Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

Day 5 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] 100%

ชื่อตอน : Day 5 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2558 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Day 5 รักที่เจ็บปวด [จุดจบของคราบน้ำตา] 100%
แบบอักษร

#

 

วันที่ 5 : รักที่เจ็บปวด  

[จุดจบของคราบน้ำตา]

 

ความรักคืออะไร...ทำไมมันถึงมีแต่ความเจ็บปวด

 

ทำไมถึงมีแต่น้ำตา...

 

[Karen : Part]

 

                ความรักสำหรับฉันคือความเจ็บปวด...รักที่ต้องหลบซ่อน รักที่ห้ามแสดงออก รักที่ต้องหวาดระแวง รักที่สูญเสีย และรักที่ต้องเสียน้ำตา

                ตัวอย่างความรักที่เจ็บปวดคือแม่ของฉัน ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยเห็นแม่มีความสุขเลย แม่มีแต่ร้องไห้และเสียใจ แม่ต้องทนทุกข์กับความรู้สึกที่กลายเป็นบ้านเล็กของคนๆ นึ่ง คนที่ไม่รู้จักคำว่าพอ คนที่มีความมักมากในราคะ

                .

                .

                .

                .

                .

                ใช่...พ่อของฉันคือผอ.โรงเรียนเซนต์โจชัว!

                ฉันเป็นลูกนอกกฎหมาย  แม่ของฉันเป็นดีไซน์สาวที่มีอนาคต แม่เก่งมากแถมยังสวยสุดๆ...ความโดดเด่นนี้ทำให้แม่ได้มาเจอกับผอ. และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของรักที่เจ็บปวดของแม่ แม้ว่าแม่จะเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก แต่ทุกครั้งที่รู้ข่าวคาวของผอ. แม่ก็มักเสียน้ำตาให้กับกามอารมณ์ของผอ.อยู่เสมอ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อ แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์เรียกผอ.ว่าพ่อ เพราะมันเป็นกฎที่บ้านใหญ่ตั้งขึ้นมา ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้อยากเรียกผอ.ว่าพ่ออยู่แล้ว ฉันรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ลูกอย่างฉันไม่สมควรรู้สึก...ทุกครั้งตั้งแต่เด็ก เวลาที่ผอ.จะเข้ามากอดฉันนั้น ฉันก็มักจะหนีขึ้นห้องไป มันเป็นสัมผัสที่น่ารังเกียจ นั้นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ

                แรกเริ่มเดิมทีนั้น ฉันก็ยังไม่รู้สึกอะไรกับสัมผัสของท่าน จนกระทั่งท่านจับหน้าอกของฉันแล้วสำเร็จความใคร่ด้วยการช่วยตัวเองในทันที มันทำให้ฉันรู้สึกรังเกียจ ฉันวิ่งหนีขึ้นห้องทันที เมื่อเห็นท่านเริ่มช่วยตัวเอง และด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ มันก็สอนให้ฉันได้รู้ว่าอันตรายจากกามอารมณ์ไม่ได้มีนอกบ้านเสมอไป...

                ฉันเคยสงสังมาตลอด...สงสัยว่าทำไมคนที่มีความสามารถอย่างแม่ถึงจมปรักกับคนที่มีแต่ตัณหา...คนที่มีแต่ราคะ...คนอย่างผอ.

                ตัวอย่างความรักที่ต้องหลบซ่อน...ฉันเจอมันกับตัวเอง  เจอพร้อมๆ กับรักที่ห้ามแสดงออกและหวาดระแวง มันเริ่มขึ้นเมื่อฉันเข้ามาเรียนม.ปลายที่โรงเรียนนี่ตามคำสั่งของแม่และผอ. วันแรกที่ฉันต้องไปโรงเรียนนั้น ฉันเจอเด็กผู้ชายคนหนึ่งถูกรุมทำร้ายอยู่ ฉันรอจนพวกที่รุมทำร้ายทิ้งเขาไว้เพียงคนเดียวแล้วรีบเข้าไปช่วย นั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักกับดันเต้ มันคือจุดเริ่มต้นของความรัก รักที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย จุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นๆ...

