้อง' จนเสียเวลาจัดงานไปวันเต็ม แต่พอนึกถึงเรื่องวันนั้นแล้วก็รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าจนสรุปกับตนเองว่า ดีแล้วล่ะที่ยังไม่ต้องพูดเรื่องนี้ออกมาอีก 

 

 

ปึง 

 

 

"นี่! จะทำไหมงานน่ะ แองเจโล ปาร์กเกอร์" เสียงกระแทกของหนังสือปกแข็งกับเสียงหวานแหลมที่เร่งเรียกทำให้จีนดึงสติตัวเองคืนมา มองหนังสือเล่มหนาซึ่งถูกวางอยู่บนโต๊ะตัวโต อดไม่ได้จะมองลามไปถึงใบหน้าสะสวยของโอเมก้าสาวที่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของตนทั้งสี่คนด้วย 

 

 

"พวกเจ้าไม่ไปพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดหรือ" จีนเอ่ยถามไปตามมารยาท มือน้อยหยิบขวดหมึกและปากกาขึ้นมาจดรายการยืมหนังสือลงบนสมุดปกหนังเล่มโตให้ 

 

 

"แล้วเจ้าล่ะไม่ออกไปสร้างปัญหาอีกหรือไง จีน" โอเมก้าสาวที่แสดงออกชัดเจนมาเนิ่นนานว่าไม่ชอบจีนที่สุดอย่างแนนซี่ สเวนสันเอ่ยปากถาม จีนไม่ได้ตอบอะไร แต่อดนึกถึงลูเซียนไม่ได้ ถ้าคุณหนูตระกูลโรมานอฟอยู่ด้วยมีหวังคงเถียงกันเสียงดังจนห้องสมุดแตกให้คุณโดโรธีวิ่งมาดุแน่ 

 

 

พอคิดแบบนั้นก็แอบอมยิ้ม แล้วพอเห็นโอเมก้าต้องสาปยิ้ม คนที่อยากสร้างความขุ่นใจให้ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญตา 

 

 

"วันนั้นที่เจ้าทำให้พวกเราฮีทจนทำงานต่อไม่ได้ ที่หอสมุดนั่น เจ้าเองก็คงจะฮีทไม่ต่างกันสินะ แถมหายไปทั้งวันทั้งคืนกว่าจะกลับมา คงไม่เหลืออะไรแล้วล่ะสิ ก็สมกับเป็นเจ้าดี" แนนซี่เอ่ยก่อกวน ส่วนจีนก็ทำได้เพียงแค่บังคับมือตัวเองให้เขียนชื่ออันยาวเหยียดของหนังสือฝึกมารยาทเล่มโตที่สาวเจ้าขอหยิบยืมต่อไป 

 

 

ไม่นึกอยากพูดถึงเรื่องจริงที่ตนก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น 

 

 

"แล้วเป็นอย่างไรบ้างล่อลวงอัลฟ่าหน้ามืดจากไหนมาได้ คนดูแลสวนหรือว่าชายกวาดหยากไย่แถวนั้นหรือ" แนนซี่ สเวนสันกดยิ้มเหยียดยามจ้องมองใบหน้าที่มีแต่คนเยินยอว่างามล้ำ แถมมาพร้อมกลิ่นเย้ายวนที่ทำให้คนหลงใหลไปทั่ว 

 

 

หึ คิดว่าตัวเองงดงามนักหรืออย่างไร ใคร ๆ ก็ต้องการงั้นหรือ ก็แค่โอเมก้าจากตระกูลธรรมดา อย่างตระกูลปาร์กเกอร์ 

 

 

"แล้วมีอัลฟ่าถูกล่อลวงให้คลั่งมารุมล้อมย่ำยีเจ้าในคืนนั้นกี่คนกัน ห้าคน สิบคน หรือยี่สิบคน" 

 

 

กึก 

 

 

หนังสือเล่มหนาถูกเลื่อนส่งให้โอเมก้าสาวตรงหน้า จีนพยายามคุมความรู้สึกตัวเองทั้งโกรธและเสียใจไว้ใต้ใบหน้าที่เริ่มแดงมากขึ้น ลูเซียนบอกตนไว้เสมอ ว่าอย่าได้ร้องไห้ให้ใครเห็นโดยเฉพาะคนที่อยากให้เราอ่อนแอเพื่อจะเหยียบย่ำ 

 

 

"เจ้าควรจะพูดจามีมารยาทกับข้าหน่อยนะ แนนซี่ สเวนสัน ข้าเป็นบรรณารักษ์ของที่นี่ ไม่ใช่เพื่อนเล่นของเจ้าแล้ว" จีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่ทำได้ โอเมก้าสาวมองกลับมาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร 

