Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

Day 6 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] (2) 100%

ชื่อตอน : Day 6 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] (2) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2558 04:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Day 6 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] (2) 100%
แบบอักษร

#

 

วันที่ 6 : วันที่ 5 : รักที่เจ็บปวด  

[จุดจบของคราบน้ำตา]

(2)

 

 [Karen : Part]

 

                ปึ่ง!

                เสียงปิดประตูดังขึ้นบนหอประชุม ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่ต้นตอเสียง ตรงนั้น ฉันเห็นร่างสูงที่ดูค้นตา

                “มอร์แกน...” ฉันกระซิบชื่อของเขาออกมาอย่างตกใจ เมื่อได้สังเกตเห็นว่าร่างของเขาเปียกชุ่มไปหมด ท่าทางของเขาในวันนี้ดูแปลกตากว่าทุกที สายตาที่ดูเลื่อนลอย แม้ว่ารูปร่างหน้าจาจะเป็นมอร์แกน แต่ท่าทางของเขากลับไม่ใช่มอร์แกนคนเดิมที่ฉันรู้จักแม้แต่นิด

                กรี๊ดด!! ว๊ายย!!

                ยังไม่ทันที่มอร์แกนจะหยุดเดิน ดันเต้ก็พุ่งเข้าไปเตรียมจะชกท้องของมอร์แกน  แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดแปลกไปจากปกติ มอร์แกนโก่งตัวอ้วกออกมารดหัวและหน้าของดันเต้ ก่อนที่จะชกถึงตัว ควันจางๆ ลอยออกมาจากบริเวณพื้นที่เปื้อนอ้วก ภาพของดันเต้ที่หัวและหน้าเริ่มหลุดลอกออกมา ทำให้ฉันเบือนหน้าหนี เสียงร้องอวดครวญและโหยหวนของดันเต้นั้นเรียกเสียงกรี๊ดของคนในหอประชุมเป็นอย่างดี

                “อ๊ากกก!!” เสียงร้องโหยหวนของใครสักคนดังขึ้นมา ทั้งฉันและชาลอตต่างพากันปิดหูและเบือนหน้าหนีจากภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ผิดกับเซรีนที่แม้จะตกตะลึง แต่ก็ยังคงยืนมองภาพตรงหน้า ทุกคนต่างพากันตกใจและวิ่งหนีโศกนาฏกรรมที่เริ่มขึ้น เสียงร้องประสานเสียงที่โหยหวนยิ่งกว่าที่ไหนดังกึกก้องไปทั่วหอประชุดพร้อมๆ กับกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งไปทั่ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าวันสถาปนาโรงเรียนจะเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา!!!

                .

                .

                .

                .

                .

 

                .

                .

 

                .

                .

 

                .

                เป๊งแกร๊ก!

                “อ่ะซวยแล้วไง” เสียงของตกลงไปในช่องระบายลมที่พวกเรากำลังคลานหนีพวกมันดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องพึมพำของชาลอต ทำให้พวกเราที่กำลังคลานอยู่หันกลับไปมอง

                “...” ผู้หญิงข้างหน้าฉันที่พวกฝาแฝดเรียกว่า “เกล” หันกลับมามองชาลอตด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คล้ายกับจะย้ำว่าอย่าใช้เสียง

                “เป็นอะไรนะชาลอต” ฉันกระซิบถามเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าแตกตื่นของเธอ

                “ฉันทำปากกาที่เซรีนให้ไว้ตกลงไปนะสิ โอ๊ยตายแล้วๆ แย่แน่ๆ เลย” ชาลอตเริ่มกระซิบครวญคราง ฉันรู้สึกใจหายไปเลยพอได้ยินชาลอตกระซิบบอกแบบนั้น ปากกาที่เซรีนให้ไว้งันหรอ!!!.ปากกาที่เซรีนให้ไว้เขียนสัญลักษณ์บอกทางก่อนจะลงไปช่วยพวกคนที่เหลือรอดที่หอประชุม

