Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

Day 3 โรงเรียนที่ถูกปิดตาย [การพบเจอกับฝันร้าย] 100%

ชื่อตอน : Day 3 โรงเรียนที่ถูกปิดตาย [การพบเจอกับฝันร้าย] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Day 3 โรงเรียนที่ถูกปิดตาย [การพบเจอกับฝันร้าย] 100%
แบบอักษร

#

 

วันที่ 3 : โรงเรียนที่ถูกปิดตาย 

[การพบเจอกับฝันร้าย]

 

[วันสถาปนาโรงเรียน  07 : 00 A.M.]

[Sereen : Part]

 

                ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าแล้ว ซึ่งได้เวลาทำพิธีแล้ว แต่เนื่องจากเหตุการณ์ขัดข้องทางเทคนิคที่ว่าสปอร์ตไลท์บนหอประชุมตกลงมาแตก ก็เลยต้องเลื่อนเวลาสถาปนาออกไปเป็นแปดโมงแทน เพราะไหนจะต้องหาซื้อสปอร์ตไลท์แทนอันเก่าที่ตกลงมาแตก ไหนจะต้องเคลียสถานที่ (ซึ่งทุกอย่างมันจะไม่ยุ่งยากเลยถ้างานนี้คนใหญ่คนโตและเหล่านักข่าวไม่มา –o—) จากเหตุการณ์ครั้งนี้นักเรียนและมิสบางคนต่างก็บอกกันว่ามันเป็นลางร้าย ซึ่งฉันไม่ขอคิดอะไรทั้งนั้น เพราะมันไร้สาระมาก! ก็แค่สปอร์ตไลท์ตกลงมาแค่นั้นเอง ถ้ามันมีฝูงอีกาบินชนกระจกนี่สิ มันถึงจะเป็นลางร้ายของแท้ (แต่ไม่ต้องมาจริงดังปากว่าก็ได้นะ) ตอนนี้ทั้งฉันและคาเรน ถูกมิสแองจี้หลานสาวของมิสแมรี่ ใช้ให้ไปหยิบบทพูดสุนทรพจน์ที่ห้องพักครู ซึ่งพวกฉันได้ไปหยิบมาแล้วและกำลังเดินกลับกัน แต่จู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากห้องพยาบาล (ทางเดินกลับต้องเดินผ่านห้องพยาบาลนะ)

                “อ๊าาาา~ ผอ.คร่าาา~” เสียงคนกำลังครางร้องออกมาเบาๆ นั้นเรียกความสนใจจากฉันและคาเรนเป็นอย่างดี พวกฉันค่อยๆ หย่องเข้าไปแอบดูที่ประตูซึ่งถูกเปิดอยู่เป็นช่องเล็กน้อย และสิ่งที่พวกฉันเห็นมันก็ทำเอาตกตะลึ่ง!!!

                “โอ้!!~ เบาเสียงหน่อยสิโรส เดียวใครมาได้ยินเข้าหรอก อ่าาา...” สิ้นเสียงของผอ.พวกฉันก็รีบหันหน้าหนีจากช่องประตูทันที และออกตัววิ่งเงียบแบบไร้เสียง (หย่องนั้นแหละ) อย่างเร่งด่วนโอ๊ยย!!! อะไรจะบัดสีขนาดนี้ นี้ผอ.โรงเรียนกับมิสโรส ครูประจำห้องพยาบาล คั่วกันอยู่หรอเนี่ย!! แถมยังมาเสพสวาทกันที่โรงเรียนเนี่ยนะ!!

                “ห่างมาสมควรแล้ว พวกเราคงวิ่งกันได้แล้วละ” ฉันพูดกับคาเรนที่ยังมีสีหน้าช็อกไม่หายเบาๆ เพื่อจะได้วิ่งไปถึงหอประชุมกันเร็วๆ

                “อือ” คาเรนตอบรับเบาๆ แล้วรีบวิ่งตามฉันไปหอประชุมทันที

.

.

.

.

.

.