 

 

"ก็เพราะเจ้าโดนไล่ออกจากการเป็นนักเรียนไม่ใช่หรือ พัฒนาไวดีนะ เริ่มจากโดนอัลฟ่าไม่มีหัวนอนปลายเท้ากัดคอ ต่อมาก็เปลืองผ้าพลีกายให้อัลฟ่าที่ไหนก็ไม่รู้ในหอสมุด ต่อไปจะเป็นอะไรอีกเล่า ตั้งครรภ์โดยที่บุตรเจ้าไร้บิดาเช่นนั้นหรือ หึ ห้องสมุดโรงเรียนด้อยค่าลงเสียจนเป็นที่ซ่อนตัวของพวกไม่มียางอายแล้วหรืออย่างไร" คุณหนูตระกูลสเวนสันพูดออกมาเร็วปรื๋อ ทว่าคนฟังกลับเข้าใจมันทุกคำ ความรู้สึกแย่ ๆ ตีรวนอัดแน่นใจจนจีนร้อนไปหมดทั้งตัว 

 

 

หากทุกถ้อยคำที่ว่าไร้เรื่องจริงเจือปน จีนคงตอกกลับอย่างไม่ยอม ทว่าเพราะมันจริง 

 

 

จริงเสียจนทำได้แค่กัดเม้มริมฝีปากตัวเองไว้เช่นนี้ นอกจากกลิ่นเปลือกไม้หอม ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของอัลฟ่าผู้นั้นเองหรือเพราะวิญญาณของพี่ซากกรุ่นโกรธจนยิ่งแผ่กลิ่นรุนแรงขึ้นกันแน่ กับชื่อว่าเดฟแล้ว ตนมิรู้อะไรเกี่ยวกับอัลฟ่าร่างสูงใหญ่นั่นอีกเลย 

 

 

"เจ้า ..เจ้ากำลังเสียงดังรบกวน ห้อง ห้องสมุด เงียบด้วย" จีนได้แต่บอกออกมาเสียงกระท่อนกระแท่น แนนซี่คว้าหนังสือที่ตัวเองแจ้งว่าจะยืมมาถือไว้ก่อนจะหย่อนลงในกล่องรับคืน 

 

 

"รู้ไหมจีน ข้ายินดีกับเจ้านะ ข้ามีของขวัญให้ในโอกาสที่เจ้าเสียตัวด้วย รอรับให้ดีล่ะ" โอเมก้าสาวตระกูลสเวนสันฉีกยิ้มกว้างทิ้งท้ายก่อนจะพาพรรคพวกเดินจากไป 

 

 

ห้องสมุดตกอยู่ในความเงียบ เหลือเพียงเหล่าหนังสือและโอเมก้าต้องสาป 

 

 

มือน้อยเอื้อมจับผ้าผูกคอที่ทับซ่อนแผลถูกกัดไว้ด้านใน ฟันคมกัดกันแน่น ไร้เสียงสะอื้น ทว่าดวงตาและใบหน้าที่แดงก่ำยังมีหยดน้ำตา 

 

 

หากจริงอย่างที่ลูเซียนเคยบอก แม้มองไม่เห็นหรือรู้สึกถึงได้ แต่ยามนี้รอบตัวเขาคงมีวิญญาณพี่ซากวนเวียนอยู่ อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง คิดแล้วก็ได้แต่นึกสมเพชตนเอง ไร้ที่พึ่งพิงจนต้องคิดถึงอัลฟ่าคนแรกที่ใจร้ายกัดคอตนขึ้นมาเชียวหรือ 

 

 

△△△ 

 

 

เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยจากการปะทะคารมกับแนนซี่และยังไม่พร้อมจะต้องเจออะไรแบบนั้นอีกหากอดีตเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นอยากจะแวะมาทักทายอีก 

 

 

จีนจึงขอคุณโดโรธีมาทำงานซ่อมแซมหนังสือชำรุดที่ห้องด้านหลังของห้องสมุด 

 

 

มือน้อยค่อยบรรจงใช้ไม้พายตักกาวเปียกสูตรพิเศษของคุณโดโรธีมาซ่อมปกบ้าง สันบ้างไปได้กว่าสิบเล่ม มันให้ความรู้สึกสงบและมั่นคงแบบที่จีนปรารถนา มือน้อยควานคว้าหนังสือเล่มสุดท้ายในกล่องขึ้นมาวางบนโต๊ะ สันของมันเปิดจนเห็นด้ายที่ใช้เย็บกี่ด้านใน 