                “ฉันจะทำยังไงดีๆ...ถ้าเกิดเซรีนคิดว่าเราลงไปข้างล่างกัน” ชาลอตเริ่มกระวนกระวาย และฉันเองก็ไม่ต่างกัน คำพูดของชาลอตทำให้ฉันเริ่มหวาดกลัว ถ้าเกิดเซรีนลงไปเพราะคิดว่าพวกเราลงไปเดินข้างล่างกันแล้ว...แม้ว่าเซรีนดูจะมีทักษะการต่อสู้ที่ดี แต่ว่าลงไปในที่ๆ อาจจะมีพวกมันอยู่อีกไม่รู้กี่ตัว ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่มีอาวุธป้องกันใดๆ เลย เปอร์เซ็นทางรอดมีน้อยมาก

                “ก็ลงไปเก็บแล้วให้พวกมันที่อยู่ข้างล่างฆ่าซะ ไม่ก็คลานกันต่อไป ปล่อยให้แม่สาวนักบู้นั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเอาเอง” เกลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ประโยคที่เธอพูดทำเอาฉันฉุนขึ้นทันที ปล่อยให้เซรีนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเองงันหรอ ถ้าไม่ได้เซรีนช่วยไว้ที่หอประชุม ป่านี้ทั้งฉันและชาลอตก็คงจะมีชะตากรรมเดียวกับคนบนหอประชุมแล้ว! แม้อยากจะต่อว่าเกลมากแค่ไหนที่พูดประโยคเห็นแก่ตัวนี้ออกมา  แต่ก็ฉันก็ต้องยอมรับกับเหตุผลในอีกประโยคที่เธอพูด

                “เธอคิดหรอว่าถ้าเธอลงไปเก็บปากกาที่ตกอยู่แล้วเธอจะรอดกลับขึ้นมา เราไม่มีบันไดปีนเหมือนตอนที่อยู่หอประชุมนะ แล้วความสูงระดับนี้ก็ใช่ว่าจะปีนเปล่าๆ โดยไม่ใช้บันไดได้ แล้วถ้าเกิดข้างล่างดันมีพวกมันอยู่จริงละ...” ฉันนึกภาพตามประโยคที่เกลพูดและไม่อยากจะยอมรับเลยว่ามันถูกอย่างที่เธอว่า

                “แล้วเธอจะให้พวกเราทิ้งเซรีนงันหรอ!” ชาลอตกระซิบออกมาเสียงดังด้วยสีหน้าโกรธจัด

                “ลดเสียงของเธอหน่อยยัยโง่ เธอคงไม่อยากให้พวกมันได้ยินแล้วมาฆ่าเราตายกันหมดตรงนี้ใช่มั้ย” เกลกระซิบด่าชาลอตที่เผลอตัวทำเสียงดังออกมา

                “....” ชาลอตที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งเงียบทันที

                “ฉันก็ไม่อยากจะเห็นแก่ตัวหรอกนะ แต่เปอร์เซ็นรอดของพวกเรามันมีน้อยกว่าของแม่สาวนั้นถ้าหากพวกเราลงไป เธอคิดว่าพวกเราในนี้มีใครสู้เป็นงันหรอ” นี่ก็เป็นอีกประโยคของเกลที่ฉันเห็นด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “แต่ว่าจะให้เซรีน...” ชาลอตแม้จะเห็นด้วยกับประโยคของเกล แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากปล่อยให้เซรีนลงไป

                “หุบปากของเธอแล้วรีบคลานมาได้แล้ว หรือถ้าอยากจะตายหมู่พร้อมเพื่อนเธอจะลงไปฉันก็ไม่ขัดข้อง” เกลกระซิบแบบนั้นแล้วก็ออกตัวคลานตามฝาแฝดไปทันที ฉันที่เอาแต่นิ่งเงียบจึงหันไปปลอบใจชาลอตที่ตอนนี้กำลังมีสีหน้าเริ่มเสียขวัญ