                ย้อนกลับไปตอนที่ฉันยังอยู่ม.ต้น มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่ฉันยังเก็บไว้ ฉันมีเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เกิด ชื่อว่า มอร์แกน บ้านพวกเราอยู่ซอยเดียวกัน เวลาไปโรงเรียนพวกเราก็จะไปด้วยกัน มอร์แกนเป็นเพียงเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่ฉันสนิทด้วย ใครจะรู้บ้าง ทุกครั้งที่เราเดินไปโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวเที่ยงด้วยกัน เดินกลับบ้านด้วยกัน หรือแม้กระทั่ง ไปเที่ยวด้วยกัน...มันจะทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงแบบนี้บ้าง มันทำให้ฉันรู้เลยว่าตอนนั้นฉันตกหลุมรักเพื่อนตัวเอง...

                และเพราะเป็นมอร์แกน ฉันถึงไม่กล้าที่จะบอกความจริงในใจออกไป  ที่โรงเรียนของฉัน มอร์แกนจัดว่าเป็นหนุ่มป็อป เพราะไม่ว่าจะรุ่นพี่ รุ่นเดียวกัน หรือแม้แต่รุ่นน้อง ต่างก็ชอบมอร์แกนกันทั้งนั้น ก็อย่างว่า ทั้งหน้าตา ความสามารถ มอร์แกนผ่านหมด เรียนก็เด่น กีฬาก็ดี ฐานะก็เริ่ด ใครบ้างจะไม่กรี๊ด และเพราะอย่างนี้แหละ ฉันถึงไม่กล้าที่จะบอก จนพวกเราจะจบม.ต้นกัน ในวันนั้นมีเพื่อนของฉันคนหนึ่งมาสารภาพรักกับมอร์แกน ฉันกลัวที่มอร์แกนจะตอบรับรักเธอ แต่ก็ไม่กล้าที่จะสารภาพ เลยทำได้แต่แอบฟังพวกเขา

                แต่ในตอนนั้น...คำพูดของมอร์แกนทำเอาใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ คำพูดที่มอร์แกนปฏิเสธเธอเพราะว่า...ตัวเค้าเองก็แอบชอบเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอยู่เหมือนกัน... พอได้ยินแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะบอกรักเลยละ พวกเราตกลงคบกัน มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเลยทีเดียว เพราะมีเรื่องร้ายๆ อะไรเข้ามา มอร์แกนก็จะค่อยปลอบใจฉันเสมอ แต่ทุกอย่างก็จบลงเมื่อพวกเราเข้าม.ปลาย...

                อย่างที่บอกว่าฉันเจอกับดันเต้ครั้งแรกตอนที่เขาถูกรุมทำร้าย ตอนนั้นเองที่ทำให้ดันเต้ตกหลุมรักฉัน ที่จริงฉันกับมอร์แกนตอนนั้นก็ไม่ได้เปิดเผยอะไรว่าเราคบกัน แต่ฉันก็เคยบอกกับดันเต้เรื่องนี้ไปแล้ว ตอนนั้นเขามีสีหน้าตกตะลึ่งไม่น้อย ฉันคิดว่าเขาจะเข้าใจ แต่เปล่าเลย เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคนึ่งก่อนจะเดินจากไป...

                ถ้าฉันไม่ได้เธอ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะได้!!

                ฉันตกใจกับประโยคนั้น เพราะไม่คิดว่าดันเต้จะเป็นไปได้ขนาดนี้ แต่ก็แอบคิดว่าเขาคงแค่ขู่ จนเมื่อดันเต้สั่งห้ามผู้ชายทุกคนเข้าใกล้ฉัน ทุกครั้งที่ดันเต้เห็นมอร์แกนอยู่ใกล้ฉัน เขาจะพาพวกมารุมทำร้ายมอร์แกนตลอด มันทำให้ฉันรู้ว่าดันเต้ไม่ได้ขู่ฉัน แต่เขาทำจริงๆ!