 

 

"อยู่นี่เอง ข้าหาเจ้าตั้งนาน" เสียงหวานคุ้นเคยทำให้คนได้ยินยิ้มกว้างได้ไม่แพ้ยามมองใบหน้าหวานล้ำของโอเมก้าแห่งตระกูลโรมานอฟ 

 

 

"ทำไมกลับมาเร็วจัง ข้านึกว่าเจ้าจะไปเที่ยวกับครอบครัวต่อเสียอีก" 

 

 

"ไปมาแล้วน่ะ ได้กอดท่านพ่อท่านแม่กับพี่ ๆ คนละทีสองทีก็พอแล้ว ตอนนี้ท่านพ่อกลับไปเมืองนอร์ธนู่นแล้ว" ลูเซียนยืนเกาะโต๊ะไม้ตัวโตมองเพื่อนรักของตัวเองบรรจงซ่อมหนังสือต่อไป ดวงตากลมโตราวกับกวางป่ากระพริบถี่ ๆ เมื่อมีเรื่องกังวลในห้วงคำนึง ฟันซี่น้อย ๆ ขมเม้มริมฝีปากตัวเองอยู่หลายที แม้จะมาถึงขั้นนี้แล้วลูเซียนก็ยังกังวล 

 

 

ปนรู้สึกผิดหน่อย ๆ  

 

 

ทว่าหากลองตรองดูแล้ว ตนนั้นกลัวเพื่อนจะเป็นม่ายมิใช่หรือ แต่นี่มันไม่ใช่โดยสิ้นเชิง แบบนี้เขาก็เหมือนช่วยให้เพื่อนสมหวังเสียต่างหากล่ะ มิใช่หลอกลวงเสียหน่อย ในเมื่ออัลฟ่าที่มากัดสร้างพันธะสัญญาหรือก็ยังไม่ตายแถมยังเป็นผู้เดียวกับอัลฟ่าที่กกกอดจีนอีก แล้วก็เป็นเจ้าชายแห่งนอร์ธด้วยซ้ำ 

 

 

เท่าที่เขารู้เจ้าชายเดฟก็ออกจะดี 

 

 

ลูเซียนสูดลมหายใจลงปอดลึก ๆ หาเหตุผลสนับสนุนตัวเองเต็มที่เพราะเช่นไรก็ต้องทำ ตกปากรับคำเจ้าชายแห่งนอร์ธมาแล้วนี่ ...ใครจะไปขัดได้ 

 

 

"จีน ข้าได้ไปลิ้มรสขนมมา มันอร่อยมากเหลือเกินจนข้าอยากให้เจ้าไปกินด้วยกัน" ลูเซียนเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงพยายามปกติมากที่สุด 

 

 

"ไหนล่ะ เอาใส่จานได้เลย" 

 

 

"ฮื่ออ ข้าจะชวนเจ้าออกไปกินกับข้าต่างหาก ร้านนั้นสวยมากเลยนะ ข้าว่ามัน ...มันเลิศรสขึ้นเพราะได้กินในร้านนั่นแหละ" ลูเซียนอ้างเหตุผลพยักหน้ายกใหญ่ 

 

 

"ข้าออกไปไม่ได้หรอก ลูเซียน" จีนไม่ต้องการกลายเป็นเหตุขัดข้องอีก หากเกิดเรื่องเช่นในหอสมุดขึ้นมาซ้ำจะทำอย่างไร 

 

 

"ที่นั่นไม่มีคนเลยจีน มันเป็นร้านเล็ก ๆ แทบจะชิดเขตป่าฝนเทา ข้าเลือกมาอย่างดีแล้วไม่ให้เพื่อนข้าลำบากหรอก เถอะนะ นานทีข้าจะได้วันหยุดออกไปข้างนอก ส่วนเจ้าเมื่อก่อนก็ออกไปไหนไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เราพอที่จะไปด้วยกันได้แล้ว ข้าอยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนข้า เดี๋ยวเราแบกสมุนไพรกันฮีท กันคลั่งไปแน่นเอี๊ยดสองย่ามเลยก็ได้" ลูเซียน โรมานอฟคิดว่าตนพูดไวกว่าปกติเสียอีก มือน้อย ๆ ก็บีบไหล่สางผมเพื่อนรักไปด้วย เกลี่ยกล่อมเต็มที่ ตีหน้าเศร้าใส่ไปพร้อมสรรพ 

 

 