                “เซรีนต้องไม่เป็นไรชาลอต พวกเราต้องเชื่อใจเซรีนนะ เซรีนต้องปลอดภัย แล้วตามหาพวกเราเจอแน่” เมื่อชาลอตพยักหน้า ฉันก็ออกตัวคลานตามพวกเกลไป

 

 

 

 

 

                ทางที่เริ่มแคบลงทำให้เริ่มรู้สึกอึดอัด ความเมื่อยจากการเกร็งกล้ามเนื้อในการคลานเริ่มทำให้เราล้า เกลและสองแฝดยังคงคลานต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้เราอยู่ส่วนไหนของโรงเรียนฉันก็ไม่อาจจะรู้ได้เลย ทางที่เริ่มวกวนของช่องระบายลม ทำให้ฉันเดาไม่ออก พวกเราคลานอยู่ในช่องระบายลมนี้มาร่วมสามสิบกว่านามีแล้ว

                “เกล ข้างหน้ามันตันแล้ว” เสียงของฝาแฝดคนไหนสักคนดังขึ้น เมื่อพวกเราคลานกันมาจนสุดทางแล้ว

                “สงสัยคงต้องเสี่ยงลงไปข้างล่างกันแล้ว อยู่รอบนนี้คงได้อึดอัดตายกันก่อน” เกลพูดออกมาเงียบๆ ก่อนจะมองลอดฝาช่องลมที่อยู่ใต้ตัวเธอ

                แกร๊ก...

                เกลพยายามดึงฝาครอบช่องลมออกอย่างเบามือ เมื่อแน่ใจว่าข้างล่างไม่มีพวกมันอยู่ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงไปอย่างทุลักทุเล

                ตุบ

                เมื่อพวกเราลงมาข้างล่างกันหมดแล้ว ฉันก็เริ่มสังเกตเห็นว่าที่ๆ พวกเราลงมานั้นมันเป็นห้องๆ นึ่งที่ไม่ใช่ห้องเรียน มันเป็นห้องขนาดกลางที่ไม่กว้างมากไป มีตู้หนังสือ ตู้เย็น? โซฟา? ตู้เสื้อผ้า? และเตียงนอน? และโต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆ อยู่ สองแฝดลองเดินไปเปิดประตูที่ปิดอยู่ออก แล้วก็พบว่ามันเป็นห้องน้ำ มันเหมือนห้องพักในโรงแรมเลยก็ว่าได้ แต่ว่ามันเป็นห้องพักของใครกันละ...? เท่าที่ฉันดู ไม่น่าจะเป็นห้องพักของผอ.แน่ๆ เพราะในตู้เสื้อผ้ามีแต่เสื้อของผู้ชายวัยรุ่น ไม่ได้มีเสื้อผ้าวัยกลางๆ ที่ผอ.ใส่อยู่เลย แล้วนี้เป็นห้องของใครกันละ... ฉันคิดสงสัยได้ไม่นาน เสียงของเกลก็แทรกขึ้นมา

                “หาที่ซ่อนเร็ว ฉันได้ยินเสียงคนกำลังเดินมาทางนี้” เกลกระซิบขึ้นมาอย่างนั้นแล้วรีบวิ่งไปล็อคประตูพร้อมกับหาที่ซ่อน ฉันและชาลอตต่างก็พากันวิ่งไปหลบที่ใต้เตียง สองแฝดไปหลบในห้องน้ำ ส่วนเกลนั้นเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า เมื่อได้ที่หลบพวกเราก็พากันเงียบ

               

                ตึก ตึก ตึก

               

                เสียงเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น จนหยุดลงที่หน้าประตู

                แกร๊ก...แกร๊กๆๆๆ!

                เสียงหมุดลูกบิดรอบแรกดังขึ้น แล้วเสียงหมุดลูกบิดรัวๆ ก็ดังติดๆ ตามมา เมื่อรู้ว่าประตูล็อคอยู่

                 ฉันยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ และเริ่มหลับตา ชาลอตที่อยู่ข้างๆ นั้นก็หลับตาลงเช่นกัน ตัวของชาลอตสั่นมากๆ เสียงหัวใจฉันเริ่มเต้นแรง และแรงขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเสียบกุญแจ

                แกร๊ก...แอ๊ด...