                ดันเต้พาพวกมารุมแกล้งและทำร้ายมอร์แกนทุกวัน และจะหนักขึ้นเมื่อเห็นมอร์แกนกับฉันอยู่ใกล้กัน จนทุกคนมองมอร์แกนจากหนุ่มหล่อมาเป็นหนุ่มเหย จนไม่มีใครยอมเป็นเพื่อนกับมอร์แกนเลยสักคน มันทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้มอร์แกนต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ แต่มอร์แกนก็ยังยิ้มให้ฉันและบอกกับฉันตลอดว่า...มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย... แม้ว่ามอร์แกนจะถูกพวกดันเต้แกล้ง แต่พวกเราก็ยังคบกัน...แม้ว่าจะต้องหลบซ่อน ใครต่อใคร ฉันก็มีความสุข เพราะมอร์แกนมักจะยิ้มให้ฉันเสมอ

                ในวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่สอง มีนักเรียนย้ายมาใหม่ เป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมากเลย แถมยังให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์แบบแปลกๆ ฉันก็เลยเดินเข้าไปทัก พร้อมกับยื่นความเป็นมิตรให้ เธอคนนั้นก็คือเซรีน พวกเราเริ่มจะสนิมกัน  อันที่ฉันจริงฉันรู้สึกถูกชะตากับเซรีนแบบแปลกๆ มันเหมือนกับว่าเรารู้จักกันมานานนับสิบๆ ปี ทั้งที่จริงเราพึ่งจะคุยกันได้แค่สิบกว่านาทีเอง สงสัยเป็นเพราะเธออัธยาศัยดีมากละมั้ง

 

[เลิกเรียน]

 

                เย็นนี้ฉันกับเซรีนนัดกันว่าจะไปเที่ยวกัน มันเป็นธรรมเนียมนะ ใครก็ตามที่เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของนักเรียนใหม่ ต้องพาทัวร์รอบเมือง  พวกเราเดินเที่ยวตะล่อนๆ อย่างสนุกสนาน โดยที่เซรีนกับชาลอต (เพื่อนสนิทผู้หญิงเพียงคนเดียวตั้งแต่เริ่มย้ายมาที่นี่ของฉัน) เอาแต่เถียงกันว่าขนมใครอร่อยกว่ากัน

                เมื่อเที่ยวกันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็แยกกันกลับบ้าน ระหว่างทางที่เดินกลับ ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล ซอยที่เดินอยู่ก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวอยู่หน่อยๆ แถมตอนนี้ก็เริ่มจะมืดมากแล้วสิ

                ตึกตึก!

                 เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลังทำให้ฉันเริ่มกลัว แต่ก็ยังคงเดินต่อไป ยิ่งเสียงดังใกล้เข้ามามากเท่าไร ฉันก็เริ่มที่จะเร่งฝีเท้ามากขึ้นจนตอนนี้กลายเป็นวิ่งไปแล้ว

                ตึกตึก! ตึก! ตึก!

                 เสียงวิ่งของคนข้างหลังเริ่มใกล้เข้ามา

                .

                .

                .

                หมับ!

                “กรี๊ดดดดดดดดด!!!

                “โอ๊ยคาเรน! นี่ฉันเองมอร์แกนไง จำแฟนตัวเองไม่ได้หรอ” ทันทีที่โดนจับไหล่ฉันก็กรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ แล้วหันเอากระเป๋านักเรียนทุบ แต่เพราะว่าเสียงทุ่มๆ เรียกสติเอาไว้ฉันจึงหยุดกรี๊ดและหยุดทุบ

                “อ่าาา...มอร์แกนอ่ะ เล่นไรเนี่ย” ฉันร้องเบาๆ พร้อมกับซบอกมอร์แกนไปด้วย

                “โอ๋ๆ ก็กะว่าจะเดินมาส่งไง เห็นเดินอยู่คนเดียวมันอันตรายนะ” มอร์แกนว่าพลางเอื้อมมือมาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน  ก่อนจะโอบไหล่ฉันแล้วเดินไปส่งที่บ้านด้วยกัน

 

                สองวันมาแล้ว ที่ฉันกับมอร์แกนไม่ได้เจอกันเลย พวกเราต้องแอบมาเจอกันเพราะฉันกลัวดันเต้จะมาเห็นเข้า ฉันไม่อยากให้มอร์แกนถูกดันเต้ทำร้าย  ก่อนจากกันฉันยืดตัวขึ้นไปจุ๊บปากคนตัวสูงก่อนจะบอกฝันดี แล้วรีบวิ่งเข้าบ้านด้วยความเขินอาย โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่านนั้นจะเป็นประโยคสุดท้ายของฉันกับเขา...

 

<<อินกันมั้ยย กับความรักที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ของคาเรนกับมอร์แกนนนน T^T เม้นแสดงความเห็นกันเยอะๆ น๊าาา ไรท์รออยู่ ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามอ่านกันอยู่น๊าาา >>

ความคิดเห็น