"ก็ได้ เดี๋ยวข้าไปขอไปแจ้งคุณโดโรธีก่อนว่าจะออกไปกับเจ้า" จนแองเจลโล ปาร์กเกอร์ตอบกลับมาเช่นนี้ ลูเซียนค่อยยิ้มออกมาได้หน่อย 

 

 

แม้จะเป็นรอยยิ้มที่แฝงคำขอโทษไว้ก็ตาม 

 

 

ข้าจะทำเช่นไรได้จีน ก็ท่านเดฟเป็นเจ้าชายของข้า ข้าจะไปขัดท่านได้อย่างไร เพื่อนรัก 

 

 

 

 

 

"ข้าจะกลับลูเซียน ไม่เอาร้านนี้" 

 

 

"จะรีบไปไหนเล่าคุณหนูตระกูลปาร์กเกอร์ ลูเซียน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มทักทายจีนอย่างยียวนแจ้งชัดว่ารู้ถึงรากตระกูลของจีนแล้ว ไม่พอยังยิ้มเปิดเผยให้กับลูเซียน ฟ้องชัดว่านัดแนะกันมาอย่างไม่ปิดบัง 

 

 

"ลูเซียน ข้าเพื่อนเจ้านะ" จีนหันไปมอง แม้จะซ่อนใบหน้าหวานล้ำไว้ใต้หมวกคลุมแต่ก็ส่งสายตางอแงแง่งอนให้เพื่อนรักได้ชัดเจน 

 

 

"เชื่อใจข้านะจีน อย่างน้อยก็นั่งก่อนเถอะ" ลูเซียนเอ่ยบอก แม้ตนก็ไม่ค่อยเชื่อตัวเองเท่าไหร่ก็ตาม มือน้อยจับบ่าเพื่อนรักให้นั่งลงบนเก้าอี้บุนวมผ้าสีเขียวตัวโตซึ่งวางอยู่ตรงข้ามกับอัลฟ่าร่างสูงใหญ่ที่มีเพียงโต๊ะกั้น 

 

 

บรรยากาศในร้านนั้นสวยงามและเงียบสงบอย่างแท้จริง เพราะนอกจากโต๊ะตัวในสุดที่ทั้งสามนั่งอยู่ ก็ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากพนักงานของร้าน 

 

 

และเพราะมันเงียบขนาดนี้ ลูเซียนเลยยิ่งรู้สึกกดดัน เหมือนตนกลายเป็นเป้ากลางระหว่างอีกสองคนบนโต๊ะ 

 

 

ยิ่งเจ้าชายเดฟยิ้มกว้างแค่ไหนเพื่อนของเขาก็กอดอกจนแก้มกลมตาพองเท่านั้น ลูเซียนรู้ได้เลยว่าถูกเพื่อนโกรธเข้าให้แล้ว 

 

 

"เดี๋ยว เดี๋ยวข้าไปสั่งอาหารและเครื่องดื่มมาให้ เชิญทั้งคู่สนทนากันเถิด" คุณหนูตระกูลโรมานอฟพูดเร็วปรื๋อแต่รีบลุกเดินฉับ ๆ ไปเร็วยิ่งกว่า จนโอเมก้าต้องสาปออกปากรั้งเพื่อนไม่ทัน 

 

 

จีนดึงถุงย่ามใส่สมุนไพรระงับสัญชาติญาณหลายขนานขึ้นมากอดจนแน่น หลุบตาลงมองโต๊ะแทนใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่เข้าตาตรงหน้าตน 

 

 

เดฟมองจมูกกลม ๆ กับปลายผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งโผล่ออกมาจากหมวกคลุม เหมือนปลายนิ้วน้อย ๆ ที่ยื่นออกมาจากชายแขนเสื้อคลุมเมื่อจีนกอดย่ามผ้าไว้แนบอก 

 

 

เดฟคิดว่าตนอาจจะโดนพิษของบลูไลแลคแล้วก็เป็นได้ ถึงได้ไร้สติจนคิดว่าช่างเป็นภาพที่น่ารัก 

 

 

หรือไม่ก็แค่โดนพิษเสน่หาจากคู่แท้แห่งโชคชะตา 

 

 

"อะ เจ้ามาดึงผ้าข้าออกได้อย่างไร" จีนโวยใส่เสียทันทีเมื่อมือหนาใช้นิ้วเกี่ยวผ้าคลุมผมและใบหน้าของตนออก แก้มขาว ๆ หน้าตาจิ้มลิ้มดูไม่ยินดีนักเผยให้คนเปิดได้เห็น แต่เดฟก็มองอย่างสบายตา 

 

 

"ก็อยากเห็นหน้าเจ้า ข้าคิดถึงนะจีน" 

 

 

"...." 