[07 : 30 A.M. หอประชุม]

                ตอนนี้พวกเราต้องเตรียมจัดแถวรอพวกคนใหญ่คนโตทั้งหลายและผอ. เพราะเหตุการณ์เข้าที่เข้าทางแล้ว แถมยังเสร็จเร็วกว่ากำหนดอีกด้วย

                “เนื่องจากท่านผู้ว่าฯยังเดินทางมาไม่ถึง ครูก็เลยจะขอความร่วมมือจากนักเรียนทุกคน ว่ารอกันอีกสามสิบนาที ระหว่างนี้ก็พักกันตามสบายก่อน เดียวใกล้ถึงเวลาครูจะขึ้นมาบอกให้จัดแถวกันอีกที และขอเชิญสื่อมวลชนพักกินของว่างด้านข้างหอประชุมนะค่ะ” มิสแมรี่ขึ้นมาประกาศถึงสาเหตุที่พิธียังไม่เริ่มและบอกให้นักเรียนและเหล่าสื่อมวลชนพักตามอัธยาศัยระหว่างรอท่านผู้ว่าฯเดินทาง

                ฉันกับคาเรนเดินออกจากแถวห้องตัวเองอย่างไว ไปหาชาลอตเพื่อเม้าส์ม้อยกัน ระหว่างที่เดินไปหาชาลอตนั้น ฉันได้เดินผ่านหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเธอก็น่ารักดีเพียงแต่หน้าตาเธอดูเบื่อโลกมากกกก แถมข้างๆ กันนั้นยังมีฝาแฝดที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างอะไรเลยกำลังเขมือบขนมอยู่ เราสบตากันเล็กน้อยก่อนที่เธอผู้เบื่อโลกจะหันหน้าหนีไปคุยกับฝาแฝดจอมเขมือบ (?) ต่อ

                แต่ระหว่างที่กำลังคุยๆ กันอยู่นั้นฉันก็รู้สึกได้ว่ายังมีสายตาจากใครสักคน กำลังจ้องมาที่กลุ่มของพวกฉันอยู่ เมื่อฉันลองแอบเนียนๆ หันไปดูก็พบว่ามีกลุ่มผู้ชายที่ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับแก๊งมาเฟียไม่มีผิด (เพราะแต่ละคนหน้าดุมาก แถมยังถือไม้เบสบอลเหล็กในมืออีกด้วย T^T) กำลังจ้องมาที่พวกฉัน ทีแรกฉันก็สงสัยนะว่าพวกนั้นกำลังมองฉันนอยู่รึเปล่า แต่พอมองดีๆ ฉันก็รู้คำตอบเอง เปล่าเลย พวกนั้นไม่ได้มองฉันอยู่ แต่พวกนั้นกำลังมองสองสาวสุดนามว่าคาเรนกับชาลอตอยู่ต่างหาก

                “เอ่ย...คาเรน ชาลอต พวกเธอพอจะรู้จักกลุ่มผู้ชายทางนู้นมั้ย?” ฉันกระซิบถามทั้งสองคน เมื่อเห็นว่าพวกนั้นยังจ้องไม่วางตา

                “อ่อ กลุ่มของดันเต้นะ อย่าไปสนใจเลยนะ พวกนี่ก็แบบนี้ทั้งปีแหละ” ชาลอตหันไปมองเล็กน้อย แล้วไขข้อข้องใจให้ฉันด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

                “แล้วพวกนั้นจ้องแบบนี้ทำไมกันอ่ะ” ฉันก็ยังไม่หายข้องใจอยู่ดี คือพวกนั้นจ้องไม่วางตา ไม่สนใจคนอื่นเลยด้วย พวกนั้นกำลังคิดไม่ดีกับสองคนนี้อยู่รึเปล่านั้นฉันเองก็แอบกลัว

                “ก็ดันเต้นะสิ ตามจีบคาเรนตั้งแต่เกรดสิบแล้ว มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่พวกนั้นจ้องมาแบบนี้ ใครๆ เขาก็รู้กันหมด คาเรนไม่เคยเล่าให้ฟังหรอกหรอเซรีน” หาาาา ดันเต้ที่เหมือนเป็นหัวโจกของกลุ่มนั้นอ่ะนะ หน้าตาก็หล่ออยู่หรอก แต่ท่าทางน่ากลัวมากๆ นี้สิ แบบนี้คาเรนไม่จิตตกแย่หรอ ที่โดนคนน่ากลัวแบบนี้ตามจีบ

                “ชาลอตก็พูดไป ฉันกับดันเต้เป็นเพื่อนกัน จีบเจิบอะไร เซรีนไต้องสนใจที่ชาลอตพูดหรอกนะ” คาเรนพูดตัดบทด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง

                “ไม่ต้องเขินหรอก...”

                ปึ่ง!!