                เสียงปลดล็อคลูกบิดดังขึ้น พร้อมๆ กับใจฉันที่เริ่มหล่นหาย

 

 

                ตึก ตึก ตึก

 

                เสียงเงียบไปสักพักก่อนที่เสียงคนเดินจะดังขึ้นมาทางเตียงที่ฉันและชาลอตกำลังซ่อนอยู่

               

                ตึก ตึก ตึก

               

                เสียงที่ใกล้เข้ามาแล้วหยุดลงข้างหน้าฉัน  ฉันได้แต่สวดภาวนาในใจ แล้วนึกถึงหน้าแม่ เหงื่อมากมายผุดขึ้นมาเต็มหน้าของฉัน  ฉันเริ่มตัวสั่นพอๆ กับชาลอตด้วยความกลัว ฉันแอบลืมตาขึ้นมอง เห็นปลายเท้าอยู่ตรงหน้า ฉันไม่รู้ว่าปลายเท้าตรงหน้านี้เป็นของใคร ความกลัวตายทำให้ฉันสั่นมากกว่าเดิม

                ตึก กึก

                เสียงคลุกเข่าลงพื้นกับเงามืดที่กำลังเอื้อมมาเตรียมเปิดผ้านวมบนเตียงที่ปิดบังพวกฉันไว้อยู่  ฉันหลับตาลงอีกครั้ง ถึงแม้ว่าฉันจะเริ่มรู้ชะตาตัวเอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะภาวนา

                ใครก็ได้ช่วยฉันที มอร์แกน...เซรีนเธออยู่ไหน ช่วยพวกเราด้วย...

            ตึก!

 

                ตัก!

 

         ตึก!

 

                ตัก!

                เสียงหัวใจทั้งของฉันและชาลอตเริ่มเต้นรัวด้วยควากลัว

 

                ตึก!

 

                ตัก!

 

                ตึก!

 

                ตัก!

 

                พึ๊บ!

                “โอ๊ะ มีคนซ่อนอยู่ตรงนี้จริงด้วยแหะ” เสียงทุ่มคุ้นหูฉันดังขึ้นหลังจากที่เงามืดนั้นดึงผ้าออก พร้อมๆ กับหน้าของใครบางคนกำลังยิ้มอย่างขบขัน

 

                “โจชัว...” นี่คือเสียงสุดท้ายของฉันก่อนความมืดจะแผ่ขยายไปทั่ว สติของฉันเลือนหายไปทันทีหลังจากเห็นใบหน้านั้น...

=เผยโฉมตัวละคร=
 
#
 
-โจชัว-
 
<<หูยยย ตัวละครใหม่ปรากฎออกมาแย้ววว เป็นยังไงบ้างเอ่ยกับบทนี้ >< ไม่สั้นไปเนอะ โจชัวคือใครกันน๊าาา ไรท์เชื่อว่ารีดต้องเดาออกแน่ๆ เลยว่าคือใคร แต่แหมมม แอบสงสารเซรีนอยู่เหมือนกันนะค่ะ ที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง T^T อ่อ! ไรท์ขอแก้ไข้ตรงชื่อตอนนะค่ะ พอดีจากตอนแรกที่คิดว่าจะ 16 บทจบ กลายเป็นว่าไรท์เพิ่มบทจบขึ้นไปอีก เลยต้องเลื่อนชื่อตอนลงไป คงไม่เบื่อกันน๊าาา ยังไงก็ขอขอบคุณรีดทุกคนที่ยังติดตามอ่านกันอยู่นะค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นด้วยยย ฟินมากเย้ยที่รีดเม้นให้ มีกำลังใจสู้ตายในบทต่อไปแย้ววว ขอบคุณงับบ>>
ความคิดเห็น