 

 

"เอ ไม่คุยกับข้าเลยหรือ" 

 

 

"...." 

 

 

"หรือว่าต้องลองกัดลิ้นข้าก่อน ถึงจะคุยกันได้" ปากว่าตัวสูงใหญ่ก็โถมข้ามโต๊ะมาทันที แต่ไม่ได้คิดจะทำจริงจังอยู่แล้วใบหน้าหล่อเหลาจึงหยุดอยู่ห่างไปเกือบฝ่ามือต่อให้จีนไม่ได้ยกมือขึ้นปิดปากอัลฟ่าอย่างที่ทำอยู่ก็ตาม มือน้อยออกแรงดันกลับไปน้อยนิดและเดฟก็ถอยกลับไปนั่งในที่ของตัวเองตามเดิม 

 

 

มือก็นุ่มและหอมไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ เลยหรือนี่ 

 

 

"เจ้าทำได้เช่นไร ให้ลูเซียนยอมทำตามเจ้า เพื่อนรักของข้าไม่เคยเข้าข้างใครนอกจากข้าเช่นนี้" พูดเรื่องนี้แล้วจีนก็ปากเบะขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ อัลฟ่านี่หลอกล่อเพื่อเขาอย่างไรได้ อยากรู้นัก 

 

 

"ข้าก็เพียงเป็นข้า" คำตอบกำกวมของอัลฟ่าเดฟไม่ช่วยไขความกระจ่างใด 

 

 

"มีเรื่องอันใดก็เอ่ยมา" จีนเอ่ยขึ้นอย่างจนหนทาง หากได้รับความร่วมมือจากลูเซียนเช่นนี้ตนจะหลีกหนีไปไหนได้ 

 

 

"นอกจากข้าคิดถึงเจ้าแล้ว" เดฟเอ่ยถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้ตนอยากเจอจีน ไม่ใช่แค่คำหวาน แต่เป็นความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ  

 

 

ส่วนเติมเต็มที่ตนตามหา 

 

 

"นอกจากนั้น ก็คงเป็นเรื่องรอยกัดสร้างพันธะบนคอของเจ้า" สิ้นน้ำเสียงทุ้ม มือน้อยยกขึ้นจับคอตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ใต้ผ้าสีขาวผืนนี้คือรอยกัดที่จะไม่มีวันหายไป รอยซึ่งฟ้องบอกว่าครึ่งวิญญาณของจีนนั้นถูกตีตราจอง 

 

 

จวบจนกว่าเจ้าของรอยจะสิ้นลมหายใจ 

 

 

"รอยกัดของพี่ซากหรือ ทำไม" และอัลฟ่าผู้นั้นก็ตายจากไปแล้วนี่ 

 

 

"ตั้งแต่ห่างเจ้า ข้าคิดถึงเรื่องนี้ตลอด และรู้หรือไม่แม้จะเป็นเพียงความคิดที่สับสน ข้าก็อยากให้มันรวมเป็นหนึ่งในความคิดเจ้า" เจ้าชายแห่งนอร์ธเปรย มือหนาถลกดึงแขนเสื้อสีกรมท่าของตนขึ้น 

 

 

ก่อนจะกัดฝังคมเขี้ยวลงบนท่อนแขนของตัวเอง 

 

 

"เจ้าทำอะไรน่ะ จะบ้าหรือ เลือดเจ้าไหลแล้ว" แองเจลโล่ร้องบอกเสียงดัง มือน้อยรีบดึงท่อนแขนแกร่งมาดูเมื่อฝ่ายนั้นถอนริมฝีปากจากแขนตัวเอง ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนหอมกรุ่นกลิ่นกระดังงาถูซับเช็ดบาดแผลให้ จีนทำอย่างเบามือ ตกใจจนตากลมโตสั่นไหว 

 

 

"ฟู่ ฟู่ ไม่เป็นไรนะ" ปากกลมพยายามเป่าลมอุ่น ๆ ใส่ปลอบโยน ดวงตาเรียวคมของอัลฟ่าเดฟจ้องมองหัวกลม ๆ ที่ขยับไปมาดูแผลให้ตัวเองอย่างห้ามรอยยิ้มไว้ไม่ได้ 

 

 

หากจีนไม่ได้มีใจให้ตน ก็ต้องเป็นคนใจดีมากนัก ใจดีเท่ากับโอเมก้าน้อยซึ่งหยุดช่วยเหลืออัลฟ่าแปลกหน้าใกล้ตายที่กลางป่า 