                เสียงปิดประตูเสียงดังๆ แทรกประโยคแซวของชาลอต ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่เดียวกัน บรรยากาศเย็นๆก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวนั้น ทำเอาฉันเริ่มขนลุก เพราะหลังจากเสียงประตูปิดลง เสียงพูดคุยในหอประชุมก็เริ่มเบาลง จนกลายเป็นเงียบกริบ ทุกคนต่างก็จ้องไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่สภาพเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมใบหน้าก็ซีดอย่างกับศพ สายตาก็เลื่อยลอยคล้ายกับคนติดยา ท่ามกลางความเงียบของทุกคน แก๊งของดันเต้ก็พากันวิ่งไปที่ผู้ชายคนนั้นทันที สิ่งที่ฉันเห็นแปลกไปกว่าเมื่อกี้ก็คือ ทุกคนในแก๊งของดันเต้ทุกคนต่างหน้าซีดกันหมด ราวกับว่าคนตรงหน้าเป็นผียังไงยังงันเลย

                ทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบ จะมีก็แต่เสียงกินขนมของฝาแฝดผู้ไม่สนฟ้าสนหนาวไหนเลย ไม่ทุกข์ร้อนกับเหตุการณ์ ฉันหันกลับไปมองภาพตรงหน้า ดันเต้ กำลังเดินไปตรงหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น

                “มอร์แกน...”คาเรนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันนั้นพึมพำ อะไรบางอย่าง ที่ฉันไม่ได้ยิน

                กรี๊ดด!! ว๊ายย!!

                เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงของทุกคนต่างกรีดร้อง เมื่อดันเต้เป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปชกท้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่รอช้า แต่ยังไม่ทันที่หมัดของดันเต้จะชกถึงท้อง เขาก็โก่งตัวอ้วกออกมารดหัวและหน้าของดันเต้ ที่น่าตกใจคือ...มีควันจางๆ ลอยออกมาจากบริเวณพื้นที่เปื้อนอ้วก และยิ่งกว่านั้น!! ที่หัวและหน้าของดันเต้เริ่มหลุดลอกออกมา!!! เสียงร้องอวดครวญและโหยหวนของดันเต้นั้นเรียกเสียงกรี๊ดของคนในหอประชุมเป็นอย่างดี สภาพที่ตอนนี้หนังศีรษะและเส้นผมหลุดลอกออกไปหมดแล้ว ปรากฏให้เห็นกะโหลกสีขาวๆ ที่มีเลือดปะปนอยู่ เหมือนกับว่าถูกน้ำกรดสาดใส่ยังไงยังงัน สิ่งที่สยองจนทำให้ใครบางคนถึงกับเป็นลมไปก็คือภาพที่หน้าทั้งหน้าถูกกัดกรอดร่วงลงไปบนพื้นทั้งแผ่น จนเห็นกระดูกสีขาวและน้ำเหลืองซึ่งไหลรวมกันกับเลือดที่ไหลออกมาบาดแผลของดันเต้นั้น  ได้พัดพาลูกกะตาที่ยังมีเส้นเลือดเกาะติดอยู่ไหลลงมาด้วย!!

                “อ๊ากกก!!” ท่ามกลางความโกลาหนของเหตุการณ์ตรงหน้าก็บังเกิดเสียงร้องโหยหวนอีกเสียงหนึ่งขึ้นมา เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ยังคงตื่นตะหนกตกใจกลัวกับภาพตรงหน้านั้น คือแทมมี่นักเรียนห้องฉันเอง!! เพราะเธอเอาแต่ยืนดูดันเต้จนไม่ทันระวังมอร์แกน สภาพเธอตอนนี้ ถูกมอร์แกนกัดเข้าที่ลำคอ เลือดพุ่งออกทันทีที่โดนกัด ดวงหน้าของแทมมี่ใกล้จะขาดใจ เพราะถูกกัดโดนหลอดลม วินาทีสุดท้ายของแทมมี่ก็จบลง เมื่อมอร์แกนกระชากเนื้อที่ลำคอเธอออกมาพร้อมเส้นเลือดและหลอดลม โศกฆาตกรรมเริ่มขึ้น เสียงร้องประสานเสียงที่โหยหวนยิ่งกว่าที่ไหนดังกึกก้องไปทั่วหอประชุดพร้อมๆ กับกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งไปทั่ว เสียงวิ่งของนักเรียนและครูที่หวาดกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว!! เร็วจนเกินไป เร็วจนฉันไม่ทันตั้งตัว!!!

                แชะ!! แชะ!!

                “ถ่ายภาพไว้เร็ว!!