 

 

ไม่ว่าจีนทำเช่นนี้จากเหตุใด มันก็ยิ่งทำให้เดฟตกลงในหลุมซึ่งโชคชะตาขุดล่อไว้ลึกมากยิ่งขึ้น 

 

 

"ห่วงข้าหรือ" เสียงกระซิบถามข้างหูทำให้จีนทรุดกลับไปนั่งที่เดิม มือน้อยปล่อยแขนแกร่งลงกับโต๊ะเสริมความต่อต้าน ทว่าก็เลือกปล่อยลงอย่างเบามือไม่ให้สะเทือนแผลนัก 

 

 

"เจ้าเป็นบ้าเหรอ จู่ ๆ ก็กัดแขนตัวเองจนได้เลือด" ร่างน้อยต่อว่า แอบคิดในใจว่าสมุนไพรที่พกมามีตัวไหนพอสมานแผลได้บ้าง 

 

 

"ข้ากัดเพราะมีเหตุผล" เดฟเอ่ยขึ้นหยิบแก้วน้ำเปล่าเทใส่แผลล้างเลือดที่ทะลักขึ้นมาอีกหน มันเจ็บแสบพอตัว แต่ก็ยังน้อยกว่าแผลคมดาบและธนูที่พุ่งเข้าใส่เมื่อมีคนปรารถนาให้จบชีวิต 

 

 

"ข้าอยากให้เจ้าแกะผ้าพันคอเจ้าออกและส่องเงาสะท้อนดูรอยแผลบนคอเจ้ากับบนแขนของข้า" อัลฟ่าเจ้าของกลิ่นเปลือกไม้เอ่ยขึ้น ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ แม้จะไม่อยากปลดผ้าออกแต่อัลฟ่าตรงหน้าลงทุนถึงเพียงนี้คงมีเหตุผลแน่ 

 

 

เหตุผลที่กำลังวนเวียนอยู่ไม่ไกลในห้วงคิดของจีน แต่โอเมก้าน้อยก็เลือกมองข้ามมันไปในวินาทีนี้ 

 

 

เพราะหากจริง มันก็เป็นความจริงที่ใหญ่จนสั่นแกว่งความรู้สึกจีนได้ไม่น้อย 

 

 

"ข้ารู้ว่าคืนในหอสมุดนั้นเจ้ากำลังฮีทหนัก ทั้งสับสน และจดจ่ออยู่กับผลพวงจากการฮีท" ซึ่งเป็นความผิดของเดฟเอง เดฟยอมรับในทุกข้อครหา 

 

 

"และเจ้าฝังใจมาตลอดว่าเจ้าของรอยกัด ว่าพี่ซากนั้นได้ตายจากไปแล้ว แต่ข้าอยากให้เจ้าลืมความคิดนั้นและพิจารณาสิ่งตรงหน้าเจ้า" อัลฟ่าตัวโตโถมเข้ามาใกล้ ใช่แค่นำเสนอแผลกัดบนแขนตัวเอง ทั้งอยากให้กลิ่นประจำกายเข้ากระตุ้นห้วงทรงจำ แม้รู้ดีว่าครั้งแรกที่เจอกันตนนั้นใกล้ตายจนกลิ่นแทบไม่เหลือก็ตาม 

 

 

แต่ตนไม่เคยลืมกลิ่นของคู่แท้แห่งโชคชะตาเลย ไม่เคยลืม 

 

 

กึก 

 

 

มือน้อยวางผ้าพันคอของตนลงบนโต๊ะ รับกระจกถืออันวิจิตรมาจากชายตรงหน้า ตาโตพินิจมองและรับฟัง 

 

 

"ข้าไม่มีปัญหาแม้แต่น้อยที่เจ้าจะเรียกข้าว่าพี่ซาก ข้าชอบมันด้วยซ้ำเมื่อเจ้าเรียก แต่พอนึกดูว่าเจ้าคิดว่าข้าเป็นชายอื่นใจก็อดร้อนไม่ได้ ข้าอยากให้เจ้าคิดถึงแต่หน้าข้า กลิ่นของข้า อ้อมกอดของข้า ไม่ว่าจะตอนที่คิดถึงพี่ซากหรือเดฟก็ตาม”  

 

 

“...”  

 

 

“เพราะล้วนแล้วก็คือข้า เป็นเพียงข้าเสมอมา" 

 

 

จีนได้ยินทุกถ้อยคำ แต่ก็ยังรู้สึกมึนงงเกินกว่าจะทำความเข้าใจกับเรื่องนั้นได้เต็มที่ อีกทั้งแผลทั้งสองที่แม้ไม่อาจเทียบเคียงรอยแผลได้ทุกองศา แต่มันก็คล้ายคลึงกันนักในรูปรอยฟัน 

 

 

"เจ้าอาจจะยังไม่เชื่อข้า แต่ข้าก็พยายามแสดงทุกหลักฐานที่คิดออก และอยากให้รับรู้" มือหนาประคองใบหน้าน่ารักให้หันมามองหน้าตน ดวงตาเรียวคมคู่นั้นเก็บกลืนกลายเป็นเพชรสีดำประกายระยิบระยับ คุ้นเคยเหลือเกิน ดวงตาเป็นประกายราวอัญมณีล้ำค่าที่ทำให้จีนจดจ่อมอง 

 

 

จีนสับสนไปหมด ในหัวหมุนเคว้งเร็วปรื๋อ หากให้จีนนิยาม มันรู้สึกเหมือนถูกผีหลอก 

 

 

มิได้กลัว แต่ตระหนกตกใจและสมองก็ราวกับตัดการทำงานไปเฉย ๆ  

 

 

"ข้า ..ข้า .." จีนได้แต่ขยับปาก ตาโตเบิกกว้างจ้องมองนัยน์ตาเพชรสีนิลตรงหน้าตน 

 

 

แม้แท้จริงแล้วจีนรู้ดี หลายสิ่งคุ้นเคยมาตลอด ทว่าแค่จะยอมรับหรือไม่ 

 

 

ว่าโชคชะตาของตนพันผูกกับอัลฟ่าผู้นี้อย่างแน่นหนามากแค่ไหน 

 

 

"ข้าจะไม่ลืมเจ้า" เดฟเอ่ยประโยคสุดท้ายที่พี่ซากเอ่ยบอกก่อนจะกัดฝังคมเขี้ยวลงที่คอของจีนแม้จะปางตายเพียงไหน แม้เป็นเสียงที่เบา แต่จีนก็ยังจำมันได้ 

 

 

"แล้วเจ้าล่ะ จำข้าได้หรือยัง จีน" 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊งงงง 

 

 

"จู่ ๆ เจ้าจะแวะทำไม สามีข้า อีกนิดก็จะถึงโรงเรียนอยู่แล้ว จดหมายที่เพื่อนลูกส่งมาให้ก็บอกอยู่ว่าเกิดเรื่องใหญ่กับลูกให้รีบมาหา”  

 

 

“เอาจริงนะเมียจ๋า ข้าไม่คุ้นเลย ไม่เคยเห็นลูกเขียนมาเล่าให้ฟังเลยว่ามีเพื่อนชื่อแนนซี่ สเวนสัน ปกติก็มีแค่หนูลูเซียน" 

 

 

“นี่ไงเล่า รีบไปให้ถึงโรงเรียน ไปให้เห็นกับตาว่าเจ้าจีนยังสบายดีอยู่ไหม อย่ามัวแต่ลีลา รีบไปเถอะ”  

 

 

"แต่เมียจ๋า ข้าได้กลิ่นลูก ยิ่งเข้ามาในนี้ก็ยิ่งได้กลิ่นเจ้าจีนชัด" 

 

 

"จมูกอัลฟ่าเจ้าเสื่อมแล้วล่ะ ครูใหญ่ก็เคยบอกว่ากลิ่นลูกเราออกมานอกเขตรั้วไม่ได้ เจ้าจีนเองก็ออกจากโรงเรียนไม่ได้ แล้วจะได้กลิ่นเจ้าจีนแถวนี้ได้อย่างไร โจแอนนา" น้ำเสียงหวานเริ่มเจือความหงุดหงิดไม่ต่างจากใบหน้าสะสวย 

 

 

"จริงนะ ข้าได้กลิ่นเจ้าจีนจริง ๆ แองเจลล่าเชื่อข้า” อัลฟ่าหญิงผมยาวที่มีหน้าตางดงามไม่แพ้กับเบต้าหญิงที่มาด้วยกันทำหน้าจริงจัง 

 

 

สรรพนามคุ้นหู น้ำเสียงที่คุ้นกว่าทำให้แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์หันไปมองตามเสียงนั้น และความรู้สึกเหมือนถูกผีหลอกจากเรื่องพี่ซากที่ยังช็อคจนสติเตลิดก็ยิ่งทวีขึ้น ราวกับเดินเท้าเข้าคฤหาสน์ผีสิงจากตำนานเมืองไวท์ในยามวิกาล 