                เสียงกดชัตเตอร์กล้องของช่างภาพและนักข่าวดังขึ้น เมื่อพวกเขาได้เห็นความวุ่นวายของเหตุการณ์ที่จะเป็นข่าวเด็ดของวันนี้ ข่าวโศกฆาตกรรมสุดสยองของนักเรียน แทนข่าวการทำพิธีสถาปนาโรงเรียนของท่านผู้ว่าฯ

                คณะครูต่างพากันตกใจกลัวและพยายามจะจัดการกับปัญหาเบื้องต้น โดยที่คิดง่ายๆ เพียงว่านักเรียนอาจจะจัดฉากขึ้น หรือ เมายาบ้า คุณครูบางท่านได้โทร.ไปขอความช่วยเหลือจาก 911 แล้ว มีแค่ไม่กี่คนที่ยังคงช็อกจนขยับไปไหนไม่ได้

                “ล็อคประตู!!! ฉันสั่งให้ล็อคประตูเดียวนี้!! พวกเธอจะออกไปไหนกันไม่ได้ทั้งนั้น ฉันบอกให้กลับมาที่เดิม!!!” เสียงของมิสแมรี่ดังขึ้น พร้อมตะโกนสั่งล็อคประตู เพื่อไม่ให้นักเรียนหนีออกไปได้

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยมิสแมรี่!!!” เสียงมึนงงของผอ.เรียกให้มิสที่พึ่งตะโกนไปหยกๆ หันกลับมามองทันที

                “ผอ.!!! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!! นายดันเต้ลูกชายท่านนายกกับนายมอร์แกนก่อเรื่องแกล้งเพื่อน เพื่อสร้างความวุ่นวายแก่พิธีสถาปนาของโรงเรียนค่ะ!!!” มิสแมรี่รีบรายงานสถานการณ์ที่ตัวเองคิดเองสดๆ ให้ผอ.ได้รับรู้

                “นี่มันไม่แกล้งแล้วละมิส! ดูนักเรียนแต่ละคนสิ มิสจะว่ายังไง!! ไหนจะกลิ่นเลือดนี้อีก มิสจะบอกว่านักเรียนแกล้งเล่นงั้นหรอ!!!” เสียงของครูสาวคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างทนไม่ได้ เมื่อได้ฟังที่มิสแมรี่กล่าวกับผอ. เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นต่างก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าภาพตรงหน้านั้น เป็นของจริง! ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนแกล้งเล่นกัน!

                ภาพที่ผอ.เห็นมันเหมือนกับหนังฆาตกรรมเรื่องหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ครูสาวคนนั้นพูด ล้วนแล้วแต่เป็นจริง!

                “เคน!! แกไปช่วยไอ้เต้กับจอร์แดน ไปเร็ว!!” เสียงนักเรียนในกลุ่มข้างๆ เรียกให้ผอ.ลากสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างๆ หนึ่ง นักเรียนชายสองคนวิ่งตรงไปที่ดันเต้ ซึ่งตอนนี้กำลังนอนจมกองเลือดแน่นิ่ง

                “เต้!! มึงตายยังวะ!!”เคนเอ่ยถามอย่างเป็นกังวน

                “เชี้ยยยย!! มึงถามไอ้เต้อย่างนั้นได้ไงวะ มันเหมือนกับว่ามึงแช่งมันเลยนะเว้ย!” จอร์แดนตบหัวเคนทันทีที่ได้ยิน พร้อมกับตะคอกกลับ

                “อ้าว ก็กูเป็นห่...ไอ้จอร์แดนระวัง!!” ยังไม่ทันที่เคนจะพูดจบ ก็มีเงาดำบังร่างของจอร์แดนทันที

                จอร์แดนขนลุกขึ้นเมื่อรู้สึกถึงเงาดำที่ทาบทับตน ความรู้สึกเสียวสันหลังพาเอาชาไปทั้งตัว เขาค่อยๆ หันกลับไปมองข้างหลัง เขาก็ถูกเจ้าของเงาโถมตัวเข้าไปกัดอย่างไม่ทันตั้งตัว!! แม้ว่าจะพยายามหันหน้าหนีไปทางไหน สิ่งที่ตามมาก็คือขมเขี้ยวของร่างตรงหน้า

                “อ๊า...อ๊ากกกกกกกกกกกก!!!!” ภาพของจอร์แดนที่ถูกมอร์แกนกัดทึ้งทั่วหน้า ทำให้เคนไม่กล้าที่จะขยับร่างกายแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายเพราะความตกตะลึงนั้น ทำให้เขาลืมบุคคลที่กำลังง้างปาก...ใกล้กับคอของเขาอยู่