 

 

และวินาทีเมื่อโจแอนนาผินมาด้านหลัง ดวงตากลมโตที่เหมือนกันของพ่อลูกก็สบประสาน 

 

 

"เจ้าจีน...เมียจ๋า...เจ้าจีน" 

 

 

"เจ้าเลอะเลือนใหญ่โจแอนนา ขืนเจ้าโมเมว่าเจอลูกอีกข้าจะไปหาสามีใหม่เสียเล...... เจ้าจีน" แองเจลล่า ปาร์กเกอร์เบิกตาโตเมื่อมองตามนิ้วยาวของสามีตนไป 

 

 

"นั่น นั่น เจ้าจีน ทำไม ลูกมา ...มาข้างนอกได้" 

 

 

"เจ้านั่นมันอัลฟ่า" โจแอนนายิ่งตระหนกเมื่อเห็นอัลฟ่าชายร่างสูงใหญ่แนบชิดกับร่างน้อย ๆ ของลูกชายตนซึ่งเป็นโอเมก้าต้องสาป 

 

 

"สามีข้า… บนคอลูก คอเจ้าจีน มี ...มีรอยกัด" 

 

 

"แองเจลล่า แองเจลล่า เมียจ๋าอย่าเพิ่งเป็นลม" โจแอนนารีบรับร่างของคู่ชีวิตไว้ทันที ตอนนี้ตนเองก็สับสน พรั่นพรึงไปเสียหมดแล้ว 

 

 

โจแอนนารู้สึกราวกับว่าตนกำลังโดนผีร้ายหลอก 

 

 

"แม่จ๋าา" ทันทีที่ตั้งสติได้จีนรีบวิ่งมาหามารดาของตนที่หมดสติล้มพับในอ้อมแขนบิดา สรรพนามจากน้ำเสียงหวานนั้นทำให้เดฟรู้ตัวว่า หญิงทั้งสองตรงหน้าคือผู้ให้กำเนิดของแองเจลโล ปาร์กเกอร์ 

 

 

พอตระหนักได้ว่าต้องพบกับว่าที่พ่อตาแม่ยายอย่างกะทันหัน 

 

 

เดฟก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างแล้วเช่นกัน 

 

 

แท้จริงร้านอาหารแห่งนี้นั้นเป็นคฤหาสน์ผีสิงจำแลงกายมาอย่างแน่แท้ เพราะแขกเหรื่อในร้านล้วนแล้วตกอยู่ในอาการราวกับถูกวิญญาณหลอกหลอนกันแทบทั้งสิ้น 

 

 

 

พี่เขายอมให้น้องคิดถึงคนอื่นไม่ได้เลย (แม้ว่าจะเป็นตัวเองที่เป็นคนอื่นในความคิดน้อง ก็ตาม พี่มาทวงพื้นทีทุกห้วงคำนึงของน้องคืน 555) พี่ซากก็คือพี่ซากคนเดิมเพิ่มเติมคือเจ้าจีนรู้แน้ว 

***ของขวัญที่แนนซี่บอกจะให้ก็คือจดหมายที่ส่งไปตามพ่อแม่น้องจีนมาจากบ้านนี่แหละค่ะ กะฟ้องเรื่องที่น้องโดนกัดและได้กับพี่ซากเต็มที่ 

 

 

นุ้งจีนรู้สึกดีๆ กับพี่ซากมากกว่าอัลฟ่าเดฟ เพราะแค่กัดคอ และก็ทำให้น้องออกไปข้างนอกได้ค่ะ ส่วนพี่เดฟก็มาแบบฟัดโบ้มๆ น้องช้ำคามือ น้องเจ็บ น้องงอแง 

พี่ซากเป็นอัลฟ่าเข้าไปในโรงเรียนโอเมก้าลินน์ไม่ได้ ครูใหญ่ลงอาคมไว้ แต่หลอกให้น้องออกมาได้ อุอิคิ้กค้ากกก 55555 

จริงๆ แล้วตำนานสร้างโลกแห่งนี้และการกำเนิดอัลฟ่าเบต้าโอเมก้า นี่คิดมาตั้งแต่สร้างโปรเจกต์ แต่ไม่อยากเล่าไว้หัวโปรเจกต์แบบเดียวกับที่เล่าเจ็ดดอกไม้ก็เลยเอามาแฝงไว้ในเรื่องแทนค่ะ 

 

ฝากพี่ซากกับน้องจีนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่าน  

 

 

#ดมอบีนยอง 

ความคิดเห็น