                “ฮะ...เฮ้ย!! ไอ้เต้อย่า!! กูเคนนะเว้ย อ่ะ...อ๊ากกกกกกกกกกกกก ช่วยด้วยยยยย!!!” เพราะรู้สึกถึงความเจ็บแปลบช่วงลำคอ เคนจึงหันกลับไปเพื่อที่จะมองหาสาเหตุ แต่ก็ต้องตกใจกลับสิ่งที่เห็น จะหนีก็คงไม่ทันแล้ว...ร่างของดันเต้ที่เมื่อครู่นอนจมกองเลือดอยู่นั้น กำลังกัดเข้าที่ลำคอของเคนอย่างแรง  มันชั่งเหมือนกับหนังสยองที่เขาเคยดูมาไม่มีผิด ดันเต้อย่างกับพวกผีดิบ สภาพก่อนตายที่ว่าน่ากลัวแล้ว ยังเทียบตอนนี้ไม่ติดเลย เมื่อดวงหน้าที่หนังหน้าบางส่วนกำลังห้อยลงมาคล้ายกับว่าจะหลุดออก ดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว มีแต่ความกระหายเท่านั้น แววตาที่เหมือนกับสัตว์ป่ากำลังหิวโหย ฟันแหล่มคมที่กัดเข้าลำคอเขานั้น กำลังพยายามฉีกทึ้ง เมื่อเขาสะดุดล้ม ก่อนที่เขากำลังจะตาย ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นเป็นอย่างสุดท้ายพร้อมกับความเจ็บปวดคือ...ภาพที่ทุกคนต่างก็ถูกผีดิบรุมกัดทึ้งอย่างทรมาน!!!

 

[อีกด้านของคุณครู]

                “มิสแมรี่ค่ะ แย่แล้วค่ะ!! ผอ.ออกไปทางประตูหลังแล้วค่ะ!!”นักเรียนหญิงคนหนึ่งวิ่งกระหือกระหอบมาที่มิสแมรี่

                “แย่ยังไงละ!! พูดต่อมาสิเดียร์น่า!” ด้วยการที่ควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าไม่ไหว ครูทุกคนต่างก็พากันหนีไปที่ประตูหลัง เพื่อที่จะแอบออกไปอย่างเงียบๆ และทิ้งให้ทุกอย่างสงบลงด้วยความเห็นแก่ตัวสุดจะน่ารังเกียจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครู

                “ผอ.ออกไปแล้วล็อคประตูหลังจากข้างนอกค่ะ!! ตอนนี้พวกเราถูกขังแล้วคะ......กรี๊ดดดดดดดดดด” ยังไม่ทันจะรายงานมิสแมรี่เสร็จสิ้น เดียร์น่าก็ถูกฝูงผีดิบที่เพิ่มปริมาตรอย่างรวดเร็วรุมกัดเข้าที่ข้างหลัง

                “กรี๊ดดดดด!!” เสียงแก่ๆ ของมิสแมรี่กรี๊ดขึ้นทันทีเมื่อเลือดของเดียร์น่ากระเด็นมาโดนที่หน้าพร้อมกับหัวผีดิบที่โผล่ออกจากท้องของหญิงสาว สมองสั่งให้มิสแมรี่หันหลังเพื่อวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่โชคดันไม่เข้าข้างเมื่อพบกับความจริงที่ว่า...เธออยู่กลางวงล้อมของพวกมัน!!

 

                “อ๊ากกกกกกกกกกกกกก...”

 

=ตัวละคร=

#

 

-ฝาแฝดที่เอาแต่กินลูกเดียวจ้าา-

 

#

 

-หญิงสาวที่ทำหน้าตาเบื่อโลก-

 

<<ที่เอารูปตัวละครลงนี่ล้วนแล้วแต่เป็นตัวหลักทั้งหมดนะค่ะ ที่ไม่ได้เอาลงนี่คือไม่มีบทต่อแย้วว ((ตัวประกอบนั้นแหละ TT)) จริงๆ ไรท์เอารูปกิฟลงด้วยแต่ไฟล์ภาพใหญ่เกิน เลยเปิดไม่ได้ ถ้ารีดคนไหนอยากได้อรรถรสในการจินตนาการก็จิ้มตรงลิ้งรูปข้างล่างได้เย้ยน๊าา พิมพ์ผิดตรงไหนก็ขออภัยด้วยจ้าา สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกท่านดั่งเคยที่สละเวลาเข้ามาอ่านนิยายของเก๊าน๊าาา>> 

จิ้มเบยย

ความคิดเห็น